Group Blog
 
All blogs
 

ร่วมสร้างพระแก้วมรกต ที่ใหญ่ที่สุดในโลก3

พิธีอัญเชิญพระหัตถ์หยกเขียว


วันที่  7 – 14  เมษายน  2552  พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศหลั่งไหลมาร่วมพิธีอัญเชิญพระหัตถ์หยกเขียว  และปฏิบัติธรรม  ซึ่งหลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  ได้เมตตาทำการอบรมวิปัสสนากรรมฐานให้กับพุทธศาสนิกชนเอง โดยมีพระธรรมฐิติญาณ  เจ้าคณะภาค  10  ฝ่ายธรรมยุติ  เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์   พุทธศาสนิกชนยังได้ร่วมพิธีสรงน้ำและอัญเชิญพระหัตถ์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานบนองค์พระแก้วมรกตจำลอง  เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย ในวันที่  13  เมษายน  2552 ด้วย


องค์พระแก้วมรกต ทั้งองค์ทำการหุ้มด้วยหยกเขียวอิตาลี  ซึ่งได้สั่งซื้อเข้ามาจากอินเดียทั้งหมด  โดยพระเศียรขององค์พระแก้วมรกตจะทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนัก  150  กิโลกรัมด้วยความสูง  7  เมตร  และขณะนี้ได้รับบริจาคทองคำจากพุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่ง  เพื่อที่จะได้นำเอาทองคำไปหลอมเป็นชฎาครอบบนพระเศียรขององค์พระแก้วมรกต  จะมีการสร้างเครื่องทรง  3  ฤดู  ซึ่งจะใช้ทองคำกว่า  9,000  กิโลกรัม  หรือ  9  ตัน  และจะมีการก่อสร้างมหาวิหารใหญ่  เพื่อครอบองค์พระแก้วมรกตในพื้นที่  15  ไร่  เพื่อไว้คอยบังแดด  บังลม  และน้ำฝน  ที่จะทำให้หยกเขียวหมดความสวยงามไป   นอกจากจะเป็นพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว  ยังจะต้องสวยงามที่สุดเช่นเดียวกัน  ซึ่งในอนาคตองค์พระแก้วมรกตจำลอง  จะเป็นพุทธสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย  และจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาด้วยในอนาคตกาล  อย่างไรก็ตามในการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกต  หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโกมีปณิธานในการก่อสร้างเพื่อเป็นพุทธบูชา  ถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมายุครบ  80  พรรษา  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ


งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ  1,500  ล้านบาท  และทองคำกว่า  9,000  กิโลกรัม  ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่


พุทธศาสนิกชนที่ประสงค์จะร่วมก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก  กับ  หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  ขอเชิญร่วมบริจาคโดยตรงที่ วัดป่าขันติธรรม  บ้านยาง  ต.ยาง   อ.กันทรารมย์   จ.ศรีสะเกษ  หรือบริจาคได้ที่


บัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาศรีสะเกษ  ชื่อบัญชี  สร้างพระแก้วมรกต โดยพระอาจารย์วิรพล  ฉัตติโก  (หลวงปู่เณรคำ)  เลขที่บัญชี  156 – 1 – 18518 – 8
บัญชีธนาคารกรุงไทย  สาขาศรีสะเกษ ชื่อ วัดป่าขันติธรรม  โดยหลวงปู่เณรคำ  หมายเลขบัญชี  311-0-65441-5
บัญชีธนาคารกรุงเทพ  สาขาพระราม 9  ชื่อ พระวิรพล  ฉัตติโก  เลขที่บัญชี  215-0-61617-1
บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอุบล    ชื่อ พระวิรพล ฉัตติโก  เลขที่บัญชี  530-274952-0


สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  กองงานพระเลขาฯ หมายเลขโทรศัพท์  พระภูมินทร์ ภูริปัญโญ 084.8252348,
คุณโกวิทย์  โกมณเฑียร 081.8193504 และ วัดป่าขันติธรรม 045.818199   แฟกซ์  045.818198


