They're called miracles because they don't happen.

อิอิคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Orange Design Pointer
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add อิอิคุง's blog to your web]
Links
 

 

ความเห็นของผมเกี่ยวกับโปสเตอร์ฉาวต้านชุดนักศึกษาในธรรมศาสตร์

ไหนๆมันก็เป็นกระแสขึ้นมาแล้ว ก่อนกระแสจะตกไปขอผมออกความเห็นเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นตอนนี้สักหน่อย

บอกตรงๆ ไม่น่าจะมีมหาวิทยาลัยไหนในไทยให้เสรีเท่าธรรมศาสตร์อีกแล้วแต่ทำไมเด็กที่นี่ถึงได้มีปัญหากับเรื่องสิทธิเสรีภาพกันเหลือเกิน ถ้าเข้าใจไม่ผิดในประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่ไม่บังคับให้เด็กแต่งชุดนักศึกษาสองแห่งคือธรรมศาสตร์และรามคำแหงแต่ไม่เห็นเด็กรามเขาจะสำลักเสรีภาพเรื่องชุดนักศึกษากันเลยนะครับ…


ลองคิดดูว่าเป้าหมายของผู้ทำโปสเตอร์ที่จริงคืออะไรกันแน่ระหว่าง

1.ต้องการประท้วงอาจารย์วิชาTU130(หรือวิชาอื่นๆ)ที่บังคับให้แต่งชุดนักศึกษามาเรียนทั้งๆที่กฎระเบียบของมหาลัยไม่ได้บังคับ 

หรือ 2.ต้องการให้ยกเลิกชุดนักศึกษาไปซะ (ซึ่งเป้าหมายข้อนี้ทั้งครอบคลุมและใหญ่กว่าข้อแรกมาก)

ถ้าเป็นข้อแรกผมเห็นว่าเขาใช้การสื่อสารที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่คือหลงประเด็นไปไกลมากทีเดียว เพราะเมื่อมองจากรูปภาพที่สื่อออกมาในโปสเตอร์แล้วดูเหมือนจุดประสงค์ของผู้ทำน่าจะอยู่ที่ข้อสองมากกว่าและไม่ได้สื่ออะไรถึงการบังคับของอาจารย์เลย(ที่จริงเขาว่าภาพนักศึกษาชายเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจที่บังคับให้นักศึกษาซึ่งแทนด้วยภาพนักศึกษาหญิงสวมใส่ชุดนักศึกษา … โอ ถ้าไม่ไปหาอ่านข่าวคงไม่มีทางนึกถึง ช่างอาร์ทติสเหลือเกินยังกับต้องตีความ MV lady gaga เลยนะครับ) อย่างไรก็ตาม ในเมื่อธรรมศาสตร์ไม่บังคับให้แต่งชุดนักศึกษามาเรียน ผมเห็นว่าถ้ามีอาจารย์บังคับให้นักศึกษา”ต้อง”ใส่เครื่องแบบมาเรียน นักศึกษาย่อมมีสิทธิ์ที่จะร้องเรียนไปทางมหาลัยได้ เพราะนักศึกษาไม่ได้ทำผิดกฎแต่อาจารย์ต่างหากที่ใช้อำนาจเกินมหาลัยกำหนด(อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวตามประสาคนที่รู้เรื่องกฎระเบียบข้อบังคับของมหาลัยแบบผิวเผินนะครับ) และผมจะถือว่านี่เป็นสิ่งที่ทำภายในขอบเขตของเสรีภาพที่นักศึกษามี”ถ้า”การแสดงออกยังอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและคิดหน้าคิดหลังเป็นอย่างดีก่อนลงมือทำ ไม่ใช่เอาแรงเอาสะใจเข้าว่าโดยไม่นึกถึงผลกระทบที่ตามมา แต่จะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมแต่อย่างใด เพราะมันเป็นการแสดงออกถึงเรื่องทางเพศอย่างโจ่งแจ้งเกินไปและไม่สร้างสรรค์เลย

                แต่ถ้าเป็นข้อสองผมก็เห็นว่ามันไม่เข้าท่าอยู่ดีที่จะชูประเด็นเรื่อง “ชุดนักศึกษาดึงดูดอารมณ์ทางเพศ” มาใช้อ้างเพื่อต่อต้านการใส่เครื่องแบบ เพราะข้อโต้แย้งมากมายสามารถผุดขึ้นในหัวผู้วิจารณ์ได้อย่างรวดเร็วยกตัวอย่างเช่น

“เครื่องแบบพยาบาลทหารหญิง ตำรวจหญิง พนักงานออฟฟิศ ก็ยั่วอารมณ์ได้เหมือนกันถ้าจะยกเลิกเครื่องแบบนักศึกษาด้วยเหตุผลนี้เครื่องแบบอื่นๆก็คงต้องยกเลิกไปทั้งหมด”

“จริงอยู่ที่ชุดนักศึกษาอาจดึงดูดอารมณ์ในความรู้สึกผู้ชายบางคน แต่ชุดไปรเวทหลายๆชุดมันก็ดึงดูดอารมณ์พอกัน”

“ที่มันดึงดูดอารมณ์ก็เพราะนักศึกษาแต่งล่อแหลมกันเองถ้าใส่ให้ดีตามระเบียบก็ไม่ได้ดึงดูดอะไรหรอก” ฯลฯ

พูดง่ายๆก็คือมันเป็นข้ออ้างที่ไม่มีเหตุผลหนักแน่นพอนั่นเอง(แถมยังดูไม่เข้าท่าและไม่สร้างสรรค์เอาซะเลย)ถ้าอยากให้ยกเลิกเครื่องแบบ มีเหตุผลที่เข้าท่ากว่านี้อีกเยอะที่จะหยิบมาใช้

อีกจุดที่น่าสงสัยคือ มีความจำเป็นอย่างไรที่ต้องยกเลิกชุดนักศึกษาในธรรมศาสตร์?

