Group Blog
 
All blogs
 

ห นั ง ซื้ อ . . ห นั ง สื อ



ปีนี้เป็นปีแรกที่ไปงานสัปดาห์หนังสือฯ วันท้ายๆ เพราะปีที่ผ่านๆ มา นักเขียนที่เราอยากได้ลายเซ็นต์ มักจะมาแจกตอนวันท้ายๆ เลยเล็งไว้ว่าปีนี้ฉันต้องซื้อตั๋วเครื่องบินปลายมีนาสุดๆ แล้วค่อยกลับเอาเมษา .. ที่ใหนได้ ตั๋ววันกลับของอิชั้นเป็น วันที่ 6 เมษา .. แต่ นักเขียนที่อิชั้นต้องการลายเซ็นเขาดันแจกวันที่ 7 .. เฮ้ออออออออ .. อยากฆ่าคน(โว้ย) .. 55 .. เอาเถอะ บุญเราคงสะสมไว้ไม่พอ ไว้ไปตามล่าเอาวันหลังๆ หากมีโอกาส

ปีนี้มีเล่มที่ตั้งใจไปช้อปเพื่อตัวเอง 2 เล่ม แต่ได้มาจริงๆ 5-6 เล่ม

เล่มแรก [ ASTV ขบทสื่อโทรทัศน์ไทย ] ตัดสินใจซื้อตั้งแต่ได้ยินเสียง
โปรโมทจากทีวี ไปถึงก้อหยิบเลย ไม่ต้องพลิกอ่าน .. แต่แอบงงพนักงานขายของไทยเดย์มากๆ ว่าทำไมเขานั่งๆ ยืนๆ กันเฉยดีจัง บูธอื่นเค้านำเหนอหนังสือกันสุดริด สังเกตมาตั้งแต่ปีที่แล้วละ .. เสียดายเงินค่าจ้างจัง .. (เอ .. หรือเขาไม่จ่าย .. 555 .. แอบแซวห่ะพี่น้อง)

เล่มสอง [ ลับลวงพราง ปฏิวัติปราสาททราย ] ตัดสินใจซื้อเพราะคนเขียน แล้วก็ชอบชื่อเรื่องด้วย คุณเติมกะคุณอัญเคยเอามาพูดถึงในรายการ .. เล่มนี้ตอนไปถึง ต๊กกะใจมาก .. เห้ยยย .. พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วเร๊อะ .. อะไรจะฮอตขนาดนั้น .. เสียดายอ่ะ .. เป็นโรคจิตชอบซื้อหนังสือที่พิมพ์ครั้งที่ 1 .. อิอิ

เล่มสาม [ เดินเล่นบนหลังคาโลก ] ตัดสินใจอยากซื้อนานมากๆ แล้ว แต่ไม่ได้ซื้อเพราะมันพิมพ์ครั้งแรกเมื่อนานมาแล้ว เกรงว่าข้อมูลจะเก่า แต่เที่ยวนี้ ด้วยความอยากไปเดินเล่นบนหลังคาโลก .. เอ๊า .. เก่า ก้อ เก่า วะ!

เล่มสี่ [ สองเงาในเกาหลี ] ตัดสินใจซื้อเพราะรูปเล่มล้วนๆ มันดูคลาสสิคดี ภาพถ่ายด้านในก็มีมุมที่สวยถูกใจ .. ที่ได้แถมมาคือเรื่องราวเกี่ยวกะเกาหลี .. ปล่าว .. ไม่ได้บ้าอยากไปเกาหลีมากแล้ว .. แค่อยากอ่าน .. แต่ .. ถ้าได้ไปก้อดีนะ

เล่มห้า [ นิตยาสาร อสท. ฉบับ สดใสเจิดจ้า อันดามันใต้ ] ซื้อด้วยความอยากไปหลีเป๊ะล้วนๆ เห็นใครๆ ใน BP เขาก็ไปแต่ที่นั่น ฮิตจัดจริงๆ .. อยากไปเหมือนกัน (แต่กลัวสึนามิอ่ะ .. 55)

เล่มหก [ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ] อันนี้ก็ซื้อพร้อมเล่มข้างบนหละ เนื้อหาข้างในคงคล้ายๆ กัน แต่ด้วยความขี้เกียจพลิกดู เลยหยิบพ่วงมาด้วยซะงั้น

ไปทุกปีก็ดีใจทุกปี ที่เห็นคนไทยรักการอ่าน เบียดเสียดหน่อยก็หยวนๆ กันไป เจอกันใหม่ปีหน้าค่ะ





 

Create Date : 08 เมษายน 2551    
Last Update : 10 เมษายน 2551 20:27:48 น.
Counter : 239 Pageviews.  

