All Blog
ตั๋วกลับไทย
ตอนนี้อยู่ที่แคนาดามาได้จะหกเดือนแล้วค่ะ  ก็ยังคงอยู่กับครอบครัวเดิม ทำงานเหมือนเดิม แต่ว่าเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ชั่วโมงการทำงานลดลง มีวันหยุดมากขึ้น กะเหรี่ยงอย่างเราก็ปวดหัว เพราะว่ามาหาเงิน ไม่ได้มาเที่ยวเล่นน่ะค่ะ แต่ก็ยังหางานพิเศษทำไม่ได้ เพราะว่าต้องไปเรียนบางอย่าง ให้เสร็จและจบสิ้นก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยว่ากันไป  

แต่หาตัวกลับไทยนี่ไม่ได้หมายความว่าโฮสส่งกลับเมืองไทยนะ แต่บังเอิญต้องใช้วาเคชั่น  การใช้วาเคชั่นของเรามันเป็นการบังคับใช้  คือ ไล่ตั้งแต่หมอฟันเลย

อ้าวว แล้วมันเกี่ยวไรกับหมอฟัน  คือโฮสแม่เป็นผู้ช่วยหมอฟัน ซึ่งเมื่อหมอฟันได้หยุด โฮสแม่ก็ต้องโดนบังคับหยุดเหมือนกัน  ส่วนเราก็โดนอีกต่อ คล้ายลูกโซ่เลย (หมอฟันจะรู้ไหม ว่าทำบาปต่อยอดไปกี่คน)  แล้วจะทำไงดี จะไปไหน อยากไปเมกา แต่ต้องบินไปคัลการี่เพื่อขอวีซ่า จะไปเดนมาร์ค ตั๋วก็ราคาพอ ๆ กับกลับไทย และระยะเวลาบินต่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง เลยตัดสินใจจะกลับไทย (ปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจกลับไทยก็มีหลายอย่าง อยากไปเยี่ยมบ้าน เยี่ยมเพื่อน ทำฟัน ทำบุญ ซื้อของ ได้กินอาหารที่อยากกินด้วย โอ๊ย สรรหาเหตุผลต่าง ๆ ได้มากมาย หากว่าเรากลับไทย แต่ท้ายที่สุด การได้กลับบ้าน ได้ไปเจอคนที่เรารัก มันทำให้เราเหมือนได้ชาร์ตแบ็ตให้กับตัวเองน่ะค่ะ มันจะทำให้เรามีกำลังใจในการก้าวต่อไป)

แม้ การกลับไทยก็ที่รู้ เมื่อเราได้วันที่แน่นนอน ก็ต้องจองตั๋วกันก่อนนาน ๆ เพื่อที่ราคามันจะถูกลง เราก็รอ ร๊อ รอ ตั๋วก็แพงกันมากมาย แข่งกันแพง ไอ้ที่ถูก ช่วงรอต่อไฟลท์ก็นาน แบบบางอันเป็นวันกันเลยทีเดียว  การซื้อตั๋วเครื่องบินนี่เหมือนกับการเล่นหุ้นกันเลยทีเดียว ต้องเกาะอยู่หน้าคอม ดูดรรชนีการผันผวนของราคาตลอดเวลา บางวันราคาลดเเละ เรายังไม่ตัดสินใจเคาะซื้อ เอ้า วันรุ่งขึ้น แพงอีกละ คือ ราคาเป็นวันต่อวันกันเลยทีเดียว 

มีเว็บ Flightnetwork ซึ่งเป็นเว็บที่เราว่าขายตั๋วถูกนะ หลังจากเปรียบเทียบแล้วกับหลาย ๆ เว็บ เคยโทรไปเอเจนซี่นะ ราคาก็สูงกว่า แต่ว่าราคาถูกก็ขึ้นอยู่กะช่วงด้วยไง  แต่อย่างที่บอกเราถูกบังคับใช้ ดังนั้นเลือกช่วง(ช่วงช่วง หรือ หลินปิง)ไม่ได้  ดังนั้นก็ต้องจำใจ  ก็ต้องรอหาว่าช่วงไหนราคาจะถูกและรอต่อไฟลท์ไม่นาน 

