Group Blog
 
All blogs
 

เหนื่อยนักต้องพักร้อน ตอน เที่ยวปราสาทNeuschwanstein ชมความงามของวัง LinderHof แวะOberammergau

สวัสดีค่ะ ชาวบล็อคทู๊กคน หายหน้าไปเดือนกว่าๆ ตอนแรกว่าจะรีบอัพบล็อคให้เพื่อนๆ อ่าน แต่ว่าไม่ทันค่ะ มีงานปาดังปาเดมากมายในมือ ทั้งงานบ้าน งานของบริษัทตัวเอง และงานที่ตัวเองอยากทำ งานหลายสิ่งมากมายล้นมือทำไม่ทัน แอนเลยต้องเลือกจัดการว่าสิ่งไหนสำคัญสุดก็ค่อยๆทยอยทำก่อนคะ มาถึงปลายเดือนกพ.(เดือนที่แล้ว ) พองานซา ว่าจะอัพบล็อคซะหน่อย ก็ไม่สามารถอัพได้ ด้วยเหตุมีทริปเดินทางเข้ามาแทรก เลยต้องทำการจองห้องพัก ทำโปรแกรม เลยทำให้การอัพบล็อคต้องเลื่อนออกไปอีก มาถึงวันนี้กลับจากทริปเดินทางแล้ว เก็บบ้านเก็บช่องเริ่มจะเข้าที่เข้าทางแล้วด้วย ก็จะพยายามมานั่งเทียนอัพบล็อคให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ


จากคราวก่อน เรามาถึงมิวนิคกันแล้ว เดินเล่นก็แล้ว เช้าวันที่ 11เมษายน 2557 วันนี้เราจะไปเที่ยว Füssenกันค่ะ

Füssen เป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่ใหญ่ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมัน หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากเอ่ยชื่อว่าเป็นเมืองที่มีปราสาท Neuschwanstein แล้วละก็ คิดว่าหลายๆคนคงต้องมีคุ้นๆ ชื่อ หรืออาจร้องอ่อกันบ้างหล่ะน่า ^^

Füssen เป็นเมืองเก่าที่มีอายุกว่า 700 ปี อยู่ห่างจากมิวนิคลงไปทางใต้ อยู่ติดกับออสเตรีย เป็นปลายทางของเส้นทางรถไฟสายโรแมนติคค่ะ รอบๆ เมือง Füssen มีภูเขาในเทือกเขาแอลป์ที่สูงกว่า 800-1200 เมตร ทำให้บริเวณนี้เป็นเขตที่มีระดับสูงจากน้ำทะเลมากที่สุดในแค้วนบาวาเรีย และที่นี่ยังมีทะเลสาบมากมายล้อมรอบ ทำให้ทัศนีย์ภาพสวยงามน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก

การเดินทาง
จากมิวนิคหากจะมาเที่ยวFüssen วิธีที่ง่ายที่สุดคือนั่งรถไฟจาก MUNICH CENTRAL STATION มาลงที่ Füssen เลย โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และถ้าหากเดินทางตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป วิธีที่สะดวกและประหยัดก็คือ ซื้อตั๋ว Bayern-Ticket เจ้าตั๋วอันนี้ดีมีประโยชน์สุดคุ้มค่ะ เราสามารถใช้ขึ้นรถไฟไปที่ไหนก็ได้ในบาเยริน์ได้ตลอดวัน พิเศษสุดก็คือ ถ้าเราไปหลายคน ราคาก็จะยิ่งถูกลงไปอีกค่ะ หนำซ้ำตั๋วบาเยริน์เนี่ยอ่ะค่ะ สามารถใช้ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน รถบัสและรถรางในเมือง Füssen ได้ฟรีอีกด้วย เป็นไงค่ะ คุ้มไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้วเนอะ

Trip : ในตัวเมือง Füssen เราสามารถเที่ยวได้โดยรอบ แต่ถ้าเราต้องการไปปราสาทจะต้องขึ้นรถบัสสาย 73 หรือ 78 จากหน้าสถานีไปประมาณ 10 นาที แต่หากไม่สะดวกอยากนั่งแท็กซี่ก็สามารถทำได้ค่ะ โดยค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ประมาณ 15 ยูโร/ คันค่ะ

สำหรับการเดินทางของกลุ่มแอน เราเลือกใช้บริการซื้อทัวร์แบบ 1 วันของ GRAY LINE ค่ะเรียกว่าสะดวกสะบายสุดๆ ใครสนใจก็เข้าไปดูระเบียบการและจองเส้นทางที่เราต้องการได้เลยที่นี่ค่ะ http://www.grayline.com/ มีหลากหลายเส้นทางบริการเรา แค่เราจองชำระเงินพอถึงเวลาเราแค่มาตามที่เค้านัดหมายมาให้ทันตรงต่อเวลาแค่นี้ก็เที่ยวได้อย่างสบายแล้วคะ




เรามาถึงตามนัดหมายแล้วค่ะ




จากนั้นก็มายืนเข้าคิว ดูด้วยนะค่ะว่าบัสเราคันไหน




ดูดีๆ นะ มีหลายคันเดี๋ยวขึ้นผิดไปไหนไม่รู้ 555





ถ้าบัสไม่เต็ม มาซื้อที่นี่ก็ได้ แต่วันที่เราไปคนเยอะมากค่ะ ทางทีดีอย่างเสี่ยงเลยจะดีกว่า





ขึ้นรถบัสกันแล้วน๊าล้อก็เริ่มหมุน ไกด์ฝรั่งพูดภาษาปะกิด ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างตามประสาแอนแต่แฮปปี้คร๊า




ออกนอกเมืองกันอีกครั้ง วิวสวย ฟ้าใสกิ๊กเลย ถ่ายรูปจะมากถ้าใครมีฝีมือ





ดูกันเพลินๆ แรกๆ ก็ตื่นเต้น สักพักก็งีบตามระเบียบค่ะ




เวลาไกด์พูดก็ตื่นมาชะโงกสักทีว่าเค้าไปถึงไหนกันแล้ว







เดินทางไปสักชั่วโมงกว่าๆ




จะเริ่มเห็นบ้านสวยๆ เพ้นท์ลายงามๆ




บ้านสไตล์ยุโรปให้อารมณ์ตื่นเต้ลดีไม่น้อยสำหรับคนไม่เคยมาค่ะ




ถึงแล้วค่ะ เค้าลงกันแล้วก็ต้องลงมาตาม คนเยอะพอประมาณ





ถึงไหนละนี่ อ่อ ถึงนี่ค่ะ Linderhof Palace ( Le roi LouisII et ses Chateaux) ค่ะ พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ตั้งอยู่ใกล้เมืองOberammergau ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรียคะ เป็นพระราชวังที่สร้างโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 เป็นวังที่ไม่ใหญ่ค่ะ แต่เรื่องความงาม งามใช่ย่อยเลยค่ะ

opening times :
1 APRIL-15 OCTOBER 9AM-6PM
16 OCTOBER - 31 MARCH 10AM-4PM




ราคาตามนี้เลยค่ะ


ไกด์ของเราจัดแจงนัดหมายเวลารวมตัวสำหรับคนที่ต้องการเข้าวัง สัดส่วนคนเข้ากับไม่เข้า คนเข้าวังมีมากกว่าคนที่ไม่ได้เข้าวังค่ะ แอนและเพือนอยู่ในส่วนที่ไม่ได้เข้า มาแล้วทำไมไม่เข้า นั่นคือคำถามที่แอนถามเพื่อนอ้อ นางบอกว่า เข้าไปทำไมเคยเข้าแล้วไม่เห็นมีอะไรเลย ข้างนอกยังจะสวยซะกว่า คนก็เยอะ ถ่ายรูปก็ไม่ได้ พอออกมาให้เวลานิดเดียวเข้าห้องน้ำห้องท่าไม่มีเวลาได้สำรวจด้านนอกซึ่งสวยกว่า นางก็เลยว่าไม่ให้เข้าเป็นอันเข้าใจตรงกัน ถ้าแอนอยากมาเข้า คราวหน้าก็ให้มาเข้าเอง555 เออ เอากะนางสิ ตามนั้นๆ ไงก็ได้ไม่ว่าอยู่แล้ว






จากด้านหน้า เราเดินมาทางด้านขวา เดินไปทางเดินพอประมาณค่ะจะเห็นพระราชวังสวยเด่นตรงหน้า




มองไปทางขวามือจะเห็นเป็นสวนค่ะมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง ตรงกลางที่เห็นเป็นรูปปั้นนั้นทำจากทองคำแท้ค่ะ





ผ่านน้ำพุไปเดินตรงขึ้นไปยังข้างบนค่ะ








ข้างบนวิวดี สวยมาก











เดินเล่นพอประมาณ ดูเวลาแล้ว เราต้องรีบเข้าห้องน้ำแล้วกลับไปรอที่นัดหมายด้านหน้ากันค่ะ เราจะไปยังเมืองOberammergau กันค่ะ นั่งรถไม่นานก็มาถึงเมืองนี้สังเกตุง่ายๆ จะเห็นบ้านเรือนมีภาพวาดบนกำแพง สวยๆ หลากหลายแบบค่ะ เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก เราได้ลงแวะไปเยี่ยมชมสักครึ่ง ชั่วโมงได้ค่ะ







สวยแปลกตาดีเนอะ




ที่นี่มีของสวยๆ งามๆ น่ารักสำหรับตกแต่งบ้านเยอะเลย สนนราคาไม่ถุกค่ะ สนใจก็ดูหลายๆ ร้านราคาไม่แน่นอน ชอบก็ซื้อติดไม้ติดมือมาได้ อย่าไปคิดมากค่ะ แอนเองยังซื้อมานิดหน่อยเลย เก็บไว้เองและฝากเพื่อนบางคน




ตัวอย่างโมเดลบ้านสวยๆ น่ารัก เห็นแล้วร้องเสียงหลงกันเลยทีเดียวคะ ราคาตามที่เห็นเลยน๊า คูณ 44 บาท




อันนี้รู้สึกว่าจะเป็นโรงแรมค่ะ




ร้านขายของพื้นเมือง เป็นไงค่ะ ถูกใจกันบ้างมั๊ยเอ่ย ^^




มาเมืองนี้ต้องเจอเค้าคนนี้ นั่งสวยเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้าเลยกว่าจะได้รูปนี้ต้องยืนรอกันนาน เค้าเป็นพระเอก ใครมาก็จ้องจะถ่ายรูปกับเค้าล่ะค่ะ




สารพัดจุกจิก น่ารัก




อันนี้ก็ทำให้แอนและเพื่อนหลงใหลละเมออยากได้อย่างแรง



เดินเล่น ช้อปปิ้งติดไม้ติดมือมาพอสมควรก็เดินกลับไปขึ้นรถค่ะ เราต้องไปต่อ




บ้านเมืองเล็กๆที่สะอาดสะอ้าน ทุ่งหญ้าเขียวขจี สีสันของอีกฟากทวีปที่ชวนหลงใหล




นั่งรถสักครู่ก็มาถึงแล้ว ปราสาทที่เราต้องการ เสียงไกด์บอกและเอามือชี้ให้ดู คว้ากล้องอย่างว่องบนรถบัสรีบจับภาพมาได้ 1 ใบ เย้ ใช้ได้ด้วยหล่ะ




รถบัสมาจอดเรียบร้อย คนลงจากรถกันหมด ถึงตรงนี้เค้าให้อิสระ เพียงแต่นัดหมายให้มาเจอกันกี่โมงเท่านัั้นใครใคร่เดินเล่นก็เดินไป อยากหาอาหารทานก็ตามใจ ไม่ขึ้นก็ตามใจ แต่พวกเรา เลือกทานแบบด่วนๆ แล้วรีบซื้อตั๋วรถขึ้นไปด้านบนค่ะ ในรูปบูธขายตัวไปชม HOHENSCHWANGAU เราไม่ได้เข้าหรอกค่ะ