ลู ก ไ ม้ ห ล่ น ไ ม่ ไ ก ล ต้ น

อ่านบทความนี้แล้ว นึกถึงวลีในหัวข้อบล๊อกขึ้นมาทันที แบบนี้มันต้องเก็บ!

โดย คุณจิตตนาถ ลิ้มทองกุล 16 มีนาคม 2551 17:46 น.
ที่มา : Manager Online [ Click ]


ภาพจาก positioningmag.com


จากคน กทม.ที่ฉลาดน้อยถึงคุณ “ปลื้ม” ที่ฉลาดมาก

ผมหยุดเขียนคอลัมน์ใน นสพ.ผู้จัดการรายวันไปพักใหญ่เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเมืองบ้านเรา นับตั้งแต่ยุคต่อสู้กับรัฐบาลไทยรักไทย ยุคขิงแก่ จนถึงยุครัฐบาลผสมพลังประชาชน ที่นักการเมืองหรือผู้มีอำนาจล้วนแล้วแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก ผมรู้สึกว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนั้นแก่เกินดัดและน่าเอือมระอาเกินที่จะแก้ไขแล้วครับ

สิ่งที่พอจะเป็นความหวังให้กับคนไทยได้บ้างก็คือการเมืองภาคประชาชนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้จริงๆ อย่างน้อยเราก็จะสามารถเห็นได้ชัดจากคะแนนเสียงท่วมท้นที่คน กทม.เทให้กับคุณรสนา โตสิตระกูล จนเธอเดินเข้าสู่สภาสูงด้วยคะแนนเป็นอันดับหนึ่งทิ้งห่างคนอื่นอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

คุณรสนาเป็นนักเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนผู้เสียภาษีตัวจริง คอยตรวจสอบมิให้การแปรรูปสัมปทานของรัฐเข้าสู่ตลาดทุนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยมีวาระทับซ้อนของผลประโยชน์แฝงอยู่ จนศาลได้มีการพิพากษาออกมาถึงที่สุด

คุณรสนาลงเลือกตั้ง ส.ว.โดยมิได้มีกลุ่มทุนใดหรือพรรคการเมืองใดหนุนหลัง และด้วยอานิสงส์จากการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนผู้เสียภาษีที่คุณรสนาได้สร้างคุณูปการให้ประเทศชาติเรื่อยมานั้นเอง ส่งผลให้การเมืองภาคประชาชนในครั้งนี้ตบหน้าพรรคการเมืองทั้งหลายและนายทุนผู้เสียประโยชน์อย่างแรง

คน กทม.รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งกับความสง่างามในการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาของคุณรสนา อย่างน้อยในส่วนตัวผมเองเริ่มจะมีความหวังกับคำว่า “การเมือง” ขึ้นมาอีกครั้ง และรู้สึกดีที่ภาคประชาชนสนใจติดตามการเมือง และลงคะแนนอย่างมียุทธศาสตร์มากขึ้น

แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อได้อ่านบทความของ นักสื่อสารมวลชนหนุ่มรุ่นราวใกล้เคียงกัน ที่กำลังดังเป็นพลุอย่าง “คุณปลื้ม ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล” ที่ออกมาวิจารณ์การตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้า” และกล่าวว่า เขาหวังว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนชาว กทม.ที่ “ฉลาด” และคนที่ยังไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร จะเลือกตัวแทนของตนที่นำไปสู่ความก้าวหน้าได้ ไม่ใช่นำไปสู่ความตกต่ำอย่างคุณรสนา

