Group Blog
 
All Blogs
 
โจ้ กุลสตรีไทยผู้มีจิตใจอันอบอุ่น

โจ้ กุลสตรีไทยผู้มีจิตใจอันอบอุ่น
  นี่ก็ยังเป็นความรักในวัยเด็ก ในวัยที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ ความรักในวัยนั้นก็คือการเป็นเพื่อนที่สนิท และมีความอบอุ่นสบายใจ ไม่มีอะไรให้เสียหาย มีเพียงความทรงจำดีๆติดมาจนถึงวันนี้ วันที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป และไม่มีเส้นทางชีวิตเกี่ยวข้องกัน มีคนเคยพูดไว้ว่า ...คนเราอย่าจริงจังอะไรกันมากนัก คบกันเดี๋ยวเดียวก็ต้องจากกันไป สำคัญตอนคบกันต้องมีความจริงใจต่อกัน… คำพูดนี้น่าจะเป็นจริง และความรักแบบเด็กๆของเราก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ หลังจากที่ห่างๆกับตุ๊กไป ยังเหลือเวลาอีก 1 ปีจะจบชั้นประถม ช่วงนี้เริ่มต้องเตรียมตัวสอบเข้ามัธยม และงานในโรงเรียนก็ถึงจุดอิ่มตัว ไม่มีอะไรท้าทายหรือน่าสนใจอีกต่อไปแล้ว เริ่มเล่นกีฬาเยอะขึ้น เล่นฟุตบอลทุกครั้งที่ว่าง ส่วนเวลาในห้องเรียนหลังจากแยกกลุ่มกับตุ๊ก ห้องมันก็เล็กนิดเดียวนักเรียนก็แค่ 50 คน แต่เหมือนเราอยู่ห่างกันไกล ผมเป็นหัวหน้าห้องก็ต้องคุยกับทุกกลุ่ม แต่ห่างๆกับกลุ่มตุ๊กไปมาก ช่วงนั้นพออยู่นอกห้องผมจะเล่นฟุตบอล พอต้องอยู่ในห้องเรียน ชั่วโมงไหนคุณครูให้อ่านหนังสือ หรืออยู่กันเอง ผมจะมานั่งคุยกับกลุ่มของโจ้ซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนมากจะคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ ไม่ค่อยได้คุยกับโจ้ เพราะโจ้ สูง 160 ซม ผมยาว ตาโต ยิ้มหวาน พูดน้อย ขี้อาย เรียบร้อย ไม่ชอบเป็นผู้นำ ไม่ออกความคิดเห็น แต่เป็นผู้ช่วยทำงานอยู่เงียบๆ และเก็บรายละเอียดงานได้ดี ฉลาด นิ่ง  ผมเพิ่งสังเกตเห็นโจ้จริงๆจังๆก็ตอนนี้นี่เอง เวลาคุยกับกลุ่มเธอ โจ้จะเป็นผู้ฟังที่ดี มีรอยยิ้มที่อบอุ่น มีแววตาที่เข้าใจและมักจะแสดงความคิดเห็นออกมาทางแววตา ครอบครัวโจ้เป็นคนไทยแท้ๆ คุณตา-คุณยาย คุณพ่อ-คุณแม่ ล้วนเป็นข้าราชการในแบบวิถีไทยๆ บ้านโจ้อยู่ใกล้โรงเรียนอยู่ในย่านคนไทยโบราณที่อยู่ต่อกันมาหลายชั่วอายุคน โจ้จึงเป็นหญิงไทยแท้ๆ มีความเป็นกุลสตรี แรกๆคุยกันผมก็ไม่ค่อยสนใจอะไรโจ้มากนัก เพราะไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่ผมชอบ ต่างกับตุ๊กคนละเรื่องคนละราว และได้คุยกันจริงๆในแต่ละวันแทบนับประโยคได้ ความสัมพันธ์ของเรางอกงามขึ้นมาได้จากตรงไหน ผมว่าไม่มีใครทายถูกหรอกเชื่อผมสิ เรื่องเริ่มจากวันหนึ่งเราก็นั่งคุยกันเป็นกลุ่ม 5-6 คน ตามปกติเช่นเดิมโจ้พูดน้อยมาก ก่อนพักเที่ยงจะแยกย้ายกันไปกินข้าว ตอนลุกขึ้นแยกย้ายกันไป โจ้ส่งหนังสือที่ยืมผมไปเมื่อวานคืนให้ผม ผมก็รับมาแล้วไม่ได้เปิดดู เอากลับไปใส่กระเป๋านักเรียน กลับมาถึงบ้านเอาหนังสือมาทำการบ้าน เปิดดูก็เจอจดหมายผมเปิดอ่าน เป็นจดหมายที่โจ้เขียนถึงผม ข้อความไม่มีอะไรเป็นเรื่องเสียหายหรือไม่ดีเลย เป็นการเขียนเล่าหรือเขียนเหมือนคุยกัน