คุณตาพายัพ รุ่งเรือง วัย 73 ปี ชีวิตที่ไร้ไฟฟ้ามานานกว่า30ปี

ผู้สื่อข่าวพบครอบครัวรุ่งเรือง เกษตรที่ชัยนาท นอกพื้นที่การสำรวจของกฟภ.ไม่มีการเดินสายไฟไปถึงบ้านอยู่กันมากว่า30ปีโดยไม่มีไฟฟ้าใช้ คุณตาพายัพวัย73ปีบอกกับลูกๆหลานๆว่า จะดูการ์ตูนก็ดูไม่ได้ ตนเองจะดูข่าวก็ดูไม่ได้ ก่อนตายอยากเห็นลูกหลานมีไฟฟ้าได้ใช้งานเหมือนหมู่บ้านอื่นบ้าง


ณวันที่ 20มีนาคม58 ผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับคุณตาพายัพ รุ่งเรือง วัย 73 ปี ที่หมู่บ้านเลขที่ 129 ม.4 บ้านหนองขนาก ตำบลกุดจอก อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท คุณตาพายัพได้เปิดเผยว่า บ้านที่ตนเองพักอาศัยอยู่ปัจจุบันไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า 30 ปี ต้องดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก คุณตาพายัพเคยร้องเรียนแจ้งความประสงค์ขอไฟฟ้าและเครื่องปั่นไฟไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดจากกฟภ.
คุณตาพายัพ รุ่งเรือง วัย 73 ปี บอกว่า เมื่อช่วงเดือน สิงหาคม2557 ที่ผ่านมา นายอำเภอเจิดศักดิ์ นิลอุบล นายอำเภอหนองมะโมง ได้ทำเรื่องดำเนินการไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาวัดสิงห์ เพื่อทำการสำรวจพื้นที่และทำเรื่องขยายเขตพื้นที่บริการไฟฟ้าให้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววเห็นหน่วยงานไหนเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้เลย
จากนั้น คุณตาพายัพ รุ่งเรือง วัย 73 ปีได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูรอบขอบเขตบ้าน ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง และมีบ้านของลูกๆหลานๆ อีก2หลังอยู่ข้างบ้านของคุณตาพายัพ รุ่งเรือง วัย 73 ปี อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกทั้งหมด12คน อาชีพหลักของครอบครัวคุณตา คือ เกษตรกร ทำไร่ ทำนา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่


เคยมีทาง อบต.กุดจอก ได้ส่งช่างไฟฟ้ามาติดตั้งชุดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กให้ แต่เครื่องที่ติดไว้เกิดการชำรุดบ่อย และไฟฟ้าที่ได้รับจากเครื่องก็ให้พลังงานแสงสว่างน้อยไม่เพียงพอ พัดลมที่มีอยู่ก็เปิดไม่ได้เนื่องจากพลังงานไปเพียงพอ ต้องใช้แสงเทียนให้แสงสว่าง บางครั้งลูกๆหลานๆ ก็ไม่สามารถทำรายงานทำการบ้านได้ รวมไปถึงการดูข่าวประจำวัน รายการบันเทิง ตลอดจนช่องการ์ตูนที่หลานๆชอบดู ก็ไม่สามารถดูโทรทัศน์ได้ สรุป ไม่มีไฟฟ้าใช้ทั้งสาระและความบันเทิง เหมือนกับบ้านคนอื่นเขา" คุณตาพายัพ รุ่งเรือง วัย 73 ปี ที่อยู่นอกเขตพื้นที่บ้านไร้ไฟฟ้าใช้ กล่าว
"คุณตาพายัพ รุ่งเรือง วัย 73 ปี  อยากขอวิงวอนขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยเร่งดำเนินการตั้งเสาเดินสายไฟฟ้าให้กับครอบครัวให้มีไฟฟ้าใช้ด้วย เพราะใช้ชีวิตที่ไร้ไฟฟ้ามากว่า 30 ปี ก่อนที่จะจากโลกนี้ไป ขอให้ลูกหลานได้ใช้ไฟฟ้า และใช้ดำเนินชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป นอกเหนือเรื่องไฟฟ้า ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"คุณตาพายัพ รุ่งเรือง วัย 73 ปี กล่าว.




