Group Blog
 
All Blogs
 

เธอรักผมใช่ไหม จะดูอย่างไรให้รู้ ?

เธอรักผมใช่ไหม จะดูอย่างไรให้รู้ ?

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายอย่างเรา ๆ มักโดนตราหน้าว่าซื่อบื้อกับเรื่องความรู้สึกโดยเฉพาะเรื่องความรักอยู่เสมอ เคยแอบดอดไปฟังเพื่อนผู้หญิงเธอคุยกัน สาว ๆ เขาบอกว่าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมคุณแฟนชอบมาถามย้ำเอาคำตอบอยู่บ่อย ๆ ว่า "รักผมไหม ๆ" ไม่รู้หรือไงว่าถ้าไม่รักคงไม่ดูแลกันมาขนาดนี้หรอก แต่เขาก็ยังดูขาดความมั่นใจจนกว่าจะได้ยินคำตอบว่า "จ้ะ ฉันรักคุณนะที่รัก" จากเธออยู่ดี เห็นอย่างงี้เลยแอบร้อนอกร้อนใจแทนคุณผู้ชายทั้งหลายอยู่นิดหน่อย ที่ผู้หญิงเขาไม่พูดว่ารักตรง ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าเธอไม่รักหรือว่าไม่แคร์คุณหรอกนะครับ มีอีกตั้งหลายวิธีที่สามารถบอกอย่างอ้อม ๆ ให้คุณมั่นใจได้ว่า รักของเธอนั้นเพื่อคุณคนเดียว เอาล่ะลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณจะมองให้ออกได้จากวิธีไหนบ้าง

1. เธอบอกว่ารักคุณ

วิธีแรกเธอก็บอกกันตรง ๆ เลยว่า "ฉันรักคุณนะที่รัก" แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะไม่ค่อยพูดบ่อย ๆ หรอกครับ มักเป็นยามที่เธออารมณ์ดีหรือกำลังอยู่ในโหมดโรแมนติกมากกว่า ถ้าโดนจี้ถามแล้วคุณเธอพาลไม่อยากจะตอบกันเท่าไหร่

2. พ่อแม่ของเธอเอ็นดูคุณดี

ถ้าคุณไปพบพ่อแม่ของเธอแล้วพบว่าท่านทั้งสองดูมึนตึงกับคุณจัง ท่าทางความรักที่เธอมีให้คุณคงไม่มากพอเท่าไหร่ หรือถ้าท่านดูถ้อยทีถ้อยอาศัยแต่ก็ไม่เป็นกันเองจนคุณรู้สึกเกร็ง ความรักของเธอที่มีต่อคุณคงราบ ๆ งั้น ๆ ไม่มากมายนัก แต่ถ้าท่านเอ็นดูเป็นกันเองประหนึ่งคุณเป็นลูกหลานแท้ ๆ ก็สบายใจได้เลยว่าเธอรักคุณมากเลยล่ะ ถึงได้พูดแต่เรื่องดี ๆ ของคุณว่าคบกันแล้วแสนจะแฮปปี้ไม่มีปัญหาให้พ่อแม่ฟังบ่อย ๆ ท่านจึงพลอยเอ็นดูคุณไปด้วยนั่นไง

เธอรักผมใช่ไหม จะดูอย่างไรให้รู้ ?

3. คำว่ารักมันฟ้องจากดวงตาของเธอ

ดูเหมือนเป็นเนื้อร้องในเพลงรักโรแมนติกเลย แต่ขอบอกครับว่ามันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นั่นแหละ หากดวงตาของเธอฉายแววสดใสยามได้พบคุณ เธออยู่รอคุณกลับบ้านไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน เธอยืนส่งคุณไปทำงานจนเห็นรถคุณลับหายไปสุดสายตา นั่นแสดงว่าคุณมีมนต์วิเศษบางอย่างต่อเธอแน่ ๆ แล้วล่ะ

4. เธอโทรหาคุณเสมอ

แม้ในวันที่งานแสนยุ่งแต่เธอก็ยังโทรศัพท์มาหาเพื่อให้ได้ยินเสียงคุณบ้างแม้แค่ 2-3 คำ หรือเพิ่งจะลาจากกันกลับบ้าน เธอก็รีบกริ๊งกร๊างมาบอกว่าไม่ทันไรก็คิดถึงเสียแล้ว อย่างนี้ต่อให้ไม่บอกตรง ๆ ว่ารัก คุณก็น่าจะพอเข้าใจนะว่าเธอขาดคุณไม่ได้แล้วล่ะ

