Group Blog
 
All blogs
 

กว่าจะรู้ว่ามีอยู่ ก็เกือบจะสายไป



"มีคนเคยบอกว่าลูกจะไม่มีวันรู้ถึงรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ จนกว่าจะได้เป็นแม่ด้วยตัวเอง"


     จริงนะ จริงมากๆ เลย เมื่อก่อนตอนที่หนูยังไม่มีลูก รักของแม่ก็เหมือนผี
รู้ว่ามีแต่ไม่เคยสัมผัสถึง...ฮ่าๆๆ ว่าไปนั่น ดูรายการคนอวดผีมากไปป่ะเนี่ยเรา


     มาวันนี้หนูมีลูก 2 คนแล้ว รู้ซึ้งเลยว่าพระคุณแม่ตอบแทนด้วยอะไรก็ไม่มีวันหมด
ลูกที่จัดได้ว่าเลวแบบหนู เพิ่งเข้าใจก็เมื่อวันที่มีน้องเนี๊ยบ น้องนิ้งนี่เอง


     สมัยวัยรุ่น ใช้ชีวิตสุขสำราญ ติดเพื่อน ติดแฟน ลืมแม่ ผลาญเงินทองไปไม่รู้เท่าไหร่
เรียนดี แต่เรียนที่ไหนก็ไม่จบ มีเรื่องกับอาจารย์บ้างหละ กับเพื่อนบ้างหละ แม่ต้องไปคอยตาม
ดร็อฟเรียนให้ไม่รู้กี่โรงเรียน


     นับครั้งไม่ถ้วนที่แม่ร้องไห้เสียใจ กับการที่หนูทำลายความหวัง ที่มีเพียงสิ่งเดียวของแม่
หลายครั้งที่แม่คิดมากกับหนูจนเบลอนั้งรถเมย์ผิดสาย บางทีก็เลยบ้าน
หรือบางครั้งก็ถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาลก็มี


     สิ่งที่ทำไปทั้งหมดเพียงเพราะคิดว่าแม่ไม่รัก แม่ทิ้งให้หนูต้องอยู่กับตา-ยาย น้าสาว และ
น้าเขย ที่หาความรักความอบอุ่นไม่ได้เลย ตา-ยาย ไปทำไร่ ทำนา ตกเย็นมาก็มาทะเลาะ
ตบตีกัน วันไหนเมามากๆ ก็มีลงไม้ลงมือเลือดตกยางออก ทำลายข้าวของ ซึ่งเป็นภาพ
โหดร้ายที่หนูไม่อยากเห็น จึงเกิดคำถามที่ว่าทำไมแม่ไม่เอาหนูไปอยู่ด้วย เอาหนูมาทิ้งไว้
ทำไม ..ยิ่งตอนเรียนประถมยิ่งแย่ น้าเขยกับน้าสาว รักแต่ลูกของตัวเอง ทำอะไรก็เข้าข้าง
ลูกตัวเอง ไม่รู้ถูกผิด เลยปล่อยน้องมาแกล้งหนูอยู่เป็นประจำ สภาพแวดล้อมเหล่านี้
ทำให้หนูไม่เคยที่จะสัมผัสได้ถึงคำว่าครอบครัวเลย


     การที่หนูโตมาแบบนี้ละมั้ง ถึงทำให้หนูเป็นคนแบบนี้ แข็งกระด้าง เอาแต่ใจ คิดเองทำเอง
อยากได้อะไรก็ต้องได้ ซึ่งทุกครั้งแม่ก็คอยหามาประเคนให้หมดทุกอย่าง เพราะคิดว่า
จะชดเชยในสิ่งที่หนูขาด ไม่อยากให้หนูมีปมด้อย แม่จะรู้มั้ยนะ ว่าเงินทอง
ของมีค่าเหล่านั้น มันแทนอ้อมกอดอุ่นๆ ของแม่ไม่ได้เลย แต่กว่าเราจะได้กอดกัน
ได้นอนด้วยกันที ก็ต้องรอเทศกาล หรือปิดเทอม อุ่นได้ไม่นาน ก็กลับมาโดดเดี่ยว


     ในวันที่หนูได้รับรู้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ เกือบจะเป็นวันที่สายไปเสียแล้ว
เพราะวันนี้แม่ไม่ได้แข็งแรงพอ ที่จะพยุงเวลาลูกล้ม ไม่มีพลังพอที่จะฉุดดึงเมื่อยามลูกเจ็บ
เพราะหนูได้ทำร้ายจิตใจแม่ให้อ่อนล้า จนมันบั่นทอนร่างกายให้อ่อนแรงไปเสียแล้ว