 

Create Date : 21 มีนาคม 2558    
Last Update : 21 มีนาคม 2558 11:14:25 น.
Counter : 157 Pageviews.  

กฟน.แจ้งงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวบางพื้นที่เสาร์-อาทิตย์นี้

การไฟฟ้านครหลวงแจ้งว่ามีความจำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับสายป้อนไฟฟ้าแรงสูง ทั้งนี้เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การไฟฟ้านครหลวงจึงจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวบางพื้นที่ดังต่อไปนี้

          วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2558
          กรุงเทพมหานคร

          เวลา 08.00 น. - 15.00 น.
          - ถนนมิตรไมตรี ตั้งแต่ซอยมิตรไมตรี 8/2ถึงซอยมิตรไมตรี 12
          เวลา 08.30 น. - 15.30 น.
          - ถนนเสริมพัฒนา ชุมชนวัดใหม่กระทุ่มล้ม
          - ถนนเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่ซอยเฉลิมพระเกียรติ 10 ถึงซอย 22(ยกเว้นซอยเฉลิมพระเกียรติ 22)
          เวลา 08.30 น. - 16.30 น.
          - ถนนสุวินทวงศ์ ซอยสุวินทวงศ์ 13
          เวลา 09.00 น. - 12.00 น.
          - ถนนบางบอน 1 ซอยบางบอน 21 ถึงซอย 23
          เวลา 09.00 น. - 15.30 น.
          - ถนนลาดพร้าว ซอยโชคชัย 4 แยก 37
          - โรงพยาบาลสุขุมวิท
          (เฉพาะภายในโรงพยาบาลสุขุมวิท)
          - ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 35-49ตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 35 ถึงซอยสุขุมวิท 49(เฉพาะริมถนนสุขุมวิท)
          นนทบุรี
          เวลา 08.30 น. - 15.30 น.
          - ถนน 345 ซอยวังข่า
          - ถนน 345 ซอยวัดลำโพ
          - ถนนบางไผ่-หนองเพรางาย หมู่บ้านเศรณีลากูน

 วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2558
          กรุงเทพมหานคร

          เวลา 08.00 น. - 15.00 น.
          - ถนนสิบ-สิบสี่ ตั้งแต่หัวถนนสิบ-สิบสี่(จะเข้าจากถนนประชาสำราญ)ถึงซอยสิบ-สิบสี่ 5
          เวลา 08.30 น. - 15.30 น.
          - ถนนเอกชัย ตั้งแต่ซอยเอกชัย 60ถึงซอยเอกชัย 64/7
          - ถนนวิภาวดีรังสิต (ฝั่งตะวันออก) ตั้งแต่คลองบางซื่อ ถึงสถานีย่อยหมอชิต (ตึกแถวริมถนน, ซอยวิภาวดีรังสิต 12 และ 14)
          - ถนนเพชรบุรี ซอยเพชรบุรี 15 ถึงทางรถไฟ
          - ถนนประชาสงเคราะห์ ซอยสุทธิพร แยก 25(ไซเบอร์พริ้นท์)
          - ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 96, 94/1,วิทยาลัยเทคโนโลยีพระราม 6, 94, มิดติ้งมอลล์AmWay, ริมคลองบางอ้อ
          - ถนนร่มเกล้า แฟลตการเคหะร่มเกล้า แฟลตที่14,15,16,19, 20, 21, 22, 23, 24
          - ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 56
          เวลา 08.30 น. - 16.30 น.
          - ถนนพระราม 2 ซอย 54 แยก 4-2-3
          เวลา 09.00 น. - 15.30 น.
          - ถนนศรีนครินทร์ ซอยสภาพงษ์ 1 แยก 6
          - ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 49-55 ตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 49 ถึงซอยสุขุมวิท 55(เฉพาะริมถนนสุขุมวิท)

นนทบุรี
          เวลา 08.30 น. - 15.30 น.
          - ถนนบางกรวย-ไทรน้อย (25) หรือซอยสีทอง
          - ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี 340 (ฝั่งขาเข้า)ซอยซอและ




 

Create Date : 21 มีนาคม 2558    
Last Update : 21 มีนาคม 2558 8:21:52 น.
Counter : 475 Pageviews.  

