Group Blog
 
All blogs
 
"หมดไฟ"






เรื่องเล่า...วันหมดไฟ (ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต) 



ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือโชคชะตา (กรรม) ก็ไม่อาจจะรู้ได้...วันที่ 26/01/2560 ฉันตั้งใจจะเขียนบล๊อกแต่กลับมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น...เสียงสะอื้นจากน้องที่ปลายสาย...สะท้อนความทุกข์และความเจ็บปวดภายในใจ มันทำให้ฉันคาดเดาได้ว่า...คงมีเรื่องอะไรที่ร้ายแรงขึ้นแล้ว...เสียงจากจิตใต้สำนึกตะโกนเรียกชื่อ " แม่ เกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับแม่แน่แล้ว

ฉันเดินทางจากกรุงเทพไปโรงพยาบาลที่จังหวัดสกลนครด้วยความรู้สึกที่เป็นทุกข์ มันช่างแตกต่างกับความรู้สึกที่กลับบ้านตอนปีใหม่ยิ่งนัก พี่น้องและญาติๆ อยู่ที่นั่น จากสีหน้าหวาดหวั่นของทุกคนสามารถบอกฉันได้โดยไม่ต้องเอ่ยอะไร

ฉันเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยหนักภาพที่ฉันเห็น...แม่อยู่ตรงนั้นบนเตียง...แม่เหมือนนอนหลับอยู่ น้องสาวของฉันเปิดธรรมะให้แม่ฟังเบาๆ แม่ไม่ขยับร่างกาย ไม่ลืมตา มีท่อช่วยหายใจและสายน้ำเกลือต่อระโยงระยาง การที่ฉันเห็นภาพแม่อยู่ในสภาพแบบนั้นทำให้น้ำตาฉันไหลโดยไม่รู้ตัว ฉันก้มกราบเท้าแม่และเดินไปกระซิบที่ข้างหูว่าฉันมาหาแม่แล้ว ฉันจับมือแม่ มือแม่เย็นเฉียบ ฉันกุมมือเเม่ไว้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่แม่ เหมือนกับที่แม่เคยทำให้ฉันเมื่อครั้งตอนเด็ก

ณ. ช่วงเวลาตอนนั้นฉันเชื่อว่าปาฏิหารย์จะต้องเกิดขึ้น ฉันอยากให้แม่ลืมตาขึ้นและบอกฉันว่าเเม่ไม่เป็นไร แต่ความจริงก็คือความจริง เหมือนกับคำพูดของแม่ที่สอนฉันว่า " ชีวิตนี้สั้นนัก...ความเชื่อและความถือมั่นของเราเอาชนะสัจธรรมแห่งชีวิตไม่ได้ " ถึงแม่จะกลัวความพลัดพรากและความตายมากมายเพียงใด แต่มันจะต้องเกิดขึ้นลูกรักดังนั้นเราต้องเตรียมใจและเข้าใจถึงความจริงข้อนี้

ข้อมูลความจริงทางการแพทย์ช่างโหดร้าย หมอแจ้งว่าเส้นเลือดใหญ่ในสมองของแม่แตก" อาการของแม่รุนแรงเกินกว่าที่จะผ่าตัดได้ แม่ไม่สามารถหายใจได้เอง ถ้าหากถอดเครื่องช่วยหายใจ อาการของแม่จะทรุดลงและจากฉันไปอีกในไม่ช้า 
ทุกคำพูดแห่งความจริง นั้นมันทำให้ฉันปวดร้าว ฉันบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ รับรู้แต่เพียงว่า เเม่กำลังจะตาย"  คำพูดนั้นเหมือนมีดคมๆ กรีดใจฉันออกเป็นชิ้นๆ และเสียดแทงเข้าไปในสมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กองไฟในชีวิต ที่เคยโหมกระพือ มอดดับลง เหมือนมีใครเอาน้ำเย็นมาราด  ความอบอุ่นในใจของฉันมันจางหายไปหมด ความรู้สึกหนาวในใจ มันหนาวเหน็บมากกว่าอากาศข้างนอกยิ่งนัก

ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิต ทั้งๆ ที่แม่ก็เคยบอกไว้ว่า สัจธรรมในชีวิต แม่เคยประสบมาแล้ว 3 อย่าง เหลือเพียงอย่างหนึ่งที่แม่ไม่เคย...คือความตาย ที่แม่ยังไม่เคยพบ...ลูกรู้ใช่มั๊ยสักวันมันต้องเกิดขึ้น...เมื่อมีชีวิตย่อมมีวันที่ไม่มีชีวิต เมื่อมีเกิดก็ต้องมีตายมันเป็นความจริงที่ลูกจะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

ระหว่างที่ฉันนั่งรอเวลาให้ผ่านวันที่ 26 ไป...สมองของฉันย้อนภาพเเละเรื่องราวต่างๆ ของแม่ออกมา...ความทรงจำล่าสุดคือตอนปีใหม่...ฉันยังได้กราบเท้าแม่ เเม่อวยพรขอให้ฉันมีความสุขและประสบความสำเร็จ...ภาพวันนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของฉัน ครอบครัวของเราอยู่กันพร้อมหน้า แม่มีความสุขมาก 

นาฬิกาบอกเวลา ใกล้แปดโมงเช้าของ วันที่ 27 มกราคม 2560 ผลการตรวจของแม่อยู่ในระดับต่ำสุด คือไม่รู้สึกและไม่ตอบสนองต่อการทดสอบใดๆ พยาบาลแจ้งว่า คุณหมอกำลังจะเข้ามาตรวจแม่ เมื่อคุณหมอตรวจเสร็จ  ฉันถามคุณหมอว่าหากฉันจะขออนุญาตพาแม่กลับบ้านจะได้หรือไม่? คุณหมอตอบว่าได้ตามความประสงค์ของญาติ...สาเหตุที่ฉันตัดสินใจอย่างนี้ก็เพราะเเม่เคยบอกไว้ว่าถ้า ถึงที่สุดแล้วขอให้ลูกพาแม่กลับบ้าน แม่รู้ว่ามันยากแต่ลูกต้องส่งแม่ให้สุดทางลูกรัก 

เมื่อทำเรื่องขออนุญาตหมอเสร็จ ฉันให้น้องไปซื้อพวงมาลัย ดอกไม้ เพื่อมากราบเเม่ และแล้วเมื่อ 10.00 น. ของวันที่ 27  พวกเรา 3 คนพี่น้องช่วยกันพาแม่เดินทางออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน 

" บ้าน" เป็นสถานที่ ที่แม่รักและผูกพันที่สุด การเดินทางครั้งนี้ของแม่กำลังจะสิ้นสุดลงแล้วและเมื่อเวลา  11.39 น. แม่ก็จากเราไปอย่างสงบ ท่ามกลางผู้คนที่รักแม่และแม่รัก ณ.บ้านของเรา 

แม่เคยบอกว่าในชีวิตแม่นี้เดินทางมาก็มาก เดินทางใกล้-ไกลก็เยอะ...ลูกอย่าห่วงแม่เลย แม่สบายดี...แม่จ๋าแต่การเดินทางของแม่ครั้งนี้ ลูกไม่มีทางรู้เลยว่าเเม่จะสบายดีจริงหรือไม่หรือเป็นอย่างไร เเต่ด้วยอานิสงส์ของการทำบุญของแม่ ลูกเชื่อว่าคงส่งแม่ไปสู่สุคติภูมิและมีความสุขอย่างที่เเม่บอกลูกไว้...คำสอนของแม่ ความดีของแม่ ความรักของแม่จะยังอยู่เป็นเชื้อไฟในชีวิตลูกต่อไป ดังที่แม่เคยบอกไว้ หากกองไฟในชีวิตลูกดับ จงหาเชื้อไฟแล้วจงก่อขึ้นมาใหม่ 