การก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตที่ดำเนินการมาเป็นเวลานานกว่า  2  ปี  ด้วยงบประมาณก่อสร้างมหาศาล  และยังอาศัยฝีมือของช่างสิบหมู่  เป็นผู้รังสรรค์งานประติมากรรมขนาดใหญ่  ก่อสร้างด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่  ซึ่งผู้รับหน้าที่ก่อสร้างต่างเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและปลื้มปิติ


นายบูรพา  รอดอริห์ ผู้ดำเนินการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก  กล่าวว่า  นับเป็นความภาคภูมิใจของชีวิตหนึ่ง  เป็นมงคลแก่อาชีพ  หลังจากจบการเรียนฝีมือช่างสิบหมู่  จากมหาวิทยาลัยศิลปากร   และยึดอาชีพด้านช่างมากว่า  30  ปี  ซึ่งการก่อสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ด้วยหยกเขียวจำนวนมาก ๆ และเป็นพระแก้วมรกต  พระคู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์  บอกเลยว่านี่เป็นงานแรก  และเป็นงานประติมากรรมขนาดใหญ่  โดยนำเอานวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้  โดยการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลอง  จะใช้ซีเมนต์ขึ้นรูป  โดยอิงจากภาพของพระแก้วมรกตที่ไม่สวมใส่เครื่องสังวาลย์และเครื่องทรง  จากนั้นจะใช้สแตนเลส  หนา  2  มิลลิเมตร  กว้าง  1  นิ้ว  หุ้มทั้งองค์  โดยใช้อีพอกซี่เชื่อมหยกและสแตนเลสติดกัน  จากนั้นใช้เรซิ่นไฟเบอร์  ยิงเข็มเลเซอร์ตามผิวหยกขององค์พระแก้วมรกตจำลอง  เพื่อให้เนื้อหยกประสานกันอย่างละเอียด  โดยการก่อสร้างพระแก้วมรกตในส่วนของการหุ้มหยกเขียวนี้ใช้เวลาดำเนินการประมาณ  8  เดือนเศษ   และต่อไปเป็นขั้นตอนการขัดผิวหยกใช้เวลาประมาณ  1  เดือน


นายบูรพา  กล่าวต่อไปว่า  ช่างที่มาร่วมก่อสร้างพระแก้วมรกตกว่า  30  ชีวิต  เป็นช่างฝีมือพื้นบ้านใน จ.สกลนครและนครพนม  มีความชำนาญเรื่องงานก่อสร้างและงานปูน  ซึ่งการสร้างพระแก้วมรกตขนาดใหญ่นับเป็นเรื่องยาก  แต่ก็เกิดความอัศจรรย์ขึ้นเพราะตั้งแต่เริ่มทำการก่อสร้างไม่เคยมีปัญหาใด ๆ  ที่ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก  ไม่ว่าจะเรื่องอุบัติเหตุ  หรือสภาพอากาศ  ฝนตกฟ้าคะนอง  ก็ยังสามารถก่อสร้างพระแก้วมรกตได้อยู่เสมอ  นับเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ที่ได้มาร่วมสร้าง  และรับใช้หลวงปู่เณรคำ  ก่อสร้างพระแก้วมรกต  นับเป็นประวัติศาสตร์ที่จะต้องจดจำตลอดชีวิตเลยทีเดียว


นายช่างศิลปกรรมปูนปั้นรายนี้ยังบอกอีกว่า  มี  ความภาคภูมิใจมากที่ได้สร้างผลงานชิ้นนี้และยังนำความปลื้มปิติมาให้เพราะพระแก้วมรกตองค์นี้ตามปณิธานของหลวงปู่เณรคำนั้น  พระเดชพระคุณท่านต้องการที่จะสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ครั้งหนึ่งของชีวิตถือว่าเกิดมาคุ้มแล้ว  และในฐานะผู้ยึดอาชีพช่างในกลุ่มช่างสิบหมู่  ศิษย์เก่าศิลปากรนับว่าเป็นความยิ่งใหญ่ของชีวิตกับงานก่อสร้างพระแก้วมรกต  ประติมากรรมปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  และผลงานพระแก้วมรกตที่เป็นหยกเขียวทั้งองค์เป็นหนึ่งในโลกนี้


