Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
All blogs

 

นี่มันงานการ์ตูนหรือว่างานคืนสู่เหย้าโรงเรียนเก่ากันแน่ฟะ?

วันเสาร์ที่ 4 ตุลา ที่ผ่านมา นอนอยู่ดีๆ ก็มีคุณน้องโทรศัพท์มาตะดิ๊ดๆๆๆ
ตุ้งแช่ๆๆ เลยตื่นมารับสาย บอกว่าคุณน้องกลับมาจากต่างประเทศ
อีกคนก็มาจากต่างจังหวัด มุ่งตรงไปคอสเพลย์งาน VBK คุณพี่ช่วย
ขยับก้นมาหาหน่อยสิคะ

คุณน้องขอมาคุณพี่ก็เลยกระดื๊บออกไปด้วยอาการง่วงงุน
(ทีหลังนัดล่วงหน้าหล่อนสิยะ นัดวันนี้ให้ไปวันนี้เลย
เกิดไม่ว่างไม่ได้เจอกันนะเนี่ย) ลุกจากเตียงมาแต่งหน้าด้วยอาการ
ง่วงงุน รู้สึกเลยว่าแต่งหน้าตัวเองทาตาสีเข้มไปนิด เนื่องจาก
หลับหูหลับตาแต่งหน้า อย่างง่วง+รีบออกจากบ้าน
หลังจากนั้นก็ไปหม่ำอาหารญี่ปุ่นกับคนอื่นๆ รอคนที่ยังไม่มา
ไปพลางๆ แล้วก็มีหนูตุ๊กตาสองคนวิ่งตุ้บๆๆ เข้ามาหา แหกปากว่า
คุณแม่ขาๆๆๆๆ (ใครเป็นแม่แกยะฉันยังเอ๊าะๆ อยู่นะ)









ดีอกดีใจลูบหัวลูบหางกันไป แล้วก็เพิ่งสังเกตว่าหน้าเนี่ย...
แถมบ้านเรียกแต่งแล้วเหรอยะ? ทำไมมันซีดแบบนี้?
แต่อารามไม่ได้พกเครื่องสำอางมา คุณน้องก็แต่งมาแต่บ้าน
ไม่ได้พกมาเหมือนกัน แต่เห็นแล้วมันหงุดหงิดฟ่ะ จะสวยทั้งที
ทำไมไม่สวยให้เสร็จหา ว่าแล้วก็เลยลากตุ๊กตาสองตัวไปร้านบู๊ท
ขอยืมเครื่องสำอางเทสเตอร์มาแต่งหน้าให้ใหม่ ซึ่งทางร้าน
ก็แสนดียื่นไอ้โน่นหยิบไอ้นี่ให้พร้อมสรรพ ซาบซึ้ง

แต่งเสร็จแล้วค่อยโอเคหน่อย...ออกมาเป็นแบบนี้จ้ะ







นอกจากคุณน้องตุ๊กตาทั้งสองคนแล้ว ก็เดินๆ ไปเจอน้องผู้หญิง
คนอื่นๆที่คอสเพลย์ (มีไม่เยอะนักเนื่องจากไม่ใช่วันประกวด)
ก็เกิดสงสัยว่า...ทำไมเค้าแต่งหน้าแบบเดียวกันหมดเลย
แบบสวยไม่เสร็จ แต่ออกมาอย่างกะห่อของแพ็คเกตเดียวกันเลยอ่ะ

คือ 1.เอาครีมรองพื้นฉาบหน้า แต่ดันเกลี่ยไม่เรียบ (น้องคะ
ถ้ามันลำบากในการเกลี่ยนักก็ใช้แบบน้ำสิคะ อย่าไปใช้แบบครีม)

2.เอาแป้งโบ๊ะฉ่ำ จนหน้าวอกขาวซีด...แต่ดันไม่ปัดบรัชออน
ไม่ทาอายแชโดว์ ไม่ทาลิปเต็มที่ก็ลิปกลอส...คุณพี่ไม่เข้าใจว่ะ?

3.แล้วก็กรีดตาดำปี๋ตาใหญ่เป็นปื๊ด อย่างกะหลินปิงลูกนังหลินฮุ่ยแน่ะ
บางคนกรีดตาแบบการ์ตูนแคมป์ ตาบนตาล่างหนาเท่ากันเลยวุ้ย
บางคนกรีดเฉพาะตาบนแต่ไม่ตวัดหางตา เลยรู้สึกแปลกๆ

4.เค้าปัดขนตากันเด้งๆ นะ...แต่เค้าไม่ทาอายแชโดว์กันเลยอ่ะ
อยากจะบอกว่าแต่งทั้งทีก็ทาให้หมดสิ อายแชโดว์นี่สำคัญที่สุดเลยอ่ะ
มันจะช่วยทำให้ลูกตาโตขึ้น การกรีดอายไลน์เนอร์ กับปัดมาสคาร่า
ก็ช่วยได้นะ แต่ถ้าทาอายแชโดว์ด้วยมันจะส่งให้สวยขึ้นเยอะเลยน้า

