Group Blog
 
All Blogs
 

เมื่อผมจะไม่ไปลงประชามติ

รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เรียกว่า ส.ส.ร. ซึ่งที่ของกลุ่มคนเหล่านี้มีความพยายามทำให้ดูเสมือนว่า มาจากตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ เลือกโดยหลากหลายจากประชาชนกันเอง แท้ที่จริงแล้วกลุ่มคนเหล่านี้มาจากการเลือกของ คมช ซึ่งเป็นคณะปกครองที่มาจากการทำรัฐประหาร ในเมื่อจุดเริ่มต้นและที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้มาตามกระบวนการทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เนื้อหาของรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่สาระสำคัญที่ต้องให้พิจารณา แค่ที่มาที่ไม่ถูกต้องไม่ใช่ประชาธิปไตย การจะไปลงประชามติก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง การลงประชามติในระบอบประชาธิปไตย คือการให้ประชาชนทุกคนที่มีสิทธิออกเสียง ไปออกเสียงในประเด็นที่มีความสำคัญภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะ คมช หรือ รัฐบาลชุดนี้ ล้วนไม่ใช่คณะปกครองที่มาตามวิถีประชาธิปไตย คณะทำงานต่างๆที่กลุ่มคนเหล่านี้ตั้งขึ้น จึงไม่มีความชอบธรรมที่จะอ้างความเป็นประชาธิปไตย มาเพื่อให้คนในสังคมต้องปฎิบัติตาม คมช ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเก่าทิ้ง ก็สามารถตรารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องอ้างหรือพยายามสร้างความชอบธรรม โดยการใช้การลงประชามติเป็นเครื่องมือ
ห้วข้อการลงประชามติคือ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่สิทธิถุกต้อง ที่ผมคิดว่าควรจะใช้ ถ้ามีการเพิ่มประเด็นว่า เห็นควรรับหรือไม่รับ ที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพิ่มเติมจากการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ผมถึงจะคิดว่ามีประเด็นอันควรเชื่อได้ว่า ผมต้องไปลงประชามติ คมช หรือรัฐบาลชุดนี้ และประเทศไทยตอนนี้ ไม่ใช่หรือไม่ได้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นรูปแบบการปกครอง ที่ทำเสมือนหรืออ้างตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย การเริ่มต้นที่ผิดๆ ทำให้ก้าวต่อไปอีกหลายก้าวจากนี้ไม่ ไม่ใช่หนทางหรือทางเดินของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของคณะกลุ่มบุคคน ที่อาศัยประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือเท่านั้น ผมจึงสรุปและยืนยันชัดเจนว่า ผมจะไม่ไปลงประชามติ...5 ส.ค 50




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2550    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:01:24 น.
Counter : 330 Pageviews.  

รักครั้งแรก...ตุ๊กผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก(สำหรับผม)

