..ผลงานของ อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ 01..

ผลงานเรื่องต่าง ๆ

ผลงานของฮิโรชิ และอะบิโคะมีไม่น้อยกว่า 29 เรื่องด้วยกัน บางเรื่องได้รับการตีพิมพ์เป็นฉบับรวมเล่ม ส่วนบางเรื่องนั้นอาจจะตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูน โดยอาจจะแบ่งตามนามปากกา (ไม่ครบทุกเรื่อง) ได้ดังนี้

ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ

ผีน้อยคิวทาโร่ (1964-1969, 1971-1974; ghost Q-taro; オバケのQ太郎)



โชตะ เจอไข่ประหลาด ขณะกำลังเล่นเป็นนินจาอยู่ในป่าใกล้ๆ บ้าน เขาทำให้ไข่ใบนั้นแตกสิ่งที่ออกมาจากไข่เป็นผีชื่อ คิวทาโร่ ในตอนแรกๆ โชตะไม่ยอมรับคิวทาโร่แต่หลังจากที่คิวทาโร่ช่วยให้โชตะรอดพ้นจากการถูกรังแก โชตะจึงเป็นเพื่อนกับคิวทาโร่และขอพ่อแม่ให้คิวทาโร่มาอาศัยอยู่ด้วยที่บ้าน

ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ

2. ปาร์แมน (1966-1968, 1983-1986; パーマン)



ซึวะ มิซึโอะ บังเอิญได้พบกับบาร์ทแมน มนุษย์จากดาวซุปเปอร์แมนที่ออกเดินทางมายังโลกมนุษย์เพื่อค้นหาเด็กที่จะมอบหมายภารกิจให้ปกป้องโลก ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน โดยบาร์ทแมนได้ให้เสื้อคลุม หมวก และตราสัญลักษณ์กับมิซึโอะไว้เพื่อให้เขากลายเป็นปาร์แมน ผู้ผดุงความยุติธรรม ที่สามารถเหาะได้ มีพลังมหาศาล โดยได้รับความช่วยเหลือจากปาร์แมนเบอร์ 2, ปาร์โกะ, ปาร์ยัง และ ปาร์แมนเบอร์ 5 ในการขจัดเหล่าร้าย

3. 21 เอมอน (1968-1969, 1981; the 21st-generation boy; 21エモン)



21 เอมอน ทายาทรุ่นที่ 21 ของโรงแรมซึสึเรยะ โรงแรมเล็กๆ เก่าคร่ำคร่าที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ซึ่งถูกบังคับจากพ่อที่จะให้รับช่วงดำเนินกิจการโรงแรมต่อแต่ตัว 21 เอมอนเองมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ ต่อมาเขาได้พบกับมอนก้า สัตว์ประหลาดต่างดาว และโกโรสุเกะ หุ่นยนต์ขุดมัน จึงวางแผนที่จะพากันออกไปผจญภัยในอวกาศอันกว้างใหญ่

4. โมจาโมจาลุยจักรวาล ( 1969-1970 )



อามาโน่ โชราโอะ หนีออกจากบ้านตามการชักชวนของมนุษย์ต่างดาว โมจาร่า และ หุ่นยนต์ดอนโม่ แต่การหนีออกจากบ้านครั้งนี้ของทั้งสามคนกลับกลายเป็นการผจญภัยไปในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ ไปยังดาวที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็น ซึ่งหลายครั้งหลายคราวที่ต้องผจญภัยชนิดแทบเอาชีวิตไม่รอดแต่ก็นำมาซึ่งประสบการณ์ชีวิตที่ยากจะลืมเลือน

5. เจ้าชายจอมเปิ่น (1969; the Ume Planet prince; ウメ星デンカ)



ดาวอุเมะได้เกิดระเบิดขึ้นประชากรบนดาวจึงพากันหนีออกมาโดยใช้ยานอวกาศรูปไหเดินทางหาที่อยู่ใหม่ในอวกาศ พระราชา พระราชินี และคิงเกอร์ พระโอรสของดาวอุเมะ ได้เดินทางมาถึงโลก ขณะเดียวกับที่ ทาโร่ เด็กชายที่พบไหประหลาดใบนี้โดยบังเอิญ ครอบครัวชาวอุเมะจึงพักอาศัยกับทาโร่เป็นการชั่วคราว เรื่องราวอลหม่านจาก เวทย์มนต์และของวิเศษของชาวอุเมะจึงสร้างความปวดหัวให้กับครอบครัวทาโร่ไม่เว้นแต่ละวัน

