Group Blog
 
All Blogs
 
กางเกงห้าตัวกับสัจธรรมแห่งชีวิต

     ผมซื้อกางเกงขายาวมาใหม่ห้าตัวไม่ได้ซื้อรวดเดียวแต่ซื้อมาทีละตัวสองตัว เก็บเอาไว้ยังไม่มีเวลาไปตัดขาซักที วันก่อนไปมาบุญครองเห็นร้านรับตัดขากางเกงตัวละ 30 บาท คิดในใจอือดีเอามาตัดที่นี่ดีกว่าทิ้งไว้แล้วไปเดินดูมือถือซัด 2 ชมค่อยกลับมาเอา บ่ายวันหนึ่งหลังจากเสร็จจากงานแล้วก็เดินไปจะขึ้นรถเมล์เอากางเกงไปตัดขา อย่างที่ตั้งใจไว้เมื่อหลายวันก่อนเดินไปผ่านโรงพยาบาลหัวเฉียวเกือบจะถึงป้ายรถเมล์ เห็นอาแปะนั่งอยู่ริมถนนติดกับบริเวณที่กำลังก่อสร้างอาคารพาณิชย์แกนั่งอยู่กับจักรเย็บผ้าเก่าๆตัวหนึ่ง มีร่มคันใหญ่ไว้บังแสงแดด ไม่รู้คิดยังไงเดินเข้าไปถามแกว่าตัดขากางเกงตัวละเท่าไหร่ แกบอกว่าตัวละ 30 บาท ถามต่อไปว่ารอเอาเลยได้หรือเปล่า แกทำหน้ากังวลแล้วถามว่ากี่ตัว ผมบอกว่าห้าตัวคิดในใจแกคงไม่รับแน่เพราะจะเอาเลยแกคงบอกต้องพรุ่งนี้ ซึ่งผมต้องไม่เอาแล้วไปตัดที่มาบุญครองตามความตั้งใจเดิมเป็นแน่แท้ แต่แกกลับตอบว่าได้ ผมก็เลยต้องส่งถุงไปให้แกพร้อมทั้งนึกในใจ ตูไม่น่าหาเรื่องเลยร้อนก็ร้อน ฝุ่นก็เยอะ รถก็วิ่งควันดำไปหมด ไปตัดที่มาบุญครองก็ดีอยู่แล้ว ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าตัดสินใจให้อาแปะตัดทำไม มองซ้ายมองขวา ตูจะนั่งรอตรงไหนหว่าเห็นเก้าอี้เหล็กอยู่ตัวเลยนั่งลงข้างๆจักรของแก และติดกับตู้โทรศัพท์สาธารณะ นั่งแล้วก็รู้สึกเขินๆยังไงก็ไม่รู้คนเดินไปเดนมาก็มอง ขับรถผ่านก็มองมองอยู่ได้ไม่เคยเห็นคนหล่อรึ อารมณ์เริ่มเสีย