ถ้าคุณต้องการเสรีภาพในการแต่งกายธรรมศาสตร์ก็มีให้คุณเต็มที่แล้วไม่ใช่หรือ? ธรรมศาสตร์ไม่ได้บังคับให้นักศึกษาใส่เครื่องแบบมาเรียนอยู่แล้วนี่ครับแล้วคุณจะเรียกร้องเอาอะไรอีกล่ะ?(หรือคุณอยากใส่ชุดไม่สภาพมาเรียนได้ ? ก็คงไม่ใช่มั้ง) ถ้าคุณจะบอกว่า “เสรีภาพที่ว่าไม่มีจริงเพราะอาจารย์บางคนห้าม” ผมรบกวนให้กลับไปอ่านที่ข้อแรกอีกทีนะครับ

หรือว่าเป้าหมายของคุณไม่ใช่ในธรรมศาสตร์แต่เป็นในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ? อืมม ถ้าเป็นแบบนี้คุณไปตั้งต้นเรียกร้องที่มหาลัยอื่นเลยไม่ดีกว่าหรือ?แต่ผมเห็นว่าอย่าเพิ่งไป“เสล่อ” กับมหาลัยอื่นเขาเลยดีกว่า ปล่อยให้เขาจัดการของเขาเองเถอะครับ แต่ถ้าคุณอยาก”เสล่อ”จริงๆล่ะก็ คุณถามพวกเขารึยังว่าเขาต้องการเครื่องแบบนิสิต/นักศึกษาหรือไม่?(ถามเฉยๆพอนะครับไม่ใช่ชักจูงลองให้เขาตัดสินใจจากพื้นฐานความคิดของตนเอง) ถ้าถามแล้วมีนิสิต/นักศึกษาที่ต้องการเรียกร้องมากพอหรือยังที่จะไปเปลี่ยนกฎระเบียบของเขาตามอำเภอใจ(อย่านับเด็กธรรมศาสตร์รวมเข้าไปด้วยนะคับ นับแค่ในมหาลัยนั้นๆ)

สุดท้ายนี้ผมคิดว่าถ้าเราเปลี่ยนแนวคิดของโปสเตอร์ให้เป็นการรณรงค์ไม่ให้นักศึกษาแต่งเครื่องแบบล่อแหลมยั่วอารมณ์ทางเพศคงจะดีกว่านี้มาก 




 

Create Date : 10 กันยายน 2556    
Last Update : 10 กันยายน 2556 22:12:57 น.
Counter : 670 Pageviews.  

เกย์ ไม่ใช่โรค รักษาไม่หาย และไม่จำเป็นต้องรักษา


ผมเคยเจอข้อความหนึ่งที่กล่าวว่า "เป็นเกย์ ไม่ได้เป็นโรค รักษาไม่หายหรอก" มาจากที่ไหนสักแห่ง

ผมอ่านแล้วก็อยากต่อท้ายเพิ่มให้อีกหน่อยว่า "และไม่จำเป็นต้องรักษาด้วย"

สมมติว่าคุณเกิดมาผิวดำ อาจจะมีเทคโนโลยีบางอย่างที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนผิวสีดำให้กลายเป็นขาวได้ 
 แต่ถ้าคุณพอใจกับสีผิวเดิมของคุณอยู่แล้ว  คุณก็ไม่จำเป็นที่ต้องทำแบบนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคนอื่นจริงมั้ยครับ?  

ในทำนองเดียวกัน  หากคุณเกิดมาเป็นเกย์ และสมมติว่ามีวิธีการบางอย่างในการเปลี่ยนคุณให้กลับกลายเป็นชายแท้ได้(ซึ่งผมเชื่อว่าวิธีการที่ว่าไม่มีจริงหรอกครับ) 
 ถามว่าคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความต้องการของคนอื่นด้วยหรือเปล่า?

ในเมื่อการเป็นเกย์ก็เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ ไม่ได้เป็นโรคร้าย ไม่ได้เป็นความวิปริตทางจิตใจ ไม่มีอะไรเลวร้าย 
ต่อให้มีวิธีในการเปลี่ยนแปลงความเป็นเกย์ได้  มันก็ไม่มีความจำเป็นที่คุณต้องฝืนใจตัวเองอยู่ดี   

มันเป็นสิทธิในร่างกายและจิตใจของคุณเอง ตราบใดที่มันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน (ไม่นับความเดือดร้อนประเภทอยากให้คนอื่นเป็นดั่งใจตนเองนะ)  
คุณก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันตามความต้องการของคนอื่นหรอกครับ

ปล. ในเมื่อผู้ชายคนหนึ่งสามารถมีความรักกับผู้ชายอีกคนหนึ่งได้ทั้งแบบเพื่อน แบบพี่ชายน้องชาย
      แล้วมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งไม่สามารถมีความรักกับผู้ชายอีกคนหนึ่งในฐานะ"คนรัก"ได้
      หรือเป็นเพราะว่าความรักในรูปแบบ"คนรัก"มีจุดประสงค์เพื่อการสืบพันธุ์เท่านั้น?




 

Create Date : 10 มีนาคม 2555    
Last Update : 8 กันยายน 2556 19:24:00 น.
Counter : 997 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.