บอกตรงๆ ว่าเมื่อผมได้อ่านบทความดังกล่าวของคุณปลื้มในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์แล้วรู้สึกสมเพชรุ่นน้องคนนี้เหลือเกินครับ (ในฐานะที่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันและร่วมงานกันมาก่อน) สมเพชทั้งๆ ที่เขาทำงานในสายงานสื่อมวลชนเหมือนกันแต่กลับอ่านใจคนกรุงเทพฯ ไม่ออกว่าเสียงส่วนใหญ่นั้นกำลังสะท้อนถึงอะไร

สมเพชมากกว่าเดิมที่การไปเรียนเมืองนอกเมืองนามาตั้งนาน จนพูดภาษาอังกฤษออกจอทีวีคล่องปร๋อจะเข้าใจเพียงคำว่า ‘ทุน’ คือการแปรรูปเข้าตลาดหุ้น และคำว่า ประชาธิปไตยเพียงแค่เปลือก นั่นคือมีแค่การเลือกตั้งก็พอ โดยไม่ดูว่าจะเป็นการเลือกโดยเสียงที่แท้จริงของประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง หรือเป็นการซื้อเสียงที่เข้ามา ซ้ำร้ายยังไม่เข้าใจคำว่าความโปร่งใส การตรวจสอบ การขจัดผลประโยชน์ทับซ้อน ธรรมาภิบาล และคุณธรรม

“ถ้าจะเปรียบความเข้าใจของคุณปลื้มให้ชัดก็เหมือนคนที่เห็นว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีอาคารใหญ่ที่ดูทันสมัยน่าจะเป็นฮับการบินของเอเชียได้ แต่คนที่ใช้สนามบินนี้จริงๆ จะรู้ว่าสนามบินแห่งนี้ห่วยแตกและไม่ได้เรื่องขนาดไหน พูดง่ายๆ ก็คือเห็นแต่เปลือกที่ห่อหุ้มนั่นเอง”

น่าตลกเหลือเกินที่คนข่าวอย่างคุณปลื้มไม่รู้เลยหรือว่าการแปรรูปของ กฟผ. และ ปตท.ที่มีปัญหานั้นมีวาระซ่อนเร้นและผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร กับคนกลุ่มไหน แต่คนกรุงเทพฯ ร่วมแปดแสนคนและศาลสถิตยุติธรรมท่านกลับรับรู้ได้ หรือ ถ้าคุณปลื้มรู้ข้อมูลแต่กลับเอาเพียงด้านเดียวมาพูดเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตัวเองก็ต้องถือว่าเป็นสื่อมวลชนที่แย่มากเพราะบิดเบือนข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้เสพข่าวสาร

คนกรุงเทพฯ ทุกคนไม่มีใครปฏิเสธทุนนิยมและประชาธิปไตยหรอกครับ แต่ต้องเป็นทุนนิยมและประชาธิปไตยในฉบับของอารยประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ใช่แบบทุนสามานย์และการบริหารประชาธิปไตยแบบเทกโอเวอร์แบบกงสีเพื่อกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว และพวกพ้องอย่างบ้านเราในทุกวันนี้

ถ้าส่งลูกส่งหลานไปเรียนเมืองนอกเสียเงินเป็นล้านแล้วได้แค่พ่นภาษาอังกฤษกับแอคติ้งในสไตล์ฝรั่งจ๋าแบบคุณปลื้ม กับสามารถคิดวิเคราะห์ได้เพียงเท่านี้ มิสู้ให้ลูกหลานเรียนในเมืองไทยแล้วให้เข้าใจคำว่าทุนที่โปร่งใส และการเมืองภาคประชาชนอย่างถ่องแท้จะดีกว่า

การที่คุณปลื้มกำลังติงว่าการเลือกคุณรสนาในครั้งนี้ คนกรุงเทพฯ กำลังจะเริ่มมีการเบนไปในแนวซ้ายจัดเหมือนอย่างประเทศเกาหลีเหนือ เวเนซุเอลา หรือโบลีเวีย นั้นสงสัยคุณปลื้มคงจะไม่ค่อยได้ติดตามข่าวต่างประเทศกระมังว่ากระแสของโลกกำลังพลิกกลับ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลียประเทศเจริญแล้วที่ประชาชนเขาพร้อมใจกันเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ที่สวนขั้วกับพวกขวาจัดอย่างสิ้นเชิงของอดีตนายกรัฐมนตรี จอห์น โฮเวิร์ด