10วิธี ทำให้ลูกชอบอ่านหนังสือ


10วิธี ทำให้ลูกชอบอ่านหนังสือ

1. อ่านให้ลูกเห็นเป็นประจำ พ่อแม่ควรทำเป็นตัวอย่าง เมื่อเด็กเห็นว่าพ่อแม่ทำอะไรเขาก็จะทำตาม

2. เล่านิทานให้ลูกฟัง ถึงแม้ว่าลูกคุณจะยังเล็กเป็นเด็กทารกยังฟังไม่รู้เรื่อง จริง ๆ แล้ว พ่อแม่สามารถอ่านนิทานให้ลูกฟังได้ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องเลย

3. เล่านิทานให้ลูกฟัง(อีก) ถึงแม้ว่าลูกคุณจะโตแล้วอ่านหนังสือได้เองแล้ว การอ่านให้ลูกฟังเป็นกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูก และทำให้ลูกเห็นว่าเราเป็นครอบครัวที่รักการอ่าน

3. อ่านเรื่องเดิมหลายรอบ ไม่ว่าคุณจะอ่านเรื่องเดิมให้ลูกฟังมาเป็น 10 ครั้งแล้ว ถ้าลูกยังอยากฟังเรื่องเดิมอยู่ก็อ่านเรื่องเดิมนั่นแหละ เมื่อเด็กมีความต้องการให้คุณหยิบหนังสือมาอ่าน คุณต้องอย่าปิดกั้นความต้องการนั้น

4. เวลาอ่านให้ลูกฟัง อ่านให้มีจังหวะ และได้อารมณ์ของเรื่อง ให้ลูกได้เอาใจเข้าไปอยู่ในนิทานเรื่องนั้น เพื่อให้เขาสนุกกับหนังสือ

5. สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน หนังสือที่ใช้คำคล้องจองจะช่วยให้เด็กจำคำศัพท์ได้มากขึ้น

6. อ่านหนังสือกับลูก เวลาเห็นลูกนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ให้คุณเข้ามานั่งใกล้ ๆ และอ่านหนังสือของคุณไปข้าง ๆ

7. ชมลูกเมื่อเห็นลูกมีความพยายามที่จะอ่านหนังสือ เมื่ออ่านออกเสียง หรือเมื่ออ่านจบเล่ม

8. ทำที่วางหนังสือให้เป็นสัดส่วนที่เป็นของลูกและสอนให้ลูกเปิดใช้หนังสืออย่างถนอม

9. ทำให้ในบ้านมีหนังสือหลากหลายประเภท

10. พูดคุยเรื่องหนังสือกับลูก ให้ลูกเล่าให้ฟังว่าเรื่องที่อ่านสนุกยังไง


cr. scholarship




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2558 10:41:09 น.
Counter : 433 Pageviews.  

จับสาวปลูกต้นกระท่อมยักษ์ โดยให้เหตุผลที่ปลูกทำเอาตำรวจถึงกับงง!

ตำรวจสนธิกำลังทหารฉะเชิงเทรา ลุยทลายต้นกระท่อมยักษ์ คาบ้านพักสาวใหญ่เมืองแปดริ้ว เจ้าตัวอ้างปลูกไว้กินยาดับโรคเบาหวาน แต่จำนนต่อหลักฐาน ลูกค้าแวะมาขอซื้อจังหวะจับกุม …



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ก.พ. 58 พ.อ.สุรินทร์ เจริญชีพ หน.ชุดปฏิบัติการปราบปรามพิเศษจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไชยพศ พ่วงแพ หน.ชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณบ้านเลขที่ 33/1 ม.2 ต.คลองอุดมชลจร อ.เมืองฉะเชิงเทรา หลังสืบทราบว่าลักลอบจำหน่ายพืชกระท่อมแก่บุคคลทั่วไป โดยมี เจ๊ติ้ด ทราบภายหลังคือ นางจันทร์ฉาย ธรรมไพศาล อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน เป็นคนขาย

เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบบริเวณรอบบ้านดังกล่าว มีต้นกระท่อมขนาดใหญ่ขนาดคนโอบอยู่ถึง 3 ต้น สูงประมาณ 10-15 เมตร แต่ละต้นมีการต่อท่อน้ำติดตั้งสปริงเวย์ขึ้นไปจนถึงยอด แตกกิ่งก้านสาขา จนใบกระท่อมทุกใบเขียวขจี นอกจากนี้ ยังมีต้นเล็กๆ อยู่โดยรอบบ้านอีกหลายต้น เจ้าหน้าที่ต้องปีนขึ้นไปบนต้น ใช้ทั้งมีด ขวาน และเลื่อยค่อยๆ ตัดโค่นลงพร้อมเก็บใบพืชกระท่อมเก็บใส่ถุงปุ๋ยได้ถึงเกือบ 10 ถุง เพื่อนำไปเป็นหลักฐานดำเนินคดี

ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบสวน เจ๊ติ้ด หรือนางจันทร์ฉาย ธรรมไพศาล ซึ่งอ้างว่าไม่ได้จำหน่ายพืชกระท่อมให้กับใคร แต่ปลูกไว้นานแล้ว ปกติจะมีชาวบ้านมาขอเก็บไปกินเป็นยาแก้โรคเบาหวานเท่านั้น ขณะสอบสวน บังเอิญมี นายพิมล ศรีเพ็ญ อายุ 48 ปี พนักงานขับรถของบริษัทแห่งหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา เจ้าหน้าที่จึงเรียกมาสอบถาม และให้การกับเจ้าหน้าที่ต่อหน้านางจันทร์ฉาย ว่า มาซื้อพืชกระท่อมที่บ้านเจ๊ติ้ดเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1 ครั้งๆ ละ 20 ใบๆ ละ 1 บาท ได้แถมอีก 5 ใบ โดยจ่ายเงินให้กับเจ๊ติ้ดทุกครั้งๆ ละ 20 บาท แต่ละครั้งจะเป็นคนไปเด็ดใบพืชกระท่อมเอง เมื่อจำนนต่อหลักฐานพยานบุคคล เจ๊ติ้ดถึงกับหน้าถอดสี ยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

cr.tlcthai




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:44:33 น.
Counter : 992 Pageviews.  

รถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเคมี วิศวกรรมเคมี มทร.ธัญบุรี โชว์ผลงาน


ทีมนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเคมีและวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เผยประสบการณ์อันมีค่าในการเข้าร่วมแข่งขันรถขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเคมี พร้อมแสดงศักยภาพบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ

โดยกลุ่มแข่งขันนี้ ประกอบด้วย เอ้ก-กอบชัย ชัยคำ, เต้–ธนาธิป เต็มอุ่น, เฟรม–สุรภาส สิทธิเดช และปอนด์ – รัฐพล ฉายอรุณ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี และมี รศ.ผ่องศรี ศิวราศักดิ์ และ ดร.ธีระวัฒน์ เหมือนศรีชัย อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมีและวัสดุ เป็นอาจารย์ผู้แนะนำ ซึ่งล่าสุดคว้ารางวัลรองชนะเลิศ จากการเข้าร่วมแข่งขันรถขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเคมี Chemical Engineering Games ครั้งที่ 14 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ที่ผ่านมา

เอ้ก – กอบชัย ชัยคำ ในฐานะหัวหน้าทีม เปิดใจว่า เมื่อเห็นโจทย์การแข่งขันในการประดิษฐ์และพัฒนารถ โดยพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนรถจะต้องมาจากพลังงานไฟฟ้าเคมีเท่านั้น หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Chem-E Car (เคม-อี คาร์) ขนาดรถจะต้องไม่เกิน 30 x 40 เซนติเมตร และมีข้อบังคับระยะทางในการขับเคลื่อน 30 เมตร จึงได้ปรึกษากันภายในทีม โดยนำความรู้ที่เรียนมาด้านวิศวกรรมเคมีมาปรับใช้ใช้จริง