แต่ขอระบายหน่อยเหอะ เราเหมือนลูกเมียน้อย ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกเมียหลวง  ซึ่งเราอยู่ Edmonton ถือว่าเป็นอำเภอเมือง ของจังหวัด Alberta เลยก็ว่าได้ แต่เวลานั่งเครื่องกลับไทย มันต้องนั่งไปต่อที่ Calgary (คัลการี่เป็นเมืองลำดับสองของอัลเบต้า) หรือ แวนคูเวอร์ แต่คุณรู้ไหม ไม่มีเครื่องบินจาก Edmonton ส่งตรงไปญี่ปุ่น หรือ เกาหลี หรือจีน ก็ว่าไป จำเป็นเหตุให้ต้องไปต่อเครื่องที่ Calgary หรือ แวนคูเวอร์ เพื่อที่จะไปประเทศที่สอง  นี่ล่ะ ทีนี้ล่ะ ก็เลยทำให้ค่าตั๋วมันบวกเพิ่ม ซึ่งก็ต้องทำใจ 

ในที่สุดก็เจอ ทางเว็บก็ขู่อีกว่าเหลือแค่สี่ที่นั่ง โอ้ยไอ้เราก็เห็นว่าไม่ควรรอช้า ก็เคาะซื้อกันเลยทันที  กัดฟันซื้อไปประมาณ CAD 1487 แล้วยังไม่พอ ธนาคารเจ้ากรรม ดันชาร์ตเงินเราที่เราจ่ายจากบัตรเครดิตอีก สี่สิบเหรียญ แต่ก็อย่างว่าแหละ ไปไหนก็ไม่สุขใจเท่าไปบ้านเราเนอะว่าเปล่า 555 ก็ยอมจ่ายค่ะ  ตอนแรกกะเหรี่ยงอย่างดิฉันไม่รู้ว่านั่นเป็นธนาคารหัก ก็โทรไปต่อว่าที่ไฟลท์เน็ตเวิร์คเพื่อหาข้อเท็จจริง สุดท้ายปรากฏว่าเป็นของธนาคารเราเอง เอ้อ อยู่เมืองนอกนี่ก็ลำบากตรงนี้  แต่ด้วยความโชคร้ายก็มีความโชคดี รัฐคืนภาษีปีที่แล้วให้ ปีที่เเล้วได้ทำงานแค่สองเดือนกว่า ได้เงินคืนมา 500 กว่าเหรียญ ว่าไปรัฐที่นี่ก็ใจดีนะ ก็ได้เงินตรงนี้แหละมาช่วยในการจ่ายค่าตั๋ว  ก็โออยู่  อย่างน้อยก็ยิ้มได้ค่ะ

ขอเพิ่มเติมค่ะ ทางเซลล์ของเว็บบอกว่าอันนั้นเป็นคล้าย ๆ กับล๊อกวงเงินไว้ เพื่อที่จะช้าร์ตจากบริษัทบัตรเครดิตค่ะ ตอนนี้ก็ได้เงินคืน ไม่เสียเพิ่ม สุดท้ายจ่ายแค่ 1487 ค่ะ 

ตอนนี้เหมือนชีวิตมีความหวัง 555 เพราะว่ารอวันกลับไทย เย้ เย้ สุขใจที่สุด ไปล่ะ สวัสดี :-D



Create Date : 12 เมษายน 2556
Last Update : 27 เมษายน 2556 10:20:01 น.
Counter : 654 Pageviews.

0 comment
อุบัติเหตุ
ด้วยความที่ปรกติงานของเรา ก็มีหน้าที่ดูแลเด็กอยู่แล้ว ระหว่างที่คนโตไปโรงเรียน เราก็ดูคนเล็ก

เราหัดให้น้องกินน้ำจากแก้วเอง ซึ่งน้องก็กินได้มาหลายวันมากแล้ว แต่วันนี้เป็นไงได้ เด็กก็เอาน้ำส้มราดหัวตัวเองซะงั้น ทำไงได้ก็ต้องพาไปอาบน้ำ

