Walking with me ... Walking with Kornnapa
Group Blog
 
All Blogs
 

A Day in Macau _2011

อยู่ดีๆ ก็มีคำสั่งด่วน ให้เดินทางไปโรงงาน PCB ที่ Zhuhai ประเทศจีน ประมาณว่าลูกค้าจากอเมริกา อยากจะไปเยี่ยมชมโรงงาน เราในฐานะ Sourcing Engineer ก็จะต้องเดินทางไปเป็น กขค เอ๊ย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

ทริปนี้ เดินทางผ่าน ตม.เป็นว่าเล่น เข้าๆ ออกๆ นั่งเรือเฟอร์รีข้ามฟากไปมา

เป็นทริปเดินทางโดดเดี่ยว จริงๆก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่ประการใด
เพราะเคยลุยเดี่ยว มั่วตั้ว ตะลอนทัวร์ ปราก เบอร์ลิน ฮัมบรูก มาแร้ววว ฮ่องกง เรื่องจิ๊บ แต่แอบกังวลประเทศจีนนิดหน่อย เพราะพูดจีนไม่ได้เลยค่า

เริ่มออกเดินทางจากสุวรรณภูมิสู่ฮ่องกง

ครั้งนี้หรู นั่ง TG แบบว่าเงินบอสัด ให้ไปเองไม่มีทางจ่ายแน่นอน 555

นั่งตรงปีกเครื่องบินพอดิบพอดี



ทริปนี้ต้องตืนแต่เช้ามืด เพราะช่วงนี้อพยพมาทำงานที่โรงงานปราจีนฯ หนีน้ำท่วม ... filght 8:00 AM ง่วงมากกกก

อาหารเช้า ออมเล็ท แอบจืด และไม่อร่อย



พอเครื่องลงที่ฮ่องกง ต้องเดินทางไป Zhongshan โดยเรือเฟอร์รี เราสามารถ Transit ได้เลยโดยที่ไม่ต้องผ่าน ตม. และถ้ามี Tracking ของกระเป๋าที่โหลดของสายการบินก่อนหน้า ก็แค่ยื่นตอนซื้อตั๋วเค้าก็จะจัดการย้ายกระเป๋าให้เราโลด สะดวกมากมาย (แต่ก็แอบลุ้นนะ กลัวกระเป๋าจะแอบไปกับเรือรอบอื่นๆ)

พอลงเครื่องก็ไปที่ Area E2 โลด ... แล้วก็ไปตรงที่ Ferry Transit ตามป้ายนะจ๊ะ



ซื้อตั๋วเรียบร้อย ก็มานั่งรอเชคอินไปขึ้นเรือ เค้าจะมีเกทให้ผ่าน จากนั้นเราก็ขึ้นรถไฟน้อย (อันนี้ตั้งเอง) เป็นเมือนรถไฟฟ้าเอาไว้ transfer ผู้โดยสารไปที่ Star Pier ระหว่างรอ เจอพี่ ลี เบียงฮุน (เขียนถูกป่ะว้า) กระแส K นี่ไม่ได้มีแต่ในประเทศเราจริงๆนะนั่น


แล้วก็เดินทางมาถึงท่าเรือ ก็มีแบบว่า Duty Free บ้าง แต่ดูดี สะอาด เรียบร้อยเชียว ปรบมือให้เลยค่ะ บรรยากาศเริ่มมืดครึ้ม ลมแรงด้วย



พอถึง Zhongshan ก็เกือบทุ่มเลย ดีนะที่ขอวีซ่ามา เพราะตอนแรกกะไว้ว่าจะมาขอ Visa on arrival เพราะช่วงนั้นสถานฑูตจีน ปิดบริการช่วงน้ำท่วม ถือว่ายังโชคดีที่วันก่อนเดินทางสถานฑูตเปิดพอดีเลยได้วีซ่าแบบเฉียดฉิวสุดๆ .... อันนี้เป็นโรงแรมที่เราพัก หรูแต่ก็ถูกนะ คิดเป็นเงินไทยก็ 3,500 บาท แต่เสียอย่างเดียว มันอยู่ไกลมากมาย



เข้านอนแล้วก็ไปโรงงานวันถัดไป สรุปแล้ว เราไม่ประทับใจเมืองจีนเลย
เพราะไปเมืองชายแดน แบบว่าไม่มีเวลา ไม่สะดวกในการเดินทาง รวมทั้งการสื่อสาร ไปไหนก็ไม่ค่อยมีคนพูดอังกฤษเลย คนจีน โช้งเช้งกันจริง วุ่นวาย ปวดหัว จริงๆเรามีแพลนจะนอนสองคืน แต่ไม่ไหวพอเสร็จงานเราก็ตัดสินใจเดินทางไปฮ่องกงดีกว่า เพราะมันเป็นที่ๆเราคุ้นเคย เราก็เลยนั่งคิดบนเรือว่า วันรุ่งขึ้นมีเวลาหนึ่งวัน ไปมาเก๊าดีกว่า เชคอินเข้าที่พักฮ่องกง จากนั้นก็ไปเดินชอปย่าน Mongkok จนดึกดื่น กลับมาสลบสไล ...