DSC_1706 DSC_1728 DSC_1752 DSC_1755 DSC_1825 DSC_1796 DSC_1826

DSC_1858 DSC_1874 DSC_1887 DSC_1916 DSC_2101 DSC_2099 DSC_2115

DSC_2120 DSC_2155 DSC_2190 DSC_2270 DSC_2291 DSC_2292 DSC_2300

 

DSC_2420 DSC_2303 SV500009 SV500017 SV500022 SV500049 SV500019




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2553    
Last Update : 25 สิงหาคม 2553 22:58:34 น.
Counter : 477 Pageviews.  

ร่วมสร้างพระแก้วมรกต ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พิธีอัญเชิญพระพักตร์หยกเขียวขึ้นประดิษฐานบนใบหน้าองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก


มีขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2551 นับเป็นความมหัศจรรย์อย่างยิ่ง  ที่พุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธาอย่างแรงกล้าเป็นจำนวนมาก เดินทางหลั่งไหลจากทั่วสารทิศมายังวัดป่าขันติธรรม  เพื่อเข้าร่วมพิธีในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคล  มาเข้าฝึกอบรมสมถะวิปัสสนากรรมฐานสอนโดย  หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก ได้รับฟังพระธรรมเทศนา  และเข้าร่วมพิธีบวชชีพราหมณ์  ในระหว่างวันที่  25-30 ธันวาคม  2551


โดยเช้าวันที่  31  ธันวาคม  2551 พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรกันอย่างปลื้มปิติ  พร้อมทั้งร่วมกันปักต้นเงินสูง  9  เมตร  5  ต้น   ต่อมาเวลา 14.00 น.  พระธรรมฐิติญาณ  เจ้าคณะภาค  10  พร้อมด้วย  พระญาณวิเศษ  เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ  ฝ่ายธรรมยุติ  พระมหาสัณฐ์  สุจิณโณ  เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ  ฝ่ายธรรมยุติและครูบาอาจารย์ชื่อดังจากหลายจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    ได้เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระพักตร์หยกเขียวขึ้นไปประดับบนองค์พระแก้วมรกตจำลอง ซึ่งหลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ได้จัดงานนี้ขึ้น  โดยนำเอาหยกเขียวที่ตกแต่งเป็นส่วนใบหน้าขององค์พระแก้วมรกตจำลอง  รวมจำนวน  5  ชิ้น  มาทำพิธี  และเมตตาเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน  ได้จารึกชื่อของตนและครอบครัว  รวมทั้งญาติพี่น้อง  ลงบนแผ่นหยกเขียว ที่จะอัญเชิญขึ้นหุ้มองค์พระแก้วมรกตจำลอง  องค์ใหญ่ที่สุดในโลก  ยังความปลาบปลื้มปิติให้แก่พุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง  และต่อมาได้มีพิธีพราหมณ์อัญเชิญบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์  กล่าวโองการอัญเชิญพระพักตร์พระแก้วมรกตจำลองขึ้นประดิษฐานหุ้มพระพักตร์องค์พระแก้วมรกตจำลอง  โดยทีมช่างก่อสร้างได้ทำการตัดและประกอบในส่วนของพระพักตร์  ใช้เชือกผูกหยกเขียวกับรถเครนขนาดใหญ่  แล้วยกขึ้นไปหุ้มประดับบนพระพักตร์ขององค์พระแก้วมรกตจำลองจนเสร็จบริบูรณ์


30122008336 31122008338 31122008342 31122008343 DSC_4255 DSC_4280 DSC_4264 DSC_4357 DSC_4358

 

 DSC_4417 DSC_4363 DSC_4453 DSC_4468 DSC_4465 DSC_4492 DSC_4496 DSC_4495 DSC_4503

 DSC_4524 DSC_4520 DSC_4519





 

Create Date : 25 สิงหาคม 2553    
Last Update : 25 สิงหาคม 2553 22:49:57 น.
Counter : 188 Pageviews.  

บุญครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ร่วมสร้างพระแก้วมรกต ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กับหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก

เหตุที่สร้างองค์พระแก้วมรกต โดยสังเขป


คืนวันอาทิตย์ ที่ 4 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เวลาตี 2 ท้าวสักกะเทวราช มหาราชองค์อินทร์ มหาราช จอมเทวดา ผู้ยิ่งใหญ่กว่าเทวดาทั้งหลาย ได้มาอาราธนานิมนต์ให้หลวงปู่เณรคำ นำพาสาธุชน ได้ร่วมกันสร้างองค์ พระแก้วมรกตจำลอง หน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 18 เมตร โดยมหาราชองค์อินทร์ จะเป็นผู้ช่วยอำนวยการสร้างให้ราบรื่น ให้แล้วเสร็จด้วยพลังใจ พลังจิตอันยิ่งใหญ่ ทั้งเทวดา มนุษย์มิตรทั้งหลาย


“ได้ถึงกาลอันสมควรแล้ว ที่พระคุณเจ้าจะต้องทำการสร้างสิ่งที่เคารพบูชาอันยิ่งใหญ่ เป็นสิ่งอันควรในการสักการะบูชาของเหล่าอินทร์ พรหม เทวดา มนุษย์ทั้งหลาย เนื่องจากปัจจุบันในโลกมนุษย์ ชนทั้งหลายได้มีใจห่างเหินจากธรรมคำสอนขององค์พระศาสดาเป็นอย่างมาก พระคุณเจ้าผู้เจริญ บารมีพระคุณเจ้ามีพอแก่การสร้างมาแล้ว พอแก่การทำให้อายุ พระศาสนาวัฒนาถาวรแล้ว แม้อายุยังน้อย แต่ได้บำเพ็ญสมณธรรมมามากต่อมากชาติจนนับไม่ถ้วน จนถึงชาติปัจจุบัน การสร้างบารมีของพระคุณเจ้ามีมามากแต่ชาติปางก่อน จึงไม่เป็นอุปสรรคใด ๆ ขอพระคุณเจ้าจงตริตรองด้วยปัญญาอันยิ่งใหญ่เองเถิด เมื่อถึงกาลนี้ข้าพเจ้าจึงได้เสด็จลงมาด้วยปรารถนาจะขออาราธนานิมนต์พระคุณ เจ้าผู้เจริญ ได้นำพามวลมนุษย์ชนทั้งหลาย สร้างองค์พระแก้วมรกตรัตนปฏิมากรจำลองคล้ายองค์จริง เพื่อเป็นพุทธบูชา ถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐในไตรโลกทั้งหลาย และเพื่อยังอายุพระศาสนาให้วัฒนาถาวรยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อสืบทอดอายุพระศาสนาให้ครบ 5,000 ปี เพื่อเป็นที่อันควรสักการะบูชา ของอินทร์ พรหม เทวดา มนุษย์มิตรทั้งหลาย”


อานิสงส์ของการสร้างองค์พระแก้วมรกต


จิตใจของมนุษย์ชนทั้งหลาย จะเข้าถึงพระธรรมคำสอนขององค์พระบรมศาสดามากยิ่งขึ้น และบุคคลใดได้สร้างจักมีใจอันผ่องแผ้ว มีกุศลถึงพร้อม บารมีจากการสร้างย่อมประจักษ์เด่นชัด อย่างทวีคูณมหาศาล ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อันเป็นสุคติภูมิ จักถึงซึ่งพระนิพพานในอนาคตกาล และหากยังไม่ถึงซึ่งพระนิพพาน จักได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี หรือเกิดเป็นมนุษย์ในตระกูลสัมมาทิฐิ ที่เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ และ เจริญในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทุกชาติ


เมตตาธรรมของหลวงปู่เณรคำ


หลวงปู่ เณรคำ ท่านมีเมตตาธรรมต่อสานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทุกท่าน อยากให้ทุกคนได้เข้าถึงความหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้ ท่านจึงได้นำเอาแนวทางการปฏิบัติ ที่ท่านเคยบำเพ็ญมาตั้งแต่เป็นเด็กจนถึงปัจจุบัน มาสอนให้เราท่านทั้งหลาย ออกจากความยึดมั่นถือมั่น ในร่างกายและจิตใจ สอนให้เป็นผู้มีปัญญารู้แจ้ง ตามหลักการปฎิบัติ เพื่อให้เข้าถึงความหลุดพ้น ตามธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสไว้ดีแล้ว


