Group Blog
 
All blogs
 

กิจกรรมโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนคาบสมุทรมิอุระและเขตโยโกะสุกะ




สวัสดียามดึกค่าเพื่อนๆ ชาวบล็อค หลายวันที่ผ่านมาแอนยุ่งวุ่นวายกับสาวน้อยเกี่ยวกับเรื่องการสอบแข่งขันเข้ามหา'ลัย วันนี้พอมีเวลาว่างรีบเจียดเวลามาอัพเดทเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นกันสักหน่อยค่ะ

เกรินกันไปแล้วจากบล็อคที่แล้วเนอะ ว่าได้รับเชิญจากทาง JBG ในเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญค่ะ

งานสัมมนาการท่องเที่ยวในครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรมคราวน์พลาซ่า ลุมพินี กรุงเทพฯค่ะ
โดยงานมีจัดขึ้นในวันที่ 1 พย. 2557 งานเริ่มเวลา 11.00 น. แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้เราไปก่อนเวลาสัก 10-15 นาทีเพื่อทำการลงทะเบียนกันก่อนค่ะ




ลงทะเบียนกันเรียบร้อยแล้ว ได้รับเอกสารมาแล้วตามภาพค่ะ





รับเอกสารเรียบร้อยก็มีเจ้าหน้าที่พาไปยังที่นั่งของเราค่ะ





บรรยากาศของงานสัมมนา เริ่มต้นด้วยแนะนำเจ้าหน้าที่คนแรกเป็นคุณ SHIROMA และคุณสุชิราในตำแหน่งล่ามที่จะมาคอยแปลจากภาษาญี่ปุ่นมาเป็นไทยค่ะ


หลังจากนั้นมีการแนะนำเมืองต่างๆ ที่อยู่ในคาบสมุทรมิอุระ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถามว่ามีใครเคยไปเที่ยวคาบสมุทรมิอุระบ้าง ใครไม่เคยไปให้ยกมือ แอนคิดว่าไม่เคยไปเลยยกมือขึ้น พอเจ้าหน้าที่มาอธิบายว่ามีจังหวัดใดบ้างแอนก็ถึงบางอ้อทันที เพราะเป็นเมืองที่เคยไปเที่ยวมาแล้ว แต่อาจไปเที่ยวไม่ครบ แต่มาวันนี้เราได้รู้จักเมืองเยอะขึ้นพร้อมกับชื่อเรียกบริเวณเมืองต่างๆที่อยู่ในละแวกนั้นว่าเป็นคาบสมุทรมิอุระค่ะ ^^





คาบสมุทรมิอุระ ประกอบด้วยเมืองอะไรบ้างล่ะ?

คาบสมุทรมิอุระ (ญี่ปุ่น: 三浦半島) เป็นคาบสมุทรในจังหวัดคะนะงะวะ บนเกาะฮนชู บริเวณทางใต้ของเมืองโตเกียว และโยะโกะฮะมะ แบ่งแยกอ่าวโตเกียวทางตะวันตกออกจากอ่าวซะงะมิ เมืองสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ ได้แก่ เมืองโยะโกะซุกะYOKOSUKA , เมืองฮะยะมะ HAYAMA , เมืองซุชิZUSHI , เมือง MIURAและเมืองคะมะคุระ KAMAKURA


ถึงตรงนี้แล้ว หลายคนก็ร้องอ๋อกันเยอะเลยทีเดียวค่ะ เพราะหลายคนมีโอกาสได้ไปเที่ยวกันมาแล้วเหมือนแอน นั่นคือเมืองคามากุระนั่นเองค่า


หลังจากแนะนำเมืองต่างๆ ของคาบสมุทรมิอุระกันเรียบร้อยแล้ว คุณสุชีราก็ได้เชิญมิสเตอร์โอกาโมโตะให้ขึ้นมาพูดเกี่ยวกับเมืองโยโกซูกะค่ะ






การเดินทางมาเที่ยวเมืองโยโกซูกะมาอย่างไร ?

ง่ายๆ เลยค่ะ หากเพื่อนๆ นั่งเครื่องมาลงสนามบินฮาเนดะ ให้โดยสารรถไฟ Keihin Kyuko Line จะใช้เวลาเพียงแค่ 47 นาทีก็จะมาถึงเมืองนี้เลยค่ะ โดยให้ลงที่ " Yokosuka Chuo "

หรืออีกทางเลือกนึง หากจะเดินทางจาก " Shinagawa Station " ให้โดยสารรถไฟสาย JR Yokosuka Line จะใช้เวลานานกว่านิดหน่อย ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที โดยให้ลงที่ " Yokosuka Station "

แถมหน่อยจากข้อมูลที่ MR.โอกาโมโตะแจ้ง
หากจะเดินทางไปเมืองโยโกซูกะจาก Sky Tree ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
จาก Disney Land ไป ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ค่ะ






ประเดิมเมืองแรกที่จะมาแนะนำกันก่อนเลยคือเมือง โยโกซูกะ YOKOSUKA

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของคาบสมุทรมิอุระค่ะ อยู่ในจังหวัดคานากาว่า โดยหันหน้าสู่อ่าวโตเกียวและอ่าวซางามิ เป็นเมืองระหว่างประเทศที่มีทะเลและธรรมชาติสีเขียวอันสมบูรณ์เป็นสาเหตุให้มีการขึ้นปลาของการประมงชายฝั่งมาที่สุดในจังหวัด และเป็นเมืองที่มีฐานทัพเรืออเมริกาตั้งอยู่ด้วยค่ะ จากการเดินทางเข้ามาของนายพลเพอร์รี โยโกซูกะจึงถูกพัฒนาให้เป็นเมืองท่าเรือทหารโดยมีการตั้งคลังสรรพาวุธ เขตปกครองทางทะเล และป้อมเพื่อป้องกันการรุกรานทางทะเลในอ่าวโตเกียว เจ้าหน้าที่กล่าวว่ามีนักเรียนไทยไปเรียนที่นี่ไม่ต่ำกว่า 10 คน และเป็นเมืองที่มีหลากหลายเชื้อชาติ เช่น อเมริกัน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เปรู เป็นเมืองที่ International จริงๆค่ะ






เมืองในโยโกซูกะมีอะไรน่าสนใจบ้าง?


