Group Blog
 
All blogs
 

ไฟรัก...ฉบับภาษาเวียดนาม[2013]






ไฟรัก...เวอร์ชั่นภาษาเวียดนาม
โดย...สนพ. Quảng Văn
ตีพิมพ์ สิงหาคม พ.ศ.2556
ราคา 129,000 ดอง





Lửa yêu
Tác giả : Kanittaya
Dịch giả : Nguyễn Thùy Châu
Kích thước: 16 x 24 cm
Số trang: 544
Ngày xuất bản: 11 - 11 - 2013
Giá bìa: 129.000 ₫
Công ty phát hành: Quảng Văn
Nhà xuất bản: NXB Văn Học
Chụp pic: narutoquyen
Type
mocnam: 1-14
Thùy Nga: 15-22
Ringgy: 23-hết


Giới thiệu
Patiya - người mang trong mình hai dòng máu Thái Lan và Mỹ, nhà sản xuất phim, có biệt danh là “kẻ làm tình bền bỉ”, anh quyết tâm làm mọi thứ để bôi nhọ dòng họ danh giá và quyền quý của mình ngay cả việc nhận đóng vai chính trong các bộ phim X của Mỹ, nhằm rửa hận cho mẹ anh, một cựu người mẫu người Mỹ đã bị những người trong dòng họ bên nội của anh khinh ghét vì cho rằng sự có mặt của bà đã làm ô uế thanh danh của họ.

Paremai - phóng viên mảng tin hình sự, người đã tuyên bố quyết sẽ lật tẩy mặt nạ của “hắn” để rửa nhục cho Yaimai, cô em gái ngây thơ chết vì bị cưỡng hiếp của cô.

Hai con người ấy đáng ra không thể gặp nhau. Một người ở nước Mỹ xa xôi, là một đạo diễn và diễn viên phim X chuyên nghiệp, còn một người ở Thái Lan, vốn ghét cay ghét đắng những tin tức xằng bậy. Nhưng định mệnh đã xoay chuyển khiến họ gặp nhau trong mớ bòng bong của vụ án sát nhân

Hai con người mâu thuẫn với những khác biệt nhưng ngọn lửa của sự ham muốn còn mạnh mẽ hơn hết thảy liệu có khiến họ gục ngã trước sức quyến rũ của nhau…

Nguồn Bài: http://tuthienbao.com/forum/showthread.php?t=176301#.VE1B0Vfi90w#ixzz3HHJvx8CR



















 

Create Date : 14 มิถุนายน 2556    
Last Update : 27 ตุลาคม 2557 1:54:38 น.
Counter : 768 Pageviews.  

ปก...ไฟรัก








สนพ. : ชูการ์ บีท
นักเขียน: คณิตยา
ราคา : 350บาท
จำนวนหน้า : 589 หน้า
ตีพิมพ์ ครั้งแรก: 11 มิถุนายน 2555
สัญญาวรรณกรรมกับสถาพร : พฤษภาคม 2555(3)

เรื่องย่อ..


ภาติยะ(แพท ชื่อในวงการแสดง มานูเอล) : ผู้กำกับหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ผู้ขวางโลก เจ้าของฉายานักรักตัวยง ยอมทำทุกอย่างให้ครอบครัวที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้ดี” ของเขาแปดเปื้อน แม้กระทั่งรับเล่นหนังเอ็กซ์ของอเมริกาเป็นงานอดิเรก เพื่อแก้แค้นให้กับแม่อดีตนางแบบหางแถวชาวอเมริกัน ที่ถูกตระกูลผู้ดีฝ่ายพ่อเกลียดชังในฐานะหญิงผู้สร้างความอื้อฉาวให้แก่ตระกูล

แพรไหม : นักข่าวสายอาชญากรรม ผู้ประกาศตัวชัดเจนว่าจะกระชากหน้ากาก “เขา” เจ้าพ่ออื้อฉาวแห่งวงการโลกีย์ เพื่อแก้แค้นให้กับ “ใยไหม” น้องสาวใสซื่อที่เสียชีวิตจากการถูกพร่าพรหมจรรย์

เส้นทางที่ไม่ควรต้องมาบรรจบกัน ด้วยคนหนึ่งอยู่แดนไกลถึงอเมริกา มีอาชีพผู้กำกับและนักแสดงหนังเอ็กซ์ กับอีกคนอยู่เมืองไทยในฐานะเหยี่ยวข่าวสาวที่แอนตี้ข่าวฉาวๆ แต่โชคชะตากลับดลบันดาลให้ทั้งคู่ต้องโคจรมาพบกันเพียงเพราะ “ถูกลวงให้เข้าใจผิดในคดีฆาตกรรม”

ห้ำหั่น ประหัตประหาร ต่อสู้ และเรียกร้อง เพื่อความเป็นธรรมให้แก่ตัวเอง หากเปลวไฟแห่งความปรารถนากลับเร่าร้อนและร้อนแรงเสียยิ่งกว่า จนต่างต้องยอมพ่ายแพ้ต่อเสน่หาของอีกฝ่ายหนึ่ง...
==============

นิยายทุกเรื่อง มีเรื่องราวของมันเสมอ เช่นดั่ง "ไฟรัก" เรื่องนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย อย่างแรกเลยอุ๋ยพบว่าคนอ่านเงาไฟรักเยอะมากๆ ถ้าไม่เจอฉากเลิฟซีน อุ๋ยคงไม่รู้อีกนานว่านักอ่านเงาเป็นใครกันบ้าง

ประการที่สอง อุ๋ยได้เพื่อน ได้พี่ ได้น้อง ได้มิตรมากมายจากเรื่องไฟรัก ด้วยหลายคนที่ไม่เคยอ่านงานอุ๋ยเลย กรุณาอีเมลมาหาอุ๋ยเพื่อเขียนความรู้สึกและขอสมัครเป็นแฟนคลับที่สำคัญขอซื้อนิยายทุกเรื่องที่เหลือจากอุ๋ย ขอบคุณมากๆๆ ค่ะสำหรับมิตร และหลายคนที่อ่านเคยอ่านงานอุ๋ยบ้าง แต่ก็คงไม่ถึงกับประทับใจหรือว่ายังไม่โดน แต่พอเจอเรื่องไฟรัก กรุณาขอแอดเฟซบุ๊กอุ๋ยมาเพื่อบอกเล่าความรู้สึกหลังจากที่อ่านไฟรัก และต่อไปนี้คือคอมเมนท์บางส่วนของคนที่อ่านไฟรัก ซึ่งได้อนุญาตให้อุ๋ยกอปมาลงในบล็อกค่ะ ทั้งหลายทั้งปวง อุ๋ยเอามาลงก็เพื่อเก็บความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ไว้เป็นยาใจยามที่ตัวเองท้อแท้ หรือกำลังใจถดถอยกับการปั่นนิยาย...

คนแรก...พี่ลักษณ์

Happy Luckposted toKhatiya Mahasin
July 3
หลังจากที่อ่าน "ไฟรัก" จบลงเมื่อคืนในเวลาเที่ยงคืนเศษ..
อยากจะบรรยายความรู้สึกส่วนตัว อิอิ...คิดว่าผลงานเรื่องนี้ คิดว่าไฟรักน่าจะเป็นเป็นงาน masterpieces ของคุณอุ๋ย(ในขณะนี้) นิยายเรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยสาระและความบันเทิงผสมดราม่า พร้อมสอด...แทรกความรู้เกี่ยวกับหนังพอร์น/ คำศัพท์เฉพาะของคดีฆาตกรรม/ พร้อมทั้งสาระทางด้านสื่อสิ่งพิมพ์ฯลฯ
โดยส่วนตัวชอบเนื้อหาและบทสนทนาโต้ตอบกันของตัวละครทุก ๆตัว (มิใช่เฉพาะพระ-นางเท่านั้น)ชวนติดตามจนวางไม่ลง..

ส่วนบทเลิฟ ๆ ในนิยายเรื่องนี้จัดว่าค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่กลับไม่ทำให้เสียอรรถรสในการติดตามอ่าน 555+ นักเขียนสามารถทำให้ผู้่อ่านรู้สึกได้ถึงความละเมียดละไมได้ถึงคำว่า "ร่วมรัก" ที่สื่อผ่านทางตัวอักษร รับรู้ได้จากการกระทำและความรู้สึกที่แพทมีต่อแพรไหม

นางเอกของเรื่องที่ผู้เขียนบรรยายไว้ ค่อนข้างเพอร์เฟ็ค เป็นคนจิตแข็ง/คิดบวก/แยกแยะแต่ละเรื่องไว้ค่อนข้างชัดเจน เสียแต่ว่า..เป็นเจ้าหนูจำไมไปหน่อย ฮาๆๆๆ

สรุปคือ ชอบมว๊ากกก Recommended !See More
— with Nilubol Mo Panik and 4 others. 