5. ทำอาหารที่คุณชอบ

ว่ากันว่าหากอยากเอาใจหนุ่ม ๆ ให้ทำอาหารอร่อย ๆ ให้เขาทาน (เอ จะหาว่าเราเห็นแก่กินหรือเปล่าเนี่ย - -") ผู้หญิงเขาก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ ถ้าเธอทำอาหารจานโปรดมาให้คุณชิม ลงทุนไปเรียนหรือเข้าครัวฝึกวิชากับคุณแม่หรือคุณย่าคุณยาย เอาใจใส่ทุกรายละเอียดว่าคุณชอบหรือไม่ชอบกินอะไร โอ๊ย ไม่อยากจะบอกว่าเธอทั้งรักทั้งแคร์คุณมาก ๆ เลย

แม้จะไม่มีคำว่ารักหลุดปากออกมา แต่ถ้าเธอพร่ำบอกว่า "รู้สึกดีจังที่ได้อยู่กับคุณ" "โชคดีที่ได้เป็นแฟนกัน" หรืออะไรหวาน ๆ ประมาณว่าขอบคุณนะที่มาคบกันฉัน แบบนี้ตีความได้อย่างเดียวครับ "รักมาก" ตัวโต ๆ เลย!

7. เพื่อนของเธอมาบอกคุณ

เหล่าสาว ๆ เขาชอบคุยกันเรื่องความรู้สึกที่อ่อนไหวอยู่เสมอ ถ้าได้คุยกับเพื่อนสาวของเธอแล้วได้รับการบอกเล่าว่า แฟนของคุณบอกกับเพื่อน ๆ อยู่เสมอว่าดีใจที่ได้คบคุณเป็นแฟน แบบนี้มั่นใจได้ชัวร์ว่าเธอทั้งรักทั้งภูมิใจในตัวคุณเลย ไม่อย่างนั้นไม่ไปอวดให้เพื่อนฟังหรอกนะ ;)

8. เธอบอกความลับให้คุณฟัง

ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความลับเยอะแยะไปหมด บางเรื่องเป็นก็เรื่องน่าอึดอัดที่พูดยาก แต่ถ้าเธอคอยแชร์คอยบอกเล่าให้คุณฟังอยู่เสมอ แถมท้ายด้วยบอกว่าขอบคุณนะที่คอยรับฟัง คุณทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ณ จุดนี้คุณเป็นคนสำคัญมาก ๆ ของเธอแล้วล่ะครับ และไม่แคล้วว่าเธอคงรักคุณไม่น้อยเลยล่ะ

9. เธอเอาใจคุณสารพัด พยายามทำทุกวิธีให้คุณยิ้มได้

หากเธอพยายามทำหลาย ๆ เรื่องที่คุณชอบใจเพื่อให้คุณยิ้มได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายหรือว่าเรื่องยากมากขนาดไหนเธอก็ยินดีทำเสมอ มีแต่ความรักเท่านั้นแหละที่ผลักดันให้เธอทำเช่นนี้ได้

10. เธอพยายามปรับตัวเข้าหาคุณ

ผู้หญิงก็มีความเป็นตัวของตัวเอง และคงยืนหยัดอยู่อย่างนั้นหากไม่มีอะไรมาทำให้เธอเขวไปเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ถ้าเธอพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองในบางเรื่องเพื่อให้ตรงกับที่คุณชอบใจ (ไม่ว่าจะปรับได้สำเร็จหรือไม่ก็ตามที หรือจะให้ดีก็พบกันคนละครึ่งทาง) อย่างนี้ไม่รักจริงไม่ทำหรอกนะ

เธอรักผมใช่ไหม จะดูอย่างไรให้รู้ ?

11. ทำตัวเองให้ดูดีเพื่อคุณ

เธอเอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น ไม่ปล่อยตัวให้โทรม แต่งตัวน่ารัก และกระเซ้าถามคุณอยู่บ่อย ๆ ว่าชอบที่เธอแต่งตัวอย่างนี้ไหม น่ารักไหม พอคุณบอกว่า "ผมชอบนะ" ก็ยิ้มแฉ่งตาเป็นประกาย จะบอกให้ว่าถ้าไม่ได้คำชมจากคนที่รักที่ชอบจริง ๆ เธอก็ไม่ปลื้มขนาดนี้หรอกครับ

12. เรื่องเพี้ยน ๆ ของคุณเธอก็มองว่าน่ารักได้เสมอ

คุณอาจมีนิสัยบางอย่างที่คนรอบข้างมักจะร้องยี้ เป็นต้นว่า นอนน้ำลายไหลย้อยเป็นประจำ ขนาดพี่น้องที่โตมาด้วยกันยังรู้สึกขยะแขยงเลย แต่เธอกลับมองว่านิสัยนี้น่ารักดีเหมือนเด็ก ๆ แหม ชมได้ขนาดนี้แสดงว่า "ความรัก" ตัวโต ๆ มันบังตาอยู่นั่นไง!