หน้าตาบูธของจริง




ทานอาหารแบบด่วน (ฮอทด๊อก) 1 ชิ้นอิ่มจุกไปถึงเย็นแล้วก็มายืนต่อคิวซื้อตั๋วรถบัสขึ้นไปด้านบน ย่นระยะทาง ขาขึ้นไม่สู้ ขาลงพอจะไหวค่ะ

Neuschwanstein Castle เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ แถบแคว้นบาวาเรีย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งแคว้นบาวาเรีย ในช่วงปีค.ศ. 1845-1886 เป็นหนึ่งในปราสาทที่มีความสวยมากที่สุดในโลก เป็นปราสาทที่เป็นแรงบันดาลใจดิสนีย์เอาไปเป็นต้นแบบในการสร้างดิสนีย์แลนด์ด้วยคะ

วิธีการไปตัวปราสาทที่ง่ายที่สุดคือ การนั่งรถบัสสาย 78 จากหน้าสถานีรถไฟไปลงที่ป้ายหน้าปราสาท สังเกตุง่ายๆ ที่คนลงกันหมดนั่นและค่ะถ้าไม่แน่ใจก็ถามเค้าหรือเอารูปให้ดูก็ได้ค่ะ จากนั้นก็เดินต่อขึ้นเขาไปอีกราวๆ 15 นาที ถ้าใครไม่อยากเดิน อยากขึ้นรถม้าก็ได้ค่ะ ตามสะดวก

ราคาเข้าชมปราสาท 12 ยูโรสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ ถ้าเข้าชม Hohenschwangau Castle ด้วยคิด 23 ยูโรค่ะ




รถขึ้นไปจอดด้านบนแล้ว จากนั้นก็ลงเดินกันต่อไป เดินๆ เรามองลงมาจะเห็นทะเลสาป ALPSEE ค่ะ




เห็นปราสาทอยู่ไม่ไกล ให้เราเดินไปเรื่อยๆ จนถึงด้านหน้าปราสาท แล้วเดินต่อไปยงด้านหลังจะเจอสะพาน MarienBrucke ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่คนนิยมไปถ่ายรูปมากที่สุด ตัวสะพานจะถูกสร้างข้ามหุบเหวขนาดใหญ่ ด้านล่างเป็นน้ำตกไหลและโขดหิน ช่วงที่สวยที่สุดเค้าว่ากันว่าจะเป็นกลางสะพานค่ะ บางคนอาจไม่ชอบเพราะมันสูงและเสียว หากเดินต่อไปจนสุดสะพานอีกด้านหนึ่งจะเป็นเส้นทางเดินของผู้ที่ชอบTRECKKING ค่ะ




เราไม่ได้เดินไป หากแต่เราเลือกที่เดินชมวังกันถ่ายรูปกันก็เปรมปรีแล้วค่ะ











แผนผังด้านใน







ภาพถ่ายจากบน Marienbruck มุมนี้สวยจริงๆค่ะ


ดูข้างบนถ่ายรูปจนหนำใจเราก็ค่อยๆ ลงมาด้านล่างค่ะ




















Hohenschwangau Castle เป็นอีกปราสาทนึงที่อยู่ใกล้ๆ กับทางขึ้นปราสาท NEUSCHWANSTEIN ใกล้ๆ กับทะเลสาบ ALPSEE ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่พระเจ้าลุดวิกที่ 2 ทรงประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์คะ ตัวปราสาทโดดเด่นด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิคและสีเหลืองที่เด่นสดใสตัดกับท้องฟ้าในยามอากาศดีสวยมากๆ ค่ะ



เหมือนเคยเราไม่ได้เข้าไปดูในปราสาท เราเลือกที่จะเดินเล่นซึมซับบรรยากาศและความงามโดยรอบมากกว่า มันธรรมชาติมาก ปราสาท ทะเลสาบ ต้นไม้ สวยมากค่ะ


เสร็จจากการเที่ยวชมปราสาท เราเหลือเวลาอีกนิดหน่อย เดินลัดเลาะดูร้านค้าเข้าห้องน้ำแล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถบัสและรอเวลารถออกเพื่อกลับไปยังมิวนิค

รถกลับถึงในมิวนิคประมาณ ทุ่มกว่าๆ เรากลับโรงแรมแล้วกะว่าจะออกมาทานขาหมูเยอรมันกัน แต่เราคิดผิด วันนี้เยอรมันชนะบอล คนแทบระเบิดร้านไม่มีแม้แต่ถึงนั่งเราจึงหันกลับมาซบอกร้านอาหารเอเชียนกันเหมือนเดิม

จบการเดินทางสำหรับ 1 วันที่น่าประทับใจเหมือนเคยการเดินทางยังอีกไกลเราต้องถนอมตัวและพละกำลังไว้ในวันต่อไป หลังอาหารเย็นเราซื้อน้ำแล้วเดินกลับไปโรงแรมเพื่อพักผ่อนเตรียมพร้อมลุยสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อไปค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกคนที่ติดตามหวังว่าข้อมูลจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย แอนเองไม่ได้ทำโปรแกรมเยอรมันอย่างที่บอก แต่ก็พยายามจะหาข้อมูลมาให้จากประสบการณ์การเดินทางถูกผิดอย่างไร ชี้แนะได้นะคะ คืนนี้ขอไปนอนก่อนฝันดีนะค่ะราตรีสวัสดิ์ค่ะ^^




 

Create Date : 28 มีนาคม 2558    
Last Update : 28 มีนาคม 2558 1:04:48 น.
Counter : 1077 Pageviews.  

เหนื่อยนักต้องพักร้อน ถึงแล้ว München - Marienplatz

หลังจากเอากระเป๋าเก็บบนห้องเรียบร้อยแล้ว เราออกไปหาอะไรทานค่ะ บอกไปตั้งแต่คราวก่อนแล้วนะว่าเรา 3 คนแอบจ้องเห็นร้านข้าวแล้ว เราต้องกินให้จงได้ มุ่งมั่นมุ่งมั่นมากค่ะ ออกจากโรงแรมเราเลี้ยวซ้ายเดินตรงข้ามถนนไปยังสถานีที่เรามาเมื่อสักครู่ เดินเข้าสถานีไป ให้มองทางขวามือจะมีร้านแบบนี้ค่ะ




ร้านนี้เลย ชื่อ asia hung ค่า ตอนเราเดินผ่านคนไม่เยอะตอนเรามาก็คนไม่เยอะ สบายๆ มื้อนี้เราจะขอฝากท้องไว้กับร้านนี้ค่ะ ขอได้โปรดอร่อยด้วยยยยเถิด 555





เข้าร้านมาแล้วแบ่งหน้าที่กันเสร็จสรรพ แอนหาที่นั่ง เพื่อนอ้อยืนดูเมนูอาหาร เพื่อนปุ้ยไปเข้าคิว




ที่นั่งได้แล้วก็คว้ากล้องขึ้นมาถ่ายภาพอีก มีพริกตำด้วย ทานจืดๆ เลี่ยนๆ มาหลายมือ วันนี้จะได้ทานแบบมีรสชาดแว้ววว




เพื่อนปุ้ยกะเพื่อนอ้อสั่งอะไรไม่รู้ ลุ้นๆ




อันนี้น่าทานแหะ แพร่บๆ หิว




โอ้วววว ...อันนี้ก็ดูดีล่ะ





อันนี้ก็น่าสนเนอะ...หิวขึ้นสมอง 555




มาแล้ววจานแรก หมี่ล่ะจานบักเอ๊บ




ที่ท่องไว้ว่าจะทานได้ทานสมใจอยาก ข้าว ข้าว ข้าวจะกินข้าว ^^




จานสุดท้ายเปาะเปี๊ยะทอด ตกลงมื้อนี้เราทานกัน 3 เมนู ไม่ได้ทานคนละจานแต่เราแบ่งกันทาน เพื่อนอ้อที่น่ารักกุลีกุจอไปขอชามช้อนมาแบ่งกัน พร้อมกับควักน้ำพริกออกมา เพื่อเพิ่มอรรถรสให้อาหารมื้อนี้วิเศษยิ่งขึ้น สุโค่ย!!! ต้องพูดอย่างนั้นค่ะ ทานไปด้วยความเอร็ดอร่อย เรียบวุธภายในครึ่งชั่วโมง เราสามคนตกลงปลงใจกันแล้วว่า มื้อต่อไปจะมาทานอย่างอื่นอีกด้วยเหตุที่มันอร่อยและราคาพอไหวไม่แพงมากนั่นเองค่ะ ^^







ทานอาาหรเสร็จเรียบร้อย ออกจากร้านมาขอชะแว๊ปไปถ่ายรูปตู้ฝากกระเป๋ากันโหน่ย เท่าที่สั่งเกตุดูมีแต่ไซส์เล็กและกลางนะค่ะ ไซส์ใหญ่แบบกระเป๋า 28 ไรงี้ไม่เห็นมีเลย ใครแบกใบใหญ่มาให้เดินเข้าถามเจ้าหน้าที่ด้านในเลยนะค่ะ คาดว่าจะมีฝากในห้องค่ะ




จัดการเรื่องตู้ฝากกระเป๋าให้เพื่อนเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาเราจะขึ้นรถรางกันค่ะนิดนึงเนอะเรายังไม่ได้พูดถึงมิวนิคกันเลย ตอนนี้เราอยู่มิวนิคกันแล้วนะเย้ๆๆๆ

Munich / Munchen มึนเช่น คำอ่านตามภาษาเยอรมัน เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย ( ฺBavaria) เป็นเมืองทื่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศรองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์กค่ะ


การเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง

S-Bahn เป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของอาคารผู้โดยสารทั้งสองหลัง มีรถไฟสาย S1 และ S8 จากสนามบินไปยังสถานีรถไฟกลางคือ Munchen Hauptbahnhof ทุกๆ 10 นาที ใช้เวลาประมาณ 40 นาที อัตราค่าโดยสาร 9.6 ยูโร ถ้าเดินทางหลายคนก็สามารถซื้อตั๋วกลุ่มได้ค่ะ


การเดินทางในมิวนิค

- ตั๋วเที่ยวเดียวแบบระยะสั้น ราคา 1.2 ยูโร ใช้โดยสารรถราง รถเมล์ได้ไม่เกิน 4 ป้าย ส่วน S-Bahn /U-Bahn ได้ไม่เกิน 2 สถานี

- ตั๋วเที่ยวเดียว Single Ticket ราคาะ 2.5 ยูโร ใช้โดยสารรถราง รถเมล์ S-Bahn/U-Bahn ได้ภายในโซน 1

-ตั๋ววัน ( Single Day Ticket-Inner Distict ) ราคา 5.6 ยูโร สามารถใช้กับรถราง รถเมล์S -Bahn/U-Bahn ได้อย่างไม่จำกัด ในโซน 1 ซึ่งครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญด้วยค่ะ แต่ถ้าหากใครมาจากสนามบิน และจะมาเที่ยวในเมืองขอแนะนำให้ซื้อ Single DaY Ticket-Entire network ในราคา 11 ยูโรด้วยเพราะสามารถใช้ไปกลับสนามบินด้วยค่ะ คุ้มกว่า

-ตั๋ววันแบบกลุ่ม Partner Day ticket เป็นตั๋วสำหรับผู้ใหญ่ไม่เกิน 5 คน หรือเด็ก 6-14 ปี ไม่เกิน 10 คน เป็นตั๋วInner Distict ราคา 10.2 ยูโร หรือถ้าเป็นตั๋ว Entire networkจะอยู่ที่ราคา 20 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถหาเพิ่มเติมได้จากเวป http://www.mvv.muenchen .de ค่ะ




