All Blog
The Classic : คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต (2002)
Trailer :

เรื่องย่อ
:

The Classic บอกเล่าเรื่องราวของ Ji-hae (รับบทโดย Son Ye-Jin) และ Soo-kyoung สองสาวเพื่อนสนิท ที่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมละครเวที เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม Sang-min (รับบทโดย Cho In-Seong) ซึ่ง Soo-kyoung แอบปลื้ม เธอวานให้ Ji-hae ช่วยเขียนอีเมลรักส่งถึง Sang-min อยู่บ่อยครั้ง โดยที่เธอไม่ระแคะระคายเลยว่า Ji-hae เองก็แอบมีใจให้ Sang-min เหมือนๆ กับเธอ

Ji-hae เสียสละโดยยอมหลีกทางให้กับเพื่อนสาว เธอยังทำหน้าที่เขียนอีเมลให้กับ Soo-kyoung แต่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้า Sang-min แม้ว่าเขาจะเชื้อเชิญเธอให้ไปเที่ยว หรือทานข้าวด้วยกัน กอรปกับในช่วงเดียวกัน Ji-hae ได้ค้นพบสมุดบันทึก และจดหมายรักของคุณแม่ในตู้เก็บของ เธอจึงเก็บตัวเงียบ ใช้เวลากับการอ่านข้อความเหล่านั้นอย่างตั้งใจ จนได้พบว่า ความรักของคนรุ่นพ่อแม่ของเธอ ก็มีอุปสรรคนานัปการ สาหัสยิ่งกว่าสิ่งที่เธอกำลังประสบ...

ฤดูร้อนปี 1968...

แม่ของเธอคือ Joo-hee (รับบทโดย Son Ye-Jin) พบรักแรกกับ Joon-ha (รับบทโดย Cho Seung-Wu) แต่เธอถูกผู้ใหญ่หมั้นหมาย ให้แต่งงานกับลูกชายพ่อค้าใหญ่ ซึ่งเป็นเพื่อนกับ Joon-ha ทั้งคู่จึงต้องเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อกัน ปิดบังทั้งเพื่อนและพ่อ เพื่อแอบพบกันอย่างลับๆ Joon-ha จำยอมเขียนจดหมายรักตามคำขอร้องของเพื่อน เพื่อส่งให้กับ Joo-hee จนกระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมที่ไม่คาดคิด ส่งผลให้ Joon-ha ตัดสินใจบอกลา Joo-hee และสมัครเข้ากองทัพเพื่อร่วมรบในสงคราม ก่อนที่ทั้งคู่จะจากกัน Joo-hee ได้มอบสร้อยเงินเส้นรักให้แก่ Joon-ha เพื่อเป็นสัญญาใจว่า เขาจะต้องมีชีวิตกลับมาเพื่อนำสร้อยเส้นนี้คืนเธอ...

Ji-hae รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดในรุ่นคุณแม่ และพึงได้ตระหนักว่า การเสียสละบางอย่างเพื่อใครบางคน อาจเป็นสัมผัสอันงดงาม แต่ผู้เสียสละด้วยการโป้ปดหัวใจของตนเอง คงต้องเตรียมพร้อม และยอมรับกับความเจ็บปวดที่จะตามสนอง ซึ่งบางครั้งก็รุนแรง จนสร้างแผลลึกในความทรงจำ และไม่อาจหายาวิเศษขนานใดมาสมานได้ชั่วชีวิต...

---------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้คงเป็นหนังในใจของใครหลายคน เรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นหนังรักที่จืดชืดไปสักนิด นอกนั้นถือว่าดีหมด ไม่ว่าจะภาพ และโดยเฉพาะเพลงประกอบหนังที่ค่อนข้างจะโดนใจ เพราะดีมาก ๆ

ความรักจากรุ่นพ่อแม่ มาสู่รุ่นลูก รุ่นพ่อและแม่ไม่ได้คู่กัน แต่ก็มาคู่กันในรุ่นลูก อะไรมันจะบุพเพสันนิวาสขนาดนั้น บังเอิญเหมือนหนังจริง ๆ เอ๊ะ หนังนิ

เป็นอีกเรื่องที่คิดว่าคงไม่มีใครพลาดแน่นอน เอ๊ะ หรือจะมีคนพลาด งั้นรีบไปหามาดูซะ





Create Date : 25 กันยายน 2551
Last Update : 16 เมษายน 2557 12:11:53 น.
Counter : 869 Pageviews.