รักครั้งแรก...ตุ๊กผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก(สำหรับผม)
   นี่เป็นความรักในวัยเด็ก วันที่ยังอ่อนต่อโลกแต่ผมก็ถือว่านี่คือรักครั้งแรกสำหรับผมและสำหรับเราทั้งสอง ตุ๊กเป็นลูกคนจีนตาตี่ ผอม สูง หน้ารี ตัวขาว หน้าตาจัดได้ว่าน่ารักมากๆ เราเข้าเรียนโรงเรียนเดียวกัน เธอเข้ามาเรียนก่อน 2 ปี ผมถึงได้เข้ามาเรียน โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเล็กๆ แต่ละชั้นเรียนมีเพียง 2 ห้อง ผมได้อยู่ห้องเดียวกับเธอ แรกๆก็ไม่มีอะไร เราก็เล่นกันสนุกสนานตามประสาวัยเด็ก ทำการบ้าน ทำกิจกรรม คุยกัน เล่นกันตามมีตามเกิด จนเวลาผ่านไป 1 ปี เราก็เริ่มสนิทกัน คุยกันถูกคอและต่างก็นับถือซึ่งกันและกัน ทั้งเรื่องการเรียนที่แข่งกันเกือบทุกวิชา ยกเว้นภาษาอังกฤษ เวลาเราทำงานกลุ่มก็มักอยู่กลุ่มเดียวกัน ผมเป็นหัวหน้าห้อง เธอเป็นรองหัวหน้า ผมเป็นผู้นำในขณะที่ตุ๊กจะคอยทำหน้าที่เก็บรายละเอียด ตุ๊กอยู่บ้านอาม่าแถวโรงเรียน บ้านพ่อแม่อยู่แถวหัวลำโพง เลิกเรียนผมจะเดินไปส่งเธอที่บ้านอาม่า กับกลุ่มเพื่อนๆที่กลับบ้านทางนั้นบ่อยๆ ทั้งๆที่บ้านผมอยู่คนละทางกับบ้านเธอ แรกๆก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่รู้สึกสบายใจและสนุกสนานเมื่ออยู่ใกล้เธอ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆผ่านเข้ามาให้เราได้ร่วมกันฟันฝ่า หลายต่อหลายเหตุการณ์ ทำให้ผมชื่นชมและชมชอบในตัวเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องหนักที่สุดคือโรงเรียนผมเล็กๆก็จริง แต่ครูใหญ่ท่านส่งเสริมการปกครองแบบประชาธิปไตรให้เด็ก ด้วยการให้ชั้นที่สูงที่สุดสองชั้นในโรงเรียนทั้งสี่ห้อง ต้องส่งตัวแทนห้องละ 3 คน ลงสมัครเป็นประธานนักเรียน แล้วให้นักเรียนทั้งโรงเรียนเป็นผู้เลือก มีการหาเสียง แบบเลือกตั้งจริงๆ ซึ่งปกติพี่ชั้นสูงสุดห้องหนึ่งจะชนะการเลือกตั้งเสมอ ในปีที่ผมอยู่ชั้นก่อนสูงสุดก็ลงสมัครเป็นประธาน ส่วนตุ๊กก็ลงด้วยพร้อมเพื่อนอีกคน ด้วยความที่อายุพวกเราพอๆกับพี่ชั้นสูงสุด เราจึงทุ่มเทกับการหาเสียงอย่างเต็มที่ ด้วยหวังจะทำในสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์โรงเรียนคือ รุ่นรองสูงสุดชนะการเลือกตั้ง ผมเองในใจก็หวั่นๆกล้าๆกลัวๆหลายๆอย่าง ใจหนึ่งก็อยากชนะ อีกใจก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะชนะ และไม่อยากชนะรุ่นพี่ที่ผมสนิทชิดเชื้อด้วยตลอดที่เรียนมา 2 ปี และใครๆก็บอกว่าไม่มีทางที่จะชนะ แต่ตุ๊กไม่คิดเช่นนั้น ตุ๊กกลับบอกว่าถ้าลงแข่งต้องเต็มที่ ถ้าเรามั่นใจว่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า ทำประโยชน์ให้โรงเรียนได้มากกว่า เราก็ต้องกล้าอาสาเข้ามาทำ ไม่มีการเกรงใจในเมื่อโรงเรียนให้แข่งกันอาสาก็ต้องแล้วแต่คะแนนเสียงของทุกคนในโรงเรียน และตลอดการแข่งขันเราก็ร่วมแรงร่วมใจกันหาเสียงอย่างไม่ย่อท้อ ผมมักใจอ่อนเสมอแต่ตุ๊กกลับเด็ดขาด เด็ดเดี่ยว และคอยกระตุ้นผมและเก็บรายละเอียดให้ผมเสมอ จนเราสามารถเอาชนะรุ่นพี่ได้ แต่ผมก็ได้เป็นประธานนักเรียนคนเดียวในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนที่มาจากชั้นก่อนสูงสุด  ความสำเร็จกว่าครึ่งมาจากตุ๊กทั้งสิ้น จนมีเพื่อนบางคนพูดว่าเธอน่าจะได้ตำแหน่งมากกว่าผมซะอีก แต่เธอก็ไม่แสดงอะไรออกมา แถมยังสนิทและเข้าใจผม ช่วยงานผมในทุกๆเรื่องตลอด เราเริ่มเป็นมากกว่าเพื่อน ในแบบที่เราก้เรียกไม่ถูกในขณะนั้น เพราะมันยังเด็กเกินกว่าจะคิดกันขนาดนั้น สิ่งต่างๆมันดำเนินไปตามสภาวะและความสำพันธ์ของเราทั้งสอง มีเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เช่นผมถามเธอว่าบ้านตุ๊กอยู่ใน เธอบอกอยู่แถววัดแก้วแจ่มฟ้า ผมถามไปหาได้หรือเปล่าที่บ้าน เพราะวันเสาร์ผมจะไปบ้านลุงที่ตรอกจันเสมอๆ ผ่านวัดแก้วแจ่มฟ้าทุกครั้ง เธอบอกว่าได้แต่ไม่บอกซอยนะ ให้ไปเดินหาเอาเอง ผมบอกใครจะไปหาถูก และเราก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้กันต่อ เธอคงคิดว่าผมไม่ไปหาหรอก ผมก็คิดว่าไม่ไปหาหรอก แต่วันเสาร์ต่อมาผมไม่รู้คิดยังไง ก็จะไปตรอกจันนั้นแหละ นั่ง203ไปต่อสาย1ที่สนามหลวง พอรถถึงวัดแก้วแจ่มฟ้าก็ลง และคิดว่าเอาว๊ะยังไงก็ต้องเดินหาให้เจอ รู้ว่าบ้านตุ๊กเป็นโรงพิมพ์ แต่ไม่รู้ซอยไหน รู้แค่ว่าตุ๊กกลับบ้านตั้งแต่วันศุกร์แล้ว ผมเดินหามันตั้งแต่ซอยสว่าง 1ยันสว่างอะไรก็ไม่รู้ วนไปวนมากว่า 3 ชม จึงเจอเธอที่หน้าบ้านพอดี บ้านเธออยู่ซอยสว่าง 7 เธอเจอผมก็ตกใจปนแปลกใจ เราทักกันเพียงสองสามประโยคก็ลาจากกัน กลัวพ่อแม่ตุ๊กจะมาเห็น ผมกลับมาด้วยความภูมิใจและอิ่มใจ ที่เราทำสำเร็จหาบ้านเธอจนเจอ เป็นความภูมิใจในวัยเด็ก และเมื่อผ่านไปอีกหลายปี เราจึงร่วมใจกันบันทึกเรื่องเราต่างๆของเราและสรุปว่า นี้คือรักครั้งแรกของเรา แม้มันจะเป็นเพียงแค่ปีกว่าๆเท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่เราจะจดจำมันได้ แม้เราจะไม่ได้เจอกันอีกกว่า 6 ปี แต่เมื่อเธอเจอเพื่อนผม ที่เข้ามหาลัยเดียวกับเธอได้ เธอก็พูดอย่างภูมิใจว่าผมเป็นแฟนคนแรกของเธอ ตุ๊กกล้าพูดต่อหน้าคนอื่นๆแบบเปิดเผย ขนาดเพื่อนผมยังอดอิจฉาผมไม่ได้ว่า คนน่ารักแบบนั้นกลับกล้าประกาศออกมาเช่นนั้น  ผมซะอีกกลับเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ ไม่ได้เล่าสู่ใครฟัง จนมาถึงวันนี้ถึงได้เขียนบันทึกความรักครั้งแรกไว้ ความรักของเราจบลงอีกราวๆหนึ่งปีต่อจากนั้น พอเราขึ้นชั้นสูงสุด ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกปี ปัญหาคือเพื่อนๆแยกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนให้ผมเป็นต่ออีกปี อีกฝ่ายคิดว่าหน้าจะเปิดโอกาสให้ตุ๊กเข้ารับตำแหน่ง ทั้งสองกลุ่มต่างขัดแย้งกันลึกๆ ทำความลำบากใจให้เราทั้งสองคนเป็นอย่างมาก ผมนั้นไม่ค่อยเด็ดขาดไม่พูดอะไรออกมาชัดเจน และไม่ยอมเสนอตำแหน่งให้เธอ ตุ๊กซะอีกกลับประกาศอย่างชัดเจนว่าเธอจะทำหน้าที่รองประธานเช่นเดิม แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ยอมกัน ต่างถือว่าคะแนนของคนทั้งโรงเรียน จะเป็นตัวตัดสิน เรื่องนี้จึงเป็นต้นเหตุให้ห้องเรา แตกเป็นสองสามฝ่าย เราทั้งคู่ก็ห่างๆกันไป ไม่รู้สึกสนุกสนานเมื่ออยู่ใกล้กันอีกต่อไป ถึงลึกๆเราจะมีความผูกพันธ์ยากที่คนอื่นจะเข้าใจ แต่สุดท้ายเราก็ต้องกลายเป็นเพื่อนกันเท่านั้น คุยกันน้อยลง ทั้งๆที่อยู่ห้องเดียวกันแท้ๆ มันไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรอก มันมีเรื่องเล็กๆอีกหลายเรื่อง แต่อย่างไรก็ตามนี้คือความรักแบบบริสุทธ์ไม่มีสิ่งใดเจอปนของเด็กสองคน ที่มีความรู้สึกดีๆต่อกัน ถึงมันจะเกิดผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรเสียหาย และเธอยังคงเป็นความทรงจำที่ดีๆของผมตลอดมา ไม่ว่าเรื่องการทำงาน ร้านราดหน้าที่เธอชอบ ที่นั่งคุยริมน้ำข้างบ้านอาม่า ของขวัญที่เราให้กัน และการข้ามเรือไปติดฝนจนมืดที่หอสมุดแห่งชาติ และอื่นๆอีกมากมายที่จะเป็นความทรงจำดีๆของผมตลอดไป แด่ นุชรี ตันติวิจิตร ผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลกตลอดกาล สำหรับผม....