คนที่สอง พี่โม ค่ะ ^_^

June 23
Nilubol Mo Panik
• ยินดีคะ ..ชื่อโมคะ .. เพิ่งอ่านเรื่องไฟรัก จบคะ อยากจะบอกว่าชอบมากเลย ประทับใจสุดๆๆ หวาบหวิว รัญจวนใจสุดๆๆ โรแมนติค บรรยายไม่หมดคะ :) .แนะนำเพื่อนๆ ให้อ่านด้วยคะ ...ไปดูหนังสือที่คุณคณิตยา เขียน ..พบว่าเคยอ่านเรื่อง รักเพียงฝัน อริ..ที่รัก มาก่อนแล้ว มีเรื่อง รหัสทรชน, บอดี้การ์ด และ กุหลาบในเปลวไฟ แต่ยังไม่ได้อ่านคะ กำลังตามหาเรื่องอื่นๆ ของคุณอยู่ด้วย ..ขอเป็นรีดเดอร์ที่ชื่นชอบและติดตามผลงานของคุณอีกคนคะ

จริงๆ อ่านเรื่อง รัำกเพียงฝัน เรื่องแรกก็ชอบแล้ว เพราะติดใจหนุ่ม บราซิล เป็นทุนเดิม ได้รู้จัก Reynaldo จากเรื่องนี้ละคะ เพิ่งนึกได้ เคยคุยกับน้องติ๋ว ว่า คุณคณิตยา ไปเที่ยวบราซิลมาด้วยนี่คะ

Nilubol Mo Panik
• ด้วยความยินดีคะ ..ตอนแรกเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้่อ่าน ไฟรัก คะ พออ่านแล้วรู้สึกคุ้นสำนวน เลยไปหาหนังสือในคลัง ก็พบว่าี่พี่อ่านของคุณมา สองเรื่องแล้ว นี่ ..จะหาเรื่องทางสายหมอก มาอ่านดูนะคะ ว่าเป็นงัยถึงโดนติ ..จะตามหาเรื่องอื่นได้หรือเปล่านี่ซิ ...ถ้าเรียก พี่ติ๋ว นี่ ก็ขอให้เรืยก พี่โม ด้วยได้เลยนะคะ ...อ่านเรื่อง ไฟรัก แล้ว ก็เห็นว่ามีการพัฒนาการเขียนมากขึ้นนะคะ อ่านแล้วได้ข้อมูลเพิ่ม เนื้อหาแน่น ชื่นชมเลยว่าเขียนได้ไหลรื่นดี เพราะว่าถ้าไม่สนุกอ่านได้ไม่กี่บทจะวางเลย เล่มก็หนา ขนาดนั้น ...เก่งคะ ..แต่บอกตรงๆ เรื่องนี้ยังตะขิดตะขวงใจกับอาชีพ ของแพท มากเลย ฮาๆๆ ..อ่านจบแล้วถึงได้เข้าใจ ผช. อะไรจะรัก ญ. ได้ขนาดนั้น เป็นคนจริงๆ จะรักสุดใจเลยจ๊ะ

มีเวลา ลองไปอ่านโพสต์ เรื่องไฟรัก ที่หน้าวอลล์พี่ได้จ๊ะ :)

พี่โม
Nilubol Mo Panikposted toKhatiya Mahasin
June 23 
ชอบเรื่อง ไฟรัก มาก สนุกคะ ...ขอบคุณที่แอดนะคะ..จะติดตามผลงานต่อไป :)



คนที่ 3 น้องอี๊ด ค่ะ ^_^

Eedie Arporn
June 20
เพิ่งไปสอยมาวันนี้ อ่านไปได้ 5บท สนุกมาก พระเอกเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เล่นหนัง Porn Star เป็นงานอดิเรก นางเอกเป็นนักข่าวอาชญากรรมที่ต้องสืบหาคนร้ายที่ฆ่าข่มขืนน้องสาวตัวเอง ซึ่งมีพระเอกมาเกี่ยวพันด้วย คนเขียนเค้าผูกเรื่องได้ดี น่าติดตาม เดี๋ยวต้องไปอ่านต่อซะแระ กำลังสนุกเลยทีเดียว อิอิ — with Nilubol Mo Panik and Khatiya Mahasin.
Eedie Arporn
• หวัดดีค่า คุณอุ๋ย ชื่ออี๊ดนะคะ อ่านเรื่องไฟรักแล้วชอบมากกกก เกิดอาการเพ้อเลยทีเดียว สนุกจริงๆค่ะ ^^
• โดยส่วนตัวแล้วเลิฟซีนไม่หยาบเลยค่ะ อ่านได้ลื่นไหลดี อ่านแล้วหวาบหวามไปกับตัวละคร ได้ความรู้เรื่องหนังพอร์นด้วยว่ามีสองแบบ ฮ่าๆๆๆๆ ได้ความรู้เรื่องสืบสวนสอบสวนของตำรวจด้วยค่ะ สรุปแล้วชอบทั้งเรื่องเลยค่า

June 24
Eedie Arporn
• สารภาพตามตรงว่าที่สะดุดใจคำโปรยเพราะพระเอกเป็นพอร์นสตาร์นี่แหละค่ะ เลยโทรไปสั่งที่ร้านนายอินทร์อย่างด่วน อิอิ ช่วงแรกๆที่อ่านก็ตะขิดตะขวงใจนิดหน่อยที่พระเอกนอนกับผู้หญิงคนอื่นมาก่อนหน้าแพร แต่ให้อภัยหลังจากที่ฟีเจอริ่งกับแพรแล้วก็ไม่มีอารมณ์กับคนอื่นอีกเลยอ่ะค่ะ


ถัดมาเป็นจม.ที่ส่งมาทางอีกเมล ^^

สวัสดีค่ะ คุณอุ๋ย

อ้อมเป็นคนอ่านนิยายคนนึงค่ะ ได้มีโอกาสอ่านผลงานของคุณอุ๋ยเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก

"ไฟรัก" เลยอยากมาติชม บอกเล่าความรู้สึกที่ได้อ่านเรื่องนี้ หวังว่าจะไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปนะคะ


ในส่วนการดำเนินเรื่องทำได้ดีมากๆค่ะ รวดเร็วดี อ่านแล้วสนุกตลอด ไม่รู้สึกเบื่อเลย

อ้อมชอบเนื้อเรื่องในช่วงครึ่งแรกมากๆ รู้สึกสนุก ลึกลับดี รู้อยู่ว่าเป็นนิยายอีโรติก ชอบตรงที่พระ-นางไม่ได้จะอะไรๆกันตั้งแต่เริ่มต้น ชอบพระเอกที่ถึงจะต้องการนางเอกมาก แต่ก็ยังให้เกียรตินางเอกตลอด

พระ-นางก็มีเคมีเข้ากันมากๆ ฉากเลิฟซีนเยอะ แต่ภาษาที่ใช้ไม่หยาบจนเกินไป พอรับได้ค่ะ

แล้วคุณอุ๋ยก็หาข้อมูลได้ดีมากๆค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย ทั้งเรื่องการสืบสวน วงการข่าว วงการหนังต่างๆ แต่บางทีก็มากเกินไปนิด เช่น คำว่า "หนังพอร์น" อ้อมก็เพิ่งรู้ว่าหมายถึงหนังโป๊ แต่ตัวละครเกือบทุกตัวในเรื่องกลับพูดคำนี้เหมือนเป็นคำปกติที่ใครๆก็รู้ เลยดูไม่เป็นธรรมชาติไปนิดค่ะ

อ้อมรู้สึกว่าบางทีบทพูดยาวๆของตัวละครดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ บางทีดูเป็นภาษาเขียนมากเกินไป




ส่วนช่วงครึ่งหลัง การเปิดเผยตัวฆาตกรดูง่ายเกินไป
ทำให้อ้อมก็ลุ้นว่าท้ายเรื่องจะมีหักมุมรึป่าว ว่าฆาตกรอาจไม่ใช่ภาสกร เพราะช่วงท้ายเรื่องมีแต่เรื่องของพระเอก-นางเอก อีกทั้งการแสดงความรักของพระเอกที่มีต่อนางเอกก็เปลี่ยนไป (มีข่มขื่นนางเอกด้วย) + ฉากที่นางเอกมาดูห้องกล้องวงจรปิด + ปมในวัยเด็กของพระเอก

อ้อมก็เลยคิดไปไกลว่า ฆาตกรจะเป็นพระเอกรึป่าว 555 แต่พออ่านจนจบเรื่องก็พบว่าไม่มีอะไรเลย เลยรู้สึกว่าช่วงท้ายเรื่องเหมือนจะออกทะเลยังไงไม่รู้ค่ะ =="

หรือคุณอุ๋ยไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องการฆาตกรรมเป็นประเด็นหลักของเรื่องค่ะ แต่เน้นพัฒนาการความสัมพันธ์ของพระนางมากกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นอ้อมก็ต้องขอโทษนะคะ ถ้าเข้าใจผิด


อาจวิจารณ์ตรงมาตรงไปไปนิดนะคะ แต่จากการอ่านสำนวนการเขียนของคุณอุ๋ย อ้อมก็ชอบนะคะ ตอนนี้ก็ว่าจะไปหาอ่านเรื่อง"บอดี้การ์ด" ที่เป็นเรื่องของศิลามาอ่านต่อค่ะ
ยังไงก็เป็นกำลังใจในการเขียนนิยายต่อไปนะคะ


จากคนอ่านนิยายคนนึง
อ้อม ^^


โดยอุ๋ยตอบคุณอ้อมไปว่า



สวัสดีค่ะคุณอ้อม...