     แม่เป็นโรคกรวยไตอักเสบ โชคดีที่ยังไม่ถึงขั้นรุ่นแรง แต่ก็สร้างความเจ็บปวดให้แม่
ไม่น้อยเลย ทั้งปวดขา ปวดหลัง ตาบวม หน้าบวม เมื่อไหร่ที่เครียดจัดๆ ก็พาลหนาวสั่นเป็นไข้
ระยะหลังๆ มานี่แม่อาการดีขึ้น เจาะเลือดไม่พบเชื้อแบคทีเรียแล้ว แต่ก็ยังคงต้อง
ปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำมากๆ และห้ามเครียด
คงเป็นเพราะช่วงปี 2 ปีหลังนี้ ที่หนูมีลูกแล้วมั้ง แม่ถึงได้คิดมากกับหนูน้อยลง
มีความสุขกับหลานๆ มากขึ้น เจอกัน อยู่กันเป็นครอบครัวบ่อยขึ้น
หนูสร้างปัญหาให้แม่น้อยลง ซึ่งกว่าจะเป็นอย่างนี้ได้ ก็เกือบจะสายไปเสียแล้ว


     เกือบจะสายไปจริงๆ หนูแอบอ่านบันทึกของแม่ แล้วสะเทือนใจมาก แม่เขียนประมาณว่า
ช่วงที่แม่ป่วยหนักๆ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ นอนโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น
แม่มักจะเจ็บปวดกับคำถามของพยาบาล ที่มักจะถามเสมอว่า "ไม่มีญาติมาด้วยหรอคะ"
อาการเจ็บปวดใจ มันมากกว่าเจ็บป่วยจากโรคเสียอีก เพราะจำได้ว่าช่วงนั้น
ถ้าไม่จำเป็นหนูไม่เคยโทรหาแม่เลย จะโทรมาก็แค่ตอนเดือดร้อนเรื่องเงินเท่านั้น


     แม่จ๋า ... ลูกเลวๆ คนนี้ ทำผิดกับแม่อย่างไม่น่าให้อภัยจริงๆ
นี่ถ้าแม่เป็นอะไรไปซะก่อน ก่อนที่หนูจะสำนึกผิด และรู้ซึ้งถึงพระคุณแม่
ในใจหนูคงมีแต่คำว่า "สายไป"


v
v
v
สองมือที่อ่อนล้า

v
v
v
สองขาที่อ่อนแรง

v
v
v
เราจะแบ่งเบาทุกข์ และสุขไปด้วยกัน



แม่จ๋า...




...วันแม่นี้ หนูจะไปกราบเท้าแม่
...แล้วบอกว่า "หนูรักแม่"
...ทุกๆ วัน หนูจะเป็นคนดีของแม่
...และตลอดไป แม่จะเป็นคนที่หนูรักที่สุด
...ไม่ใช่รักสามี มากกว่าแม่ อย่างที่แม่เข้าใจ



...ลูกหนู รักแม่เตือน ที่สุดเล้ยยยยย







 

Create Date : 06 สิงหาคม 2554    
Last Update : 12 สิงหาคม 2554 17:16:23 น.
Counter : 323 Pageviews.  

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิด คุณยายของเนี๊ยบครับผม



สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด "แม่" ที่รักที่สุดของลูก


ยายกะเนี๊ยบ ตอนเนี๊ยบอายุได้ 1 เดือน


     แม่จ๋า...วันเกิดปีนี้ คงเป็นอีกปีที่หนูไม่มีของขวัญให้แม่
สิ่งที่พอจะทำได้ก็คงจะเป็นแค่การที่ไม่ทำให้แม่เป็นห่วง
และเหนื่อยกับหนูมากไปกว่านี้
ถึงหนูจะดื้อ จะเกเรมายังไง แต่หนูก็ไม่เคยไม่รักแม่
สิ้นปีนี้หนูสัญญาว่าจะย้ายไปอยู่บ้านเรา ที่แม่ซื้อไว้รอ ตามที่แม่ขอ
แม่จะได้มาหาหลานง่ายขึ้น และก็เป็นห่วงเราน้อยลง




     ใส่บาตรทำบุญวันนี้ ไม่ขออะไรมาก แค่อยากขอสุขภาพที่ดีให้กับแม่
เพราะปีนี้สุขภาพของแม่ดูจะย่ำแย่เหลือเกิน ดูแม่แก่ลงไปมาก
ริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าก็เพิ่มมากขึ้น ร่างกายก็ผอมลงเยอะเลย
หนูบอกให้แม่กินเยอะๆ แล้วก็เลิกดื่มกาแฟซะที แต่แม่ก็ยังคงดื้อ
     คิดถึงตอนที่เราอยู่ด้วยกันจังเน๊าะ หนูนอนให้แม่เกาหลังลูบท้องให้ทุกคืนเลย
แถมหนูยังติดนอนจับนมแม่ จับมาจนโตอีกต่างหาก
เคยสัญญากับแม่ว่าจะเลิกนอนจับนม ตอนเรียน ปวช. แต่ก็ทำไม่ได้
ยังคงจับมาจนกระทั่งมีครอบครัว ฮ่าๆๆ ตลกจัง ไม่รู้ว่าเจ้าเนี๊ยบจะมาเอาคืนหนูรึป่าว
แม่จ๋า...หนูรู้ว่าแม่ได้ยินมันบ่อยแล้ว แต่หนูก็ยังอยากบอกแม่อยู่ทุกๆ วัน
"หนูรักแม่นะ"




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2553    
Last Update : 18 ธันวาคม 2553 8:02:23 น.
Counter : 343 Pageviews.  

