It's called " puppy love"
โอ้ มาย บุดดา

มันถึงเวลาแล้วหรือนี่ เร็วไปหรือเปล่า

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ระหว่างขับรถไปส่งลูกสาววัยสิบเอ็ดขวบไปเรียนกีตาร์
เธอตั้งคำถามว่า. มัมมี่จะว่าอะไรไหมถ้ามีบอยมาครัช(crush) หนู (crush หมายถึงมีคนมาชอบ)
ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาระหว่างขับรถค่ะ(คุณแม่ใจสั่นมากระหว่างขับ มือเย็นเหงื่อตก อุณหภูมิสิบกว่าองศา)

ลูก : มัมมี่ขา รู้ไหมค่ะว่าเพื่อนหนูตอนหนูเรียนเกรดสามที่ชื่อ. นาย E. เค้าชอบหนู (ตอนนี้อยู่เกรดห้า โรงเรียนเดียวกันแต่คนละห้อง)
แม่ : เหรอค่ะ เพื่อนๆน้องก็ชอบลูกทุกคนแหละ (พยายามเลี่ยงหรือพยายามเข้าใจว่าเป็นอย่างอื่น)
ลูก : ไม่ใช่ค่ะมี่ เค้าชอบ special มากกว่าคนอื่น แบบบอยกับเกิร์ลอ่ะค่ะ
แม่ : เหรออออออลูก. แล้วหนูว่ายังไงหล่ะค่ะ
ลูก : ก็โอเคค่ะ. แต่มามี่ขา แล้วถ้าหนูชอบเค้าด้วย จะเป็นอย่างไรค่ะ

ความในใจล้วนๆ อยากให้อีพ่อมันนั่งอยู่ด้วยจัง
ในใจคิดว่า ลูกเลือกจะพูดกับเรา ถ้าเราคาบไปบอกอีพ่อ
ลูกจะโกรธไหมหนอ (ถ้าจะโกรธมากอ่ะ เดี๋ยวจะไม่ไว้ใจเรา
พ่อฝรั่งแต่ใจอนุรักษ์นิยมสุดๆ หวงลูกยิ่งกว่าหวงแม่ซ่ะอีก )

และที่สำคัญ อ่านต่อข้อความดอกจันทร์ถัดไป

*****เคสนี้อีพ่อมันเคยสงสัยมาตั้งแต่ตอนบ้านเรายังอยู่ละแวกเดียวกับนาย E. ตั้งแต่ลูกอายุแปดขวบ สามีบอกว่าสงสัยบอยคนนี้มาชอบลูกเราว่ะ พ่อบอกผู้ชายกันดูออก ตอนคริสต์มาสคอนเสิร์ต ส่งสายตาให้ลูกเราเป็นระยะๆ ชอบมาเล่นแถวบ้านเรา แถมมาชมเราออกบ่อยว่า แม่เธอทำขนมอร่อยๆๆๆๆ***** เราก็บอกน่าพ่อคิดมากไปหล่ะ เด็กๆเล่นด้วยกันสนุกก็เลยชอบมา ไม่ใช่มาเล่นกันสองคนมากันทีเกือบสิบคน อย่าหวงมาก คิดเกินเด็กนะคุณพ่อ******. แล้วเป็นไงหล่ะทีนี้

บทสนทนา บนรถ(ต่อ)

แม่ : เออ ลูกจ๋า. ก็ไม่มีอะไรผิดนะคะ แต่ยังเป็นเด็กอยู่นะ ลูกคิดจริงจังแบบว่าจะแต่งงานกับตา E. หรือเปล่าค่ะ
ลูก : หนูไม่รู้ค่ะ แค่ confuse คงยังไม่แต่งค่ะ. มัมมี่ขา มัมมี่แต่งงานตอนอายุเท่าไรค่ะ
แม่ : อืมมมมม แต่งงานตอนอายุสามสิบค่ะ. (กว่าจะมีคนหลวมตัวมา). แต่มัมมี่ก็มีบอยเฟรนด์นะคะลูก ก่อนหน้านั้น เพียงแต่ว่าเค้ายังไม่ใช่คนที่ใช่อ่ะค่ะ(ไม่มีหนุ่มมาขออ่ะ ที่จริง)