“หลังจากระดมสมองร่วมกันในกลุ่ม พร้อมกับนำเสนออาจารย์ผู้แนะนำเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม โดยนำความรู้เรื่องเซลล์ไฟฟ้าเคมีและหลักการทำงานของเครื่องปั่นไฟมาเป็นแนวคิดหลัก ทำหน้าที่เปลี่ยนรูปพลังงานเคมีไปเป็นพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยนำขั้วไฟฟ้า คือ แผ่นทองแดงและแมกนีเซียมจุ่มในสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟตและ กรดซัลฟิวริก ตามลำดับ ซึ่งเป็นขั้วโลหะและเคมีภัณฑ์พื้นฐานหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง ขั้วไฟฟ้าทั้งสองจะทำปฏิกิริยาออกซิเดชันและรีดักชันกับสารละลาย โดยแมกนีเซียมจะแตกตัวให้อิเล็กตรอนได้ดีกว่าทองแดง ทำให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากขั้วแมกนีเซียมไปสู่ขั้วทองแดง ขั้วแมกนีเซียมจะเป็นขั้วไฟฟ้าลบและมีศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่า ส่วนขั้วทองแดงจะเป็นขั้วไฟฟ้าบวกและมีศักย์ไฟฟ้าสูง เพราะเช่นนั้นจะทำให้มีกระแสอิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากขั้วแมกนีเซียมไปสู่ขั้วทองแดง จึงเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น และเมื่อนำไปต่อกับชุดมอเตอร์ความเร็วรอบสูง ขนาด 3 โวลต์ จำนวน 2 ตัว ที่ติดไว้กับล้อทั้งสองข้าง จะทำให้รถเคลื่อนที่ได้ ส่วนโครงสร้างของตัวรถทำจากเศษไม้อัด เพื่อให้มีน้ำหนักเบา สามารถขับเคลื่อนได้ง่าย ทุนในการผลิตราคาประมาณ 300 บาทต่อคัน” เอ้ก – กอบชัย ชัยคำ บอก

“ในภายภาคหน้าจะทดลองเปลี่ยนชนิดของขั้วโลหะและสารละลายเกลือของโลหะเพื่อให้สามารถประดิษฐ์และพัฒนาให้เกิดกระแสไฟฟ้าจากปฏิกิริยาเคมีได้มากยิ่งขึ้น รถจะได้วิ่งเร็วขึ้น โดยคำนึงถึงความสะดวก สามารถควบคุมการขับเคลื่อนได้ ทั้งนี้ต้องออกแบบตัวรถให้มีน้ำหนักเบา ตัวรถข้างนอกจะตกแต่งให้สวยงามและทันสมัย พร้อมทั้งได้นำความชำนาญในการแข่งขันมาเป็นบทเรียนในการทดลองและพัฒนาต่อไป เพราะฉะนั้น การแข่งขันเคมีคาร์วิศวกรรมเคมีของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจึงเป็นการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเคมีในเชิงสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ทั้งยังสนับสนุนความมีศักยภาพบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพอีกด้วย ” เต้ – ธนาธิป เต็มอุ่น กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ รถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเคมี Chem-E Car จะร่วมโชว์ผลงาน ในงานครบรอบวันสถาปนา 40 ปี มทร.ธัญบุรี ภายใต้ทัศนะ “40 ปี ราชมงคลธัญบุรี นวัตกรรมสร้างชาติ สร้างอนาคต” พร้อมด้วยผลงาน นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์อื่น ฯลฯ ระหว่างวันที่ 17 – 20 มกราคม 2558 นี้ เข้าชมฟรีตลอดงาน ข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02 549 4990




 

Create Date : 16 มกราคม 2558    
Last Update : 16 มกราคม 2558 11:00:02 น.
Counter : 358 Pageviews.  

1  2  3  4  

สมาชิกหมายเลข 1556306
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










เครื่องปั่นไฟ เครื่องพ่นยา
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 1556306's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.