เช้าวันรุ่งขึน ออกเดินทางไปมาเก๊า โดยเรือเฟอร์รี พอมาถึงฮ่องกงค่อยโล่งใจ รู้สึกว่าอะไรมันก็สะดวกสบายไปหมด ครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่ละ เลยชิวๆ

เราก็นั่ง MTR ไปท่าเรือที่จิมซาจุ่ย จริงๆก็เป็นที่เดียวกับที่เราขึ้นฝั่งมาเมื่อวานนั่นแหละ...พอดีเมื่อคืนตอนนั่งเรือกลับ เจอกับคุณซันนี่ เป็นคนไทยมาทำธุรกิจที่ฮ่องกง เค้าก็แนะนำเราว่า มีจุดสังเกตอะไร ที่ไหนบ้าง เลยทำให้ไม่หลงทาง กระนั้นก็ยังแอบหลงนิดๆ ... เรากับเรื่องหลงทางนี่เป็นของคู่กันจริงๆเลย
--

จัดการซื้อตั๋วเรียบร้อย ... ตอนรอเข้าเกทแอบเปรี้ยว .. ไปด่าลุงคนนึง แต่งตัวก็ดูดีนะ มาดนักธุริจแต่มารยาทสุดจะทน มาแทรกคิวซะได้ ก็เลยจัดไปชุดเล็กแถมฟ้องเจ้าหน้าที่ อิอิ ... ดีนะขึ้นเรือคนละเที่ยว ไม่งั้นลุงแอบถีบตกเรือแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ



เสื้อผ้า หน้าผม พร้อม ... ผ่าน ตม. อีกแล้วครับท่าน พี่ ตม. คงจะงง
ยัยคนนี้มันจะผ่านอะไรมากมาย (ไม่นั่งเรือจาก Zhongshan ไป Mcau) เพราะไม่ได้เตรียมตัว ไม่เคยไปมาก่อนเลยไปตั้งหลักฮ่องกงก่อน)

บรรยากาศที่ท่าเรือ กว้างขวาง โอ่อ่า ไฮโซ



ระหว่างนั่งเรือ ไม่มีไรทำ ไม่ได้ตั้งกล้องถ่ายรูปตัวเองมานานแล้วนะเนี่ย ตั้งแต่กลับจากยุโรปโน่นนนน ....



พอลงจากเรือ ขึ้นฝั่ง ผ่าน ตม. รอบที่หกของทริปนี้ ออกจากท่าเรือก็จะเจอมหกรรมรถบัส รับ-ส่ง ของคาสิโนต่างๆ มากมาย .. เป้ามายเราคือ The Venetien ... รถบัสสีฟ้าๆ ม่วงๆ
รีบขึ้นรถทันทีทันใด มาคนเดียวก็สะดวกไปอย่างนะ ไปไหนสบาย รถว่างที่เดียว็ไปได้ ไม่ต้องรอให้ว่างหลายๆที่



แล้วรถก็จะไปจอดที่หน้า The Venetian เลย โดยรอบๆนั้นก็จะมี Casino
อื่นๆตรึม เท่าที่เห็นก็ The Galaxy , City of Dream จำได้แค่นี้อ่ะนะ 55
ที่ The Venetian นี่คนเยอะมากๆขอบอก

บรรยากาศภายในก็ประมาณนี้ โดยส่วนตัว(ย้ำว่าส่วนตัว) ไม่ค่อยประทับใจ
ถึงจะสวยยังงัย ก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่สร้างมาแบบจำลอง(เลียนแบบ)
แม้แต่ท้องฟ้าก็ยังปลอมๆ ....



คนก็เยอะมากๆ ส่วนมากเป็นทัวร์จีน แบบว่ามีธงแล้วก็เดินตามๆ แวะถ่ายรูป
กว่าจะหามุมถ่ายรูปได้ แถมต้องอาศัยเหยื่อแถวนั้นช่วยกดชัตเตอร์ให้




กลางๆก็จะมีคลอง แล้วก็จะมีเรือกอนโดลา คนพายเรือก็จะร้องเพลงด้วยนะ
เพราะดี แต่มันแปลกๆอ่ะ เพราะทุกคนจะมองที่คุณ 555




จากนั้นเราก็นั่งรถบัสของคาสิโน เพื่อไปที่ท่าเรือเฟอร์รี แบบว่าเริ่มที่ท่าเรือเนี่ยง่ายสุดแล้ว รถเมล์เยอะจริงๆ ... ที่ท่าเรือเนี่ยจะมี Tourism Information ด้วย เราก็สามารถไปสอบถามข้อมูลก่อนได้
เนื่องจากทริปนี้ เรามีเวลาแค่วันเดียวก็เลยเที่ยวแบบรวบรัดนิดนึง
หลังจากนี้ก็จะไป Senado Square นั่งรถสาย 3 ไป เจ้าหน้าที่เค้าบอกเราว่า"You will see the square when you arrive there" เราก็คิดในใจจริงดิ
บนรถเมล์คนเยอะมากมาย ป้ายไฟบอกสถานีก็เป็นภาษาโปรตุเกส