วันพ่อ....กับ วันแม่ สำหรับฉันมันคือวันเดียวกัน

ในวัยใกล้ๆ 5 ขวบ คุณจำอะไรในช่วงนั้นได้บ้างไหม
คุณมีความทรงจำอะไรที่หยุดอยู่แค่วัยนั้นได้บ้างรึป่าว
สำหรับฉัน แม้ช่วงวัยนั้นจะผ่านมาเกือบ 23 ปีแล้ว
แต่ภาพความทรงจำเหล่านั้นมันยังคงชัดเจน


ภาพ-ที่มี...
สองคนพ่อลูก เล่นสนุกสนานกัน
ซึ่งการเล่นแต่ละอย่างออกจะเป็นการเล่นโลดโผนแบบเด็กผู้ชายซะมาก


ภาพ-ที่มี...
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งไปไหนมาไหน โดยมีพ่อเป็นยานพาหนะชั้นดี
ทุกๆ เช้า หรือคล้อยบ่ายแดดร่มลมตก
ภาพที่บรรดาญาติๆ และคนในหมู่บ้านเห็นกันอย่างชินตา
ก็คือภาพของฉัน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ หูกางๆ หัวโหนกๆ(เค้าว่ากันแบบนั้น)
ขี่คอพ่อไปเที่ยวเล่นตามที่ต่างๆ


ภาพ-ที่มี...
ฉัน...กำลังถูกรังแก จากพวกเด็กๆ และวัยรุ่นที่เคยโดนพ่อแกล้งมาก่อน
พวกนั้นกำลังจะจับคอฉันยืด โดยการใช้มือ 2 ข้างยกใต้ขากรรไกร
เพื่อให้ส่วนตัวลอยขึ้นสูงจากพื้น ซึ่งพ่อเรียกมันว่ากีฬาการยืดตัว
เป็นการเล่นที่พ่อโปรดปรานที่จะเล่นกับเด็กๆ ในระแวกบ้านมาก
แต่ใคร!! หน้าไหนก็อย่าหวังมาเล่น หรือแกล้งฉันเพื่อหวังเอาคืนพ่อเด็ดขาด
เพราะนอกจากพ่อจะไม่ยอมให้ใครเล่นกับฉันแบบนั้นแล้ว
พ่อยังจะไล่เตะคนที่แกล้งฉันอีกต่างหาก จนเหล่าบรรดาลุง ป้า น้า อา
ต่างก็ว่าพ่อว่า "แหมมึงนะ ทีแกล้งคนอื่นเค้าหละแกล้งได้
แต่พอเค้าจะแกล้งลูกมึงบ้างทำเป็นด่าเค้านะ"


ภาพเหล่านี้ และอีกหลายภาพฉันจำมันได้อย่างชัดเจน
ทั้งๆ ที่ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่มาก
ซึ่งสาเหตุที่ความทรงจำเรื่อง"พ่อ" ของฉันมันหยุดอยู่แค่ในวัยเด็ก
ก็เพราะว่า พ่อจากฉันไปตั้งแต่ฉันอายุยังไม่เต็ม 5 ขวบดี
พ่อของฉันตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง โดยทิ้งสิ่งที่รักที่สุดไว้ 2 ชีวิต
คือฉันกับแม่


ภาพวันที่พ่อจากไป ฉันก็ยังคงจำมันได้อย่างชัดเจนไม่มีวันลืม...
ซึ่งฉันจะบันทึกมันเอาไว้ เผื่อว่าวันนึงฉันจำอะไรไม่ได้ ฉันจะได้กลับมาอ่านมัน