อ่านไปเหมือนเรากำลังคุยกันอยู่ทางตัวหนังสือ ผมแปลกใจที่ได้รับจดหมายจากโจ้ ไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น อ่านไปแบบเหมือนคุยกัน ผมอ่านเสร็จก็เขียนตอบไป ซึ่งก็เขียนเหมือนเราคุยกันธรรมดาๆนี่เอง ไม่มีเรื่องเสียหายหรือเรื่องการแสดงความชอบพอในข้อความที่ผมเขียนไป ลายมือผมเท่านั้นที่เป็นปัญหา และการสะกดคำก็ผิดซะเยอะ วันรุ่งขึ้นผมก็หาจังหวะส่งจดหมายให้เธอ อีก 2-3 วัน เธอก็ส่งจดหมายฉบับต่อมาให้ผม ทำให้เราได้คุยกันได้รู้จักกันมากขึ้น ได้รับรู้เรื่องราวความเป็นมา และชีวิตประจำวันของต่างคน ต่อหน้าคนอื่นเราคุยกันนับประโยคได้เช่นเดิม และไม่มีทีท่าว่าจะสนิทกันมากกว่าเดิมเลย มีเพียงตอนเที่ยงบังเอิญกินข้าวโต๊ะเดียวกันบ่อยกว่าเมื่อก่อน นอกนั้นแทบจะเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วเราเริ่มสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็รับรู้เรื่องราวของกันมากมาย เมื่อก่อนโทรศัพท์เป็นเรื่องไกลตัว โทรศัพท์บ้านมีแล้วแต่บ้านโจ้ดุทั้งบ้าน ทั้งพี่สาว-แม่-ป้า-ยาย ล้วนดุทั้งครอบครัว เรื่องโทรคุยกันแบบเด็กสมัยนี้ไม่ต้องพูดถึง เราก็ไม่มีปัญหาเขียนจดหมายคุยกันอย่างต่อเนื่อง จนเราสนิทกันแบบที่คนอื่นๆเริ่มมองออก ว่าคู่นี้ทำไมมันดูเหมือนเข้าใจกันเป็นปี่เป็นขุ่ย โจ้ต่างกับตุ๊กมาก ผมจะรู้สึกชื่นชม ศรัทธา และเชื่อมั่น เชื่อถือในตัวตุ๊ก และเธอยังน่ารักแบบหมวยๆในแบบที่ผมชอบ และน่ารักทุกครั้งที่มอง ส่วนโจ้ผมจะรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ มีคนค่อยขัดเกลาความคิด หรืองานที่ผมริเริ่ม รู้สึกเบาใจที่จะมีคนฉลาด ละเอียดถี่ถ้วนคอยจัดการสิ่งต่างๆให้ มองโจ้ทุกครั้งจะเห็นใบหน้าที่สวย ตาโต ยิ้มที่จริงใจอบอุ่น ทำให้สบายใจ เราคุยกันทางจดหมายกว่า 9 เดือนจนเราเชื่อมั่นว่านี่คือความรักในวัยเด็กของเรา ความรักที่จริงใจ ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่มีเรื่องไม่ดีเข้ามาเกี่ยวข้อง มีแต่จิตใจดีๆต่อกัน จนเราเรียนจบก็ต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง ผมย้ายไปอยู่บ้านลุงอันไกลแสนไกล ชีวิตพลิกผันมากมาย เราห่างกันแทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย นานๆเจอกันทีแต่ผมเชื่อมั่นว่าโจ้จะมีความจริงใจ ความอบอุ่น ความรักให้ผมเสมอ ในยามที่ผมมีปัญหาโจ้จะเป็นห่วงผมเสมอ เรื่องนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริงในอีก 2 ปีต่อมา เรายังเป็นเรา ที่รักกันด้วยใจจริง แต่ห่างไกลกันตามคำพูดที่มีคนเคยพูดไว้ว่า...คนเราอย่าจริงจังอะไรกันมากนัก คบกันเดี๋ยวเดียวก็ต้องจากกันไป สำคัญตอนคบกันต้องมีความจริงใจต่อกัน…แด่ รัชยา อุดรพิมพ์ กุลสตรีไทยผู้มีจิตใจอันอบอุ่น


Create Date : 07 สิงหาคม 2551
Last Update : 5 มกราคม 2557 14:34:46 น. 0 comments
Counter : 341 Pageviews.

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.