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2550    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:04:15 น.
Counter : 445 Pageviews.  

รักคุณเข้าแล้ว

23 ธ.ค 49
 ผมเฝ้าคอยวันนี้มากว่าปี วันที่ผมจะได้เจอคุณ เช่นเคยกว่าผมจะมาถึงก็มืดแล้ว ผมตื่นเต้นมากที่จะได้พบคุณอีกครั้ง รถมาถึงไฟที่ห้องอาหารและซุ้มประตูสวยมากเลยคุณ พอผมลงจากรถเจ้าของคุณก็มาต้อนรับ ไม่ได้เจอเธอ1ปีเธอน่ารักเช่นเดิม อากาศหนวาเหน็บกว่าปีที่แล้วอีก พอผมเข้าไปในเรือนพัก คุณรู้ไม๊ผมแปลกใจมากทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวันที่ผมจากไปเลย มีเพิ่มมาก็เล็กน้อย พวกต้นไม้ ชุดนั่งเล่น และรูปวาดเด็กเท่านั้นที่หายไป คุณยังสวยและมีเสนห์ชวนให้ผมลุ่มหลงเช่นเดิม บรรยากาศเก่าๆมุมนั่งดูดาวของเรา ชานยื่นไปในหน้าผานอนฟังเพลงหวานๆของเรา ห้องไม้ไผ่ของผม เหมือนผมเพิ่งจากไปเมื่อวานนี้เอง ขอบคุณเจ้าของคุณมากนะที่ถนอมคุณให้น่ารักสม่ำเสมอ


25 ธ.ค 49
 วันนี้แล้วสินะที่ผมต้องจากคุณไปอีกครั้ง ผมจะไม่มีวันลืมความสุขที่คุณมอบให้แก่ผมเลย ผมเสียใจด้วยนะที่คุณต้องเสียเจ้าหมาแสนน่ารักไป 1 ตัว มันคงทำให้คุณเหงาไปไม่น้อย ผมขอโทษนะที่ไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนคุณได้นานกว่านี้ หมู่นี้งานผมเยอะมากเลย ผมไม่อยากกลับเลยอยากอยู่กับคุณไปนานแสนนาน ผมหวังว่าเจ้าของผู้น่ารักของคุณ จะยังไม่ขายคุณไปให้คนอื่น ขนาดผมเป็นคนนอกผมยังหลงรักคุณถึงขนาดนี้ คุณอ้อมเขาก็คงรักและผูกพันคุณมากกว่าผมหลายเท่า ผมว่าคุณก็คือชีวิตจิตใจของเธอนะ สุดท้ายผมจะกล่าวว่า...ผมรักคุณสบป่อง ริเวอร์อินน์...