ขอบคุณคุณอ้อมมากๆๆ ค่ะสำหรับคอมเมนท์ที่ตรงไปตรงมา
คุณอ้อม..เคยติดตามอ่านไฟรักจากบล็อกแก๊งอุ๋ยมาก่อนหรือเปล่าคะ เพราะชื่ออ้อม ดูเหมือนจะคุ้นๆ...
ขอบคุณความเห็นของคุณอ้อมมากๆๆ อีกครั้งค่ะ เป็นประโยชน์มากๆๆ เรื่องต่อไปจะได้ระมัดระวังโดยเฉพาะเรื่องบทสนทนาที่ดูเป็นภาษาเขียน ยอมรับว่าเป็นปัญหาของอุ๋ยจริงๆ ค่ะที่พอบทยาวๆ ทีไรจะเขียนเป็นภาษาเขียนทุกที มันติดภาษาทางการค่ะ ส่วนเรื่องหนังพอร์น อาจเป็นอุ๋ยเองที่หลุด เพราะ "พอร์น" คำนี้อุ๋ยคุ้นเคยมากๆๆ จนกลายเป็นคำทับศัพท์ของอุ๋ยไปแล้ว คือในชีวิตประจำวัน เวลามีเหตุให้ต้องพูดถึงคำนี้ ก็จะแทนด้วยคำทับศัพท์ไป ทำให้ติดมาในนิยาย ที่เวลาตัวละครอื่นๆ พูดก็แทนด้วยคำทับศัพท์ไป ถือว่าเป็นการหลุดของคนเขียนละกันเนอะ ^_^

ส่วนเรื่องการฆาตกรรม เรื่องนี้อุ๋ยไม่ได้เน้นการฆาตกรรม อย่างที่บอกในคำนำนักเขียนว่าอุ๋ยตั้งใจจะแตะเรื่องการสืบสวนสอบสวนและการฆาตกรรมน้อยมากๆๆ ตั้งใจเน้นพัฒนาการของตัวละครของพระเอก-นางเอกและพระเอกนางเอก -ย่ามากกว่าค่ะ ฉะนั้นจะเห็นว่าในเรื่องจะมีบทของย่าค่อนข้างมาก เพราะตั้งใจจะเน้นให้นางเอกเป็นสื่อกลางให้ย่ากับพระเอกคืนดีกันน่ะค่ะ ส่วนเรื่องฆาตกรรม ถือเป็นเพียง ตัวกลาง ที่ชักพาให้คนทั้งคู่มาพบกันเท่านั้น ฉะนั้นตรงที่คุณอ้อมบอกว่า "ออกนอกทะเล" เห็นนี้เลยต้องขอค้านเต็มประตูค่ะ ^^ เพราะพล็อตตั้งแต่ต้นจนจบยังคงเป็นไปตามโครงเรื่องที่วางไว้ตั้งแต่ต้นค่ะ

ขอบคุณคุณอ้อมอีกครั้งสำหรับรีวิวที่มีประโยชน์มากๆๆค่ะ อุ๋ยจะนำไปปรับปรุงในเรื่องต่อไปค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งที่อ่านงานอุ๋ยและจะติดตามเรื่องบอดี้การ์ดค่ะ
ขอบคุณค่ะ
อุ๋ย


-------------------------------------------------------


ประการที่ 3 เรื่องไฟรัก มีสนพ.เวียดนามติดตามขอแปลเป็นภาษาเวียดนาม ซึ่งเป็นครั้งแรกค่ะที่นิยายของตัวเองจะได้รับการแปลเป็นภาษาอื่น ก่อนหน้านี้มีเรื่องรหัสทรชน ที่มีพี่คนหนึ่งติดต่อขอแปลเป็นภาษาสวีดิช แต่ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ฉะนั้นถือว่าในส่วนของไฟรัก จึงเป็นเรื่องแรกที่จะได้รับการแปลเป็นภาษาอื่น...

นิยายแต่ละเรื่องมีเรื่องราวในตัวของมันเอง ที่สร้างประสบการณ์และความรู้สึกต่างๆ ให้กับคนเขียน และไฟรัก ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีเรื่องราวอยู่ในนั้น ขอบคุณทุกๆ คนที่ติดตามและอุดหนุนนิยายของอุ๋ยค่ะ ขอบคุณพี่ลักษณ์ พี่โม และน้องอี๊ด รวมถึงใครอีกหลายๆ คนที่สะท้อนความรู้สึกดีๆ มากมายให้กับอุ๋ยฟังหลังจากอ่านไฟรักจบ บางคนกรุณาให้คะแนนเรื่องนี้ 4 เต็ม 5 ซึ่งต้องขอบคุณทุกท่านอีกครั้งค่ะ










 

Create Date : 16 มิถุนายน 2555    
Last Update : 19 มีนาคม 2557 11:20:25 น.
Counter : 1328 Pageviews.  

ไฟรัก...บท 16/1.1

lozocat lozocat



เปิดให้อ่านตามปกติแล้วค่ะ ไม่ต้องขอรหัสนะคะ ขอเพียงแค่ว่า...อย่าต่อว่าลับหลังว่าโรแม้งเกินไปน้า >_<


สำหรับรหัสคือ เลยค่ะ

*******

ป.ล.ขอบคุณคุณ lozocat สำหรับกรอบสวยๆ ค่ะ


lozocat lozocat




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2553    
Last Update : 16 มิถุนายน 2555 10:20:18 น.
Counter : 1165 Pageviews.  

ไฟรัก...บท 13/2



คอ...บาดแผล...เสียงร้องไห้

แพรไหมนอนกระสับกระส่ายเมื่อฝันถึงใยไหมในเสื้อผ้าชุดที่สวมคืนเกิดเหตุ ซึ่งเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ในความฝันเธอพยายามซักถามว่าใครเป็นคนฆ่า น้องสาวทำท่ายกมือกุมลำคอ พลางร้องไห้กระซิก เธอพยายามเหนี่ยวรั้งความฝันเพื่อให้น้องสาวอยู่กับเธอต่อไป ด้วยการถามว่าคนร้ายเป็นญาติของภาติยะใช่หรือไม่ ซึ่งอีกฝ่ายพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะไล่เรียงชื่อญาติแต่ละคน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นก่อน ภาพของใยไหมก็พลันหายวับไปจากความฝัน

“ไหม อย่าเพิ่งไป!”

แพรไหมตะโกนสุดเสียง พลางลุกขึ้นนั่ง เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวยังกับเพิ่งอาบน้ำ เธอยกมือเสยผมที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ พลางเหลือบมองนาฬิกาปลุกเหนือหัวเตียง... 10.25 น.

วันนี้เป็นวันหยุด เธอตั้งใจตื่นเช้าเพื่อช่วยแม่ทำงานบ้าน แต่เพราะเมื่อคืนนอนครุ่นคิดเรื่องระหว่างเธอกับภาติยะตลอดทั้งคืน จึงได้มาหลับเอาตอนรุ่งสาง ประกอบกับความคิดถึงน้องสาวที่คดียังไม่มีความคืบหน้า สภาวะจิตใจจึงฟุ้งซ่าน ว้าวุ่น เลยเก็บอะไรต่อมิอะไรมาฝันเป็นตุเป็นตะ แม้จะให้เหตุผลกับตัวเองแบบนั้น แต่แพรไหมก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ ด้วยภาพที่ใยไหมกุมลำคอร้องไห้ แจ่มชัดราวกับอีกฝ่ายมายืนร้องไห้อยู่เบื้องหน้า

หญิงสาวยกมือปาดเหงื่อเหนือหน้าผาก เสียงโทรศัพท์มือถือยังคงกรีดดังระรัวราวกับประท้วงที่ไม่ได้รับความสนใจ แพรไหมชะโงกตัวไปคว้ามากดรับ ก่อนกรอกเสียง

“แพรพูดค่ะ”

“คุณแพร ผมศิลานะครับ”

“ค่ะ คุณศิลา” หัวใจเต้นแรงเมื่อได้ยินเสียงศิลาแล้วใจไพล่ไปคิดถึงเจ้านายของเขา

“คุณแพทฝากมาแจ้งว่าเย็นนี้งดการประชุมเรื่องคดีความของคุณใยไหมนะครับ”

“ทำไมละคะ” แพรไหมถามอย่างประหลาดใจออกไป แต่เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เขาคงโกรธเธอมากที่ไม่ยอมหลับนอนด้วย จึงพานไม่อยากเจอหน้าก็เป็นได้ ซึ่งถ้าด้วยเหตุผลนั้น เธอคงต่อว่าเขาไม่ได้ เพราะนาทีหนึ่งเธอทำตัวเหมือนโอนอ่อนผ่อนตามเขา แต่อีกนาทีกลับแข็งขืนไม่ยอมคล้อยตาม แน่นอนว่าคงทำให้เขาไม่เข้าใจและไม่สมใจ ท้ายสุดจึงอาจออกมาในรูปของ...ไม่อยากคบค้าสมาคมด้วย หรือถ้าร้ายแรงกว่านั้น ก็อาจถึงขั้นไม่อยากวิสาสะด้วยก็เป็นได้

เมื่อคืนหลังจากที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เธออยู่รอเกือบสิบนาทีเพื่อกล่าวล่ำลาเขา แต่ภาติยะก็ไม่ออกมาจากห้องน้ำอีกเลย เธอจึงตัดสินใจกลับออกมา โดยทิ้งโน้ตไว้แทน

“คุณแพทไม่ได้บอกเหตุผลครับ” ศิลาตอบกลับมา

“ค่ะ” แพรไหมรับรู้ด้วยน้ำเสียงหงอยๆ

“ทำไมคุณแพรทำเสียงเศร้าอย่างนั้นละครับ เมื่อคืนมีอะไรทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า”

“มะ...ไม่มีเลยค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี” เธอรีบปฏิเสธละล่ำละลัก ก่อนถามต่อ “แล้วเอ่อ...เจ้านายของคุณศิลาเป็นยังไงบ้างคะ เช้านี้เขาโอเคไหม?”