13. พยายามหาเวลามาอยู่กับคุณ

แม้ว่าจะงานยุ่งหรือมีธุระทางบ้านที่ต้องรับผิดชอบจัดการ แต่เธอก็จะหาเวลามาอยู่กับคุณได้เสมอ ยุ่งขนาดนี้ถ้าไม่รักจริงไม่มาอยู่ใกล้ ๆ หรอกนะ!

14. เธอเชื่อใจคุณ

แม้คุณจะมีงานที่ได้รับมอบหมายให้ไปร่วมปฏิบัติกับเพื่อนร่วมงานสาวสวย แต่เธอก็ไม่เคยโทรเช็ค โทรจิก โทรตาม เพื่อกวนสมาธิและกวนเวลาทำงานของคุณ ความเชื่อใจที่เธอมีให้แสดงถึงความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวคุณได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

15. เธอมองคุณ สนใจคุณ แค่คนเดียว

เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนที่จะสะดุดตาสะดุดใจไปกับอะไรสวย ๆ งาม ๆ ขณะที่เธออยู่กับคุณแล้วมีหนุ่มหน้าตาดีเดินผ่านมา แต่เธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจ ไม่แม้แต่ชายตามอง ปล่อยให้เขาผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ก็จะสนใจทำไมเมื่อสายตาเธอมีไว้มองคุณคนเดียวเท่านั้น ;D

ใครอ่านแล้วนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แสดงว่าคงตรงไปหลายข้อเลยสินะครับ ก็ถ้าเธอหรือคนรอบตัวแสดงของเธอแสดงอาการเหล่านี้ให้เห็น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอรักคุณ มาก ๆ ๆ ๆ ๆ เลยล่ะ ไม่ต้องไปเลียบเคียงย้ำถามเธอบ่อย ๆ "รักผมไหม ๆ" อีกแล้วครับ แต่ถ้านาน ๆ ทีไปกระเซ้าถามให้ได้ยินคำว่า "รัก" ให้ชื่นใจบ้างก็คงไม่มากเกินไปหรอกมั้ง :D























































































 

Create Date : 05 สิงหาคม 2555    
Last Update : 5 สิงหาคม 2555 23:49:57 น.
Counter : 403 Pageviews.  

แกงเลียง..เลี่ยงโรค เหมาะสำหรับแม่หลังคลอด

***

หลังคลอด

แกงเลียง...เลี่ยงโรค (Mother & Care)
เรื่อง : ปภัสรา

          "แกงเลียง" เมนูที่อุดมไปด้วยสารพัดผักและสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายคุณแม่ ทั้งแคลเซียม เบต้าแคโรทีน วิตามิน เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าผักและส่วนผสมแต่ละอย่างของแกงเลียง จะมีประโยชน์ต่อคุณแม่อย่างไรบ้าง

แกงเลียง

ฟักทอง เพิ่มสีสันให้แกงเลียงน่ากิ๊น...น่ากิน มีวิตามินเอ แคลเซียม และวิตามินซี ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณของคุณแม่ให้สดใสเปล่งปลั่ง

เห็ดนางฟ้า เห็ดนางฟ้ามีสรรพคุณที่จะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ข้าวโพดอ่อน มีทั้งคาร์โบไฮเดรต เบต้าแคโรทีน วิตามินซี แคลเซียม เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอด เพราะช่วยให้การหลั่งน้ำนมเป็นไปตามปกติ

บวบ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ เส้นใยอาหาร และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่จะไปช่วยบรรเทาอาการท้องผูกของคุณแม่ตั้งครรภ์ จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าเป็นผักที่ช่วยเรียกน้ำนมของคุณแม่อีกด้วย

หัวปลี บางบ้านนิยมนำหัวปลีมาใส่ในแกงเลียง โดยเฉพาะบ้านที่คุณแม่เพิ่งคลอดเจ้าตัวเล็ก เพราะช่วยขับน้ำนม มีธาตุเหล็กมาก ช่วยบำรุงเลือดบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง และยังมีกากใยสูง ช่วยในการขับถ่าย

ใบแมงลัก นอกจากจะช่วยให้แกงเลียงมีกลิ่นหอมน่ากินแล้ว ยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ขับลม ขับเหงื่อ

