More Than I can Say
Group Blog
 
All Blogs
 
คำพูดของพ่อ

พ่อของผมไม่สบายมาก หกล้มในขณะที่กำลังซ่อมจักรยานให้หลาน
พ่อไม่สามารถเดินและช่วยตัวเองได้ ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา
ตอนนั้นผมทำงานอยู่กรุงเทพ
ผมกลับบ้านพาพ่อไปหาหมอ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณแต่ไม่หาย
และต่อมาพ่อก็ลิ้นแข็งแล้วพ่อก็ไม่พูดอีกเลย แต่พ่อยังเข้าใจที่ผมพูด รวมถึงสามารถตอบรับหรือปฏิเสธด้วยการพยักหน้าหรือส่ายหน้าได้
ที่บ้านอยู่ใกล้คลอง ตอนที่พ่อแข็งแรงเวลาไปอาบน้ำที่คลองข้างบ้านตอนเย็น พ่อจะลงข่ายทิ้งไว้
ตอนเช้าถึงแม้จะหนาวเราจะมีปลากินกันตลอด
ตัวเล็กทอด ตัวใหญ่แม่จะต้มกับน้ำปลาร้าแล้วเอามาตำน้ำพริก
น้ำพริกปลาร้าจึงเป็นอาหารคู่บ้านมาตั้งแต่เกิด
ตอนนี้พ่อป่วยเลยไม่ได้กินกันอีก
วันผมจะกลับกรุงเทพมาถึง
ผมซื้อส้มเขียวหวานมาที่บ้าน แกะกินแล้วรสชาดหวานอมเปรี้ยวอร่อยมาก
ก็เลยคั้นเป็นน้ำส้มให้พ่อ ก็คั้นรวดเดียวทั้งถุงเลย กะว่าถ้าพ่ออยากกินจะได้ไม่ต้องคั้นบ่อยๆ
ได้น้ำส้มสองแก้ว
แก้วแรกพ่อกินหมด เลยบอกพ่อว่ายังมีอีกนะพ่อจะกินอีกไม๊
พ่อพยักหน้า และแก้วที่สองก็หมดอีก
โถพ่อครับ นี่พ่อคงหิวน้ำ แต่ด้วยความที่พูดไม่ได้เลยไม่มีใครหาให้กิน
แล้วนี่พ่อหิวมานานเท่าไหร่แล้วล่ะนี่
ผมเข้าไปลาพ่อกับแม่เพื่อที่จะกลับกรุงเทพ
แม่ประคองพ่ออยู่ในท่าเอนหลังผมไหว้แม่ แม่ก็อวยพรให้
หันไปไหว้พ่อบ้าง
เงียบ
ผมเลยพูดเล่นๆกับพ่อว่า พ่อ..ผมจะกลับกรุงเทพแล้วนะ อยากไห้พ่ออวยพรให้หน่อย
รู้ทั้งรู้ ว่าพ่อพูดไม่ได้ ผมก็ยิ้มๆไม่ได้คาดหวังอะไรนัก เป็นการพูดเล่นกับพ่อมากกว่า
มองเห็นเหมือนพ่อกำลังกลืนน้ำด้วยความลำบาก
และสิ่งที่พ่อพยายามพูดอยู่ตอนนั้น
พ่อพุดว่า "โชคดีนะลูก"
มันไม่ชัดหรอก แต่มันกินใจคนฟังอย่างผมเหลือเกิน
เพราะว่าพ่อไม่ค่อยสบาย เสียงที่พ่อพูดจึงไม่ดังมาก
แต่มันก็ดังมาจนกระทั่งถึงวันนี้
ตอนนี้พ่อไปสบายอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว ผมอยากจะบอกให้พ่อรู้เหลือเกินว่า

คำพูดของพ่อวันนั้น
มันเพราะมาก




Create Date : 23 ธันวาคม 2555
Last Update : 23 ธันวาคม 2555 15:32:05 น. 1 comments
Counter : 349 Pageviews.

 
อ่านแล้วน้ำตาซึมด้วยเลยค่ะ ซึ้งมาก ทำให้เราคิดถึงพ่อกับแม่ที่สุดในโลกเลยตอนนี้ รวมถึงตากับยาย นึกถึงสมัยเด็ก ๆ ที่เวลาไปเยี่ยมตากับยายที่บ้านพร้อมหน้ากันทั้งครอบครับ แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ชีวิตคนเราและครอบครัวมันเหมือนต้นไม้ดี ๆ นี่เอง ที่พอเริ่มมีครอบครัวก็แตกกิ่งก้านสาขา ออกดอกออกผล แต่แล้ววันหนึ่งแต่ละต้นก็ใบร่วง แห้งเหี่ยว และตายไปตามกาลเวลา คิดถึงบ้านจังเลย ขอบคุฯที่นำความรู้สึกดี ๆ มาแชร์ เราอ่านแล้วก็ซาบซึ่งในความรัก เรารับรู้ได้ว่าคำพูดที่คุณได้ยินในวันนั้น มีความไพเราะ และเต็มไปด้วยพรอันประเสริฐจริง ๆ ค่ะ


โดย: Santie's journey วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:20:28:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Muhin
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Muhin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.