“อะไรโอเคละครับ”

“ก็เอ่อ...ทุกอย่างแหละค่ะ”

“ทุกอย่างเรียบร้อยครับ ยกเว้นเรื่องอารมณ์ ดูเหมือนเช้านี้คุณแพทหงุดหงิดง่าย ใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปหมด แม้แต่ลุงฌองคนรู้ใจที่สุด ก็ยังพลอยถูกหางเลขไปด้วยเลยครับ”

“คุณศิลาก็โดนหรือคะ”

“ทุกคนถูกฟาดงวงฟาดงาเหมือนกันหมดครับ” ศิลายืนยัน ก่อนพูดต่อว่า “ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อคืนคุณแพรไปกดปุ่มอะไรคุณแพทผิดหรือเปล่าครับ เช้านี้ถึงออกอาการผิดสำแดงแบบนั้น”

แพรไหมยิ้มเหยเกให้ผนังห้อง นึกดีใจที่อีกฝ่ายไม่เห็นอาการส่อพิรุธนั้น “เปล่าเลยค่ะ เมื่อคืนไม่มีอะไรเลย” เธอโกหก เสียงอ่อนๆ กลับไป

ศิลาหัวเราะ “ครับ ไว้ค่อยเจอกันครับ”

ปลายสายวางหูไปแล้ว แพรไหมจึงวางตาม เธอทำหน้าพิกลเมื่อรู้สึกว่าศิลาหัวเราะตบท้ายด้วยกังวานเสียงแปลกๆ... หวังว่าเป็นแค่การ ขี้ระแวงเกินไป ของเธอหรอกนะ


แพรไหมอาบน้ำ สวมชุดลำลองแล้วจึงลงไปชั้นล่างพร้อมด้วยตะกร้าใส่เสื้อผ้าของภาติยะ เจอคุณนับไหมอยู่ในห้องครัว กำลังหยิบเสื้อผ้าใส่ไม้แขวนเพื่อนำไปผึ่งแดด เธอก็ตรงเข้าไปช่วย

“แพร มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวแม่จัดการเอง” ผู้เป็นแม่เงยหน้าขึ้นบอก

“ไม่เป็นไรค่ะ เช้านี้แพรไม่มีงานด่วนอะไร”

“แล้วนั่นเสื้อผ้าของใคร” ถามพลางมองเสื้อผ้าผู้ชายที่อยู่ก้นตะกร้า

แพรไหมหน้าแดง เธอพยายามทำหน้าเฉยเมื่อตอบว่า “เสื้อผ้าของเพื่อนค่ะ แพรยืมมาใช้นานแล้วเพิ่งจะมีโอกาสซัก ว่าแต่แม่คะ เมื่อเช้าแพรฝันถึงน้องด้วยค่ะ” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องพูด พลางหยิบเสื้อใส่ไม้แขวนไปพลาง

คุณนับไหมเงยหน้าขึ้นมองโดยพลัน “น้องมาเข้าฝันว่ายังไงบ้าง”

“แพรไม่รู้ว่าเป็นอาการฟุ้งซ่านของตัวเองไปเองหรือเปล่า เพราะเมื่อวานเพิ่งคุยเรื่องน้องกับม่าน เช้านี้ก็ฝันเลย น้องมาในชุดเดิมที่เสียชีวิตค่ะ เลือดแดงฉาน ไหมร้องไห้และเอามือกุมคอ ในความฝันแพรพยายามถามว่าใครเป็นคนฆ่า ใช่ญาติของคุณภาติยะหรือเปล่า ไหมพยักหน้า พอถามว่าเป็นใคร ไหมก็เอาแต่ยกมือกุมคอ...”

เล่ามาถึงตรงนี้ แพรไหมก็ชะงักเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ แววตาของเธอสว่างวาบเมื่อทิ้งเสื้อและไม้แขวนคืนตะกร้าตามเดิม พลางขยับลุก “แพรนึกอะไรบางอย่างออกแล้ว แพรขอตัวนะคะแม่”

“นึกอะไรออก” อีกฝ่ายนิ่วหน้าถาม

“ลำคอค่ะ” แพรไหมตอบแค่นั้นแล้ววิ่งขึ้นบันได ตรงดิ่งขึ้นห้องนอนอย่างรวดเร็ว

คุณนับไหมมองภาพนั้นจนลับสายตาอย่างไม่เข้าใจนัก แล้วจึงละกลับมามองตะกร้าใบเล็กที่ลูกสาวถือติดมือลงมาด้วย นางชะโงกไปหยิบมาดู พลันที่เห็นเป็นเชิ้ตและกางเกงตัวโคร่งของผู้ชาย ก็นิ่งขึงไป

แพรไหมไม่เคยเอาเสื้อผ้าของผู้ชายคนไหนกลับมาบ้าน... คุณนับไหมย้ำกับตัวเอง ยิ่งเป็นการหยิบยืมเสื้อผ้าของผู้ชายมาสวมด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ด้วยรู้นิสัยของลูกสาวดีว่าเป็นคนที่ถือตัว ไม่นิยมใช้เสื้อผ้าร่วมกับใคร แม้แต่กับเพื่อนผู้หญิงที่สนิทด้วย แพรไหมก็ยังพยายามเลี่ยง ฉะนั้นกับการที่ลูกสาวเอาเสื้อผ้าของผู้ชายมาซักให้ จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย

นี่เธอละเลยความเป็นไปของลูกสาวมานานแค่ไหนแล้ว? ผู้เป็นแม่นึกถามตัวเองแล้วพลันก็ได้คำตอบว่านับตั้งแต่หย่าร้างกับสามี ก็แทบไม่ได้สนใจลูกสาวเลย ตรงกันข้ามมีแต่อีกฝ่ายที่เฝ้าดูแลนางอย่างใกล้ชิด วูบหนึ่งที่คุณนับไหมรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของแพรไหมเกินไป และยิ่งมาเกิดเหตุฆาตกรรมลูกสาวคนเล็ก นางก็ดูจะจมดิ่งกับความคิดและปัญหาของตัวเอง จนหลงลืมลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ไป

ประสบการณ์เลวร้ายจากการสูญเสียใยไหม ทำให้คุณนับไหมกลับมาทบทวนตัวเอง และตั้งใจที่จะติดตามดูแลลูกสาวคนโตอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

แพรไหมก้าวเข้ามาในห้องนอนได้ เธอก็จัดแจงเปิดคอมพิวเตอร์และหยิบแผ่นซีดีกล้องวงจรปิดที่สารวัตรตุลาไรต์มาให้ก่อนหน้านี้ รอสอดเข้าไปในเครื่อง ระหว่างรอคอมพิวเตอร์ทำงาน เธอก็หยิบรูปถ่ายการฆาตกรรมของใยไหมขึ้นมาพินิจทีละภาพ บอกตัวเองว่าใยไหมพยายามส่งสัญญาณอะไรบางอย่างถึงการฆาตรกรรมครั้งนี้หรือเปล่า ด้วยตลอดเวลาที่เธอซักถามถึงฆาตกร น้องสาวเป็นต้องยกมือกุมลำคอ แพรไหมเชื่อว่าอีกฝ่ายพยายาม ส่ง สารอะไรบางอย่างถึงเธอ

รูปถ่ายการฆาตกรรมยังคงเป็นใบเดิม แต่สิ่งที่แพรไหมให้ความสำคัญมากขึ้นคือลำคอของศพน้องสาว ซึ่งมีรอยบีบรัดของนิ้วมือและรอยขีดข่วน รอบศีรษะถูกครอบด้วยกางเกงในจีสตริงซึ่งทำให้แพรไหมรู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งที่เห็น กระทั่งพยายามเลี่ยงการดูรูปถ่ายเหล่านั้น มาตอนนี้เธอรู้แล้วว่าการกระทำอย่างนั้น เป็นความผิดพลาดและมันทำให้เธอพลาดอะไรบางอย่าง

รูปแบบของการฆาตกรรม บ่งบอกถึงนิสัยใจคอของคนร้ายที่ดูราวกับว่าโกรธแค้นและพยายามทำให้น้องสาวของเธออับอายแม้หลังเสียชีวิต ด้วยมีการนำกางเกงในไปครอบศีรษะ...อย่างน้อยเธอก็เชื่ออย่างนั้น

อะไรคือแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมครั้งนี้ และหากคนร้ายมีอาการทางจิต ความถี่ที่จะก่อเหตุซ้ำมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน? แพรไหมนึกพลางยกหูโทรศัพท์ต่อสายถึงเพื่อนนักข่าวที่อยู่ประจำกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่สอดซีดีใส่ในคอมพิวเตอร์ไปในคราวเดียวกัน ตาสีนิลที่ภาติยะแอบหลงใหลว่าสวมคมซึ้งจับจ้องไปที่ภาพจากกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะที่คอของชายผู้ต้องสงสัยที่เดินเข้ามาในกล้องวงจรปิด

เธอกดโปรแกรมหยุด เมื่อสัญญาณโทรศัพท์มือถือปลายทางรับสาย

“ชัย นี่แพรนะ มีเรื่องรบกวนหน่อยสิ”