การอาบน้ำที่นี่ก็เอาเด็กใส่อ่างอาบน้ำที่เป็นของผู้ใหญ่น่ะค่ะ  ก็ให้น้องอาบ จริง ๆ เราก็อาบให้น้องมาหลายครั้งก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ  วันนี้เราก็เอามือจุ่มไว้ในอ่าง น้องมันก็แกล้งเราโดยการสาดน้ำใส่ เราก็แกล้งร้องวี๊ดว้าย มันก็สนุก มันก็ยืนขึ้นจะสาดน้ำใส่เรา ทันใดนั้น ก็ลื่น หัวฟาดกับอ่างอาบน้ำค่ะ เรานี่เห็นทุกชอตของการล้ม ของการกระแทก หัวแดง ฟาดแรงมาก ตรงท้ายทอยด้วย  เราใจไม่ดีเลย น้องก็ร้องไห้ เราก็ส่งเมสเสจบอกโฮส โฮสก็บอกว่า เขาคงไม่เป็นไรหรอก เราก็ใจไม่ดี 
แต่น้องก็ดูปรกติ วิ่งเล่นตามประสามัน สิ่งที่เราทำตลอดคือสวดมนต์ สวดทุกบทที่รู้ ขอพรต่าง ๆ อย่าให้น้องเป็นอะไร เพราะว่าเขายังเด็กอยู่ เราไม่อยากให้เขาเป็นอะไร เขาน่ารัก เเล้วเราก็ผูกพันธ์กับน้องเขาด้วย เรารู้ว่าช่วงเวลานั้น เราสวดมนต์แทบตลอดเวลา ตอนกลางคืนก็นั่งสมาธิกลั่นช่วย (พูดซะเหมือนนั่งเก่ง จริง ๆ นั่งไม่เก่ง แต่นั่งบ่อย เเละนั่งเพื่อทำให้ใจเป็นสมาธิเพื่อใจไม่วอกแวก จะได้ขอพร)

พอโฮสแม่มาถึงบ้านก็ขอดู แต่หัวหายแดงแล้ว น้องก็ยังวิ่งเล่นอยู่ โฮสบอกว่าเขาคงไม่เป็นอะไรหรอก พอตอนเย็นโฮสพ่อกลับมา เราถามโฮสแม่ว่าบอกหรือยัง โฮสแม่บอกว่ายัง เราก็เลยบอกว่าน้องล้มหัวฟาดตรงท้ายทอย โฮสพ่อก็เดินมาดู แล้วก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก เราก็เลยเล่าให้เขาฟังว่ามีเคสหนึ่งที่เมกา น้องตกเตียง แล้วพี่เลี้ยงไม่ยอมบอกโฮส พอสามสี่วันให้หลัง เด็กก็อ้วก เพราะว่ามีเลือดออกในสมอง โฮสเราก็บอกว่างั้นเราก็รอดูอาการสักสองสามวัน 

ในช่วงรอดูอาการ เราใจไม่ดีเลย พอตอนเช้า น้องตื่นเราจะเอาโทรศัพท์อัดเอ็มพีสามทำวัตรเช้าให้น้องฟัง แล้วเราก็สวดในเตียงน้อง พอสวดเสร็จก็ให้น้องยกมือไหว้ พูดทุจ้า ระหว่างวันเราก็สวดมนต์ขอพรตลอด 

เรานอนไม่หลับ เป็นเครียดลงกระเพาะไปเลย โฮสก็พยายามปลอบว่าเขาไม่เป็นไรหรอก มันเป็นอุบัติเหตุ บางทีเพียงเสี้ยววินาทีมันเกิดขึ้นได้เสมอ เราก็ยิ้ม แต่ในใจคิด ถ้าลูกเขาเป็นไรไปจะทำอย่างไร  เราโคตรจะกังวล 

เราทำแบบนี้ทุกวัน คือ สวดมนต์กับน้อง ขอพรตลอด  พอหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป น้องมันยังเล่นได้เหมือนเดิม ตอนนี้เราสบายใจแล้ว 

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้  นี่ขนาดเราเดินตามไม่ขาด มือเราก็อยู่ในอ่างอาบน้ำแท้ ๆ แต่ก็คว้าไม่ทัน ดังนั้นเราคิดว่าเราต้องเพิ่มความรอบคอบให้มากกว่านี้ เรื่องแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก 



Create Date : 19 มกราคม 2556
Last Update : 19 มกราคม 2556 3:57:17 น.
Counter : 648 Pageviews.