ลูก : แล้วหนูจะได้แต่งงานตอนอายุเท่าไหร่่ค่ะมี่
แม่ : มัมมี่ว่่า อีกนานมั่งค่ะ ลูกเพิ่งสิบเอ็ดเอง หรือลูกอยากแต่งงานแล้วค่ะ
ลูก : ไม่อยากค่ะ แค่หนูกลัวว่าถ้าหนูต้องมีบอยเฟรนด์ หนูจะไม่ได้เล่นสนุกกับเพื่อนๆ ต้องจากมัมมี่ไป หนูไม่อยากไป ไม่อยาก อดสนุกอดเล่นกับเพื่อนๆ

แม่ : ( ถอนหายใจยาวยิ่งกว่าขบวนรถไฟขึ้นเชียงใหม่ตู้นครพิงค์) อือ อือ แม่ก็ว่างั้นค่ะ ตกลงลูกจะคบตา e. เป็นบอยเฟรนด์ไหมค่ะเนี่ย (ขอคอนเฟิร์มอีกที เพื่อความมั่นใจ)
ลูก : ไม่หรอกค่ะ. เดี๋ยวหนูเรียนจบยูก่อนนะมี่. ทำงานซื้อรถซื้อบ้านให้มัมมี่ก่อนแล้วค่อยมีก็ได้. หนูยังไม่สนใจค่ะ
แม่ : ค่ะลูก ถึงบ้านครูพอดี. Have a nice time นะคะ

ทำเอาแม่ใจหายยยยยใจคว่ำหมดเลย อีหนูเอ๋ย



Create Date : 24 เมษายน 2556
Last Update : 24 เมษายน 2556 8:29:29 น.
Counter : 651 Pageviews.

0 comment
การไปดูคอนเสิร์ต
ปกติเด็กๆบ้านนี้จะได้รับโอกาสไปดูคอนเสิร์ตอย่างสม่ำเสมอ
ตั้งแต่หลานสาวคนแรกเริ่มเดินเตาะแตะ จนตอนนี้อายุเกือบจะสิบเจ็ดแล้ว
ตอนอยู่เมืองไทย ความที่คุณยายเป็นคนชอบฟังดนตรีคลาสสิคมาก เปิดกล่อมหูทุกครั้งเมื่อปิดทีวี
เสียงเพลงบรรเลงรอบบ้าน แม้ว่าครอบครัวเราไม่มีทักษะหรือพรสวรรค์ใดๆเรื่องการเล่นดนตรี
คุณตาก็เป็นภาคบังคับชอบพาสาวๆนั่งรถไปนู้นไปนี่ เปิดชรินทร์ไม่ก็สุนทราภรณ์ให้ฟังแถมเสียงร้อง
และเด็กๆไม่ค่อยมีโอกาสได้เลือกฟังเพลงเอง ก็ยังเด็กนี่นา

เพราะที่บ้าน เน้นการฟังเพลง ซึ่งออกจะไปเกือบจะทุกแนว
คุณตาฟังเพลงลูกทุ่งลูกกรุง
คุณยายฟังเพลงสากลทุกแนวเน้นคลาสสิค บรรเลง ฟิวชั่น ร็อค แจ๊ส บลูและรวมไปถึงโอเปร่า
คุณน้าชายฟังเพลงสากลทุกแนวยกเว้นเพลงไทยป็อปร็อคหรือฮิปฮอบที่ดังๆแต่เค้าก็ฟังและเป็นแฟนตัวยงของพี่บอยด์โกสิยพงศ์
คุณลุงฟังร็อค(ทุกแนว) ประเภทดังปากซอยถึงท้ายซอยไม่ฟังเพลงไทย. ก็ลุงเป็นฝาหรั่งอ่ะ
คุณป้าคุณน้าสาวๆฟังเพลงไทยร่วมสมัยทั้งหลาย
บ้านเรามีเครื่องเสียงอย่างดีไว้คอยฟังเพลงในทุกห้องของบ้าน ลำโพงต้องมีเสียงครบสายแจ็คต้องหุ้มด้วยทอง(เปลว) จริงๆเรียกอะไรไม่รู้อ่ะขอเว่อร์เรียกให้ทรมานเล่นๆ
บ้านน้าชายมีกระทั่งแอมป์พลิพลายที่ต้องใช้ฟิวส์หลอดๆหรือเรียกว่าแอมป์หลอดฟ่ะ มันระเบิดได้ด้วย
เอาเข้าไปนั่นต้องคอยเปลี่ยนหลอด เห็นไปขนซื้อมาเป็นร้อยๆหลอด
ไม่รวมไอ้พวกเครื่องเสียงบ้าบอคอแตกที่บรรดาคุณผู้ชายลงทุนลงเงินติดตั้งไว้ในรถ