“ได้สิ มีอะไรเหรอ”

“ชัยช่วยโทร.เช็กทุกโรงพยาบาลหน่อยได้ไหมว่ามีคนไข้อาการทางจิตที่เป็นคนในตระกูลวรากรณ์ เข้ารับรักษาตัวอยู่บ้างหรือเปล่า แพรรู้ว่าถ้าแพรโทร.เอง นักจิตวิทยาหรือแพทย์คงไม่กล้าบอก คงอ้างเรื่องความลับของคนไข้ แต่ถ้าเป็นชัยซึ่งสนิทกับแหล่งข่าวอยู่แล้ว แพรเชื่อว่าคงจะเกลี้ยกล่อมได้ไม่ยาก”

“เอาทุกโรงพยาบาลเลยหรือ ผมคิดว่ามันจะเยอะเกินไปนะ ไม่มีทางที่จะได้ข้อมูลภายในสัปดาห์นี้หรอก”

“งั้นเอาเฉพาะโรงพยาบาลดังๆ ค่าใช้จ่ายแพงๆ เพราะคนระดับตระกูลวรากรณ์คงใช้บริการเฉพาะโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงและไว้ใจได้เท่านั้น”

“ถ้ากรณีนั้นล่ะเป็นไปได้ ผมจะลองเช็กให้ ว่าแต่มีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเหรอ”

“แพรกำลังสงสัยว่าคนร้ายอาจจะเป็นโรคจิตที่อาจจะเคยมีประวัติเข้ารับการรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาลไหนสักแห่งมาก่อนหรือเปล่า”

“อืม...ถ้าเคสนั้น ผมว่าเขาคงจะเข้ารับการรักษากับหมอหรือนักจิตวิทยามือหนึ่งของเมืองไทยเท่านั้น เพราะคนรวยระดับนี้ คงไม่ใช้บริการกับหมอโนเนม งั้นเดี๋ยวผมจัดการให้ ต้องการด่วนแค่ไหน”

“ถ้าเป็นไปได้ ขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหม?”

“พรุ่งนี้วันอาทิตย์นะ หมออาจจะปิดมือถือ ขอเป็นวันจันทร์ได้ไหม”

“ได้ ยังไงก็ขอบคุณชัยมาก”

ปลายสายวางหูไปแล้ว แพรไหมจึงละกลับมาจ้องภาพของกล้องวงจรปิดจากคอมพิวเตอร์ คนร้ายอำพรางใบหน้าด้วยการสวมแว่นตาดำ และมีหนวดเคราซึ่งเชื่อขนมกินได้เลยว่ามันเป็นของปลอม นักข่าวสาวพยายามเพ่งพินิจบริเวณลำคอของคนร้าย แล้วแววตาก็พลันสว่างวาบอย่างยินดี

เปล่า...เธอไม่เห็นร่องรอยใดๆ ที่บริเวณลำคอของผู้ต้องสงสัย เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดไกลเกินไป แต่จากท่าทีที่คนร้ายยกมือขยับหมวกเพื่อหวังอำพรางใบหน้ามากขึ้น เธอเห็นมือของคนร้ายและมันทำให้เธอฉุกใจคิดอะไรได้บางอย่าง แพรไหมจำได้ว่ามีหลักฐานเศษชิ้นเนื้อติดที่ซอกเล็บและซอกฟันของใยไหม นั่นหมายความว่าน้องสาวของเธออาจจะกัดและข่วนคนร้าย ไม่ที่มือ ก็น่าจะเป็นที่ใบหน้าหรือซอกคอ

แพรไหมปิดคอมพิวเตอร์เมื่อได้ข้อมูลจนพอใจแล้ว เธอจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่พร้อมสำหรับออกจากบ้าน แล้วเดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลที่สารวัตรตุลาประจำอยู่








 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2555 20:11:42 น.
Counter : 779 Pageviews.  

ไฟรัก...บท 13/1



บทที่ 13/1


พระเจ้า...เขาต้องได้แพรไหมเดี๋ยวนี้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ ภาติยะย้ำกับตัวเองแล้วลุกยืน ช้อนใต้ข้อพับเข่าของร่างงามตรงหน้าพาเดินตรงไปยังห้องนอนที่อยู่หลังประตูถัดไป ริมฝีปากก้มลงควานหากลีบปากนุ่ม ก่อนจะจูบดูดดื่มอย่างหลงใหล สาวเท้าตรงไปยังเตียงนอนขนาดทวินคิงส์ด้วยท่วงท่ามุ่งมั่น

ภาติยะวางร่างในอ้อมแขนลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม ก่อนจะถอยไปเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเอง ตลอดเวลาแววตาสีสนิมร้อนระอุด้วยเพลิงปรารถนาจ้องเรือนร่างของแพรไหมไม่วางตา เชิ้ตเปียกชื้นหลุดร่วงจากกายเผยให้เห็นแผงอกกว้าง กล้ามเนื้อหนั่นแน่น มีไรขนอ่อนๆ ระเป็นทางยาวตั้งแต่กลางอกจนลับหายไปใต้กางเกงสแล็กส์ จังหวะที่กำลังปลดเข็มขัด ภาติยะก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อเห็นร่างอรชรสมส่วนของแพรไหมดีดผึงลุกขึ้นนั่ง พลางขยุ้มชายผ้าคลุมเตียงที่เจ้าตัวตวัดมาคลุมถึงซอกคอแน่น

ผู้กำกับหนุ่มชะงักค้างจากกิริยาปลดเข็มขัด เขาหรี่ตามองภาพนั้น พลางทำหน้านิ่วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” พยายามบังคับน้ำเสียงให้ทอดอ่อนนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง หากไม่สำเร็จนักเมื่อเห็นแววตื่นตระหนกชัดเจนในดวงตาคู่สวยของแพรไหม

แพรไหมกำลังนึกกลัว...จู่ๆ เธอก็เกิดนึกพรั่นพรึงขึ้นมากับสภาพอกเปลือยเปล่าของภาติยะที่เห็นอยู่ตรงหน้าอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ นักข่าวสาวรีบเมินจากภาพนั้น บางทีอาจเป็นเพราะว่าภาพตรงหน้าคุ้นเคยด้วยเคยผ่านตาจากคลิปหนังเอ็กซ์ของเขาที่เพิ่งดาวน์โหลดมาดูสดๆ ร้อนๆ ซึ่งมันทำให้เธอสามารถคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าไปได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาหลังจากที่ภาติยะเปลื้องกางเกงแล้ว หรือไม่ก็อาจด้วยสาเหตุว่าเธอยังไม่หายตระหนกจากการที่เพิ่งค้นพบว่าเธอรักเขา แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด มันกำลังส่งผลให้แพรไหมตื่นตระหนก กระทั่งรู้สึกไม่พร้อมที่จะเดินหน้าต่อในเวลานี้...

ใช่...เธอยังไม่พร้อมที่จะมีอะไรกับคนที่ไม่เคยเอ่ยคำว่ารักเธอ

แพรไหมรวบรวมกำลังใจทั้งหมดที่มีก้าวลงจากเตียง พลางว่า “ฉันขอยืมเสื้อผ้าแห้งๆ ของคุณสักชุดได้ไหม พรุ่งนี้จะซักแห้งและเอามาคืน”

ภาติยะไม่ตอบ แต่สวนกลับไปอีกเรื่องว่า “นี่อย่าบอกนะว่า จู่ๆ คุณเกิดนึกใจเสาะขึ้นมาและจะเปลี่ยนใจเอาป่านนี้” น้ำเสียงเสียดสีอย่างอดไม่ได้

แพรไหมหน้าแดง มือยังคงขยุ้มชายผ้าคลุมเตียงแน่น พลางโต้ว่า “อย่ามาทำสุ้มเสียงน่าเกลียดอย่างนั้นนะ คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาบังคับให้ฉันหลับนอนกับคุณ และถ้าฉันบอกว่าจะกลับบ้าน คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามด้วย”

ผู้กำกับหนุ่มหรี่ตาอย่างส่งสัญญาณเตือน ก่อนแขวะว่า “มันไม่สายไปหน่อยเหรอยาหยี หลังจากที่เราเพิ่งผ่านเหตุการณ์ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ด้วยกันมาหยกๆ นั่น” ภาติยะกระแทกเสียงกลับไป ยามร้ายเขาก็ร้ายได้สุดๆ เหมือนกัน วาจาพร้อมเชือดเฉือนเต็มที่

แพรไหมหน้าแดงก่ำกับคำพูดสองแง่สองง่ามของเขา “ไม่ต้องมาย้ำ ฉันผิดเองที่ทำตัวง่ายกับคุณ พอใจหรือยัง” แพรไหมกระแทกเสียงกลับไปอย่างฉุนเฉียวพอกัน

นัยน์ตาสีสนิมมองหญิงสาวอย่างเยือกเย็น และคำพูดที่ใช้โต้ตอบก็เย็นชายิ่งกว่าเป็นสองเท่า “ถ้าไม่ได้มีความตั้งใจที่อยากจะยั่วให้ผมโกรธ ก็อย่ามาจุดอารมณ์ฉุนเฉียวให้ผม ผมมีขีดความอดทนต่ำ บอกมาดีกว่าว่าระหว่างเรามีอะไรผิดพลาดที่ตรงไหน ทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจ อย่างน้อยผมจะได้แก้ไขให้ถูกต้อง”