1 comment
ว่าด้วยความหนาว
การที่เราย้ายมาอยู่ที่นี่ มันมีสิ่งที่คับแค้นใจอยู่พอควร ก็คือ อากาศ
เป็นภาพของวันนี้ตอนหกโมงเย็น

ทำไมมันถึงหนาวอย่างนี้
วันแรกที่มาถึง  เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง เดือนตุลาคม 2555  ช่วงนั้นที่นี่ -6 
ตอนนี้เริ่มเข้าหน้าหนาวเต็มที่ 
โค้ทที่มี กันหนาวได้ -14 บูทที่มี ก็ไม่ได้กันหนาวอะไรเท่าไหร่
เราก็ตั้งใจหาซื้อเสื้อผ้าหน้าหนาว ถ้าเอาแบบมียี่ห้อ ก็แพงมากค่ะ ก็หลายร้อยเหรียญขึ้นไป รองเท้าก็ตกหลายร้อยเหรียญขึ้นเหมือนกัน
เราอยากที่จะซื้อเหมือนกันนะ แต่ว่ามันก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะว่าเราก็ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน ยอมรับเลยว่าแทบไม่อยากออกจากบ้าน  ประกอบกับช่วงนี้ โฮสมีปาร์ตี้ที่ทำงาน ก็เลยได้ทำพิเศษในช่วงเสาร์อาทิตย์  แต่ก็นั่นแหละ ก็ยังคิดไม่อยากไปไหนอยู่ดี 

เราหนาวจนรู้สึกว่า ฉันมาที่นี่ทำไม คิดถึงไทยที่สุด คิดถึงเดนมาร์ค มันหนาวจนทำให้คิดว่า นี่ตรูมาทำงาน หรือว่า ตรูมาชดใช้กรรมกันแน่  เพราะว่าเวลาหนาวมาก เราจะเป็นเลือดกำเดาไหลน่ะค่ะ ทรมานมาก ๆ  

วันหนึ่ง โฮสพาไปเอดีน เป็นร้านที่ขายของไม่แพงค่ะ เราสามารถซื้อบู้ทในราคาแค่ยี่สิบเหรียญน่ารัก ๆ เยอะแยะเลย  เราจึงมีความคิดแปลกใหม่ว่า จริง ๆ ถ้าเราซื้อบู้ทที่ใหญ่กว่าเท้าเราซักเล็กน้อย แล้วซื้อ รองเท้านุ่ม ๆ ที่สำหรับใส่ในบ้านมาสวมก่อนแทนถุงเท้าจะเป็นอย่างไร  ตกลงวันนั้นเราซื้อบู้ทมาหนึ่งคู่  บวกกับรองเท้าใส่ในบ้าน รวมแล้วราคา ยี่สิบห้าเหรียญค่ะ  

การทดสอบ คือ การใส่เดินท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น  เราจัดการเอารองเท้าที่เราซื้อมา คือ 
1. บู๊ทราคาถูก 
2. สลิปเปอร์ 
เราใส่ทั้งสองค่ะ  แล้วออกไปเดิน วันนั้นอากาศ -19  โอวว ไม่หนาวเลยซักนิดค่ะ  สรุปแล้ว เราไม่ต้องซื้อของแพงแต่อย่างใด  ยกเว้นคนที่ติดยี่ห้อน่ะค่ะ ยี่ห้อที่กันหนาวได้ดี ก็ UGG ย่อมาจาก UGLY น่ะค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า 
แต่เราจะมีอีกอย่างมาบอก ไปร้านมือสองเอาค่ะ ทีนี้ได้ของยี่ห้อ และอุ่นด้วย  ราคาไม่แพง ดีกว่าซื้อมือหนึ่งก็เป็นร้อยเหรียญ แต่เราต้องเลือกดูให้ดีน่ะค่ะ ลองไปดู จะบอกว่าดีมาก แต่ว่าใครใส่ไซ้ส์แปด ไซ้ส์เก้า จะไม่ค่อยมีนะ เพราะคนที่นี่เท้าขนาดนี้เยอะมาก  แย่จริง ๆ 


โค้ท อย่างที่บอก โค้ทเราก็ใช้มานาน ซื้อตั้งแต่อยู่เมกา กันได้แค่ -14 แต่มาอยู่นี่ มันเหลือทนจริง ๆ มันติดลบแบบว่าสูงเสียดฟ้ามาดิน  ถ้าเดินข้างนอกนาน ๆ บางทีก็มีสะท้านค่ะ  

