ตัวตนที่แท้จริงของคุณ อาจไม่ใช่รูปสวยๆที่หน้าเวบ แม้ทุกถ้วนถ้อยคำที่ถูกขัดเกลาให้สลวยเพียงใดก็หาได้บ่งถึงรากลึกในจิตใจของคนไม่ ท่าที่ทีแสดงถึงความปราดเปรื่องในเรื่องนั้นเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับความดีงามเหรอ หากใช้เวลาในการเสาะแสวงหาบางสิ่งมาให้ใครยลเพียงเพื่อผลให้ตนเองดูแสนสง่า คุณดีใจมากมั้ยที่เห็นคนอื่นยอมรับในตัวคุณทั้งที่คุณไม่เคยยอมรับตัวเอง เมื่อปลูกต้นไม้เก่งคุณบอกคนอื่นได้ เมื่อคุณยิ่งใหญ่ต้นไม้จะบอกคุณเอง
Group Blog
 
All Blogs
 

เก็บภาพมาเล่าเรื่อง ลูกช้างเล็กๆ จริงๆ


บางครั้งลูกช้างไม้ขวดที่เราออกขวดแล้วอาจมีต้นเล็กๆ ถึงมากๆ ติดมาบ้างเนื่องจากโตไม่ทันเขา หรือปัญหาการติดเชื้อในขวดของไม้ที่เราสั่งทำสั่งซื้อ ทำให้ต้องออกขวดก่อนเวลา





บางทีเมื่อเรามองเห็นขนาดของต้นช้างน้อยที่เล็กขนาดนี้ แล้วมันท้อใจเหมือนกัน ไม่รู้ว่ามันจะโตก่อนหรือหลังลูกเรา ทั้งที่เรายังหาแฟนไม่ได้เลยตอนนี้ อืม คิดหนัก



หาวิธีการต่างๆเพื่อช่วยพยุงชีวิตมัน หลายๆทาง รองก้นตะกร้าด้วยกระดาษ A4 เพิ่มความชื้น หรือ ร้องก้นตะกร้าด้วยหินภูเขาไฟ หรือใยมะพร้าว มันก็ไม่ขยับสักเท่าไหร่ หนำซ้ำยังมีเน่า มีแห้งมากเกิน ตามแต่วัสดุรองก้นนั้น เป็นมือสมัครเล่นมันก็ต้องดิ้นรนไปเรื่อย





ถ้าต้นมันไม่เล็กเกินไป วัสดุที่ใช้ๆกันก็คงเอาอยู่ และไปได้สวย





ปกติแล้ว ผมจะลงกระถางนิ้วของไม้นิ้วด้วยการหนีบโฟม ดังนั้นจึงคิดขึ้นมาว่า ถ้าจะจับต้นเล็กๆ เหล่านี้หนีบโฟมบ้าง จะเป็นไงนะ



หนีบทีละต้นสองต้นด้วยความพยายามสูงมากๆ มันเล็กจริงๆ จับเรียงในกระเช้าพลาสติก 4 นิ้ว



นำไปแขวนด้วยบางส่วน นำไปเลี้ยงแบบตั้งพื้นบางส่วน





ผมคิดไว้ในใจว่า การหนีบนั้น จะมีร่องเล็กๆบริเวณราก ที่น้ำ ความชื้นจะสะสมอยู่ได้ระยะหนึ่ง ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป มันจึงทำให้ต้นเล็กๆเหล่านี้ กลายเป็นแบบนี้






ทำให้ยิ้มได้ ในวาเลนไทน์เหงาๆ ปีนี้ (ลิเก อีกแระ)





ไปดูแบบที่วางกับพื้นบ้าง



ก็พอทำให้ยิ้มได้เหมือนกัน ดีใจที่อย่างน้อยก็มีรอดเกินครึ่ง และน่าจะมีโอกาสรอดจนแก่จนเฒ่า สาธุ



มีบางส่วนล้มหายไปบ้าง แต่ถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับส่วนใหญ่ และ ขนาดต้นอีกไม่ช้าก็สามารถนำไปหนีบนิ้วได้ ทั้งหมดที่เริ่มทำจนวันนี้ ใช้เวลา 6 เดือน นาน แต่ รู้สึกดีที่ช้างน้อยเหล่านี้ยังมีชีวิต เติบโตและแข็งเเรง



ทั้งหมดนี้เป็นภาพที่นำมาเล่า เป็นเรื่องราวของความรัก ความเอาใจใส่ ต้อนรับวาเลนไทน์ และอยากให้มีความรักเกิดขึ้นในทุกๆที่ สวัสดีย้อนหลังวันวาเลนไทน์ ด้วยช้างพลายต้นนี้ครับ




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 31 สิงหาคม 2550 15:09:07 น.
Counter : 519 Pageviews.  