    ขณะนั้นอาแป๊ะก็เริ่มหยิบกางเกงตัวแรกออกจากถุง เอามาลูบดูอย่างถนอม แล้วบอกผมว่ายืนขึ้นวัดขาก่อน แล้วแกก็เอาสายวัดมาวัดอย่างเนิบๆ คนมองอีกแล้วมองทำไมตูเขินนะ วัดเสร็จแกก็อธิบายอย่างช้าๆแข่งกับเสียงรถว่า เท่าไหร่ๆถึงจะสวยฟังไม่ค่อยได้ยินเสียงรถบีบแตรดัง ได้แต่ครับๆลูกเดียวคิดในใจตัดๆไปเถอะ พูดไปก็ไม่รู้หรอกครับลูกเดียว จากนั้นแกก็ค่อยๆเอาวายวัดทาบที่กางเกง เอาไม้บรรทัดมาทับแล้วเอาสีเขียนผ้ามาทำรอยไว้ แล้วก็ค่อยๆหยิบกรรไกมาดัดผ้าออกแบบเหมือนกลัวกางเกงจะเจ็บแล้วก็ก้มหยิบด้ายจากถุงเก่าๆของแก เพื่อหาด้ายที่เข้ากับสีผ้าที่สุดมาใช้ แล้วก็บรรจงเย็บด้วยจักรอย่างประณีต ผมนั่งอยู่แดดก็เริ่มคล้อยต่ำจนทะลุร่มอาแปะ เสียงรถก็ดัง ก่อสร้างก็ฝุ่นมาตามลม คนก็มองอยู่ได้ผมเริ่มหัวเสียขึ้น หันหลังให้แดดแล้วมองหน้าอาแปะ แกทำงานของแกด้วยความถี่คงที่ไม่มีทีท่าว่าจะอารมณ์เสียหรือเบื่อหน่ายต่องานตรงหน้าแกเลย ผมรู้สึกประหลาดใจกับภาพที่เห็น และเริ่มอยากรู้ชีวิตของอาแปะว่าเป็นมาอย่างไรผมมองดูแกทำงานต่อไปและเริ่มทำความรู้จักกับแก โดยใช้ประสาทสัมผัสโดยมองจากงานที่แกทำ
      อมแปะอายุราว56 ปี เมื่อตอนเด็กๆแม่รับจ้างเย็บเสื้อโหลและต่อมาก็มีร้านตัดเสื้อผ้าเล็กๆ แม่มีลูก 3 คน ชาย 2 หญิง 1 ในลูกทั้งหมดนั้นมีแกคนเดียวเท่านั้นที่รักงานที่แม่ทำ แกก็เลยเป็นลูกคนโปรดของแม่และรับสืบทอดศิลปะการตัดเย็บเสื้อผ้ามาแต่เด็ก แม่สอนอาแปะเสมอว่าคนเราทำอะไรนั้น อย่ามุ่งหวังแต่เงินทอง สำคัญต้องใจรักและรักที่จะทำมันอย่างมีคุณค่าและตั้งใจ นอกจากนั้นแม่ยังเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และใจเย็นมีความอดทน ซึ่งความดีเหล่านี้ล้วนตกทอดมาถึงตัวอาแปะทั้งหมด ต่อมาแม่ก็จากไปลูกๆที่เหลือก็ไม่มีใครอยากทำร้านตัดเสื้อ อาแปะก็รับช่วงงานของแม่ต่อ มีลูกค้ามากมายจนแกสามารถขยายร้านและซื้อเครื่องจักรมาใหม่อีกกว่าร้อยตัว แรกๆงานดีเย็บเสื้อส่งตามโรงงานทำแทบไม่ทัน อาแปะเป็นที่รักของลูกน้องแกให้เงินเดือนทุกคนอย่างยุติธรรม กับลูกค้าแกก็ดีส่งงานก่อนจ่ายทีหลังได้ไม่เร่งรีบ เศรษฐกิจช่วงฟองสบู่ทำอะไรก็ไม่มีติดขัด ไม่มีใครเบี้ยวค่าเสื้อแกเลยทุกอย่างไหลลื่น แกก็มีเงินส่งคืนธนาคารตลอด ต่อมาช่วงปี2538 ประเทศเจอกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรง งานของอาแปะเริ่มติดขัด งานใหม่ไม่มี งานที่ทำแล้วไม่ได้เงิน เงินจะจ่ายลูกน้องและส่งธนาคารก็เริ่มมีปัญหา สุดท้ายก็ไปไม่รอด ธนาคารก็ยึดโรงงานและเครื่องจักร รวมทั้งทรัพย์สินของแกทั้งหมดไป เมียอาแปะก็กว่าจะลำบากไปด้วยเลยขอแกอย่าและหอบลูกอาแปะทั้ง 2 คนไปอยู่ด้วย ฝ่ายเมียแกค่อนข้างฐานะดีแต่ไม่ยอมร่วมทุกกับแกด้วย อาแปะก็เข้าใจทุกๆฝ่าย ธนาคารก็ทำตามหน้าที่ในเมื่อไม่มีเงินจ่ายก็ต้องถูกยึดและถูกฟ้องเป็นคนล้มละลาย โรงงานที่ซื้อเสื้อแกไปก็มีปัญหาไม่น้อยไปกว่าแก เจอค่าเงินบาททำให้ล้มไปเหมือนกัน แกห่วงก็แต่ลูกน้องของแกกลัวว่าจะไม่มีรายได้ จะต้องลำบากกัน ส่วนเรื่องเมียแกแกก็ทำใจได้เพราะถ้าไม่หย่ามีหวังถูกยึดทรัพย์ไปด้วย เพียงแต่แกคิดถึงลูก 2 คนของแกเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าลูกเลย เมียแกส่งไปเรียนเมืองนอก

