All Blog
เดินทางสู่มหานคร EDMONTON CANADA...lol
และแล้วก็ได้บินซักทีค่ะ หลังจากได้ใบจากกรมแรงงาน ก็ได้บินในวันถัดไปค่ะ  แต่ด้วยความเป็นคนเยอะของอิฉัน  อิฉันก็จะต้องไปหาซื้อครก  เพื่อจะเอาไปตำส้มตำกินที่โน่น ฮ่าฮ่าฮ่า  แล้วไหนจะยังต้องไปอุดฟัน ขูดหินปูนก่อนไปอีก เพื่อจะได้สบายในภายหน้า  ฉันก้ยังคงเหนื่อย แต่ก็อยากทำให้ทุกอย่างมันสำเร็จ  เริ่มต้นด้วยการไปซื้อครกก่อน เอาขนาดไม่ใหญ่ ราคาแค่ยี่สิบห้าบาทเท่านั้น  แล้วก้สากอีกยี่สิบห้าบาท  หลังจากนั้นเอาของไปเก็บบ้าน  ออกมาใหม่ ไปร้านหมอฟัน  หมอฟันประจำไม่ว่าง  เลยต้องไปร้านอื่นและหมออื่น  ไม่รู้ว่าจะยังไง เพราะว่าเราค่อนข้างเลือกใช้บริการกับหมอเฉพาะคน  เพราะว่าน้ำหนักมือแต่ละคนต่างกัน  เราก็ต้องไปที่ที่คนไม่เยอะ  เมื่อไปถึงนั่งรอค่ะ เห็นป้ายรับสมัครผู้ช่วยหมอฟัน เราก็ไม่ได้คิดอะไร พอเขาเรียกชื่อก็เดินเข้าไปค่ะ ก็ขอขูดหินปูน  หมอก็ทำการขูดหินปูน แต่น้องที่เป็นผู้ช่วยก็ช่วยเอาสายดูดน้ำลายมาดูดโน่นนี่นั่น  ซักพักเราถึงกับอ้วกเลยค่ะ เพราะว่าน้องคนนั้นน่าจะเป็นเด็กใหม่ เอาสายไปดูดที่คอเราค่ะ  เราแบบต้องพักซักประมาณห้าถึงสิบนาทีเลย  เราถึงกับส่ายหน้าและคิดว่าจะไม่มาที่นี่อีก  แล้วก็ได้ทำต่อไปค่ะ  จนเสร็จ เลือดก็กลบปากทันที  โฮสจองตั๋วให้แล้ว  แต่เรายังไม่ได้ทำประกันการเดินทาง  คือเราคิดเยอะ คิดว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุ  แล้วจะทำอย่างไร  เราเลยทำไว้ วงเงินสองล้านบาท  บอกพี่สาวว่าถ้าเกิดไรขึ้นให้ทำบุญให้เราซักหนึ่งล้านบาท อีกล้านที่เหลือแล้วแต่จะเอาไปทำอะไร ( นั่นแน่ะ เราคิดไปได้ วางแผนชีวิตเอาไว้เลย ฮ่าฮ่าฮ่า) วันนั้นพอกลับถึงบ้าน  ก็จัดกระเป๋าเพราะว่าเราจะบินอีกทีก็ตอนตีห้า รถออกตีหนึ่งจากบ้านเพื่อนไปสุวรรณภูมิ  เหนื่อยมาก แต่ว่าก็ต้องทำ เพราะว่าเวลามันล่วงเลยมานาน

เราบินการบินไทยไปลงนาริตะ  จากนั้นต่อแอร์แคนาดาไปแวนคูเวอร์ แล้วก็ต่อไปเอ็ดมันทัน  ใช้เวลารวมทั้งหมด ยี่สิบชั่วโมง  ช่วงบินจากไทยไปโตเกียว ตอนชั่งกระเป๋ากระเป๋าเราเกินไปสองกิโล  เชื่อไหมว่าเราขอจ่ายเพิ่ม แต่พี่ที่เค้าเตอร์บอกว่าให้ถือดีกว่า มันไม่คุ้ม มันแพง  สุดท้ายเราเลยเอาครกออกมาถือ  มันช่างน่าขำ  มีครกติดตัวไปทุกที่   พอขึ้นเครื่องได้นั่งแถวสามคน  เรานั่งติดทางเดินเจอพี่คนไทยกับแฟนชาวญี่ปุ่น เขาน่ารักกันมาก ดูกุ๊กกิ๊ก น่ารัก พี่เขาดูเป็นคนดี  ทราบว่าพี่เขาเป็นคนเหนือ เพิ่งมาเยี่ยมบ้านที่ไทย แล้วกำลังกลับไปยี่ปุ่น  แฟนเขาก็ดูน่ารักดี ดูรักกันดีมาก ๆ 