ธรรมะและแนวทางการปฏิบัติ ที่หลวงปู่ได้เมตตานำมาสอนนั้น เป็นแนวทางลัดในการปฏิบัติ ให้บรรลุธรรมกันได้ง่ายขึ้น สามารถเข้ากับจริตของทุก ๆ คน ทุก ๆ จิตใจ ถ้ามีความเพียร ถ้ามีความศรัทธา ในองค์พระรัตนตรัยอย่างแท้จริง ความเพียรและความศรัทธาที่เด็ดเดี่ยวมั่นคงนั้น จะเป็นกำลังผลักดันให้เรามีตบะเดชะในใจ สามารถบำเพ็ญจนสำเร็จเป็นมรรคเป็นผลได้ในที่สุด นี่แหละ คือ เมตตาธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่หลวงปู่ท่านได้หยิบยื่นให้แก่เราท่านทั้งหลาย


หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก  สร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก  เพื่อเป็นพุทธบูชา  ถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และ  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ


หลวงปู่เณรคำ  ฉัตติโก ได้เมตตาเล่าต่อไปว่า  ท้าวสักกะเทวราช  หรือมหาราชองค์อินทร์  จะเป็นผู้ช่วยดลบันดาลให้การก่อสร้างราบรื่น  ให้แล้วเสร็จด้วยพลังใจ  พลังจิตอันยิ่งใหญ่  ทั้งเทวดา  มนุษย์มิตรทั้งหลาย  และไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทุนทรัพย์  เพราะจะมีคนนำมาถวายให้เอง  หลังจากนั้นก็เกิดสิ่งมหัศจรรย์ในวันรุ่งขึ้นได้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางมาหาพร้อมกับถวายถุงกระดาษสีน้ำตาลให้  และเมื่อก้มเปิดดูปรากฏว่าเป็นธนบัตรจำนวนมาก  แต่เมื่อเงยหน้าจะถามผู้ชายคนนั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย  และ  2  วันต่อมาได้รับกิจนิมนต์ไปงานศพของญาติโยม  และพบว่าเป็นงานศพของชายผู้นั้น  จึงเกิดอัศจรรย์ใจขึ้นเป็นอย่างมาก  ซึ่งเงินที่บรรจุภายในถุงกระดาษที่ได้รับมามีมากถึง  950,000  บาท  จึงได้เริ่มที่จะก่อสร้างพระแก้วมรกตที่วัดป่าขันติธรรมทันที  โดยตั้งปณิธานว่าจะสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งงบประมาณการก่อสร้างเฉพาะองค์พระแก้วมรกตกว่า  150  ล้านบาท  ซึ่งก็มีบรรดาญาติโยมบริจาคทุนทรัพย์มาร่วมก่อสร้างจำนวนมาก  และการก่อสร้างได้ดำเนินไป  โดยใช้หยกเขียวแท้หุ้มองค์พระแก้วมรกต  ซึ่งหยกเขียวเป็นหยกอิตาลี  สั่งซื้อนำเข้าจากประเทศอินเดียดินแดนต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา  หยกถือเป็นรัตนชาติอีก  1  ชิ้นที่มีความงดงาม  การก่อสร้างพระแก้วมรกตด้วยหยกเขียวครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นแหล่งรวบรวมหยกครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย  โดยขนาดของพระแก้วมรกตองค์จำลองมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  ฐานสูงจากพื้นดิน  7  เมตร  และตั้งแต่ฐานถึงเศียรของพระแก้วมรกตมีความสูง  18.5  เมตร  หน้าตักกว้าง  15  เมตร  ส่วนฐานความสูง  7  เมตร  จะเน้นสถาปัตยกรรมร่วมยุคร่วมสมัย  โดยจะรวมสถาปัตยกรรมของทุก ๆ ภาคของประเทศไทยไว้  ให้มีความสวยงามมีชีวิตชีวา  โดยให้สื่อความหมายถึง  พุทธศาสนิกชนที่มีความศรัทธามั่นคง  เด็ดเดี่ยว  ต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2553    
Last Update : 25 สิงหาคม 2553 22:36:37 น.
Counter : 189 Pageviews.  