เราก็เลยแอบบอกคุณลุงข้างๆ ให้บอกเราด้วยนะ คุณลุงพูดภาษาอังกฤษเก่งด้วย เค้าก็แนะนำให้เราเยอะแยะมากมาย ใจดีมากมาย

ถึงแล้วจ้า ... จริงอย่างที่ จนท เค้าบอกจริงๆ เพราะ you will see the square .. แต่คงลืมบอกว่า จะมีคนมหาศาล มากมาย ก่ายกอง



จริงๆคนเยอะกว่านี้อีกนะ มีร้านใชอปเยอะแยะเลย



เป้าหมายของเราคือ Ruins of St. Paul's ... มีป้ายบอก แต่ก็ยังแอบหลง 55



ระหว่างทางก็จะมีโบสถ์สวยๆให้แวะชมเยอะแยะเลย





แล้วก็จะมีการจุดเทียนด้วย สวยดีเนาะ



ถึงแล้วจ้า Ruins of St. Paul's
สวยเนาะ



เห็นแล้วก็อยากจะมีช่างภาพส่วนตัวมาด้วย







นั่งเล่น ดื่มดำบรรยากาศ จากนั้นก็นั่งรถเมล์กลับไปท่าเรือ


ตอนกลับก็มืดแล้ว สองข้างทางเต็มไปด้วยคาสิโน ที่เปิดไปอย่างสวยงาม
แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้เลย เพราะรถเมล์เต็มค่อดด เบียดมากกก

ส่งท้ายด้วยรูปนี้ค่ะ ถ่ายจากบนเรือเฟอร์รีตอนที่เรืออกจากมาเก๊า


ตอนกลับโชคดีมาก นั่งเรือถึงฝั่งเกาลูนพอดีกับช่วงที่มี Symphony Of Lights พอดีเลย เราก็เลยได้ดูไฟจากหน้าต่างบนเรือเฟอร์รี สวยมาก ..
แต่เสียดายที่ไม่มีรูป เพราะแบตหมด แต่ยังงัยแสงไฟนั้น มันก็ยังอยู่ในใจเราตลอดไป ....

เป็นการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวในรอบสามปี เป็นปกติที่จะต้องมีทั้งความรู้สึกที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป แต่ในการเดินทางนั้นๆ ก็จะมีความประทับใจกลับมาเสมอ ๆ ... ตอนที่ออกเดินทางจำได้ว่า พ่อเราแทบจะไม่เป็นห่วงเลย กลับมาเล่าให้ฟังว่าไป โน่น นี่ นั่น ... กลับกลายเป็นว่า พ่อภูมิใจในตัวเรามากๆ ที่สามารถเอาตัวรอดได้
เราคิดว่า การที่เราเดินทางคนเดียวได้ ทำให้เราได้รับความไว้ใจจากพ่อมากขึ้น ตั้งแต่ที่กลับมาเล่าให้พ่อฟัง ว่าไป ปราก ไปดูบอลที่เบอร์ลิน ไปเยอรมัน บลา ๆๆ ... พ่อก็ไม่ค่อยเป็นห่วงเราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
... ทริปต่อไป ... เราคิดว่าจะพาพ่อกับคุณหลานชายไปเที่ยวสิงคโปร์ด้วยกัน




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 6 ธันวาคม 2554 21:14:45 น.
Counter : 288 Pageviews.  

Walked @ Hong Kong_2010

Walked @ Hong Kong_2010

เป็นการเดินทางไปฮ่องกงเป็นครั้งที่สามแล้ว
ครั้งนี้ได้โปรฯ 0 บาท จองเป็นปีจนเกือบลืม ไปกลับสองคนก็หกพันพอดี ถูกกว่ากลับอุดรฯอีกนะนั่น ทริปไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะแทบไม่มีเวลาให้ตื่นเต้นเลย งานยุ่งที่สุดเลยอ่ะ เดินทางศุกร์เย็นแต่ลางานบ่ายวันศุกร์ แถมคืนพฤหัสฯ เลิกงานดึกอีก แต่ยังงัยก็ไป ให้รางวัลกับชีวิต ...

ออกเดินทางไปกับ พี่หมาดำ สุดเลิฟ



ทริปนี้ ตั้งใจไป Hong Kong Disneyland รอบสอง กับ Shopping อย่างเดียว ไม่เน้นเที่ยว อีกอย่างสงสัยกันมากมายว่า สองปีผ่านไป Disneyland จะเปลี่ยนไปบ้างมั้ย ... เด๋วมาเฉลยเน้อ

เกือบไม่ทัน Check In มัวแต่รอรถตู้ แบบว่า งก ไม่อยากนั่ง Taxi จะเอารถไปจอดก็มีปัญหาเรื่องที่จดรถอยู่ ยังผ่อนไม่หมด เด๋วแย่

ที่ Gate @ สุวรรณภูมิ ..