 

Create Date : 03 มกราคม 2550    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:09:21 น.
Counter : 349 Pageviews.  

รางวัลแด่คนช่างฝัน

รางวัลแด่คนช่างฝัน   ไม่ได้เขียนเรื่องการเมืองมานาน เพราะตั้งแต่ยุบสภาก็รู้แล้วว่าความวุ่นวายกำลังตามมา และไม่มีทางแก้ปัญหาอะไรที่ดีไปกว่าการฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วเขียนกันใหม่ทั้งฉบับหรอก แก้ไปแก้มาก็เท่านั้นฉีกทิ้งนั้นแหละเป็นการแก้ที่ดีที่สุด
   เข้าเรื่องเราดีกว่าเรื่องนี้เขียนถึงท่านนายกทักษิณโดยเฉพาะ ท่านเป็นคนธรรมดาๆเติบโตมาแบบคนสามัญชน ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจแบบคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความสามารถ มีความอดทน มองการไกล กล้าเสี่ยง และมายืนอยู่บนจุดสูงสุดได้ด้วยฝีมือล้วนๆ ไม่มีทางลัด ไม่ได้รับจ้างทำแทนใคร ทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมาตลอดชีวิตธุรกิจของท่าน ผมกล้าพูดแบบนี้เพราะ ถ้าที่ผ่านมาท่านทำอะไรทุจริตไว้ ไม่มีทางลอดพ้นสื่อมวลชนไปได้หรอก โดนเอามาแฉไม่เหลือซากแล้ว ไม่รอดมาถึงป่านนี้หรอก ทุกวันนี้ที่ด่าๆกันก็เห็นแต่ข้อกล่าวหาลอยๆ ไม่เห็นมีหลักฐานซักชิ้น พอท่านนายกทักษิณอิ่มตัวจากการทำธุรกิจก็ไม่มีอะไรท้าทายให้ทำอีก การเมืองแบบเดิมๆดูแล้วท่านก็ไม่อยากเล่นหรอก มันน้ำเน่าแบบที่เห็นๆกันกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ท่านลองเข้าพรรคพลังธรรมของท่านมหาฯ เข้าไปไม่นานก็ถอยออกมา จนประเทศไทยเข้าสู่ช่วงที่หลอกตัวเองว่าพร้อมแล้วที่จะมีประชาธิปไตยแบบเต็มใบ มีการร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน โดยไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีก่อน ร่างแบบสวยหรูแต่เวลากว่า6ปีที่ผ่าน ก็แสดงชัดแล้วว่ามีปัญหาอันเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับ สสร มากมายแค่ไหน ท่านนายกทักษิณก็หลวมตัวเข้ามา โดยคิดว่าจะใช้ความสามารถของท่านจัดการปัญหาต่างๆของประเทศไทย และนำพาประเทศชาติให้ก้าวทันและแซงหน้า นานาประเทศให้จงได้ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ผู้ชายคนหนึ่งที่มีเงินแบบเอาคนในครอบครัว รวมทั้งญาติพี่น้อง คนใช้ คนสวน และคนขับรถมารวมกัน แล้วหารเงินทั้งหมดที่มี ใช้อีกหลายชาติก็ไม่หมด แทนที่จะอยู่สบายๆในช่วงปลายชีวิต กลับกระโดดเข้ามาสู่การเมืองไทย มาแบบคนธรรมดาๆ มีแต่ตัวกับหัวใจและเงินที่สะสมมาตลอดชีวิต เข้ามาทำงานหนักแสนหนักตลอด 6 ปี ทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาที่เรื้อรังมากว่า 