ออกจากสถานีเดินข้ามถนนไปตรงกลางค่ะ เราจะไปขึ้น TRAM กันสาย 19 แล้วจะไปลงที่ Maximilianstraße กัน โดยจะไปดูของหรูๆ สวยงามกันก่อน ไม่ซื้อไม่ว่าแต่อยากไปดู มาถึงแระเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงกัน ^^




ขึ้นมาแล้วค่ะ จะมีหน้าจอแบบนี้





บนนี้มีที่ขายตั๋วด้วยค่ะ




อย่าลืม validate ก่อนนะค่ะ













หลายป้ายอยู่เหมือนกันนะค่ะ ถ้าจำไม่ผิด 5 ป้ายค่ะ แต่เอาเป็นว่าถ้าใครจะไป สังเกตุง่าย เมื่อไหร่ที่เข้าสู่ถนนแบรนด์ทั้งหลายก็เตรียมกดปุ่มเตรียมลงได้เลยคะ




ถึงแล้วเราก็ลง แล้วก็ข้ามถนนไปฝั่งโน้นกัน ^^




DIOR ก่อนเลย ดูแต่ข้างนอกค่ะไม่ได้เข้า




แค่เห็นหน้าตู้ก็ใจละลายแล้วค่ะ เพชรระยิบ แพงอีกต่างหาก เกินเอื้อมดูเป็นอาหารตาจะดีกว่า




เดินเที่ยวแวะเข้าๆ ออกๆ ร้านแบรนด์ดังๆ เพื่อดู ดูเสร็จก็เดินต่อไป ฝั่งตรงข้ามฝั่งที่เราเดินเป็นวังเรสซิเดนซ์ ยังไม่เข้า ไว้มาเข้า วันนี้จะไปเดินเล่นก่อนน๊า ^^




เดินเลียบๆ ไปเรื่อยแล้วเลี้ยวซ้ายที่มุมถนน เดินตรงไปเรื่อยๆจะเห็นแบบในภาพค่ะ อากาศดี แดดไม่มีแอนชอบนักแล





เดินไปเรื่อยๆ เราจะไป Marienplatz กันค่ะ




ถึงแว้วววMarienplatz มาเรียนพลัทซ์ ถ้าแปลเป็นไทยก็น่าจะเรียกว่าจตุรัสมาเรียค่ะ หรือ จตุรัสแมรี่ รอบๆ จตุรัสจะมีร้านค้ามากมายเค้าว่ากันว่าในสมัยก่อนจตุรัสแห่งนี้เป็นตลาดการค้าซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ใหญ่มาก พ่อค้าแม่ค้ามากมายเดินทางมาที่นี้เพื่อที่จะซื้อขายสินค้ากัน จึงทำให้ที่นี่เป็นแหล่งที่คึกคักมีผู้คนมากมายต่างก็ต้องการมาจับจ่ายใช้สอยกันที่นี่




ภายในมาเรียนพลัทซ์Marienplatz มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างค่ะ เช่นรูปั้นพระแม่มารี มีศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neuse Rathaus = New Hall Town) : ก่อสร้างขึ้นในปี 1867 และเสร็จในปี 1909 โดย Georg Von Hauberrisser เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Gothic Revival Architecture มีห้องถึง 400 ห้องตลอดแนวความยาวกว่า 100 เมตรค่ะ ชั้นล่างของศาลาว่าการเป็นระเบียงขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับจัตุรัสมาเรียน สามารถใช้จัดงานเทศกาลใหญ่ๆได้ มีหอคอยที่สูงกว่า 85 เมตรสามารถขึ้นลิฟท์ไปเยี่ยมชมดูวิวด้านบนได้ค่ะ ด้านบนจะมีระฆังติดตั้งอยู่ถึง 43 ใบ กับรูปปั้นทองแดงอีก 32 รูปประดับอยู่ตรงหน้ามุข






ในช่วงเดือนมีนาคม- ตุลาคม ทุกๆ 11 โมงเช้าและเที่ยงตรง และ 17.00 น. ของทุกวันจะมีตุ๊กตาGlockenspiel ออกมาเต้นระบำในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีนักท่องเที่ยวมากมายมาเฝ้ารอคอยชมค่ะ แอนเองได้ยืนอยู่ด้วยแต่ไม่ใช่วันนี้เป็นวันอื่นเสียงเพราะดังกังวาลมากค่ะ ใครมาเที่ยวบอกเลย ห้ามพลาดเชียวนะ!

การเดินทางมา Marienplatz : ใช้รถไฟฟ้าใต้ดินสาย U3/U6 , S-Bahn ลงที่สถานี Marienplatz








บนยอดเสาหินอ่อนสีแดง มีรูปปั้นพระแม่มารีอุ้มพระบุตรอยู่ค่ะ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแมกซิมีเลี่ยนที่ 1 ปี1638





ที่มุมฝั่งขวาของศาลากลางเมืองหลังใหม่มีน้ำพุปลา Fishbrunnen เป็นที่ซึ่งชาวเมืองนิยมนำกระเป๋าเงินออกมาล้างในวันพุธก่อนที่จะถึงวันอีสเตอร์ 46 วัน ด้วยความเชื่อที่จะทำให้มั่งคั่งร่ำรวยมีเงินมีทองไม่ขาด ทำให้ในบางครั้งเราอาจเห็นนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปผ่านมาทำแบบนั้นบ้างนะค่ะ ^^




เดินถัดจากศาลาว่าการเมืองเก่าไป จะมีพิพิธภัณฑ์ของเล่น (Spielzeugmuseum) ตั้งอยู่ ด้านในจะมีของเล่นมากมายให้ดู สังเกตุง่ายๆ ด้านหน้าจะเห็นรูปปั้นจูเลียตจากเมืองเวโรน่ายืนหน้าเศร้าอยู่ค่ะ ใครสนใจก็แวะไปชมได้ค่ะ เค้าเปิดทุกวัน 10.00-17.30 น. ค่าเข้าชมคนละ 4 ยูโร เด็ก 1 ยูโร แต่ถ้ามาเป็นครอบครัว 8 ยูโรค่ะ แอนไม่ได้เข้ามันเย็นแล้วอดไปตามระเบียบ อ้อ..เกือบลืมตกเย็นสังเกตุดูแถวนี้จะเห็นนักดนตรีอิสระมาจับจองพื้นที่แล้วเล่นดนตรีให้ฟังค่ะ ดี๊ดี อากาศ แสงสี เสียงเพลงเข้ากันมันฟินมว๊ากกค่ะ ^^





ออกจากจตุรัสมาเรียนพลัทซ์ไป เดินไปเรื่อยๆ ตรงไหนบ้างจำไม่ได้ค่ะ มีแต่รูปที่คอยให้ย้ำเตือนสถานที่เรามาและเยี่ยมชม




เย็นๆ อย่างนี้คนเยอะมากคะ่





เดินๆ จะไปดูตลาดเก่าเผื่อมีของแต่งบ้านถูกๆ ไม่มีเลย ได้แต่เดินๆ




ผ่านร้านขายเสื้อผ้าพื้นเมืองแอบชอบอีกแล้วแยกขายเป็นชิ้นๆ บวกลบคูณหารออกมาตะลึงและปวดขมับเลยต้องขอบายอาศัยเก็บภาพไว้เหมือนเคยจะดีกว่า





สวยๆ ทั้งนั้น ^^




อยากได้สักชุดเหมือนแอนมั๊ยล่ะ




ปัญหาอยู่ที่ว่าเอาไปแล้วจะใส่ไปไหน




ครบทุกไซส์ หญิงชายมีโหม๊ดดด




เดินมาจนถึงที่นี่ค่ะ







Karlsplatz แว้วว




มีละอองฝนตกโปรยปราย เรารีบคว้าร่มออกมากางกัน





เจอรูปปั้นหมู เค้าว่าให้ลูบๆ แล้วจะโชคดี จัดกันไปคนละหนุบละหนับ^^





ตอนนี้ Karlstor เราถึงประตูเมืองเก่ากันแล้ว เป็น 1 ใน 3 ของประตูเมืองบนแนวกำแพงเมืองเก่าจากศตวรรษที่ 14 ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ Karlstor เป็นประตูเมืองทางทิศตะวันตกที่เชื่อมต่อกับNeuhauser Strasse และ Kaufingerstrasse เป็นถนนที่คนเดินเยอะมากค่ะ ถือเป็นศูนย์รวมกลางเมืองที่คึกคักมากเลยทีเดียวค่ะ ด้านหน้าประตูจะมีน้ำพุตั้งอยู่ด้วย สังเกตุง่ายๆค่ะ





ลืมถ่ายน้ำพุซะงั้นอดเลย แหะๆ จากตรงนี้เดินเมื่อยหมดเรี่ยวหมดแรงเราตัดสินนั่ง TRAM กลับไปดีกว่า ฝนตกเดี๋ยวไม่สบายพรุ่งนี้เราต้องตื่นเช้าอีก กลับๆกันดีกว่า




ถึงหน้าสถานีรถไฟแล้วเดินไปด้านในหาซื้อนม น้ำตุนกันหน่อย




มาเมืองเบียร์ให้ดูราคาเบียร์ ยั่วๆ ยามดึก 555





อยากกินน้ำซ่าส์ๆ อยากได้หวานๆ เปรี้ยวๆ เพิ่มพลัง จัดไปค่ะ ค่าเสียหาย 10.95 ยูโร ป๊าดดด ซื้อไรเนี่ย 460 บาท พอๆ แล้วกลับบ้านอาบน้ำนอนดีกั่ว จบ 1 วันอันยาวนานเก็บแรงไว้เที่ยวพรุ่งนี้ดีกว่า

บล็อคหน้าเราจะไปเที่ยวเมืองFussen -Neushwanstein & Oberammergau กันค่ะติดตามกันด้วยน๊า ขอบคุณที่อ่านกันค่ะ ช่วงนี้้แอนตะบึงตะบอนรีบรีวิวด้วยล่ะ นอนหลับฝันดีราตรีสวัสดิ์นะค่ะ





 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2558 23:24:49 น.
Counter : 845 Pageviews.  

