"ชีวิตมีไว้ให้เราใช้ ไม่ใช่ให้มันมาใช้เรา"
Group Blog
 
All Blogs
 

หลายเรื่องเล็กน้อยของชีวิต

สวัสดียามดึกค่ะ

หลังจากบ้าพลังลุกขึ้นมาป้ดกวาดบลอก
จนหลังขดไหล่แข็งไปหนึ่งวันเต็มๆ
เราก็ได้ออกไปเริงร่านอกบ้านบ้าง

พอดีว่ารุ่นน้องที่รักจัดงานเลี้ยงส่งให้
(ก็เป็นรุ่นน้องเด็กกอพอด้วยกันล่ะค่ะ)
เนื่องในโอกาสที่รุ่นเรากำลังจะจบม.ปลาย
และจะแยกย้ายไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

รู้สึกดีที่ได้รวมตัวกับรุ่นพี่รุ่นน้องแบบนี้
อยู่กันจนเหมือนเป็นครอบครัวหนึ่งไปแล้ว
เพราะนอกจากเราจะมีเส้นทางชีวิตคล้ายๆ กัน
เรายังมีรอยยิ้มและความเหงามาแบ่งปันกันเสมอ

แล้วพอกลับมาเปิดบลอก
เห็นคนมาอ่านตั้งหลายคน ... ดีใจค่ะดีใจ
รู้สึกดีที่ได้คุยกับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน รู้สึกคล้ายๆ กัน

เราอาจจะเป็นคนเหงาประเภทหนึ่งก็ได้
ถึงได้ชอบอ่านหนังสือ ชอบเขียนหนังสือ
เหตุผลเดียวกับที่แอม เสาวลักษณ์เคยให้สัมภาษณ์ว่า
"ชอบอ่านหนังสือ เพราะอย่างน้อยก็ได้รู้ว่า มีคนที่คิดเหมือนเรา"




นอกจากการถ่ายทอดผ่านตัวอักษร
"ภาพถ่าย" เป็นวิธีการถ่ายทอด "มุมมอง" อีกแบบหนึ่ง
ที่เรารู้สึกมีอิสระที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเราได้เต็มที่

เพิ่งอัพเรื่องโตเกียวมิดทาวน์ไปวันก่อน
เราก็ได้โอกาสไปเยือนที่นั่นอีกครั้ง
และคราวนี้ก็มีเรื่องราวของศิลปะมาฝากกันอีก
(ออกจะเน้นหนักไปทางถ่ายภาพมากหน่อย)

วันก่อนเพิ่งไปดูงานแสดงภาพถ่ายที่ Fuji Film Photo Salon
มีอยู่สองงาน คืองานแสดงภาพถ่ายของพระจันทร์และหมู่ดาว
ชื่องาน Message From Space มีทั้งภาพที่ถ่ายจากอวกาศ และจากโลก
ซึ่งจัดเนื่องในโอกาส International Year of Astronomy 2009

ไม่รู้ว่าทำไม ... ทั้งๆ ที่ภาพถ่ายจากอวกาศนั้นคือภาพที่ใกล้กว่า
รายละเอียดของรูปร่าง เส้นสี และบรรยากาศชัดเจนกว่าเป็นไหนๆ
แต่เรากลับรู้สึกว่าภาพถ่ายจากพื้นพิภพ ที่เห็นเพียงจันทร์เสี้ยวเลือนราง
ภาพที่ปราศจากรูปลักษณ์ แต่มีเพียงแสงสีที่สะท้อนบนกลุ่มเมฆและภูผา
กลับแสดงตัวตนที่แท้ของเหล่าดวงจันทร์และดวงดาวได้ชัดเจนยิ่งกว่า



กลับเหมือนว่า ... ต้นตอแห่งแสงวับวาวนั่น
มีชีวิต มีพลัง เป็นมากไปกว่า วัตถุอันล่องลอยแห่งอวกาศ
จนเหมือนกับเป็นภาพจำลองของหมู่เทวดานางฟ้าแห่งสรวงสวรรค์


อีกงานหนึ่ง เป็นนิทรรศการแสดงภาพถ่ายของนักศึกษา
เนื่องในโอกาสจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
ภาพถ่ายที่นำมาแสดงจึงค่อนข้างหลากหลาย
อาจจะไม่ได้มีเทคนิคเลิศหรูเท่ากับช่างภาพ
แต่ว่ามีพลังและความสดใหม่ที่น่าชื่นชมจริงๆ