เก็บเรณูไว้ ในธนาคารเกสร

ภารกิจถัดมาหลังจากผสมเกสรกล้วยไม้แล้ว ราจะมองเห็นว่ามีดอกกล้วยไม้มากมายที่ไม่ได้ผสมนั้นได้แห้งเหี่ยวโรยไป หรือ ก็สูญเสียไปจากการติดตามหัวตามขาของแมลงนักผสมพันธุ์ ยิ่งถ้ากล้วยไม้ต้นนั้นเป็นกล้วยไม้ที่เหมาะสมแก่การเป็นพ่อพันธุ์ด้วยแล้วก็ยิ่งน่าเสียดายไปใหญ่ที่จะต้องสูญเสียเกสรตัวผู้ไปพร้อมกับดอกที่แห้งโรยรา




เนื่องจากก้อนเรณูของกล้วยไม้(เกสรตัวผู้) เป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ที่สามารถมีอายุยืนไปได้อีกหลายวันหรือหลายเดือนถ้าเมีวิธีการเก็บเกสรที่ดีพอ การเก็บเกสรนี้ไว้เพื่อประโยชน์ในการนำไปผสมกับต้นแม่พันธุ์ต้นอื่น หรือในระหว่างสกุลเดียวกัน แม้กระทั้งข้ามสกุลก็สามารถทำได้อยู่ที่ความเข้ากันได้ของเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียของสายพันธุ์ที่ผสมนั้น นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งในภารกิจของผมวันนี้ครับ

เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ กรรไกร ดินสอ(ปากกา) ทิชชู ไม้จิ้มฟัน ที่ตัดเล็บ(หรือใบมีดโกน) แคปซูลยาเปล่าๆ ป้ายเขียนชื่อ ถุงพลาสติกเล็ก(หรือซองใส่ยาจากร้านขายยา หรือขวดแก้วเล็กๆก็ได้)




วันนี้จะเก็บเกสรจากช้างแดงต้น R292 ไม่ใช่ของผมหรอกครับ แต่ขอดอกเขามาเห็นว่ามันเริ่มจะทยอยเหี่ยวแล้ว เสียดาย และพอดีต้น R292 ต้นนี้ เกสรตัวเมียเป็นหมัน แต่เกสรตัวผู้ใช้ได้ จึงสามารถทำเป็นพ่อได้อย่างเดียว



ดอกเริ่มจะโรย แต่ยังคงความสดอยู่บ้าง เกสรยังใช้การได้ดีครับ และสังเกตเห็นฝาครอบเกสรเริ่มหลุดออกมาแล้ว อย่างนี้ต้องรีบทำการเก็บแล้วล่ะ





เริ่มที่ ใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยเอาฝาครอบเกสรออกมาจากดอก โดยที่ฝาครอบเกสรด้านล่างจะมีก้าเรณูที่มีกาวเหนียวๆ สำหรับยึดเกาะที่ธรรมชาติออกแบมาให้ติดกับหัวแมลงนักผสมพันธ์ ตอนนี้เราใช้ไม้จิ้มฟันที่สะอาดๆ แทนแมลงไป






จากนั้นใช้ไม้จิ้มฟัน งัดเอาก้อนเรณูออกมาจากฝาครอบเรณู



สำหรับกล้วยไม้ที่เติบโตแบบโมโนโพเดียล เช่นสกุลช้าง แวนด้า พวกนี้จะมีก้านเรณูด้วย ดังนั้นเราจะตัดมันก่อนที่จะนำไปเก็บ โดยใช้กรรไกรตัดเล็บที่ลนไฟฆ่าเชื้อแล้ว หรือใบมีดโกนคมๆก็ยิ่งดีเลยครับ




จากนั้นก็ใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยเกสรทั้งสองก้อนเข้าไปในแคปซูลยาเปล่าๆที่เตรียมไว้(หาซื้อได้ที่ร้านขายยา ราคาถูก และสะอาด มากๆครับ)





จากนั้นก็แพคใส่ถุงพลาสติก หรือซองยา หรือขวด เขียนชื่อที่อยู่ให้เรียบร้อย ไม่ใช่ เขียนชื่อ และวันที่เก็บเรณูให้เรียบร้อย





อาจนำถุงเล็กที่เก็บแคปซูลของเกสรแต่ละต้น ไปแพคใส่ถุงใหญ่ ที่เราเก็บเรณูต้นอื่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ หรือในคราวเดียวกัน แต่อย่าให้ป้ายชื่อหลุด ไม่งั้นยุ่ง แล้วนำไปแช่ตู้เย็น อย่าแช่ช่องแช่แข็งนะครับ