“ไม่มีอะไรผิดพลาดทั้งนั้น” เธอตอบปัด

พอร์นสตาร์หนุ่มสวนกลับทันควัน “งั้นทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจอยากกลับบ้าน”

“ก็แค่อยากกลับ ไม่มีเหตุผลอะไรมากกว่านั้น”

“โกหก! จะบอกว่าคุณเกิดปอดแหกขึ้นมาดื้อๆ หลังจากที่ผมทำออรัลเซ็กซ์ให้คุณอย่างนั้นสิ? คุณนี่ตลกมากแพรไหม” ถากถางระคนเย้ยหยัน แววตาและน้ำเสียงที่ภาติยะใช้ดูออกว่าหาเรื่องเต็มที่

แพรไหมหน้าแดงก่ำ คราวนี้เกิดจากความละอายแกมอดสู เธอพูดเสียงสะบัดๆ ว่า “ฉันจะไม่พูดกับคุณอีกแล้ว คุณพระเอกหนังพอร์น แต่จงรับรู้ไว้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราเป็นความผิดพลาดที่ทำให้ฉันรู้สึกเสียใจมาจนถึงตอนนี้ และไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่รับรองได้เลยว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำสองอีก”

ภาติยะโต้กลับไปเร็วทันกัน “เสียใจเหรอ…ผิดพลาดเหรอ? คุณบังอาจรู้สึกอย่างนั้นได้ยังไงกัน ในเมื่อประสบการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเราสวยงามเกินกว่าที่เอาความรู้สึกผิดๆ มาทำให้มันแปดเปื้อน ถ้าขืนคุณยังดูถูกหรือพูดคำว่าเสียใจอีกแม้แต่คำเดียว ผมรับรองได้เลยว่าคุณจะได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำคำนี้จริงๆ เป็นครั้งแรก แล้วก็อย่ามั่นใจเกินไปนักว่าจะไม่มีประสบการณ์ครั้งที่สอง ในเมื่อคุณชอบสิ่งที่ผมทำ มากพอๆ กับที่ผมชอบทำให้คุณ”

“รู้ได้ไงว่าฉันชอบ” ย้อนกลับด้วยความปากไว เธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วสรรพางค์

“คุณจะบอกว่าคุณไม่ชอบออรัลเซ็กซ์ที่ผมทำให้คุณอย่างงั้นสิ?” ถากถางกลับ พลางมองกวาดทั่วร่างอรชรเบื้องหน้าด้วยแววตาหยาบโลนอย่างจงใจ แพรไหมหน้าแดงก่ำทันควัน ภาติยะไม่ปรานีกับกิริยาขัดเขินนั้น เขาเชือดเฉือนและเสียดสีต่อไปว่า “ตอนนั้น ผมไม่เห็นคุณปฏิเสธหรือมีท่าทีรังเกียจอะไรนี่ ตรงกันข้ามกลับตอบสนองอย่างเร่าร้อนและกระตือรือร้นเสียยิ่งกว่าสาวร้อนสวาท จำได้ไหมคุณร้องครวญครางด้วยชื่อผมและเนื้อตัวสั่นเทิ้มตอนที่ถึงจุดสุดยอดภายใต้ริมฝีปากผม”

แพรไหมถลันไปจะชกหน้าเขาเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี หน้าเธอแดงก่ำและรู้สึกอับอายถึงขีดสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ภาติยะจับจ้องกิริยานั้นอยู่แล้ว เมื่อเธอปรี่มาถึงตัว เขาจึงรวบมือบางมากุมด้วยมือข้างเดียวไว้ได้อย่างง่ายดาย พอร์นสตาร์หนุ่มบีบข้อมือแน่นกระชับจนฝ่ายนั้นทำหน้าเหยเก แต่ภาติยะก็ไม่ผ่อนแรงบีบลง ขณะพูดว่า

“อย่าคิดว่าจะทำร้ายผมได้อีกแพรไหม รับรองหนนี้ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่ แต่สัญญาได้เลยว่าคุณจะได้รับบทเรียนและการโต้กลับที่สาสมพอกัน” ภาติยะให้คำมั่นด้วยน้ำเสียงเผ็ดร้อน ตามองร่างกึ่งเปลือยด้วยแววตาคุกรุ่น

“คุณไม่กล้าชกคืนฉันหรอก” แววตาแพรไหมท้าทายโดยไม่รู้ตัว

“ผมไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้วแพรไหม ผมไม่มีนิสัยชอบทำร้ายหรือใช้กำลังกับเพศที่อ่อนแอกว่า แล้วกับผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณมีวิธีร้อยแปดที่น่าสนใจกว่านั้นในการตอบโต้และจัดการคุณ”

“ไม่ต้องมาขู่ฉัน คนเผด็จการ คุณไม่มีทางทำให้ฉันกลัวได้หรอก และขอบอกให้รู้ไว้เลย...เผื่อจะทำให้อีโก้และความหลงตัวเองในเรื่องความเก่งกาจบนเตียงของคุณกลับเข้าที่เข้าทางได้บ้าง ฉันไม่ชอบออรัลเซ็กซ์ของคุณ ไม่ชอบพอๆ กับการที่คุณมาแตะต้องเนื้อตัวฉันนั่นแหละ เพราะฉะนั้นปล่อยมือฉันได้รึยัง” จบประโยคด้วยการกระชากมือกลับ นึกสะใจที่ได้พูดตอกกลับใส่หน้าเขาได้บ้าง ค่าที่มาทำให้เธอรู้สึกอับอายและรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงไม่ดี ไร้ค่า

ภาติยะไม่แยแสกับคำขอ ตรงกันข้ามเขากระชากข้อมือเธอมาประชิดตัว บีบแน่น ก่อนจะพูดกระแทกเสียงว่า “พิสูจน์สิแพรไหม!” เสียงต่ำในลำคอยังคงดังลอดไรฟันต่อไปว่า “เรามาพิสูจน์กันว่าคุณหมายความตามคำพูดแค่ไหน หนึ่งนาที...ไม่สิ แค่สามสิบวินาทีก็พอแล้วสำหรับคนเก่งอย่างคุณ...ผมขอเวลาให้ตัวเองได้พิสูจน์แค่สามสิบวินาทีในการพาคุณไปขึ้นสวรรค์ ดูสิ...คุณจะยังกล้าพูดว่าคุณไม่ชอบออรัลเซ็กซ์ของผมอีกหรือเปล่า” กังวานเสียงดูหมิ่นเมื่อเรียกอีกฝ่ายว่า คนเก่ง

“ไม่ต้องมาท้า ฉันไม่ตกหลุมพรางคุณหรอก” แพรไหมโต้พลางกระชากมือกลับแต่ไม่สำเร็จ เพราะอีกฝ่ายยึดไว้แน่นหนา มืออีกข้างของแพรไหมขยุ้มผ้าคลุมเตียงแน่นเพื่อปิดบังเนื้อตัว หน้าเธอแดงก่ำ เมื่อภาพเหตุการณ์ในห้องน้ำหวนกลับมาในห้วงคำนึงอีกครา จากคำพูดกระตุ้นของเขา

“ไม่กล้าล่ะสิ ทำไม กลัวจะถึงจุดสุดยอดมากกว่าหนึ่งครั้งรึไง” น้ำเสียงเสียดสีระคนดูแคลน ภาติยะตั้งใจทั้งยั่วทั้งท้าทายเพื่อยั่วยุแพรไหมให้รับคำท้า น้ำเสียงและสีหน้าจึงออกอาการเต็มที่

แพรไหมหน้าแดงก่ำ แทบอยากจะกระทืบเท้าอย่างขัดใจ แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้ จึงใช้สายตาพิฆาตเขาแทน เธอมองคู่อริด้วยสายตาเหยียดหยาม ขณะตอกกลับไปว่า “นี่คุณพระเอกหนังโป๊ คุณยังไม่เข้าใจรึไงว่าฉันรังเกียจคุณมาก มันมากจนไม่นึกอยากพิสูจน์ทฤษฎีบ้าๆ อะไรของคุณนั่น”

เยี่ยม...พวกเธอทะเลาะและทุ่มเถียงหน้าดำหน้าแดงใส่กันด้วยหัวข้อวิวาทะว่าเธอชอบหรือไม่ชอบความสามารถในการทำออรัลเซ็กซ์ของเขา วิเศษที่สุด...แพรไหมนึกอยากมุดพรมใต้เท้าหนี เธอไม่เคยทำตัวพิสดารเป็นเด็กอนุบาลแบบนี้มาก่อน แต่นับตั้งแต่เจอภาติยะ ทุกอย่างก็กลับตาลปัตรไปหมด น่าสงสัยว่าโลกของเธอจะสวิงกลับ ๓๖๐ องศาไปแล้วหรืออย่างไร หรือว่านี่คือคำสาปจากสวรรค์ ค่าที่เธอบังอาจไปยุ่งกับหนุ่มแปดเปื้อนอย่างพอร์นสตาร์ตรงหน้าคนนี้?

