เหตุเกิดเมื่อไปทำบุญวัดไทย เจ้าที่วัดเค้าแรงจริงๆ
จริงๆแล้วเรื่องก็เกิดมานานกว่าปีแล้วค่ะ
ไม่เคยคิดว่าจะเจอด้วยตัวเอง

ปกติจะพาลูกหลานไปเข้าวัดสวดมนต์ทำวัตรเช้า
นั่งสมาธิและท้ายสุดคือตักบาตร
หลังจากตักบาตรร่วมกัน ผู้คนที่ร่วมกันมาทำบุญก็จะร่วมกันทานอาหารที่เหลือ

ฟังดูก็ปกติดี
แต่ที่ไม่ปกติคือ วันนั้นเราก็ทำกับข้าวอาหารไปสองอย่างไปตักบาตรทำบุญ

แต่ในช่วงก่อนสวดมนต์ พระท่านก็ถามไถ่ สนทนากันค่อนข้างนานเพราะมีเด็กๆไปด้วย
กรรมการวัดผู้หญิงสองคนก็มานั่งรอผู้คนมาวัดกัน ก็นั่งฟังแล้วชักสีหน้าเบื่อหน่ายใส่เรากับเด็กๆ
เหตุที่คุยกันนาน
เด็กๆเคยเป็นพุทธบุตรอาสาของวัดเมื่อปีก่อนๆ มาปุจฉาวิสัชชนากับพระสงฆ์ที่วัดนี้ให้ท่านกล่อมเกลาก็หลายหน และเพราะว่าไม่มีใครนอกจากครอบครัวเราและกรรมการหญิงสองท่านที่มาวัดในวันนั้น ท่านยคุยรอๆเผื่อจะมีคนอื่นมาทำบุญสวดมนต์เพิ่มอีก

ทุกอย่างปกติจนถึงเวลาทานอาหารร่วมกันนี่แหละค่ะ
ช็อตเด็ด เราเอื้อมไปตักกับข้าวอื่นๆที่ไม่ใช่เราทำไป
จานกับข้าวสองจานถูเลื่อนกลับไปอยู่ข้างขวามือของและรหว่างกลางของกรรมการวัดทั้งสองคน อย่างรวดเร็วและพร้อมๆกันทั้งสองจานทั้งสองคน

ช้อนค้างกลางอากาศเลยนะคะ
ถึงขั้นตกใจ เอ่ยอะไรว่ะเนี่ย
แต่กับข้าวที่เราทำไปเค้าก็ไม่ตักนะคะ

เลยมานั่งคุยๆกับแม่และหลาน สงสัยว่าเค้าคงโกรธที่พระมาคุยกับพวกเรานานไป
ไม่ได้ให้ความสำคัญหรือคุยกับกรรมการสองคนนี้มากนัก
แม่บอกว่าเกิดมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยยังจะปาเข้าไปเจ็ดสิบ
ไม่เคยเจอะเคยเจอพฤติกรรมแบบนี้ น่ารังเกียจมากๆ

แม่ตั้งคำถามว่า คงจะจริงที่ว่าคนไทยในต่างแดนไม่รักกัน อิจฉาริษยากันแม้เรื่องเล็กๆน้อยๆ
หลังจากวันนั้น แม่ไม่ไปวัดไทยวัดนี้อีกเลย เพราะรังเกียจคนสองคนนี้ ไม่อยากเห็นหน้าอีกเลย

แม่ค่อนข้างโกรธเหมือนกันเพราะเด็กๆยังเข้าไปตักกับข้าว ความที่ไม่รู้เรื่อง
เค้าเอาแขนบังไว้ไม่ให้ตักถึง คนสองคนที่ว่านี่คนหนึ่งอายุเลยห้าสิบอีกคนก็น่าจะสี่สิบปลายๆ
วุฒิภาวะไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่เอาเสียจริงๆค่ะ



Create Date : 18 เมษายน 2556
Last Update : 18 เมษายน 2556 11:52:16 น.
Counter : 2299 Pageviews.

