Group Blog
 
All Blogs
 
หนึ่งในล้าน

เปิ้ลเป็นพี่คนโตมีน้องอีกห้าคนรวมเป็นหก พ่อแม่เป็นคนจีนยุคเก่ามีลูกหลายคน เป็นคนจีนยุคเก่าที่มีหัวก้าวหน้า ลูกๆทั้งหกคนรวมทั้งเปิ้ลล้วนเป็นเด็กที่มีลักษณะเด่นข่มด้อย ขัดแย้งกับกฎทางพันธุกรรมที่ผมเคยเรียนมาตอนสมันเด็กๆ ที่บอกว่าทุกๆ4คนจะต้องมีด้อยอย่างน้อยหนึ่งคน นี่ปาเข้าไปหกคนตั้งแต่เกิดจวบจนวันนี้ที่อายุแต่ละคนราว24-33 ขวบเข้าไปแล้ว แต่ละคนต่างมีลักษณะเด่นและด้อยต่างกันไป แต่ทุกคนจะเป็นแนวเด่นข่มด้อยทั้งสิ้น ไม่น่าเชื่อครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากในทางวิทยาศาสตร์ และหาศาสตร์อื่นๆมาอธิบายปรากฏการณ์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถือเป็นครอบครัวที่น่านำมาเป็นกรณีศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

พ่อเปิ้ลเป็นคนไทยเชื้อสายจีนขนานแท้ เรียนน้อย ทำงานหนัก ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ จิดใจดีงาน รู้คุณ และมีความรับผิดชอบสูง มองการไกล เชื่อมั่นใจตนเอง และมีความไฝ่สูงในจิตวิญญาน หน้าตาไม่หล่อ ตัวเตี้ย
แม่เปิ้ลเป็นสาวจีนขนานแท้ เป็นแม่บ้าน แม่เรือน เป็นช้างเท้าหลัง ใจดี อัธยาศัยดี มีน้ำใจ รับผิดชอบเรื่องในบ้านทุกอย่าง เป็นทั้งแม่และเพื่อนของลูกๆ ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทุกแบบ จะไฮโซก็ได้ จะเฉิ่มเปอะก็ดูดี มองบางมุมก็สวย บางมุมก็น่ารัก บางมุมก็ซิ้ม บางมุมก็คล้ายอาม่าตั้งแต่ยังสาว

ลักษณะเด่นและด้อยของพ่อและแม่เปิ้ลรวมกันผสมผสานผลิดงอกเงยเด็กๆ หญิง 5 ชาย 1 ออกมาดูโลกได้อย่างลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง ดังจะได้กล่าวให้เห็นแจ้งดังต่อไปนี้

เปิ้ลเป็นลูกสาวคนโต หน้าตาน่ารักตั้งแต่เด็กจนโต เป็นคนจิตใจดีงานเสมอต้นเสมอปลาย มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับทุกคน ถึงจะเป็นเด็กหัวช้าเรียนปานกลาง ไม่ค่อยทันใจผมเคยโดนผมเอาหนังสือเข็กหัวไปหลายโบ๊ก แต่ก็เรียนจบบัญชี ป.ตรี อย่างสบายๆ การเป็นพี่คนโตนั้นเหนื่อยต้้องช่วยแม่ดูแลน้องทั้งห้า เปิ้ลก็ทำได้อย่างดีและเป็นที่รักของทุกคนที่พบเห็น เป็นคนอดทน อดกลั่น ไม่ย่อท้อ ไม่ขี่เกียจ หัวทันสมัย คบกับใครไม่มากไม่มาย บางทีเปิ้ลก็ทำตัวเป็นทอมจนสาวๆหรือหนุ่มๆประเภทสองมาติดพันธ์ก็หลายคน แต่ดูไงก็ไม่เหมือนพวกทอมโหด ถ้าเปิ้ลเป็นทอมจริงก็คงเป็นทอมที่น่ารักที่สุดเท่าที่ผมรู้จัก พอเปิ้ลเรียนจบก็ทำงานนอกบ้านหาประสพการณ์พักหนึ่ง แล้วเรียนต่อโทรามคำแหง จากนั้นก็มาทำธุรกิจของพ่ออย่างเต็มตัว แถมยังเปิดร้านขายล้อแม็คขยายธุรกิจในครอบครัวให้งอกเงยเพิ่มพูนขึ้นอีก ทำงานไปดูแลน้องๆไปจนอายุเข้ามาถึงวัยสามสิบหน่อยๆแล้วยังไม่มีครอบครัว แต่คิดว่าน่าจะอีกไม่นาน ผมจะคอยดูว่าหนุ่มคนไหนจะโชคดีได้ภรรยาที่แสนดีอย่างน้องเปิ้ลไปร่วมชีวิต