6. โดราเอมอน (1970-1996; Doraemon; ドラえもん)

http://www.bloggang.com/data/k/kookjung/picture/1243585856.gif>

โดราเอมอน หุ่นยนต์จากโลกอนาคตถูกส่งตัวมาโดยเซวาชิเพื่อมาหาโนบิตะซึ่งเป็นปู่ของเซวาชิ เนื่องจากโนบิตะเป็นเด็กหัวขี้เลื่อยมักจะทำอะไรผิดพลาดทำให้ลูกหลานอย่างเซวาชิต้องลำบากในอนาคต เซวาชิจึงส่งโดราเอมอนมาช่วยเหลือโนบิตะเพื่อหวังว่าโนบีตะจะมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยโดราเอมอนมีของวิเศษหลายร้อยชนิดจากกระเป๋า 4 มิติที่นำมาช่วยโนบิตะ นี่คือผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ที่เด็กๆ ทั่วโลกรู้จักกันดี

7. ตุ๊กตาอลเวง



คาวารุ ได้พบความลับเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่ในบ้านร้างซึ่งสามารถเปลี่ยนร่างตัวเองโดยการกดปุ่มที่จมูกของตุ๊กตาแต่ละตัวแล้วจะสามารถแปลงร่างได้ ซึ่งเขาเองได้รับมรดกจากมนุษย์ต่างดาวเป็นตุ๊กตาประหลาดเหล่านี้ รวมทั้ง บาเครุ ตุ๊กตาเด็กชายวัยเดียวกัน และครอบครัวของเขา มีทั้ง พ่อ แม่ ลูกสาว และสุนัข ยุทธการแปลงร่างของครอบครัวบาเครุจึงเริ่มขึ้น

8. นักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว (1974-1977; キテレツ大百科)



เออิชิ เด็กหนุ่มผู้รักการประดิษฐ์เป็นชีวิตจิตใจจนได้รับฉายาว่า “คิเดเรส” ได้ค้นพบตำราเก่าแก่ของ คิเดเรส ซาย บรรพบุรุษนักประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกที่เขาได้ประดิษฐ์ขึ้นจากตำราของ คิเดเรส ซาย คือหุ่นยนต์แสนรู้ ซึ่งได้ตั้งชื่อมันว่า โกโรสุเกะ เออิชิได้ประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์มากมายหลายอย่างจากตำราเล่มนี้ซึ่งนำพาไปสู่การผจญภัยมากมายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน

9. ฝาแฝดสลับยุค



มิคิโอะ เด็กชายในยุคปัจจุบัน (ปี 1982) ได้หลงเข้าไปในอุโมงค์ที่เชื่อมต่อกับโลกอนาคต ปี 2082 และพบว่าได้อยู่ในบ้านของเด็กชายที่ชื่อ มิคิโอะ เหมือนกันโดยที่รูปร่างหน้าตาของทั้งสองก็เหมือนกันอย่างกับฝาแฝด ทั้สองจึงวางแผนสลับตัวกันเพื่อเข้าไปในโลกอีกโลกหนึ่งที่ตนเองไม่เคยคุ้นเคยมาก่อน

10. โปโกะ



ทาโร่ พบโปโกะ แมวประหลาดที่หน้าเหมือนแรคคูนในป่า ตอนที่ไปเที่ยวภูเขากับครอบครัวจึงนำกลับมาเลี้ยงที่บ้าน โปโกะ มีพลังพิเศษที่สามารถใช้เวทย์มนต์ในการเสกของต่างๆ ให้กลายเป็นของวิเศษได้ ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้กับทาโร่ แต่บางครั้งก็เกิดเรื่องวุ่นวายบ้างเหมือนกัน

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจากโลกอินเตอร์เนตค่ะ

หากผิดพลาดก็ขออภัย หากมีข้อมูลอะไรก็บอกกันนะคะ




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2552 3:00:23 น.
Counter : 555 Pageviews.  