วิธีแก้คือ
1: เราเพิ่งไปซื้อเสื้อหนังที่เขาลดค่ะราคา ลดเหลือ ประมาณยี่สิบเหรียญ (ที่เป็นเจ็คเก็ตหนัง เพราะว่าไม่หนามาก ไม่ทำให้ตัวใหญ่) เอาเสื้อหนังใส่ก่อนใส่โค้ท  โอ้วว จะบอกว่าอุ่นมากถึงมากที่สุด  ด้านในแทบไม่ต้องใส่เสื้อไหมพรมเลย

ปกติอยู่เดนมาร์ค และเมกาจะใส่หลายชั้นก็ช่วยได้  แต่ที่นี่ เราจะบอกว่ารัฐนี้หนาวมากจริง ๆ ดังนั้นเสื้อผ้าเหล่านั้นช่วยไม่ได้  แต่พอเราได้ทดสอบแล้ว มันช่วยได้ค่ะ ดังนั้น ถ้าไม่อยากซื้อของแพง ก็ลองวิธีนี้ละกันค่ะ มันช่วยได้จริง 

ขอเพิ่มเติมค่ะ ไม่งั้นก็ไปหาซื้อโค้ทวูลมือสอง มันถูกมากจริง ๆ ราคาไม่เกินสามสิบห้าเหรียญได้วูล 100 เปอร์เซ็น แต่ลำบากตอนซัก เพราะว่าต้องดรายคลีนเท่านั้นค่ะ 

เราว่าทุกเมืองมีหมดนะ เราไปเดินช้อปมา ได้มาเยอะเลย ทั้งโค้ท รองเท้า อุ่นร่างกายและ

อีกอย่างที่เวลามาที่หนาว ๆ จะมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย  แต่มันจริงนะ  

-จมูกมันเเห้งมากเลยค่ะ ทำให้มีเลือดกำเดาไหลค่ะ แต่มันก็แข็งนะ เพราะว่าหนาว คือ พูดง่าย ๆ ขี้มูกเป็นเลือด  วิธีแก้ เอาน้ำเกลือหยอดจมูก หรือ ล้างจมูก ทุกวันค่ะ  ใช้แบบของเด็กทารก

-เจ็บคอ  เพราะว่าคอแห้ง  ดังนั้นวิธีแก้ คือจิบน้ำบ่อย ๆ (คนอื่นอาจจะไม่เป็น แต่ด้วยความที่เราเป็นภูมิแพ้ด้วย ก็อาจจะมีผลกระทบต่อร่างกายเราน่ะค่ะ)

-หน้าแห้ง เป็นผดขึ้น  อยู่ไทย ผดไม่มี มาที่นี่ ทั้งผดทั้งสิว ขึ้น เพราะว่าหน้าแห้งมาก ๆ  ปกติเราใช้ครีมจากหมอค่ะ  พอมาที่นี่ จะบอกว่าเอาไม่อยู่  ไม่อยู่เลยจริง ๆ ค่ะ  ต้องตัดสินใจซื้อครีมมาใช้  ซึ่งการซื้อครีมของเราก็ค่อนข้างลำบาก เป็นคนขี้แพ้ แพ้ง่าย ดังนั้นครีมบางอย่างก็ใช้ไม่ได้ค่ะ  แต่เราต้องตัดสินใจซื้อ เพราะว่าทนสภาพหน้าไม่ได้เเล้วจริง ๆ มันหดหู่  ดังนั้นซื้อครีมที่คิดว่าไม่แพ้ค่ะ  

ช่วงเวลาเหมาะแก่การซื้อ คือ ก่อนคริสมาสค่ะ เขาจะทำเป็นแพ็คเกจน่ะค่ะ รวมสามอย่างได้ราคาอย่างเดียว ช่วงนี้เป็นช่วงที่ควรลงเงินทันที มันถูกค่ะ เพราะว่าราคาเท่ากับซื้อกระปุกเดียว แต่ได้ครีมถึงสามตัว โอวว ชอบจริง ๆ ค่ะ

จะบอกว่ามียี่ห้อหนึ่ง ที่เราเคยใช้ที่เดนมาร์ค มันดีมาก ๆ แต่ว่าเวลาที่กลับไทยแล้วซื้อใช้ มันไม่เวิร์คเหมือนกับตอนอยู่ต่างประเทศ  เราจึงตัดสินใจซื้อยี่ห้อนี้เหมือนเดิมค่ะ เพราะว่าไม่แพ้  มันได้ผลอย่างเห็นได้ชัด เพียงสามวัน หน้าแทบกลับสู่สภาพปรกติ ตอนนี้ดีใจมาก และมั่นใจที่สุด 