1. มีเรือรบ "มิคาซะ Mikasa " Memorial Ship Mikasa เป็นเรือธงของกองเรือผสมที่ต่อสู้ในยุทธนาวีช่องแคบซึชิม่าใช้รบกับรัสเซีย เป็นเรือที่มีความใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ปัจจุบันเราสามารถเข้าเยี่ยมชมเรือแห่งนี้ได้ค่ะ

เวลาเปิดปิด : 09.00-17.00 น. (เดือนมีนา-ตุลาคม ) แต่หากเป็นช่วงฤดูหนาวพฤศจิกายน-กุมภาพันธุ จะขยับเวลาปิดไวขึ้นเป็น 16.30 น. เพราะมืดเร็วค่ะ

ค่าเข้าชม : คนละ 600 เยน สำหรับบุคคลทั่วไป, 500 เยนสำหรับผู้สูงอายุ 300 เยนสำหรับนักเรียนมัธยมปลาย และต่ำกว่านั้นไม่เสียค่าเข้าค่ะ





2.โยโกซูกะพอร์ตมาร์เก็ต YOKOSUKA PORT MARKET เป็นมาร์เก็ตที่สามารถเลือกซื้ออาหารทะเลสดๆ ได้ในราคาถูกเนื่องจากเป็นเมืองท่าค่ะ และยังมีร้านอาหารท้องถิ่นให้เลือกทานถึง 14 ร้านค้า





3. Yokosuka Naval Curry and Rice หากใครมาเที่ยวเมืองโยโกซูกะแล้ว ถ้าไม่ได้ทานแกงกระหรี่ทหารเรือโยโกซูกะ (ไคกุนคาเร ) เค้าว่าเหมือนมาไม่ถึงนะค่ะ เค้ามีตำนานเล่าว่าแกงกระหรี่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1884 สาเหตุที่ทำแกงเพื่อจะแก้ไขสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของเหล่าทหารเรือที่ได้รับอาหารไม่พอเพียงจึงนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ทหารเรืออังกฤษจึงคิดค้นเมนูที่จะสามารถเรียกกำลังให้แก่เหล่าทหารจึงเป็นที่มาของสตูว์แกงกระหรี่ที่เป็นอาหารของทหารเรืออังกฤษโดยนำมาตักวางบนข้าวสวยญี่ปุ่น จากการทำเช่นนี้เมนูนี้เป็นทืถูกปากแก่เหล่าทหารมากจึงทำให้เมนูนี้กลายเป็นต้นกำเนิดของข้าวแกงกระหรี่ญุี่ปุ่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาค่ะ และเมนูนี้ยังเป็นเมนูฮิตสืบทอดต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ในทุกวันศุกร์จะมีการผลิตแกงกระหรี่ให้นักเรียนทหาร ในโรงเรียนทานเพื่อเป็นการระลึกถึงด้วยค่ะ


4. เกาะซารุชิมะ Sarushima Island เป็นเกาะธรรมชาติเพียงเกาะเดียวในอ่าวโตเกียวที่สามารถสนุกสนานกับการตกปลาและเล่นกิจกรรมทางน้ำ และมีมรดกทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเป็นซากป้อมสมัยเมจิ และอุโมงค์อิฐ โดยสามารถนั่งเรือจากท่ามิคาซะ ใช้เวลา10 นาที ค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ 1300 เยน ส่วนเด็ก 650 เยน (ไป-กลับ ) โดยเรือจะออกทุก 1 ชั่วโมงในเดือนมีนา-พฤศจิกายน และจะหยุดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์คะ


5. นอกจากการเยี่ยมชมเกาะซารุชิมะแล้ว ยังมีการล่องเรือชมอ่าวทหารโยโกซูกะ จะมีบริการล่องเรือทุกวันๆละ 6 เที่ยว โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึง เที่ยวสุดท้ายเวลา 15.00 น. แต่ละเทื่ยวห่างกัน 1 ชัวโมงค่ะ สนนราคา 1400 เยน สำหรับผู้ใหญ่และ 700 เยนสำหรับเด็กค่ะ


6.ย่านถนนโดบุอิตะ Dobuita Dori เป็นถนนซึ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าใหญ่ของฐานทัพเรืออเมริกา มีร้านค้าขายอาหาร รวมทั้งบาร์ จนถึงเสื้อผ้าสำหรับวัยรุ่น ใครสนใจไปเที่ยวได้ค่ะ




7. นอกจากแกงกระหรี่แล้วยังมี โยโกซูกะเนวี่เบอร์เกอร์ค่ะ เนื่องจากเมืองโยโกซูกะเป็นเมืองหลากชนชาติ จึงทำให้มีเบอร์เกอร์เกิดขึ้นที่นี่ เป็นเบอร์เกอร์ของอเมริกันแท้ๆที่ใช้เนื้อวัว 100 % จุดเด่นจะเป็นสูตรที่ปรุงจากฐานทัพเรืออเมริกา ใครสนใจก็สามารถหาทานได้ที่ร้านอาหารบริเวณใกล้ๆ ฐานทัพเรือค่ะ


8. สำหรับใครที่สนใจใคร่รู้ว่าเวลาเกิดแผ่นดินไหวจะมีลักษณะเป็นอย่างไร ที่โยโกะซูกะจะสถานที่นึงเรียกว่า อันชินคัน Anshin-kan เป็นสถานที่จำลองประสบการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ค่ะ ถึงตรงนี้แอนชักแอบสนใจซะแล้วสิค่ะ ถ้ามีโอกาสคราวหน้าได้ไปเที่ยวแถบคาบสมุทรมิอุระ ว่าจะแวะไปดูสักหน่อย น่าจะตื่นเต้นดีค่ะ





8. ส่วนใครชื่นนชอบดอกไม้ สีสันของดอกไม้สวยสดใสก็เป็นแรงจูงใจให้ควรมาเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิค่ะ เพราะที่นี่ถือเป็นสถานที่ชมดอกไม้แห่งหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆค่ะ สามารถชมซากุระและดอกกุหลาบที่ฝั่งตรงข้ามฐานทัพเรีอได้เช่นกันค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นที่นี้เค้ามี flower Train ไว้บริการด้วยค่ะ จุดเด่นของสวนดอกไม้ที่นี่จะมีอุโมค์คู่รักค่ะ ใครที่ไม่มีคู่หรือเป็นคนโสด ให้เดินเข้าอุโมค์นี้จะทำให้มีคู่ด้วยละค่ะ อยากรู้ว่าจริงมั๊ยนี่ ต้องไปลองนะค่ะสำหรับคนไม่มีคู่ ใครไปแล้วก็มากระซิบบอกแอนด้วยนะค่ะ ว่าเป็นไงบ้างได้คู่จริงมั๊ยค่ะ ^^