..จุดเริ่มต้นของโดราเอมอน ตอนที่ 01..

ประวัติย่อ ของ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ



อ.ฟูจิโมโตะ ฮิโรชิ 1 ธันวาคม 2476 ( ค.ศ. 1933 ) ทาคาโอกะ, โทยามะ



อ.อาบิโกะ โมโตโอะ 10 มีนาคม 2477 ( ค.ศ. 1934 ) ไฮโอมิ, โทยามะ



ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ เป็นนามปากกา ที่ใช้ร่วมกันของ อาจารย์ฟูจิโมโตะ ฮิโรชิ ( ผู้แต่ง ) และ อาจารย์ อ.อาบิโกะ โมโตโอะ ( ผู้วาด )

ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ และโมโตโอะ อะบิโคะ ทั้งคู่ต่างก็เกิดในจังหวัดโทะยะมะ ที่ประเทศญี่ปุ่น ฮิโรชิได้มีโอกาสรู้จักกับอะบิโคะ ตอนที่อะบิโคะย้ายเข้ามาโรงเรียนประถมโจซึกะ ประจำ ในอำเภอทาคาโอกะ[1] และได้มาเรียนห้องเดียวกันกับฮิโรชิ ขณะเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยความที่ทั้งคู่ต่างก็ชอบในการวาดเขียนการ์ตูน และรู้สึกชื่นชอบหนังสือการ์ตูนเรื่อง เกาะมหาสมบัติ ภาคใหม่[1]ผลงานของ โอซามุ เท็ตซึกะเป็นอย่างมาก ถึงขนาดส่งจดหมายแฟนคลับไปถึง เท็ตซึกะ ในระหว่างที่ทั้งสองคนเร่ำรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นนั้น ก็ได้เริ่มออกนิตยสารการ์ตูนทำมือขึ้น ชื่อ "RING" [1]ต่อมาช่วงก่อนที่จะจบมัธยมศึกษา เขาทั้งสองก็เริ่มวาดการ์ตูนส่งไปตามคอลัมน์สำหรับผู้อ่านทางบ้านในหลายสำนักพิมพ์ และได้เปิดตัวครั้งแรกเรื่อง นางฟ้าทามะจัง (Tenshi no Tama-chan) ลงตีพิมพ์เป็นประจำในนิตยสาร "ไมนิจิ โชกักเซ" ซึ่งครั้งนั้นเขาทั้งสองก็ได้รับเงินค่าจ้างอีกด้วย หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมบ้านของเท็ตซึกะในเมืองทาคาราซึกะ จังหวัดเฮียวโงะ การเยี่ยมบ้านในครั้งนั้นได้จุดประกายในการเขียนการ์ตูนของทั้งสองเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุที่ว่าทั้งสองเป็นลูกชายคนโต ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ต้องรีบหางานทำหลังจากจบมัธยมศึกษา ในปีพ.ศ. 2495 ฮิโรชิได้เข้าไปทำงานในโรงงานลูกกวาด ส่วนอะบิโคะก็เข้าไปทำงานในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น แต่ภายหลังเนื่องจากฮิโรชิได้รับอุบัติเหตุระหว่างทำงาน จึงลาออกจากงานประจำและตัดสินใจเขียนการ์ตูนอย่างจริงจังอยู่ที่บ้าน โดยมีอะบิโคะคอยมาช่วยเหลืออยู่ตลอดหลังจากเวลาว่างหลังเลิกงาน และในปี พ.ศ. 2496 ทั้งคู่ก็ได้ออกการ์ตูนเรื่อง ล่องลอย 4 หมื่นปี ลงใน"โบเก็นโอ" [1]และมีผลงานการ์ตูนพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มแรกในนามปากการ่วมกันว่า "อาชิซึกะ ฟูจิโอะ" เรื่อง สงครามโลกครั้งสุดท้าย (「UTOPIA—最後の世界大戦」 Utopia: The Last World War?) ในปีต่อมา พ.ศ. 2497 ทั้งคู่ได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่โตเกียว เพื่อจะเป็นนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่น หรือมังงะกะ อย่างเต็มตัว เมื่อย้ายมาอยู่ที่ห้องเช่าเล็ก ๆ ที่เรียวโคะคุ เขตซึมิดะ จังหวัดโตเกียวได้สักระยะหนึ่ง ฮิโรชิก็เกิดป่วยเป็นวัณโรค ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงยากต่อการรักษา แต่สุดท้ายแล้ว ฮิโรชิก็สามารถหายจากอาการป่วยได้ หลังจากนั้นทั้งคู่ได้รับความช่วยเหลือจาก เท็ตซึกะในการจัดหาห้องเช่าให้แถวโทกิว่า ในเขตโทชิม่า จังหวัดโตเกียว ซึ่งบ้านเช่าแห่งนี้มีนักวาดการ์ตูนหน้าใหม่หลายคนอาศัยอยู่ จึงมีชื่อเรียกกันเล่น ๆ ว่า บ้านการ์ตูน และได้จัดตั้งชมรมการ์ตูนยุคใหม่ขึ้น (「新漫画党 」 Shin Manga-to ?) ทั้งคู่ได้ตัดสินใจเปลี่ยนนามปากกาเป็น "ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ" และมีผลงานออกมาเรื่อง สายแร่อวกาศ