สวยทั้งทีต้องสวยให้เสร็จ ตัดชุดมานี่ตั้งแพงก็หวังจะให้ถ่ายรูป
ออกมาสวยออกมาดีไม่ใช่เหรอ? งั้นเอาให้เต็มที่เลยสิคะคุณน้องขา
ที่สำคัญนะ แต่งหน้าถ่ายรูปต้องแต่งเข้มเข้าไว้ อย่าใช้อายแชโดว์สีอ่อน
อย่าใช้ลิปสีจืดๆ ต้องสีจัดๆ ไปเลย ไม่งั้นจะเป็นแบบรูปข้างบนน่ะค่ะ
ซีดเหมือนคนไม่แต่งหน้าทั้งที่แต่งแล้วอ่ะ ชุดออกจะสวยแต่หน้าจืด
ไม่ไหวน้า



บ่นเรื่องแต่งหน้าเสร็จแล้ว...เอาน้องไปปล่อยในงานเสร็จเรียบร้อย
เราก็เดินร่อนไปมา เดินไปก็ เฮ้ย! หน้าคุ้นๆ กรี๊ดๆๆ เพื่อนๆๆ ล่ะ
เดินมาอีก อ๊ะ! พี่ๆ สวัสดีค่ะ ไอ้เพื่อนที่เจอๆ นี่เป็นคนการ์ตูนรุ่นเดียว
กะเราที่เคยเห็นกันมาตั้งแต่เอ๊าะๆ จนปูนนี้ (อย่าถามอายุนะเฟ้ย..แฮ่)
โห...เหมือนงานเลี้ยงรุ่น หรืองานคืนสู่เหย้าเลยวุ้ย

แต่ละคนเข้ามาทักก็...เฮ้ย แกไม่เห็นออกงานการ์ตูนตั้ง 4-5 ปีแล้ว
อ้อ! แค่ไปหลงแสงสีด้านอื่นน่ะ

เจอเพื่อนเก่าหลายคนจัด บางคนไม่เคยคุยแต่เห็นหน้ากันมา
ก็ทักทายกันเฮ้ย แก ไอ้ คุณ มรึง...บลาๆๆ(แล้วแต่ความหนิดหนม)
รู้สึกแปลกๆ แต่ก็ดีใจนะที่ได้เจอทุกคน ปกติไม่เจอก็ไม่คิดถึงหรอกว่ะ
แต่พอเจอแล้วมันเกิดอยากกอด เกิดคิดถึง เลยโผเข้าหากันซะงั้น
บางคนก็เหมือนเดิม บางคนบานขึ้น(อย่างตูตูดบานมาก) บางคน
มันก็ผอมลงจนสวย..ชิชะ หมั่นไส้

หนุ่มๆ บางคนหน้าที่เคยสามเหลี่ยมมันก็เปลี่ยนเป็นสี่เหลี่ยม
บางคนผมสั้นก็กลายเป็นผมยาว บางคน(สารภาพ)เคยคิดว่า
มันแอ๊บแมน เจออีกทีแม่งโคตรเซอร์บางคนเดินมาทักเราก่อน...
เราก็แกเป็นใครวะจำไม่ได้แมนเกินไป กรี๊ด!

พอคุยๆ กันไปกับเพื่อนๆ ที่ได้เจอก็รู้สึกแบบว่า เฮ้ย!!...กรี๊ดๆๆ!!
นี่มันงานเลี้ยงรุ่นชัดๆ

ส่วนพี่ๆ ทีมงานวิบูลย์กิจ หลายๆ คนเห็นกันมาสิบกว่าปี ตอนนี้ก็ยัง
ทำงานอยู่ที่เดิม เดินไหว้ซะจนเหมือนตามไหว้อาจารย์ในโรงเรียน
เวลางานคืนสู่เหย้าเลย พี่ๆ ทุกคนยังน่ารักเหมือนเดิม ก็ทักทาย
ถามไถ่กันว่าเป็นไงบ้าง บลาๆๆ

พี่วุฒิยังคงรักษารูปโฉมหุ่นดีและหล่อเหมือนเดิม พี่ยูตะก็เหมือนเดิม
พี่ๆ คงอื่นๆ เปลี่ยนแปลงบ้างตามวันเวลา แล้วก็รู้สึกว่า...โอ้ วันเวลา
ผ่านมาสิบกว่าปีแล้วเหรอเนี่ย? ....น้ำตาไหลพราก

รู้สึกเหมือนกลับมาโรงเรียนเก่าที่ไม่ได้มาเป็นเวลาหลายปี
ยังไงอย่างงั้นเลย...

ยังไงก็ขอบคุณงาน VBK ที่จัดงานมาอย่างต่อเนื่องกันทุกปี
เป็นที่ระลึกว่าเราเป็นเคยเป็นคนหนึ่งที่มาเที่ยวงานนี้บ่อยๆ
ตอนที่ฟังพี่ยูตะบอกว่าอาจจะไม่จัดงานอีกแล้ว รู้สึกเศร้าจัง
อยากบอกว่าอย่าเลิกจัดเลย มันเป็นงานประเพณีไปแล้วล่ะ
แล้วก็รวมความทรงจำของทุกคนที่เคยมางานนี้ไว้นะคะ
สู้ต่อไป VBK แล้วเราจะไปเที่ยวงานอีกนะ






 

Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 7 ตุลาคม 2552 4:17:12 น.  