7 comment
The Happening : วิบัติการณ์สยองโลก (2008)
Worldwide Gross: $163,403,799
Total Budget*: $90,000,000

Trailer :

เรื่องย่อ :

วิบัติการณ์สยองโลกครั้งนี้เริ่มจากสัญญาณเตือนที่ไม่แน่ชัดนัก แต่ดูเหมือนจะดังระงมไปทั่วทุกแห่งหน เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้นหัวเมืองใหญ่ๆ ในอเมริกาก็เกิดเหตุร้ายตายสุดสยองและแปลกประหลาด ชนิดไม่อาจหาเหตุผลใดๆ มาบ่งชี้ได้ และทำให้ผู้คนจิตตกเพราะช็อคกับผลของการทำลายล้างที่ร้ายแรงเกินจะรับมือไหว มันคืออะไรกันแน่ถึงสามารถทำลายสัญชาตญาณรักตัวกลัวตายของมนุษย์ได้สิ้นซาก และเฉียบพลันขนาดนี้ หรือนี่คือการจู่โจมแนวใหม่ของผู้ก่อการร้าย หรือว่าเป็นการทดลองที่ผิดพลาดจนหยุดยั้งไม่ได้ หรือว่าเป็นอาวุธเคมีสุดร้ายกาจ หรือว่าเป็นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสที่ควบคุมไม่อยู่ แล้วมันแพร่กระจายไปได้อย่างไรล่ะ พัดปลิวไปตามสายลมได้หรือเปล่า หรือว่าละลายลอยล่องไปตามสายน้ำได้ไหม ยังไงกันแน่

สำหรับครูสอนวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาในฟิลาเดลเฟียอย่างเอลเลียต มัวร์ แล้วก็ทำได้แค่หาทางหนีรอดจากปรากฏการณ์ลึกลับและร้ายแรงถึงชีวิตนี้ไปให้ได้ ภรรยาสาวแสนน่ารักของเอลเลียตชื่ออัลม่า ก็กำลังอยู่ในช่วงชีวิตสมรสลุ่มๆ ดอนๆ แต่ทั้งคู่ร่วมลงเรือลำเดียวกันเหนียวแน่น โดยเริ่มหนีหัวซุกหัวซุนด้วยรถไฟก่อนจึงอาศัยรถยนต์หนีต่อ โดยมีจูเลี่ยน ครูวิชาคณิตศาสตร์ที่สอนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเอลเลียต และเจส ลูกสาววัย 8 ขวบของจูเลี่ยน

ทั้งคณะมุ่งหน้าไปยังดินแดนปศุสัตว์ในเพนซิลเวเนีย ด้วยความหวังว่า คงรอดพ้นจากการจู่โจมที่น่าขนพองสยองเกล้า และแผ่กระจายเป็นวงกว้างออกไปไม่หยุดยั้ง แต่แล้วสถานการณ์ก็ฟ้องชัดเลยว่า ไม่มีใคร – หรือที่แห่งใด – จะอยู่รอดปลอดภัยได้ ฆาตกรสยองและมองไม่เห็นตัวนี่ช่างร้ายกาจชนิดไม่อาจมีใครโค่นลงได้ จนกระทั่งเอลเลียตเริ่มเข้าใจสันดานดิบของมหันตภัยที่ใกล้จะถึงตัวเข้ามาทุกที แล้วยังล่วงรู้ถึงเจ้าตัวการที่ปลดปล่อยให้พลังอำนาจนี้อาจหาญคุกคามอนาคตของมนุษยชาติ และเขาก็ยังค้นพบความหวังอันริบหรี่ที่อาจจะช่วยให้ ครอบครัวซึ่งปริ่มๆ จะบ้านแตกสาแหรกขาดอยู่ร่อมร่อ รอดพ้นไปจากวิบัติการณ์สยองโลกครั้งนี้ได้

---------------------------------------------------------------------------

ความรู้สึกหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบก็บอกตัวเองว่า อืม หนังมันมีสาระนะ แต่อีกใจก็บอกว่า หนังอะไรเนี่ยจืดชืดสิ้นดี นี่คือความสับสนในจิตใจตอนนั้นจริง ๆ

เรื่องนี้เกิดจากอะไร อะไรทำให้เกิด วิธีการป้องกันต้องทำยังไง ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครตอบได้ แม้แต่เรื่องมันก็ไม่เฉลย แต่คงจะเป็นเพราะธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป หรือต้องการที่จะส่งข่าวและเตือนมนุษย์ให้รับรู้ว่า ถ้ายังทำไม่ดีต่อไป จะต้องมีคนตายมากขึ้น อย่างนั้นหรือ?