สำหรับอายุของเรณู อาจอยู่ได้นานถึงสามเดือน หรือมากกว่านั้น จากนี้ไปถ้าเราต้องการเรณูต้นใดเพื่อนำไปใช้ เราก็จะมาเบิกจากธนาคารเกสรของเรา โดยหยิบมาเป็นแคปซูลซึ่งอยู่แยกกันในแต่ละถุงเล็กซึ่งจะไม่กระทบกระเทือนเรณูก้อนที่อยู่ในแคปซูลอื่น สะดวกดีครับ



วันนี้พักก่อน มีสอนตอนบ่าย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม หวังเล็กๆว่าจะเกิดประโยชน์กับใครบ้าง เท่านั้นก็พอครับ




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2550 15:52:15 น.
Counter : 629 Pageviews.  

เก็บภาพมาฝากจากการผสมเกสร

ในเรื่องการผสมเกสรกล้วยไม้นั้น ถ้าว่าไปแล้วมีผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ได้นำภาพที่แสดงถึงวิธีการผสมเกสรกล้วยไม้สายพันธ์ต่างๆมาให้ชมกันแล้วหลายท่านหลายเวบด้วยกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เริ่มปลูกเลี้ยง และผู้ที่สนใจที่จะเข้ามาหลงในเสน่ห์และรักกล้วยไม้ในโอกาสต่อไป สำหรับผมเองก็ไม่ได้เป็นผู้รู้ลึกซึ้งหรือเซียนกล้วยไม้แต่ประการใด เพียงแต่เป็นคนที่ชื่นชอบและหลงไหลในพืชชนิดนี้ จนทำให้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับมันมานานนับสิบปี สิ่งหนึ่งในการเล่นกล้วยไม้นอกจากการลูกเลี้ยงให้กล้วยไม้เราโต สวยงาม และ ออกดอกให้เราได้ชมนั้น คือการขยายพันธ์ และ พัฒนาสายพันธ์กล้วยไม้ ให้ดียิ่งขึ้นหรือได้สายพันธ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติดียิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการทั้งผู้พัฒนาและผู้ที่ชื่นชอบท่านอื่นๆ (รวมทั้งผมด้วย)




ด้วยภารกิจในเรือนกล้วยไม้เล็กๆของผมนั้นแต่ละวันคือการรดน้ำ ให้ปุ๋ย ตรวจตราความสะอาดในเรือน ดูแล สังเกตการเจริญเติบโตของแต่ละต้น ตรวจสอบว่ามีโรคภัยใข้เจ็บใดๆมารบกวนกล้วยไม้ที่เรารักหรือไม่ ตรวจสอบว่าต้นโน้นต้นนี้ชอบสถานที่ที่ตนอยู่มากน้อยเพียงใด หรือ อะไรต่างๆ เท่าที่จะพอมีเวลาช่วงเช้าก่อนไปทำงานซึ่งผมคิดว่าคงไม่ต่างจากผู้ปลูกเลี้ยงท่านอื่นๆสักเท่าไหร่ แต่สำหรับช่วงที่กล้วยไม้เป็นดอกออกช่อก็จะเพิ่มอีกภารกิจหนึ่งนั่นคือ การผสมเกสรกล้วยไม้ เพราะความสุขสมหวังของประการหนึ่งของผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ก็คือ การได้ผสมเกสรกล้วยไม้จนติดฝัก และนำไปเพาะขยายพันธ์ในโอกาสต่อไป และช่วงนี้เป็นช่วงที่กล้วยไม้ช้างซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่ผมชอบที่สุดชนิดหนึ่ง กำลังแทงดอกออกช่อ จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องดำเนินภาระกิจการผสมเกสรกล้วยไม้ชนิดนี้ แต่ด้วยเหตุที่ทั้งตัวเองก็มีกล้องถ่ายรูปติดตัวไปในเรือนกล้วยไม้อยู่แล้ว จึงได้ทำการเก็บภาพบันทึกมาด้วย เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว และถ้าสามารถนำมาเป็นประโยชน์กับใครก็ตามแม้เพียงคนเดียวผมก็รู้สึกดีใจและประสบผลสำเร็จแล้วล่ะครับ

สำหรับวันนี้ต้นที่ผมจะผสมเกสรก็คือ ช้างกระ kk-1 ซึ่งเป็นต้นป่า ของผมเอง โดยจะใช้ต้นนี้เป็นเจ้าสาวครับ(เจ้าของแอ่งเกสรตัวเมีย)