ชุดน้ำชาเหมียวๆ น่ารักมั่กๆ

ครอบครัว Manekineko เหมียวๆ ขอช่วยจัดบ้าน น่ารักโครต..ตตต..ต
เห็นแล้วอดใจไม่ไหว..เผลอหอบกลับบ้านหมดเลย..เอิ๊ก..เงินตู


ก็มันน่ารักจริงๆ นี่นา...ถูกแมวสะกดจิต รู้สึกตัวอีกทีหยิบมา
เป็นสิบตัวแล้ว กรี๊ดดดดดดด


พอเอามาหลายๆ ตัว ดูแล้วเหมือนเหมียว 2 ครอบครัว
กำลังจัดงานแต่งงานกันเลยอ่ะ

อันนี้ครอบครัวเจ้าบ่าว เหมียวดำ


ครอบครัวเจ้าสาว เหมียวแดง


เจ้าบ่าว - เจ้าสาว (เป็นที่เสียบไม้จิ้มฟันล่ะ)


อาเสี่ยพุงพุ้ยที่มาร่วมงาน มีบอดี้การ์ดติดตามด้วยนะเนี่ย


อันนี้ครอบครัวคนข้างบ้านที่ตั้งใจจะมากินฟรี
ได้รับการ์ดเชิญใบเดียวแห่กันมาทั้งบ้าน


นี่แขกมางานกันเป็นคู่ๆ


นี่ก็อีกคู่..ทำหน้ามี๊ๆ มาเชียว


แขกมาร่วมงานกันเยอะแยะเลย งั้นถ่ายรูปหมู่เสียเลย อิ๊ อิ๊



น่ารักใช่ม๊า ก็เพราะแบบนี้แหละ
ถึงอดใจไม่ไหวเผลอซื้อมาจนได้ ฮุ ฮุ

 

Create Date : 18 กันยายน 2551
Last Update : 18 กันยายน 2551 18:55:50 น.  

เทศกาลตุ๊กตานานาชาติที่ซีคอร์นสแควร์

ไม่รู้จะจัดอยู่หมวดไหนดีกับหัวข้อนี้ แต่ตุ๊กตาน่าจะเป็นของสะสม
ของใครหลายๆ คน เอาไว้ในหัวข้อของสะสมก็แล้วกัน
เมื่อวานนี้ไปซีคอร์นสแควร์มา เจอเขาจัดนิทรรศการ
ตุ๊กตานานาชาติ แต่ไม่มีตุ๊กตามาโชว์เยอะนักหรอก
ก็มีของญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง ไทย แล้วก็ตุ๊กตาสมัยใหม่
ไม่ปิ๊งนัก ก็เลยถ่ายแบบตัวที่สนใจมา จากนั้นก็พบว่า
ไม่ได้ถ่ายตุ๊กตาฝรั่งโบราณมาเลยนี่นา

ส่วนตัวตั้งแต่เด็กจนโตไม่ชอบตุ๊กตามนุษย์
ชอบแต่ตุ๊กตาสัตว์ สาเหตุนั้นไม่รู้เหมือนกัน
อาจจะเป็นเด็กชอบตีรันฟันแทง มากกว่าเล่น
ตุ๊กตาล่ะมั้ง (พะบู๊แต่เด็ก)

ประเดิมด้วยตุ๊กตาญี่ปุ่นก็แล้วกัน
เป็นตุ๊กตาโนตัวนาง สูงประมาณ 50 ซม.
(สร้างเลียนแบบนักแสดงโน)ซึ่งมันแอบน่ากลัวว่ะ


อันนี้ตุ๊กตาเด็ก ซึ่งน่ากลัวอยู่ดี


มาดูตุ๊กตาไทยกันบ้าง...แอบลำเอียงถ่ายสวยกว่า
แต่ตุ๊กตาไทยดูยังไงมันก็ไม่เหมาะจะเอามาเล่น
เหมือนเป็นของตั้งโชว์ไว้อวดแขกสำหรับผู้ใหญ่มากกว่า
เป็นของเล่นเด็กเล็กๆ มันดูขลังง่ะ


ซูมใกล้ๆ บ้าง ถ่ายผ่านตู้โชว์กระจกเลยมีแสงสะท้อนนะ
พระรามกำลังสู้กับทศกัณฑ์ โดยหนุมานแอบจี๋จั๊กแร้
ทศกัณฑ์อยู่กะให้หัวเราะตายไปข้าง ขี้โกงนี่หว่า


แน่นอนว่าเป็นเรื่องรามเกียรติ์ จึงแบ่งเป็นฝ่ายยักษ์
(ซึ่งเจ้าของบล็อคคิดว่ายักษ์น่ารักกว่าลิงอ่ะ โดยเฉพาะ
ตัวสีชมพูทำหน้าตลกดี )