พุทราลูกสาวคนที่สอง ได้นิสัยแม่มาเต็มๆเป็นเด็กนิสัยเด็กกว่าอายุ สมัยม.ต้นขี้งอแง ทำอะไรเหมือนเด็กประถมต้น พูดจาเอ๋อๆเหมือนจะไม่เต็ม ยีนส์ด้อยของพ่อแม่เหมือนจะมาที่พุทราไม่น้อย แต่ช้าก่อนอย่าด่วนตัดสินใจ เปิ้ลว่าน่ารักแล้ว แต่พุทราน่ารักกว่า แถมยังมีความสวยเพิ่มเข้ามาอีก น่ารักผสมสวย สวยผสมน่ารัก ผิวขาว หุ่นดี ในยามที่ไม่เก็บไขมันส่วนเกินไว้กับตัว พุทราจะถือว่าเป็นสาวสวยคนหนึ่งประจำหมู่บ้านเลยทีเดียวจะบอกให้ แถมในความดูเอ๋อๆกลับซ่อนไว้ด้วยความคม จะพูดอะไรทีวาจาเชือดเฉือนน่าชม พุทราเป็นเด็กหัวช้าไม่ขยัน แต่มีความคิด รู้อดทน พูดรู้เรื่อง สอนรู้ฟัง จิตใจดีงาม รักพี่น้อง มีเมตรา กรุณา มุทิตา อุเบกขา รู้ว่าตัวเองเรียนไม่ค่อยเก่ง แต่ก็สามารถหาจุดลงตัวให้ตัวเองได้อย่างดี จบป.ตรี ก็ไปเรียนต่อประเทศจีน จนชำนาญด้านภาษาจีน กลับมาก็สอนภาษาจีนในมหาวิทยาลัย เป็นเด็กที่โตขึ้นแล้วแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อสายตา เป็นลูกสาวคนที่สองของครอบครัวนี้ที่ถ้าใครได้ไปเป็นภรรยาแล้วรับรองไม่มีคำว่าผิดหวัง