ถึงที่พักเกือบๆสี่ทุ่ม พี่หมาดำมีปัญหากับ ตม.เล็กน้อย มาครั้งก่อนก็เป็น ครั้งนี้ก็เจออีก สงสัย ตม. จะติดใจขนาดเคยมาแล้วยังถามน๊าน นาน

พักที่ Free Walker Guesthoue .. คุณแอน ขยายกิจการซะใหญ่โตเชียว
ยินดีด้วยนะคะ ที่กิจการดีวันดีคืน

คืนนี้เหนื่อยมากมาย เพราะตอนเช้าเร่งเคลียร์งานกัน วันนี้เลยตกลงว่าจะนอนพัก เก็บแรงไว้ตะลุย Disneyland กัน ... เดินไปซื้อ Mc คนละชุด จะว่าไปมาพักย่าน MongKok นี่ก็ดีนะ สะดวกสบายดี



ตื่นเช้า มุ่งหน้าสู่ Disneyland ... ซื้อ MTR 1 day pass ราคา 55 HK$ ไม่จำกัดเที่ยว โชคดีที่มีโปรโมชั่น ใช้ลดราคาค่าตั๋วได้ 30 HK$ โชคดีไป

นั่ง MTR จาก Mong Kok ไป Lai King แล้วก็เปลี่ยนสายไป Tung Chung
ต่อไป SunnyBay แล้วก็ Disneyland Resort โลด ...

ในรถไฟ ... ยังเหมือนเดิม ... น่ารักดีเนาะ(รถไฟ)



รถไฟด้านนอกก็น่ารักดี ถ่ายรูปกะรถไฟ+รองเท้า+ เป้ในตำนาน



อากาศครึ้มเมือนฝนจะตก แต่แดดมันเป็นแบบแสบๆตา ดีนะพกแว่นกันแดดไปด้วย



หลังจากใจกล้า Post ท่านี้ สาวๆคนอื่นก็ทำตามกันใหญ่ อิ อิ



The many adventures of Winnie the Pooh อันนี้น่ารักสุดแล้ว





น่ารักอ่ะ (หมีพูห์)



ม้าหมุนกระชากวัย



บ่ายๆฝนตกนิดๆ ฝนหยุดแล้วแดดร้อนมาก พกชุดไปเปลี่ยนด้วย เผื่อฝนตก
บรรยากาศฟ้าหลังฝน ... สดใสซาบซ่า .......



เดินเล่นโน่น เล่นนี่ ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็หยุดพักหาไรกิน ชิลๆ



ช่วยด้วย !!! มังกรพ่นไฟ !!!



แวะช็อป ... ตั้งสติก่อนซื้อ ไม่งั้นหมดตูดแน่ รู้สึกจะหมดไป 300HK$ ได้มั้ง พี่หมาดำปล่อยให้เข้าไปร้านคนเดียว เพราะรู้ว่าเราอยากซื้อ พอออกมา บอกว่าหมดไป 300HK$ งงใหญ่เลย เพราะคิดว่าเราจะซื้อเยอะ จริงๆก็อยากได้นะ แต่ว่าเสียดายตังค์อ่ะ ราคาแพงขึ้นด้วย พวกพวงกุญแจเคยซื้อราคาเริ่มต้น 45 HK$ แต่ตอนนี้ 60 HK$ ซะแล้ว



เดินไปเดินมา จะห้าโมงเย็นละ มากันตั้งแต่ 10:00 น. ตอนแรกกะจะรอดูพลุ แต่ไม่ไหวกัน รู้สึกว่า ขาจะหลุดอ่ะ

กลับกันดีกว่านะ



--------------วันที่สอง------------------

ฝนตกทั้งวันเลย เราก็เลยตัดสินใจว่า จะหลบฝนในห้างกัน ก็เลยนั่ง MTR ไปเดินเล่นดูบรรยากาศ ชิล ๆ หาไรกินในห้าง แต่ฝนนี่ดิ ไม่เป็นใจเลย ...
เมนูนี้สำหรับพี่หมาดำ



เมนูนี้สำหรับน้องหมูขาว





ของที่ซื้อมา จริงๆแล้วตั้งใจไปชอป แต่ไม่ค่อยเจอของที่ถูกใจเลย
ได้มาอย่างที่เห็นนี่แหละ

- Long Champ SizeM หูสั้น ซื้อที่ Airport (HK) , 850HK$ จริงๆที่ขาเข้าสุวรรณภูมิก็มีนะ 3,800 THB ไม่ต่างกันเท่าไหร่



- Disneyland จริงๆมีพวกผ้าเช็ดหน้า ปากกา พวงกุญแจ แจกไปบ้าง ใช้ไปแล้วบ้าง รวบรวมมาถ่ายได้มาเท่านี้แหละ



- กระเป๋าน้อย Esprit 179 HK$ น่ารักดีอ่ะ ชอบ



- รองเท้าผ้าใบ 399 HK$ รองเท้าในตำนานคู่เก่าใช้มานานแล้ว ใกล้พังแล้ว ก็เลยหาคู่ใหม่มาสร้างตำนาน



- เสื้อแขนยาว Esprit สีสดใส 99HK$



- ถุงเท้า Giordano 10 คู่ 100HK$ .. แจกเองบ้างใส่เองบ้าง เหลือแค่นี้เอง จริงๆสีเจ็บๆก็มีนะ แต่ใส่ไปแล้ว สีทะมึนๆ นี่ของพี่หมาดำเค้า เราชอบใส่ถุงเท้าแบบดีๆ หนาๆหน่อย สบายเท้าดี



- Bossini ไม่มีที่ชอบเลย ได้เสื้อใส่เล่นประมาณนี้มาสองตัว ตัวละ 49HK$



สรุปแล้ว Disneyland ยังเหมือนเดิมเลย Golden Mickey ก็ยังเหมือนเดิม , 4D movie ก็เหมืนเดิม ...

