Group Blog
 
All Blogs
 
พรรคประชาธิปัตย์ที่ผมรู้จัก

  ผมสนใจการเมืองมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ตอนนั้นผมเคยไปลงต่อรถที่สนามหลวง เห็นมีคนเต็มท้องสนามหลวงไปหมด ผมเลยแวะเข้าไปดูก็เห็นคุณสมัคร สุนทรเวช ยืนพูดอยู่บนเวทีเด่นเป็นสง่า ผมยืนฟังอยู่ 1 ชมก็รู้เลยว่าชายคนนี้สามารถพูดเรื่องการเมือง หรือเรื่องต่างๆที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ ให้ฟังเข้าใจได้ง่ายๆ และมีความเป็นธรรมชาติในการพูด น้ำเสียงแสดงออกถึงตัวต้นที่แท้จริง ไม่มีการเสแสร้งหรือแสร้งทำ จากนั้นมาผมก็ตามบทบาทของชายคนนี้มาตลอด และยอมรับในความโดดเด่นเฉพาะตัวของนักการเมืองท่านนี้ โดยเป็นความนิยมเพียงตัวบุคคนเท่านั้น มิใช่นิยมในระบบพรรคหรือกลุ่มการเมืองที่ชายผู้นี้เป็นหัวหน้าพรรค


   ขณะเดียวกันผมก็อ่านข่าวและตามเรื่องราวของพรรคการเมืองที่โดดเด่นในกรุงเทพมหานคร และมีระบบพรรคที่ผมเชื่อว่านี่เป็นพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่น่าสนใจและน่าติดตาม ตลอดจนน่าจะฝากความหวังของระบบประชาธิปไตยไว้ได้ นั้นคือพรรคประชาธิปัตย์ ผมจำได้ว่ายุคนั้นน่าจะมีหัวหน้าพรรคชื่อ พิชัย รัตนกุล และมาจนถึงยุคคุณชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นยุคที่ผมศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรัฐมนตรีคนนี้มากที่สุด ต่อมาก็ยุคคุณบรรญัติ และต่อด้วยยุคคุณอภิสิทธิ์ เวลาที่ผ่านมาที่ผมเฝ้าตามพรรคนี้ โดยเฉพาะในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ผมเริ่มแครงใจและต้องนั่งไตร่ตรองดูตัวตนที่แท้จริงของบุคคนต่างๆในพรรคการเมืองพรรคนี้ ตั้งแต่สมัยคุณชวน หลีกภัย ผมเริ่มเห็นความแปลกในพรรคการเมืองพรรคนี้ ที่มีการแสดงความเคารพกัน หรืออยู่รวมกันแบบคล้ายๆสังคมชนชั้นสูง หรือมีการแบ่งชนชั้นกันเองในระบบพรรค เหมือนสังคมชั้นปกครองของไทยในอดีต ที่ข้าราชการหรือฝ่ายปกครองที่มีอำนาจ จะห้อมล้อมไปด้วยผู้คนใกล้ชิดที่คอยนอบน้อมประจบสอพลอ และถือว่าประชาชนเป็นคนชั้นถูกปกครอง ผมเริ่มเห็นการไม่ติดดิน และการวางตัวเสมือนเป็นกลุ่มชนชั้นสูงในสังคมไทย ต่อมาเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ และมีเรื่องอื่นๆให้ได้แครงใจเพิ่มเติมมาอีกหลายเรื่อง เช่นเรื่องภาคนิยมโดย ส.ส เกือบทั้งหมดของพรรคนี้เป็นส.ส ภาคใต้ การเลือกตั้งแต่ละครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ชนะท้วมท้นในเกือบทุกเขตของภาคใต้ และมีอิทธิพลถึงขนาดสามารถโน้มน้าวให้คนทั้งจังหวัด ทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ตามต้องการ เช่นการเลือกตั้งครั้งก่อนโน้นที่พรรคนี้ไม่ส่งผู้ลงสมัคร และคนทั้งจังหวัดก็ไม่ออกไปเลือกตั้ง หรือไปกาช่องไม่ลงคะแนน จนทำให้ไม่มีผู้แทนที่ได้คะแนนพอที่จะได้รับเลือก ผมมั่นใจว่าไม่มีใครหรือจังหวัดใดสามารถหรือคิดจะทำเช่นนี้ได้แม้แต่คุณบรรหาญ ศิลปอาชา และจังหวัดสุพรรณบุรี ก็ไม่มีทางจะคิดทำเช่นนี้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ และคนใต้สามารถร่วมกันทำเรื่องเหล่านี้ได้ ส่วนในกรุงเทพมหานคร ก็อาศัยหน้าตาและน้ำเสียงของคุณอภิสิทธิ์ เป็นบทนำ แล้วรวมเอาชนชั้นปกครอง นักวิชาการหัวเก่า และกลุ่มอำนาจต่างๆที่ต้องการรักษาผลประโยชน์ตัวเองเอาไว้ พรรประชาธิปัตย์และหัวหน้าพรรคคนนี้ ได้ประสานจัดวางและเข้าไปอยู่ในวงจรการเมืองของชนชั้นปกครอง ที่แฝงตัวหรือรวมตัวกันอย่างเงียบๆตลอดเวลาตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา ประชาธิปัตย์ในยุคนี้ เริ่มเล่นการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบอิงชนชั้นปกครอง และกลุ่มอำนาจทางสังคมเป็นหลัก ไม่ทำการเมืองในระบบพรรคหรือทำพรรคการเมืองให้เข้มเข็งแบบตรงไปตรงมา อย่างพรรคไทยรักไทยของคุณทักษิณ ที่ใครต่อใครว่าเลวร้าย ผมกลับเห็นว่านั้นแหละคือการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ธุรกิจการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่เสียหาย การทำการเมืองแบบธุรกิจก็คือการเมืองแบบโปร่งใส ตรวจสอบได้ ชัดเจน และตรงไปตรงมา ถ้าใครทำการเมืองแล้วมาทุจริต โกงกิน กฎหมายและผู้รักษากฏก็มีหน้าที่มาตรวจสอบ และเอาคนผิดมาลงโทษ และตัดสิทธ์ทางการเมืองไป การเมืองคือการเมืองการระดมเงินทุน การทำธุรกิจการเมือง การนำระบบที่ทันสมัย คิดเร็วทำเร็วทำใหญ่ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตราบใดที่ทำโดยไม่ขัดต่อกฏหมาย ไม่มีการทำผิดกฎหมาย และตรวจสอบได้ ถ้าผิดก็ลงโทษกันอย่างเด็ดขาด และกฏหมายเองก็ต้องพัฒนาตัวเองให้ทันยุคทันต่อการเมืองด้วยเช่นกัน แต่พรรคประชาธิปัตย์ที่มีหัวหน้าพรรชื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมองการเมืองสมัยใหม่เป็นเรื่องเลวร้าย และไม่มีการพัฒนาระบบพรรคการเมืองให้ทันต่อยุคสมัย กลับมองว่าพรรคการเมืองที่ทำเช่นนั้นเป็นการเมืองสกปรก ชั่วร้าย กลับเลือกทำการเมืองแบบเก่าๆ เข้าไปอิงกลุ่มชนชั้นปกครอง กลุ่มอำนาจเก่า กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆในสังคม และหาทางต่อสู้กับการเมืองใหม่ ด้วยวิธีแบบเดิมๆ ยอมแม้กระทั้งการสนับสนุนให้ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฏหมาย หรือการทำการรัฐประหารพรรคประชาธิปัตย์ ก็สนับสนุนให้ทำและเห็นดีเห็นงามไปด้วยอย่างไม่น่าจะเชื่อว่าจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ สิ่งเหล่านี้เพียงเพื่อต้องการให้การเมืองใหม่ถูกทำลายลง เพื่อชิงความได้เปรียบกลับคืนมาให้สามารถมีอำนาจบริหารได้ดังเดิม โดยไม่คิดที่จะพัฒนาระบอบพรรคให้แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันอย่างตรงไปตรงมาเลย กลับคิดเพียงการอาศัยวงจรเดิมๆมาช่วยให้เข้าสู่อำนาจได้อีกครั้ง และสมาชิกในพรรคนี้ที่ไม่ใช่สมาชิกในภาคใต้ เป็นสมาชิกในสายของหัวหน้าพรรค ก็ล้วนเป็นการรวมตัวของชนชั้นสูงในประเทศไทยไว้ด้วยกันทั้งสิ้น คนเหล่านี้จะเคยเรียนระดับประทม มัธยม มหาวิทยาลัย ในเมืองไทยหรือเปล่า หรือเคยใช้วิถีชีวิตแบบไทยๆมากันคนละมากน้อยแค่ไหนยังน่าสงสัย ชั่วชีวิตของคนเหล่านี้ได้เคยขึ้นรถเมล์ เคยรับรู้ถึงความยากลำบาก ความเดือดร้อนของประชาชนคนไทยในมิติต่างๆมากน้อยแค่ไหน ใช่แต่เพียงสร้างภาพหรือโฆษณาให้เห็นว่าเป็นคนของประชาชนแต่เพียงเปลือกนอก ซึ่งที่ผ่านมาชนชั้นปกครองของไทยก็ทำตนเช่นนี้เสมอมา มองโดยภายนอกคนเหล่านี้ นักวิชาการเหล่านี้ ชนชั้นปกครองเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีภาพทางสังคมสวยหรูทั้งสิ้น ซึ่งผมคิดว่าล้วนเป็นภาพลวงตาแทบทั้งสิ้น