หลังจากบรรยายถึงสถานที่ที่น่าสนใจของเมืองโยโกซูกะจบเรียบร้อยแล้ว คิวต่อไปเป็นเมืองที่ทุกๆคนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักค่ะ เป็นเมือง KAMAKURA ทาง JGB ได้เชิญคุณยามาโตะ คามากิ เป็นผู้ที่ดูแลการท่องเที่ยวเมืองคามากุระมาให้ความรู้กับเรา





คุณยามาโตะ เล่าว่า เมืองคามากุระเป็นเมืองหลวงเก่าที่เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมซามูไร ที่ญี่ปุ่นจะมีเหล่าซามูไรที่มีชื่อเสียงมาจาก 3 เมือง 1 ในเมืองที่มียอดซามูไรคือคามากุระค่ะ (อีกสองเมืองจะเป็น เกียวโตและนารา ) เมืองคามากุระจะโดดเด่นในเรื่องโชว์ซามูไรขี่ม้ายีงธนูค่ะ


คามากุระเป็นเมืองหลวงเก่า เมืองหนึ่ง ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยของ โชกุน โยริโตโมะ มินาโมโตะ เป็นสมัยที่ชนชั้น ซามูไร ได้ขึ้นมามีอำนาจในการปกครองประเทศ และยุคนี้เองที่ญี่ปุ่นได้มีการใช้ ระบบศักดินากันอย่างกว้างขวาง คามามุระ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองซามูไรเก่าได้เลยทีเดียวเมืองคามากุระจะเป็นเมืองที่ล้อมด้วยภูเขา ทำให้มีต้นไม้เยอะ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเป็นจุดชมดอกซากุระอีกจุดนึงที่สวยงาม ใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวแถบนี้ อยากให้ลองไปเทียวดูเปลี่ยนบรรยากาศดูแล้วจะได้เห็นดอกซากุระอีกเมืองต่างมุม




เหนือสิ่งอื่นใดที่เราจะลืมไม่ได้เลยคือถ้าเรามีโอกาสได้มาเที่ยวเมืองคามากุระแล้ว เหล่าพุทธศาสนิกชนจะนิยมไปไหว้พระใหญ่กันค่ะ




พระใหญ่แห่งเมืองคามากุระวัดโคโตกุ เป็นพระปางสมาธิมีความสูงถึง 11.31 เมตร หนัก 121 ตัน ถือเป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติแห่งชาติเพียง 1 เดียวของเมืองคามาคุระด้วย ตามเอกสารแจ้งว่าเมื่อตอนที่สร้างเสร็จใหม่ๆ พระพุทธรูปถูกปิดด้วยทองคำเปลวและประดิษฐานในวิหารวัดโคโตคุ แต่หลังจากเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิปี 1495 วิหารวัดโคโตคุได้พังทลายลงมาเหลือเพียงองค์พระใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่กลางแจ้งนับแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับชาวไทยทางเจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าที่นี่ก็จะมีต้นสนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงปลูกไว้ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โดยท่านเสด็จเยือนวัดโคโตคุอินนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2474 ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลปัจจุบันจะมาปลูกต้นสนอีกต้นเมื่อปีพ.ศ. 2530 ค่ะ





นอกจากวัดโคโตกุแล้ว ที่คามากุระยังมีวัดอื่นๆอีกมากมายให้ไปสักการะค่ะ เช่นวัดโฮโคคุ เป็นวัดไผ่สวยๆ และจะมีร้านขนมคาเฟ่เล็กๆ ไว้นั่งพักผ่อนใครชอบบรรยากาศชิลล์ๆไม่รีบร้อน มานั่งจิบชาพร้อมขนมเก๋ไม่ยอกค่ะ ส่วนใครที่สนใจที่จะนั่งสมาธิแบบเซนขอแนะนำให้ไปวัดเคนโชจิเลยค่ะ เค้ามีจัดคอร์สด้วย เที่ยววัดวาอารามสุขใจแถมอิ่มบุญด้วยนะค่ะ ^^











การเดินทางไปเมืองคามากุระ : สามารถนั่งรถ TRAM Enoden Line
ROUTE : Kamakura-hase-Gokurakuji -Enoshima-Fujisawa
สรุปสถานที่น่าสนใจในคามากุระ จะเป็นการเที่ยวชมดอกไม้ แวะไหว้พระวัดใหญ่ นั่งรถไฟชมวิวภูเขาไฟฟูจิ และเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมทั่วๆไปค่ะ










เมื่องต่อไปเมืองที่ 3 เป็นเมือง ZUSHI

เมืองซูชิเป็นเมืองนึงที่อยู่ในคาบสมุทรมิอุระ อยู่ในเขตของจังหวัดคานากาว่าเป็นเมืองที่สามารถสัมผัสถึงวิถีชิวิตของชาวญี่ปุ่นได้ดี เป็นเมืองที่ปลูกสาหร่ายทะเล รวมทั้งการท่องเที่ยวแบบ Hiking ซึ่งจะมีทั้งชมธรรมชาติและสถานที่ต่างๆ เป็นเมืองที่เน้นกีฬาทางน้ำต่างๆ เช่น แคนู เรือใบ หาดของที่เมืองนี้นี่สามารถเดินไปถึงได้ภายใน 10 นาทีจากสถานีรถไฟเลยค่ะ สาเหตุที่เป็นที่นิยมเพราะทะเลไม่ค่อยมีคลื่นด้วย พื้นที่หาดจะคล้ายๆ กับฝั่งอ่าวไทยของเราคือไม่มีน้ำลึกค่ะ ฉะนั้นไม่น่ากลัว^^













เมืองที่ 4 จะเป็นเมือง Hayama
คุณอาโอกิ ซาโตชิเป็นผู้ให้ข้อมูลว่า เมืองฮะยะมะ เป็นเมืองเล็กๆ เมืองนึงที่มีทิวทัศน์สวยงามมีภูเขาและทะลเป็นสถานที่ดึงดูดใจในนักท่องเที่ยว และเมืองนี้เป็นเมื่่องที่มีต้นกำเนิดของการแข่งขันเรือยอร์ชโดยจะมีจัดงานขึ้นในเดือน4ของทุกปี
มีจุดชมวิวคือประภาคารชูจิโร่ สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจนในเดือนกันยายนและที่นี่จะเป็นวิวที่สวยที่สุด เพราะจะเห็นพระอาทิตย์ตกที่ยอดภูเขาไฟฟูจิพอดี ทางญ๊่ปุ่นเค้าเรียกว่า Diamond ค่ะ นอกจากนี้ที่นียังมีวังประทับของพระมหาจักรพรรดิญี่ปุ่นตั้งอยู่ด้วย