ที่เราเห็นว่าดีมากๆด้านการกล่อมเกลาเด็กๆคือ ยามว่างๆเสาร์หรืออาทิตย์ คุณยายจะพาสาวน้อยๆทั้งหลายไปฟัง คอนเสิร์ตดนตรีในสวน จัดและบรรเลงโดยวง Bangkok Symphony Orchestra ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มจัดจนกระทั่งปีที่เด็กๆต้องย้ายมาเรียนหนังสือที่แวนคูเวอร์ หลานๆชอบเวลาไปสวนลุมที่สุด เพราะคุณยายตบท้ายด้วยการเลี้ยงไอศครีม(ซึ่งแพงมาก) คนที่เคยไปจะทราบได้เลยว่ามีอยู่เจ้าหนึ่งขายเป็นไอศครีมเป็นเม็ดๆเล็กๆเหมือนโฟม ตกลงชอบฟังหรือชอบกินก็ไม่แน่ใจแต่ยังไง ถ้าไม่ปิดหูเสียงเพลงต้องเข้าไปแน่นอน

เอาล่ะ. ย้ายเมืองมากัน
ภาระด้านรสนิยมทางดนตรีจึงต้องตกเป็นของเรา คุณแม่และคุณน้าที่ฟังเพลงฟรีมาโดยตลอด นับแผ่นซีดีเพลงที่ตัวเองมี(หมายถึงซื้อเอง) มีไม่ถึงสิบแผ่น แหะๆก็จะซื้อทำไมหล่ะค่ะ ก็บอกแล้วว่าฟังฟรีมาโดยตลอด ใครๆก็ชอบซื้อชอบฟังทุกแนว ถ้าไปซื้อก็ซ้ำแถมเปลือง อยากฟังก็แค่เปิดประตูห้องนอนกว้างๆก็ได้ยินเพลงทุกแนว

เด็กๆได้รับการกล่อมเกลามาเบ็ดเสร็จเรียบร้อยค่ะ ไม่ได้ลำบากน้ามาก เพราะเมื่อเข้าโรงเรียนก็สมัครเข้าชมรมดนตรีร้องเพลงประสานเสียงกัน บ้างก็เป่าฟลุ๊ต ส่วนลูกสาวเข้าโรงเรียนประถมยังไม่มี music band เธอเลยเริ่มเล่นกีตาร์ เพราะเปียโนอยู่ที่เมืองไทยหอบมาไม่ไหว. ไม่ได้ให้เค้าเรียนไวโอลินหรือเปียโนต่อ เพราะดูแล้วถามแล้วไม่ชอบค่ะ แต่ดูจะชอบกีตาร์มากเพราะที่โรงเรียนมีคลาส ukulele เรียนไปเรียนมาได้เกรดเอ(มาแบบแม่ งง). ถามว่าเด็กๆชอบเพลงแนวไหน บอกไม่ถูกค่ะ. ปีที่มาจัสติน บีเบอร์กำลังดังแถมเป็นแคนาเดี่ยน ชอบกันมาก ขอเงินไปดูคอนเสิร์ต ซึ่งแพงมากเลยต้องยั้งไว้ก่อน ถัดมาก็เป็น one direction ก็ยั้งไว้ กลัวเงินไม่พอซื้อกับข้าวกิน

แล้วจะได้ไปไหมเนี่ย แน่นอน เราต้องพัฒนารสนิยมทางดนตรีอย่างต่อเนื่อง
ฟรีคอนเสิร์ตเป็นคำตอบสุดท้ายและเป็นคำตอบเดียวเท่านั้นค่ะ สำหรับครอบครัวขนาดหกคน

เราพาไปดูคอนเสิร์ตฟรีเวลาวันชาติแคนาดาไปทุกปี. สนุกดีค่ะ ปูเสื่อนอนรอ กินรอทำแซนด์วิช ขนมและเครื่องดื่มไปกันเอง ใครๆก็ทำกัน
คุณพ่อบ้านมักจะเจอพวกเพื่อนๆเค้าตามงานคอนเสิร์ตนี้.
คุณพ่อบ้านเป็นคนตลกค่ะ ชอบทำเด็กๆอาย เพราะร้องเพลงไปเต้นไป แถมท่าเต้นเหมือนไส้เดือนโดนขี้เถ้าในระยะสุดท้าย
บังคับจับมือเด็กๆเต้นด้วย ปีแรกๆลูกกับหลานก็ยอมค่ะ
ปีถัดๆมามันรู้แกวกัน หนีไปเล่นเครื่องเล่นกันหมด เราเลยต้องทำแอ๊บหลับ ปล่อยคุณเค้าอินไปลำพัง แต่คนอื่นๆก็เต้นกันนะคะ. ไอ้เรามันคนไทย มันต้องอายเรื่องที่ไม่น่าอายค่ะ เหอะเหอะ