100 ปี ท่านพยายามบริหารประเทศแบบใช้ความสามารถของคนมากกว่าฐานะทางสังคม ทำทุกเรื่องอย่างรวดเร็วและเห็นผลทันตา พาประเทศไทยมองไปข้างหน้า ทำทุกอย่างพร้อมๆกันไปหมด ท่านลืมคำนึงถึงสังคมไทย สังคมที่มีชนชั้น มีระบบแบบเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เป็นสังคมจอมปลอม ท่านนายกทักษิณพลาดที่คิดจะแก้หรือเปลี่ยนสังคมไทยในชั่วข้ามคืน แค่ความตั้งใจ หวังดี และหวังทำประโยชน์ให้คนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน แค่นี้ไม่เพียงพอที่จะนำพาประเทศไทยไปไกลได้หรอก สังคมไทยมีอะไรละเอียดอ่อนกว่านั้นเยอะมาก
  และตัวอย่างของท่านนายกทักษิณ ก็เป็นอีกบทพิสูจน์สังคมไทยได้ดี คนธรรมดาคนหนึ่ง ยอมเสียสละตัวเองเข้ามาเหนื่อยแสนสาหัส ทำงานแบบไม่คิดชีวิต จริงอยู่ว่าการบริหารแบบท่านนายกทักษิณ ก็มีจุดให้ตำหนิเยอะมาก และมีจุดล่อแหลมเยอะเหมือนกัน แต่แทนที่สังคมไทยจะพูดกันดีๆ หรือว่ากันตามกติกา แต่กลับด่ากัน และโจมตีกันแบบเสียๆหายๆ  เล่นกันแบบชนิดที่ว่าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้เลย ด่าท่านนายกทักษิณเหมือนท่านเลวมาจากนรก เล่นกันเหมือนไม่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทยตามๆกันมา ทุกคนก็โตตามๆกันมานั้นแหละ เห็นกันแต่เด็ก นี้หรือสังคมไทยคนไทย รางวัลสำหรับคนที่อาสายอมเสียสละเข้ามาทำงานแบบเต็มกำลัง เราให้รางวัลสำหรับคนกล้าแบบนี้กันหรือ ถ้าเป็นเช่นนี้ผมว่าสังคมไทย คนไทย ก็ไม่ใช่คนที่จะคบเป็นเพื่อนแท้ได้หรอก ไม่มีประเทศไหนกล้าคบเราแบบสนิทใจหรอก ไม่รู้จะโดนเราเหยียบเมื่อไหร่
   สำหรับผมตัวจริงท่านนายกทักษิณก็ไม่เคยพบ ประโยชน์ทางตรงจากการบริหารแผ่นดินของท่านก็ไม่ได้รับ ประโยชน์ทางอ้อมพวกระบบais ก็ไม่ได้ใช้(มันแพง) ก่อนมีพรรคไทยรักไทยผมก็เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ตลอด 6 ปีที่ท่านนายกทักษิณบริหารประเทศมา ที่ติผมก็เคยเขียนไปหลายรอบ ที่ไม่ชอบใจก็มีหลายเรื่อง แต่รวมๆแล้วท่านถือเป็นแบบอย่างผู้นำที่ผมให้ความยอมรับ เป็นผู้นำที่ดีน่าเอาแบบอย่าง ท่านจะเป็นผู้นำที่ผมจะเล่าให้ลูกหลานฟังอย่างเต็มปากเต็มคำ ว่าครั้งหนึ่งก็เคยมีคนไทยธรรมดาๆคนหนึ่ง กล้าอาสาเข้ามาทำงานอันแสนหนัก และแสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นผู้นำที่น่าเอาแบบอย่าง พักผ่อนให้สบายเถอะท่าน ปล่อยวางประเทศไทยไปเถอะครับ...




 

Create Date : 20 กันยายน 2549    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:12:43 น.
Counter : 317 Pageviews.  