เหนื่อยนักต้องพักร้อน วิธีใช้ BAYERN TICKETS พร้อมรีวิวโรงแรม Hotelissimo Haberstock


สวัสดีค่าชาวบล็อค เช้าวันนี้อากาศสดชื่นจริงๆเลยนะค่ะ ช่วงนี้แอนว่าอากาศดีจริงๆ ไม่ร้อนและไม่หนาวเกินไปสำหรับกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมร เป็นผลให้สาวขี้เกียจอย่างแอนลุกขึ้นมาอัพบล็อคกันอีก

เช้าวันที่ 10/4/57 วันนี้เราสามสาวผลัดเปลี่ยนกันอาบน้ำเรียบร้อยแล้วมานั่งพร้อมหน้าเพื่อโซ้ยอาหารยามเช้าเพื่อเอาแรงกันค่ะ วันนี้เราจะเดินทางไปมิวนิค (MUNICH /München ) กันค่ะ






จัดการโซ้ยอาหารเช้าแบบง่ายกันก่อน มีนมเปรี้ยวโยเกิรต์สลัด ที่เราซื้อมาตั้งแต่เมือวานกันก่อน พร้อมเรียบร้อยก็จัดการสำรวจสัมภาระกันว่าหลงลืมอะไรกันบ้างหรือเปล่า เช่นแหวนเพชร สร้อยทองคำ นาฬิกาเรือนหรู ฟันปลอม หรือของมีค่าต่างๆ ถ้าไม่มีแล้วก็ทำการเช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมกัน

ออกมาด้านหน้าโรงแรมก็เลี้ยวขวาเดินหน้าไปยังสถานีรถไฟกันค่ะ เดินตรงเรื่อยๆ ไปไม่ไกล ไม่เกิน 10 นาทีค่ะ วันนี้เราจะใช้ตั๋ว BAYERN กันค่ะ




ถึงสถานีรถไฟล่ะ




เดินเข้าไปเลยค่ะ มองหาตู้กดตั๋วสีแดงๆ นะค่ะ ก่อนอื่นบอกก่อนตั๋วมีเงื่อนไขยังไงบ้าง


ตั๋วบาเยริน์ ( ฺBAYERN TICKETS) นี้มีความสะดวกสบายอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

-เป็นตั๋วคุ้มค่ะ ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้พร้อมกันจำนวนสูงสุด 5 ท่าน
-สามารถเดินทางกี่เที่ยวกี่รอบก็ได้ภายใน 1 วัน แต่ต้องอยู่ในแคว้นบาวาเรียนะค่ะ
-จะขึ้นได้ต้องเป็นรถไฟขบวนที่มีอักษรดังต่อไปนี้ค่ะ RB, RE, IRE, ALX, S-Bahn, BOB เท่านั้น
-สามารถใช้ได้กับรถบัส รถไฟใต้ดิน รถราง แหม อัตถะประโยชน์จริงๆค่ะ
-ตั๋วครอบคลุมSalzburg, Kufstein, Reutte, Ulm ใช้ได้ทั้งไปและกลับ
-ราคาตั๋วบาเยริน์ ถ้าเดินทางคนเดียว 23 ยูโร ,2คน 28 ยูโร , 3 คน 33 ยูโร , 4 คน 38 ยูโร , 5 คน 43 ยูโร ราคาปรับขึ้นแล้วนะค่ะ
-สามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ หรือผ่านตู้กดในสถานีก็ได้ at nearly all subway (U-Bahn) and suburban train (S-Bahn) stations แต่ถ้าไปซื้อกับเจ้าหน้าที่ เค้าคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกประมาณ 2-3 ยูโรค่ะ
-ตั๋วบาเยริน์ มีเงื่อนไขว่าจะได้ใช้ได้วันจันทร์-วันศุกร์ หลัง 9.00 น. ไปแล้วค่ะ จนถึง 21.00 น. รวม 18 ชั่วโมง ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์สามารถใช้ได้ตั้งแต่ เที่ยงคืนจนถึง3.00 น. ของอีกวัน
-ถ้ามาเป็นครอบครัว ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองสามารถพาเด็กขี้นรถไฟด้วยได้โดยไม่จำกัดจำนวน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีอายุไม่เกิน 15 ปีคะ่

*** ก่อนการใช้งานทุกครั้งต้องเขียนชื่อผู้ร่วมเดินทางให้ครบทุกคนค่ะ สำคัญนะคะมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตั๋วด้วยค่ะ แอนเจอมาแล้วเดี๋ยวจะหาว่าศรีไม่เตือนน๊า แต่เจ้าหน้าที่ไม่ดุค่ะ แต่เค้าจะรอให้เราเขียนรายชื่อให้ครบทุกคนค่ะ ^^

ทราบรายละเอียดกันแล้วโนะ ต่อๆมาๆ ค่ะ มากดตู้กัน



ตู้ที่จะกดหน้าตาเป็นแบบนี้น๊า สีแดงๆ เห็นแบบนี้ละก็ ใช่เลย ^^




เห็นภาษาเยอรมันแล้วมึนงง อ่านไม่ออก กดปุ่มรูปธงชาติเลยค่ะ จะเห็นเป็นภาษาอังกฤษขึ้นมา ทำตามนั้นโลดด



รูปภาพอาจไม่ชัดเท่าไหร่ พอดีรีบค่ะ เพื่อนแอนกดไว๊ ไว @.@ ขั้นตอนก็ตามนี้ค่ะ

1.กดเลือก All offers
2.กดเลือก Leisure and special offers
3.กด Bavaria Ticket and other Bavaria offers
4.กด Bavaria Ticket
5.กดเลือกประเภทของตั๋วที่ต้องการ ของเรากด Bavaria Ticket
6.กดจำนวนผู้เดินทาง เราจิ้มไป 3 หน่อ
7.กดเลือกระดับ Class เลือก 2nd Class
8.กดเลือกวันที่ต้องการใช้ตั๋วเราเลือก TODAY
9.กดเลือกว่า DO Not Collect ถ้าเราไม่มีบัตรสะสมหรือส่วนลดใดๆ
10.หน้าจอจะแจ้งรายการที่เรากดไป ให้เราตรวจสอบว่าตรงตามที่เรากดหรือไม่พร้อมสรุปยอดเงินที่ต้องชำระ ถ้าใช่กด PAY ได้เลย




หน้าตาตั๋วค่ะ แบบนี้เลย อันนี้ด้านหน้า เห็นมั๊ยมีรายละเอียดบอกครบ วันที่ จำนวนผู้โดยสาร ราคาด้วย




อันนี้ก็ด้านหลังคะ




ได้ตั๋วมาแล้วก็ไปดูจอกันค่ะ เราจะไปขบวน RE4011 เวลา 9.10 น. ลง Ingolstadt แล้วค่อยต่ออีกขบวนเข้ามิวนิคค่ะ เราขี้เกียจรอเลยต้องไปต่อเอาระหว่างทาง ใครเน้นสะดวกอยากยิงยาวก็ต้องรอนะค่ะ ^^




มัวแต่ถ่ายรูป ให้เพื่อนนำค่ะ ฮี่ๆ




เข้าช่องนี้




ไปเบอร์ 12




รอสักแพร่บบบ รถไฟก็มา คนพอประมาณค่ะมีที่ว่างเพียบ เราเลือกนั่งคนละตัวเลย ระหว่างทางถ้าคนเยอะแล้วมีใครอยากนั่งด้วยเราค่อยขยับให้เค้าอีกทีค่ะ





ไม่เคยมาเยอรมันไม่รู้ที่นั่งชั้น1เป็นไง วางกระเป๋าเดินทางเรียบร้อย สำรวจดูหน่อยคนไม่เยอะ ไม่เอิกเกริก ถ่ายรูปสบายย^^




รถไฟใหม่และสะอาด หลงรักติดใจ ผู้คนอัธยาศัยดี เริ่ดมว๊ากก




อากาศครึ้มอีกล่ะ เดี๋ยวคงได้งีบแน่ๆเลย สภาพนี้

นั่งไปนานพอดูเพื่อนอ้อถาม

อ้อ : ปุ้ยๆ ดูซิถึงไหนล่ะ Ingolstadt ยางงงงง
ปุ้ย : เฮ้ยถึงละ ลงๆ




พอลงมาแล้วเป็นไง "NORD INGOLSTADT" ฮ๊าฟฟฟ มิใช่ INGOLSTADT นะเออ





แล้วไงละทีนี้ วิ่งลงไปส่องที่บอร์ดเลยค่า เค้าจะมีเขียนว่าจะมีรถไฟไปมิวนิคขบวนไหนกี่โมง ได้ล่ะ อันที่ปากกาชี้นี้แหละค่ะ ขึนขบวนนี้ RB 59147 เวลา 10.10 รออีกแป๊บบบเดี๋ยวไปต่อ







มาแย๊ววว สีแดงแรงฤิทธิ์




เป็น 2 ชั้นล่ะ ขบวนนี้ ว่างอีกเหมือนเคย แต่คนจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ค่ะตอนเข้ามิวนิค



ขบวนนี้ก็ใหม่ค่ะ




ถึงล่ะ Ingolstadt ที่เราต้องลง แต่เราดันลงก่อน ที่นี่ไม่ต้องลงแระนั่งยาวไปมิวนิคเลยค่ะ





นั่งสักพัก เหลือบมองนอกหน้าต่างเห็นรถเต็มเลย รอลำเลียงส่งไปแน่แท้ เมืองๆ นี้เป็นแหล่งผลิต AUDI ละป่าวเนี่ย เยอะจริงๆค่ะ อยากจะคว้า TT มาสักคัน สวยถูกใจค่ะ




ใกล้บ้างเนอะ จะได้เห็นชัดๆ ว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร ปาดน้ำลายเฮือกๆ อยากได้ ^^





ในที่สุดเราก็มาถึงมิวนิคกันแล้วระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงกว่าๆ เสียเวลาเปลี่ยนรถไฟที่เราลงผิดสถานีกันไปหน่อย คราวหน้าต้องจำไว้ ชื่อสถานีไม่มีไรอยู่หน้าและต่อท้ายไม่งั้นจะกลายเป็นสถานีอื่นกันไปค่ะ




ช่วงเวลาที่เรามาถึงมีรถไฟจากที่อื่นก็มาเทียบชานชาลาด้วยเช่นกัน มิวนิค ใครๆ ก็ต่างมาเยี่ยมเยือนไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามคนเยอะ เพราะเป็นเมืองใหญ่ สถานีก็ใหญ่ค่ะ มีร้านค้าอาหารในสถานีมากมาย เราแอบเล็งไว้แล้ว อยากกินข้าวกัน เอากระเป๋าไปเก็บก่อนแล้วเราจะมากินข้าวกัน กินแต่ขนมปังมันไม่ใจ 555




เดินออกจากสถานีมาด้านหน้า เลี้ยวขวาตรงประตูทางออกเดินมาได้นิดหน่อย จะมี I Information กันอยู่ แวะนิดนึง ขอแผ่นที่ คิดว่าจะได้ฟรี อดนะคร๊า เสียเงินค่ะ 3 ยูโรค่ะ คว้ามา 1 แผ่น เดี๋ยวจะไปสำรวจเมืองเดินเล่นช้อปปิ้ง ยอมๆ ซื้อแผนที่เรียบร้อยแล้ว ออกมาแล้วเลี้ยวขวาเดินตรงไป ข้ามถนนแล้วเดินไปทางซ้าย แล้วเลี้ยวขวาตรงหัวมุมถนน เดินไปสัก 2-3 นาที จะเจอโรงแรมที่เราจองไว้อยู่ทางขวามือค่ะ เพื่อนอ้อเป็นคนจอง เน้นไม่ลากกระเป๋าหนัก ราคาพอรับได้ไม่ต้องหรูไม่ต้องแพง




ด้านหน้าของโรงแรมที่เราพักเป็นเยี่ยงนี้ " Hotelissimo Haberstock " ภาพนี้แอนถ่ายในวันรุ่งขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมค่ะ




เดินเข้ามาด้านใน มีคนติดต่อเจ้าหน้าที่อยู่ รอสักแป๊บบ ส่วนแอนเดินมาดู มีไรฟรีที่น่าสนใจบ้าง ^^




เค้าท์เตอร์เล็กๆ เจ้าหน้าที่เป็นหญิงสาวทำงานคนเดียว




เอากระเป๋าวางแอบๆ รอ CHECK IN เมื่อยก็นั่งแต่เราไม่มีใครนั่ง เดินดู เดินหยิบเอกสารรอ




มีลูกอมเพิ่มดีกรีความหวาน หากเจ้าหน้าที่ทำงานช้า แนะนำให้กิน จะได้คลายอารมณ์ได้บ้าง 555 มั่วเอง





ติดต่อเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ได้ห้องเป็นตามนี้คืนนี้เราไม่นอน 3 ล่ะ แต่เรานอน 2 แอนนอนกะเพื่อนปุ้ย จู๋จี๋ กัน 2 คน 555




เข้ามาละก็ถ่ายรูปก่อนเลย เตียงนอนแฝดคู่ แอนเดินตามหลังเพื่อนปุ๋ย กิ๊บเก๋ ที่นี่ประตูสองชั้น ปลอดภัยแท้ ลืม ไม่มี รูปซะงั้นคะ




ด้านข้างใกล้ประตูมีเก้าอี้โซฟาตัวเล็กๆ ไว้ให้นั่ง อ๋อ ไว้ให้นั่งใส่รองเท้านั่นเอง




ปลายเท้าเตียงนอนเป็นตู้




ไม้แขวนเสื้อก็ยังจะถ่ายนะ ถ่ายให้รู้ว่ามี 555




แล้วก็มีทีวี โหววว รุ่นไหนเนี่ย แต่ ชั่งมันเหอะ ไม่ได้ดูอยู่แระ






นั่นๆ City Map ก็มีแล้วไปซื้อทำไมล่ะ ซื้อมาแล้วก็ทำใจเนอะ




อีกมุมนึง







มีโต๊ะทำงานอยู่ด้านหน้าหน้าต่าง เผื่อใครจะนั่ง




ต่อไปเป็นคิวห้องน้ำ ใหญ่ กว้างขวาง นอนเล่นได้ สะอาดและสบาย




เวลาอาบน้ำ ต้องเข้าไปยืน คำแนะนำ จับให้ดี แล้วก้าวเข้าไป ถ้าไม่มีน้ำไม่เป็นไร ข้อเสียอาบน้ำแล้วน้ำกระเด็นออกมาเปียกโม๊ดดด ที่กั้นอันกระเปี๊ยก !!!