See You AgaIn HoNg KoNg




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2553    
Last Update : 23 ตุลาคม 2553 20:26:50 น.
Counter : 447 Pageviews.  

Walked @ Hanoi_2009

Walked @ Hanoi_2009

ได้ตั๋ว โปร 0 บาท มาอีกละ ไปกลับคนละพันแปดเองมั้ง ...

-------- วันศุกร์ -----------

มุ่งหน้าสู่ ฮานอย ... เย้ เย้ เย้ ....



เดินทางเช้า ไปถึงที่พักก็ประมาณบ่ายๆ ฝนตกซะงั้น พอฝนซาๆ ก็ไปเดินเล่นกัน วุ่นวายน่าดู ... มอเตอร์ไซค์เอย จักรยานเอย สามล้อเอย ... ไม่สามารถข้ามถนนได้เอง ต้องอาศัยพี่หมาดำเดินจูงตลอดเลย วุ่นวายมากมาย

ปัจจัยในการเดินทาง ที่พักเป็นโรงแรมสองดาว ก็โอนะ พอได้อยู่ สำหรับเราที่เคยพัก Hostel แบบหอรวมก็รับได้ สบายมากมาย



วันเสาร์ จองทริปทัวร์ไปฮาลองเบย์ ออกเดินทางแต่เช้า เห็นเค้าบอกนั่งรถนานเลย แค่คิดก็เมื่อยแล้วอ่ะ ... ออกไปเดินสำรวจตลาดกัน แต่ไปได้ไม่นานก็กลับ ฝนตกอีกละ ... วันนี้ก็เข้านอนกันละกันนะ

แล้วเจอกัน ฮาลองเบย์ ...

---- วันเสาร์ ----------

ตื่นแต่เช้า ทำไมอากาศมันครึ้มๆ อย่างนี้น้อออ ...
บรรยากาศตอนเช้า ไม่วุ่นวายมากนัก รถยังไม่เยอะเลย
ถ่ายจากบนรถมินิบัส เลยไม่ค่อยชัดเท่าไหร่




นั่งกินแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เราก็ไปนั่งยองมาแล้ว ได้บรรยากาศไปอีกแบบ



บนรถก็มีเพื่อนร่วมทางเยอะเลย มีคนไทยทั้งหมด(รวม หมาดำ กับ หมูขาว) ศิริรวมแล้ว เจ็ดคน ... มีคู่แต่งงานหนึ่งคู่ น่ารักดี แล้วก็มีสาวสามคน พูดม๊ากมาก คำว่าพูดมากกับช่างพูดนี่มันต่างกันจริงๆนะ เรานั่งข้างๆสาว ญี่ปุ่นคนนึง เป็นนักเปียโน ชื่อ ยูริ น่ารักแต่ขี้อายไปนิด

เนื่องจากกฏหมายบ้านเค้า ขับรถได้ไม่เกิน 80 หรือ 90 km/hr ก็เลยทำให้การเดินทางช้ามากมาย ... แวะที่จุดพักรถ ก็มีรานค้าขายของที่ระลึก เราก็ไปเดินดูบรรยากาศโดยรอบ สวยดีนะ มันแบบว่าสดชื่นๆ เจอสองสาวปั่นจักรยาน ไม่รู้ไปไหนกัน



บรรยากาศหลังฝนตก สดชื่นสุดๆเลย



มาถึงท่าเรือแล้ว เรือจอดเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวก็เยอะจริงๆ เรือที่จะพาเราไปสู่ อ่าวฮาลอง .. ฟ้าครึ้มเชียว อากาศเย็นด้วย



ล่องเรือแล้วก็มีอาหารกลางวันให้ทานด้วย เรานั่งทานกับคู่แต่งงานคนไทย คุยกันถูกคอเชียว คู่นั้นเค้าก็ชอบเที่ยวเหมือนกัน น่ารักดี
ล่องเรือไปสักพัก ก็แวะเที่ยวถ้ำ ถ้ำไรไม่รู้แต่ดูเหมือนไม่เป็นธรรมชาติเลย มีเปิดไฟ สีๆ ภายในถ้ำด้วยอ่ะ ยูริกะน้องสาวตื่นเต้น อุทาน สุโค่ย ๆ กันใหญ่