เมื่อถึงนาริตะ  ที่นี่ให้ใช้ไวเลสฟรีค่ะ ดีมาก ๆ เพียงแค่เราสมัครอีเมลล์ไป ก็เล่นได้เลย  ก็เลยมีเวลาโทรหาเพื่อน ญาติตอนที่รอเครื่อง แต่ก็รอไม่นานค่ะ ประมาณสี่สิบห้านาที ก็ต้องขึ้นเครื่องมุ่งหน้าไปยังแวนคูเวอร์  เที่ยวบินนี้คนขึ้นน้อยค่ะ  คือ เราได้นั่งเดี่ยวน่ะค่ะ กัปตันบอกว่า เมื่อเครื่องออกแล้ว และเข็มขัดเลิกโชว์ก็หาที่นั่งตามใจชอบได้เลย  เราได้นั่งติดหน้าต่างคนเดียวอยู่แล้ว  อะไรมันจะสบายขนาดนั้น  เราแบบเหยียดขาเลยค่ะ  เหมือนอยู่เฟิร์สคลาส  แต่เพียงไม่ได้ไวน์เท่านั้นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า นั่งเครื่องบินนาน ๆ อย่างนี้ นึกอยากดูวิดีโอแก๊งสามช่าขึ้นมาทันที  ทำไมสายการบินไม่ซื้อลิขสิทธิ์บ้าง  จะได้มีอะไรขำ ๆ ให้ดู คงเพลินกันไปเลย พอใกล้ถึง พนักงานก็แจกเอกสารให้กลอกค่ะ ก็เป็นใบตม.ผ่านเข้าเมืองน่ะค่ะ  ก็กลอกไป ในใบนี้รวมถึงว่ามีของอะไรมาบ้าง ก็ติ๊กไปค่ะ  (คิดว่าถ้าใครติ๊กว่ามีจะต้องไปจ่ายเงินค่ะ  เพราะว่าเมื่อลงไปถึงตม.แล้วถัดไปจะมีที่ให้ชำระเงิน)  แต่เราไม่มีเลย มีแค่เสื้อผ้าเท่านั้น  

เมื่อมาถึงแวนคูเวอร์ ก็ต้องผ่าน ตม. ก่อนค่ะ เมื่อตม.แคนาดา เราได้มาช่องผู้หญิงคนหนึ่ง  เขาก็ดูใจดี เขาถามว่ามาทำอะไร  ทำไมถึงแคนาดา  ประมาณนั้น เราก็ตอบเขาไป  พอเขารู้ว่ามาทำงาน เราก็ต้องเข้าไปเอาใบเวิร์คเพอร์มิทที่ห้องถัดไปก่อนค่ะ  แต่ผู้หญิงคนนี้บอกเราให้ไปเอากระเป๋าก่อน  แล้วค่อยมา  เราก็ไปเอากระเป๋าก่อน จะมีผู้หญิงแก่ ๆ อยู่หน้าห้อง ชีก็จะอธิบายว่าเข้าไป แล้วเอากระเป๋าวางตรงนี้นะ  แล้วพอเสร็จออกประตูโน้นแล้วเดินมาเอากระเป๋า ฉันจะเฝ้าให้   เราก็เข้าไปต่อแถวค่ะ  เราก็ต้องต่อเครื่อง คนมาทำงานที่นี่ก็เยอะเหมือนกันนะ  เมื่อถึงคิว ก็เป็นหนุ่มชาวเเคนาดา  ขอดูใบแอลเอ็มโอ และขอดูใบสัญญาค่ะ  เราไม่มี เอาใส่ไว้ในกระเป๋าใหญ่  เราต้องวิ่งออกไปเอาแล้วเข้ามาใหม่  เขาก็ทำไรซักพัก ก็อ่านชื่อเราวนไปวนมาค่ะ เราก็รุ้สึกว่าฉันจะไม่ทันเครื่องนะ  เมื่อเสร็จเขาจะมีใบปริ๊นออกมาและติดให้ในพาสปอร์ตค่ะ  ใช้เวลาเกือบชั่วโมงได้แน่ะ 