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้เขียนการ์ตูนส่งไปยังสำนักพิมพ์เรื่อยมา และเริ่มที่รู้จักกันในวงกว้างมากขึ้น แต่ในช่วงระหว่างปีพ.ศ. 2498 จนถึงต้นปี พ.ศ. 2499 ทั้งคู่ต้องพักงานเนื่องจากเมื่อตอนกลับไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดโทะยะมะช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการฉลองกันหนักเกินไปจนทำให้เสียงาน ไม่สามารถส่งต้นฉบับการ์ตูนได้ทันตามกำหนด ความน่าเชื่อถือของทั้งคู่ลดลงไปในช่วงเวลานั้น ต่อมาทั้งสองคนจึงได้ตัดสินใจลงทุนจัดตั้งบริษัท "สตูดิโอซีโร" ขึ้นโดยได้เพื่อนเก่าอย่าง ชินอิจิ ซูซูกิ, โชทาโร่ อิชิโนะโมะริ, จิโร่ สึโนะดะ, คิโยะอิจิ สึโนะดะ ซึ่งเป็นเพื่อนจากกลุ่มนักวาดการ์ตูนหน้าใหม่ที่เคยใช้อยู่ร่วมกันในบ้านการ์ตูนมาเป็นทีมงาน

หลังจากต่อตั้งสตูดิโอก็มีผลงานทำภาพยนตร์เรื่องยาวให้กับเรื่อง เจ้าหนูอะตอม (Astro Boy) สตูดิโอก็มีผลงานเรื่อยมาจนถึงปีพ.ศ. 2505 ฮิโรชิได้แต่งงานเมื่ออายุ 28 ปี และในปีถัดไปก็ได้รับรางวัลโชกักคังครั้งที่ 8 จากเรื่อง โรบ็อตลุย และเท็ตจังถุงมือ จนในปีพ.ศ. 2507 ผลงานในนาม ฟูจิโกะ ฟูจิโอกะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากนับจากเริ่มวาดการ์ตูน ด้วยการ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่ (Qtaro the Ghost) ได้ลงตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน "โชเน็นซันเดย์" [1]มีคนติดตามโดยเฉพาะเด็ก ๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้คิวทาโร่ได้ผลิตเป็นการ์ตูนแอนิเมชันจัดฉายทางโทรทัศน์ในเวลาต่อมา ส่งผลให้ชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก และสตูดิโอซีโร ก็เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจากทีมงานเริ่มต้นเพียง 7 - 8 คน ก็เพิ่มมาเป็น 80 คน ได้มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นไคบุซึ (Kaibutsu-kun), นินจาฮัตโตริ (Hattori the Ninja), ปาร์แมน (Pāman), 21 เอมอน (21-emon) และเจ้าชายจอมเปิ่น เป็นต้น ในปีพ.ศ. 2509 อะบิโคะเข้าพิธีแต่งงานเมื่ออายุได้ 32 ปี ทว่าก็ต้องพบกับความไม่สมหวังในด้านการงาน สตูดิโอซีโรต้องปิดตัวลงเนื่องจาก เนื่องจากปัญหาทางด้านการเงินโดยมีผลงานเรื่องสุดท้ายคือ เจ้าชายจอมเปิ่น หรือ เจ้าชายลูกบ๊วย แต่ฮิโรชิไม่ได้ท้อแท้กับการปิดตัวลง กลับมองว่าแม้ต้องปิดตัวลงแต่เขาก็ได้รับประสบการณ์ที่มีค่ามากมาย และทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ ก็ต้องจบลงที่ศูนย์ตามชื่อของสตูดิโอ ซึ่งซีโร แปลได้ว่า "ศูนย์" (นิตยสาร aday, 2545)