ออกเดินทางกันต่อ ลมแรงแถมฟ้าครึ้มอีกต่างหาก



บรรยากาศบนดาดฟ้าเรือ สวยและสดชื่น อากาศดีมากๆ



จอดเรือให้ชมความงามกัน





สวยดีแต่รู้สึกเฉยๆ เพราะเดินทางไกลไปหน่อย แล้วก็นั่งเรือเฉยๆ มันไม่มีอะไรทำ ล่องเรือเสร็จก็นั่งรถกลับ เหนื่อยมากๆเลย ... กลับมาอาบน้ำ แล้วก็ออกไปหาอะไรกินกัน มื้อนี้ขอตามใจน้องหมูขาว เฝอแบบนั่งยอง ... อร่อยดี ได้บรรยากาศสุดๆ ... สงสัยหน้าตาเราจะเหมือนคนเวียดนามจริงๆ เพราะไปไหนก็มีแต่คนพูดภาษาเวียดนามด้วย กลมกลืนจริงๆ

เฝออออ สุดอร่อย



เสร็จแล้วก็ไปเดินซื้อกาแฟกัน หอมดีแต่พอดีเราไม่กินกาแฟ พี่มูดำก็เลยซื้อคนเดียวเลย กลับโรงแรม นอนหลับฝันดี


------ วันอาทิตย์ -----------

ตื่นแต่เช้า กะว่าจะไปรอคิวที่สุสานลุงโฮฯ เพราะเค้าบอกว่าคนจะเยอะ เมื่อคืนตอนกลับโรงแรม แวะคุยกับน้องเจ้าของโรงแรม เค้าสอนภาษาเวียดนามให้ด้วย ส่วนเราก็สอนภาษาไทยให้เค้า จดให้กันแบบ คาราโอเกะ เลยล่ะ ส่วนมากเราก็ให้เค้าสอนเรื่องตัวเลขกับการต่อรองราให้ น้องเค้ายังชมด้วยนะ ว่าเราออกเสียงเหมือนเจ้าของภาษาเลย

แต่ก็ไปสายจนได้ เพราะมัวแต่เดินหาตู้ ATM กดเงินแล้วก็เดินหา Taxi ไปที่สุสานลุงโฮฯ ไปถึงจนได้ แถวยาวมากๆเลย กว่าจะเข้ามาได้ ส่วนที่เป็นอาคารสี่เหลี่ยมก็คือสุสานของลุงโฮฯ ซึ่งจะต้องฝากกล้องไว้ ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด พอเข้าไปด้านใน รู้สึกขนลุกเลย มองไปเห็นร่างของลุงโฮฯนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงแก้วเปิดโล่ง รู้สึกเหมือนว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ เพียงแค่นอนหลับพักผ่อนเท่านั้นเอง โดยรอบโลงศพมีทหารยืนคุ้มกันรอบด้าน ทำให้รู้ว่า ชาวเวียดนาม รักและบูชาลุงมากแค่ไหน ...

ออกมาจากสุสานก็มารับกล้องที่ฝากไว้ แล้วก็ถ่ายรูปได้แล้ว



เดินเขาไปก็จะเป็นบ้านแบบนี้ น่าจะเป็นตึกทำงานของท่านนะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน



บ้านที่ลุงอาศัย สมถะ และเป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ คนเยอะเลยไม่ได้ต่อคิว



เสร็จแล้วก็เดินกลับกัน เราจะไปวัดกัน คู่แต่งงานคนไทยแนะนำมา ว่าต้องไปให้ได้ .......



ถึงวัดแล้ว ต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าชม เจอสาวเวียดนามคนนึงหน้าตาดี แต่งตัวไฮโซมาก ๆ แต่ไม่ยอมเข้าแถวซื้อบัตร มายืนแทรกแถวอยู่ได้ เราเลยบอกหล่อนว่า ขโทษคิวอยู่ด้านหลัง หล่อนก็ thank you แต่ยังยืนแทรกอยู่ จนเจ้าหน้าที่มาด่า เธอถึงยอมไป อะไรก็ไม่รู้เนาะ

บรรยากาศภายในวัด วันนี้เหมือนเด็กๆเค้าจะเรียนจบ แล้วมีพิธีรับใบประกาศฯแนวๆนั้น .. จะว่าไปให้เราไปใส่ชุดแบบนี้ก็คงกลมกลืนเหมือนกันเนาะ



เหมือนป่าว



ที่จ้องๆเนี่ย อ่านไม่ออกหรอกนะ



เสร็จแล้วก็เดินเล่นและหาข้าวกลางวันกินกัน ตอนเย็นก็ไปดูหุ่นกระบอกน้ำกัน น่ารักดีเหมือนกันนะ แต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ถ้าเราเปิดใจเราก็จะเห็นสเน่ห์ของประเทศนั้นๆ

นั่นเป็นเหตุผล ที่เราดิ้นรน เพื่อจะมีทริปไปต่างประเทศ ยังงัยล่ะ



จบจากดูหุ่นกระบอกน้ำ ก็มาแวะซื้อของฝาก ร้านนี้เจ้าของร้านน่ารักดี พูดไทยได้ด้วยนะ ...