แล้วก็ฝ่ายลิงเจี๊ยกๆ


เทศกาลตุ๊กตาทั้งทีจะขาดบาร์บี้ได้ยังไงล่ะเนอะ
ว่าแล้วก็นี่เลย บาร์บี้นางสีดา (มีทั้งพระรามทั้งทศกัณฑ์
แล้วนี่จะขาดนางสีดาได้ไง)


บาร์บี้แม่หญิงพม่า


บาร์บี้แม่หญิงแอฟริกา ยิ่งดูเจ้าของบล็อกยิ่งคิดว่า
นับวันบาร์บี้จะเหมือนทิฟฟานี่โชว์เข้าไปทุกทีๆ


ต่อมาขวัญใจแม่ยก...ตุ๊กตาเจร็อค
ซึ่งที่จริงผลิตในไทยนี่แหละ ข้อต่อทำด้วย
บอลกลมๆ เพื่อให้งอแขนขาได้ 2 หนุ่มนี่
เป็นขวัญใจช่างภาพ คนรุมถ่ายกันตรึม


ทั้งคู่สูง 45 ซม. ท่าทางจะแพง


ที่ชอบนี่คะ...นังหนูนี่น่ารักดีตาโตแป๋วแหวว
มีความน่ารักสมเป็นตุ๊กตาไม่เหมือนไอ้ตุ๊กตาตาโคตรโต
อย่างตุ๊ก Blythe ที่ตอนนี้กำลังฮิตๆ กันอยู่ ไม่เห็นมันจะ
มีความน่ารักตรงไหนเลย? ตุ๊กตามันต้องน่ารักสิเฟ้ย !!
ไม่ใช่เล่นแล้วทำให้เด็กตกใจคิดถึงละคร...ช่ายหนูด้วย
หนูอยากกลับบ้านสมัยเรายังเด็กๆ กัน...บรื๋อ..


มีพี่ชายด้วย เอ๊ะ? หรือว่าแฟนเจ้าหล่อนกันหว่า?


ตบท้ายด้วยตุ๊กตาแก็งหัวเหลี่ยม(ไม่เกี่ยวอะไรกับหน้าเหลี่ยมนะ)
ฮาดีอ่ะ ใครว่างๆ ผ่านแถวนั้นก็ลองแวะไปดูนะ แต่จำไม่ได้ว่า
จัดถึงวันไหนอ่ะ โทษทีๆ ช่วงนี้ความจำปลาทอง(ช่วงไหนก็
ปลาทองไม่ใช่เหรอยะหล่อน )




ปล.รูปทั้งหมดถ่ายด้วยมือถือ ภาพไม่คมชัดกรุณาทำใจ

 

Create Date : 21 สิงหาคม 2551
Last Update : 21 สิงหาคม 2551 18:31:01 น.  

เสื้อประจำตำแหน่ง



เสื้อประจำตำแหน่ง มีโลโก้รูปคิงเพนกวิน+วิญญาณเชียลๆ
ด้วย น่ารักไหม?

ต่อไปถ้าใส่เสื้อตัวนี้เดินออกจากบ้านอาจจะโดนโจทย์
ตีหัวถูกตัวแล้วล่ะ...

เสื้อตัวนี้เจ้าเอี๊ยบเพ้นท์ให้ แล้วส่งมาให้ทางไปรษณีย์
แต่มันใจกล้าหน้าด้านมากไม่ลงทะเบียน (ถ้าหายไป
ว่าไงเมิง ค่าลงทะเบียนแค่ 13 บาทแค่นี้ทำงก )

และว่าแล้วทำแล้วเพื่อนๆ ชอบ เลยสั่งเพ้นท์กันหลายคน
ลองดูตัวอย่างได้ในเวบมันละกัน ถ้าใครสนใจสั่งเพ้นท์เสื้อ
ได้ ไซค์ปกติตัวละ 300 บาท(เพ้นท์+เสื้อ) ส่วนไซค์ไม่ปกติ
หรือ ลดราคาได้ไหมยังไงลองถามกันดูเองแล้วกันค่ะ
http://yhnc.weloveshopping.com/shop/shop.php?shopid=125327


 

Create Date : 16 สิงหาคม 2551
Last Update : 16 สิงหาคม 2551 19:45:46 น.  

10 พล็อตยอดฮิตที่เกลื่อนแผงหนังสือขณะนี้


บ่ายแก่ของวันหนึ่งแบบว่าว่างเพราะเพิ่งไปทำธุระเสร็จ
จากนั้นก็รออีเพื่อนมาหาแต่มันไม่มาสักทีก็รอไม่นานหรอก
แค่ 3 ชั่วโมงเอ๊งงงง..ง ด้วยความที่ว่างจัดในหูก็แว่วแต่เสียง
นาฬิกาดังติ๊กๆๆๆๆๆ ผ่านไปอย่างเชื่องช้า เมื่อไรมันจะมา
สักทีวะตูเบื่อ อิชั้นก็เลยแวะเข้าร้านซีเอ็ดบุ๊คหาอะไรอ่าน
ฆ่าเวลาเสียเลย บังเอิญสาขานี้เป็นร้านใหญ่มีหนังสือให้เลือก
เพียบ(ชอบจัง)จึงยืนเลือกหนังสืออยู่นาน เอาเล่มไหนดีน้อ
เล่นนั้นก็ดี เล่มนี้ก็น่าสนใจ เต็มไปหมด(ถ้าอีเพื่อนมาช้ากว่านี้
สงสัยหมดตัวคาร้านแน่ๆ )