ในช่วงฤดูร้อน ชาวญี่ปุ่นจะให้ความนิยมโดยการมาพักผ่อนที่ชายทะเล ที่นี้จะมีชื่อหาดอิชชิกิ เป็นหาดยอดนิยมที่สุดหาดนึงที่ได้รับการคัดเลือกจาก CNN ว่าเป็นหาดที่ติด 1 ใน 100 หาดที่มีคนมาเที่ยวมาที่สุดในโลกด้วย และหากใครที่ชื่อชอบบรรยากาศเทศกาลดอกไม้ไฟ ที่นี่จะมีจัดงานในเดือนกรกฎาคมของทุกปีค่ะ











หลังจากนำเสนอความรู้เกี่ยวกับเมืองที่น่าสนใจเรียบร้อยแล้ว MR.โอกาว่า คัตซึฮิโระ เป็นตัวแทนจากบริษัท Keikyu Group มาให้ความรู้เกี่ยวว่าทางบริษัทว่าทำกิจการรถไฟค่ะ ปัจจุบันมีผู้สัญจรใช้รถไฟเดินทางกับทางบริษัทมากถึง 1.2 ล้านคน/วัน นอกจากกิจการรถไฟแลัวยังมีทำกิจการเกี่ยวกับรถบัส โรงแรม ท่าเรือ ให้บริการข้อมูลท่องเที่ยว และอื่นๆอีกมากมายค่ะ


ปัจจุบันมีการให้บริการฟรีไวไฟทั้งตามสถานีรถไฟและบนรถไฟให้สามารถใช้บริการได้ฟรีตั้งแต่เดือนมีนาคม 2014 ที่ผ่านมาโดยจะสามารถใช้ไวไฟฟรีได้ถึง 6 ชั่้วโมงที่สนามบินฮาเนดะ













สำหรับการเดินทางมาเที่ยวคาบสมุทร

จะมีตารางแสดงการเดินทางด้วยรถไฟสายของบริษัท keikyu จากฮาเนดะไปยังเมืองต่างๆ ของคาบสมุทรมิอุระนั้นใช้เวลาเท่าไหร่บ้าง มีการนำเสนอสถานท่องเที่ยวต่างๆ ภายในเครือด้วยสามารถวางแผนจองที่พักและซื้อตั๋วต่างๆได้ เที่ยวได้ภายใน 1 วัน หากเริ่มต้นเดินทางจากโตเกียวก็สามารถมาท่องเที่ยวชมฐานทัพเรือที่เมืองโยโกะสุกะ ต่อด้วยการลิ้มลองชิมข้าวราดแกงกระหรี่ แวะเก็บสตอเบอรีตามฤดูกาล หรือใครสนใจล่องเรือ ทางบริษัทก็มีแพคเกจบริการล่องเรือพร้อมรับประทานอาหารกลางวัน ส่วนใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมานอนก็มีโรงแรมคังนนซะกิ เคคิว และโรงแรมโจกะชิมะ เคคิว ซึ่งเป็นรร.ที่เห็นวิวทะเลทุกห้องแล้วทั้งสองที่ก็ได้รับดาวจากมิชลินด้วย นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ


นอกจากนี้บริษัทยังมีบริการรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดของเค้าด้วยชือ Jet Coaster สามารถวิ่งได้ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงค่ะ


หลังจากได้ความรู้มาเต็มอิ่ม ทาง JGB มีการจัดงานปาร์ตี้เลี้ยงขอบคุณผู้มาร่วมงานกัน ว่าแล้วไปดูบรรยากาศในงานกันค่ะว่าสนุกแค่ไหน ^^










เหล่าอาหารที่ทางทีมงาน JBG จัดเลี้ยงขอบคุณ












ใครชอบโอเด้งก็มีโอเด้งจัดให้ค่ะ




ดูหน้าตาน่าทาน แอนแอบไปยืนเข้าคิวขอมาชิมสักถ้วยด้วยคนค่ะ





อันนี้เป็นเมนูพระเอก แกงกระหรี่เนื้อสูตรโยโกซูกะค่ะ




เสียดายแอนไม่ได้ทานเนื้อบอกไม่ได้ว่าอร่อยหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ รอบนี้พาผู้ติดตามไปด้วย เห็นเค้าทานหมดเกลี้ยงจานไปเลยค่ะ




มองซ้ายมองขวามีแต่อาหารน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ




คนเข้าคิวเยอะมากค่ะ ระหว่างรอเก็บภาพมาฝากกันก่อน




จัดวางเรียงอย่างสวยงามเชียวค่ะ














จัดเตรียมมาเต็มที่เลยค่ะ










มีของคาวก็ต้องมีผลไม้





เครื่องดื่มก็มีตามนี้ที่เห็นค่ะ แอนเองไม่ได้ลองอีกเหมือนกันทานไม่เป็น




ไม่น้อยหน้ากันค่ะ เบียร์มา สาเกก็มาค่ะ




บรรยากาศงานปาร์ตี้








ระหว่างทานไปก็มีการแสดงดนตรีพื้นบ้านญี่ปุ่นให้ฟังเป็นขลุ่ยชาคุฮาจิและเครื่องดีด 3 สายที่เรียกว่า ซามิเซ็น (Shamisen) มาบรรเลงให้ฟังค่ะ







ทานเสร็จแล้วมีเล่นเกมส์ส่งท้ายเป็นบิงโกค่ะ





กติกาง่ายๆ ใครบิงโก้ก่อนออกมาด้านหน้าเวที สามารถเลือกของที่ต้องการไปได้เลยค่ะ



ของรางวัลมีมากมาย ให้ผู้มาร่วมงานสนุกสนานครึกครื้นค่ะ ตัวแอนเองไม่คิดว่าจะได้ ยังแอบได้เสื้อมากับเค้า 1 ตัวด้วยล่ะ เป็นกิจกรรมที่สนุกมากแถมสร้างสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้างได้ดีเขียวค่ะ




ปิดท้ายงานด้วยรูปภาพคำขอบคุณจากผู้บรรยายและผู้สนับสนุนการสัมมนาเรื่องท่องเที่ยวในวันนี้ค่ะ

นับเป็นกิจกรรมดีๆ ที่ได้สนุกสนาน ได้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หาข้อมูลการท่องเที่ยวด้วยนะค่ะ ท้ายสุดต้องขอขอบคุณทีมงานและผู้สนับสนุนโครงการทุกท่านที่ให้เกียรติเชิญมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ ^^










 

Create Date : 15 ธันวาคม 2557    
Last Update : 27 ธันวาคม 2557 0:23:27 น.
Counter : 954 Pageviews.  