ส่งท้ายด้วยรูปนี้
แทบจะแยกไม่ออกว่าคนไหนสาวไทย คนไหนสาวเวียดนาม




ใครมีโอกาสไปฮานอย ก็อย่าลืมไปอุดหนุนพี่สาวคนนี้ด้วยนะคะ


จบทริปแล้วจ้า




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2553    
Last Update : 23 ตุลาคม 2553 22:32:28 น.
Counter : 356 Pageviews.  

Walked @ Hong Kong_2008

Walked @ Hong Kong_2008

ลงเรื่องย้อนหลังหน่อยนึง ทริปนี้ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ปี 2008 โน่นเลย
พอดีช่วงปี 2007 บริษัทให้ไปดู exhibition ที่โน่น สองสามวัน แต่ไม่ได้ไปไหนเท่าไหร่ ทำงานอย่างเดียว ก็เลยตั้งใจจะไปอีกรอบ .. คราวนี้ ไปกับพี่หมาดำจ้ะ เป็นทริปแรกที่ไปตะลุยต่างประเทศด้วยกัน

บิน One to Go .. ตั้งแต่สมัยโน้นก่อนที่จะยกเลิกเที่ยวบินนอกประเทศ ไปกลับก็ 5,200 THB แต่เวลาไม่ค่อยดี ถึงดึกแล้วก็ออกจากโน่นเช้าเลย แต่ไม่ซีเรียส เพราะชอบราคาถูก

เที่ยวบินรอบเย็นเลย ถึงโน่นก็ดึกเลย



ผ่าน ตม. ก็นั่งรถบัสไป Mong Kok เจอเรื่องน่าประทับใจ ตอนลงรถงงมากมาย ลองนึกภาพตอนที่ลงจากรถ แล้วไปเจอตึกเยอะแยะ คนเดินขวักไขว่ งงไปพักนึง แล้วก็มีนางฟ้าเดินมาหา เธอเดินมาถามเพราะสังเกตเราสองคนตั้งแต่บนรถแล้ว (สงสัยท่าทางบ้านนอกเข้ากรุงสุดๆ) แล้วก็พาเราเดินไปหาที่พัก พร้อมทั้งโทรถามทางให้ด้วย แต่ตอนนั้นที่ Hostel ไม่รับสาย เค้าก็เลยเดินไปส่งที่ชั้นล่างตึกแล้วก็ลาไปเพราะมีนัด เห็นบอกว่าเพิ่งกลับจากเล่นสงกรานต์ที่เมืองไทย .. น่ารักมากเสียดายไม่ได้ถ่ายรูปหรือขอเมล์ไว้ .. น่ารักขนาดที่ว่า ผ่านไปประมาณเกือบชั่วโมงน้องเค้ายังโทรมาถามที่ Hostel เลยว่า มีคนไทยสองคนเข้าไป check in หรือยัง .. น่ารักจริงๆเลย


กว่าจะจัดการโน่น นี่เสร็จ ก็เกือบๆเที่ยงคืนละ พักผ่อน เพราะจะไปไหว้พระใญ่ กะ Disneyland กัน ...

------- เที่ยววันแรก ---------

ไปไหว้พระใหญ่กัน นั่งกระเช้าด้วย อากาศสลัวๆ ลมนิดๆ นั่งแล้วได้อาราณ์มากมาย เวลาลมพัด กระเช้ามันก็จะ แกว่งๆ

บรรยากาศบนกระเช้า ...



กำลังจะเดินขึ้นไปไหว้พระใหญ่ โอ้วว ... เมื่อยขาเหมือนกันนะเนี่ย



ถึงแล้ว .. แฮ่ก ๆ รูปนี้เน้นองค์ประกอบ ไม่เน้นคน



เดินลงมาที่ด้านล่าง แล้วก็ไปต่อที่ Wisdom Path
อากาศครึ้ม ๆ เหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่ตก



แล้วก็ไปต่อกันที่ Disneyland โดยรถไฟ MTR
คนไทยแท้ ถ่ายรูปกับป้ายไว้เป็นที่ระทึก



Mickey โต้คลื่น มีระบบแบบว่า ขึ้นลงๆ ตรงน้ำที่พ่นมาจากปลาวาฬด้วย



Mickey & Minnie Mouse



Princesses ... acting สุดยอด หามาจากไหนวะเนี่ย เหมือนมาก ๆ



ขบวนพาเหรด Mickey & Minnie ปิดท้ายขบวน น่ารักมากเลย แล้วนักแสดงในขบวนก็แบบว่า หน้าตายิ้มแย้ม ดูแล้วมีความสุขไปด้วย เค้าถึงว่า บรรยากาศสวนสนุกเหมือนโลกแห่งความฝัน



แนะนำ Space Mountain เลยนะ ต้องลองแบบว่า ได้อารมณ์สุดๆ
เดินกันจนเหนื่อย กะว่าจะรอดูพลุ แต่ก็ไม่สามารถรอได้ พลังงานหมด ก็เลยตกลงกันว่าจะกลับ ... เมื่อยขามากๆเลย กลับไปต้องแช่ขาในน้ำอุ่น ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย แล้วก็ไปเดินชอปกัน .. บรรยากาศคึกคักน่าดู



ผ่านไปหนึ่งวันกับขาที่ปวดหนึบ หลับเป็นตายยยย

------- เที่ยววันที่สอง ---------

ตื่นแต่เช้าพร้อมอากาศอึมครึม นั่ง MTR มาลงที่ Tsim Sha Tsui วันนี้จะข้ามฝั่งไปเที่ยวฮ่องกง เดินทางโดย Octopus และ MTR 1 day pass

บรรยากาศ Victoria Harbour มืดครึ้ม ไม่มีแดดแม้แต่นิด แถมลมแรงสุดยอด ผมปลิวสะบัดอย่างรุนแรง .........