ลูกแมวถูกทิ้ง

ลูกแมวถูกทิ้ง  เที่ยงวันนี้ผมแต่งตัวไปทำงานเฉื่อยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า เตรียมกระเป๋า ทุกอริยาบทล้วนแล้วแต่เป็นไปด้วยความเฉื่อยคงที่ สุดท้ายก็รวบรวมความเชื่อมั่นให้กลับมาอีกครั้ง แล้วออกจากบ้านมาขึ้นมอเตอร์ไซด์ ไปลงสี่แยกแล้วเดินเนิบๆไปใต้ทางด่วน รอขึ้นรถเมล์ เที่ยงนี้ก็เหมือนทุกวัน รถเยอะคนเยอะดูวุ่นวาย แต่วันนี้ฝนไม่ตกถนนไม่แฉะ แต่แดดร้อน ฝุ่นเยอะ ยิ่งมาเจออารมณ์หมดอาลัยตายอยากของตัวเองเข้าให้อีก เลยยิ่งห่อเหี่ยวเข้าไปใหญ่ ยืนรอรถเมล์เหลือบไปเห็นลูกแมวผอมๆ ตาแฉะๆ สีขาวปนน้ำตาล วิ่งไปวิ่งมาอยู่ริมถนนโดยไม่มีใครสนใจใยดี ผมคิดในใจเดี๋ยวโดนรถทับตายแน่นอน แต่ถ้าโดนทับตายต่อหน้าต่อตา ผมจะยิ่งเสียใจเข้าไปใหญ่ เลยตัดสินใจเดินไปอุ้มมันไปไว้ข้างในทางเดิน ห่างถนนพอสมควร แล้วเดินมายืนรอรถเมล์ต่อ รถเมล์ไม่มาซักที มีผู้หญิงอายุราว 22 คนหนึ่งเดินมา เธอใส่รองเท้าผ้าใบ กางเกงยีนส์ เสื้อยืด ผมยาวรวบไว้ด้วยหนังยาง ใส่แว่นหนา  ดูเธอน่าจะเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด สะพายเป้มา 1 ใบ มือถือกระเป๋ามาอีก 1 ใบ เธอนั่งลงรอรถริมข้างทางใต้ทางด่วน เอาอีกแล้วลูกแมวถูกทิ้งตัวนั้น ออกมาเดินริมถนนอีกแล้ว วิ่งไปวิ่งมา รถก็วิ่งกลับรถใต้ทางด่วนมาเร็วๆทั้งนั้น ผมเห็นแล้วก็อ่อนใจเบือนหน้าหนีทำใจไม่มองมัน ซักครู่ผมอดมองมันไม่ได้ ลูกแมววิ่งไปหาผู้หญิงคนนั้น เธอเอารองเท้าเขี่ยคางมัน มันก็เกยเล่นอย่างน่าเอ็นดู เธอเล่นแมวไปรอรถเมล์ไป มันก็ดูจะชอบเธอเอามากๆ ซักพักรถเมล์ที่ผมจะไปก็มาถึงผมเดินไปขึ้น เธอก็ลุกขึ้นมาขึ้นคันเดียวกับผม ผมรอให้เธอขึ้นก่อน พอรถจอดสนิทเธอก็ก้าวขึ้น ยังไม่ทันพ้นทางขึ้น ผมขึ้นตามแล้วก็ต้องหยุดชะงักตามเธอ เธอหันกลับมามองลูกแมว มันวิ่งตามเธอมาจนเกือบถึงรถเมล์ แล้วหยุดมองเธอ ผมหันไปมองลูกแล้วตามเธอ หันกลับมาอีกทีเธอเบี่ยงตัวให้ผมขึ้นไปก่อน แล้วเธอก็ลงไปจากรถเมล์อย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งขึ้นรถเมล์มาใหม่ ในมือเธออุ้มลูกแมวตัวนั้นขึ้นมาด้วย เธอนั่งแล้วเอาลูกแมวใส่กระเป๋า ผมเห็นแล้วน้ำตาซึม หวังว่าวันหนึ่งจะมีผู้หญิงซักคน มาอุ้มชายถูกทิ้งคนนี้ไปดูแล....




 

Create Date : 27 มิถุนายน 2549    
Last Update : 5 มกราคม 2557 15:22:27 น.
Counter : 459 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.