   สุดท้ายเช้าวันที่ 12 กันยายน 2551 เป็นบทสุดท้ายที่ผมใช้สรุปพรรคการเมืองชื่อพรรประชาธิปัตย์ที่มีหัวหน้าพรรคชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อเวลา 09.45 น ท่านประธานสภาเรียกประชุมสภา ผมเห็นคุณชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค คุณบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน และลูกพรรคที่เป็น ส.ส เกือบทั้งหมดนั่งอยู่ในสภา พอท่านประธารชัย ชิดชอบ พูดได้ 2-3 คำ และเหลือบไปเห็นคุณบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในสภาท่านหนึ่งยกมือขอพูด ท่านประธานชัย ชิดชอบ ก็ให้ลุกขึ้นพูดและเหตุการณ์ต่อจากนั้นถ้าใครไม่ตามการเมืองมาก็จะเห็นว่าเหมือนๆจะไม่มีอะไร แต่สำหรับผมแล้วผมนั่งหัวเราะด้วยน้ำตา และนั่งตรองอยู่หลายนาที และอยากถามคุณชวน หลีกภัย ที่ผมเคารพว่าท่านและพวกท่านรวมทั้งคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยากเป็นนายกและรัฐบาลมากขนาดยอมทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ สำหรับคนอื่นคิดไงผมไม่รู้แต่สำหรับผมแล้ว การจงใจทำเรื่องนี้โดยวางแผนและไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้และไม่มีวันให้อภัยกับผู้ที่คิดทำเรื่องเหล่านี้ได้เลย มันไม่เป็นลูกผู้ชายเอาซะเลยครับ คุณชวน หลีกภัย และพรรคประชาธิปัตย์...


Create Date : 13 กันยายน 2551
Last Update : 5 มกราคม 2557 14:24:21 น. 0 comments
Counter : 304 Pageviews.

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.