     ...บ่ายวันนึง ยามแสงแดดอ่อนๆ ฉันเห็นพ่อนั่งเอนหลังรับลมอยู่หน้าบ้าน
สายตาเหม่อลอยไปเบื้องหน้า ซึ่งเป็นท้องถนน
ฉันกับแม่ไปอาบน้ำเล่นกันในสระ กลับขึ้นมาก็ไม่เห็นพ่อแล้ว
แม่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่งตัวเสร็จก็พาฉันเข้าครัว เตรียมอาหารเย็นกัน
อาหารเย็นเสร็จแล้ว มืดแล้ว...แต่เรา 2 คนก็ยังไม่เห็นพ่อกลับมา
พ่อไปไหน? ออกทุ่งนาหรอ?? ไปทำไม??? นี่เป็นคำถามที่แม่ฉันสงสัย
เวลาผ่านไปจนผิดปกติ ละครหลังข่าวจบแล้ว แต่พ่อก็ยังไม่กลับ
     แม่ตัดสินใจพาฉันขี่จักรยานออกไปตามพ่อ ในที่ๆ คิดว่าพ่อจะไป
และที่สุดท้ายที่แม่คิดว่าจะพบพ่อ ก็คือทุ่งนา
เราไปถึงแม่ก็จอดจักรยานไว้ เพราะทางเข้าเป็นหัวคันนาเล็กๆ รถเข้าไม่ได้
แม่อุ้มฉันเดินฝ่าความมืดไป จนถึงกระท่อมของเพื่อนบ้าน แม่ถามว่าเห็นพ่อบ้างไหม
เพื่อนบ้านบอกว่า เห็นพ่อขี่จักรยานมาจอดไว้ที่ป่ากล้วยตั้งแต่ตอนเย็นๆ
ได้ยินแค่นั้นเอง ไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ เพราะดูเหมือนว่าแม่จะกึ่งเดินกึ่งวิ่ง
เพื่อจะรีบไปหาพ่อที่กระท่อมกลางนาของเรา ปากแม่ก็ร้องเรียกพ่อไปตลอดทาง
แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบจากพ่อเลย และยังไม่ทันที่จะถึงกระท่อมของเราดี
ฉันไม่รู้ว่าแม่ได้ยินเสียงอะไร แม่วางฉันลงแล้วรีบวิ่งไปเรียกพ่อที่กระท่อม
ตอนนั้นมืดมาก แม่ทิ้งฉันไว้ที่หัวคันนา ซึ่งเดินไปอีกนิดก็จะถึงกระท่อมแล้ว
     ฉันรีบเดินตามแม่ไป แต่ด้วยความที่มืดมาก ทำเอาฉันตกหัวคันนาไปหลายรอบ
กลัวก็กลัว เจ็บก็เจ็บ แต่ต้องรีบลุกเพื่อวิ่งตามแม่ไป

ไปถึงกระท่อม ฉันได้ยินเสียงแมวร้องอย่างครวญคราง แม่รีบไปจุดไฟแล้วเดินหาพ่อ
ปากแม่ร้องเรียกพ่ออยู่ไม่ได้ขาด แม่เริ่มใจไม่ดี เพราะมองเห็นแมวนอนเกลือกกลิ้ง
ข้างตัวเต็มไปด้วยกองอวก ใกล้ๆ กันก็มีอวกอยู่อีกหนึ่งกอง แม่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งเรียกพ่อดังขึ้น
สักพัก ก็ได้ยินเสียงขานรับจากพ่อว่า"อือ..อ" ดังมาจากสระน้ำด้านหลังกระท่อม
แม่รีบถือไฟวิ่งไปดู ส่วนฉันก็ยืนตัวสั่นอยู่หน้ากระท่อม เพราะมันทั้งกลัวทั้งงง อย่างบอกไม่ถูก
     ไม่นาน ฉันก็เห็นแม่กับพ่อตัวเปียกขึ้นมาจากสระน้ำ แม่ลากพ่อในสภาพเกือบหมดสติขึ้นมาจากน้ำ
แม่เขย่าตัวพ่อ เรียกพ่อซ้ำๆ เพื่อให้พ่อได้สติ พ่อตอบแม่ "อือๆ"
แม่ถามพ่อว่า "ทำอะไร เป็นอะไร ทำไมไปอยู่ในน้ำ"
พ่อบอกว่า "มันร้อนท้อง มันอวก มันร้อน ต้องแช่น้ำ"
แม่ถามพ่อไปร้องไห้ไปว่า "ทำไมอวกกินอะไรลงไป"
พ่อบอกแบบใกล้หมดแรงว่า "กินน้ำมันพืช กินให้มันอวก"
แม่ก็ยังคงถามต่อไปอีกว่า "ทำไมต้องให้อวก พ่อกินอะไรลงไป"
พ่อว่า "กินยา กรัมม็อคโซน" (ยากรัมม็อคโซน เป็นยาฆ่าหญ้าชนิดดูดซึม)