ท่านอาจารย์ได้เขียนการ์ตูนอย่างจริงจัง จนในที่สุดก็เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก โดยมีพื้นฐานมาจากชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ เหล่านั้น และได้รับรางวัลหลายรางวัล ตัวอย่างการ์ตูนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายได้แก่ "นินจาฮาโตริ, เจ้าชายปีศาจ ( ไคบุทซึ ), ปาร์แมน, ยูเมโบชิ เดงกะ ( Umeboshi-Denka ), มาทาโระกาคูรุ ( Mataro-Ga-Kuru Professional ), ศาสตราจารย์กอล์เฟอร์ ซารุ ( Golfer Saru ) และ โดราเอม่อน " ซึ่งขายได้ 7,500,000 เล่ม

หลังจากนั้นในปีพ.ศ. 2513 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นของการ์ตูนที่โด่งดังที่สุดในชีวิตของเขาทั้งสองคือเรื่อง โดราเอมอน ลงใน"โชกักอิจิเน็นเซย์-โยะเน็นเซย์" โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้อ่านวัยเด็ก ในช่วงแรกนั้นโดราเอมอนยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ต่อมาใน 3 ปีให้หลัง โดราเอมอนได้ผลิตเป็นการ์ตูนแอนิเมชันฉายทางโทรทัศน์ ซึ่งทำให้ได้รับความสนใจและนิยมไปอย่างแพร่หลาย ทำให้ฮิโรชิได้รับรางวัล Nihon Mangaka จากโดราเอมอน ในปีพ.ศ. 2516 ส่วนอะบิโคะที่มุ่งออกผลงานสำหรับวัยรุ่นก็ได้มีผลงานเอง Black Salesman (ภายหลังเปลี่ยนเป็น Warau Salesman) อัตชีวประวัติ Manga-michi

ในปีพ.ศ. 2530 ทั้งคู่ถึงจุดอิ่มตัวในวัย 54 ปีจึงได้ตัดสินใจแยกกันใช้นามปากกาจาก "ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ" สำหรับฮิโรชิเป็น "ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ" ส่วนของอะบิโคะเป็น "ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ (เอ.)" เพื่อแยกตัวทำผลงานของตัวเอง ฮิโรชิได้เขียนการ์ตูนเรื่อง โดราเอมอนต่อเรื่อยมา โดยเขาจะเป็นผู้วาดและแต่งเรื่องโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ เป็นประจำทุกปี เมื่อถึงปีพ.ศ. 2539 ฮิโรชิก็ได้ถึงแก่กรรมลงด้วยวัย 62 ปี ส่วนอะบิโคะมีผลงานเรื่องนินจาฮัตโตริ และโปรกอล์ฟซารุจัดฉายในโรงภาพยนตร์

ขอขอบคุณ http://th.wikipedia.org ค่ะ




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2552 2:52:43 น.
Counter : 792 Pageviews.  

..จุดเริ่มต้นของโดราเอมอน ตอนที่ 02..

