Group Blog
 
All blogs
 

เที่ยวนครพนมทะลุลาวอีกรอบ ตอน รีวิวที่พัก สะหวันเวกัส Savan vegas HTL



ซินเจีย ยู่่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
สวัสดีปีใหม่จีนกันทุกๆคน ค่ะ ขอให้มีความสุข รวยๆ เฮงๆ สุขภาพดี หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า ทุกอย่างดีๆ เฮงๆ ตลอดปีมังกรค่ะ



หายหน้าหายตาไปหลายวันเหมือนเคย วันนี้กลับมาพร้อมโชคลาภแบ่งปันกันทุกๆคนนะค่ะ

กลับมาต่อที่เรื่องราวของการเดินทางเที่ยวลาว หลังจากที่เราออกจากสายน้ำไฮรีสอดกันแล้ว จุดหมายปลายทางวันนี้ของเราคือสะหวันนะเขตค่ะ ทำไมไปสะหวันนะเขต คำตอบง่ายๆ แบบมึนๆ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ทริปนี้อย่างที่บอกมีพี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านจัดการทริป แอนจึงต้องตามเที่ยวไปแบบไม่รู้จุดหมาย การเที่ยวแบบนี้ บางทีก็ตื่นเต้นเหมือนกันนะ แต่ถ้ารายการในทริปไม่ถูกใจก็อาจทำให้มีเบื่อๆ กันบ้างหล่ะค่ะ

นั่งอยู่ในรถตู้มานาน อุดอู้คนขับรถของเราแวะเติมน้ำมัน แอนก็เลยได้ออกมาเดินยืดเส้นยืดสายกันบ้างหล่ะ แต่เราอยู่ตรงไหนกันแล้วอันนี้ไม่รู้ เหลือบไปเห็นมีป้ายแผนที่บอกเส้นทางก็เลยถ่ายเก็บมาสักหน่อยค่ะ


ยืนดู เง็งๆ อยู่เป็นนานไม่รู้เรื่อง เอาเป็นช่างมันเถอะ คนขับรถของเราชำนาญเส้นทางเพราะขับรถให้นายพาคนมาเที่ยวลาวบ่อยๆ ฉะนั้นเราก็ไม่ต้องห่วงว่าเราจะหลง กลับขึ้นรถไปแบบมึนๆ เช่นเดิมแล้วกัน 555




ขับสักพักก็ถึงที่หมาย เป็นโรงแรมค่ะ แรกๆ เราก็งงว่าเป็นโรงแรมไรน๊อ ดูอลังการจัง แต่พอถึงโรงแรมแล้วจึงได้รู้ว่าเป็นโรงแรมอะไร ถามว่าทำไมมาพักที่นี่หล่ะ พี่สาวว่าที่นี่ดี สะดวกสบายดี งั้นครอบครัวเราก็คงต้องเลยตามเลยหล่ะค่ะ ไม่ได้มีเจตนาจากมาเล่นคาสิโนนะ แถมถามไถ่ดูพี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านบอกว่านายจะมาที่นี่ ให้มารอที่นี่ แอนและครอบครัวเพื่อนคุณพ่อบ้านจะได้รู้จักนายของพี่สาวก็คราวนี้หล่ะ




ด้านหน้าโรงแรมมีช้างเอราวัณสวยงามเชียวค่ะ ถนนหนทางระหว่างเข้ามาก็ดูดีทีเดียวเช่นกันค่ะ



สวยเนาะ



จอดรถเรียบร้อยแล้ว กำลังจะเดินเข้าไป นี่เป็นด้านนอกค่ะ พอเข้าไปถึง จึงได้ตกตะลึง โอ๊ะโอ ไหงเรามานี่ได้เนี่ย คนเยอะแยะมากมาย ก็ไม่รู้ว่าเป็นคนชาติไหนกันบ้างหล่ะค่ะ แอบเห็นมีฝรั่งหัวทองด้วยแต่ไม่มากหล่ะค่ะ พวกเราเดินดุ่มๆ ไม่สนใจ ตามพี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านขึ้นไปได้ห้องนี้หล่ะค่ะ