อีกงานหนึ่ง เป็นงานออกแบบที่จัดแสดงใน Design Hub
ในหัวข้อที่ว่า "ทำไมคนเกาะคิวชูจึงเป็นนักออกแบบกันเยอะ"
คิวชูนี่เป็นเกาะใหญ่ที่อยู่ทางใต้เกาะฮอนชู (ฮอนชูก็ที่โตเกียวอยู่น่ะค่ะ)

มีงานแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลเยอะแยะ
แต่เราไปเจองานภาพถ่ายของเหล้ายี่ห้อ iichiko
ถึงจะเคยไปดูงานแสดงมาแล้ว แต่ก็ยังชอบดูอีกทุกที
เป็นยังไง ขอให้ภาพอธิบายแทนแล้วกัน (จากเว็บ http://www.iichiko.co.jp)


"แม้ทะเลจะแสนเหงา มันก็ยังเป็นทะเลอยู่ดี"


"สิ่งที่ล่วงหน้าไปก่อนเรานั้นคือสายลม"


"Luxury of Simplicity"


หาขวดเหล้าเจอรึเปล่าคะ
งดงามทั้งไอเดีย มุมมอง การจัดวาง
จนถึง Catch Phrase ในแต่ละภาพเลยทีเดียว



ส่วนงานสุดท้ายที่ไปดู ไม่ใช่ภาพถ่าย
แต่เป็นงานดีไซน์ที่จัดขึ้นที่ 21_21 Design Sight
(เรื่องราวเกี่ยวกับคนออกแบบตึกนี้ มีไว้ในบลอกก่อนหน้าค่ะ)

เป็นงานที่เหล่าครีเอเตอร์ร่วมมือกับบริษัทที่ผลิตสินค้า
หลักๆ เกี่ยวข้องกับ "ดวงตา" ไม่ว่าจะเป็นตาคนหรือตาสัตว์



ธีมของงานนี้ค่อนข้างหลากหลาย เนื่องจากผลิตภัณฑ์มันแตกต่าง
ดังนั้นจึงอาจจะหาความเป็นเอกลักษณ์ร่วมของงานนี้ได้น้อยมาก
หมายถึงว่าชิ้นงานแต่ละชิ้นก็มีความเป็นตัวตนสูงมากนั่นเอง
งานนี้ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่อธิบายลำบาก ดูรูปกันดีกว่าค่ะ


(โดย Francis Giacobetti บุคคลในภาพคงคุ้นตาหลายคน
จากซ้าย ฟรานซิส คลิก นักชีววิทยา, หลุยส์ บลูโจวา ศิลปิน, กัลเชีย มัสเคส นักเขียน, โย มิน เปย์ สถาปนิก นอกจากนี้ยังมี อันโด ทะดะโอะ สตีเฟ่น ฮอว์กิ้น ฯลฯด้วย)




ไปดูงานศิลปะแบบนี้ทีไร
เราต้องได้แรงใจกลับมาทำงานอะไรต่อได้ทุกที
เป็นโชคดีที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีแหล่งเติมพลังงานใจได้เยอะแบบนี้

ตอนเดือนอยู่ซาลอนภาพถ่าย
เราก็ไปเห็นโปสเตอร์ชักชวนให้ส่งรูปถ่ายประกวด
ในหัวข้อ "สิ่งที่คุณอยากให้คงอยู่ตลอดไป"
เป็นโครงงานที่ฟูจิร่วมจัดกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "Earth"

ภาพถ่ายจากกล้องนั้นหมดเขตรับสมัครไปแล้ว
เราก็เลยส่งได้แต่ภาพที่ถ่ายจากมือถือ
ดังนั้น... วันนี้เลยเอามาลงให้ดูกันด้วย




สิ่งที่อยากให้คงอยู่ตลอดไป...
...ฟ้าอีกฝากของโตเกียวทาวเวอร์
...เรื่องราวแห่งอดีตที่ส่งต่อไปยังอนาคต
...สายลมที่ล้อเล่นกับกลีบดอกไม้
...ความเคลื่อนไหวและรอยยิ้มของหญิงสาว



อยากให้เรื่องเล็กน้อยของชีวิตยังอยู่กับเราตลอดไป




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2551 0:53:38 น.
Counter : 205 Pageviews.  