รู้จักโอกินาวา ที่งาน OKINAWA NIGHT @Nirai Kanai

สวัสดีวันเสาร์ค่ะ ตั้งใจหลายวันแล้วว่าอัพบล็อคแต่!!! แต่อีกแล้ว 555 ช่วงต้นเดือนนี่เป็นอะไรที่แอนไม่ค่อยว่างค่ะ เนื่องจากต้องทำบัญชีเอกสารส่งสรรพากรให้คุณพ่อบ้าน


วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส หลังจาก ทำงานบ้าน ซักผ้า ตากผ้า เรียบร้อยแล้ว เลยมาสานเรื่องราวต่อให้จบ แต่เรื่องที่จะหยิบยกมาคุยในวันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องราวจากทริปญี่ปุ่นน๊า แอนขอคั่นจังหวะนิ๊ดส์นุงน๊า แต่ยังคงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นเหมือนเคยค่ะ เพียงแต่จะขอกระโดดข้ามไปพูดเรื่องราวเกี่ยวกับ " OkiNaWa หรือ 沖縄 " สักหน่อยค่ะ เผื่อใครจะไปเที่ยวเมษายนปีนี้จะได้มีข้อมูลกันบ้างนะค่ะ


สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมาแอนได้รับเชิญจากทาง JGB ให้ไปร่วมงานเปิดตัวและแถลงข่าวเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดโอกินาวา คราวนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่มีโอกาสได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทางทีมงาน JGB ให้เกียรติเชิญ ถ้าเราไม่ป่วยหรือติดเที่ยว มีหรือจะไม่ไปเนอะๆ ^^


สถานที่จัดงานในครั้งนี้คือ ร้านอาหารโอกินาวา Nirai Kanai ทองหล่อซอย 11 งานจะเริ่มลงทะเบียนเวลา 18.00 น.เป็นต้นไปและเริ่มงานในเวลา 19.00 น.ค่ะ ในวันที่ไปแอนไปถึงช้าไป 10 นาทีค่ะ ด้วยเหตุแอนหาที่จอดรถไม่ได้ เลยต้องไปจอดที่อื่นแล้วนั่งมอไซด์หัวฟูๆ เข้างานไป รู้งี้นั่งแท๊กซี่ไปตั้งแต่แรกดีกว่า ไว้คราวหน้าถ้ามีใครมาเชิญอีกจะนั่งแท๊กซี่ไปเลยจะได้ไม่ต้องกังวลหาที่จอด




ตอนนี้แอนเดินมาถึงหน้าร้านแล้วค่ะ





คนมากันเยอะเชียวค่ะ




ป้ายหน้าร้านจะมีเมนูอาหารภายในร้านแบบนี้ค่ะ หน้าตาน่าทานดี ไว้คราวหน้าจะชวนคุณพ่อบ้านมาทานด้วยคะ





หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ถุงมา 1 ใบค่ะ ภายในถุงมีหนังสือเกี่ยวกับ OKINAWA หน้าตาตามนี้ค่ะ




งานเริ่มไปได้นิดหน่อย เจ้าหน้าที่แจ้งว่าผู้ร่วมงานมาเร็วค่ะ งานก็เลยเริ่มเร็ว ถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังแนะนำกี่ยวกับจังหวัดโอกินาว่าคะ



沖縄 หรือ Okinawa ( โอกินาวา) เป็นจังหวัดทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ระหว่างเกาะคิวชู และประเทศใต้หวัน ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกันแล้วประมาณ 160 เกาะ โดยทอดตัวเป็นแนวยาวกว่า 400 กิโลเมตร เรียกว่าหมู่เกาะ ริวกิว (Ryukyu) สมัยโบราณเรียกว่าอาณาจักรริวกิว

Okinawa เคยกลายเป็นสนามรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งในปี 1972 ทางสหรัฐได้คืนโอกินาวาให้ประเทศญี่ปุ่น




Okinawa เป็นเกาะหลักของจังหวัดโอกินาวา มีการแบ่งออกเป็น 4 เขตได้แก่ NORTHEN AREA , CENTRAL AREA , WEST COAST และSOUTHEN AREA





เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่าเมืองหลวงของโอกินาวามีชื่อว่าอะไร ?
เมืองหลวงของโอกินาวามีชื่อว่า นาฮะ ซิตี้ (NAHA CITY ) อยู่ในเขต Southen area มีประชากรมากว่า 3 แสนคนค่ะ และที่นี่ก็เป็นที่ตั้งของเมือง SHURI ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรริวกิว ที่มีมรดกโลกอย่างปราสาทชูริตั้งอยู่ด้วย

NAHA AREA มีอะไรน่าเที่ยว?
สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจในเมืองนาฮะ จะมีปราสาทชูริ (shuri castle) ที่เคยเป็นพระราขวังหลวงของอาณาจักรริวกิว ที่ซึ่งในอดีตปราสาทโดนทำลายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันปราสาทได้ถูกบูรณะซ่อมแซมทาสีใหม่เป็นสีแดง รูปทรงปราสาทจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบโอกินาวาผสมผสานกับศิลปะจีนเข้าด้วยกัน

ย่านถนนโคคุไซ ( Kokusai Street ) เป็นถนนสายสั้นๆที่มีความยาว 1.6 กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ได้รับการขนานนามว่า THE MIRACLE OF MILE เพราะถนนเส้นนี้ได้รับการบูรณะอย่างรวดเร็วภายหลังสงคราม ทั้งสองฟากฝั่งถนนจะเต็มไปด้วยร้านค้า ขายอาหาร ขายของที่ระลึก ห้างสรรพสินค้า และโรงแรงที่พัก

ย่านแหล่งอาหารที่สดและใหญ่ที่สุดของเมืองจะเป็น ตลาดมาคิชิ (Makishi) ใครที่สนใจอยากลิ้มลองความสดอร่อยถ้ามาที่นี่แล้วสามารถซื้ออาหารสดๆ จากด้านล่างแล้วนำอาหารที่ซื้อนั้นไปให้พ่อครัวปรุงได้ที่ชั้น 2 ค่ะ