แม้แต่พี่เบิ้มอย่างอเมริกาที่สายนางฮิลลารี คลินตัน และนายบารัค โอบามา กำลังขับเคี่ยวกัน ดูจะได้รับความสนใจมากกว่าสายขวาจัดอย่างนายจอห์น แมคเคน ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของนายจอร์จ บุช ที่ผู้คนเอือมระอา ผมว่าเรื่องนี้คุณปลื้มยังต้องทำการบ้านอีกมาก

หากคุณปลื้มมองคุณรสนาว่าเป็นการเมืองฝ่ายซ้ายแล้วจะนำประเทศไปสู่ความตกต่ำ สงสัยว่าคุณปลื้มน่าจะชอบนักการเมืองขวาจัดอย่างท่านนายกรัฐมนตรีคุณสมัคร สุนทรเวช หรือท่าน มท.1 อย่างคุณเฉลิม อยู่บำรุงที่กำลังจะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญเป็นแน่แท้ ซึ่งก็คงไม่ผิดอะไรเพราะนั่นเป็นสิทธิของคุณ แต่ก็ไม่ควรเขียนทำนองปรามาสในการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ที่พิสูจน์ชัดในการเลือกตั้งแต่ละครั้งแล้วว่าเงินซื้อไม่ได้ และรู้จักใช้สิทธิ์ของตนอย่างมียุทธศาสตร์ ที่สำคัญคนกรุงเทพฯ รักความเป็นธรรมและไม่ชอบเหล่านักการเมืองที่ลุแก่อำนาจ

เท่าที่ทราบมาได้ข่าวว่าคุณปลื้มคนนี้ เคยประกาศว่าสนอกสนใจการเมืองเพียงแต่ขอเวลาบ่มเพาะอีกระยะ ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีวันที่เขาเริ่มเข้าใจไหมว่ายุคนี้ไม่จำเป็นเสมอไปที่คนไหนเห็นหน้าในทีวีบ่อยๆ แล้วจะได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากลงสมัครเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ที่คนสนใจผลงานของผู้สมัครที่จะมาเป็นตัวแทนของเขามากกว่าหน้าตา

ในฐานะคนในวงการข่าวด้วยกัน และติดตามการเมืองมาเช่นเดียวกัน อยากจะฝากถึงคุณปลื้มด้วยว่าถ้าวันใดในอนาคตข้างหน้าจะลงผู้แทนขอแนะนำอย่าลงในเขต กทม.เลยครับ

คน กทม.คงจะไม่ฉลาดพอและคงจะเอียงซ้ายเกินไปที่จะเทคะแนนให้คนฉลาดและมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลอย่างคุณ คน กทม.นั้นชอบคนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ต่อสู้เพื่อสังคมและกล้าในเวลาที่ควรจะกล้า ที่สำคัญคน กทม.ไม่ชอบคนที่อหังการ มมังการคิดว่าตัวเองฉลาดอยู่คนเดียวโดยเฉพาะคนไม่มีสัมมาคารวะและชอบดูถูกคนอื่น

คอมเมนต์ทั้งหลายนับพันเพียงเวลาชั่วข้ามคืนในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์เกี่ยวกับบทความของคุณปลื้มและคุณรสนาที่โต้ตอบกันคงจะเป็นบทพิสูจน์อย่างดีแล้วว่าคน กทม.รู้สึกอย่างไร

บอกตรงๆ ผมรู้สึกเสียดายคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างคุณปลื้ม เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยเสียดายคนที่ปัจจุบันในสังคมใช้คำสั้นๆ เพียงคำเดียวเรียกหล่อนอย่างเสียมิได้ว่า...“เพ็ญ”!!!





 

Create Date : 17 มีนาคม 2551    
Last Update : 17 มีนาคม 2551 19:49:25 น.
Counter : 146 Pageviews.  