หลังจากนั้นต้องเดินไปหาที่นั่งเพื่อต่อเครื่องอีกชั่วโมงครึ่งไปเอ็ดมันทัน  ก็เล่นเน็ตได้เหมือนกัน  แต่ว่าแบตโทรศัพท์หมดค่ะ  เอาโน๊ตบุ้คมาเปิดก็เล่นได้ซักพัก  ก็แบ็ตหมด เลยนั่งรอไป ดูลักษณะคนแคนาดา  คนแคนาดาตัวไม่ใหญ่เหมือนคนอเมริกานะ  ตัวผอม ๆ น้อย ๆ เหมือนแถบยุโรปมากกว่า  หลังจากนั้นก็นั่งพินิจพิเคราะห์เรื่อย ๆ จนคุณป้ากราวด์ได้ประกาสว่า เที่ยวบินนี่คนเต็ม ดังนั้นกระเป๋าสามารถถือขึ้นเครื่องได้แค่สองใบเท่านั้น หากใครใบใหญ่ จะมีการตรวจน้ำหนัก  เราและผู้โดยสารท่านอื่นถึงกับอึ้ง  เราได้ยินผู้หญิงที่นั่งรอข้าง ๆ เราบอกว่า ไม่นะ ฉันหวังว่าเขาจะไม่ตรวจฉัน  เราก็กลัวเหมือนกันค่ะ ยิ่งเป็นเอเชียด้วย  มันดูแตกต่าง หน้าตาเราก้ดูโง่ ๆ ด้วย  เราก็เลยกลัวมาก  แต่ว่าแกก็ไม่ได้ตรวจค่ะ  ก็สบายไป  พอไปถึง  จะเอากระเป๋าหนึ่งเก็บข้างบน ปรากฏว่าไม่มีที่แล้ว เราเลยต้องยัดกระเป๋าไว้ใต้เบาะที่เรานั่งถึงสองใบด้วยกันน่ะค่ะ  ผู้ชายนั่งข้างเป็นชาวญี่ปุ่นค่ะ  ก็นั่งไปพอกัปตันประกาศว่าใกล้แล้ว เรามองลงไปข้างล่าง โอ้วววว มีแต่ภูเขาหิมะค่ะ  แล้วพอใกล้ถึงเอ็ดมันทั่น  ก็เห็นว่ามีหิมะปกคลุมเรียบร้อยแล้ว  เรายังคิดว่า ทำไมหิมะมาเร็ว  ปรกติทุกที่มันจะมาประมาณพฤศจิกาไม่ใช่เหรอ  กอนบินมายังเห็นเพื่อนที่เดนมาร์คและเมกาใส่ชุดบางเบากันอยู่เลย  เราแทบไม่อยากเชื่อเลย

พอลงไปเอากระเป๋า เห็นผู้หยิงคนหนึ่งอุ้มลูกเดินไปมา เราเห็นแค่ข้างหลัง เราคิดว่านี่หรือเปล่่าโฮส แต่ก็ตรงไปที่กระเป๋าก่อน ปรากฏว่าใช่นะ  ก็เจอทั้งโฮสพ่อ โฮสแม่ น้องคนเล็ก และน้องคนโต  น้องคนโตทำป้ายมาโชว์ด้วย น่ารักมาก ๆ เลย  หลังจากนั้นโฮสก็พากลับบ้าน  โฮสก้พาดููบ้านค่ะ บ้านน่ารักมาก มีหลายห้องเหมือนกัน  แต่ที่ประทับใจ มีห้องดูหนังด้วย  แล้วเมื่อถึงห้องเรา เขาจัดน่ารักค่ะ  เขาถามเราก่อนมาว่าชอบสีอะไร แล้วเขาก็ตกแต่งห้องตามนั้นค่ะ  ห้องเราน่ารักค่ะ มีห้องนั่งเล่นหน้าห้อง แล้วก็ห้องน้ำค่ะ  สวยงามมากค่ะ มากกว่าทุกห้องที่เคยอยู่มาเลย   ส่วนน้องคนเล็กนั่งยิ้มตลอด ส่วนน้องคนโตก็ชวนเราวาดรูป  น้องคนโตอายุเก้าขวบ  คนเล็กอายุขวบหนึ่งค่ะ  

ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี  แต่ว่ามันยังเป็นแค่เริ่มต้นค่ะ ต้องดูกันต่อไปค่ะ



Create Date : 28 ตุลาคม 2555
Last Update : 28 ตุลาคม 2555 12:17:35 น.
Counter : 2112 Pageviews.

3 comments
  
เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้ใช้ชีวิตช่วงวัยทำงานอย่างมีความสุข
โดย: ดา IP: 124.121.1.172 วันที่: 28 ตุลาคม 2555 เวลา:20:31:58 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ
โดย: Nualtar วันที่: 29 ตุลาคม 2555 เวลา:4:07:30 น.
  
ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังอยู่แคนาดาอยู่หรือเปล่า ปอนด์เพิ่งมา 12/1/14 เห็นโพสต์ไว้นานแล้ว
yaowatida3@hotmail.com ไม่มีเพื่อนเลย
โดย: Pond IP: 192.99.14.36 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:18:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Nualtar
Location :
Ontario  Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศแคนาดากับโครงการ(Live in caregiver) จัดทำบล๊อกเพื่อเปรียบเหมือนสมุด ใช้บันทึกเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจและน่าจดจำ ขอแชร์เรื่องราว ที่ได้ประสบพบเจอ อาจจะเวิ่นเว้อบ้างไรบ้างในบางคราว ขอจงเห็นใจ อย่าใจไม้ไส้ระกำ ปล่อยให้คนตัวดำตาดำ ต้องโดดเดี่ยวลำพังในโลกอันแสนจะกว้างใหญ่แห่งนี้ :-D