แม่ร้องไห้เสียงดัง พร้อมทั้งถามพ่อแบบตวาด "กินทำไม กินมันเข้าไปทำไม"
มาถึงตอนนี้ ฉันเริ่มร้องไห้ตามแม่ แบบสะอื้นอยู่ในลำคอ
ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร รู้แต่ว่าภาพตรงหน้าคือ พ่อเจ็บ และแม่กำลังร้องไห้
พ่อทำท่าจะหลับ แม่เขย่าตัวพ่อ และยังคงถามพ่อว่ากินยาฆ่าแมลงเข้าไปทำไม
พ่อตอบแม่อย่างสลึมสลือว่า "พ่อเครียด พ่อยากตาย"
แม่ตีพ่อ แล้วว่าพ่อไปว่า "คิดอะไรโง่ๆ ตายได้ไง จะทิ้งลูกทิ้งเมียไปไหน"
แม่ดึงตัวฉันมาใกล้ๆ พ่อ ..แล้วถามพ่อว่า "นี่เห็นไหม เห็นหน้าลูกไหม ไม่รักลูกหรอ"
พ่อตอบเสียงดังฟังชัดว่า "รัก รักที่สุดในชีวิต"
แม่ถามพ่ออีกว่า "รักแล้วกินเข้าไปทำไม กินยาฆ่าตัวตายทำไม"
พ่อบอก"เครียด คิดไม่ออก อยากตาย..."
"แต่คิดได้แล้ว คิดถึงลูก ไม่อยากตายแล้ว กินน้ำมันพืชให้มันอวกออกมา มันไม่ออก"
แม่ซึ่งตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา ถามพ่ออีกว่า "กินไปกี่ช้อน"
พ่อบอก"3 ช้อน ล้วงคออวกแล้ว มันร้อนๆ ต้องไปแช่น้ำ"


แม่ไม่รอช้า และหมดคำถาม แม่แบกพ่อขึ้นหลัง แล้วบอกให้ฉันวิ่งตาม
ฉันรีบวิ่งตามแม่ไปจนถึงกระท่อมของเพื่อนบ้าน เขารีบเอารถออกพาพ่อไปโรงพยาบาล
เพื่อนบ้านอีกคนแวะลงกลางทาง เพื่อส่งข่าวให้คนที่บ้านรู้
เพื่อนบ้านขับรถพาพ่อมาถึงโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลรีบไปตามลุงหมอเพื่อนพ่อ
ล้างท้องพ่อเสร็จ ลุงหมอเดินหน้าเครียดออกมา เรียกญาติๆ ประชุม
แม่บอกให้ฉันกลับบ้านไปกับย่าก่อน ฉันไม่ยอมกลับ ร้องไห้งอแง
แต่ก็ต้องกลับไปรอพ่อกับแม่อยู่ที่บ้าน

เช้าอีกวัน ภาพแรกที่ฉันเห็นคือรถวิ่งเข้ามาในบ้าน...แม่กับพ่อฉันกลับมาแล้ว
แม่เดินลงรถมา ตัวแม่เหลืองซีดมาก แม่ร้องไห้วิ่งมากอดฉัน ฉันก็ร้องไห้
ยังไม่ทันที่ฉันจะถามถึงพ่อ แม่ก็บอกว่าพ่อตายแล้ว พ่อทิ้งเราไปแล้ว
ฉันซึ่งยังไม่ค่อยเข้าใจคำว่า "ตาย" ซักเท่าไหร่ แต่ก็ยิ่งร้องไห้ดังขึ้น
เพราะมองไม่เห็นพ่อลงรถมากับแม่
สักพักพ่อก็ลงรถมา คน 3-4 คนยกพ่อลงมา พ่อนอนหลับตา ตัวซีดปากสีม่วงอยู่ในโลง
ฉันร้องไห้หาพ่อ ย่าบอกว่าพ่อนอน พ่อหลับแล้ว ทุกคนพยายามปลอบฉันให้หยุดร้องงอแง
แต่ยิ่งฉันเห็นแม่เป็นลมแล้วเป็นลมอีก ฉันก็ยิ่งร้องไห้จ้า

ลุงหมอบอกว่า ล้างท้องพ่อได้ก็จริง แต่พิษยามันเข้าสู่กระแสเลือดไปแล้ว
เพราะยามันเป็นชนิดดูดซึม มันจะทำให้พ่อค่อยตายไปอย่างช้าๆ อย่างทรมาร
ตลอดเวลาพ่อได้แต่บอกลุงหมอว่า ให้ฉีดยาให้ตายไปเถอะ
มันไม่ไหวแล้ว มันร้อน มันปวดท้อง ทรมารใจจะขาด
แม่และญาติทุกคน ลงความเห็นว่าควรปล่อยให้พ่อไป ให้พ้นจากความเจ็บปวดทรมาน
สวดศพพ่อฉัน 3 วัน 2 คืน ก็ถึงวันเผา
ชุดนักเรียนตัวใหม่ที่พ่อซื้อให้ฉัน กลายมาเป็นชุดที่ใส่ครั้งแรกในงานศพพ่อ
ฉันใส่ชุดนักเรียนใหม่เอี่ยม กระโปรงกรีบโง้ง ขึ้นไปแจกดอกไม้จันทร์
ให้คุณครูและเพื่อนๆ ในห้องเรียน แทนที่จะใส่มันเพื่อมานั่งเรียน
โรงเรียนเป็นโรงเรียนวัด อยู่ติดวัด ครูและเพื่อนๆ ทุกคนจึงได้มาเผาพ่อฉันกันพร้อมหน้า

