Group Blog
 
All blogs
 

ส่งท้ายปี ๕๐ ที่ดอยตุง



ปลายปี ๒๕๕๐ น้องสาวที่อยู่อยุธยากลับมาเยี่ยมบ้าน ครอบครัวเราเลยชวนกันไปเที่ยวเชียงราย เนื่องจาก ป๋าอยากไปเที่ยววัดร่องขุ่นและพระตำหนักดอยตุงมานานแล้ว แต่ยังหาโอกาสไม่ได้เลย คราวนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ไปกันครบแม้จะรู้ว่าต้องไปเผชิญกับฝูงชน เราวางแผนว่าจะออกบ้านตั้งแต่ตี ๔ เพื่อจะได้ไปถึงพระตำหนักตั้งแต่เริ่มปิดเลย แต่ที่ไหนได้เอาเข้าจริงๆ กว่าจะได้ออกจากบ้านได้ก็เกือบตี ๕ ไปตามเส้นทางดอยสะเก็ต แต่ทางเริ่มต้นไม่ดีเลยเนื่องจากถนนตั้งแต่หน้า รร.ดอยสะเก็ตมีการสร้างทาง โดยเป็นเพียงทางแคบที่รถสามารถผ่านไปได้ทีละคันทั้งสองข้างทางถูกขุดลึกลงไปประมาณ เกือบสองเมตรแต่ก็มีที่กันไว้เพียงแต่ตอนที่เราเดินทางผ่านนั้นเป็นเวลาเช้ามืด ถนนจึงว่างก็ค่อยๆขับผ่านไป ช่วงที่ทำถนนเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร เราก็ไม่กล้าขับเร็ว ขับแค่ ๙๐ กม/ชม อากากศก็หนาวมากๆ เด็กๆก็หลับกันสบาย มาตื่นกันอีกทีก็แวะเข้าห้องน้ำกันที่ปั้มเชลล์แม่ขะจาน และซื้อขนมและซาลาเปามาเผื่อหิว พอออกมาจากปั๊มก็ต้องเจอกับหมอกหนาที่สามารถมองเห็นได้ไม่เกิน ๑๐๐ เมตร ทำได้ก็แค่ขับช้าๆอย่างระมัดระวังไฟหน้ารถก็ไม่ช่วยอะไรได้ ไม่มีใครกล้าแซงใครเลย มีแต่ขับตามกันไปเป็นขบวน หน้าเราเป็นรถโค๊ช ซึ่งก็ดีตรงที่เขาเป็นเหมือนผู้นำทางเรา เสียอย่างเดียว ต้องทนดมกลิ่นควัน ขับตามกันเป็นขบวนไปจนถึงแม่สรวย หมอกจึงจะเริ่มเบาบางลง ซึ่งทำให้เสียเวลามากๆ
จากนั้นแวะทานอาหารเช้ากันที่ร้านสหรส ต้มเลือดหมู เกาเหลา อร่อยมากๆ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา หลังจากอิ่มหนำสำราญก็มีแรงเดินหน้ากันต่อ มุ่งหน้าสู่พระตำหนักดอยตุงเป็นแห่งแรก เนื่องจากเกรงว่าคนจะเยอะ นี่ขนาดว่าออกจากเชียงใหม่ตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง ก็ยังไปถึงที่หมายเกือบๆ 9 โมงแน่ะ โชคดีที่ทางพระตำหนักจัดจุดจอดรถให้นักท่องเที่ยวไว้ 4 จุดแล้วมีรถบริการไปส่งถึงพระตำหนัก และรับกลับ ฟรี โดยที่ไม่ต้องไปติดแหงกกันอยู่บนดอยและที่สำคัญเราไม่ต้องเหนื่อย รถบริการจะมีตลอดเวลา
พอไปถึงแล้วก็ต้องซื้อตั๋วเข้าชม โดยแบ่งเป็นโซน ค่าเข้าชมพระตำหนัก 70 บาท ชนสวน 80 บาท หอพระราชประวัติ 30 บาท แต่ถ้าชมทุกอย่าง 150 บาท ผู้สูงอายุ ลดครึ่งราคา (ต้องแสดงบัตรปปช.ด้วย) บ้านเราซื้อตั๋วแบบเหมา และมีผู้สูงอายุ 2ท่านก็ประหยัดไปนิดหน่อย
เมื่อเข้าไปถึงสวนก็พบแต่ความสวยงาม (ตามรูปข้างล่าง) ชมแค่สวนก็คุ้มล่ะ พวกเราก็กระหน่ำถ่ายรูปกันซะ ที่เอามาให้ดูนี่แค่บางส่วน จากนั้นก็ไปชมส่วนที่เป็นพระตำหนัก ก็มีความงดงามมากๆ แต่ไม่สามารถถ่ายรูปภายในได้ (ได้มาหน่อยนึงตรงระเบียงเท่านั้น)


1.



2.


3.


4.


5.


6.


7.


8.


9.


10.


11.



12.


13.


14.


15.


16.


17.


18.


19.


12.


21.




 

Create Date : 15 เมษายน 2551    
Last Update : 15 เมษายน 2551 13:38:19 น.
Counter : 213 Pageviews.  


lonelyjourney
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Friends' blogs
[Add lonelyjourney's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.