กะปิ เครื่องปรุงที่แปรรูปมาจาก "เคย" สัตว์ทะเลตัวเล็ก ๆ แต่ประโยชน์ไม่เล็กตามตัว อุดมไปด้วยแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและชะลอการสึกกร่อนของฟัน

พริกไทย เครื่องเทศกลิ่นฉุนเพิ่มความเผ็ดร้อนในแกงเลียง ช่วยแก้ท้องอืด ขับลม ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แต่คุณแม่ที่กำลังให้นมลูกน้อย ควรใส่แต่พอดี ไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป เพราะอาจมีผลต่อรสชาติของน้ำนม

หอมแดง หัวเล็ก ๆ ที่คัดแน่นไปด้วยประโยชน์ ช่วยบรรเทาอาการหวัดคัดจมูก แก้อาการท้องอืด ขับลม ช่วยย่อย ทำให้ร่างกายอบอุ่นลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ถ้ากินมาก ๆ ก็มีผลเสียด้วยนะคะ เช่น ทำให้ผมหงอก มีกลิ่นตัว หลงลืมง่าย ตามัว ฉะนั้นกินแต่พอดีก็พอค่ะ

ผักในแกงเลียงสามารถนำสลับสับเปลี่ยนกันไปได้ค่ะ วันนี้กินแกงเลียงหัวปลี พรุ่งนี้กินแกงเลียงผักรวม อย่างนี้ไม่มีเบื่อแถมยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ด้วยนะคะ




















 

Create Date : 01 สิงหาคม 2555    
Last Update : 1 สิงหาคม 2555 17:53:14 น.
Counter : 654 Pageviews.  

วิธีประคองรัก หลังคลอดลูกคนแรก

บทความความรัก วิธีประคองรัก หลังคลอดลูกคนแรก



            หลังคลอดลูกคนแรก คู่รักทุกคู่คงอดตื่นเต้นไม่ได้ที่เปลี่ยนสถานะจากสามีภรรยา กลายมาเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ และทุ่มเวลาทั้งหมดเพื่อลูกของคุณ เพราะอยากจะทำทุกอย่างให้ลูกได้สิ่งที่ดีสุด จนบางครั้งอาจละเลยดูแลเอาใจใส่กันและกัน และทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลงไปบ้าง ดังนั้น กระปุกดอทคอมเลยนำวิธีดี ๆ ในการช่วยเติมความหวานให้ชีวิตกลับมาสดใส เพื่อรักษารักให้มั่นคงยิ่งขึ้นมาฝากกันจ้า


1. แบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้แก่กัน

โดยการพูดคุยและให้ความสนใจเกี่ยวกับชีวิตของแต่ละฝ่าย จะเป็นเรื่องการทำงาน ชีวิตประจำวัน ความฝัน หรือความสนใจของคุณก็ได้ เพื่อแบ่งปันความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันและกัน เหมือนช่วงเวลาก่อนหน้าที่คุณทั้งคู่จะมีเจ้าตัวเล็ก และลองหาเวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ หรือชวนกันไปนั่งจิบกาแฟก็เป็นวิธีที่ดี ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาให้ดียิ่งขึ้น

2. เข้าใจและยอมรับ

ทั้งสองฝ่ายควรให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่หน้าที่ของพ่อหรือแม่เพียงฝ่ายเดียว บางครั้งฝ่ายหญิงอาจจะรู้สึกว่าอยากออกนอกบ้าน ไปทำงาน ไปเที่ยว ไปพบปะผู้คน เพื่อนฝูงเหมือนอย่างเดิม ส่วนฝ่ายชายนั้นอาจรู้สึกว่าอยากจะอยู่บ้านเลี้ยงดูลูกเหมือนฝ่ายหญิงมากกว่า เพราะกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น คุณทั้งคู่ควรยอมรับในหน้าที่ของตนเอง และพยายามเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งด้วย

3. อดทนกับการเปลี่ยนแปลง

            หลังจากที่มีลูกคงเกิดการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในชีวิต รวมถึงร่างกายของผู้หญิง อาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว อ่อนเพลียง่าย หรือให้ความสนใจเรื่องอื่น ๆ มากกว่าเรื่องเซ็กส์ ดังนั้น ฝ่ายชายก็ควรเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย เพราะเซ็กส์ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตคู่ คุณสามารถแสดงความรักผ่านอ้อมกอดอุ่น ๆ ของคุณก็ได้