ไม่แน่...อาจเป็นการลงทัณฑ์จากฟ้าเบื้องบน

แพรไหมพยายามตั้งสติอย่างคนที่มีวุฒิภาวะพึงกระทำ เมื่อตอบกลับไปอย่างสำรวมว่า “ฉันจะไม่เล่นตามเกมของคุณหรอกนะภาติยะ เพราะฉะนั้นถึงคุณจะยั่วยุฉันอย่างไร ก็ไม่สำเร็จหรอก และถ้ามันจะยิ่งทำให้คุณลำพองใจมากขึ้น ก็เชิญกอดอีโก้ของคุณต่อไปได้เลย”

ภาติยะเลิกคิ้วเมื่อหญิงสาวเปลี่ยนท่าทีมาเป็นสงบนิ่ง ไม่สงบนิ่งสิ...เปลี่ยนมาเป็นด่าเขานิ่มๆ แบบผู้ดี อย่างที่บรรดาญาติฝ่ายพ่อของเขาถนัดนักต่างหากล่ะ เขาตามแพรไหมไม่ค่อยทันนัก ต้องหลับตาชั่วขณะเพื่อเรียกสติและสมองที่ปลอดโปร่งกลับคืนมา จากนั้นเมื่อลืมตา แววตาสีสนิมก็กลับมาเยือกเย็นขึ้น แต่ไม่ได้ลดความแข็งกร้าวลง

ผู้กำกับหนุ่มคลายพันธนาการ เขานวดคลึงข้อมือให้แพรไหมเบาๆ แล้วจึงปล่อยเป็นอิสระ แววตาเจือรอยขอโทษอยู่ในทีเมื่อเห็นหญิงสาวก้มมองมือแดงเป็นจ้ำๆ ของตัวเอง

ภาติยะพูดว่า “ผมไม่ได้อีโก้จัดหรือหลงลำพองในเรื่องเพศอย่างที่คุณว่า แต่เรื่องนี้ช่างเถอะ เอาไว้วันหลังเราค่อยมาถกเถียงหาข้อสรุปกัน วันนี้ตอบข้อสงสัยของผมมาก่อนว่าทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจไม่ยอมนอนกับผม ทั้งที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย เราเข้ากันได้ดีมาก คุณก็รู้”

แพรไหมกลอกตาขึ้นสูง เธอข่มอาการอายระคนขัดเขิน เมื่อตอบว่า “ฉันไม่มีคำตอบให้หรอก รู้แต่ว่าเวลานี้ฉันต้องกลับบ้านแล้ว เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง” ตอบพลางรวบชายผ้าทำท่าจะออกเดิน หากพลันที่ขยับเท้า ร่างสูงใหญ่ของภาติยะก็ก้าวมาขวางหน้า

“อะไรคือความผิดพลาด บอกผมแพรไหม ไม่อย่างนั้นผมคงคาใจ นอนไม่หลับทั้งคืนแน่” น้ำเสียงแทบกลายเป็นการเว้าวอน

แพรไหมใจอ่อนยวบ เธอเมินหน้าจากเขาพลางตอบเสียงอ่อนๆ ว่า “ไม่มีอะไรผิดพลาดหรอกค่ะ อย่ากังวลเลย”

“งั้นทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจ”

คนถูกตื้อถาม ก้มมองปลายเท้า พวงแก้มสุกปลั่งเมื่อตอบเสียงแผ่วเบา แทบไม่ได้ยินว่า “ฉันรู้ว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับคุณ เพราะความต้องการของคุณยังไม่ได้รับการปลดปล่อย แต่ว่าคุณ เอ่อ...ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือคะ” แพรไหมแนะเสียงอ่อนๆ ไม่รู้เลยว่ายิ่งพูด ก็ยิ่งเข้าตัวเอง ด้วยถูกอีกฝ่ายมองอย่างเข้าใจผิดมากขึ้น

ภาติยะขึงตาใส่เมื่อฟังจบ เขาแย้งเสียงแข็ง ว่า “ขอบคุณที่แนะ แต่ขอโทษที...ผมช่วยตัวเองมามากพอแล้วนับตั้งแต่เจอคุณ ภายหลังคุณยอมให้ผมลิ้มรสชาติชนิดถึงใจซะขนาดนั้น คุณคงไม่คิดจะให้ผมกลับไปช่วยตัวเองด้วยจินตนาการว่ามือผมเป็นตัวคุณอีกต่อไปหรอกนะ”

แพรไหมหน้าแดงก่ำ เธอตวัดตาค้อนเขา พลางว่า “ไม่ต้องพูดตรงทุกเรื่อง มันจะทำให้อีโก้คุณบุบสลายไปไหมคุณแพท” น้ำเสียงเธอประชดเมื่อเรียกเขาว่า คุณแพท

“เจ็บแสบเสมอกันดี” ไม่ใช่คำชม แต่เป็นคำแขวะ ภาติยะพูดต่อไปว่า “แต่ผมมันประเภทหลงตัวเองอยู่แล้วนี่ในสายตาคุณ เพราะฉะนั้นจะแปลกอะไรถ้าจะเพิ่มเรื่องนี้ไปอีกสักเรื่อง” ไม่แค่พูด แต่ภาติยะลดศีรษะไปฉกจูบหญิงสาว ในจังหวะเดียวกับที่เชยปลายคางให้เงยหน้า หากพลันที่ริมฝีปากแตะกลีบปากนุ่มสีกุหลาบ แพรไหมก็ผงะถอยหนีโดยพลัน

ภาติยะมองกิริยานั้นด้วยแววตาคุกรุ่น เขานึกโกรธที่เธอเอาแต่ต่อต้านเขา “แพร มันสายไปแล้วนะที่คุณจะมาหนีหรือต่อต้านจูบของผมในเวลานี้ ในเมื่อเราไปไกลเกินกว่าจูบนี้แล้ว”

“ไม่ไกลไปกว่านั้นแน่ ฉันจะไปแต่งตัวล่ะ ถ้าคุณไม่ให้ฉันยืมชุดแห้ง ฉันก็จะไปสวมชุดเก่าที่เปียกโชกในห้องน้ำซึ่งเกิดจากฝีมือคุณ และถ้าหากฉันเกิดเป็นปวดบวมตายขึ้นมาระหว่างที่ขับรถตากแอร์กลับบ้าน ฉันก็สัญญาเลยว่าจะเป็นผีมาหลอกหลอนคุณ และถ้าหาก...”

ภาติยะยกมือเสมอบ่าในลักษณะยอมยกธงขาว เขารู้สึกปวดหัวจี๊ดเมื่อฟังการร่ายยาวของแพรไหม บดกรามอย่างเคร่งเครียด พลางนึกว่าเขาเองก็เบื่อกับสภาพที่ต้องตื้อหลับนอนกับอีกฝ่าย มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าพิสมัยเลย อีกทั้งไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนด้วย ภาติยะรู้สึกว่าคืนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะมาทะเลาะกับหญิงสาว ไม่อาจคิดหาคำฉลาดคมๆ มาโต้ตอบอย่างทันกันกับอีกฝ่าย ความจริงอาจจะไม่ถึงขนาดนั้น หากน้องชายของเขาจะไม่บวมเป่งครัดเคร่งจนสร้างความทรมานและเรียกร้องการปลดปล่อยอยู่ในตอนนี้ และเขาก็เชื่อว่าแพรไหมเห็นประจักษ์พยานนั่นเหมือนกัน ถึงได้แนะนำให้เขาไปช่วยเหลือตัวเอง เป็นครั้งแรกที่ภาติยะนึกอยากสำเร็จโทษน้องชาย โทษฐานที่ไม่รักษาหน้าเขาบ้างเลย

เขานึกอยากได้น้ำแข็งสักถังสองถังเผื่อจะทำให้สมองคิดอ่านเรื่องต่างๆ ได้โปร่งโล่งขึ้น ไม่ใช่เอาแต่ครุ่นคิดว่ามันจะเป็นภาพที่งดงามสักแค่ไหนถ้ามีร่างเปลือยของแพรไหมมาทอดกายอยู่บนเตียงเขา และเขาควรจะปรนเปรอเธออย่างไร เพื่อสร้างความสุขสมหฤหรรษ์จนหญิงสาวร้องครางเป็นชื่อเขาและลืมเลือนผู้ชายทุกคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต

ใช่...เขาอยากจะร่วมรักกับแพรไหม

ถึงตอนนี้ ภาติยะก็ไม่ได้สังเกตตัวเองเลยว่า แม้แต่ในห้วงความคิดคำนึง เขาก็ยังเลือกใช้คำอ่อนหวานอย่างคำว่า ร่วมรัก ไม่ได้ใช้คำว่า มีเซ็กซ์ เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ภาติยะยังคงยกมือในท่ายอมแพ้เมื่อพูดว่า “คืนนี้สมองผมล้าเกินกว่าจะคิดหาคำคมๆ มาโต้ตอบทันคุณ เพราะฉะนั้นผมจะไม่ลับฝีปากกับคุณหรอกนะ แต่จะถามตรงๆ ว่าคุณจะขึ้นเตียงกับผมมั้ย”

แม้จะรู้สึกว่าหมดหวัง แต่ยังอดถามอีกครั้งไม่ได้ ภาติยะถามตรงๆ อย่างหมดเชิงชาย เป็นครั้งแรกที่เขาหมดศิลปะแห่งการเกี้ยวพาผู้หญิงเพื่อพาขึ้นเตียง ก็คืนนี้สมองและร่างกายเขาอ่อนล้าเกินกว่าจะมาคิดหาวิธีการอันแยบยลในการหว่านล้อม จึงต้องเลือกวิธี ถามกึ่งชวน ทื่อๆ ออกไป