นี่แหละ ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็น เวลาคิดถึง"พ่อ"...ผู้ชายที่อบอุ่น รักครอบครัว
แต่พ่อเป็นคนคิดมาก เครียดง่าย ช่วงหลังก่อนพ่อเสีย พ่อคิดมากจนแทบเป็นโรคประสาท
ก็เพราะว่า ปู่ ซึ่งแยกออกไปอยู่กับเมียน้อยหลายปี กลับมาทวงบุญคุณเอากับพ่อ
บอกว่าที่นาย่ายกให้พ่อได้ แต่ที่บ้านเป็นของปู่ ปู่มาของเงินค่าบ้าน บ้านที่เราอยู่กันมานาน
เหมือนกับว่าปู่จะขายบ้านหลังนั้นให้เรา ไม่ใช่ยกให้อย่างที่พ่อเคยเข้าใจ
พ่อกลุ้มใจมาก เพราะไม่รู้จะหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาจากไหน
ปู่เร่งรัดจะเอาให้ได้ และขู่ว่าจะขายบ้านให้คนอื่นหากพ่อหาเงินมาให้ไม่ได้
เรื่องนี้เป็นสาเหตุให้พ่อคิดมาก แม่ของฉันซึ่งนอนรับฟังปัญหาจาพ่ออยู่ทุกวันรู้ดีมาตลอด
แต่คนนอก ซึ่งส่วนมากเป็นญาติทางพ่อ ที่ไม่ค่อยชอบแม่กันสักเท่าไหร่นัก
เพราะแม่เป็นสะไภ้"จนๆ" ย่าและญาติๆ ทางพ่อจึงไม่ชอบแม่
ทุกคนกล่าวหาแม่ ว่าเป็นเพราะพ่อทะเลาะกับแม่ พ่อถึงกินยาฆ่าตัวตาย
ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เพราะแทบเป็นไปไม่ได้ที่พ่อกับแม่จะทะเลาะกัน
ตลอดเวลาที่พ่อกับแม่แต่งงานกันมาจนมีฉัน แม่บอกว่าเคยทะเลาะ
โกรธ งอนกับพ่อแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ตอนที่พ่อเอาสร้อยทองตอนแต่งงานของแม่ไปขาย เอาเงินมาซื้อเครื่องสูบน้ำ
ทำโครงการใหม่กับลุง เพื่อนพ่อที่เป็นเกษตรอำเภอ ตอนนั้นแม่โกรธพ่อมาก น้อยใจมาตลอด
แต่พอพ่อทำโครงการสำเร็จ ก็ซื้อทองเส้นใหม่มาให้แม่ แม่กับพ่อก็ไม่เคยทะเลาะ หรือโกรธกันอีกเลย

จากการช่วยพ่อขึ้นจากน้ำ และแบกพ่อในวันนั้น ทำให้แม่ไม่สามารถยกของหนักได้อีกเลย
เพราะเป็นมดลูกอักเสบ หลังแม่เต็มไปด้วยผื่น พุพอง รักษาอยู่นานกว่าจะหาย เพราะน้ำลายพ่อไหลใส่หลังแม่ตอนแบกขึ้นหลัง

ภาพของพ่อหยุดอยู่แค่วันนั้น วันที่ฉันวัย 5 ขวบ
แต่ภาพของแม่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
แม่ที่เป็นให้ฉันได้ทั้งพ่อและแม่ในคนเดียวกัน
แม่ที่ร้องไห้บ่อยมาก แต่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุด
แม่ที่รักฉันมาก เพราะแม่เอารักของพ่อกับแม่มารวมกัน แล้วมอบให้ฉัน
แม่ที่ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย ที่ขาดพ่อ
แม่ให้ฉันทุกอย่าง ทำทุกอย่างแทนพ่อได้ดี อย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง


"พ่อ" จ๋า...หนูก็รักพ่อมากที่สุดเหมือนกัน แต่รักได้แค่ในความทรงจำ
"แม่จ๋า"...หนูขอบคุณที่เป็นให้หนูได้ทุกอย่าง
แม้ว่าวันนี้หนูจะโต จนมีครอบครัว จนเป็นแม่คนแล้ว แต่แม่ก็ไม่เคยทิ้งให้หนูรู้สึกว่าไม่มีใคร
แม่ยังคงดูแลหนูอยู่เสมอๆ ในทุกๆ เรื่อง "หนูรักแม่มากค่ะ"...คุณแม่ยอดคุณพ่อ...




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2553    
Last Update : 4 ธันวาคม 2553 10:15:48 น.
Counter : 268 Pageviews.  

แม่จ๋า...พ่อหนูไปไหน???