อ่างล่างหน้า แปรงฟัน สบู่มีให้เอาออกไม่ได้ ยืดติดข้างฝาห้องน้ำค่ะ ที่เป่าผมก็มีให้เหมือนกัน ไม่ต้องเอามา แต่ที่เราต้องเอามาคือแปรงสีฟัน ยาสีฟัน หมวกอาบน้ำนะ ใครไม่ชอบของโรงแรมก็เตรียมมาโลดค่ะ หมดแล้วน๊าภาพของโรงแรม



บทสรุปของ Hotelissimo Haberstock München GERMANY


LOCATION : Schillerstr. 4, Ludwigsvorstadt, 80336 München GERMANY

ทำเลที่ตั้ง : สะดวกสบาย ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเดิน 5 นาที โรงแรมระดับ 3 ดาว


PRICE : 149.76 ยูโร +ABF ( ราคาสำหรับ 2 คน 2 คืนรวมอาหารเช้า )

สภาพโรงแรม : โรงแรมธรรมดาไม่หรูหรา พอนอนพักได้ มีลิฟท์ 1 ตัว เป็นโรงแรมที่ไม่ใหม่ เก่าแล้ว หากต้องการเน้นราคาไม่แพงสะดวกนอนพักที่นี่ได้ ถ้าต้องการนอนโรงแรมหรู ควรนอนที่อื่นค่ะ

ความสะอาด : พอใช้

เจ้าหน้าที่ : น่ารักให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ถามตอบด้วยน้ำเสียงดี

Internet : มีสัญญาณไวไฟให้ใช้บริการ สัญญานดี


ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการโรงแรมที่สะดวกราคาไม่แพง ทำเลดี ลากกระเป๋าไม่ไกล อยู่ใกล้รถไฟใต้ดิน จะนั่ง TRAM ก็สะดวกคะ

บล็อคหน้าเราจะไปเที่ยวกัน ไปช้อปปิ้งสำรวจราคาของ แล้วก็ไปเที่ยว Marienplatz กันค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกๆคนที่ติดตามค่ะ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ^^





 

Create Date : 28 มกราคม 2558    
Last Update : 29 มกราคม 2558 0:02:46 น.
Counter : 3728 Pageviews.  

เหนื่อยนักต้องพักร้อน ตอน เที่ยว 1 วันในดินแดนแห่งเทพนิยาย Nürnberg (Nuremberg) นูเรมเบิร์ก

สวัสดียามดึกค่ะทุกคน เผลอแป๊บเดี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุขก็ได้ผ่านพ้นกันไปแล้วเนอะ วันหยุดยาวช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันทำงานเดินหน้ามาอย่างหลีกหนีไม่พ้น ใครเป็นมนุษย์เงินเดือนก็ต้องทำกันไป หยุดพักผ่อนมาหลายวันถือเป็นการชาร์ตแบตให้ตัวเองอย่างเต็มทีกันเนอะ จะได้มีกำลังลุยงานกันต่อไปนะค่ะ



จากคราวที่แล้วเราเก็บของในโรงแรมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เข้าห้องน้ำห้องท่าเรียบร้อย ท้องไส้ก็เริ่มส่งเสียงร้องกันอีกครั้งบ่ายแก่ๆ แล้ว ถึงตอนนี้เราสามคนเริ่มหิวแล้วหล่ะค่ะ แพลนของเราก็คือ เอาแผนที่มากางดูเส้นทางจากโรงแรมไปยังชุมชนแหล่งที่จะมีอาหารทานเยอะๆ ทานเสร็จแล้วก็เยื่ยมชมเมืองนูเร็มเบริก์กัน เวลามีไม่มาก เรานอนที่นี่แค่คืนเดียว ฉะนั้นต้องไม่รีรอค่ะ หลังจากดูเส้นทางกันเป็นที่เรียบร้อย สาวอ้อก็นำขบวนพาเราทั้งสอง(แอนกะปุ้ย) เดินออกจากโรงแรมข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามของโรงแรมค่ะ เราเข้าตรง OPERNHAUS ค่ะ  





ดูแผนที่อันนี้ตามไปด้วยนะค่ะจะได้ไม่งง เดินตามที่แอนไฮไลท์ไว้ได้เลยค่า ^^











ผ่านมาตรงนี้มีจุดให้เช่ายืมจักรยาน มีหยอดเหรียญ มองหน้ากันเล็กน้อยจะเอาไงดี ขี่จักรยานเล่นชมเมืองกันดีมั๊ย คนละคันเลย แอนก็ว่าดีได้ แอนขี่ได้ไม่ขัดข้องจะมีก็อย่างเดียว เอาจักรยานไปจากจุดนี้แล้วก็ต้องกลับมาไว้ที่เดิม ที่นี้เอาไงดี เอาไปหรือไม่เอาไป เกะกะไม่ ตกลงกัน2 นาทีสรุปไม่เอาไปเกะกะค่ะ 555 ก้มหน้าเดินกันต่อไป 





ผ่านจักรยานมาเราเดินตรงเข้าไปด้านในเลยค่ะถ้ามองซ้ายจะเป็นแบบในภาพค่ะ ให้เข้าสู่ซอยเล็กๆ Kartauser Gasse ตรงอย่างเดียวเลย





เดินไปเรื่อยๆ จะเห็นเป็นอย่างในภาพนะค่ะ




ผ่าน GERMANISCHES NATIONAL MUSUEM น่าสนใจดีเหมือนกันแต่ยามนี้หิว@.@





เราก็เดินตรงต่อไปจนสุดมาโผล่ตรงนี้จะเจอแผนที่ ใหญ่ๆ แบบในรูปค่ะ







ให้เราเลี้ยวขวาเดินตรงขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านปฏฺิมากรรมตามภาพแบบนี้ค่ะ ภาพล่างจะเป็นหน้า GERMANISCHES NATIONAL MUSUEM ค่ะ เดินตรงไปด้านจะด้านหน้าจะเห็นทางแยกแบ่งเป็นสองทางให้เราเดินทางไปทางซ้ายค่ะ จะเป็นซอย Pfannenshmiedgasse ( GASSE ในภาษาเยอรมันแปลว่าตรอกค่ะ ) ให้เราเดินไปตามเส้นทางนั้นจะไปพบ LORENZ KIRCHE ค่ะ





เห็นยอดๆ โบสถ์แล้วค่ะ










เดินเข้าไปใกล้ๆ แอร๊ยยยย มีขายดอกไม้เป็นช่อๆ กำๆ ด้วย สีสรรสวยสดใสจริงๆเลย เห็นแล้วสดชื่นจริงๆค่ะ




ร้านขายลูกอมลูกกวาดสีสวยๆ น่าร๊ากกก ^^




ร้านนี้ขายเนยแข็ง ใหญ่มว๊ากก




ส่วนอันนี้ขายผลไม้ มีทั้งสดและแห้ง


ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า บรรยากาศกับความหนาว และกลิ่นหอมๆ โชยมา หิวจุงเบยยย เราจะไปหาอะไรทานกันก่อน แล้วมาเดินเยี่ยมชมในโบสถ์กันค่า จากจุดเรายืนอยู่ เดินเลี้ยวไปทางซ้ายมือเข้าสู่ตรอก Brunnen Gasse เดินตามกลิ่นหอมๆที่โชยมาไป เราจึงมาอยู่ยืนอยู่หน้าร้านนี้ มื้อนี่เราจะทานเล่นๆ กันค่ะเพราะนี่ก็บ่ายแก่ๆ แล้วถ้าเราจัดหนักไป ดึกๆ คืนนี้เราอาจหิวกัน เราจึงอาหารอะไรรองท้องทานเล่นๆ กันก่อนค่ะ





ยืนประชุมจะเอาใส้กรอกอะไรดี ป้าคนขายยิ้มทักทายมาเป็นภาษาเยอรมัน แอนกะปุ้ยมองหน้ากันเลิกลั่ก

ป้าขายไส้กรอก : ###%$$$@ --"
แอน : อ้อ ! ป้าว่าไรว่ะ ฟังไม่ออก แกรเรียนเยอรมันแสดงฝีมือดิ๊
ปุ้ย : แกรเข้าไปถามสิอ้อ
อ้อ : ฟังไม่ออกเหมือนกันว่ะ แป่ววว --"

เพื่อนอ้อหน่วยกล้าตายไปสปีกอิงลิช ป้าตอบเป็นอังกิดที่ฟังแล้วเหมือนเยอรมัน จับใจความว่า เชิญชวนใหญ่ลองซื้อไส้กรอกชิมดู ป้าว่าอร่อยน๊า เป็นไส้กรอกที่มีชื่อเสียงมาก เราสามคนเลยตัดสินใจว่าจะลองซื้อสามแบบที่ป้าขายมาแบ่งๆกันชิม แล้วค่อยฟันธงว่าอันไหนอร่อย





หน้าตาร้านที่เราชิม มันเป็นซุ้มขายไส้กรอกค่ะ ด้านข้างจะมีไหมีตุ่มมีโอ่ง ในนั้นมีซอสมะเขือเทศกะมัสตาร์ดค่ะ มีบริการให้ฟรีใครกินเยอะกินน้อยใส่ไปตามอัธยาสัยเลยค่ะ เราสามารถซื้อแล้วไปหาที่นั่งแถวๆ นั้นนั่งทานได้ เพราะเห็นใครก็นั่งทานไส้กรอกกันทั้งน้านน ^^





รูปซ้ายบนคือ
Bratwurst (บราตเวิร์สต์) : ไส้กรอกหมูเนื้อนุ่มรสชุ่มลิ้นจากเมืองเบิร์นแบร์ก (นูเรมเบิร์ก) ยาวราว 7-9 เซนติเมตร เสิร์ฟร้อนๆ 2 แบบ 2 สไตล์ ทั้ง ย่างบนเตาถ่านจนหอมกรุ่นติดกลิ่นไม้ไหม้นิดๆ และกรอบนอกชุ่มรสเนื้อฉ่ำอยู่ด้านในด้วยวิธีการทอด

ส่วน อันซ้ายล่างอะไรไม่รู้ 555 กินไปแระ

ส่วนอีกแบบนึงเป็นรูปบนขวาคาดว่าจะเป็นอันที่เรามีเป็นอีกชนิดที่มักคนไทยรู้จัก คือ "ไส้กรอกแฟรงก์เฟิร์ต" ส่วนใหญ่ทำจากเนื้อวัวและเนื้อหมูในอัตราส่วน 40 ต่อ 60 ผสมกับเครื่องเทศเพื่อดับคาว และช่วยให้รสชาติเข้มข้นถึงใจคอไส้กรอก มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามขนาด ถ้าบรรจุในไส้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว จะเรียกว่า "แฟรงก์เฟอร์เตอร์" ใช้ไส้เส้นผ่านศูนย์กลาง 3/4 นิ้ว ยาว 4-5.5 นิ้ว เรียกว่า "เวียนนา" ส่วนขนาดเล็ก เป็นปล้องสั้นๆ เรียก "แฟรงก์เฟอร์เตอร์ ค็อกเทล"