ร้านวาชิตะ ( Washita Shop) เป็นแหล่งที่รวบรวมสินค้าพื้นเมืองของโอกินาวา อาทิเช่น งานหัตถกรรม สิ่งประดิษฐ์ ขนม สาเกสูตรเด็ดของโอกินาวา ฯลฯ


ย่าน Omoromachi เป็นเขตเมืองใหม่ที่ทันสมัยที่สุด ในเมืองนาฮะ ที่นี่ได้รับการวางผังเมืองอย่างดี มีทุกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลอดภาษี โรงแรม และร้านอาหาร ถือเป็นย่านที่อำนวยความสะดวกสุดๆ





ข้ามมาฝั่ง Southen Area กันบ้างค่ะ มีอะไรน่าสนใจน่าเที่ยว?
Okinawa World ฝั่งจะมีธีมปาร์คที่รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับโอกินาวาค่ะไม่ว่าจะเป็นบ้านโบราณ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ งานประดิษฐ์หัตถกรรม ศิลปะการร่ายรำดนตรีพื้นบ้านประจำท้องถิ่น และที่นี่ยังมีถ้ำโบราณ OKINAWA WORLD ที่มีหินงอกหินย้อยที่มีอายุกว่า 3 แสนปีถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมเช่นกันค่ะ

Okinawa Peace Prayer Park And Memorial Museum มีอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นบนสมรภูมรบสุดท้ายในโอกินาวา ก่อนที่สงครามโลกครั้งที 2 จะสิ้นสุด และมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราววิถึชีวิตในระหว่างสงคราม และที่บริเวณชายฝั่งจะมีแท่งหินสลักรายชื่อทหารผู้เสียชีวิตในสงครามด้วยส่วนใครที่อยากเห็นสถานทีหลบภัยของทหารเรือญี่ปุ่นนั้นพลาดไม่ได้ที่ต้องไปที่นี่ค่ะ Japanese Navy UnderGround Headquarters

Ryukyu Glass Village เป็นแหล่งที่ผลิตแก้วที่ใหญ่ที่สุดของโอกินาวา ตั้งอยู่ในเมือง อิโตมัง( ITOMAN ) ใครที่สนใจจะทำแก้วสามารถเรียนและทดลองทำได้ค่ะ





ถัดมาเป็นเขต CENTRAL AREA
Chaton Town : Okinawa ' s California ย่านนี้เป็นเมืองที่ตั้งของฐานทัพอเมริกัน หลายคนขนานนามว่าเป็นแคลิฟอร์เนียโอกินาว่ากันเลยทีเดียว เมืองนี้เป็นเมืองที่เป็นแหล่งศูนย์รวมความบันเทิงเลยทีเดียว

Yomitan Village เป็นหมู่บ้านที่เป็นแหล่งรวมงานศิลปหัตถกรรม เครื่องปั้น เครื่องแก้ว และเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งนึงในโอกินาวา อีกสิ่งนึงถ้าหากว่าได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านนี้แล้วเราไม่ควรพลาดที่จะชิมมันที่ขึ้นชื่อของโอกินาวา เป็นมันสีม่วงที่เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อ มีชื่อเรียกว่า " เบนิอิโมะ " Beni Imo แอนชอบมันอยู่แล้วหากมีโอกาสได้ไป แน่นอนไม่พลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

Murasaki Mura เป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวและวัฒนธรรมของชาวริวกิวที่ได้รับอิทธิพลจากเพื่อนบ้านสมัยที่ยังทำการค้าร่วมกัน ถือเป็นจุดกำเนิดธีมปาร์กแห่งนี้ เพระมีการสร้างเมืองจำลองขึ้นมาเพื่อถ่ายทำละครเรื่อง The Wind of the Ryukyu ในปี 1992 ที่นี่จึงมีสถานที่โบราณเหมาะกับการไปเที่ยวชมค่ะ

Ryukyu Mura เป็นอีกธีมปาร์กชื่อดังที่จำลองชีวตชาวริวกิวในอดีตที่เหมาะที่จะไปเที่ยวชม มีการจัดแสดงวิถึชีวตของชาวริวกิวดั้งเดิม มีการเล่นดนตรีพื้นเมืองที่เรียกว่า " ซังซิน " หรือพิณสามสาย มีการแสดงระบำต่างๆที่ขึ้นชื่อของโอกินาวาด้วย หากเพื่อนๆอยากสัมผัสบรรยากาศย้อนไปในอดีตบอกได้เลยห้ามพลาดค่ะ




เขตสุดท้าย Northern AREA
เขตนี้จะเป็นภูเขา ป่า และเป็นที่ตั้งของ Okinawa Churaumi Aquarium ซึ่งเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอาณาจักรท้องทะเลแห่งนี้ตั้งอยู่ริมเวิ้งอ่าวเมืองโนโตบุ

Manza-Mo / Cape Manza
เป็นผาริมทะเลที่มีรูปร่างคล้ายช้าง ถือเป็นจุดชมวิว ท่องเที่ยวยอดนิยมของโอกินาวาเลยค่ะ

Onna Village
เป็นแหล่งพักผ่อนที่เริ่ดสุดๆของโอกินาวา เพราะที่นี่มีชายหาดที่สวยงามอยู่มากมาย สามารถเล่นกิจกรรมทางน้ำได้เยอะ เช่น ดำน้ำลึก เล่นเจ็ทสกีคะ่

Nago Pineapple Park
เป็นแหล่งที่รวมเครื่องดื่มต่างๆที่ทำจากสัปรด เราสามารถเข้าไปเที่ยวชมไร่สัปรดและโรงงานผลิตไวน์ La Glima Sol ได้ด้วยค่ะ






นอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเที่ยวแล้ว คราวนี้เรามาดูช่วงของเทศกาลและงานรื่นเริงกันบ้างนะ
1.Dragon Boat Race - Haarii เป็นเทศกาลแข่งเรือมังกร Haarii จะจัดทุกปีๆในเดือนพฤษภาคมค่ะ สถานที่ก็ท่าเรือ ชิน-โกะ เมืองนาฮะ

2.Elisa เทศกาลระบำกลองพื้นบ้าน จัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม เพื่อต้อนรับวิญญาณบรรพบุรุษที่กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลโอบ้ง