ลูกสาวคนที่สามชื่อจิ๋ว น้องจิ๋วจะได้หน้าตาพ่อมามากกว่าแม่ ในจำนวนพี่สาวและน้องสาวจิ๋วจะหน้าตาแปลกสุด เพราะเป็นหญิงแต่ดันหน้าตาเหมือนผู้ชายคือเหมือนท่านพ่อ จิ๋วหน้าคล้ายแมว นิสัยใจคอก็ออกจะเป็นคนแข็งกระด้าง ไม่อ่อนโยน บางอารมณ์จะทำหน้าเหมือนแมวโหด บ้างก็ทำหน้าเหมือนแมวหาเรื่องไม่ยอมใคร บ้างก็ทำหน้าดุร้ายพร้อมขย้ำ บางครั้งก็หน้าเหมือนแมวงอแงเอาแต่ใจ ชิงดีชิงเด่น บ้างก็จะทำหน้าเหมือนแมวตาตี่แสนงอน แสนฉอเลาะ จิ๋วเป็นคนแบบสบายๆไม่คิดมากมาย โกรษใครทีก็เป็นฟืนเป็นไฟ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดจิ๋วจะหัวดีที่สุด เรียนหนังสือดีกว่าคนอื่น ได้ทั้งคำนวณและภาษา เรื่องหน้าตา นิสัยใจคออาจเป็นรองพี่น้อง แต่จิ๋วก็มีจุดเด่นเรื่องความฉลาดและรอบรู้ กล้าคิดกล้าทำ แถมข้อเสียต่างๆแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่เกินกำลังที่จะแก้ไข นิสัยใจคอก็อาศัยครอบครัวที่ดี สังคมที่ดีเป็นตัวหล่อหลอมให้จิ๋วกลายเป็นเด็กสาวอีกคนที่โตมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ จิ๋วจบ ม.ปลาย ก็เรียนต่อจุฬาๆ พอจบจุฬา ทำงานซักพักก็เรียนโทธรรมศาสตร์ จบแล้วก็ทำงานบริษัทจวบจนวันนี้ แฟนคนล่าสุดก็คบมาซักระยะ คงอีกไม่นานก็จะมีครอบครัว ซึ่งถ้าดูจากฝั่งจิ๋วแล้วลูกๆที่ออกมาต้องหน้าคล้ายแมวบ้างบางคนเป็นแน่แท้

ลูกสาวคนต่อมาคือน้องเกต สิงห์โตคือนิคเนมที่ผมชอบเรียกน้องเกต น่าจะเพราะร่างกายอันดูบึกบึน หน้าอันกลมใหญ่ หัวอันโต จมูกและตาอันตี่ ทำให้ผมชอบเรียกน้องเกตแบบนี้เสมอ เกตจะดูเตี้ยล่ำกว่าพี่สาวทั้งสาม ยิ้มน่ารักชวนให้เข่าอ่อน เกตจะนิสัยคล้ายพุทราแต่จะสับสนกับตัวเองมากกว่า อ่อนแอกว่า งอแงกว่า แต่ด้านดีจะคล้ายๆกันคือน่ารัก อารมณ์ดีในยามที่ไม่งอแง จิตใจดี พูดจารู้เรื่อง ช่างถาม กล้าคิดเองถึงบางครั้งจะเป็นการคิดแบบตาตี่ๆ คิดอะไรง่ายๆก็เถอะ น้องเกตจะหัวช้าคล้ายเปิ้ลกับพุทรา เรียนคำนวณไม่ค่อยเก่ง ส่วนภาษาจะชอบกว่าแต่ก็ไม่ถึงกับเก่ง แต่ก็สามารถมีจุดลงตัวของตัวเอง เรียนจบป.ตรีมาได้แบบสบายๆ จบมาก็คิดแบบตาตี่ทำธุรกิจส่วนตัวของตัวเอง ถึงจะไม่สวยงามนักแต่ก็ทำให้ได้ประสบการณ์แกร่งขึ้นอีกหลาย และก็ไม่มีอะไรเสียหายมากนัก ตอนนี้ก็เรียนโทเอแบ็คแบบเต็มเวลา ผมว่าก็ดีแล้วจบมาค่อยตั้งต้นนับหนึ่งกันใหม่ น้องเกตจะมีนิสัยอย่างหนึ่งที่ต่างจากพี่สาวคือมีความเป็นคุณหญิงคุณนายอยู่กับตัว ทำตัวเป็นเฒ่าแก่เนี๊ยตั้งแต่ยังสาว ไปช๊อบปิ้งกับเปิ้ลทีไรคนจะนึกว่าน้องเกตมากับสาวรับใช้ เกตเดินเชิดแบบคุณนายจ่ายตลาดได้แนบเนียนมาก อีกหน่อยแต่งงานออกไปคงทำหน้าที่อาซ้อใหญ่ได้อย่างไม่มีที่ติ

