Group Blog
 
All Blogs
 

โฮ่งตัวที่ 1: เรื่องของตัวเล็กกับแววตาที่เปลี่ยนไป

ตัวเล็กเป็นหมาไม่มีเจ้าของ จากประวัติที่ถาม ๆ มาว่าเดิมเคยอยู่ที่สวนธนฯ กับแม่ แม่จะเป็นคนหาอาหารแล้วเอามาคายให้ตัวเล็กกิน เนื่องจากตัวเล็กเป็นหมาขี้กลัวจะแอบซ่อนอยู่ตลอดเวลา ต่อมามีคนเอาแม่ไปเพราะแม่เป็นหมารูปร่างสวย แต่ปล่อยให้ตัวเล็กต้องอยู่คนเดียว

ต่อมาตัวเล็กไม่สบาย พอดีมีคนเห็นจึงเอามารักษา แล้วเลี้ยงปล่อยไว้ที่หมู่บ้าน ตัวเล็กยังคงขี้กลัว ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ แต่คนที่เอามาเรียกว่า “ตัวเล็ก”

ภาพนี้เป็นวันแรกที่เจอ เห็นตอนแรกนึกว่าเป็นลูกกวาง เพราะขายาวตัวผอมมาก ๆ ลองเอาอาหารเม็ดเทไว้ ก็ยอมกินต่อเมื่อไม่เห็นใครแล้ว


หลังจากนั้นก็ทำการผูกมิตร โดยเอาอาหารเทไว้ให้เขากิน แต่ยังจับตัวกับเข้าใกล้ไม่ได้


หน้าตาเริ่มดีขึ้น แต่ยังคงนิสัยชอบแอบหลบตามพุ่มไม้


โชคดีที่เข้ากับกาแฟหมาในหมู่บ้านได้ เลยกลายเป็นเพื่อนเล่นกัน


เริ่มเข้าใกล้ได้มากขึ้น แต่ก็ยังคงไม่ยอมให้จับตัว แต่แอบวิ่งตามเวลาเราไปทิ้งขยะ


วันอังคารที่ 7 กันยายน 53 เจอตัวเล็กแอบอยู่ใต้รถข้างบ้าน พอเขาขับรถออกไปเราเห็นสภาพตัวเล็กแล้วตกใจเพราะขาหลังใช้การไม่ได้ ขาหน้าเหยียดตรง ใช้ก้นไถไปรอบ ๆ ถนน


สอบถามคนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครรู้ว่าไปโดนอะไรมา เราเคยแต่เลี้ยงแมว ไม่เคยอุ้มหมามาก่อน ไม่รู้ทำยังไงดี ตัดสินใจไปรพ.ก่อน ลองเอากะละมังที่บ้านมาใส่ กลัวตัวเล็กกัดด้วย แต่อาจเป็นเพราะตัวเล็กเจ็บแผลก็ได้ เขาไม่กัด ได้แต่ถัดก้นหนีไปแอบ แต่เราก็อุ้มใส่กะละมังจนได้


ดูจากสภาพแล้ว เห็นขาหลังเหยียดตรง งอไม่ได้


รู้ว่าตัวเล็กคงกลัว เพราะตัวสั่นตลอด แต่ก็ยอมให้เราลูกหัวเขาเป็นครั้งแรก


คุณหมอx-rayโดยรวมดูไม่พบกระดูกหัก แต่หมอบอกว่ามีอาการหายใจไม่ปกติ ให้ลองฉีดยาฆ่าเชื้อกับแก้ปวด เราฝากตัวเล็กไว้ที่รพ.เลย เพื่อสะดวกในการรักษา คิดว่างานนี้คงต้องรักษากันยาวแน่ ๆ


วันที่ 2 ของการรักษา x-ray เฉพาะจุดอีกครั้งไม่พบกระดูกสันหลังหักหรือทับเส้นประสาท แต่มีกระดูกสันหลังเคลื่อนเล็กน้อย และมีแผลกดทับด้านซ้าย กล้ามเนื้อหูรูดเสีย ทำให้ควบคุมฉี่ไม่ได้ ที่สำคัญคือมีเกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวสูง


