Group Blog
 
All blogs
 

คู่แข่งที่แท้จริง

Subject: FW: คู่แข่งที่แท้จริง
จากหนังสือพิมพ์มติชน ครับ

คู่แข่งที่แท้จริง

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

อี-เมลฉบับหนึ่งที่ผมได้รับเมื่อเร็วๆ นี้ มีแง่คิดที่น่าสนใจมากจนต้องนำมาเผยแพร่ต่อให้ได้อ่านกันกว้างขวาง ต่อไปนี้เป็นข้อความที่ได้รับมา

ทุกปีในสหรัฐอเมริกาจะมีการประกวดแข่งขันสะกดคำโดยจำกัดเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี งานนี้เป็นงานระดับชาติ มีเด็กมาร่วมแข่งขันถึง 10 ล้านคน และมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศในรอบสุดท้าย

ในปีนั้นผู้ที่ฝ่ามาถึงรอบสุดท้ายมีเพียง 13 คน ซามีร์ ปาเตล วัย 12 ขวบ ซึ่งปีที่แล้วได้อันดับ 2 เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 คือ ราชีพ ทาริโกพูลา ซึ่งได้ที่ 4 เมื่อปีที่แล้ว ชัยชนะน่าจะเป็นของซามีร์ แต่แล้วเขาก็พลาดเมื่อเจอคำว่า eramacau! sis (แปลว่าอะไร โปรดหาจากพจนานุกรมเล่มใหญ่ๆ เอาเอง) การตกรอบของซามีร์ทำให้ราชีพเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ทันที

มีนักข่าวคนหนึ่งถามราชีพว่า ดีใจไหมที่คู่ปรับตกรอบไป คำตอบของราชีพก็คือ "ไม่ครับ นี่เป็นการแข่งขันกับคำ ไม่ใช่กับคน ครับ"

ไม่ทันขาดคำ เสียงตบมือก็ดังก้องห้องประชุม

คำตอบของราชีพคงทำให้ผู้ใหญ่หลายคนได้คิด ใช่หรือไม่ว่าเวลาเราแข่งขันเรื่องอะไรก็ตามเรามักจะมองเห็นผู้ร่วมแข่งขันเป็นปรปักษ์หรือฝ่ายตรงข้าม ในใจจึงอยากให้เขามีอันเป็นไป เพื่อเราจะได้เป็นผู้ชนะแต่ผู้เดียว หารู้ไม่ว่าลึกๆ แล้วความอิจฉาและพยาบาทกำลังก่อตัวขึ้น ดังนั้นแข่งไปจึงทุกข์ไป แข่งเสร็จแล้วก็ยังทุกข์อีกที่เห็นคนอื่นเก่งกว่าตน

แต่สำหรับราชีพ แม้การแข่งขันจะดุเดือดอย่างไร เขาไม่ได้มองไปที่คน แต่มองไปที่คำ สำหรับเขาความท้าทายอยู่ที่การต่อสู้กับคำยากๆ คำยากทุกคำคือปริศนาที่เขาต้องถอดออกมาเป็นตัวๆ ให้ได้ เมื่อใจไปจดจ่ออยู่ที่คำเหล่านี้ เขาจึงมิได้ยินดียินร้ายที่ผู้ร่วมแข่งขันจะไปหรืออยู่

แม้ว่าในที่สุดราชีพจะได้เป็นที่ 4 (เพราะแพ้คำว่า Hiligenschein) แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ทุกข์เพราะเกลียดหรืออิจฉาคนที่เก่งกว่าเขา คงมีแต่ความมุ่งมั่นที่จะศึกษาค้นคว้าให้หนักขึ้นเพื่อพิชิตคำยากๆ ในปีหน้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปีหน้าเขาต้องเก่งกว่าปีนี้แน่ มองในแง่นี้ แม้เขาจะ "แพ้" แต่เขาไม่ขาดทุนเลย กลับมีกำไรด้วยซ้ำ

มุมมองของราชีพนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะในยามแข่งขันเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าสำหรับการดำเนินชีวิตและสัมพันธ์กับผู้คนด้วย ใช่หรือไม่ว่าในชีวิตประจำวันเมื่อเราถูกวิพากษ์วิจารณ์ใจเรามักจะพุ่งตรงไปยังคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ค่อยสนใจคำวิพากษ์วิจารณ์เท่าใดนัก ดังนั้น แม้ว่าคำวิพากษ์วิจารณ์จะถูกต้องให้แง่คิดที่ดีเพียงใดก็ตาม แต่เราไม่สนใจที่จะไตร่ตรองเสียแล้ว เพราะใจนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดและโกรธคนที่วิพากษ์วิจารณ์เรา