เราพักกันที่ชั้นสองค่ะ ที่นี่เค้ามีแค่สองขั้นเองค่ะ แต่ก็มีลิฟท์บริการนะแถมมีบริการซาลอนนั่นทำผม ทำสปา สบายใจเฉิบๆ




ทางเดินระหว่างไปห้องพักเช่นเคย เก็บกันทุกซอกทุกมุม เผื่อให้ใครที่อยากไปได้เห็นกัน แต่ความจริงไม่ได้สนับสนุนนะค่ะ




เปิดประตูเข้าไปเลยค่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ เลยตามเลยไม่ได้ตั้งใจมานี่แต่ดันได้มา พักก็พักค่ะ



ตู้เสื้อผ้าค่ะ โรงแรมเค้าก็มีตามมาตรฐานทั่วๆ ไปค่ะ ตู้เซฟ เสื้อคลุม รองเท้าใส่ในห้องนอน ถือว่าหรูสำหรับที่นี่แล้วนะค่ะ แอนว่างั้น



คุณพ่อบ้านแอบเอาเสื้อตัวเองไปแขวนด้วยหล่ะค่ะ




ส่วนของที่นอน



ก็ดูสะอาดสะอ้านดีค่ะ



มีประดับประดาด้วยรูปภาพเหมือนกัน



โต๊ะเครื่องแป้งค่ะ




ทีวีใหญ่จอแบน




อ่างล้างหน้า



ชักโครก สะอาดสะอ้าน ( ขออภัยนะค่ะที่ดูแล้วอาจไม่สุภาพ แต่ก็จำเป็นต้องถ่ายมาให้ดูกัน )



รูปนี้ถ่ายจากด้านในห้องน้ำ



ส่วนรูปนี้ถ่ายจากด้านนอกห้องน้ำ บริเวณห้องนอนค่ะ ตรงนี้ทำเหมือนโรงแรมแลงแฮม Langham ที่มงก๊กกันเลยค่ะ แต่ที่แลงแฮมหรูและดูดีกว่าค่ะ เมื่อคราวแรกๆที่ไปเที่ยวฮ่องกงแอนเลือกไปพัก เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเก็บไว้ ตอนนั้นยังไม่บ้าถ่ายรูปเหมือนตอนนี้อ่ะค่ะ









มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกตามมาตรฐานทั่วไป ก็นะโอเคที่เดียว



มีน้ำให้สองขวดเช่นกัน



หลังจากเก็บของเรียบร้อยแล้ว อย่างที่บอกเราไม่ได้อยากมาเล่นคาสิโน พวกเราออกไปหาอะไรทานกันด้านนอก คนขับรถของเราเริ่มไม่สบาย เราจึงไม่ใช้บริการ ปล่อยให้พี่เค้าทานยาและนอนพักผ่อนเอาแรงกันก่อน เราจึงต้องนั่นสกายแลปกันออกไปเที่ยวค่ะ ขาไปไม่ได้ถ่ายรูปรถที่เป็นพาหนะของเรา แต่ขากลับ ไม่ค่ะ ไม่พลาด

เราไปกันที่ตลาดสิงค์โปร์ค่ะ แอนเองแอบงง อยู่ลาว ทำไมตั้งชื่อเป็นตลาดสิงค์โปร์ไม่ตั้งชื่อตลาดสะหวันนะเขตกันไปเลยหล่ะ ช่างมันเถอะเนอะเอาเป็นว่า ตลาดนี้เป็นตลาดขายของ ขายอาหาร ก่อนไปก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่พอได้ไปถึงก็รู้สึกเฉยๆค่ะ เพราะอะไรเนื่องจากเค้าเป็นตลาดที่ขายของก็อปปี้ค่ะ แอนเองไม่ได้หัวสูงหรือรสนิยมสูงแต่อย่างใด แต่ใจมันไม่ได้อยากได้ก็เลยไม่ได้ซื้ออะไรประกอบกับที่เราไปเที่ยวฮ่องกงบ่อยได้เห็นของสวยของดีกว่า เลยทำให้ไม่อยากซื้อค่ะ แต่พี่สาวกับภรรเมียเพื่อนคุณพ่อบ้านก็ถือโอกาสลุยกันเลยหล่ะค่ะ พี่เค้าว่าต้องซื้อไปฝากเพื่อนร่วมงานกันค่ะ