บ่ายวันหนึ่ง...มีเรา 2 คนแม่ลูก นั่งม้าหินอ่อน ณ ลาดวัดแห่งนั้น
สายตาของเรา 2 คน มองไปที่ปล่องควันของเมรุ ที่มีควันพวยพุ่งออกมา
ฉัน ซึ่งตอนนั้นอายุใกล้ๆ 5 ขวบ เอ่ยปากถามแม่ว่า "แม่จ๋า...พ่อไปไหน??"
แม่เช็ดน้ำตา แล้วตอบฉันว่า "พ่อไปสวรรค์ น่ะลูก" "แม่จ๋า...แล้วพ่ออยู่ตรงไหน"
แม่ปาดน้ำตาอีกครั้ง แล้วชี้ไปที่ปลายฟ้า สีเทาๆ แล้วบอกฉันว่า "พ่ออยู่ตรงนั้น"
"พ่อมองเราอยู่ พ่อจะอยู่ใกล้ๆ เราเสมอ ถ้าหนูเป็นคนดี"
ฉันร้องไห้ ที่ร้องคงเพราะเห็นแม่ร้องไห้ก็เลยร้องตามบ้าง เด็กอย่างฉันจะไปรู้อะไร
แต่เชื่อไหม ประโยคที่ฉันกับแม่คุยกันวันนั้น ฉันจำมันได้ดีจนวันนี้
ฉันไม่รู้หรอกว่า จนถึงวันนี้พ่อจะยังดูฉันอยู่บนสวรรค์ไหม แต่ที่ฉันรู้ก็คือ... "แม่" อยู่ข้างฉันมาตลอด
ไม่ว่าฉันจะหัวเราะ ร้องไห้ ดีใจ เสียใจ สมหวัง ผิดหวัง มีความรัก หรือแม้แต่ตอน อกหัก
แม่บอกว่า ตอนเด็กๆ ฉันเป็นเด็กที่เลี้ยงยากมาก 3 วันดี 4 วันไข้
โตมาเข้าเรียน ก็ยังเกเร ดื้อ แม่บอกแม่สอนก็ไม่ฟัง ฉันทำผิดต่อแม่มาสาระพัด
แต่ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ยังให้อภัยฉันได้ทุกครั้ง ไม่ว่าผิดนั้นจะเล็กน้อย หรือร้ายแรงแค่ไหน
จนวันที่ฉันมีลูก ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องจนกระทั่งฉันคลอด ฉันคิดถึงแต่แม่ ทุกๆ วัน
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น ฉันคิดถึงแต่ตัวเอง และคนรัก ฉันลืมไปว่าคนที่ฉันควรรักยังมีอีกคน
คนที่เฝ้ารอให้ฉันไปหา ไม่เฉพาะตอนที่ฉันมีความทุกข์เท่านั้น คนที่รอฟังข่าวดี เฝ้ารอดูความสำเร็จของฉัน
ฉันไม่เข้าใจว่าฉันลืมคนที่รักฉันโดยไม่มีข้อแม้ไปได้อย่างไร ฉันมัวแต่ไปหลงกับอะไรไม่รู้
อะไรที่มันไม่มีอยู่จริง มัวไปทุ่มเทให้กับคนที่ไม่รู้ว่าจะรักฉันไปได้อีกนานแค่ไหน
แม่จ๋า...หนูคิดได้แล้ว หนูรู้แล้วว่าใครที่หนูควรคิดถึงให้มากๆ รักให้เท่าฟ้า เหมือนที่เคยพูดไว้ตอนเด็กๆ
จากนี้ไป จนวันที่หนูหมดลมหายใจ เราจะมีกันและกันตลอดไป ลูกแย่ๆ คนนี้จะไม่รักใครไปกว่าแม่อีกแล้ว
...อ้อ ขอรักอีกซักคน ก็เจ้าตัวดีหลานรักของแม่ไง...





 

Create Date : 09 สิงหาคม 2553    
Last Update : 12 สิงหาคม 2554 17:55:14 น.
Counter : 221 Pageviews.  