กับต้นเจ้าบ่าวเจ้าของก้อนเรณู (เกสรตัวผู้) คือช้างพลายรหัส SPT 07 ต้นนี้ครับ



สำหรับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในภารกิจนี้ คือ ไม้จิ้มฟัน กระดาษทิชชู กรรไกร ที่ตัดเล็บ แคปซูลยาเปล่าๆ ดินสอ ป้ายชื่อ สายในของสายโทรศัพท์



เริ่มด้วยการ ใช้กรรไกรตัดปากของดอกของต้นแม่ที่จะใช้ผสม โดยผมจะเลือกดอกที่บานสมบูรณ์แล้ว และอยู่ด้านท้ายๆของฝัก เพื่อประโยชน์ในการถือฝักและกล้วยไม้จะได้ไม่ต้องเปลืองพลังในการส่งถ่ายอาหารไปเลี้ยงฝักไกลๆ





จากนั้นก็ใช้ไม้จิ้มฟันทำหน้าที่เลียนแบบหัวของแมลง โดยไปงัดเกสรตัวผู้ที่ออกมาจากต้นแม่ครับ



นำเกสรที่ได้ไปวางไว้บนทิชชูทิ้งไว้พร้อมกับไม้จิ้มฟันเลย




จากนั้นใช้ไม้จิ้มฟันอันใหม่ ไปงัดเกสรตัวผู้จากดอกของต้นพ่อ SPT 07 มาโดยระวังอย่าให้เกสรหล่น อาจใช้ทิชชูแผ่นใหม่มารองไว้ในขณะทำงานด้วยก็ยิ่งดีครับ



นำเกสรที่ได้ มาวางไว้บนทิชชูแผ่นใหม่ แล้วก็ใช้ปลายไม้จิ้มฟันงัดก้อนเรณูออกมาจาก จากอะไรดี ไม่รู้ เอาเป็นว่า จากฝาครอบเรณูแล้วกัน ใครรู้บอกด้วยครับ







โดยปกติเกสรตัวผู้ของช้างจะมีก้านเรณูซึ่งมีฐานเหนียวๆที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อให้ติดกับหัวแมลง ถ้าหากว่ามันยึดติดกับไม้จิ้มฟันแน่น ก็สามารถนำเรณูพร้อมทั้งก้านเรณูเข้าไปผสมกับดอกของต้นแม่ที่เตรียมไว้ข้างต้นได้เลย แต่ถ้าหากว่าก้าเรณูเกิดขาดหรือก้อนเรณูเกิดหลุดออกมาเป็นก้อนๆไม่มีก้านตั้งแต่เเรกที่เราไปเก็บมาจากดอกต้นพ่อ เราก็สามารถที่จะใช้ไม้จิ้มฟันอันที่ใช้เก็บเกสรต้นพ่อ ไปจุ่มในแอ่งเกสรตัวเมียของดอกต้นแม่ เพื่อให้ครีมเหนียวๆจากแอ่งเกสรนั้นช่วยยึดก้อนเรณูของต้นพ่อไม่ให้หล่น และนำไปใช้จุ่มในแอ่งเกสรตัวเมียของต้นแม่ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น





จุ่มเข้าไปอย่างนี้ พยายามยัดเข้าไปให้ลึกๆ เพื่อเวลาที่แอ่งเกสรตัวเมียบีบตัวแล้วก้อนเรณูจะได้ไม่หลุดออกมา





เขียนป้าย ระบุคู่ผสม โดยให้ต้นแม่ขึ้นก่อน แล้วตามด้วยต้นเจ้าของเรณู ผูกป้าย






เป็นอันเสร็จสิ้นการผสมเกสร แต่ กลับมาที่เรณูของดอก kk-1 ต้นแม่ที่เราวางทิ้งไว้บนทิชชู เราจะเก็บมัน เพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่อไป อาจจะนำไปผสมกับต้นอื่นๆ ดังนั้นเราควรจะมีวิธีเก็บที่ดีเพื่อยืดอายุของเรณูให้อยู่ได้นานๆ



ใช้กรรไกรตัดเล็บตัดก้านเรณูออก ควรทำความสะอาดกรรไกรตัดเล็บโดยใช้ไฟแช๊คลนก่อนทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาตัด




จากนั้นใช้ไม้จิ้มฟันอันที่วางไว้คู่กับเกสรข้างต้น เขี่ยก้อนเกสรทั้งสองก้อนเข้าไปในแคปซูลเปล่าๆที่เตรียมไว้