โดราเอม่อน
โดราเอมอน (「ドラえもん」 Dora'emon–โดะระเอะมง) หรือ โดราเอม่อน เป็นการ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งแต่งโดย อ.ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ เป็นเรื่องราวของแมวหุ่นยนต์หูด้วน ชื่อ โดราเอม่อน ที่มาจากอนาคตเพื่อมาช่วยเหลือเด็กประถมคนหนึ่ง ซึ่งมีนิสัยเกียจกร้าน ชื่อ โนบิตะ ด้วยของวิเศษต่าง ๆ ที่มาจากโลกอนาคต
โดราเอม่อนเริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่น ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) มีการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โชกาคุคัง ในหนังสือทั้งหมด 6 เล่ม พร้อมกัน โดยมีทั้งหมด 1,344 ตอน และในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2540 โดราเอม่อนได้รับรางวัลเทซึกะโอะซะมุ เป็นการ์ตูนดีเด่น อีกทั้งยังได้รับเลือกจากนิตยสาร ไทม์เอเชีย ให้เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของทวีปเอเชีย จากประเทศญี่ปุ่น ด้วย
ในประเทศไทยนั้น ก็ได้มีการตีพิมพ์อยู่หลายสำนักพิมพ์ ในช่วงก่อนที่จะมีลิขสิทธิ์การ์ตูน ซึ่งในปัจจุบัน เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์โดราเอม่อนฉบับหนังสือการ์ตูน


กำเนิดโดราเอม่อน
แรงบันดาลใจ

ตัวละครโดราเอม่อนนั้น ได้รับแรงบันดาลใจ เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2512



เนื่องจากนักวาดการ์ตูนทั้ง 2 คน คือ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ได้ลงโฆษณาการ์ตูนเรื่องใหม่ของพวกเขา ไว้ว่าจะมีตัวเอกออกมาจากลิ้นชัก ในนิตยสารฉบับต้อนรับปีใหม่



แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 คนยังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้เลย แม้แต่น้อย เมื่อใกล้ถึงเวลาส่งต้นฉบับก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับทั้ง 2 เป็นอย่างมาก

ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ หนึ่งในนักวาดการ์ตูน ได้เผอิญเห็นแมวจรจัดที่มักแอบเข้ามาเล่นที่บ้านของตนเองเป็นประจำ เขามักจะชอบจับแมวตัวนี้มาหาหมัด จนเวลาล่วงเลยมาถึง 4.00 น. ก็ยังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องใหม่ ทำให้ฮิโรชิ โมโหตัวเองเป็นอย่างมาก และคิดเลยเถิดไปว่าโลกนี้น่าจะมีไทม์แมชชีน เพื่อย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต



หลังจากนั้นฮิโรชิได้เผลอหลับไปด้วยความอ่อนล้า



เมื่อเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาทำให้เขาตกใจว่าทำไมตัวเองเผลอหลับไป



จึงรีบวิ่งลงมาจากบันไดบ้าน ไปสะดุดกับตุ๊กตาล้มลุกญี่ปุ่นของลูกสาวที่ตกอยู่ตกพื้น



ซึ่งเหตุการณ์นี้เอง ทำให้ฮิโรชิเกิดไอเดียขึ้น โดยการนำหน้าแมวจรจัดมาผสมกับตุ๊กตาญี่ปุ่น



สร้างออกมาเป็นตัวละครหุ่นยนต์แมวจากอนาคตคอยช่วยเหลือเด็กชายที่แสนจะไม่ได้เรื่อง และตั้งชื่อให้ว่า โดราเอม่อน เป็นคำผสมระหว่าง “โดราเนโกะ” กับ “เอมอน” ในภาษาญี่ปุ่น โดราเนโกะ นั้นแปลว่า แมวหลงทาง ส่วนคำว่า เอมอน เป็นคำเรียกต่อท้ายชื่อของเด็กชายในสมัยก่อนของประเทศญี่ปุ่น

ขอขอบคุณที่มาของเนื้อหาจากโลกอินเตอร์เน็ต




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2552 17:46:16 น.
Counter : 498 Pageviews.  

1  2  

kookjung
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รักโดราเอมอน รักอาราเล่ รักกงยู รักคอฟฟี่ ปริ้นซ์ รัก Avenged Sevenfold รักการท่องเที่ยว
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kookjung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.