รอยนิ้วมือของพี่เฉินหลงและพี่ Jet Lee ที่ Avenue of Stars





นั่งเรือเฟอร์รี ข้ามไปฝั่งฮ่องกง จริงๆนั่ง MTR ไปได้เหมือนกัน แต่เพื่อบรรยากาศ เราก็เลยนั่งเรือกัน ...



ข้ามมาที่ฝั่ง Central แล้ว เรากำลังจะไป The Peak กัน มายืนรอรถบัสสาย 15C เพื่อไปขึ้น Peak Tram ... สวมบทนักท่องเที่ยวเต็มที่



ขึ้นรถบัสแล้ววว ... เป็นรถบัสสองชั้น นั่งด้านบนบรรยากาศดีมากมาย
ไม่มีแดด ลมแรง สบาย สดชื่นนนน



เห็นเค้าลงจากรถบัสเราก็ลงตาม แล้วก็เดินเข่าไปที่สถานีเพื่อขึ้น Peak Tram เราสองคนมีบัตร Octopus ไม่ต้องไปซื้อตั๋ว ไปยืนรอรถรางได้เลย บรรยากาศบนรถราง เด็กๆ เต็มไปหมดเลย เริ่มเห็นตึกสูงๆแล้ววว



อากาศไม่ค่อยดี ฝนตกนิดๆก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปฮ่องกงจากมุมสูง
ก็เลยมาถ่ายรูปคู่กะอาจารย์บรูซ ลี



แล้วก็เลือกวิธีนั่งรถเมล์กลับ แบบว่านั่งนานมาก สองข้างทางก็จะมีบ้านหลังใหญ่ๆ รถหรูๆ เยอะเหมือนกัน เค้าบอกว่า บ้านยิ่งสร้างบนสูงแสดงว่ารวยมาก ....... เสร็จแล้วก็นั่ง MTR 1 กลับฝั่งเกาลูนไปที่ Chi Lin Nunnery เป็นสำนักชี มาถึงตอนนี้เมื่อยขามากๆ แต่ก็สู้ต่อไป



เสร็จแล้วเราก็เดินเล่นกันแล้วก็กลับห้อง แช่ขาในน้ำอุ่น แล้วก็ออกไปเดินซื้อของที่ Tsim Sha Tsui แล้วก็จะไปดู SOL ที่ Victoria Habour กัน ก่อนสองทุ่มก็เดินชอปไปเรื่อยๆ



มานั่งชิลๆ รอดู SOL กัน บรรยากาศสุดยอดมากๆ ดีนะที่ฝนไม่ตก
สบายใจ ... สดชื่น



รอบๆอ่าว มีงานแสดงด้วย สวยมากเลยเป็นแท่งไฟ ลักษณะคล้ายๆ equalizer แล้วก็จะเคลื่อนไหวแล้วก็เปลี่ยนสีตามจังวะเพลง ... เราอ่าน London Diary ของพี่นิ้วกลม เห็นพี่เค้าก็ไปดูประมาณนี้ที่ลอนดอน น่าจะเป็นอันเดียวกันแน่ๆ



ช่วงที่ไปเค้ามีพิธีส่งมอบคบเพลิงโอลิมปิคด้วย ก็เลยมีตุ๊กตาพวกนี้อยู่รอบๆ



เราว่าหน้าตาเราก็เหมือนคนจีนนะเนี่ย ไปไหนมาไหน แม้กระทั่งซื้อของเค้าก็พูดภาษาจีนด้วย

วันรุ่งขึ้นเราก็เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณมากมายสำหรับประสบการณ์ดีๆ





 

Create Date : 20 ตุลาคม 2553    
Last Update : 24 ตุลาคม 2553 19:09:35 น.
Counter : 240 Pageviews.  


kornnapas
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบเที่ยวเป็นอันดับหนึ่ง ... เรารักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ เหมือนเป็นการค้นหาตัวเองและได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ เพราะหน้าที่ การทำงาน และความรับผิดชอบ ทำให้มีข้อจำกัดในการเดินทางท่องเที่ยว แต่เราก็ยังมีความฝันและจะเดินทางต่ไป

อ่านหนังสือเป็นอันดับสอง ... ชอบหนังสือแนวๆบันทึกการเดินทาง เพราะเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทาง

อันดับสาม ... K POP และ Series Korea เป็นการคลายเครียดส่วนตัว ^_^
Friends' blogs
[Add kornnapas's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.