เราทานไส้กรอกกันแล้ว เราก็ต้องหาอะไรทานล้างปากกัน แอนเสนอสตอเบอรี่ เพราะว่าชอบ เลยถามเพื่อนดูว่าโอเคมั๊ย เพื่อนๆก็ว่าไม่ขัดข้องเพราะเห็นแอนจ้องตั้งแต่อยู่ปรากแล้ว เพื่อนอ้อเลยจะสนองความต้องการแอนแต่นางว่าต้องดูราคาก่อนนะ ถ้าไม่แพงแล้วสวยเราจะซื้อ นังแอนจะได้กิน ฮิ้วท์ๆ ดี๊ด้า ดีใจเพื่อนน่ารักใจดี ^^


*** สรุปเรื่องไส้กรอก ไส้กรอกที่ป้าแนะนำเป็นสามชิ้นตามรูปบนซ้ายอันนั้นเป็นไส้กรอกที่มีชื่อของที่นี่ เราสามคนทานแล้วคอนเฟริม์ค่ะว่าอร่อยจริงๆ รสชาดดี ใครผ่านไปเที่ยวลิ้มลองดูเลยนะค่ะ ไหนๆ มาแล้วไม่เสียเที่ยวจะได้ไปคุยโม้ได้ว่าชั้นกินมาแย๊ว ^^




Nürnberg เรามานูเรมเบิรก์ เรายังไม่ได้ให้ข้อมูลกันเลยเนอะ เผื่อใครยังไม่รู้เหมือนแอนไปเที่ยวไปแบบงงๆ ได้รับเอกสารมาค่อยมาอ่านเอาทีหลังแล้วจิตนการเอามันฟินค่า 555 นูเรมเบิรก์ได้รับสมญานามว่าเมืองแห่งเทพนิยายของเยอรมัน หากใครเป็นคนที่ชื่นชอบความสวยงามของธรรมชาติ ขุนเขาสลับซับซ้อน ปราสาทราชวังแบบในการ์ตูนแล้วล่ะก็ต้องมาที่นี่เลยค่ะ

นูเรมเบิร์ก เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นบาวาเรีย ปัจจุบันมีประชากรราว 5 แสนคนเห็นจะได้ค่ะ เป็นเมืองเก่าที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1050 ยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ และเป็นเมืองศูนย์กลางของชาวโรมัน มีร่องรอยของอาคาร ทางเดิน แบบชาวโรมัน เวลาต่อมาก็เป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า การอุตสาหกรรม ของประเทศเยอรมนี เคยมีกษัตริย์ปกครอง มีปราสาทแสนสวยบนเนินเขา แต่ใครจะไปเชื่อว่าเมืองสวยๆ แห่งนี้จะเคยเข้าสู่ในยุคของสงครามโลกครั้งที่สอง


ในยุคของฮิตเลอร์ผู้เรืองอำนาจแห่งอาณาจักรไรช์ที่ 3 ท่านได้ใช้เมืองนี้ให้เป็นศูนย์กลางทางการทหาร มีอาคารรัฐสภาเป็นหน่วยระดมพลทหารเรือนแสนเพื่อต่อสู้ในสงครามในช่วงทศวรรษที่ 1930 และไม่นานจากนั้นก็ถึงกาลล่มสลายแห่งอาณาจักรไรช์ที่ 3 เมืองนี้ถูกบอมบ์อย่างพินาศย่อยยับ เราจะสามารถ เห็นได้จากภาพถ่ายที่หลงเหลืออยู่ภายในโบสถ์เซ็นต์ลอเรนท์ค่ะ อ่านข้อมูลได้ความรู้พอสังเขปแล้วเนอะ ไปกันคะเราจะเข้าไปดูในโบสถ์กัน




St. Lorenz, Nuremberg (St.Lorenzkirche ) สวยขลังและดูอลังค่ะ เข้าชมฟรีแต่ควรสำรวมด้วยค่ะ







โบสถ์เซ็นต์ลอเรนท์ เป็น 1 ใน 3 โบสถ์ที่ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังจากการบูรณะแล้ว โบสถ์กลับมาสวยงามอีกครั้ง







ซุ้มประตูทางเข้า




เข้าไปด้านในโบสถ์จะพบระฆังคว่ำสีดำวางอยู่ทางด้านซ้ายมือด้านหลังค่ะ




ความงดงามภายในโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมยุคกลาง สร้างขึ้นในปี 1445 และทำการบุรณะสร้างใหม่อีกครั้งในทศวรรษ 1950 หลังจากได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดในช่วงสงครามครั้งที่2




ฝั่งซ้ายบ้างค่ะ

























สวยมากๆ เลยค่ะ













ด้านหลังจะเป็นเรื่องราวประวัติและซากปรักหักพังบางส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แอนไม่ได้อ่านรายละเอียดมากค่ะ คนเยอะ และเค้ากำลังประกอบพิธีกันด้วยคะ่










ความทรงจำกับบาดแผลอย่างลึกที่ฝากไว้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้เห็น เราเข้าไปดูกันอย่างรีบเร่งนะค่ะ เพราะมาถึงก็บ่ายแล้ว



ออกจากโบสถ์มากันละจุดหมายต่อไปเราจะไป Beautiful Fountain (Schöner Brunnen ) ค่ะ โดยออกจากโบสถ์ให้เดินไปตาม Konig Strasse ค่ะ




ออกมาก็เจอของขายกันเลย สดๆ ใหม่ๆ กันเลย 1 กิ่ง 155 บาทโดยประมาณ แพงมั๊ยล่ะ @.@






อันนี้เป็นมัดๆ หรือกำๆ ราคาตามนั้นเลยคะ








เดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่าน MUSEUMS BRUCKE สังเกตุง่ายๆจะเห็นเป็นสะพานข้ามแม่น้ำน้ำวิวสวยเชียวค่ะ








ในรูปนี้ที่เห็นเป็นอาคารอยู่กลางภาพเป็นโรงพยาบาลค่ะ ชื่อ Heilig-Geist-Spital (Hospital of the Holy Spirit) เป็นโรงพยาบาลที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1332 โดย Konrad Gross ขุนนางผู้มั่งมีของเมือง เค้าสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้เพื่อสำหรับดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้นเลย






เดินผ่านรูปปั้นอันนี้ไปอีก เจอแยกให้เลี้ยวไปทาขวา จะเจอ Haupt-markt อยู่เบื้องหน้า ตลาดนี้มีชื่อว่าตลาดคริสท์คินเดิล (Christkindlmarkt) เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงระดับโลกค่ะ หากใครได้มีโอกาสมาในช่วงคริสต์มาสจะมีของเกี่ยวกับคริสต์มาสให้เลือกซื้อมากมาย จากการที่ได้เที่ยวหลายเมืองแอนค้นพบว่าที่นี่ราคาไม่แพงเท่าที่อื่นว่าง่ายๆ ถูกกว่าที่อื่นล่ะค่ะ แต่สำหรับคนไทยเราก็ยังแพงอยู่ดีล่ะค่ะ








เริ่มเข้าสู่ Haupt-markt square หรือ Market square แล้วค่ะ




























เห็นโบสถ์ด้านหลังกันมั๊ยค่ะ เรามาช้าโบสถ์ปิดแล้วเราเลยอดเข้าชม โบสถ์ด้านหลังทีเห็นสูงๆ สวยๆ มียอดแหลมๆนั่นละค่ะ มีชื่อว่า โบสถ์ Frauenkirche (Church of Our Lady ) โบสถ์แห่งนี้สร้างในแบบโกธิคในปี 1352 ใช้เวลาสร้างนานถึง 10 ปี ที่ยอดโบสถ์จะเป็นหอนาฬิกาค่ะ เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรงจะมีเหล่าตุ๊กตาออกมาเต้นมีหุ่นจักรพรรดิ์นั่งอยู่และบริวารเล่นดนตรีอยู่ข้างๆ ด้วย เรามาเย็นอดเห็นเลยค่ะ









ถัดมาที่เห็นเป็นสีทองๆ อันนี้ตามภาพคือ Schöner Brunnen หรือ Beautiful fountain เป็นน้ำพุแสนสวยสีทองอร่าม ตั้งอยู่หน้าโบสถ์ Frauenkirche เขยิบออกไปหน่อยค่ะ อยู่บริเวณท่ามกลางร้านขายของค่ะเป็นที่สังเกตุได้ง่ายถ้าเห็นแบบนี้ตามภาพไม่ผิดค่ะด้านในเป็นน้ำพุสวยๆมีรั้วล้อมรอบ ถ่ายรูปยากมากค่ะเพราะรั้วสูง นิดนึงมีเรื่องเล่ากันว่ามีความรักระหว่างชั้นชนเกิดขึ้นโดยหญิงสาวเป็นนางผู้สูงศักดิ์มาพบรักกับชายหนุ่มบ้าน ความรักของทั้งสองถูกกีดกัด ชายหนุ่มจึงพยายามแสดงให้ทุกๆคนรู้ว่าตัวเองรักหญิงผู้สูงศักดิ์นั้นแม้ว่าจะต้องฟันผ่าอุปสรรคเค้าก็ไม่กลัว สุดท้ายความรักของเค้าทั้งคู่สมหวังกันค่ะจึงเป็นที่มาว่าหากใครต้องการให้คำอธิษฐานสมหวังก็ให้หมุนแหวนที่น้ำพุ 3 ครั้ง ก็จะสมหวังตามต้องการค่ะ แอนเองไม่ได้อธิษฐาน พลาดไปแล้วอย่างแรง ไว้มีโอกาสหน้าจะมาแวะใหม่ ชอบค่ะเมืองนี้แอนว่ามันโรแมนติคดีค่ะ





เมื่อชมน้ำพุอันสวยงามเรียบร้อยแล้วรายการต่อไปยังคงมีอยู่เราต้องรีบกันอีกแล้วเพราะเกรงว่า Kaiserburg ( Imperial Castle ) จะปิดเราจึงรีบสอยเท้าอีกครั้ง วิธีไปก็ให้ด้านหลังเราเป็นตลาด ให้เราเดินไปทางซ้ายมือเข้าสู่ Rathausplatz ผ่านวิหาร St. Sebaldus เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองสร้างขึ้นในปี 1215 เราแวะไม่ได้ จำใจต้องเดินตรงอย่างเดียวเลยเพื่อไปยังปราสาทค่ะ




มาถึงเนินปราสาทแล้วค่ะ ปราสาทแห่งนี้สร้างมาในยุคกลาง (Middle age) ราวๆ ค.ศ. 1050-1571








เดินขึ้นไปเลยค่ะ

















ถึงด้านบนแล้ว อากาศดี๊ดี














วิวสวยมาก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงเลยค่ะ แต่ชุดที่ใส่ไม่ใช่ ทหารก็ไม่มี 555 แอบละเมอได้ด้วย




จังหวะดีมีลมพัดมาธงโบกสะบัดเคียงคู่กับปราสาทสวยดีค่ะ




ปราสาทสวยจริงๆ ค่ะ ถ่ายรูปกันเมามันส์เลย








ต้นไม้เริ่มผลิดอกออกผล ถ้าได้มาตอนมีดอกไม้บานแล้วคงจะสวยค่ะ แต่ก็อีกค่ะอยากเห็นตอนหิมะตกด้วยเหมือนกัน คาดว่าจะได้อีกอารมณ์นึงเหงา ถ้าได้มาเป็นคู่ก็คงจะดีเหมือนกันค่ะ สีสันและบรรยากาศช่วงฤดูหนาวเป็นอะไรที่แอนชอบค่ะ ยิ่งเป็นช่วงก่อนคริสต์มาสนี่ยิ่งดีใหญ่ ได้เห็นสีสันช่วงคริสต์มาส ช้อปปิ้งของน่ารักๆ ตกแต่งบ้าน ไม่ซื้อแค่ได้ดูก็ฟินล่ะ