แพรไหมหน้าแดงก่ำอีกครา เธอส่ายหน้าโดยไม่ต้องคิด “ฉันอยากกลับบ้านมากกว่า”

เยี่ยม...แพรไหมทำให้เขารู้สึกไม่ต่างจากหมาติดสัดที่วอนขอความเมตตาจากชู้รักของมัน ภาติยะหลับตา พยายามสะกดกลั้นไฟราคะที่กำลังลุกโหมและแผดเผาเขาอยู่ เขาผิดเองที่ต้องการในเนื้อตัวแพรไหมมากเกินไป...มันมากเสียจนกระทบต่อศักดิ์ศรีของเขา เมื่อภาติยะลืมตา เขาก็ตอบกลับไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นปนเสียดสีว่า

“ผมหน่ายเต็มทนแล้วกับความพยายามต่อต้านของคุณ ทั้งๆ ที่คุณก็ต้องการผมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผมต้องการคุณ แต่ในเมื่อคุณปฏิเสธมัน สัญญาเลยว่าครั้งหน้าคุณจะเป็นฝ่ายวอนขอ ไม่ใช่ผม ใช่...คุณจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนผม ผมให้สัญญา และเมื่อถึงตอนนั้นช่วยเตือนให้ผมบอกคุณด้วยก็แล้วกันว่า ผมยังจะต้องการคุณอยู่อีกมั้ย”

ภาติยะระเบิดอารมณ์ใส่หน้าแพรไหมแล้ว ก็เดินไปเปิดตู้บิวต์อินอย่างกระแทกกระทั้น เขาหยิบเชิ้ต กางเกงขาสั้นพร้อมด้วยเข็มขัด ซึ่งแน่นอนว่าทุกอย่างราคาแพงและมียี่ห้อ ส่งให้หญิงสาวโดยไม่พูดไม่จา จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำพร้อมกับกระชากประตูปิดตามหลัง







 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2553 16:12:11 น.
Counter : 713 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

คณิตยา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]








รู้จักคณิตยา/คีตฌาณ์

ก้าวสู่โลกแห่งการขีดเขียนในปี 2549 มีผลงานเป็นรูปเล่มกับสนพ.ในเครือสถาพรบุ๊คส์ทั้งหมด 11 เล่ม ไล่ตั้งแต่ รหัสทรชน ทางสายหมอก กุหลาบในเปลวไฟ ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ อริ...ที่รัก บอดี้การ์ด รักเพียงฝัน ตามรักข้ามเวลา ไฟรัก บันทึกแห่งรัก(the Book of Love) มิราเบลล์...ตราบคีตาบรรเลง เป็น 1 ในนิยายชุดแด่เธอที่รัก สาปรัก และใต้ปีกรัก

รหัสทรชน เป็นละครทางช่อง 3 เมื่อปี 2554 แสดงโดย เคน และชมพู่ สร้างโดยค่ายยูม่า และ ไฟรัก ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาเวียดนาม วางแผงเดือนสิงหาคม 2556



พูดคุย ทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง fb โดยกดไลค์เป็นแฟนเพจได้ทาง https://www.facebook.com/keetacha?ref=hl ขอบคุณค่ะ

---------------

สวัสดีค่ะ

สืบเนื่องจากมีแฟนคลับนิยายมาสอบถามนิยายเก่าๆ อุ๋ยหลายคน และหลายคนที่อุ๋ยต้องปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจอันเนื่องจากนิยายที่อุ๋ยมีเก็บอยู่ก็เหลือน้อยเต็มที ฉะนั้น อุ๋ยขอมาโหวตสำหรับคนสนใจเพื่อพิมพ์ใหม่โดยอุ๋ยจัดพิมพ์เอง โดยถ้าเรื่องไหนถึง 50 เล่ม อุ๋ยค่อยจัดพิมพ์เรื่องนั้น

1.ทางสายหมอก (เรื่องนี้ในเว็บสถาพรบุ๊คขายหมดแล้ว และในท้องตลาดหายากมากๆๆ และเป็นหนึ่งในงานเขียนเก่าๆ ของอุ๋ยที่มีคนถามหามาตลอด และตอนนี้ตามเว็บต่างๆ ก็กลายเป็นของหายาก อุ๋ยไปเจอเว็บหนึ่งขึ้นว่าเป็นนิยายเก็บสะสม จึงขายเต็มราคา 280 บาท ฟังดูน่าปลื้มใจมากๆๆ ป.ล.ถ้ายอดจองถึง 50 จริงๆ อุ๋ยจะเพิ่มบทพิเศษในส่วนของเอียนกับความรักของเขา)

2.อริที่รัก เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่มีแฟนคลับถามหามามาก แต่เว็บไซต์สถาพรบุ๊ค ขายหมดแล้ว แต่ยังคงหาซื้อในเว็บมือสองได้บ้าง (แต่สารภาพ ตัวอุ๋ยเองจะหาซื้อ ยังหาไม่ได้) ถ้ามีคนสนใจยอดจองถึง 50 เล่ม อุ๋ยจะพิมพ์ใหม่ โดยเพิ่มบทพิเศษชีวิตรักของเควินและอลิสาหลังจากมีลูกแฝดแล้ว ไปตามติดชีวิตของดาราฮอลลีวูดดังว่าหลังผ่านชีวิตแต่งงานแล้ว ความรักของเขาจะเข้มขึ้นหรือไม่)

3.ตามรักข้ามเวลา เป็นอีกเรื่องที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊ค ขายหมดแล้ว ส่วนเว็บมือสอง จะยังหาได้อยู่หรือไม่ อันนี้อุ๋ยยังไม่ได้สำรวจ แต่สำหรับคนที่สนใจสอบถามงานเขียนเรื่องนี้มา ถ้ามีการจองถึง 50 เล่ม อุ๋ยจะพิมพ์ใหม่โดยเพิ่มบทพิเศษว่าหลังจากที่ธันว์และมินตรา มีลูกด้วยกันแล้ว ชีวิตรักของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ยังคงอบอุ่นหรือยังคงพัวพันกับเครื่องแมชชีนเครื่องนั้นซึ่งกำลังจะถูกใช้เพื่อเดินทางไปสู่อนาคตหรือไม่....)

4.ไฟรัก ความจริงเรื่องนี้ยังหาซื้อได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ แต่ฉบับที่อุ๋ยมาเปิดจอง จะเป็นฉบับเต็มที่ไม่ตัดทอนฉากเลิฟซีนเลย โดยหากมีจอดจองถึง 50 เล่มถึงจะพิมพ์เพิ่มและจะเพิ่มบทพิเศษว่าหลังจากที่ภาติยะกลับมาคืนดีกับท่านย่าของเขาแล้ว ญาติๆ โดยเฉพาะญาติสาวๆ มีมุมมองต่อเขาอย่างไรบ้าง และแน่นอนชีวิตรักของเขากับแพรไหม จะยังคงแซ่บและร้อนแรงหรือไม่ จะเป็นซีนพิเศษที่เพิ่มเข้ามาในกรณีที่มีการจัดพิมพ์ใหม่)

เบื้องต้นหยั่งเสียงแค่ 4 เล่มก่อนค่า โดยคนที่จะจอง รบกวนทิ้งอีเมลด้วยนะคะ เพราะผลการสำรวจกว่าจะครบ 50 เล่ม อาจจะใช้เวลานาน บางเรื่องอาจจะใช้เวลาเกิน 1 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นอุ๋ยจะเมลไปสอบถามซ้ำอีกครั้งก่อนตีพิมพ์ว่า จะยังต้องการอยู่หรือไม่

ป.ล.สำหรับคนที่ต้องการจองเรื่องไหน รบกวนแจ้งที่เดียวคือ

https://www.facebook.com/keetacha

เพื่อง่ายต่อการรวบรวมข้อมูล

ขอบคุณมากค่ะ

คณิตยา/คีตฌาณ์



...................




ตอนนี้อุ๋ยทยอยนำนิยายที่หมดลิขสิทธิ์กับพิมพ์คำไปวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book บนเว็บ ebooks และเว็บ Mebmarket ค่ะ

ใต้ปีกรัก...ราคาอีบุ๊ก 179 บาท

บันทึกแห่งรัก...ราคาอีบุ๊ก 255 บาท จากราคาปก 310

ไฟรัก...ราคาอีบุ๊ก 279 บาท จากราคาปก 350 บาท

กุหลาบในเปลวไฟ...ราคาอีบุ๊ก 230 บาท



รหัสทรชน ราคาอีบุ๊ก 200 บาท จากราคา 300 บาท 673 หน้า





ทางสายหมอก ราคาอีบุ๊ก 265 บาท จากราคา 280 บาท 690 หน้า



ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ ราคาอีบุ๊ก 125 บาท จากราคา 180 บาท 360 หน้า



รวมเรื่องสั้น...ฉบับวัยหวาน ราคาอีบุ๊ก 45 บาท จากปก 55 บาท



อริ...ที่รัก ราคาอีุบุ๊ก 195 จากปก 240 บาท



หวานใจ...บอดีการ์ด...ราคาอีบุ๊ก 145 บาท จากปก 180 บาท



รักเพียงฝัน...ราคาอีบุ๊ก 225 จากปก 250 บาท



ตามรักข้ามเวลา...ราคาอีบุ๊ก 240 จากปก 270 บาท





















New Comments
Friends' blogs
[Add คณิตยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.