ในชีวิตเราจะมีเรื่องและปัญหาทำให้กองไฟดับได้หลายครั้ง แต่ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่มันดับ แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะทำให้มันลุกโชนขึ้นมาได้อย่างไร แม่จะเปรียบเทียบให้ลูกเห็นง่ายๆ เมื่อลูกเริ่มหัดเดินตอนเป็นเด็ก 

" หากลูกล้ม แล้วยังลุกขึ้นยืนไม่ได้ ให้ลูกนั่ง 
หากลูกนั่งแล้วยังลุกเดินไม่ได้ให้ลูกคลาน 
หากเมื่อลูกคลานจนเบื่อแล้วลูกจงเดิน 
และเมื่อลูกพร้อมแล้ว...ลูกจงวิ่ง"

แด่แม่ของฉัน...ผู้หญิงที่ให้ชีวิตฉัน ผู้ที่ตั้งชื่อให้ฉัน ผู้ที่สอนฉันให้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกและผิด 
ผู้ที่สอนเรื่องยากๆ ให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ผู้หญิงที่สอนให้ฉันยิ้มได้ในวันที่ร้องไห้...และอีกหลายสิ่งมากมายในชีวิตของฉัน ทั้ง อดีต ปัจจุบันและอนาคต 

ปล. แม่บอกว่าจงคิดถึงแม่ตอนที่มีชีวิตลูกรักลูกจะได้ไม่เศร้า อย่าคิดถึงตอนแม่ตายแต่ถ้าหากคิดถึงแม่มาก ให้มองที่กระจกแล้วลูกจะพบว่าแม่อยู่ในตัวลูกเพราะหน้าตาเราเหมือนกัน แม่จะอยู่ในสมอง ในชีวิตและในใจลูกตลอดไป ตราบที่ลูกยังหายใจและมีชีวิต (แม่จ๋าลูกสัญญาว่าลูกจะทำต่อไปตามคำที่แม่สั่งสอน ขอให้แม่ไปสู่สุคติ รักแม่ตลอดไป)   


By sakormaree 
(Sa ย่อมาจาก ศศิธร เเม่บอกว่าลูก เกิดแรม 14 ค่ำ ในคืนเดือนมืด สาเหตุที่ตั้งชื่อนี้ให้เพราะความหมายของชื่อนี้คือพระจันทร์ ดังนั้นลูกอย่ากลัวความมืด...จงเป็นพระจันทร์ที่สว่างแม้ในคืนเดือนมืด)





Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 19 มีนาคม 2560 11:21:25 น. 3 comments
Counter : 60 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ขอแสดงความเสียใจเรื่องคุณแม่ด้วยนะคะ..

แต่ท่านยังอยู่ในใจของลูกๆตลอดมา

คุณแม่ของอ้อมแอ้มก็จากไป 4 ปีกว่าแล้ว..

ลูกๆยังคิดถึงพระคุณแม่อยู่เสมอมาคะ..



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:28:12 น.  

 
เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปนะคะ sa ^


โดย: PAEW IP: 223.206.241.56 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:9:24:41 น.  

 
เขีียนได้ดีมากเพื่อน


โดย: เล็ก IP: 49.230.20.61 วันที่: 21 พฤษภาคม 2560 เวลา:8:21:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Sakormaree
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




***เราไม่สามารถ Recycle เวลาได้ และชีวิตเรามันสั้น ควรใช้มันอย่างมีคุณค่า ดังนั้นจงบอกตัวเองว่า Never give up = อย่ายอมแพ้***

***พราะบาดแผลในชีวิต ไม่มียากับพลาสเตอร์ปิดแผลดังนั้นจึงใช้การเขียน Blog ช่วยเยียวยาจิตใจ และเตือนตัวเองให้รู้ว่าตัวเองเดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว ***

***เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ....
ชื่นชอบการอ่าน....รักงานเขียน...
การเดินทางในชีวิต...ทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ ***

= + = + = + = + = + = + = + = + = + = +

ยินดีและขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน Blog ของ Sakormaree นะคะ

= + = + = + = + = + = + = + = + = + = +




New Comments
Friends' blogs
[Add Sakormaree's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.