งานศิลปะในหน้าร้อน


หน้าร้อนของญี่ปุ่น คือประมาณเดือนสิงหาคม


มักจะเป็นช่วงที่เรากลับไปเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย เพราะเป็นช่วงที่โรงเรียนมอปลายปิดเทอมยาวที่สุด และเป็นช่วงเดียวของปีที่อากาศเมืองไทยเย็นกว่า อากาศของเมืองหลวงแห่งประเทศหมู่เกาะนี้

อยู่เมืองไทย สบายกว่าญี่ปุ่นในหลายๆ เรื่อง

อาหารก็ถูกราคา ถูกปากกว่า ญี่ปุ่นโดยเฉพาะโตเกียวเป็นเมืองที่หลากหลายไปด้วยอาหารเลิศรสนานาชาติก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะอร่อยไปทุกร้าน และหลายครั้งร้านอร่อยกับร้านไม่อร่อยก็ราคาไม่แตกต่างกัน แม้แต่เรื่องอาหารต้องอาศัยทั้งความชำนาญทั้งดวงไม่น้อย

แต่เมืองไทยบ้านเรา อาหารที่ขายร้านริมถนน หรือกินข้าวแกงจานละยี่สิบ ก็ยังอร่อยได้แบบไม่ต้องพยายามมาก ไม่แปลกเลย ที่เวลาเรากลับไทย แล้วจะอ้วนเอาอ้วนเอาได้โดยไม่ต้องพยายามมากเช่นกัน

เรื่องการเดินทาง อยู่โตเกียวมีรถไฟเยอะก็จริง แต่ก็ต้องเบียดคนแถมแข่งกับเวลาอยู่ตลอด ส่วนเมืองไทย...ไม่พูดถึงกรุงเทพ แต่จะพูดถึงสุพรรณบ้านข้าพเจ้าแล้ว ถนนโล่งนั่งรถสบายกว่าแบบรถไฟที่โตเกียวเทียบไม่ติดจริงๆ (ขับก็ไม่ต้องขับเองนี่เนอะ)

ก็ไม่แปลกเลยที่ช่วงเวลาที่ได้กลับมาอยู่ที่บ้าน จะเป็นเวลาแสนสบายที่เราได้สับสวิทช์ให้กับชีวิตอันวุ่นวายของตัวเอง



แต่มีสิ่งหนึ่งที่เมืองไทยมีน้อยเหลือเกิน


"งานศิลปะ"
งานนี้เราไม่นับรวมงานศิลปะไทยโบราณตามวัดวาอาราม หรือโบราณสถานใดๆ พูดถึงงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในยุคปัจจุบันหรือในอดีตอันใกล้

เมืองไทยอาจจะมีงานศิลปะและศิลปินมากมาย แต่เรามี "พื้นที่" ที่จะได้โชว์และได้ชมผลงานเหล่านั้นน้อยมากๆ คนที่สามารถสัมผัสกับงานศิลปะในเมืองไทยได้เลยกลายเป็นคน "ติสท์ๆ " ไปโดยปริยาย ทั้งๆ ที่งานศิลปะควรจะเป็นสื่อ เป็นความสุนทรีย์ที่คนหมู่มากของสังคมสามารถเข้าถึงได้แท้ๆ



แต่วันนี้ เราไม่ได้จะมาพูดถึงงานศิลปะในไทยแต่อย่างใด


ที่เกริ่นมานี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมหน้าร้อนปีที่แล้ว หลังจากไปอยู่เมืองไทยได้สามสัปดาห์ และกลับมาโตเกียว สิ่งแรกที่เราทำก็คือกระโดดไปดูงานศิลปะแบบไม่หายใจหายคอนั่นเอง... ^^


งานแรกเป็นงานของนักถ่ายภาพชาวญี่ปุ่นชื่อ Shiragawa
เป็นรวมภาพถ่ายน้ำตกที่งดงามระดับโลก มีทั้งถ่ายจากบนภูเขา จากบนฟ้า แต่ละภาพแสดงความยิ่งใหญ่ของสายน้ำและพลังธรรมชาติได้เต็มที่จริงๆ

สายรุ้งอันเกิดจากแสงจันทร์พาดผ่านน้ำตกกว้างใหญ่ตอนใกล้รุ่ง
สายน้ำตกที่ไหลสู่แผ่นดินสีแดงอันกว้างใหญ่
ละอองไอน้ำที่พุ่งผวยขึ้นมาจากน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
และแม้แต่น้ำตกกระแสเล็กๆ ที่ถูกค้นพบโดยนักบินมือสมัครเล่น