เ มื่ อ นิ้ ว ฉั น ล๊ อ ค



เหอๆ จู่ๆ ก้อปวยเปงโรคประหลาดๆ .. เขาเรียกว่า 'โรคนิ้วล๊อค' นิ้วกลางข้างซ้ายมันกำเข้าได้ แต่มันยืดออกไม่ได้ T-T

มันเริ่มมาจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว รู้สึกเจ็บๆ ที่ข้อนิ่วตรงฝ่ามือ (เรียกเป็นภาษาการแพทย์ว่าอะไรไม่รู้ ขี้เกียจหาละ) กินยาคลายเส้น+แก้อักเสบไป 4 วัน อาการไม่ดีขึ้น เลยไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นไอ้โรคชื่อประหลาดนี่แหละ

หมอบอกว่าถ้ากินยาไม่หาย ก็มี 2 ทางให้เลือก 1 ฉีดยา 2 ผ่าตัด .. เหอๆๆ .. กลัวเจ็บ เลยขอหมอกินยาที่แรงกว่านี้หน่อยได้ป่าว 555 .. ปรากฎว่าเอากลับมากินไปแค่ 2 วัน ดูท่าว่าอาการจะไม่ดีขึ้น แถมหนักกว่าเดิมคือ ยืดออกไม่ได้เลย วันนี้เลยต้องวิ่งไปหาหมอใหม่ .. ฉีดก็ฉีดวะ ยอมเจ็บดีกว่านิ้วพิการ 555

ที่กระแดะมาเขียนบล๊อก ทั้งๆ ที่นิ้วเจ็บ เพราะอยากบอกว่าจริงๆ มันไม่เจ็บอย่างที่คิดหรอก ประมาณเดียวกะตอนเจาะเลือดแหล่ะ จี๊ดเดียว .. วันก่อนตรูไม่น่าลีลาเลย .. อิอิ

หมอบอกว่ามันจะหายภายใน 7 วัน .. แห๊ม นึกว่าฉีดวันนี้ พรุ่งนี้หาย .. 55 .. อะ รอดูผลต่อไป ตอนนี้ก็แช่น้ำร้อนช่วยไปด้วย .. ว่าแต่แช่มาหลายชั่วโมงแล้ว นิ้วยังไม่กระดิกเลยง่ะ





 

Create Date : 09 มีนาคม 2551    
Last Update : 9 มีนาคม 2551 18:58:54 น.
Counter : 175 Pageviews.  

อ า ห ง ข้ า ง ฝ า

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาแวะไปช้อปตลาดมือสอง ไปจ๊ะเอ๋ของเล่นชิ้นนี้เข้า .. เป็นคล้ายๆ ที่เค้าใช้แขวนซีดีขาย .. เห็นปุ๊บ ปิ๊งไอเดียปั๊บ .. อย่าปล่อยให้อาหงของเรานอนเฉยในตู้ดีกว่า เพราะมันหนักจนตู้หักแล้ว

สอบถามราคา หุหุ .. 40 บาทคร้าบพี่ .. กรี๊ดดดด .. แอบคาดการณ์ไว้ในใจว่าคงเกือบๆ ร้อย .. ที่ใหนได้ ถูกกว่าที่คิดแฮะ .. จะต่อ 20 ก้อเกรงว่าจะโดนตบเอา .. อะ .. 30 ละกันนะน้อง .. เหอๆๆ เขาบอกว่า 40 ก็ถูกจะแย่แล้ว .. 555 .. เอา 40 ก้อ 40 จ่ะ .. เอากลับมาแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ ซัก ตาก รีด .. หุหุ ออกมาก็หน้าตาเป็นเช่นในรูปนี่หล่ะ .. แจ่มห่ะ


แล้วจะแขวนยังไงดี? คิดไปคิดมา .. กระบอกไม้ไผ่ท่าจะเวิร์ค .. หม่ามี๊พาไปซื้อ ไม้ไผ่ 1 บ้อง ราคา 10 บาท .. อิอิ .. ถูกอีกแล้ว เอากลับมาล้างขัด สีเขียวลายไผ่สวยเชียว .. ได้คุณน้าข้างบ้านใจดีช่วยเลื่อยและเจียร์ให้เสร็จสรรพ ..