-ลิปบาล์ม  ควรมีติดตัวตลอดเวลา  เพราะว่ามันสำคัญจริง ๆ วันหนึ่งลืมทา ตื่นนอนขึ้นมา ปากเป็นสีแดงระเรื่อ ที่มันแดง เพราะว่าปากมันแตกค่ะ เลือดซิบ ๆ เลย เจ็บมาก  เพิ่งรู้ว่าปากเเตกเจ็บมากก็คราวนี้แหละค่ะ

-ผดขึ้นตามร่างกาย  สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้จะรู้อยู่แล้วเรื่องผดนี้  ดังนั้นเตรียมยามาให้พร้อม  

เมื่อเตรียมความพร้อมแล้ว ก็ขอให้สนุกกับหน้าหนาวให้เต็มที่ค่ะ ใครจะมา AB เตรียมตัวค่ะ บอกกันไว้ล่วงหน้าเลยละกันค่ะ ยิ่งใครอยู่ตอนเหนือของ AB อันนี้เตรียมให้เยอะกว่าเพื่อนเลยค่ะ เพราะว่ามันหนาวจริงๆ

อีกภาพ ตอกย้ำกับความหนาว
ตอกย้ำกับความหนาวเหน็บ








Create Date : 09 ธันวาคม 2555
Last Update : 19 มกราคม 2556 3:37:01 น.
Counter : 822 Pageviews.

3 comment
เด็กเปรียบเหมือนกับกระดาษขาว


เด็ก ก็เหมือนกับกระดาษสีขาว
ไม่ว่าจะแต้ม ใส่ หรือ สอนอะไรลงไป ก็จะเป็นแบบนั้น
น้องคนเล็กบ้านเราก็เหมือนกัน
สอนอะไรก็ได้อย่างนั้นค่ะ

คนเล็ก ถ้าเห็นพระ จะยกมือไหว้ทันที และบอกว่าทุจ้า
เมื่อรับของ จะไหว้ทันที แล้วบอกว่าทุจ้า

เล่นของ เก็บเสมอ เราแอบถ่ายวิดีโอมายืนยันด้วย


มันเหมือนเป็นความภูมิใจของคนเลี้ยง ที่เด็กได้ดั่งใจ ทั้ง ๆ ที่แม่ก็ไม่ใช่ ญาติก็ไม่ใช่ เฮ้อ น่ารักจริง



 อยากจะบอกว่า เรารักกัน อิอิ



Create Date : 09 ธันวาคม 2555
Last Update : 31 สิงหาคม 2559 15:54:31 น.
Counter : 662 Pageviews.

0 comment
ปิดเทอมหนึ่งอาทิตย์ ฤดูใบไม้ร่วง


จริง ๆ ไม่น่าเรียกว่าฤดูใบไม้ร่วง เพราะว่าใบไม้มันร่วงมานานมาก ๆ แล้ว ตั้งแต่เราเหยียบเท้าเข้าแผ่นดินเมืองนี้ก็รายล้อมไปด้วยหิมะเต็มไปหมด  ขาวโพลน มองไปทางไหนบ้านเมืองก้หน้าตาเหมือนกันหมดเลยสีนี่ขาวไปหมด หากเราขับรถเราคงหลงน่ะค่ะ

น้องได้หยุดเรียนหนึ่งอาทิตย์ค่ะ แต่วันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นวันทหารผ่านศึก ทุกคนจะได้หยุด และได้รับเงินด้วยค่ะ เราเลยสบายค่ะ ได้ดูน้องแค่สี่วันเท่านั้น  ในช่วงวันหยุดยาว เราได้หยุด เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ เราไม่ได้ขึ้นมาเล่นกับน้องเลยค่ะ เก็บตัวอยู่ข้างล่าง มีแค่วันอาทิตย์ไปเดินเวสเอ็ดมอนทั่นมอล  ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือค่ะ  แต่เราเสิร์ชกับโฮสดูแล้วว่า เซ็นทรัลเวิลด บ้านเราเป็นที่สามค่ะ เวสเอ็ดมอนทั่นนี่เป็นที่สี่ของโลก  บ้านเราชนะค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า