คุณหมอสันนิษฐานว่าน่าจะโดนรถชนแล้วอาจจะลากเขาไป ทำให้มีแผลตามตัวมากมาย ตอนเห็นคราวแรกไม่นึกว่าจะเป็นเยอะขนาดนี้ แต่ก็ต้องรักษาถึงที่สุด อยากให้เขาหายดี


วันแรก ๆ ตัวเล็กไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย ไม่ยอมกินข้าว กัดคนดูแล ดื้อมาก ๆ เวลาทำแผลไม่มีใครอยากทำให้เพราะแรงเขาเยอะ ดิ้นสุด ๆ แต่อาจเป็นเพราะเขาจำเราได้ เลยยอมให้เราจับ แต่ก็ต้องช่วยกันจับถึง 4คน


หลังจากปรับสภาพได้ ตัวเล็กเริ่มกินข้าวที่เราเอาไปฝากได้ เราจำได้ว่าเขาชอบตับย่าง เลยซื้อไปเอาใจซะหน่อย


เจอกับคุณหมอที่รักษาระบบประสาท คุณหมอบอกว่าตัวเล็กมีอาการตอบสนอง สามารถลุกขึ้นยืนได้ เดินได้เล็กน้อย ต้องทำกายภาพ อาจสามารถกลับมาเดินได้อีก 90%


อาจเป็นเพราะตัวเล็กยังเด็ก ฟื้นฟูได้ง่าย ทำให้วันอังคารที่ 14 กันยา 53 ได้รับแจ้งจากทางรพ.ว่าตัวเล็กกลับบ้านได้แล้ว แต่เนื่องจากเราไม่อยากเอาเขากลับไปปล่อยไว้ที่เดิม เพราะอาจโดนรถชนอีก ซึ่งถ้าชนอีกทีเราไม่รู้ว่าเขาจะเป็นยังไง เลยต้องหาคนรับเลี้ยงชั่วคราว


เราพาตัวเล็กไปฝากบ้านพี่สาวไว้ วันแรกที่ไปก็ตื่นพอสมควร แต่ยังควบคุมฉี่กับอึไม่ได้ เดินไปไหนก็ไหลเป็นทาง ต้องคอยเช็ดก้นตลอด แต่ยากตรงที่ตัวเล็กไม่ยอมให้ความร่วมมือ ไม่ยอมให้จับ


คงต้องใช้เวลาพอสมควรกับการปรับสภาพทั้งร่างกายและจิตใจ


ผ่านไปอาทิตย์นึง ตัวเล็กเริ่มปรับสภาพได้ รู้ว่าชามข้าวตัวเองอยู่ตรงไหน


มีที่นอนประจำ แต่ระบบขับถ่ายยังควบคุมไม่ได้


เวลาเป็นเครื่องช่วยรักษาได้เป็นอย่างดี ตัวเล็กยอมให้จับได้บางครั้ง ทำให้สามารถจับอาบน้ำได้เป็นครั้งแรก


ตอนนี้แววตาตัวเล็กเริ่มไม่หวาดระแวงเหมือนวันแรก ๆ แล้ว แถมได้เพื่อนใหม่เป็น “มะขวิด” หมาบ้านพี่สาวคอยดูแลอีกด้วย


มะขวิดคอยดูแลน้อง คอยเลียให้ ส่วนระบบขับถ่ายของตัวเล็กเริ่มควบคุมได้แล้ว


ณ ขณะนี้ แววตาตัวเล็กมีแต่ความสุข ได้กินอิ่ม นอนหลับ ออกกำลังกาย (แต่ไม่ยอมให้คนจับอยู่ดี) เวลาเราไปเยี่ยมเขาก็จะออกมาต้อนรับ บางครั้งก็เลียมือให้




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2553 17:01:02 น.
Counter : 970 Pageviews.  


aristocats
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add aristocats's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.