อีกงานหนึ่งที่ไปตอนวันอาทิตย์ คืองานภาพถ่ายของ Henri Cartier Bresson ที่ Modern Art Museum งานของช่างภาพชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดังนี้สุดยอดสมกับที่รุ่นพี่เราคุยเอาไว้เลย เป็นการรวบรวมงานพอร์ตเทรตในยุคต่างๆ และจากหลายมุมโลก


ดวงตาระยิบระยับของเด็กๆ ตัวมอมในแอฟริกา
ความเฉิดฉายของผู้คนอเมริกันยุคเอทตี้ส
ริ้วรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของอาแปะในจีน
หมู่ชนที่ถูกปลุกพลังและความยิ่งใหญ่สหภาพโซเวียต
ความศรัทธาบนใบหน้าชายหนุ่มในอินเดีย



แล้วก็เลยไปดูงานศิลปะร่วมสมัยของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีนิทรรศการ Emerging Figures ของ Henri Michaux ที่ส่วนใหญ่เป็นงานลายเส้นรูปคนในหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งได้ไปเดินดูตึกรวบรวมงาน industrial arts ที่อยู่ไม่ไกลกันด้วย



งานศิลปะแต่ละงานที่ไปดู ล้วนมีมิติที่แตกต่างกัน


งานภาพถ่ายน้ำตกที่ไปดูเป็นงานแรกนั้นภาพถ่ายสวยมาก และคงจะต้องใช้ความพยายามมากทีเดียว ถ้าไม่รักจริงๆ ก็คงจะทำไม่ได้

(ในงานนี้ไม่ค่อยชอบอยู่อย่างเดียวตรงที่ผู้จัดพยายามจะเชื่อมโยงคีย์เวิร์ดของคำว่าน้ำกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติอย่างอิหลักอิเหลื่อเกินไป และมากเกินไป จนรู้สึกว่ามันออกจะมีความจริง
ใจในแง่ของศิลปะน้อยไป)


ส่วนงานของ Henri Cartier Bresson นั้นทุกภาพของชายผู้อุทิศตนเพื่อการถ่ายภาพคนนี้ ล้วนมีพลังและจิตวิญญาณของคนอยู่ในนั้นเต็มเปี่ยม

เขามิใช่แค่ช่างถ่ายภาพที่เดินทางผ่านไปและเก็บสิ่งที่ตาเนื้อเห็นไว้ในฟิล์มกล้อง ...แต่เป็นนักเดินทางที่บันทึกสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ สัมผัสด้วยหัวใจเพื่อถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ และเขาก็ทำมันได้ดีมากเสียด้วย


นิทรรศการ Emerging Figures ของ Henri Michaux ภาพรูปร่างคนแต่ละภาพนั้นน่าสนใจและมีชีวิตชีวามากๆ ทั้งที่เป็นแค่สายเส้นตวัดไปมา แต่กลับเป็นตัวแทนของสันชาตญาณ ตัวตนของมนุษย์ ...ที่เรียกได้ว่า แค่มองก็รู้สึกได้


ส่วนตึกรวมงาน industrial arts แม้ชิ้นงานจะมีไม่มาก แต่หลากหลายรูปแบบ ให้อารมณ์ทั้งญี่ปุ่นแท้ๆ และมีความโมเดิร์นด้วย แถมยังเป็นมิวเซียมที่จัดมุมต่างๆ ให้เด็กๆ ค้นหา เรียนรู้ สนุกไปกับงานปั้น งานหล่อทั้งหลายได้อย่างมีชั้นเชิงจนเราอยากจะเข้าไปร่วมกิจกรรมกับเด็กๆ ด้วยเลยทีเดียว



อยากให้เมืองไทยมีงานศิลปะดีๆ บ้าง


เราว่างานศิลปะเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรม และเป็นพลังงานอย่างหนึ่งให้กับคนในสังคม อาจจะต้องเป็นไปทีละเล็กละน้อย แต่ถ้าศิลปะเติบโตขึ้นได้ ก็ยังมีหลักฐานเล็กๆ ให้เรามั่นใจว่าสังคมนั้นกำลังก้าวไปข้างหน้าได้เช่นกัน




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2551 19:38:31 น.
Counter : 103 Pageviews.  


The SoVo
Location :
Tokyo ---> now : Kyoto Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพียงคนหนึ่งที่มีความฝัน มีความคิด มีเรื่องราวมากมายที่อยากบอกเล่า กำลังก้าวเดินไปในโลกกว้างเพื่อเรียนรู้ เพื่อเข้าใจ และเพื่อทำความรู้จักกับ "ชีวิต"
Friends' blogs
[Add The SoVo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.