    สุดท้ายแกก็เลยเหลือเพียงตัวและจักรเก่าๆที่แม่ทิ้งไว้ ที่ธนาคารไม่ยึดไปเพราะหนักขี้เกียจเอาไปเกะกะเปล่าๆ แกรวบรวมด้ายและเศษผ้าเท่าที่เหลือและจักรตัวที่แกคุ้นเคย ถึงจะเก่าแต่แกก็แต่งจนมันใช้งานได้ดี ไปนั่งรับเย็บผ้า แก้กางเกงตามที่ต่างๆผ่านมาแล้วก็หลายที่ จนสุดท้ายมาลงเอยที่ตรงนี้ ที่ๆรถก็ติด ฝุ่นก็เยอะ แดดก็ร้อน แต่แกสบายใจไม่มีใครมายุ่งกับแกให้แกได้ทำงานที่แกรักอย่างใจเย็น เวลาผ่านไป 30 นาที อาแปะเย็บเสร็จไปแล้ว 3 ตัวกำลังเริ่มตัวที่ 4 มีผู้หญิงกับเด็กคนหนึ่งเดินมานั่งข้างๆแกอีกมุม คุยกับอาแปะสองสามคำแล้วหยิบเงินในกระเป๋าเสื้อแกไป20บาท แล้วพากันเดินไป ผู้หญิงคนนี้เคยรับจ้างร้านขายข้าวแกงแถวตลาดบางแค ตอนอาแปะไปรับเย็บผ้าแถวนั้นคุยด้วยสนิท สงสารเลยให้มาอยู่ห้องเช่าด้วยและติดตามแกไปทุกที่ๆแกย้ายไป ผู้หญิงคนนี้มีลูกติดมาด้วย 1 คน อาแปะก็รักเหมือนลูกตัวเอง อาแปะคิดแค่ว่าแม่ลูกคู่นี้น่าสงสาร แม่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ได้แค่นี้แหละช่วยอะไรอาแปะได้นิดๆหน่อยๆ สอยขากางเกงบ้างต่อขาบ้าง แก้เอวบ้าง อาแปะก็ให้ทำเท่าที่จะทำได้ อาแปะก็คิดแค่ว่าถ้าทนอยู่กับแกได้แกก็จะรับผิดชอบเท่าที่กำลังแกจะมี ถ้าทนไม่ไหวก็แล้วแต่แกไม่ได้หวังอะไรมาก
     อาแปะส่งกางเกงตัวที่สี่ให้ผมหยิบกางเกงตัวที่ห้าขึ้นมาจากถุง บรรจงทำอย่างประณีตเช่นเดิม โดยไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยหรือเบื่องานจำเจนี้เลย ตัวนี้แกเลือกด้ายนานมากเพราะสีมันแปลกๆ ผมรู้สึกสงสารแก แต่ก็เห็นแกหยิบด้ายม้วนแล้วม้วนเล่ามาจากถุงเก่าๆของแก มาทาบเมื่อเจอสีที่เข้ากันได้ดี แกยิ้มและหยักหน้าแสดงความพอใจให้เห็น ทั้งๆที่ไม่ใช่กางเกงของแกเองเลย แต่แกก็พยายามทำมันอย่างกับของแกเอง ตอนนี้ผมเป็นลูกมืออาแปะรับกางเกงมาแล้วก็พับมันใส่กลับเข้าไปในถุง แล้วช่วยส่งกำลังใจให้แกทำงานของแกให้ลุล่วงไป แดดก็ร้อนเท่าเดิม ฝุ่นก็ยังเยอะ เสียงก็ยังดัง คนก็ยังมอง แต่ผมเริ่มรับรู้และเข้าใจถึงความสุข ความสบายใจของอาแปะ รับรู้ถึงความรักและใส่ใจต่องานที่แกรัก ผมรอกางเกงตัวที่ห้าอยู่ที่เดิมโดยไม่บ่นอะไรในใจอีกเลย....


Create Date : 01 กันยายน 2548
Last Update : 6 มกราคม 2557 8:38:38 น. 0 comments
Counter : 269 Pageviews.

k.j
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add k.j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.