เอาหล่ะ .. ได้เวลาขนอาหงออกจากตู้ .. จัดไปจัดมา มั่วนิ่มเอาแผ่นเก้มาปนๆ บ้าง เพื่อความสวยงาม .. แยกปกนอกปกในบ้าง .. หนังสือเล่มใหนใส่ได้ ก็ยัดๆ เข้าไป .. ซีดีเปล่าเปลือยไร้ปก ของที่ระลึก ใส่แล้วก็ดูเก๋ดี .. จัดไปจัดมา .. โอ้ววว .. นี่ตรูหมดตัวไปกะลี่หงเยอะเหมือนกันนะเนี่ยะ .. ที่แขวนราคา 40 แต่ของที่เอามาแขวนรวมกันเกินหมื่นชัวร์ๆ .. เอิ๊กกก ..

ผลงานที่เสร็จออกมา ก็ปามานนี้แหละ .. แอบตกแต่งแสงในรูปเล็กน้อย



ทีนี้ซีดีลี่หงก็มีประโยชน์มากกว่าการไปนอนกองรวมกันอยู่ในตู้ละ ^^
พรุ่งนี้ไปใหม่ดีกว่า เผื่อจาได้อีกผืนมาแขวนซีดีละครเกาหลี .. 555





 

Create Date : 08 มีนาคม 2551    
Last Update : 16 มีนาคม 2551 17:43:31 น.
Counter : 171 Pageviews.  

ขำ ขำ . . คา ใจ

วันก่อนคุณหลาน 3 ใบเถามาเที่ยวตรุษจีนที่บ้าน ยัยตัวเล็กสุดทำเรื่องขำๆ .. ตอนก่อนเข้านอน พาส่งตัวมุดเข้ามุ้ง (ที่คุณอาม่าอุตส่าห์ลงทุนไปซื้อมา ด้วยกลัวหลานโดนยุงไต่ตอม) มันมีความสุขมาก ประหนึ่งเด็กกรุงเข้าบ้านนอก .. เที่ยวกระโดดโลดเต้นในมุ้งกันสนุกสนาน

ซักพักมันเล่นตีลังกาม้วนตัว .. ต๊ายยยย .. ตัวแค่นี้หัดเล่นผาดโผน .. ตีอยู่หลายรอบ .. เราเลยถามว่า .. โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร .. มันบอกว่า ..
หนูอยากเป็นนักยิมนาสติกค่ะ!!!

เอากะมันสิหลานชั้น เพิ่งจะยังไม่ 4 ขวบเลย .. ตัวแค่นี้หัดรู้จักฝันแระ ..
เราเลยบอกแม่เค้าว่า เอาเลย ส่งมันไปเรียนยิม เอาแบบที่เค้าเล่นริบบิ้นอ่ะ
เท่ห์จะตาย .. เผื่ออนาคตชั้นจะได้มีหลานเป็นนักกีฬาทีมชาติ .. ฮี่ ฮี่


จบเรื่องหลาน ... ทีนีก้อเรื่องหมา


ไม่กี่วันมานี้ นังจูดี้ไปจ๊อกกิ้ง .. ดั้นไปโดนหมาแม่ลูกอ่อนกัดให้ที่หลัง
ป๋าบอกว่า .. พามันไปหาหมอดูซิ .. ถามหมอดูว่าต้องฉีดยาพิษสุนัขบ้ารึปล่าว

555 .. กร๊ากกก .. ไม่กล้าพาไปอ่ะ .. กลัวหมอจะฉีดให้อิชั้นแทน!!

เป็น 2 เรื่องที่คิดถึงทีไรก้ออดยิ้มไม่ได้ทุกที






 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2551 20:29:39 น.
Counter : 140 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

ขอโทษนะคร้าบ ขอแจมด้วยคน
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




www.flickr.com
This is a Flickr badge showing public photos and videos from koo-story. Make your own badge here.

Counter Stats
optometry
optometry Counter


Free shoutbox @ ShoutMix
Friends' blogs
[Add ขอโทษนะคร้าบ ขอแจมด้วยคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.