ประตูอย่างสวยเลย หนาและใหญ่แถมหนักมากด้วยค่ะ เดินเข้าไปด้านในจะเป็นพิพิธภัณฑ์ค่ะ




Museumsladen ต้องเสียเงิน พวกเราเห็นว่าเย็นมากแล้วเข้าไปได้แป๊บเดียวก็จะปิดเลยไม่เข้าไปได้แต่ถ่ายรูปด้านนอกอย่างเดียวค่ะ




เดินกลับกันละค่ะ ถ่ายรูปเล่นสนุกไปเรื่อยๆ อากาศดี วิวสวย ปราสาทงาม ชอบจัง ด้านหลังจะเป็น Sinwell Tower และ Castle Garden




จังหวะดีคนลงไปกันเยอะ ได้รูปนี้มาสวยชอบอีกล่ะค่ะ







ลงถึงด้านล่างกันละ เราคงต้องเดินกลับไปกันแล้ว เริ่มเย็นละแต่ท้องฟ้ายังสว่างอยู่ เที่ยวยุโรปช่วงเมษานี่มันดีอย่างนี้นี่เอง ^^




เดินมาด้านล่างอยู่ร้านหน้าน้ำพุแล้ว มีร้านขายของที่ระลึกอยู่ ก้าวเท้าเข้าไปดูตามที่ใจมันเรียกร้อง ของแพงค่ะ แต่บางอย่างพอกัดฟันซื้อได้ ข้าวของจุกจิกน่ารัก มีเครื่องเซรามิคเล็กๆ น่ารักเยอะมาก ราคาก็หลากหลายแล้วแต่เลือก ก้มๆ เงยๆ หมุนๆ ได้ของมาฝากเพื่อนสาวที่อยู่ญี่ปุ่นด้วย ซื้อให้เค้าอันนึงแอนอันนึง ไว้ท้ายๆจะเอามาอวดนะ




ถ่ายรูปได้แต่ด้านนอก ด้านในน่ารักทั้งนั้นเค้าไม่ให้ถ่าย อดดูกันไปนะ ช้อปปิ้งพอหอมปากหอมคอคนละนิดหน่อยก็ออกจากร้านค่ะ ซื้อเยอะไม่ได้ต้องท่องไว้น้ำหนักจะเกิน




เดินผ่านร้านตาบั๊คกาแฟชื่อดัง ใครคอกาแฟได้มีเฮกันล่ะคราวนี้ ไปไหนไม่อดกาแฟตายมีทุกเมืองซินะ ^^





ผ่านร้านช็อคโกแลตรูปร่างหน้าตาน่ารักมากสนนราคาก็แพงตามความน่ารัก ว่าจะซื้อสักหน่อยต้องขอบายไปก่อน




เดินไปอีกหน่อยเจอร้านขายของที่ระลึก ราคาก็ระทึกด้วย แพงจับใจได้แต่ดูไม่กล้าจะซื้อ หยิบดู1 อันแล้วก็ถึงกับผงะ แพงหูฉีก ใจแอนที่เคยกระดี๊กระด๊าว่าจะกวาดให้เรียบตอนนี้ หล่นตุ๊บไปที่ตาตุ่ม สายตาก็พร่ามัว เสียงหัวใจเต้นแรงเข้ามาแทนที่ อยากได้อ่าอยากได้ งานดีสวยมาก สู้ไม่ไหวน้ำตาจิไหล เดินคอตกออกมาจากร้านดีกว่า หาร้านอื่นต่อไป







ระหว่างทางเดินตรงกลางถนนจะมีร้านขายของเป็นระยะค่ะ น่าสนใจไม่น้อยอย่างเช่นร้านนี้







เดินต่อไปเรื่อยๆ จนมาหยุดสะดุดที่ร้านนี้

แอน. : แอร๊ยยยนังอ้อ ตุ๊กตานักแคร๊กเกอร์ตัวโตๆ ชอบๆ เข้าๆ จะเข้าอ่ะ
อ้อ : มันปิดแล้ว !!!


แอนอยู่ในภวังค์นิดนึง แง เสียใจไม่ได้ซื้อ ได้แต่ยืนดูอยู่ด้านนอกชะเง้อมองน้ำลายก็ยืดอยากจะได้ ระหว่างคิดไปหน้าก็หงิกไป เพื่อนอ้อเห็นเพื่อนสาวหัวใจสลายเลยปลอบใจว่า

อ้อ : นี่นังแอนเห็นราคามั๊ย ดูสิ ตัวเล็กตัวใหญ่ราคาไม่ได้แตกต่างกันเลยจะเสียใจไปทำไม แพงมากนะร้านนี้ ไว้ไปข้างหน้าค่อยซื้อร้านนี้แพงเกินไปร้านเปิดก็ซื้อไม่ได้ อยากได้ไรถ่ายรูปไปเลยให้หน่ำใจ

เพื่อนแอนได้ยินก็สติมา ปัญญาเกิดเลย เห็นภาพตรงหน้าจริงตามนั้นเลยได้แต่ถ่ายรูปมาอวด T.T




มันมีอะไรให้หน้าหลงใหลอยากได้น๊อ มาสิมาดูกัน ดูราคาไปด้วยเลยนะ พูดตรงๆ มีพี่ๆหลายคนฝากแอนซื้อของด้วย นางว่า แอนเห็นอะไรน่ารักซื้อมาเลย แอนเห็นราคาก็คิดได้ในทันที ไว้พวกพี่ๆ มาซื้อกันเองเหอะ แพงมว๊ากก




รูปแรกเลย ภูมิใจนำเหนอ พร้อมราคาที่ร้องว้าวววว เอ้ยยย ว้ายยยยย!!! มากเท่าไหร่นะเหรอ ราคาตามป้าย X ด้วย 44 ค่ะ จะได้เป็นราคาเงินไทย บระเจ้า !!!
























ถ่ายรูปจนหน่ำใจเอารูปกลับไปเป็นที่ระลึกให้นอนฝันหวานไปแทน แล้วก็จำใจลาจากร้านนั้นมา เดินหน้าออกหาซื้อไรไปทานกันในห้องแก้ช้ำใจกันดีกว่า




เดินผ่านป้ายร้านเซลล์ตัวเท่าหม้อแกง ไม่รู้สึกสนใจเลย ยังคงนึกถึงตุ๊กตาที่ร้านนั้นเหมียนเดิม T.T







เจอร้านพิซซ่า ตกลงปลงใจกันว่ามื้อค่ำนี้เราโซ้ยพิซซ่ากันแล้วกันนะ ซื้อไปกินที่ห้อง แล้วแวะซุปเปอร์ซื้อพวกนม น้ำผลไม้ไปไว้กินเผื่อพรุ่งนี้เช้ากันด้วยเลย




อันนี้อะไรเนี่ยเหมือนลูกชิ้นปลาบ้านเราเลยแฮะ




แอนปล่อยให้เพื่อนสาวสองคนจัดการอาหารค่ำที่จะเอาไปทานในห้อง ส่วนตัวเองมานั่งทำใจ ความอยากไม่เคยปราณีใคร ซื้อพิซซ่าและเครื่องดื่มแล้วเดินกลับโรงแรมไปทานอาหารกัน เตรียมแพ็คกระเป๋า พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันอีก จบ 1 วันสำหรับ NURNBURG โอกาสหน้านะ นูเรมเบริก์ แอนจะลากคุณผู้ชายมาด้วยกันเลย ชอบอ่ะเมืองนี้พูดเลย!!! คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะค่ะทุกคน จะรีบปั่นตอนต่อไปมาให้เชยชมกันค่า ^^







 

Create Date : 10 มกราคม 2558    
Last Update : 10 มกราคม 2558 12:31:16 น.
Counter : 1136 Pageviews.  

เหนื่อยนักต้องพักร้อน ตอนลาก่อนเมืองปราก สวัสดีนูเรมเบิรก์พร้อม รีวิว B&B Hotel Nürnberg

สวัสดีปีใหม่คร๊าชาวบล็อคเป็นไงบ้างสบายดีหรือเปล่า มีใครไปเที่ยวไหนกันบ้างค่ะ เล่าสู่กันฟังโหน่ยคร๊า แอนและครอบครัวไปเที่ยวกลับมาแล้วค่ะ รีบไปก่อนและรีบชิงกลับมาก่อนกลัวรถติดหน่ะค่ะ ไม่ชอบเบียดเสียดไปฝ่าฟันรถติดต่อคิวร้านอาหารจึงเลือกไปก่อนแล้วกลับมาก่อนค่ะ แถมปีนี้คุณพ่อบ้านมีงานต้องทำช่วงปีใหม่นี้ด้วยจึงเป็นเหตุให้เราต้องกลับมาเร็วเป็นพิเศษค่า


สำหรับตอนนี้เชื่อว่าหลายๆคนคงจะอยู่ในช่วงเที่ยวช่วงสนุกรับปีใหม่กันอยู่เนอะ เอาเป็นว่าใครไปเที่ยวไหนสนุกอย่างไรเล่าสู่กันฟังด้วยนะค่ะ สำหรับปีใหม่ปีนี้ 2015 แอนก็ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง การเงินเจริญก้าวหน้า การเงินมั่งคั่ง โชคดีตลอดปีเลยน๊า


อารัมภบทเสร็จแระ รายการต่อไปวันนี้จะมาอัพบล็อคล่ะค่ะ วันนี้เอาใจพี่ๆ เพื่อนๆ ด้วยการกลับมาสานต่อทริปยุโรปค่า เริ่มจากตัวแอนเองรู้สึกว่าตัวเองดองเค็มหลายทริปเยอะเกินไปแล้ว หลายทริปเกรงว่าจะลืม ในช่วงตั้งแต่นี้ไปจะรีบพยายามอัพเรื่อยๆค่ะ ไม่งั้นทริปใหม่มาจ่อคิวก็จะกลายเป็นดินพอกหางหมูไปซะอีก ยาวเป็นหางว่าวด้วย ใครติดตามก็ต้องดีใจกันได้แล้วน๊า แต่ถ้าไม่ได้ติดตามก็ ไม่ว่ากันจร๊า^^


จากเดิมคราวก่อนที่เราออกสำรวจเส้นทางเพื่อจะเดินทางต่อไปยังเมืองนูเรมเบิรก์ และไปช้อปปิ้งซื้อของกัน เช้าวันนี้เราตื่นกันแต่เช้าค่ะ รีบทานข้าวและเช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมกัน เราต้องไปยืนรอรถก่อน 9 โมงค่ะ เจ้าหน้าที่ว่าให้มาก่อนสัก 10-15 นามี



เช้าวันที่ออกเดินทางอากาศเย็นสบายไม่ถึงกับหนาวเท่าไหร่ค่ะ เดินมาถึงสถานีแล้ว เข้าไปด้านใน ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปรอด้านบนเลยค่ะ




รถมารอเราแล้วค่ะ การใช้บริการรถบัสพวกนี้เราต้องมาก่อนเวลานิดนึงนะค่ะ ถ้าช้าเค้าไม่รอเราหรอกค่ะ ฝรั่งรักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัดกันเลยทีเดียวค่ะ เราต้องไม่ทำให้เสียชื่อชาวไทย ฮี่ๆ




เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารเรียบร้อยและถูกต้องแล้ว เจ้าหน้าที่จึงให้เราเอากระเป๋าไปไว้ใต้ท้องรถค่ะ กระเป๋าใบโตเจ้าหน้าที่ก็ช่วยยกให้เป็นอย่างดีค่ะ แล้วก็แจ้งหมายเลขที่นั่งของเราด้วย เห็นคนไม่เยอะ แต่ขึ้นไปต้องนั่งที่ของตัวเองค่ะ เพราะจะมีแวะรับผู้โดยสารท่านอื่นๆด้วย




นี่ค่ะ ได้นั่งตรงนี้




อันนี้เป็นหน้าตาใบจองตั๋วสำหรับผู้ที่จะเดินทางโดยรถบัส เค้ามีไปหลายๆเมืองค่ะ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เวป http://www.bahn.com ค่ะ สามารถจองผ่านบัตรเครดิตได้เรียบร้อย ค่าโดยสารสำหรับ 3 คนราคา 57 ยูโรค่ะ ตกคนละ 19 ยูโรก็ราคาประมาณแปดร้อยกว่าบาทค่ะ





เดินทางด้วยวิธีนี้เป็นวิธีนึงที่สะดวกและสบายดีค่ะ ตื่นเช้าหน่อยแล้วไปนอนในรถเอา รายละเอียดแผ่นที่ 2 เป็นกฎระเบียบและคำแนะนำสำหรับผู้เดินทางให้ตรวจสอบก่อนออกเดินทางค่ะ เผื่อความรอบคอบอีกที ตรวจสอบในวันที่ใกล้ๆจะเดินทางอีกทีด้วยนะค่ะ เผื่อเค้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับตารางเวลาค่ะ





ขึ้นนั่งประจำที่นั่งแล้ว มีหน้าจอทีวีให้ด้วยล่ะ แต่เค้าไม่เปิด แง่วๆๆๆ





เริ่มมีคนทยอยขึ้นมาแล้วค่ะ รถคันใหญ่พอสมควรค่ะ แอนกับเพื่อนได้นั่งเกือบกลางๆ





ด้านหลังรถยาวๆไปอีกเยอะเหมือนกันค่ะ




9.35 น. ได้เวลาล้อหมุนค่ะ วันนี้ออกเดินทางฟ้าครึ้มๆ ไม่สดใสล่ะค่ะ บ้าย บาย ลาก่อนปราก โอกาสหน้าจะมาอีก




สถานีรถไฟกลาง Praha hlavní nádraží




ผ่านป้ายโฆษณาอันใหญ่ เด่นหราอยู่ด้านข้างระหว่างรถแล่น อดใจไม่ไหวเก็บภาพมาฝาก





ผ่านอาคารนี้ไม่รู้เรียกว่าอะไรค่ะ มองไม่ทัน สวยดี คนเยอะพอสมควร




เริ่มออกนอกเมืองกันล่ะ ทุ่งหญ้าเขียวขจี เห็นแล้วสดชื่นจริงๆค่ะ ชอบอ่ะ ดูสวยดี





รถบัสขับไปไกลมากสัก 2 ชั่วโมงได้ล่ะ อากาศเริ่มดีขึ้นท้องฟ้าสดใสมีเมฆเยอะเลย ทุ่งดอกไม้สวยสดใสเชียว




ผ่านไป 2 ชั่วโมง 30 นาที เราเขยิบเข้าไปใกล้เยอรมันแระ มีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโบกให้ขับตามไปจอด อะไร อะไรอ่ะ !!!






นี่ไง คนขับรถจอดตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจโบกให้จอดแระ รถสีสวยเชียว แต่ว่ามีอะไรนะ สักพักนึงเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นมาด้านบน ไล่ตรวจผู้โดยสารทุกคน จะถึงเราแล้ว แอนนั่งหน้าสุด หน่วยกล้าตาย 555 กลัวที่ไหน ไปเยอรมันครั้งแรกด้วย ตื่นเต้นนิดหน่อยเอง ตำรวจถามมาทำอะไร ..... TO SIGHTSEEING .... มากับใคร .... WITH MY FRIEND 2 PERSONS .... เค้าไม่พูดไม่ตอบอ่ะเอา Passport แอนไปคนแรกเลย ตามต่อด้วยปุ้ย และอ้อ ...อ้าวกระเหรี่ยงสาวชาวไทยทั้ง 3 โดนเรียบ เพื่อนอ้อและเพื่อนปุ้ยเคยมาเยอรมันแระ เหลือแอนคนเดียวเอาไงดีเนี่ยยยยยย......แป้วววว รอต่อไป นั่งเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรจ้า


เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินต่อไป ไปดู PASSPORT ของผู้โดยสารท่านอื่น มีคนผิวดำคนนึงสูงอายุแล้วด้วย คุยกับตำรวจค่ะ คุยกันไปคุยกันมาเสียดังด้วย เราสามคนก็ไม่ได้สนใจ มีแต่เพื่อนอ้อ รีบกุลีกุจอ ควักแผนที่โรงแรมและแพลนการท่องเที่ยวออกมา เตรียมออกไปคุยกับตำรวจ

อ้อ : เฮ้ยแกร 2 คนนั่งนี่นะ เดี๋ยวชั้นมา
แอน : เฮ้ยแกรจะไปไหน
อ้อ : จะเอาเอกสารไปคุยกับตำรวจ
แอน กับ ปุ้ย : เฮ้ยไปด้วยกันดิ
อ้อ : เมิงไม่ต้องเลยนั่งนี่แหละ ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวมา

เพื่อนอ้อเดินไปด้านหน้าคุยกับคนขับรถได้แป๊บเดียวก็กลับมา คนขับรถว่าไม่มีอะไรหรอกตำรวจเอา PASSPORT ไปตรวจเช็คดูว่าหลบหนีเข้ามาหรือเปล่า เค้าทำตามหน้าที่เท่านั้นเอง ให้เราไปนั่งรอ ถ้าเรามาแบบถูกกฎหมายไม่ต้องกลัว




ระหว่างร้อนรนกระสับกระส่ายเดินไปกลางรถดีกว่าไปสำรวจ มีห้องน้ำด้วย เนื่องจากรถขับผ่านไกลหลายเมืองจึงมีห้องน้ำบนรถด้วย เริ่ดสะแมนแตนนิ ฮี่ๆ แถมห้องน้ำสะอาดด้วยล่ะ




สำรวจห้องน้ำเสร็จก็มารื้อๆ ค้นๆ ที่เบาะด้านหน้า เค้ามีบริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟและของทานเล่นด้วย




สนนราคาตามในใบโบรชัวร์เลยค่ะ



หลังจากรื้อๆค้น ตำรวจที่หายไปนานร่วมครึ่งชั่วโมงได้ ได้กลับเอาพาสปอร์ตมาคืนให้พนักงานสาวคนสวยแล้วสาวเจ้าจึงได้นำพาสปอร์ตกลับมาคืนให้พวกเรา เฮ้ออ....โล่งอก แอนพึ่งมาครั้งแรกนึกว่าจะไม่ได้เที่ยวซะแล้ว เสียววาบเลย ใครจะหนีมาอยู่เยอรมันพูดก็ไม่ได้สักคำ ถ้าเป็นฝรั่งเศสพอพูดนะ....แหมๆ ได้ทีแอนโม้วววเลย 555




นั่งรถบัสมาร่วม 3 ชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึง NURNBURG กันแล้ว มาถึงนี่ ฟ้าสวยสดใส แดดพอประมาณค่ะ





ผ่าน Bahnhofstraße, ประจำเมืองกันแล้ว ดูขลังๆ แต่สวยแบบโบราณดีค่ะ




รถแท็กซีสุดหรูสีเดียวกันจอดเรียงรายกันเพียบค่ะ รถบัสส่งเราด้านหน้าสถานีรถไฟ ให้เราห้นหน้าเข้าสถานีรถไฟจากนั้นเดินไปทางขวามือ เราเดินตรงไปตามถนนเบื้องหน้า สักประมาณ 15 นาทีเราจะเจอโรงแรมของเราทางด้านซ้ายมือนะค่ะ คืนนี้เราจะพักกันที่นี่ค่ะ






โรแรม : B&B Hotel
ที่ตั้ง : 37 Nürnberg-CityFrauentorgraben 90443 Nürnberg



เข้ามาด้านในโรงแรมกันแล้วน๊า น่ารักมั๊ยล่ะ




เหมือนเคยใครติดต่อเจ้าหน้าที่ก็ติดต่อไป แอนแผนกถ่ายรูปก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป




ถ่ายรูปเสร็จแล้วก็นั่งรอตรงนี้ได้




ดูทีวีฝั่งตรงข้ามได้ แต่ฟังไม่ออกเลย ใบ้รับประทานจริงๆ





เพื่อนสาวได้คีย์การ์ดมาเรียบร้อยแล้ว ห้อง 705 นางเป็นคนจองนางก็ต้องจัดการเนอะ ฮี่ๆ






ที่นี่เค้ามี 7 ชั้นล่ะค่ะ เย้ได้อยู่บนสุดเลย ท่าทางจะวิวดี ตามมา ตามมาโลดๆๆค่ะ













เปิดประตูเข้ามาแย๊ววว อุ้ย!!! น่าร๊ากกกเป็นห้องใต้หลังคาล่ะ เกร๋ๆ เชียวเลือกจับจองพื้นที่กันก่อนเลยคร๊า





รูปนี้เป็นประตูที่เข้ามาล่ะ แอนมัวแต่ถ่ายรูป เลยได้นอนติดตู้ จะว่าไปทำเลดีเหมือนกันได้แขวนเสื้อ กองสมบัติบ้าล่ะ 555




ปลายเท้าจะเป็นกระจกส่องความงาม




ต่อมาเป็นห้องน้ำค่ะ ถัดจากประตู




สะอาดดีค่ะ โอเคเลย ยกความดีให้เพื่อนอ้อของเรา ห้องน่ารัก นอนสามคนสบาย











อีกฟากติดห้องน้ำเป็นที่นอนของเพื่อนอ้อค่ะ




ตรงข้ามเตียงเป็นโต๊ะ เอาไว้นั่งทานอาหารเล่น รื้อของ คิดบัญชี ดูโปรแกรม อวดของกัน และถกปัญหาวางแผนแต่ละวัน บลาๆๆๆ








มีแผนที่ให้ 1 เล่น





ดูวิวด้านนอกจากห้องบ้างแอนถ่ายได้แค่นี้ค่ะ ชะโงกหรือเปิดหน้าตาออกไปไม่ได้ แถมลืมตัวห้องเป็น 3 เหลี่ยมเดินชนกระจกดัง โป๊กกก สนั่นหวั่นไหว มึนเลยแอนซุ่มซ่าม เลิกถ่ายกันเลยทีเดียว 555


หมดภาพห้องกันแล้วเป็นไงบ้างน่ารักเนอะ เหมือนห้องเด็กเลยค่ะ ใครถูกใจไปพักได้นะ

HOTEL : B&B HOTEL
PRICE : 119 EURO / 3 beds not include abf
Location : ดีค่ะ ไม่ไกลสถานีรถไฟเท่าไหร่เดินสัก 10 นาที
ความสะอาด : ห้องสะอาดดี ใหญ่ กว้างขวาง ค่ะ


คราวหน้าจะออกเดินทางสำรวจดู เนือร์นแบร์ก / นูเรมเบิรก์ / Nuremberg / Nürnberg เหมือนกันหมดนะเมืองเดียวกัน เค้าจะมีอะไรน่าสนใจบ้างจะพาไปดู บอกใบ้ให้ว่า คนเล่นตุ๊กตาอย่างแอนหัวใจพองโต อยากจะอยู่เมืองนี้ล่ะ คืนนี้ไปล่ะ G'Nite ฝันดีราตรีสวัสดิ์น๊า ง่วงแย๊ว




 

Create Date : 02 มกราคม 2558    
Last Update : 8 มกราคม 2558 18:13:00 น.
Counter : 685 Pageviews.  

1  2  

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.