ถ้าเราหันมาใส่ใจกับคำวิพากษ์วิจารณ์กันให้มากขึ้น และสนใจให้น้อยลงกับการตอบโต้เพื่อเอาชนะคะคานคนที่วิพากษ์วิจารณ์ นอกจากเราจะทุกข์หรือโกรธเกลียดน้อยลงแล้วเรายังมีโอกาสที่จะได้ประโยชน์จากคำวิพากษ์วิจารณ์นั้นด้วย โดยเฉพาะหากเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ถูกต้องด้วยท่าทีเช่นนี้ เราจะได้กำไรสถานเดียว คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณถึงกับบอกว่าวันไหนไม่ได้รับคำตำหนิ วันนั้นถือเป็นอัปมงคลเลยทีเดียว

เวลาทำงานก็เช่นกัน ถ้าเรามองว่านี้เป็นการต่อสู้ปลุกปล้ำกับงาน เราจะไม่เดือดร้อนที่คนอื่นทำได้ดีกว่าเรา ใครจะดีจะเก่งก็เป็นเรื่องของเขา เพราะในใจนั้นนึกอยู่เสมอว่า "ฉันกำลังแข่งขันกับงาน ไม่ใช่แข่งขันกับคนอื่น" นอกจากจะไม่อิจฉาเขาแล้ว ยังพยายามเรียนรู้จากเขาว่ามีวิธีการอย่างไร เพื่อเอาไปใช้ในการพิชิตงานที่กำลังทำอยู่ หรือทำให้งานนั้นดีขึ้น

มองให้ลึกลงไปแล้ว คนไม่ใช่คู่แข่งของเรา กิเลสตัณหา ความเห็นแก่ตัว หรือความหลงตนต่างหากที่เป็นคู่แข่งของเรา แทนที่จะสู้กับใครต่อใคร เราควรหันมาสู้กับอกุศลธรรมในตัวเราดีกว่า ที่แล้วมาเราต่อสู้กับใครต่อใครมากแล้ว แต่ไม่ได้ต่ออสู้กับอกุศลธรรมเหล่านี้ เราจึงทุกข์ไม่เว้นแต่ละวัน

ถึงที่สุดแล้ว แม้แต่คนที่คิดร้ายต่อเรา เขาก็ไม่ได้เป็นศัตรูของเรา ความโกรธความเกลียดหรือความเห็นแก่ตัวในใจเขาต่างหากที่เป็นศัตรูของเรา สิ่งที่เราควรจัดการคือความชั่วร้ายในใจของเขา มิใช่จัดการตัวเขา ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะปลอดภัยและมีชีวิตที่สงบสุขอย่างแท้จริง เพราะการขจัดศัตรูที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนเขามาเป็นมิตร

แล้วอะไรล่ะที่จะเปลี่ยนศัตรูมาเป็นมิตรได้ หากมิใช่การใช้ความดีเอาชนะใจเขา (ขอขอบพระคุณ คุณหญิงชัชนี จาติกวนิช ที่กรุณาส่งอี-เมลที่มีค่าฉบับนี้ซึ่งไม่ปรากฏนามเจ้าของมาให้และขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ ขอขอบคุณท่านผู้เขียนที่อาจไม่รู้ตัวว่าได้กระทำสิ่งที่มีประโยชน์ยิ่งในยุค "ชิงชังกัน" เยี่ยงปัจจุบัน)




 

Create Date : 19 กันยายน 2551    
Last Update : 19 กันยายน 2551 23:53:31 น.
Counter : 110 Pageviews.  

พระโอวาท^พระอรหันต์จี้กง^



 

พระโอวาท พระอรหันต์จี้กง

SmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmiley


ชีวิตย่อมเป็นไปตามวิถีแห่งกรรมลิขิต
วอนขออะไร


วันนี้ไม่รู้เหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้
กลุ้มเรื่องอะไร