ตอนคุณยายมาเยี่ยมที่แคนาดา แหม คุณยายแม่ พาสาวๆไปดูโอเปร่าอีกนะคะ. กลัวเทสสาวๆหล่นตกหาย (ไม่ไว้ใจเรา ว่างั้น). กว่าจะกลับเกือบเที่ยงคืน งวดนี้ถามว่า จะไปอีกไหมลูก เค้าบอกขอพัก ฮาฮาฮา สงสัยตาปรือตั้งแต่เพลงแรก หลักๆเลยคือร้องเป็นเพลงภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ลูกบอกไม่เข้าใจ

เมื่อเดือนเมษายนนี้เอง วันที่หนึ่ง RIHANNA Diamond world tour มาจัดที่แวนคูเวอร์ คุณพ่อคุณแม่จัดแจง(ข่มใจ)ซื้อตั๋วไปดูกัน หกใบด้วยกันไม่ต้องนับราคาเพราะเอาไปดาวน์รถที่เมืองไทยได้หนึ่งคันค่ะ

หลังจากที่ตื่นเต้นหัวใจเต้นกรี๊ดกร๊าดตอนเดินเข้าไปใน Vancouver Arena คอนเสริ์ตควรจะเริ่มตอนหนึ่งทุ่ม ปรากฎว่า Super Diva มาเอาตอนสี่ทุ่ม เด็กๆไม่สนุกด้วยแล้วหลังจากรอนานมาก แต่ก็ยังตื่นเต้นยืนดูตอนร้องเพลงคลอเบาๆ แต่ไม่เต้นค่ะมีไอ้ตัวเล็กสองสาวที่เต้นนิดๆหน่อยๆ งามอย่างไทยค่ะ ต้องขอชมคุณยายที่สอนมาเป็นอย่างดี

ที่ผิดหวังมากไปกว่านั้นคือริฮันน่าลิปซิงค์เกือบตลอด ไมค์หล่นจากปากตลอดเวลา แถมเล่นคอนเสิร์ตไม่มีอะไรที่แตกต่างหรือเป็นพิเศษจากคอนเสิร์ตของนางในที่ต่างๆเลยปค่เติมคำในช่องว่างเป็นชื่อเมืองที่ไปเล่นขณะนั้น
แถมนางสบถคำหยาบตลอดเวลา ทำเอาพ่อกับแม่สะดุ้ง มองกันตาเหลือก จะอธิบายสาวๆอย่างไรดีหนอโดยเฉพาะคนเล็ก(สิบขวบ) ไม่เป็นไรปล่อยคุณพ่อจัดการ แต่โดยรวมๆก็สนุกค่ะ ที่สำคัญเป็นคอนเสิร์ตระดับโลกครั้งแรกของเด็กๆ

กลับบ้านเกือบตีหนึ่งค่ะ วันรุ่งขึ้นเป็นวันเปิดเทอมวันแรกหลังจากสปริงเบรค
อิอิอิ หน้าตาสาวๆดูหมองคล้ำไร้ราศรี(มีแต่ราคีเต็มเบ้าตา) ไปโรงเรียน
มีแต่คุณแม่คนเดียวสบายยยยยย. นอนเก็บแรงได้ เลยมีโอกาสเปิดดู ยูทูปดูคอนเสิรต์เมื่อคืนอีกรอบ
เป็นการเช็คว่าไม่ได้ตาฝาดหูฝาดหรืออคติเนื่องการหล่อนไปสาย เลยพาลไปเรื่องอื่น

กำลังคิดๆอยู่เรื่องคอนเสิรต์ครั้งหน้า คุยกับคุณครูที่สอนกีตาร์เค้าแนะนำว่าเป็น Bruno Mars จะดีกว่าเพราะเด็กชอบฟังมากกว่าเต้น น่าจะได้อรรถรสกว่า

แล้วคุณๆ ว่ากันยังไงค่ะ









Create Date : 20 เมษายน 2556
Last Update : 20 เมษายน 2556 0:51:45 น.
Counter : 2001 Pageviews.

0 comment

Ugly bacon
Location :
British Columbia  Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Thai Housewife with Canadian husband and a daughter. We live in a small town near Vancouver.