จากนั้นก็นำแคปซูลที่ได้ไปใส่ขวดแก้ว หรือกล่องฟิล์ม หรือห่อถุง หรือ อะไรที่สามารถนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นได้ อย่าลืมเขียนชื่อ วันที่เก็บเกสร ที่ขวดด้วยนะครับ



สำหรับวิธีเก็บเกสรนี้ผมจะนำภาพมาให้ดูอย่างละเอียดอีกทีครับ



ผลการผสมวันต่อมาครับ แอ่งเกสรตัวเมียบีบตัวหุ้มเรณูไว้ ทำให้มั่นใจว่าโอกาสผสมติดมีสูง



และแล้วก็รังใข่ก็เริ่มขยาย



อย่างไรก็ดี ภาพที่ถ่ายหรือคำอธิบายไม่ชัดต้องขออภัยนะครับ เพราะผมทั้งถ่ายทั้งพิมพ์ คนเดียวทำงานสองมือเลยเมื่อยมากๆ 55 วันนี้ขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ

กลับมาแล้วครับ คราวนี้ได้เวลาที่ฝักเริ่มโตขึ้นแล้ว เรามาดูกันเลยว่าเป็นไงบ้าง



มาดูฝักที่เราทำการผสมไว้ ตอนนี้รังใข่ขยายโตขึ้น และกลีบดอกก็ทยอยเหี่ยวแห้งไป นั่นก็ทำให้เรารู้อะไรหลายๆอย่างจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ อย่างหนึ่งคือ กลีบดอกอันสวยงามและกลิ่นที่หอมรัญจวนใจของกล้วยไม้นั้นมีเอาไว้เพื่อประโยชน์ในการดึงดูดแมลงเข้ามา เพื่อจะได้ผลประโยชน์ในการผมสเกสรและได้ขยายพันธ์ต่อไป เมื่อหมดประโยชน์ที่จะใช้ก็ไม่จำเป็นต้องมีไว้ ให้แห้งเหี่ยวไปตามที่ควรจะเป็น อย่างที่สอง การที่รังใข่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างนี้แสดงว่าเราผสมเกสรสำเร็จแล้ว(แต่ในฝักจะมีเมล็ดหรือไม่ หรือฝักจะแตก หรือจะหลุดร่วงก่อนเวลาสมควรมั้ยนั้น ยังคงต้องรอคอยต่อไป)



ตอนนี้เราจะสังเกตเห้นกลีบดอกที่เหี่ยวแห้ง แต่เมื่อเรารดน้ากล้วยไม้หรือในอากาศมีความชื้นเยอะๆ แม้ไม่โดนฝน( กรณีเรานำต้นที่เราผสมแล้วไปไว้ภายใต้หลังคากันฝน) ก็อาจทำให้กลีบดอกที่แห้งเหี่ยวนี้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชื้อราต่างๆ จนกลายเป็นต้นเหตุให้ฝักกล้วยไม้ที่เราเฝ้าถนอมตั้งแต่เล็กแต่น้อยนั้นเน่าและหลุดร่วงลงไปได้

ดังนั้นเราจะแก้ใขโดยการใช้กรรไกร ขลิบกลีบดอกที่เเห้งเหี่ยวนี้ทิ้ง แต่ระวังอย่าให้โดนฝักนะครับ



ผลที่ได้ก็จะเป็นอย่างที่เห็น จากนั้นเราก็รอเวลา ไปประมาณ 8-14 เดือนนับจากวันผสม(ระยะเวลาถือฝักของกล้วยไม้สกุลช้าง) หรือไม่ก็เอาแค่สองในสามของเวลาเต็มที่กล้ว้ยไม้ถือฝัก ก็สามารถนำฝักไปเพาะได้




 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2550 13:30:24 น.
Counter : 1267 Pageviews.  


kobkik
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




ความหลังครั้งก่อนเก่า
เก็บหลอมเข้าลงโอ่งไห
เทน้ำ ตาทิ้งไป
เติมน้ำใจกากน้ำตาล
ให้อี เอ็มช่วยย่อย
เริ่มจากร้อยจนเป็นล้าน
เศษผัก หมักนานนาน
เหมือนเศษใจได้ชาชิน
เวลา เป็นเครื่องช่วย
สลายด้วย ใจถวิล
บ่มไว้ ในชีวิน
ไปราดรดมวลพืชพันธุ์
จากร้าย คล้ายเป็นโทษ
กลายประโยชน์ให้สิ่งสรรพ์
เปรียบทุกข์ ในใจพลัน
จึงเปลี่ยนได้ให้เป็นคุณ
Google
ส่งเมลเพื่อสั่งซื้อ คลิกที่นี่ครับ
Friends' blogs
[Add kobkik's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.