วันจันทร์เป็นวันเกิดเพื่อนน้องค่ะ  น้องไม่ยอมไปนะ มันจะเอาชนะ คือจะเล่นกับเราให้ได้ค่ะ ยอมไม่ไปงานเพื่อนน่ะค่ะ คิดดูเด็กคนนี้ เราก็ไม่เล่นค่ะ  บางทีเหงาก็เล่นร็อคแบนด์กับน้องค่ะ แต่เเป๊บเดียวมันก็เบื่อ เพราะว่ามันไม่อยากเล่นแต่เดิมอยู่แล้ว  โดยส่วนตัวแล้วเพิ่งทราบว่าไม่ใช่ว่าพ่อแม่ไม่อยากเล่นกับลูกนะ  อย่างที่บอก น้องมันไม่เล่น ไม่เล่นจริง ๆ มันไม่ยอมหากไม่ได้สิ่งที่ต้องการ  ซึ่งโฮสบอกเลยว่าไม่ต้องสนใจ เขาต้องเรียนรู้ของเขาเอง  ซึ่งเรานี่สบายใจมากเลยค่ะ ที่โฮสไม่ว่าไร (ขอให้ไม่ว่าไรจริง ๆ เห๊อะ)  

จากที่ได้บอกไปว่าเด็กโตเรียกร้องตลอด  ปัจจุบันก็ยังเรียกร้องค่ะ  แต่เราใจเเข็ง  แข็งมาก ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า  คือเราได้คุยกับพ่อแม่แล้ว  เขาบอกว่าลูกเขาเป็นอย่างนี้ คือ เอาแต่ใจค่ะ ดังนั้นต้องสอนให้เขาเรียนรู้ค่ะ  น้องมันจะทำเฉพาะกิจกรรมที่มันอยากทำเท่านั้นค่ะ แล้วถ้าไม่ทำ ก้จะมีสีหน้าปั้นปึงเหมือนโกรธน่ะค่ะ แต่แสดงออกว่าไม่ได้โกรธ แต่เรารู้ว่าโกรธ  เราเลยบอกน้องว่า เธออยากให้ฉันเล่นด้วย กรุณาทำหน้าตาดี ๆ เธอทำหน้าตาแบบนี้มันเหมือนว่าบังคับให้ฉันเล่นนะ  น้องก็บอกว่าไม่ได้บังคับ เราเลยบอกว่าถ้าไม่บังคับหน้าต้องมีความสุขสิ  มันก็ยิ้มเจื่อน ๆ ค่ะ เราแอบหัวเราะในใจค่ะ

น้องบ้านเราจะว่าเอาแต่ใจก็ใช่นะ เพราะว่าเป็นคนที่รอไม่ได้เลยค่ะ  อย่างเช่นเราบอกว่าวันนี้จะซ้อมเต้นด้วย  ก็จะต้องเดี๋ยวนั้น  เรามีเรื่องต้องทำเช่นต้องดูแลตัวเล็กด้วย  มันก็ไม่ยอมให้ตัวเล็กเข้าไปในห้องเต้นด้วย  เราบอกว่างั้นให้รอก่อน ก็ไม่ยอม เราเลยบอกว่าให้นับหนึ่งถึงสองร้อย มันก็นับค่ะ  เพราะว่าอยากมีเพื่อนเล่น  บางทีแกล้งให้นับถึงห้าร้อยไปเลย  แอบโหดค่ะ เอิ๊ก ๆ แต่แม่น้องเขาเห็นด้วยนะ เพราะว่าลูกจะได้รู้จักรอค่ะ แล้วเวลานับน่ะ มันจะได้สงบสติอารมณ์ด้วย ให้นับช้า ตามเข็มวินาทีน่ะค่ะ ประมาณนั้น


กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราชวนทำ อาทิเช่น  เราชวนปั้นตุ๊กตาหิมะ  น้องก็ไม่ไปปั้นค่ะ น้องบอกว่าหนาวจะตาย เดี๋ยวหิมะก็โดนผม โดนหน้า โดนตัว ไม่เอาด้วยหรอก  เราชวนทำขนม ก็ไม่ทำค่ะ บอกว่าไม่น่าสนใจที่จะทำ  แต่สิ่งที่น้องอยากทำคือ เต้นค่ะ เต้นกันทั้งวันเลย  คือ น้องมันอยากทำวิดิโอ กัมนังสไตล์ค่ะ  ที่นี่ฮิตมาก ซึ่งบ้านเราน่าจะเอ้าท์ไปแล้ว  ที่นี่ขึ้นชาร์ตอันดับสองนะคะ  
น้องซ้อมเต้นตลอด บังคับเราเต้นด้วย ถ้าเราคึกก็เต้น แล้วมันจะให้เราเต้นกับมันลงยูทูปค่ะ  โอยย อายชาวบ้านเขาก็คราวนี้แหละ อิอิ  แล้วยังเป็นคนคิดคอนเซ็บด้วยว่า  จะต้องใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น ซึ่งหนาวจะแย่ แม้กระทั่งตอนซ้อม น้องมันก็ใส่ค่ะ  แล้วก้พยายามโน้มน้าวใจให้อิฉันไปแต่งตัวเเบบมัน  แต่อิฉันไม่ไหวค่ะ ตอนซ้อม ฉันไม่ยอมใส่ค่ะ  แต่ถึงวันจริงอิฉันเลยบอกว่าฉันขอใส่เล้กกิ้งด้วยละกัน มันหนาวน่ะ  น้องก็บอกว่า โอเค ให้ใส่ได้ เราก็ดีไป แถมต้องแต่งหน้าอีก ตลกมาก ๆ 

จริง ๆ น้องมันไม่ได้เป็นคนเลวร้ายนะคะ  แต่จะเป็นแบบน่ารำคาญน่ะค่ะ แบบต้องการความรักความเมตตา หรือว่าศัทธาความมั่นใจ  ไขว่คว้าหาความสุขความสดใส  ขอเพียงมีใครเอื้ออาทร แบ่งปันรอยยิ้ม(นอกเรื่องและ) น้องมันขี้อ้อนมาก ๆ จนน่าลำคาญ แล้วก็แบบรอไม่ได้ คือไม่ได้แสดงอาการณโกรธแบบเกรี้ยวกราดนะ  แต่แบบจะเงียบ ๆ หน้าบูดไรงี้  ก็ไม่ได้เลวร้าย  จิตใจก็ลึก ๆ ดูรู้ว่าเป็นเด็กดีค่ะ  บางทีสอนก็เข้าใจ  แต่เหมือนไฮเปอร์ เข้าใจ แต่รอได้แป๊บเดียว ก็จะมาเซ้าซี้ใหม่ค่ะ  นั่นแหละ บางทีก็ลำคาญค่ะ

ส่วนไอ้ตัวน้อย เลี้ยงง่ายมาก แทบไม่ต้องเลี้ยงเลย  เซฟร่างกายตัวเองสำหรับตัวโตไปเลยค่ะ ปล่อยมันวิ่งอกแอ่น กระแท่นต้นกลุ่ม รอบบ้านไปเลยคะ  คอยสังเกตุแค่ว่าจะเอาไรยัดใส่ปากหรือไม่เท่านั้นเป็นพอ  

วันพรุ่งนี้สัญญากับน้องตัวโต จะทำวิดีโอ  ถ้าเสร็จจะมาแชร์ให้ดู มันคงขำน่าดูค่ะ  ไม่อยากจะคิดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า วันนี้ไปนอนก่อน จะเที่ยงคืนแระ  ไนท์ ไนท์



อันนี้ไม่รู้ว่าเด็กหรือคนเลี้ยงสนุกกันแน่ แต่เด็กน่ะ นอนยังไม่ตื่นเลย นี่ก็จะห้าโมงเช้าและ  เดี๋ยวจะต้องจัดหนักกว่าเดิม เอาให้หลับนาน ๆ ตื่นซักบ่ายสาม เราเลิกงานพอดี 555



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 31 สิงหาคม 2559 15:55:26 น.
Counter : 816 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  

Nualtar
Location :
Ontario  Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศแคนาดากับโครงการ(Live in caregiver) จัดทำบล๊อกเพื่อเปรียบเหมือนสมุด ใช้บันทึกเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจและน่าจดจำ ขอแชร์เรื่องราว ที่ได้ประสบพบเจอ อาจจะเวิ่นเว้อบ้างไรบ้างในบางคราว ขอจงเห็นใจ อย่าใจไม้ไส้ระกำ ปล่อยให้คนตัวดำตาดำ ต้องโดดเดี่ยวลำพังในโลกอันแสนจะกว้างใหญ่แห่งนี้ :-D