ลูกคนต่อมาเป็นผู้ชาย เป็นบุรุษเพศเพียงหนึ่งเดียวในจำนวนพี่น้องทั้งหมดหกคน ชื่อปอนด์แต่ผมมักชอบเรียกว่าตี๋ปอนด์ ตี๋ปอนด์หน้าตาจะเหมือนคนญี่ปุ่นสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หน้าเหมือนเด็กที่โดนสารกัมมันตภาพรังสีเข้้าไปเกินขนาดแต่กำเนิด ทั้งหน้าตาและสมองจะออกแนวเป็นเด็กดาวฯ ตอนสิบสองขวบทั้งอายุสมอง การพัฒนาการจะดูอ่อนกว่าวัย จึงเป็นที่หน้าเป็นห่วงมากในวัยเด็กว่าจะเป็นไปตามกฎของเมนเดลเป็นแน่แท้ สมัยประธมปลายตลอดจนมัธยมศึกษาตอนต้น ตี๋ปอนด์จะดูเด็กกว่าวัยเป็นอย่างมาก ตอนม.2 เด็กคนอื่นเริ่มจะมีแฟนกันแล้ว บ้างก็ฝันถึงอนาคตกันแล้ว แต่ตี๋ปอนด์ยังหาเหรียญห้าบาทไปหยอดตู้แก้ว เพื่อลุ้นไข่หลากสีว่าจะได้ลูกแก้วหรือจะได้ตัวอุนต้าแมนหรือไอ้มดแดง ไปหยอดเป็นประจำ ได้ไอ้มดแดงและอุนต้าแมนและลูกแก้วมาเยอะแยะ เล่นและเก็บสะสมมาจนถึงม.3เทอมต้น เล่นจนเบื่อก็เอามาให้ผม จนตอนนี้เวลาจะผ่านมากว่าสิบปี ผมยังเก็บไอ้มดแดง อุนต้าแมน ของตี๋ปอนด์ไว้ตั้งโชว์กว่าสิบห้าตัว การเรียนก็ลุ่มๆดอนๆ ตกๆซ่อมๆ ผ่านมาได้ด้วยความขยัน เชื่อฟัง และไม่ขี้เกียจ ไม่เกเร จิตใจดี อารมณ์อ่อนไหว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รักเพื่อนฝูง เอื้อเพื้อเผื่อแผ่ ธรรมมะธรรมโม ต่นไกล้จะจมมัธยมต้น ตี๋ปอนด์เริ่มมีพัฒนาการที่ตอบสนองต่ออายุมากขึ้น รู้ว่าอยากเรียนวิศวฯ รู้ว่าต้องเรียนสายวิทย์แต่เกรดม.ต้นไม่ถึง แต่รู้ว่าต้องเรียนสายวิทย์เลยไปสอบย้ายสาย และถึงจะอ่อนหน่อยก็ย้ายสายได้ เพราะปีนั้นให้ย้ายสายได้ 50 คน แต่มีคนมาสอบย้ายสายทั้งหมด 48 คน พอขึ้น ม.ปลาย ตี๋ปอนด์เริ่มก้าวกระโดด แบบผูกขาติดกันแล้วกระโดด คือไปไม่ได้ไกลเพราะพื้นฐานอันอ่อนมาแต่เดิม แต่ตี๋ปอนด์ก็รับรู้ เข้าใจ อดทน ไม่ย่อท้อ อุสาหะ บากบั่น ต่อสู้ รู้คิด กล้าทำ เรียนสายวิทย์ถ้าเรียนเพื่อเอาไปใช้มันเรียนไม่ได้ง่ายๆเลย แต่ตี๋ปอน์ดถึงจะเป็นเด็กดาวฯเมื่อสมัยเด็กๆ แต่ก็สามารถเอาชนะปัญหาและฟันฝ่ามาได้อย่างนาอัศจรรย์ใจ ตี๋ปอนด์นอกจากจะเอาชนะกฎของเมนเดลมาได้แล้ว ยังสามารถชนะใจดวกน้อยๆของผมได้ด้วย ตี๋ปอนด์ถือเป็นมนุษย์มหัศจรรย เป็นหนึ่งในอุนตาร์แมน หนึ่งในไอ้มดแดง พอจบม.หก ตี๋ปอนด์ก็สอบได้วิศวฯในมหาวิทยาลัยของรัฐในภาคปกติ เรียนจบในสี่ปี แล้วสมัครเข้าทำงานในบริษัทญี่ปุ่นได้ ทำได้ปี่กว่าๆ บริษัทก็ส่งไปอยู่ญี่ปุ่นอีกสองปีกว่าๆ จากวัยเด็กอันอ่อนแอจวบจนถึงวัยหนุ่มอันสดใส ปัจจุบันตี้ปอนด์เป็นลูกชายที่น่าภูมิใจของพ่อแม่ เป็นพี่น้องอันผึ่งพาได้ของพี่น้อง มีแฟนน่ารัก อนาคตวันข้างหน้าก็คงเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นช้างเท้าหน้าที่ดีของครอบครัว และเป็นไอ้มดแดงในใจผมตราบชั่วกาลนาน