www.luangpunenkham.com

ประวัติโดยสังเขป ของพระเดชพระคุณท่าน หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก

พระเดชพระคุณท่าน หลวงปู่เณรคำ มีนามเดิมว่า “วิรพล สุขผล” ถือกำเนิดที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 เป็นบุตรคนที่ 4 ของคุณพ่อรัตน์ สุขผล และคุณแม่ สุดใจ สุขผล มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นผู้ชายหมด เมื่อองค์หลวงปู่เณรคำบวชเป็นพระภิกษุแล้ว ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนา ว่า “ฉัตติโก” “พระอาจารย์ วิรพล ฉัตติโก”


พระเดชพระคุณท่าน หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้มีปฎิปทาตั้งมั่นตามแนวทางคำสอนขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กอายุ 6 ขวบ ได้มีศรัทธาในการปฏิบัติจิต บำเพ็ญภาวนากรรมฐานมาโดยตลอด ทุกวันพระจะหยุดเรียน และนุ่งขาวห่มขาวเข้าไปถือศีลบำเพ็ญภาวนาในวัด ตั้งแต่เช้าจรดค่ำจะมีอิริยาบถแห่งการปฏิบัติธรรมอยู่ตลอด ไม่มีด่างพร้อย ไม่มีการพลั้งเผลอแม้แต่น้อย ทั้งวันจะเดินจงกรมสลับกับการนั่งภาวนาใต้ร่มไทร ช่วงกลางวันจะไปนอนในป่าช้า ตรงที่เป็นโบกปูนใช้สำหรับเผาผี โดยไม่เคยมีความกลัวหรือหวั่นวิตกอะไร จิตนั้นนิ่งโดยตลอด ทั้งๆ ที่ไม่เคยบำเพ็ญมาก่อนในชาตินี้ ในปัจจุบันชาติเพิ่งจะเริ่มต้น แต่ผลของการปฏิบัติมันก็เกิดขึ้นทันที นี่เป็นสัญญาณบ่งบอก เป็นหมายเหตุบอกถึงความจริงในการบำเพ็ญบารมีของแต่ละคนว่า “แม้เราบำเพ็ญในชาตินี้หรือว่าชาติไหนๆ ผลของการปฏิบัติบำเพ็ญนั้นมันยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่เสื่อมไปไหน” วัน ธรรมดาก็ไปโรงเรียน พอพักเที่ยงจะไปนั่งสมาธิใต้ร่มไม้ เลิกเรียนจะเข้าไปไหว้พระก่อนกลับจากโรงเรียน และเดินจงกรมกลับบ้านทุกวันเป็นกิจภายใน ที่ไม่มีใครรู้ได้นอกจากตัวเอง


พอเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา ท่านคิดอยู่เสมอว่า “ถ้าเสร็จ จาก ภารกิจทางโลกแล้ว เราจะไม่กลับมา ทางโลกอีก เราคงเคยเกิดมาหลายชาติแล้ว เราคงพอแก่การเกิดได้แล้วในชาตินี้ เห็นอะไรก็เกิดความสลดสังเวชไปหมด จึงเป็นแนวทางทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า เรารู้มาก่อน เห็นมาก่อน ตั้งแต่อดีตชาติ เหมือนกับเราจะได้ต่อเติมเส้นทางแห่งการปฏิบัติธรรมการบำเพ็ญเพียรเพื่อให้ หลุดพ้น” เลิกเรียนจึงไปปักกลด นั่งบำเพ็ญภาวนาที่อยู่ที่กระต๊อบกลางน้ำ ที่ปลายนาของโยมพ่อโยมแม่ทุกวัน วันพระจะถือกลดไปโรงเรียนด้วย พอเลิกเรียนจะเข้าไปปักกลดบำเพ็ญภาวนาที่วัด บางครั้งก็ไปปักกลดนั่งบำเพ็ญภาวนา อยู่ที่กระต๊อบกลางน้ำที่ปลายนาของโยมพ่อโยมแม่ทั้งคืนจนสว่าง ปฏิบัติเช่นนี้เป็นกิจวัตร