ไม่เคารพพ่อแม่แต่เคารพพระพุทธองค์
เคารพทำไม


พี่น้องคือผู้ที่เกิดตามกันมา
ทะเลาะกันทำไม


ลูกหลานทุกคนล้วนมีบุญตามลิขิต
ห่วงใยทําไม


ชีวิตย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้
ร้อนใจทำไม


ชีวิตใช่จะพบเห็นรอยยิ้มกันได้ง่าย
ทุกข์ใจทำไม


ผ้าขาดปะแล้วกันหนาวได้
อวดโก้ทำไม


อาหารผ่านลิ้นแล้วกลายเป็นอะไร
อร่อยไปใย


ตายแล้วบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้
ขี้เหนียวทำไม


ที่ดินคือสิ่งที่สืบทอดแก่คนรุ่นหลัง
โกงกันทำไม


โอกาสจะได้กลายเป็นเสีย
โลภมากทำไม


สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เหนือศีรษะเพียง 3 ฟุต
ข่มเหงกันทำไม


ลาภยศเหมือนดอกไม้ที่บานอยู่ไม่นาน
หยิ่งผยองทำไม


ทุกคนย่อมมีลาภยศตามวาสนาที่ลิขิต
อิจฉากันทำไม


ชีวิตลำเค็ญเพราะชาติก่อนไม่บำเพ็ญ
แค้นใจทำไม บำเพ็ญไวไว


นักเล่นการพนันล้วนตกต่ำ
เล่นการพนันทำไม


ครองเรือนด้วยความประหยัดดีกว่าขอพึ่งผู้อื่น
สุรุ่ยสุร่ายทำไม


จองเวรจองกรรมเมื่อไรจะจบสิ้น
อาฆาตทำไม


พูดเท็จทอนบุญจนบุญหมด
โกหกทำไม


ดีชั่วย่อมรู้กันทั่วในที่สุด
โต้เถียงทำไม


ใครจะป้องกันมิให้มีเรื่องเกิดขึ้นได้ตลอด
หัวเราะเยาะกันทำไม


ฮวงจุ้ยที่ดีอยู่ในใจใช่ที่ภูเขา
แสวงหาทำไม


ข่มเหงผู้อื่นคือทุกข์ รู้ให้อภัยคือบุญ
ถามโหรเรื่องอะไร


ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย
วุ่นวายทำไม


ขอขอบคุณ http://dharma.thaiware.com/dharma_article.php?id=89






Free TextEditor




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2551 0:34:11 น.
Counter : 121 Pageviews.  

~O~ 31 ความสุขแบบง่ายๆ ~O~

พบ 31 ความสุขแบบง่ายๆ

1.นึกไว้เสมอว่าาการโกรธ 1 นาที
จะทำให้ความทุกข์อยู่กับเธอ 3 ชั่วโมง

2.ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก
รับรองว่าเค้าต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้งแน่

3.ลองปลูกต้นไม้เองซักต้น
การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของเธอได้

4.หลับตานิ่งๆ ซัก 3 นาที
เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากจัง

5.ระหว่างแปรงฟังถ้าฮัมเพลงด้วยไปจนจบ
จะทำให้ฟังสะอาดขึ้น 2 เท่าแน่ะ

6.เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลง
จากที่รสชาติธรรมดาก้อจะอร่อยขึ้นเยอะเลย

7.ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหน
ก้อต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด

8.การขึ้นบันไดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย
คือการไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไหร่

9.คนตาบอดจะเห็นว่าเธอสวยมากๆทันทีที่เธอถามเค้าว่า
"ช่วยพาข้ามถนนไหมค่ะ"
10.เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทาน
ไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก

11.ควรหัดพูดคำว่า "ไม่เป็นไร"
ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า "จะเอายังไง"

12.ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที
รับรองว่าจะไม่ค่อยไปสายเหมือนเมื่อก่อน

13.สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง
เรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้จึงเล่าให้มันฟัง

14.อาหารที่ไม่ชอบกินตอนเด็ก
ลองตักเข้าปากอีกที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด

15.เขียนชื่อคนที่เกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้ง
ความเกลียดจะเบาบางลงไปเรื่อยๆ

16.ให้ปล่อยน้ำตาไหลโดยไม่ต้องเช็ด
เมื่อน้ำตาแห้ง จะดูแทบไม่ออกว่าเพิ่งร้องไห้

17.ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆ
จะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อไปหยิบมาเล่นอีกครั้ง

18.ก่อนจะซื้ออะไรก้อตาม
ต้องคิดหาประโยชน์ของมันทำให้ได้อย่างน้อย 3ข้อก่อน

19.ถึงเสื้อกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย
แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆ ก้อจะดูเหมือนมีเยอะขึ้น

20.ซาลาเปา 1 ลูก กินได้ 2 คน
ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าเธอคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง

21.เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้
ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะจนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด

22.ในวันที่รู้สึกเศร้าๆเหงาๆ
เดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองสักดอกแล้วจะดีขึ้น

23.แอบรักใครซักคน
ยังไงก้อดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สัก รักมันเป็นยังไง

24.ถึงจะไม่ออกไปไหน
แต่ก้อไม่ได้หมายความว่าแต่งตัวสวยๆ หล่อๆไม่ได้นิ

25.ฝึกโรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง
ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน

26.ถ้าเธอเช็ดกระจกบานที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้
ทำไมเธอจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้

27.พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่ม
อาจไม่สนุกแต่ก้อมีประโยชน์แฝงอยู่

28.วันที่ตื่นเช้าๆ ให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าที่จะนานได้
ถ้าขี้เกียจออกกำลังกายนะ

29.แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่านมา
ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว

30.ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน
แม่จะได้มีค่าขนมให้เธอเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท

31.อ่านจบแล้วก็อย่าลืมยิ้มดว้ยล่ะ :)

ได้มาจากFWD Mail นานมาละ แต่ชอบมาก เลยอยากแบ่งปัน





 

Create Date : 13 เมษายน 2551    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2551 0:43:36 น.
Counter : 75 Pageviews.  

คำสอนว่าด้วยรัก

บ่มเพาะความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
ชนิดที่ไม่ต้องคาดหวังว่า
จะได้อะไรตอบแทนและให้รักนั้นก็ครอบคลุมไปตั้งแต่
การรักตนเอง รักต่อคู่รัก ต่อบุพการี
กระทั่งแผ่ออกไปยังคนรอบข้าง..."
--------------------
พุทธศาสนิกชนจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตโดยแยก "โลก" ออกจาก
"ธรรม" ด้วยเข้าใจว่าเรื่องพระธรรมคำสอนเป็นกิจของสงฆ์
เป็นความดีงามในอุดมคติมากกว่าจะปฏิบัติได้จริง
อีกทั้งรุงรังไปด้วยภาษาที่เข้าใจได้ยาก
ใครที่เคยมีความเข้าใจเช่นนี้ อาจจะต้องเปลี่ยนความคิด
หากได้อ่านหนังสือชื่อ เมตตาภาวนา คำสอนว่าด้วยรัก ของ ติช นัท ฮันห์
พระเซ็นชาวเวียดนาม ผู้เป็นทั้งกวีและเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ
ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส

ติช นัท ฮันห์ อรรถาธิบายไว้ว่า พรหมวิหารสี่ คือ ความเมตตา
ติช นัท ฮันห์ ชี้ว่า เราทุกคนล้วนมีเมล็ดพันธุ์ของความรักอยู่ในตัว
เราสามารถพัฒนาพลังอันน่าอัศจรรย์นี้ บ่มเพาะความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
ชนิดที่ไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้อะไรตอบแทนและให้รักนั้นก็ครอบคลุมไปตั้งแต่การรักตนเอง
รักต่อคู่รัก ต่อบุพการี กระทั่งแผ่ออกไปยังคนรอบข้าง

บางบรรทัดในหนังสือเล่มนี้ได้ยกพุทธพจน์อันกินใจยิ่งมาแสดงไว้ อาทิ
ไม่มีใครในโลกนี้ ที่จะรักตัวเรามากไปกว่าตัวเราเอง

บางบทย้ำเตือนให้เราเฝ้ามอง พิจารณาตัวเองอย่างจริงจัง
เพื่อได้พบตาน้ำแห่งความรัก จากนั้นความรักก็จะปรากฏสู่ภายนอก
ดวงตาจะฉายแววของความสุข คนรอบข้างจะได้รับอานิสงส์จากการปรากฏตัวของเรา


" บ่มเพาะความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
ชนิดที่ไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้อะไรตอบแทนและให้รักนั้นก็ครอบคลุมไปตั้งแต่การรักตนเอง
รักต่อคู่รัก ต่อบุพการี กระทั่งแผ่ออกไปยังคนรอบข้าง "
..

มาจาก: Forward Mail
โพสวันที่: 23 มี.ค. 2551 13:34.

http://www.limparty.com/index.php?p1=share&t_id=1&s_id=2973&act=read&p2=1




 

Create Date : 10 เมษายน 2551    
Last Update : 10 เมษายน 2551 12:59:04 น.
Counter : 173 Pageviews.  


lonelyjourney
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Friends' blogs
[Add lonelyjourney's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.