เรื่องนี้ก็ถือว่าผ่านในความรู้สึก แต่ถ้าคนไม่มีเวลาว่างจริง ๆ มาดู ให้ผ่านไปเลยดีกว่า เดี๋ยวจะเสียดายเวลาเปล่า ๆ เอ๊ะ ยังไง





Create Date : 22 กันยายน 2551
Last Update : 8 ธันวาคม 2556 22:07:05 น.
Counter : 4302 Pageviews.

2 comment
A Knight's Tale : อัศวินพันธุ์ร็อค (2001)
Worldwide Gross: $117,487,473
Total Budget*: $70,000,000

Trailer :

เรื่องย่อ :

“ถ้ามีความศรัทธา มนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง” จอห์น แธ็ตเชอร์ (เจมส์ เพียร์ฟอย) ผู้ยากจน กล่าวกับบุตรชายเอาไว้เช่นนั้น “มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้” แต่ในยุโรป ยุคศตวรรษที่ 14 ชะตากรรมมิอาจกำหนด เพราะชะตากรรมมนุษย์ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว...

สำหรับ วิลเลี่ยม แธ็ตเชอร์ (ฮีธ เล็ดเจอร์) บุตรชายของ จอห์น แธ็ตเชอร์ ผู้ยากไร้ และมีชาติกำเนิดแสนต่ำต้อย มันดูเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ ที่เขาจะทำใจรับได้ว่า ความฝันที่จะได้เป็นอิศวินนั้น เป็นเพียงความฝันล้ม ๆ แล้ง ๆ ในวัยเด็ก ในยุคสมัยที่การเลื่อนสถานะ ยังไม่ใช่แนวคิดที่ผู้คนยอมรับได้ ชะตากรรมจึงมิอาจเปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืน ผู้คนต้องตายไปในสถานะเดิมกับเมื่อถือกำเนิดมา นั่นคือข้อกำหนดแห่งธรรมชาติ

แต่แล้ววันหนึ่ง ในการแข่งขันต่อสู้ด้วยทวน ที่เหล่าอัศวินต้องควบม้าโรมรันเข้าหากัน เพื่อทดสอบทักษะ ประสาทรับรู้ และเสียงเพลง ”We Will Rock You” ของวง Queen ได้กระตุ้นความเร้าใจของการแข่งขันด้วยเนื้อร้องดลใจที่ว่า “สักวัน จะต้องยิ่งใหญ่” โชคชะตาได้เปิดโอกาสให้วิลเลี่ยมได้ลงสนาม เขาได้แปลงสภาพตัวเอง ให้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ตระกูลสูง อัลริช วอน ลิชเทนสตีน แห่งเจลเดอร์แลนด์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงควบของฝีเท้าม้า ที่ดังราวอัสนี เสียงร้องกึกก้องของเหล่าประชา และความร้อนแรงของดนตรีร่วมสมัย

ศัตรูของวิลเลี่ยม ก็คือแชมเปี้ยนที่มีฝีมืออำมหิตที่ชื่อ เคานต์แอ็ดฮีมาร์ (รูฟัส ซีเวลล์) ผู้มุ่งมั่นจะทำลายความฝันของวิลเลี่ยมให้จงได้ และแน่นอน ยังมี โจเซลีน (แชนนิน ซอสซามอน) หญิงสาวสูงศักดิ์ ที่บรรดาอัศวินหนุ่มจากทั่วยุโรปต่างหมายตาเอาไว้ สำหรับบุตรชายที่ยากจนของตระกูลแธ็ตเชอร์แล้ว โจเซลีนคือสิ่งที่อยู่เกินเอื้อม ไม่ต่างจากการที่เขามีโอกาส ได้เข้าแข่งขันประลองทวนครั้งนี้

วิลเลี่ยมได้เพื่อนใหม่ เข้ามาร่วมแก๊งค์เพื่อนสนิทด้วยอีกสองคน คือ นักเขียนอายุ 29 ปีที่ชื่อ เจฟฟ์ เชาเซอร์ (พอล เบ็ตตานีย์) นักเขียนตกงาน ผู้มีฝีปากเป็นเอก กับ เคต (ลอร่า เฟรเซอร์) ช่างตีเหล็กหญิงที่รักอิสระ และมีฝีมือด้านการตีเหล็ก รวมกับผองเพื่อนเก่าผู้มีนิสัยประหลาด อันได้แก่ โรแลนด์ (มาร์ก แอ็ดดี้) ผู้ดูจริงจังแต่กลับมีหัวใจอ่อนโยน, วัต (อลัน ทูดิ๊ก) หนุ่มเลือดร้อน