บทความความรัก วิธีประคองรัก หลังคลอดลูกคนแรก

4. ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เมื่อเกิดปัญหาคุณทั้งคู่ควรหันหน้าเข้าหากัน คุยกันแบบเปิดใจ และช่วยกันแก้ไข แต่ถ้ายังหาทางออกไม่ได้ ลองปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ของคุณ หรือผู้เชี่ยวชาญเพราะประสบการณ์จากพวกเขา อาจจะทำให้คุณทั้งคู่มองเห็นวิธีแก้ได้ง่ายขึ้น


5. แบ่งเวลาให้กับตัวเอง

ในช่วงเวลาที่ลูกนอนหลับ คุณทั้งคู่อาจจะใช้ช่วงเวลานี้เพื่อพักผ่อน ทำกิจกรรม หรืองานอดิเรกส่วนตัว จะวาดภาพ ปลูกต้นไม้ กิจกรรมอะไรก็ได้ ที่คุณทำแล้วรู้สึกสบายใจ เพื่อให้คุณสู้ ทำสิ่งดี ๆ ให้คนที่คุณรักต่อไปได้

ความอบอุ่นจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติ ล้วนมีผลต่อเด็ก ๆ ทั้งสิ้น ทุกคนอยากเกิดมาในครอบครัวที่มีความสุขกันทั้งนั้น คู่รักรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ให้ยืนยาว หมั่นเติมความรัก ด้วยการดูแลความรู้สึกซึ่งกันและกัน สร้างครอบครัวที่มีแต่รอบยิ้มกันดีกว่าค่ะ
























 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2555 5:53:04 น.
Counter : 667 Pageviews.  

ทำไมลูกต้องเล่น

พัฒนาการเด็ก

ทำไมลูกต้องเล่น (Mother & Care)


           "การเล่น" นับว่าเป็นกิจกรรมสำคัญของเด็กในทุกช่วงวัย ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการและเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แบบ และสิ่งที่สำคัญในการเล่นก็คือ คุณพ่อและคุณแม่ต้องไม่ปิดกั้นจินตนาการในการเล่นของลูกค่ะ

Growing Up ฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก พญ.อมรรัตน์ ภัทรวรธรรม กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก ช่วยไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการเล่น ของเด็กค่ะ

ทำไมต้องให้ เด็กเล่น?

การเล่นเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเพลิดเพลิน มีความสุข สนุก อารมณ์ดี รวมถึงทำให้เด็กมีการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ซึ่งในทาง การแพทย์แล้ว การเล่นถือเป็นการเรียนรู้ของเด็กนอกจากการเรียนรู้ทางวิชาการ แต่พ่อแม่มักจะห่วงในด้านวิชาการ รีบส่งลูกไปเรียนตั้งแต่เล็กเพราะกลัวลูกเรียนไม่ทัน ซึ่งการเรียนทางวิชาการมากกว่าจะทำให้ลูกมีความฉลาด แต่ขาดความเฉลียวที่ลูกจะได้รับจากการเล่น ทั้งในแง่ของการคบเพื่อน การใช้ชีวิตในสังคมภายหน้า หรือขาด EQ ที่จะใช้ในการประยุกต์สิ่งต่างๆ ให้เข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

การเล่นของเด็กในวัยก่อนประถมนั้น มีความสำคัญมากกว่าการเรียนรู้ในเรื่องวิชาการ เพราะเป็นช่วงที่เด็กต้องการและทำให้เด็กได้เรียนรู้การใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายซึ่งเป็นพื้นฐานในการใช้ทักษะ เหล่านี้ต่อไปภายหน้า เช่น ฝึกการใช้ กล้ามเนื้อมือ กล้ามเนื้อมัดเล็ก สามารถ นำไปใช้ในการเขียนหนังสือ หรือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่จะต้องพัฒนาโดยการกระโดด การวิ่งเล่น ซึ่งการเล่นจะช่วยเสริมทักษะ ให้เด็กสามารถกะระยะใกล้ไกลได้

นอกจากนี้ การเล่นจะทำให้เด็กได้เรียนรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาบางอย่างที่ไม่มีในวิชาการ เช่น เวลาที่เด็กจะเล่น ก็มักสังเกตสิ่งของก่อนว่าจะเล่นได้อย่างไร และเมื่อเล่นสิ่งนั้นแล้วจะเกิดอะไรตามมา เช่น เคาะแล้วเกิดเสียงดัง ทำให้เกิดการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว และยังเป็นการฝึกทักษะสังคมในการที่จะเล่นกับคนอื่นด้วย