คนสุดท้องชื่อน้องใหม่ เป็นคนที่หก น้องใหม่เป็นเด็กผู้หญิงผอมบาง เอาความน่ารัก ความปัญญาอ่อน ความเอ๋อของพี่ๆทั้งห้ามารวมกัน ใหม่จะปัญญาอ่อนและดูเอ๋อๆแบบพุทรา เกต และปอนด์ จะจิตใตดีแบบเปิ้ล ฉลาดแกมร้ายแบบจิ๋ว และมองโลกในแง่ดีแบบพี่ๆทุกคน จะขี้งอแงตามภาษาลูกคนสุดท้อง ใหม่เรียนสายวิทย์แต่มีความเป็นเด็กศิลป์ตามธรรมชาติ ขยันเรียน ทำตัวดีและไม่สร้างปัญหา จบม.6 ก็เรียนบริหารเอแบ็ค จบมาก็ทำงานโรงแรมห้าดาวแล้วผันตัวมาเป็นแอร์ๆจวบจนบัดนี้ เป็นน้องสุดท้องที่ิผ่านชีวิตวัยเด็กมาได้ดีจนก้าวสู่ชีวิตวัยทำงาน

นี่แหละครับคือเขาเหล่านั้น พี่น้องหกคนที่ผมสรุปว่าสามารถเอาชนะกฎของเมนเดล และทำได้ดีในแบบที่แต่ละคนเป็น ต่างมีจุดต่ำสุดของตนเอง และค้นพบทางที่ค่อยๆไต่สู่จุดสูงสุดในช่วงชีวิตขาขึ้น ต่อจากนี้ช่วงชีวิตของเขาเหล่านี้จะเข้าสู่ช่วงที่สอง ช่วงแห่งการสร้างชีวิตครอบครัวของแต่ละคน ช่วงแห่งการไต่เข้าหาจุดสูงสุดของชีวิต และเตรียมพร้อมสำหรับการมาเยื่อนของช่วงขาลง ผมคิดว่าไม่ว่าก่อนถึงจุดสูงสุดในวันขาขึ้น หรือจะร่วงโรยไปเช่นใดในวันขาลง จากอดีตที่ผ่านมาพวกเขาทั้งหกก็แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาจะสามารถคิดและทำในทุกๆสิ่งทุกๆอย่างได้อย่างดีดังเช่นที่แสดงให้เห็นแล้วในอดีต ผมคิดเช่นนั้นครับ สวัสดี...


Create Date : 13 มิถุนายน 2557
Last Update : 13 มิถุนายน 2557 10:46:32 น. 0 comments
Counter : 686 Pageviews.

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.