ด้วยความที่ว่างจัดเลยสำรวจชั้นหนังสือไปทั่ว ก็พบว่าช่วงใด
ที่นิยายแนวไหนฮิตจะพบว่าแห่แหนเขียนตามกันเป็นพรวน
ช่วงนี้สิ่งเห็นบนชั้นหนังสือเกลื่อนมากมีดังนี้


อันดับ 1 เลยนะค้า คือ “ทะเลทราย” ชีค ทราย หิน หรือ
อะไรสักอย่างจรดทราย และทรายๆๆๆ สลับกลับมาที่ชีค
อีกรอบ จนอิชั้นแทบจะสำสักเม็ดทรายตายคาแผงแล้ว ไม่มี
มนต์รักสโตนเฮนจ์บ้างเหรอ


อันดับ 2 ที่ครองอีกแผงหนึ่งนั่นก็คือ “ตบ-จูบ-ข่มขืน” (ดีนะไม่มีฆ่าแถมด้วย) ช่วงนี้กำลังเป็นที่นิยมค่ะ มันไม่ใช่
รักแล้วมีปล้ำๆ นางเอกก็ว้ายๆๆ อย่านะตัวเอง อย่าหยู๊ดดดดด...ด

แต่มันแบบว่าผู้ร้ายขืนใจเอี้ยๆ แต่ไอ้ผู้ร้ายคนนั้นดันเป็น
พระเอกไปเสีย 80%ของหนังสือทั้งหมด ก็ทำให้เง็งระหว่าง
คนเขียนกับคนอ่าน ระดับศีลธรรมมันช่างลดลง หรือว่าจะเป็น
เทรนด์ใหม่ฟะ? ต้องแสดงออกด้วยการข่มขืนเดี๋ยวผู้หญิง
ไม่รู้ว่ารัก? แล้วก็ดันโปรยหัวว่านิยายโรแม้ง โรแม้งบ้านเมิงสิ
ขืนใจกันอย่างกะไอ้โจรโรคจิตเนี่ยนะ โรแม้งมันต้องปล้ำกัน
ทั้งวันโว๊ย (นางเอกเป็นคนปล้ำนะ)

อ่านแล้วหาความรื่นรมย์ไม่มี หื่นตามก็ไม่ออก ที่แย่กว่านั้นอีก
นางเอกโดน XXXบ่อยๆ ก็ดันติดใจจบลงด้วยรักนะถึงได้ข่มขืน
นางเอกก็รู้แล้วล่ะงั้นจดทะเบียนกับชั้นสิจะได้ข่มขืนกันให้
ตายไปข้าง ไอ้นี่มันหนังโป๊แล้วเว้ย!!! ไม่ใช่โรแม้ง

ก็แอบสงสัยว่าคนอ่านหรือนักเขียนที่อายุน้อยๆ แยกระหว่าง
นิยายโรมานซ์กับนิยายข่มขืนออกจากกันไม่ได้หรือเปล่าคะ?
ตกลงโง่หรือบ้าที่แยกความรักกับการทำร้ายร่างกายไม่ออก?
หรือว่ามันเป็นเทรนด์ใหม่แบบละครทีวีก็บอกแบบนี้สิ ตูล่ะกลุ้ม...
แค่มีฉากก็พอแล้วเหรอคะ? เพราะไม่กล้าไปซื้อหนังสือโป๊อ่าน
เลยหาอะไรที่ใกล้เคียงกว่าแล้วโมเมว่าแบบนี้ใช่ สรุปว่า
อยากเรียนรู้เรื่องเพศหรือว่าเป็นรสนิยมสาวสมัยใหม่ไปแล้ว?
รสนิยมไม่ให้เกียรติผู้หญิงด้วยกัน แต่ยกย่องผู้ชายที่แสดงออก
เอี้ยๆ แบบนั้น??จริงๆ ก็อยากถามหรอกนะ ชอบกันเข้าไป
ได้ไงวะ? ถ้าในชีวิตจริงน่ะเอาไหม?

แถมข่าวว่านิยายโรมานซ์เดี๋ยวนี้ออกมาโดนหั่นฉากเลิฟซีน
ทิ้งหมด บางทีตูก็ว่าไอ้นิยายรักตบจูบข่นขืนยังบรรยายฉากได้
น่าเกลียดและหื่นกว่าอีกนะท่าน ...เฮ้อ จะหื่นทั้งทีก็หื่นให้มี
ศิลปะให้มันจรรโลงโลกหน่อยเซ่ ไม่ใช่อ่านแล้วหดหู่อย่างกับ
อ่านข่าวข่มขืนพาดหัวหนังสือพิมพ์ หรือกำลังอ่านประสบการณ์
เซ็กซ์ในเว็บอย่างว่า แบบนี้ไม่ใช่โรแม้งแล้ว กร๊วกเอ้ย!
ที่น่าตกใจกว่าไอ้คนที่เขียนแบบนี้มันดันเป็นผู้หญิง
หมดเลยนี่สิ....