ในไม่ช้า วิลเลียม ในนามของ เซอร์อัลริช ก็สร้างชื่อจนได้กลายเป็นเสมือน ไมเคิล จอร์แดน กลางสนามประลองทวนยุคกลาง ..เป็นเอ็มวีพีของเวทีซูเปอร์โบลว์แห่งศตวรรษที่ 14 ..เป็นผู้คว้าเหรียญทองแห่งกีฬาโอลิมปิค เขาคืออัศวินที่เข้าร่วมประลองฝีมือ ในการต่อสู้ที่ไร้สิ่งป้องกัน ก็เพื่อความภาคภูมิ อำนาจ และชื่อเสียงเกียรติยศ เขาได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองแล้ว

นี่คือเรื่องราวไร้กาลเวลาของวิลเลี่ยม ชายหนุ่มผู้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเอง เอาชนะหัวใจของหญิงสาวแสนสวย และจัดการเขย่าโลกยุคกลางของเหล่าอัศวิน

---------------------------------------------------------------------------

นี่เป็นหนังโบราณอีกเรื่องที่ค่อนข้างชอบ และยิ่งเป็นหนังของ ฮีธ เลดเจอร์ พระเอกหนุ่มที่ฝากผลงานไว้อย่างมากมาย จึงยิ่งมีค่าพอสมควรที่จะนำกลับมาดูต่อ พระเอกเรื่องนี้มีจุดเด่นที่น่าทำตามและไม่น่าทำตามคือมีความทะเยอทะยานสูงต้องการที่จะหลุดพ้นจากการเป็นแค่คนรับใช้ แต่การหลอกลวงเป็นขุนนางก็ไม่ดีสักเท่าไหร่

จริง ๆ หนังเป็นแนว Action แต่มองว่าน่าจะออก Drama มากกว่า เพราะการแข่งขันดูจะอ่อนไปนิด โดยเฉพาะที่จะต้องเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญที่เคยแพ้มาก่อนด้วยแล้ว ยังไม่สามารถทำให้บีบความรู้สึกได้มาก ไปกว่าเป็นฉากในหนังธรรมดาฉากหนึ่ง

โดยรวม ๆ หนังเรื่องนี้สนุกมากอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าใครชอบพระเอกคนนี้ก็เอามาดูเพื่อรำลึกถึงก็ได้นะ






Create Date : 18 กันยายน 2551
Last Update : 8 ธันวาคม 2556 22:02:57 น.
Counter : 1880 Pageviews.

1 comment
The Beast and The Beauty : หล่อน่ากลัวกะยัยตัวน่ารัก (2005)
Trailer :

เรื่องย่อ :

เฮจู สาวน้อยสวยใสผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจใครต่อใครที่พบเห็น แต่ที่น่าเสียดายและน่าเศร้าที่สุดก็คือว่า เธอสูญเสียดวงตาไปเมื่อหลายปีก่อน ดองกัน หนุ่มมาดเซอร์หน้าตาอัตคัดความหล่อเป็นเพื่อนชายที่ดีที่สุด ผู้คอยดูแลและปกป้องอยู่ไม่ห่างเฮจูตลอดระยะเวลา 3 ปี แน่นอนว่าเวลา 3 ปีนั้นได้สร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งทางใจให้กับหนุ่มสาวทั้งสอง กระทั่งวันหนึ่งเฮจูโชคดีได้รับบริจาคดวงตา เธอดีใจมากที่จะได้เห็นอะไรดีๆหลายๆอย่างที่ใฝ่ฝันและอยากจะเห็นอย่างคนทั่วไป แต่ดองกันไม่มั่นใจหน้าตาตัวเองที่ไม่หล่อเอาเสียเลย จึงหนีหน้าไม่อยู่ให้เฮจูเห็นหลังจากที่เธอผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา ดองกันเพียงแต่ส่งข่าวให้เธอรู้ว่าไปอยู่ฮาวายพักหนึ่ง ในระหว่างนั้น เฮจูก็ได้พบกับ จูนฮา นักกฎหมายหนุ่มมาดเท่ห์ที่ตกหลุมเสน่ห์เธอเข้าอย่างจัง จูนฮาตามตื้อจีบเฮจูอย่างไม่ลดละด้วยหวังจะได้ครอบครองใจเธอ แต่ในใจของเฮจูแล้วไม่มีใครจะดีเทียบเปรียบเสมอดองกัน เพื่อนชายคู่ทุกข์ยากเมื่อยามที่อยู่ในโลกมืด