3.Naha Great Tug-of-War เทศกาลใหญ่ประจำปีที่จัดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการขอฝนให้มีผลผลิตอุดมสมบูรณ์ และที่นี่จะมีจัดเล่นชักเย่อเชือกยักษ์กันด้วยค่ะ

4. Flower เทศกาลชมดอกไม้บนเกาะ ซึ่งจะสามารถชมได้ตลอดทั้งปี แต่จะแบ่งเป็นเทศกาลแต่ละดอกกันไป อาทิเช่นเทศกาลดอกซากุระจะมีเดือนกุมภาพันธ์ย่าน Yaedake ,เทศกาลดอกกล้วยไม้นานาชาติจะมีเดือนเมษา ที่ Ocean Expo Park Tropical Dream Center ฯลฯ

5. Shurijo Castle Festival เป็นเทศกาลใหญ่ประจำปีของปราสาทชูริ จัดทั้งหมด 3 วัน ระหว่างปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน

6. Firework Display การแสดงพลุดอกไม้ไฟจะมีจัดในช่วงฤดูร้อนที่บริเวณ Ocean Expo Park






อย่างสุดท้ายที่เราจะขาดไม่ได้คือสถานที่เที่ยวช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อยๆ ที่โอกินาวาเพื่อนๆ ไม่ต้องกังวลค่ะ ที่นี่มีร้านค้าปลอดภาษี DFS Balleria Duty Free , มี Outlet Mall Ashibina , มี Plaza House Shopping Center , มีร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าหากใครที่ต้องการมองหาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือกล้อง สามารถหาซื้อได้ที่ DEODEO Naha , Best Denki หรือ Yamada Denki ก็มีนะค่ะ




About Food อาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาวา
อาหารของโอกินาวาขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีความหลากหลาย เพราะเป็นการผสมผสานสไตล์ญี่ปุ่นและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากจะอร่อยเป็นเอกลักษณ์แล้วยังมีความเชื่อว่าหากใครได้ทานอาหารของที่นี่แล้วจะมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวค่ะ

ถือเป็นโอกาสดีที่แอนและเพื่อนๆ ชาวบล็อคมีโอกาสได้ทดลองชิมอาหารในงานแถลงข่าวเปิดตัวเมืองโอกินาวา ซึ่งร้านนี้เป็นร้านอาหารต้นตำรับแท้ๆ จากโอกินาวาค่ะ ใครที่มีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวโอกินาวาหรือโตเกียวก็อย่าลืมแวะไปชิมและอุดหนุนร้านชื่อดังแห่งนี้นะค่ะ แต่ถ้าใครยังไม่มีแพลนแต่อยากลองชิมอาหารต้นตำรับขอแนะนำให้มาทานที่นี่ค่ะ ร้านตั้งอยู่ซอยทองหล่อ 11 ค่ะ อยู่หัวมุมพอดิบพอดีเลยค่ะ ส่วนเมนูอาหารที่แอนจะได้ทานวันนี้ มีหลายอย่างเลยค่ะ มาค่ะ มาดูกันเลย^^





ประเดิมกันด้วยจานแรกก่อน จานนี้เป็น " Goya Champuru " เมนูนี้เป็นมะระผัดไข่สไตล์โอกินาวาค่ะ โดยจะผัดไข่ใส่หมูใส่เต้าหู้ รสชาดดี มะระอร่อยไม่มีรสขมเลยค่ะ





อาหารขึ้นของโอกินาวาชื่อชามที่ 2 จะมีชื่อ " Okinawachokisoba" เป็นโซบะตุ๋นซี่โครงหมู น้ำซุปรสกลมกล่อมเพราะทำจากปลาแห้งและกระดูกหมู ตอนเจ้าหน้าที่นำมาเสริฟหอมฉุยๆเลยค่ะ ถ้าจะให้ดีเค้าแนะนำว่าให้ทานคู่กับขิงดองเพื่อเพิ่มรสชาดค่ะ ^^





ต่อไปชาที่ 3 เป็น" Mozuku" โมซูกุ เป็นสาหร่ายเส้นเล็กๆ เรียวๆ นุ่มๆ ลื่นๆ รับประทานกับน้ำส้มมีรสเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ จะได้รสชาดแบบต้นฉบับเลยล่ะค่ะ





ชามที่4เป็น " Rafute " ราฟูเต เป็นหมูสามชั้นเคี่ยวในน้ำซุปสูตรเฉพาะของโอกินาวา แอนลองหั่นชิ้นเล็กๆ มาชิ้ม อร่อยมากค่ะ นุ่มมากรสชาดเยี่ยมอีกเช่นกันค่ะ





จานที่5 เป็นเต้าหู้ค่ะ ทางโอกินาวาเรียกเมนูนี้ว่า " Shima -Dofu " เพื่อนๆเห็นเต้าหู้แบบนี้แล้วคงจะคิดนะว่ามันจะต่างจากเต้าหู้อื่นอย่างไร หลังจากชิมดูพบว่าเต้าหู้ก้อนนี้ไม่เหมือนเต้าหู้ทั่วไปค่ะ มีลักษณะเนื้อแน่น มีรสเค็มนิดกลิ่นก็หอม ทานกับซอสเข้ากันได้เป็นอย่างดี ใครที่ชื่นชอบเต้าหู้อยู่แล้วพลาดไม่ได้ค่ะ ต้องลอง^^





เมนูที 6 เป็นปลาค่ะปลาซาบะดองเปรี้ยวลนไฟ Aburi shime saba หอมมากเลย วิธีทานก็่ทานกับวาซาบิใส่โชยุและข่าบดก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ





และอาหารอย่างสุดท้ายเป็นเนื้อวากิวชั้นเยี่ยมจากโอกินาวาค่ะ มีชื่อว่า " โมโตบุวากิว " เนื้่อชนิดนี้เป็นเนื้อที่ได้รับการจัดอันดับว่าดีที่สุดของญี่ปุ่นในปีที่แล้วค่ะ ลักษณะของเนื้อคือจะเป็นเนื้อที่มีลายหินอ่อนละเอียดแทรกอยู่ทั่วเนื้อทั้งชิ้น ใครได้ลองแล้วติดใจกันทุกราย เห็นแบบนี้ใครเป็นสาวกเนื้อชั้นเยี่ยมแล้วอย่าลืมจัดเมนูนีี้เป็นเมนูที่ต้องทานนะค่ะ




หลังจากรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโอกินาวากันไปพอสมควร เรามาคั่นเบรคแรกด้วยการเล่นเกมส์กันค่ะโดยเกมส์จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ให้ตอบคำถามทดสอบความรู้กันแบบสนุก ด้วยคำถามที่ถามว่า Mascot ประจำโอกินาวามีชื่อเรียกว่าอะไร คำถามนี้ให้ทุกคนยืนขึ้นค่ะ แล้วเลือกตอบข้อ 1 และ ข้อ 2 ใครตอบถูกก็ยืนกันต่อไป ส่วนใครตอบผิดก็นั่งลงค่ะ ส่วนแอนเล่นเกมส์ข้อแรกก็ผิดซะแล้วไปไม่ถึงไหนเลย แย่ๆ จริงๆ 555




ตัวอย่างคำถามต่อไปที่ให้คนตอบถูกตอบคำถามต่อค่ะ หลายคนเริ่มตอบผิด จำนวนคนตอบถูกก็เริ่มลดลงแล้วค่ะ





ในที่สุดจำนวนผู้เข้ารอบสุดท้ายเหลือจำนวน5ท่านค่ะ ถึงตรงนี้แล้วบรรยากาศเริ่มเข้มข้นขึ้น แอนเองก็เอาใจช่วยให้เพื่อนๆ ตอบถูกค่ะ





และนี้คือโฉมหน้าผู้โชคดีตอบถูก ได้รับชุดยูกาตะของจริงสวยๆ เป็นที่ระลึกพร้อมกับได้รับมันม่วงของฝากจากโอกินาวากลับไปรับประทานที่บ้านอีกด้วย





หลังจากเล่นเกมส์จบไป ก็มาถึงเรื่องของดนตรีค่ะ เครื่องดนตรีดั้งเดิมของชาวริวกิว จะเรียกว่า " ซันชิน " หน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ เป็นพิณ 3 สายบุด้วยหนังงู มีลักษณะคล้ายซามิเซ็น เพื่อนหลายคนคงอยากรู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แอนขอหยิบยืมภาพเครื่องดนตรีมาให้ชมค่ะ *** เครดิตรูปภาพประกอบจาก Mizudama.worldpress.com





เราไม่ได้รู้จักว่าซันชินเป็นเครื่องดนตรีของชาวริวกิวเท่านั้น เรายังมีโอกาสได้ฟังเพลงด้วยค่ะ ในภาพเป็นบรรยากาศที่นักดนตรีชาวญี่ปุ่นแท้ๆ มาเล่นดนตรีให้เราฟังประหนึ่งเหมือนเราอยู่บนโอกินาวายังไงอย่างนั้นเลยค่ะ





ระหว่างที่เรานั่งฟังเพลง ก็มีไอศครีมแสนอร่อยมาเสริฟพร้อมโดนัทอันเลื่องชื่อของโอกินาวาชื่อ " ซาดาอันกี Sata-andaii "ค่ะ แหมๆ อะไรจะวิเศษเท่านั่งทานไอศรีมแสนอร่อยและมีเพลงบรรเลงจากซันชินให้ฟังด้วย 555





ในรูปบรรยากาศในงานและน้องสาวสวย 2 คนกับไอศครีมเลิศรส น่าหม่ำมั๊ยค่ะ ^^





เกือบลืมไปเลยค่ะ นั่งทานอาหารมามากมาย ทำไมไม่มีเครื่องดื่ม ภายในงานเค้ามีเครื่องดื่มหลากหลายค่ะเบียร์ก็มี orion เป็นเบียร์ที่มีโรงงานผลิตตั้งอยู่บนเกาะโอกินาวาและในเร็วๆนี้ทางญี่ปุ่นจะนำเข้ามาจำหน่ายในไทยค่ะ เรียงลำดับตามภาพกระป๋องแรกจะคล้ายๆสิงห์ / Hi / sake ตามลำดับค่ะ ผู้ที่มาร่วมงานได้สิทธิ์ชิมก่อน แต่แอนไม่ทานเบียร์เลยไม่รู้ว่ารสชาดเป็นไรอย่าง มีแต่สอบถามจากผู้ที่ได้ชิมแล้วมาส่งข่าวเท่านั้น ถ้าใครเป็นคอเบียร์ล่ะก็ต้องลองเองแล้วล่ะค่ะ ^^



นี่ค่ะ นางเอกหรือนังร้ายอย่างเราต้องนี่เลย น้ำส้มจากโอกินาวารสชาดอมเปรี้ยวอมหวานแอนชอบล่ะ และยังมีน้ำชา Bukubuku เป็นชาที่ยอดนิยมของโอกินาวาด้วย เพราะว่าหอมมากๆ ค่ะ



ช่วงสุดท้ายของงาน มีการเชิญชวนผู้มาร่วมงานร่วมกันร่ายรำประกอบกับเครื่องดนตรี บรรยากาศอบอุ่นและสนุกสนานจริงๆค่ะ





ปิดท้ายด้วยบรรยากาศของ Okinawa Night ค่ะ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกและได้ความรู้และข้อมูลการท่องเที่ยวค่ะ ได้มาร่วมงานแบบนี้แล้วบอกตรงๆ แอนเกิดแรงบันดาลใจมากขึ้นกว่าเดิมว่าถ้ามีเวลา มีวันหยุดพักผ่อนยาวๆ อยากจะไปเดินเล่นในโอกินาวาขึ้นมาเลยค่ะ ^^





ก่อนออกจากงานได้รับโปสการ์ดสวยๆ และขวดจิ๋วที่พอเวลาเขย่าแล้วด้านในจะเห็นดาวเล็กๆ น่ารักอยู่ด้านใน มาเป็นที่ระลึก


สุดท้ายต้องขอขอบคุณสถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ,สภาท้องถิ่นของจังหวัด โอกินาวา และ ทีมงาน JGB ที่ให้เกียรติเชิญแอนและเพื่อนๆบล็อคเกอร์ในนาม พี่เต้ย...สาวไกด์ใจซื่อ และ น้องพุทรา ...Prizella มาร่วมงานนี้อีกทั้งยังทำให้เราได้เจอและรู้จักตัวเป็นๆ กันด้วยค่ะ







( JGB คือ Japanese Goourmet Bangkok ) เป็นศูนย์รวมข้อมูลร้านอาหารญี่ปุ่นเด็ดๆ ทั่วประเทศเพื่อนักชิมชาวไทยค่ะ




 

Create Date : 08 มีนาคม 2557    
Last Update : 27 ธันวาคม 2557 0:24:13 น.
Counter : 1228 Pageviews.  


ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.