การมีเซ็กซ์ในนิยายไม่ใช่เรื่องแปลกหากมีเหตุผลสมควร
ไปลงเอยกันบนเตียงไม่ใช่เขียนสถานการณ์ใดก็ได้ ให้ถนน
ทุกสายมุ่งสู่เซ็กซ์ ล่าสุดบนแผงหนังสือก็มีนักเขียนนิยาย
ที่โดนคนอ่านแบนไปแล้วจากกระแสบล็อกร้อนแรงช่วงหนึ่ง
กลับมาในนามปากกาใหม่แล้ว และตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์เดิม
ที่ปกสะดุดตาแบบประหลาดๆ นั่นแหละค่ะ ถ้ามีใจรักการ
เขียนจริงๆ ขอให้เริ่มต้นใหม่ได้อย่างสวยงาม และมีเหตุผล
ในการดำเนินมากขึ้นนะคะ นิยายโรมานซ์เป็นนิยายอารมณ์
วาบหวิวค่ะ ไม่ใช่นิยายที่เน้นแต่ทำ XXX ถ้าแบบนั้นคงไม่ต่าง
กับหนังสือนวลนางแล้วล่ะตัวเอง ข่าววงในว่าพลพรรคบล็อก
นรกรอเชือดกันตาเป็นมันอยู่นะเนี่ย อย่าเขียนให้เขาเอา
ขึ้นเขียงได้เน้อ


อันดับ 3 นอกจากทะเลทรายท่วมแผง ตบ-จูบ-ข่มขืน
แล้วก็เหมือนจะมองเห็นหน้าของเมมฟิส ไปทั้งแผงเลย
มีใครไม่รู้จักเมมฟิสบ้างก็ไปดูพระเอกบนปกการ์ตูนเรื่อง
คำสาปฟาโรห์นะค๊า นั่นแหละ ผมยาวๆ ใส่มงกุฎงู ลูกตา
เขียนอายแชโดว์เปลืองๆ หน่อย ตอนนี้นี่เป็นอีกอย่างที่กำลัง
อยู่ในเทรน “ฟาโรห์” แม่น้ำไนล์ พีระมิด บลาๆๆๆ
แต่ปัญหาคือ...ตูดันแยกปกไม่ออก ทุกปกดูเหมือนเมมฟิส
หมดเลย บางปกมีแครอลด้วยนะจะบอกให้ ทำไมไม่เขียน
ฮิตไทต์ หรือเมโสโปเตเมีย หรือเยรูซาเล็มกันบ้างล่ะ?
ก็ยุคเดียวกันนะ หรือว่าแรงบันดาลใจมันจากคำสาปฟาโรห์
อย่างเดียวหว่า? ที่อื่นเขาก็มีอาถรรพ์นะเอ้อ ฉีกๆ กันหน่อยก็ได้
ขี้เกียจอ่านนางเอกเอาแต่โดดน้ำแล้ว อีนี่มันจะไปแข่งโอลิมปิก
โดดน้ำหรือไงฟะ?


อันดับ 4 จาก 3 พล็อตที่ว่าพล็อตที่ 4 คือ “รวมหัวกันกลับชาติ
มาเกิด”
มันจะกลับมาเกิดกันเป็นฝูงทั้งพระเอก นางเอก ตัวร้าย
อะไรมันจะมายกแพ็คแบบนี้วะ ช่วงนี้จะฮิตมากโดยเฉพาะกับใน
นักเขียนกลางเก่ากลางใหม่ แปลว่าไม่ใช่ป้าและไม่ใช่เด็กไง
หรือแม้แต่เด็กวัยรุ่นปกการ์ตูนก็หันมาเขียนแนวนี้กันท่วมแผง
เลยล่ะ พร้อมใจกันฮิตว่างั้นเถอะ


สามัคคีกันดีมากนักเขียนไทย มีเพื่อนบางคนบอกว่า อ๋อ...
เขียนจนไม่มีอะไรจะเขียนแล้วไง ตอนนี้เลยมาฮิตเรื่อง
กลับชาติมาเกิด หลังจากช่วงที่แล้วนิยายพญานาคบูม
อืมๆ จริงๆ ก็ดีหรอกนะ คลาสสิคดี...แต่คุณมึงบางคนเนี่ย
ช่วยหาข้อมูลหน่อยได้ไหมยะ? ไม่ใช่ว่าเขาฮิตอะไรกันหล่อน
ก็เปิดตูดไปฮิตเขียนตาม ข้อมงข้อมูลไม่รู้จักหา แล้วเขียน
ห่าเหวอะไรออกมาก็ไม่รู้มั่วๆ ซั่วๆ แล้วมีหน้ามาเชิดหน้าว่า
เดี๊ยนเขียนเร็วเป็นศรีแก่สำนักพิมพ์ แต่ประสาทแดกกว่าคือ
ทำไม สำนักพิมพ์มันพิมพ์ให้วะ? อันนี้ดิงง...