เล่นอย่างไร...ไม่อันตราย

ถึงแม้บ่อยครั้งที่พ่อแม่มักจะหลีกเลี่ยงหรือห้ามไม่ให้เด็กเล่นใช้กำลัง เล่นอาวุธ เพราะกลัวว่าเด็กจะก้าวร้าวเมื่อโตขึ้น แต่ที่จริงแล้วพ่อแม่ควรคำนึงว่าการเล่นนั้นเหมาะกับพัฒนาการในช่วงวัยของลูกหรือเปล่า และดูในเรื่องของความปลอดภัย เช่น วัยนี้จะเล่นต่อสู้ได้หรือยัง การเอาไม้มาตีกัน หรือเอาปืนปลอมมายิงกัน เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถประเมินกำลังของตัวเองได้ อยากรู้อยากเห็นและไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง อาจคิดว่าคนเราตายแล้วฟื้นได้ และใช้กำลังมากโดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นทำอันตรายอะไรบ้าง แยกไม่ได้ระหว่างปืนของเล่นกับของจริงว่าต่างกันอย่างไร จึงต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและสอนลูก หรืออาจหาการเล่นที่ปลอดภัย ให้ลูก เช่น ถ้าชอบเล่นต่อสู้ ก็อาจจะส่งเสริมโดยการชวนลูกไปเล่นอย่างอื่นที่ต้องออกกำลังเหมือนกัน อย่างการเตะบอล โยนบอล วิ่งไล่จับ หรือการละเล่นสมัยก่อน มอญซ่อนผ้าที่ใช้ผ้ามาตีกันก็เป็นการเล่นที่มีการตีแต่เป็นการตีเบาๆ และชั่วคราวในการเล่นเท่านั้น

ทั้งนี้ ถ้าปล่อยให้เด็กเล่นใช้กำลังโดยที่ไม่ได้สอนเด็กอย่างถูกต้อง เท่ากับเป็นการส่งเสริมความรุนแรงในเด็กได้ทางหนึ่ง เพราะเด็กไม่รู้ว่าเล่นแล้วจะมีอันตรายอย่างไร และเวลาที่เด็กเล่นมักจะอินเข้าไปกับสิ่งนั้น เมื่อให้เขาเล่นได้ก็จะทำให้คิดว่าสามารถทำเช่นนั้นได้ในชีวิตจริงเหมือนกัน แต่การที่พ่อแม่จะห้ามไม่ให้เด็กเล่นอะไร จะต้องสามารถบอกเหตุผลกับลูกได้ว่าห้ามเพราะอะไร ถ้าทำไปแล้วจะเกิดผลอย่างไร ซึ่งจะทำให้เด็กได้เรียนรู้กฎระเบียบ การทำได้หรือทำไม่ได้ เรียนรู้ว่าในสังคมมีระเบียบวินัย ไม่สามารถทำตามความต้องการของตัวเองได้ทุกอย่าง ต้องหัดเรียนรู้และเคารพคนอื่นเช่นกัน

เรียนรู้การเล่นหลายแบบ

พ่อแม่ควรให้ลูกได้ลองเล่นหลายๆ แบบ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้หลากหลายบทบาท เช่น เด็กผู้ชายเล่นตุ๊กตาหรือทำกับข้าว หรือเด็กผู้หญิงตอกตะปู ก็เพื่อที่เด็กจะได้เรียนรู้ว่ามีการเล่นแบบนี้ และเป็นการเรียนรู้บทบาทของอีกฝ่ายที่สามารถนำไปใช้ได้ในอนาคตหรือทำหน้าที่แทน เมื่ออีกฝ่ายไม่อยู่

นอกจากนี้ การให้เด็กได้เรียนรู้บทบาทหลาย ๆ อย่าง จะทำให้เข้าใจคนอื่นมากขึ้น เมื่อเติบโตก็จะมีมุมมอง  อีกอย่างว่า ผู้หญิงเล่นตุ๊กตา ผู้ชายเล่นปืนเพราะสนุกอย่างไร แทนที่เด็กจะมองแต่การเล่นของตัวเองอย่างเดียว และยังเป็นการพัฒนาด้านจินตนาการของเด็กด้วย เช่น เล่นบทบาทสมมติว่าเป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง เล่นเป็นครู นักเรียน ซึ่งเด็กก็จะหัดเล่นสมมติตั้งแต่ของที่เหมือนจริง อย่างการเอาจานชามมาเล่นทำอาหาร และเมื่อถึงจุดหนึ่งเด็กก็จะปรับระดับการคิดขึ้นไปอีกคือ การสมมติจากของที่ไม่เหมือนจริง เช่น เอาท่อนไม้มาสมมติเป็นโทรศัพท์ เป็นการสร้างสิ่งนั้นให้มีขึ้นมาจากจินตนาการของเด็กและให้เด็กได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