เพราะลูก...ถึงรู้ว่าแม่รัก






ตั้งแต่ฉันจำความได้ ไม่มีครั้งไหนเลยที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า "แม่" ไม่รักฉัน
แม่ทำทุกอย่างเพื่อฉัน ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยแม้จะขาดพ่อ
หลังจากที่พ่อเสีย(ตอนฉัน 5 ขวบ) ก็มีคนเข้ามาคบหาดูใจกับแม่มากมาย
แต่แม่ก็ไม่เคยตกลงปลงใจกับใครเลยซักคน เพราะอะไรคุณรู้ไหม
ฉันไม่รู้คำตอบนั้น จนกระทั้งฉันโตพอที่จะคิดได้...เพราะแม่ไม่ต้องการ
ให้ฉันมีปัญหาระหว่างพ่อเลี้ยง-ลูกเลี้ยงนั่นเอง และตอนเด็กฉันก็ห้ามแม่ไว้
ไม่ให้แม่มีพ่อใหม่ เพราะกลัวเขาจะมาแย่งความรักของแม่ไปจากฉัน
ซึ่งนี่ก็คงเป็นอีกเหตุผลที่แม่ไม่ยอมมีใครใหม่
พอฉันเริ่มเป็นวัยรุ่นความต้องการแม่คงจะลดลง ฉันติดเพื่อนจนลืมที่จะรักแม่
ฉันไม่ต้องการแม่ เหมือนตอนที่ฉันเป็นเด็กเล็กๆ อีกต่อไปแล้ว
ฉันจึงยุให้แม่หาพ่อใหม่ให้ฉัน แต่แม่ก็ไม่มีโดยให้เหตุผลว่า "แม่เป็นให้หนูได้ทั้งพ่อและแม่"
ความรักที่แม่มีต่อฉันมีมากมายเกินกว่าที่ฉันจะเขียนบรรยายลงไปได้หมด
แต่ความเลวของฉันสิ มันก็มากมายไม่แพ้กัน ฉันทำตัวเหมือนวัยรุ่นที่ไม่ดีทั่วๆ ไป
คือติดเพื่อน ติดเที่ยว เรียนไม่จบทั้งที่เป็นคนเรียนดี ใช้เงินเก่งเพราะคิดว่าแม่หาเงินให้ฉันได้
พอไม่มีเงิน ก็เอาทองที่แม่ซื้อให้ไปจำนำ พอแม่ไม่ให้เงิน ไม่ให้ใส่ทอง ก็โขมยเงินแม่(โอ้..ยิ่งเล่าก็ยิ่งเลว)
แม่ให้ฉัน ให้ๆๆๆๆๆ จนฉันไม่รู้จักคำว่าไม่มี ไม่ได้ แม่ให้เงิน ให้ความรัก ให้อภัย
แม่ไม่ได้เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนๆ เดียวกัน แต่แม่เป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง
ทั้งแม่,พ่อ,พี่-น้อง หรือแม้แต่เพื่อน แม่อาบน้ำให้ฉันตอนฉันตอนฉันเมาเพราะว่าอกหัก
แม่สอนฉันว่าอย่ากินเหล้า เพราะแม่เอาน้ำนมเลี้ยงมา ไม่ใช่เอาเหล้าเลี้ยง
แม่คือผู้ให้ แม่รักฉันสิ่งเหล่านี้ฉันรู้ฉันรู้มานานแล้ว
แต่ในวันนี้...วันที่ฉันมีลูก เพราะลูกทำให้ฉันได้คิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่ฉันจะตอบแทนพระคุณแม่บ้าง
โชคดีที่ฉันไม่ได้มีลูกช้า จนทำให้ฉันคิดได้ก็เมื่อสายเกินไป เมื่อไม่มีท่านแล้ว
ฉันโชคดีที่ฉันยังมีแม่ให้เห็นหน้า ให้อุ่นใจและให้ฉันได้มีโอกาสตอบแทนท่าน
สิ่งที่ฉันจะทำให้ท่าน รู้ดีว่ามันแค่เศษเสี้ยวของสิ่งที่ฉันได้รับมาจากแม่ แต่ฉันก็ตั้งใจที่จะทำมัน
ใกล้วันแม่เข้ามาแล้ว ฉันคงไม่บอกให้ใครคิดถึงแม่ให้มากๆ
ไม่สอนให้ใครรักแม่ เพราะฉันรู้ว่าทุกคนคิดได้กันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอก
คือ "ลูกหนูรักแม่เตือนมาก" ถึงวันนี้หนูจะโตจนเป็นแม่คนแล้ว แต่แม่ก็ยังคงคิดว่าหนูเป็นเด็ก
คอยบอก คอยเตือน คอยสอนหนูไปทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องการกินยาคุม 555
"หนูรักแม่จัง"




 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2553 15:19:59 น.
Counter : 177 Pageviews.  


konmeechai
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ถ้าชีวิต ได้ทุกอย่าง ดั่งที่หวัง
สิ้นชีวิต จะเอาของ กองไว้ไหน
ได้บ้าง เสียบ้าง ช่างประไร
ได้แค่ไหน เอาแค่นั้น แลท่านเอย.

Blog นี้ทำขึ้นเพื่อบันทึกเรื่องราว
ของน้องเนี๊ยบกับน้องนิ้ง ลูกๆ สุดที่รัก
ของพ่อชัยกะแม่หนู รวมทั้งเป็นการแชร์ประสบการณ์
ที่ผ่านมาของเจ้าของ Blog เอง

เจ้าของ Blog ขอขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม ไม่เม้นส์ ไม่เป็นไร
แต่ขอให้ผู้ที่เข้ามาอ่าน ทำใจให้เป็นกลาง
เพราะบางเรื่อง-บางครั้งสิ่งที่เล่าลงไป
อาจจะไม่ถูกใจใครเท่าไหร่นัก

และสุดท้ายเจ้าของ Blog ขอขอบคุณ
ทุกๆ ของแต่ง Blog ที่ได้ไปหยิบยืมมาใช้
Blog ของเราคงเป็น Blog ที่ถูกใจไปไม่ได้
หากไม่ได้โค๊ด หรือ ของแต่งจากพวกคุณ
ขอบคุณจริงๆ ค่ะ




New Comments
Friends' blogs
[Add konmeechai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.