3 comments
  
ไปวัดแท้ๆกลับไปสะสมกิเลสกันนะคะ แย่จัง
โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 18 เมษายน 2556 เวลา:15:12:04 น.
  
แม่น้องกะบูนคะ. ค่ะเป็นเรื่องแปลกๆที่นี่ คนมาทำบุญแต่หวงของกิน นานเข้า คิดแล้วก็ขำค่ะ

มีคนไทยหลายคนชอบเล่าให้ฟังว่า
คนไทยที่นี่ชอบไปวัดกันเฉพาะวันที่คนเยอะๆ หรือวันที่วัดจัดงานต่างๆ
พาเพื่อนๆต่างชาติไปด้วย ทำนองพาไปกินอาหารไทยฟรี พาไปอวดตัวว่ารู้จักฝรั่งเยอะ เป็นโอกาสได้อวดเสื้อผ้าหน้าผมและกระเป๋าแบรนด์เนม
แต่ในวันปกติๆ ไม่เคยเข้าวัดเพื่อไปสวดมนต์ถือศีลหรือนั่งสมาธิเลย

จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเราเองก็ยึดถือว่าธรรมะอยู่ที่ใจ เคร่งครัดในศีลห้าก็เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี เราเองตอนสาวๆไม่ชอบไปวัดเพราะทำใจเรื่องพุทธพาณิชย์ในวัดไม่ได้อย่างแรง ไม่ชอบฟังเรื่องปาฏิหาร์ยใดๆ ที่ทำให้วัดหรือพระสงฆ์ที่วัดนั้นพิเศษไปจากรูปอื่นๆ

อีกที่หนึ่งที่นิยมกันคือสมาคมกันตามบ้าน เล่นไพ่กันทำกับข้าวไทยกินกัน
และถ้ามืออาชีพหน่อยก็นั่น อยู่กันในคาสิโน ซึ่งเรื่องแบบนี้ทำกันในทุกประเทศค่ะ
เคยไปอยู่อังกฤษและออสเตรเลียมาก่อนมาอยู่แคนาดา เป็นภาพเดียวกันเลย

กลายเป็นว่ามาอยู่เมืองนอก การคบหาคนต้องใช้ความระมัดระวังตัวมากกว่าตอนอยู่เมืองไทย จะกลายเป็นคนสังคมปิดไปอยู่แล้ว
ดีที่ว่าสะสมเพื่อนๆไว้เยอะตอนอยู่เมืองไทย นั่งเปิดเฟสบุ๊คเพื่อนๆอ่าน ดูรูปไปเม้นท์เพื่อนโอดโอยรำพันกับเพื่อนผ่าน social network ค่อยคลายเหงาไปได้
สมัยก่อนตอนอยู่อังกฤษ ประมาณปีสองพัน คอมพิวเตอร์ยังไม่ไฮเทคมากขนาดนี้ เหงาจับจิตเลยค่ะ







โดย: pano วันที่: 19 เมษายน 2556 เวลา:23:24:00 น.
  
สังคมเปลียนไป ยิ่งห่างไกลธรรมะ ยิ่งแย่ใหญ่ การอยู่ในสังคมยุคปัจจุบัน ต้องมีสติแยกแยะผิดถูกคัดเลือกเอา สำคัญที่สุดคือจิตใจของเรา ศึกษาให้ดี พระไตรปิฎกออนไลน์ก็มีนะ คุณอยู่มุมไหนของโลกก็เปิดศึกษาเอาได้ คนเราในยุคคอม มันสุดขั็ว ดีที่สุดและแย่ที่สุด ....บังเอิญมาอ่านพบเลยร่วมแจม
โดย: ที่เมืองไทย IP: 125.26.208.221 วันที่: 14 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:46:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Ugly bacon
Location :
British Columbia  Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Thai Housewife with Canadian husband and a daughter. We live in a small town near Vancouver.