 


 


จากการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องมาตลอด จนกระทั่งอายุได้ 13 ขวบ ครั้งหนึ่งขณะนั่งบำเพ็ญภาวนาที่กระต๊อบกลางน้ำนั้น ตัวของท่านลอยขึ้น พอมาเดินจงกรมอยู่บนคันนา ก็เดินเหนือพื้นดินโดยเท้าไม่ได้แตะพื้นดินเลย และอีกครั้งหนึ่งท่านได้นั่งบำเพ็ญภาวนานานติดต่อถึง 5 ชั่วโมง จนถึงเวลาประมาณ ตี 2 จะไปอาบน้ำในบ่อน้ำ พอลุกจากที่นั่งภาวนาตัวเบา……….หวิว เหมือนกับว่าเท้าไม่ได้แตะฝุ่นละอองบนพื้นเลย เดินลงไปในบ่อน้ำก็ไม่จมน้ำ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์อันมหัศจรรย์ เกิดกำลังใจ ยิ่งทำให้เร่งความเพียรหนักขึ้น และเป็นหนทางให้ออกบวช


ครั้นอายุได้ 15 ปี ท่านได้ออกบวชเป็นสามเณร ที่วัดภูเขาแก้ว อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีท่านหลวงปู่โชติ อาภัคโค เป็นอุปัชฌาย์ บรรพชาเสร็จแล้ว ได้ไปจำพรรษาที่วัดป่าดอนธาตุ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ระยะหนึ่ง


 


จากนั้นเดินทางจาริกธุดงค์ ปักกลดอยู่ถ้ำภูตึก บ้านคุ้มปากมูล อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ขณะนั่งบำเพ็ญภาวนาอยู่ในถ้ำภูตึกนั้น มีงูเหลือมตัวหนึ่งเลื้อยมาพาดขา พาดตักบ้าง บางคืนนอนอยู่ งูเหลือมจะเลื้อยมาขดอยู่บนหน้าอก หนักมาก แต่จิตไม่มีการวิตกกังวลหรือกลัวอันใดเลย เพราะชีวิตนี้บูชาคุณพระพุทธเจ้าแล้ว พระพุทธเจ้าเป็นใหญ่ที่สุด พระธรรมเป็นใหญ่ที่สุด
พระอริยสงฆ์เป็นใหญ่ที่สุด ตอนนั้นคิดแต่ว่า เราต้องทำหน้าที่ให้ถึงพระพุทธเจ้า ทำให้ถึงพระธรรม ทำให้ถึงซึ่งความเป็นพระอริยสงฆ์ ความกลัวทั้งหลายจึงไม่มี และได้บำเพ็ญภาวนาอยู่ในถ้ำภูตึกนั้นคนเดียวนานถึง 3 เดือน


ต่อจากนั้นก็ลงจากถ้ำภูตึกไป และจาริกธุดงค์ไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าเริ่มเห็นสิ่งอัศจรรย์เยอะแยะมากมายเกิดขึ้น เช่น สิ่งลี้ลับต่างๆ ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น มองเห็นมุมโลกสองมุม คือ มุมมืดและมุมสว่างแห่งการเวียนว่ายตายเกิด มองเห็นสวรรค์ มองเห็นอบายภูมิ ประกอบด้วยนรก เปรตและอสุรกาย และเริ่มออกทำการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน


บรรดาสานุศิษย์ทั้งหลาย ได้ให้การยอมรับและเคารพนับถือพระเดชพระคุณท่าน หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เป็นอย่างยิ่งว่า เป็นพระสงฆ์สาวก ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตามแนวทางคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่ง







 

Create Date : 25 สิงหาคม 2553    
Last Update : 25 สิงหาคม 2553 22:16:21 น.
Counter : 426 Pageviews.  


kongfa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ

-->
Google
?????????????? ????????? ?????
Friends' blogs
[Add kongfa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.