---------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้ค่อนข้างจะน่ารักดี นี่ล่ะที่เรียกว่า "คนจะงามงามที่ใจใช่ใบหน้า" จริง ๆ เพราะพระเอกเรื่องนี้ค่อนข้างจะขี้เหร่ ทำงานก็เป็นแค่นักพากษ์เสียงสัตว์ประหลาด ผิดกับนางเอกถึงแม้จะตาบอดแต่ก็น่ารัก

หลาย ๆ คนชอบเรื่องนี้เป็นพิเศษ จริง ๆ เรื่องนี้น่าจะทำได้ดียิ่งกว่านี้ เพราะเนื้อเรื่องและการเริ่มต้นก็ค่อนข้างจะดึงดูดที่จะทำให้มันซึ้งได้มากอยู่แล้ว แต่ก็ยังพลาด ยังไม่สามารถทำให้ซึ้งมาก ๆ ได้ แต่ก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง

ใครที่ชอบหนังแนว ๆ นี้ก็คงไม่พลาดแน่นอน ดูแล้วก็ไม่ผิดหวังเช่นกัน หวังว่าคงจะชอบกัน





Create Date : 15 กันยายน 2551
Last Update : 8 ธันวาคม 2556 21:53:05 น.
Counter : 1127 Pageviews.

4 comment
The Unbearable Lightness Of Dating : สาวดริ๊งค์ปิ๊งรัก (2006)


Trailer :

เรื่องย่อ :

เรื่องราวความรักของหนุ่มหล่อและนักเที่ยวยังวอน ที่แม่ได้ไปหมั้นหวานยกับสาวสวยมีตระกุลดีไว้ให้ แต่ยังวอนกลับไม่ชอบไปหลงรักกับสาวเซ็กซี่ ขี้เมา ยุนอาที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง เป็นความรักที่เกิดขึ้นเพราะยุนอา ไปเริ่มทำความรู้จักและสนใจยังวอนก่อน ยังวอนจึงตกหลุมรักอย่างจัง แต่ด้วยนิสัยที่ ดุ แกร่ง ไม่ยอมใครและใจร้อน ของยุนอาทำให้เรื่อง รักๆใคร่ๆของหนุ่มสาวคู่นี้เป็นไปด้วยหลายรสชาติ ทั้งสดใส ร่าเริง ทะเลาะเบาะแว้งหรือแม้กระทั่งเซ็กซ์ ก็เร่าร้อนไปด้วย แต่ด้วยความรักเป็นไปได้หลายรูปแบบ ทำให้ทั้งคู่ กลับมามองตัวเองว่า นี่ใช่หรือไม่ที่เค้าทั้งสองต้องการ

------------------------------------------------------------------------------

ต้องบอกว่าเซ็งอย่างแรงสำหรับหนังเรื่องนี้ ไม่มีอะไรมากนอกจาก ผู้ชายผู้หญิงเป็นกิ๊กกัน เพราะผู้ชายมีแฟนอยู่แล้ว แฟนผู้ชายก็แสนซื่อบื้อ หมั้นกันตั้ง 3-4 ปี แล้วไม่สงสัยบ้างหรือไง ทำไมผู้ชายไม่แต่งสักที

พระเอกกับนางเอกเดี๋ยวก็รักกัน เดี๋ยวก็ตีกัน ที่ไม่ชอบเลยคงจะเป็นเพราะเรื่องราวมันสะท้อนถึงนิสัยของผู้ชายหลาย ๆ คนที่เป็นแบบในหนัง ชอบตบตี และทำร้ายร่างกายผู้หญิง รับไม่ได้จริง ๆ

ค่อนข้างจะผิดหวัง เห็นมีคนบอกสนุก แต่จริง ๆ มันไม่เลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่ชอบนะนางเอกคนนี้ ตั้งแต่เรื่อง Over the Rainbow





Create Date : 13 กันยายน 2551
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2559 22:02:49 น.
Counter : 750 Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

kid^_^
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



New Comments