อันดับ 5 พล็อตที่ 5 ยังอยู่ในชาร์ตซุปเปอร์ฮิตเหนียวแน่น
อมตะมาหลายปี นั่นคือแนว “นายนั่นประนังนี่”
“ ยัยบ้าปะทะไอ้บอ”
อะไรงี้ อันนี้ยังล้นแผงอยู่เหมือนเดิม
ลองๆ เปิดดูหลังจากไม่ได้แง้มแนวนี้มาหลายปี (พูดตรงๆ
พยายามแอ๊บแบ๊วอยู่จะได้มีเรื่องไปคุยกะเด็กๆ มันมั่ง) ผลก็คือ
...เหมือนเดิม เริ่มต้นประโยคประเภทว่า ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง
บลาๆๆ ยัยโน่นวิ่งมา ชนยัยนี่ ทั้งคู่กันจิกตบกัน แล้วก็พบว่า
ไอ้หนุ่มเป็นดาวโรงเรียน หล่อ รวย เหี้ย นางเอกเป็นสาว
เปิ่นก๋ากั่นปากหมาพ่อแม่ไม่สั่งสอนพอๆ กัน ด่ากันสนั่นทุ่ง
มีคำประเภทแสบสันต์จนมดลูกสะเทือน หรือต่อมลูกหมากฝ่อ
อะไรทำนองนั้น

อ่านแล้ว...หรือตูข้าจะเป็นป้าไปแล้วจริงๆ วะ ทำไมมันทั้ง
หยาบคาย ทั้งหยาบในการเขียน สั่วๆ ก็พิมพ์แล้ว และสิ่งที่
ไม่เข้าใจกว่าคือคนอ่าน ตะบี้ตะบันซื้อ ให้ด่ากันสะใจ
ก็พอแล้วเหรอคะ


อันดับ 6 ที่ขอทำนายว่ามันจะฮิตไต่อันดับขึ้นไปติดท็อป 5
ในไม่ช้า....นั่นคือ "แนวพระเอกเป็นมาเฟีย" (โดยเฉพาะมาเฟีย
อิตาลีจะฮิตมาก มาเฟียฮ่องกงเป็นอันดับสอง) นางเอกก็จะ
เป็นอีเป๋อสักคนไปอยู่กลางดงเจ้าพ่อ สวย(ไม่มาก) แต่ใสซิง
มองไงมันก็น่าจะโดนฟันแล้วทิ้ง แต่ดันได้เป็นนางเอกคู่กับ
ผู้ชายที่ทำอาชีพนอกกฎหมาย(ภาษาชาวบ้านเรียกผู้ร้าย
ว่าแต่เขาตูก็เคยเขียน...ก๊าก) อีเพื่อนบอกว่า อาชีพมาเฟีย
มันไม่ต้องอธิบายมาก มันแสดงถึงความเป็นผู้ชายมีอำนาจ
แล้วผู้หญิงที่ปราบได้เขาว่าเก่ง เซียน ยังความปลาบปลื้ม
แก่ผู้หญิงทั้งหลายขายฝันว่างั้นเถอะ

อันดับ 7 แนวซุปเปอร์สตาร์ขี้วีน พระเอกต้องหล่อรวย
โด่งดังแต่ขี้วีนสุดๆ ส่วนนางเอกก็นังบ๊องชอบชวนทะเลาะ
แถวนั้น ต้องมีปาปารัสซี่คอยรังควาน มีนางร้ายโนตม
แต่งหน้าเข้ม(นางร้ายแต่งหน้าอ่อนไม่ได้เหรอ?) ทำให้พระเอก
นางเอกผิดใจกันด้วยมุกง่ายๆ เหมือนอยู่ๆ ดันสมองฝ่อ
แล้วโง่...จริงๆ แนวนี้สนุกนะ ถ้าคนเขียนสามารถให้รายละเอียด
ที่แตกต่างออกไปได้ ทั้งที่อยู่ในพล็อตซุปเปอร์ฮิตก็เถอะ
แต่ส่วนใหญ่เขียนเหมือนอาหารชนิดเดียวกันแต่ต่างชาม
ใส่เท่านั้นเอง


อันดับ 8 แนวสืบสวนสอบสวน แต่จริงๆ มันคือนิยายรัก
ที่เอาพล็อตสืบสวนมาบังหน้านั่นแหละ โดยมากพล็อตจะ
อ่อนๆ หรือง่ายๆ แค่สร้างสถานการณ์ให้พระเอกนางเอกได้
อยู่ด้วยกัน ได้มีโอกาสกุ๊กกิ๊กกัน ตอนจบตัวร้ายโผล่มายิงไหล่
พระเอกหน่อย แล้วตำรวจจับไป นางเอกซาบซึ้งดีใจแต่งงานด้วย
จบ เคยเจออยู่เรื่องเพื่อนบอกเรื่องนี้ดังมาก น่ารัก บลาๆๆ
ยี่ห้อเจิดจ้ามากๆ 2 หน้าแรกพระเอกมีสถานการณ์โดนไล่ยิง
เลยต้องมาอยู่กับนางเอก 100 หน้าต่อมาพระเอกกุ๊กกิ๊กกับ
นางเอกจนกลายเป็นรัก(จริงๆมันคือชีวิตประจำวันพระเอกกะ
นางเอกง่ะ) 2 หน้าสุดท้าย ผู้ร้ายออกมายิงไหล่พระเอกแบบ
สูตรที่ว่า แล้วก็จบแบบสูตรเลย คนอ่านกรี๊ดดดดดดดดด
น่ารัก (ตรงไหนวะ)