สร้างจินตนาการจากการเล่น

การที่เด็กจะมีจินตนาการและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ดีนั้น พ่อแม่ต้องปูพื้นฐานจากการเล่นตั้งแต่วัยเด็ก หากพ่อแม่มองว่าจินตนาการเหล่านั้นเป็นผลมาจากการเรียนรู้และพัฒนาการที่ผ่านมา เด็กสามารถคิดได้ด้วยตัวเองแทนที่จะต้องให้พ่อแม่สั่ง ก็จะทำให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ที่ออกมาจากการใช้จินตนาการของตัวเองมากขึ้น พ่อแม่ต้องไม่ห้ามความคิดหรือปิดกั้นจินตนาการของลูก ถึงแม้บางครั้งสิ่งนั้นอาจดูเป็นไปไม่ได้ก็ตาม แต่ในสิ่งที่เขาคิดขึ้นมาและเราคิดว่าเป็นไปไม่ได้นั้น อาจจะเป็นไปได้ในอนาคตก็ได้ เพราะเมื่อลูกมีจินตนาการแล้ว ก็จะทำให้เขาพยายามทำให้ได้ตามที่คิด

สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการส่งเสริมจินตนาการของลูก ก็คือ พ่อแม่ต้องเล่นกับลูก โดยการสมมติบทบาทต่าง ๆ ไปกับเขาด้วย จะทำให้เด็กได้เห็นถึงความคิดที่หลากหลายมุมมองมากขึ้น เรียนรู้ทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เกิดความรักและผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูก และควรส่งเสริมจินตนาการต่าง ๆ ของลูกด้วยการให้เขาได้ลองพยายามทำในสิ่งที่คิดขึ้นมา แต่ถ้าลูกทำไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร ควรสอนให้ลูกเข้าใจและให้กำลังใจลูกอยู่เสมอ






































 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2555 12:48:30 น.
Counter : 363 Pageviews.  

สารอาหารต้านโรคตา

อาหารสุขภาพ

สารอาหารต้านโรคตา (e-magazine)

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ดังนั้นคุณจึงต้องดูแลตาคู่สวยให้ดีอยู่เสมอ โดยปัญหาของโรคตาอาจส่งผลให้เกิดภาวะตาบอดหรือความบกพร่องในการมองเห็นได้ ซึ่งความพิการที่น่าสลดใจอย่างปัญหาตาบอด หรือสายตาเสีย ก็มักจะเกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา แต่ทั้งนี้ความพิการทางตาก็สามารถป้องกันและรักษาได้

          โดย ดร.สุจินต์ โตวิวิชญ์ เผยว่า โรคตาต่าง ๆ มีความเกี่ยวพันกับภาวะขาดสารอาหาร โดยสารอาหารที่มีข้อมูลสนับสนุนว่ามีความสัมพันธ์กับโรคตา คือ วิตามินเอ ธาตุสังกะสี วิตามินอี และวิตามินซี

วิตามินเอ

          วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน แหล่งอาหารที่ให้วิตามินเอสูง ได้แก่ ตับ ไข่แดง น้ำมันตับปลา นม ผักใบเขียวเข้ม มะละกอ ฟักทอง มะม่วงสุก ฯลฯ วิตามินเอมีความสำคัญต่อ ร่างกายในด้านการมองเห็นในแสงสลัว การบำรุงรักษาเซลล์บุผิว การเจริญเติบโต การทำงานเป็นปกติของระบบสืบพันธุ์ และระบบภูมิคุ้มกัน

          อาการทางตาของการขาดวิตามินเอ เริ่มจากอาการตาบอดกลางคืนในระยะแรก คือ อาการเยื่อบุตาขาวแห้ง เนื่องจาก การสร้างเมือกตามเยื่อบุต่าง ๆ ลดลง การสร้างน้ำตาเพื่อหล่อเลี้ยงตาลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่ออาการขาดรุนแรงขึ้น จะพบลักษณะที่เรียกว่า "เกล็ดกระดี่" เป็นคล้ายรอยแผลที่เยื่อตาขาว มีลักษณะย่น เมื่อมีภาระขาดมากขึ้น เยื่อกระจกตาจะแห้งทำให้ตาบอดได้