ตูเกิดสงสัยระหว่างตูผิดปกติ อ่านแล้วคิดว่ามันมีแค่เนี้ย?
กับคนอ่านผิดปกติไม่ค่อยโลภมาก ต้องการอะไรจากคนเขียน
น้อยไปป่ะ มีอะไรให้อ่านก็อ่านๆ กันไปกรี๊ดๆ กัน บางทีก็
เหมือนฮิตเพราะโปรโมทชอบกล


อันดับ 9 นิยายอิงประวัติศาสตร์แต่ดันหาข้อมูลไม่ครบ
ยังให้คะแนน 7 เต็มสิบนะอย่างน้อยก็หาข้อมูล ภาษาสำนวนดี
แต่...มั่วไปหน่อยนะ บางเรื่องดั๊งดัง...คนอ่านปลาบปลื้มแทบจะ
ไปเดินทางตามรอยนิยาย เจ้าชายเขาเดินทางไปตั้งไกลวี๊ดวิ้ว...
แต่อีเพื่อนที่เรียนประวัติศาสตร์ดันพูดออกมาว่า...แก เวลาในเรื่อง
มันหายไปไหน 700 ปีวะ
แถมความเชื่อในยุคเดียวกันก็เอา 2 แบบ ทำไมเจ๊คนเขียนแก
ไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไปล่ะ ที่แย่ก็คือคนอ่านเข้าใจว่า
ข้อมูลนั้นถูกต้อง จำไปแบบนั้นถ้าเอาไปสอบสงสัยตกแหงๆ
หรือจะอีกเรื่องคนเขียนเรียนสายวิทย์ ทำงานสายวิทย์ แต่ดัน
เขียนอะไรที่ตกวิทย์ เง็ง?? แต่ถ้าอ่านเพลินๆ ไม่เผลอจับผิด
ไม่ดันเจือกรู้ดีกว่าคนเขียน ไม่คิดอะไรมาก จัดว่าอันดับ 9
นี่ก็ใช้ได้นะ


อันดับ 10 แนวหลายอารมณ์ในเรื่องเดียวกัน ขึ้นเรื่อง
เป็นคอมมันดี้ จบแบบ ดราม่าเศร้าเกือบสลด แล้วไปแฮปปี้
อีกรอบ ตกลงคุณเมิงจะเขียนแนวไหนกันแน่วะคะ ที่ฮา
ปนเครียดกว่านั้น ไอ้เรื่องที่เม้าท์ๆ อยู่เนี่ยมันดันติดท็อปไฟว์
ขายดีด้วย โอ้ว...ตูไม่เข้าใจ โลกนี้มีแต่ปริศนาเต็มไปหมด
เรื่องแนวจับไม่ถูกว่าจะเอาแนวไหนกันแน่ เริ่มมีปนๆ กันออกมา
ขนมผสมน้ำยา เฉาก๊วยกินกับแกงเผ็ด ภาวนาอย่าให้มันฮิต
เลยนะ ปวดหัว ที่จริงคนเขียนอันดับ 10 นี่สองสามเล่มที่
อ่านมาฝีมือดี สำนวนสวย แต่ดันเป็นพวกโลเลหลายใจ
เรื่องเลยไม่ไปไหนสักทาง สุดท้ายขึ้นอับดับอ่านจบแล้วโกรธ
ในใจตูข้าไปแล้ว


ตั้งใจว่าจะอัพบล็อกเรื่องอื่น แล้วไหงกลายเป็นระบายความเครียด
ในร้านหนังสือไปได้หว่า? เอาเหอะบล็อกตู...ตูใคร่จะเขียน ในฐานะ
ผู้บริโภค ใครไม่พอใจช่างคุณเมิงนะคะ ไปดีกว่าบ่นเสร็จแล้ว

ป.ล. ว่าแต่เอา 10 เล่มนี้ไปคืนร้านได้ปะ?


 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2551
Last Update : 30 กรกฎาคม 2551 22:53:59 น.  

1  2  3  4  5  6  7  

คิงเพนกวิน

Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

เป็นเพนกวินตัวน้อยๆ ดุร้ายเป็นบางโอกาส
มักจะถูกชาวบ้านในเน็ตเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชาย
ประจำ ไม่ก็กะเทย เกย์ พอเจอตัวจริงก็ถูก
อุทานใส่หน้าว่า "อ้าว?!! ทำไมเป็นผู้หญิงล่ะ?"
<---ฉันมันแมนมากหรือไงยะ? แรกก็ขำๆ อ่ะนะ
แต่พอมีครั้งที่ 2-3-4-5--->800 ชักเครียดว่ะ






























A King's penguin story
 
Friends' blogs
[Add คิงเพนกวิน's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.