สังกะสี

          ธาตุสังกะสีมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ การคงสภาพของผนังเซลล์ การมองเห็นในที่มืด การรับรส และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย อาหารที่ให้ธาตุสังกะสีในปริมาณสูงและมีการดูดซึมได้ดี คือ เนื้อสัตว์ อาหารทะเลจำพวกหอย ไข่ และผลิตภัณฑ์นม ในคนและสัตว์ถ้าขาดสังกะสีแล้วจะเจริญเติบโตช้า ผมร่วง ผิวหนังอักเสบและมีรอยโรค อุจจาระร่วง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ตาบอดกลางคืน การรับรสผิดปกติ แผลหายช้า มีนิสัยและพฤติกรรมผิดแปลก

ธาตุสังกะสีเป็นองค์ประกอบของเอ็นไซม์ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนวิตามินเอให้อยู่ในรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้ และมีบทบาทในการขนถ่ายวิตามินเอจากตับไปสู่กระแสเลือด จึงได้ข้อเสนอแนะว่า การเสริมธาตุสังกะสีโดยเฉพาะในกรณีที่ร่างกายมีธาตุสังกะสีไม่เพียงพอ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาวะการขาดวิตามินเอและการมองเห็นในที่มืด เป็นอย่างยิ่ง

วิตามินอี

          วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ทำหน้าที่เป็นสารแอนติออกซิแดนต์ วิตามินอีมีอยู่ในแหล่งอาหารทั่วไป เช่น น้ำมันพืช ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืชต่าง ๆ จมูกข้าวสาลี วิตามินอีมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคตาในทารกคลอดก่อนกำหนด

วิตามินซี

          วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ มีคุณสมบัติเป็นแอนติออกซิแดนต์ เช่นเดียวกับวิตามินอี หากขาดวิตามินซี ผิวหนังจะผิดปกติ แผลหายช้า การสร้างฟันผิดปกติ หลอดเลือดฝอยแตกง่าย โรคเลือดออกตามไรฟัน

          วิตามินซีมีอยู่มากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว มะเขือเทศ ผักต่าง ๆ เช่น กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ บรอคโคลี่ และผักใบเขียวหลายชนิด


ดวงตา


วิตามินซี และวิตามินอีกับต้อกระจก

ต้อกระจก เป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในการมองเห็น และปัญหาตาบอดในผู้สูงอายุ เนื่องจากวิตามินอี และวิตามินซีเป็นสารแอนติออกซิแดนต์

          จากการศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่า วิตามินอีและวิตามินซีมีผลในการป้องกันการเกิดต้อกระจกและผู้วิจัยได้เสนอแนะว่า การได้รับวิตามินอีและวิตามินซีเสริมนี้ สามารถลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจกลงได้ครึ่งหนึ่ง

ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า วิตามินเอเป็นสารอาหารที่สำคัญในการรักษาลักษณะทางกายภาพและการทำงานของตาให้เป็นปกติ ภาวะการขาดวิตามินเอจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่าง ๆ เริ่มจากอาการตาบอดกลางคืน เยื่อบุตาขาวแห้ง ย่น เป็นแผล ตามมาด้วยกระจกตาแห้ง ขรุขระ อ่อนเหลว และท้ายสุด หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีตาอาจบอดได้ ส่วนธาตุสังกะสีจะทำงานร่วมกับวิตามินเอในกระบวนการทางเคมี ให้เกิดการมองเห็นในที่มืด

          นอกจากนี้ ยังช่วยให้มีการสร้างโปรตีนตัวพาของวิตามินเอในตับ เพื่อจะได้ลำเลียงวิตามินเอไปยังเนื้อเยื่อที่ต้องการได้อีกด้วย มีการศึกษาที่แสดงว่า การให้สังกะสีเสริมในผู้ป่วยโรคตับจากพิษสุราเรื้อรัง และในเด็กวัยเรียนช่วยให้การมองเห็นภาพในที่มืดดีขึ้น

สำหรับวิตามินอี ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารแอนติออกซิแดนต์นั้น มีรายงานว่า ช่วยลดอุบัติการณ์ และความรุนแรงของโรคตาในทารกคลอดก่อนกำหนดได้ และท้ายสุดนี้ คือการเสนอแนะว่า วิตามินอีและวิตามินซี ซึ่งมีฤทธิ์เป็นแอนติออกซิแดนต์ สามารถลดอัตราเสี่ยง ของการเกิดต้อกระจกในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งข้อเสนอแนะนี้ ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป























 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2555 4:17:43 น.
Counter : 453 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

konngambanpon
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




DDDDDDDDDD .......
Friends' blogs
[Add konngambanpon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.