แล้วที่ตลาดนี้เค้ามีอะไร
ที่ตลาดสิงค์โปร์เค้ามีขายของมากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าก็อปปิี cd dvd ก๊อปปี้ ทั้งไทยเทศเกาหลีมีหมด ถามว่าแผ่นดีมั๊ยก็นะราคาถูกซื้อมากันแบบสุ่มเอาหล่ะ โชคดีก็ดีไป โชคร้ายก็ดูไม่ได้ เสื้อผ้าก็มีมากค่ะ ถามว่าคุณภาพและราคาเป็นไง เอาเรื่องคุณภาพก่อน ธรรมดาค่ะ งานโรงงานจีน รูปแบบแฟชั่น ใจฐานะเป็นคนเที่ยวบ่อย ฮ่องกงคุณภาพดีกว่าเยอะค่ะ แบบทันสมัยกว่าด้วยค่ะ และยังมีหมวก แว่นตา ผ้าไหม เรื่องผ้าไหมลาวนี่ ถูกใจแฟนเพื่อนคุณพ่อบ้านค่ะ เค้าซื้อเยอะมากเชียว พี่เค้าว่าราคาไม่แพง มาแล้วก็ซื้อไปฝากญาติพี่น้อง ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น สนนราคาแอนว่าแพงนะค่ะ แอนเลยไม่ได้ซื้อเลยประกอบกับด้วยวัยแล้ว แต่ยังไม่เหมาะที่จะใส่ผ้าซิ่นผ้าถุงค่ะ แต่เมื่อถึงวัยคงต้องมีกับเค้าเหมือนกันค่ะ

เสร็จจากด้านล่างเราก็ขอขึ้นไปดูที่ชั้นสองกันบ้าง ชั้นสองเป็นอะไร เป็นร้านขายพวกเงินและทองค่ะ เหมือนเคยพี่สาวเมียเพื่อนคุณพ่อบ้านซื้อเข้าไปหลาย ส่วนตัวแอนคงไม่ต้องบอก แอนไม่ซื้อค่ะ ถ้าคิดหากจะซื้อคงจะซื้อทองเยาวราชอะไรประมาณนี้ดีกว่า ซื้อง่าย ขายคล่อง เราเองอยู่กรุงเทพฯไม่ได้อยู่นครพนม ถ้าซื้อจากลาวไป เวลาต้องการขายคงคิดว่าที่ไทยไม่ได้รับซื้อแน่นอนค่ะ แต่เรื่องแบบนี้เราไม่ว่ากันค่ะ ถูกใจและชอบก็หาซื้อกันไปเป็นของที่ระลึกแล้วแต่ละคนชอบกันไปก็แล้วกัน




ภาพจากภายในตลาด ชั้นสองค่ะ ถ่ายเองกับมือแต่ถ่ายได้ไม่เยอะไม่กล้าหล่ะค่ะ กลัวเค้าว่าจะถ่ายรูปร้านทองกันไปทำไม เดี๋ยวไม่เข้าใจมียุ่ง เลยชักภาพแบบเสียไม่ได้กันสักภาพก็แล้วกัน และที่นี่ในช่วงปีใหม่ร้านทองไม่ได้เปิดทุกร้านนะค่ะ แต่ก็มีเปิดบ้างพอให้ได้เลือกซื้อเลือกหากันค่ะ


เสร็จจากการเลือกซื้อของฝากให้ถูกใจผู้รับแล้วเราก็กลับโรงแรมค่ะ เหมือนเคยเรานั่งสกายแลป แรกๆ ก็ไม่รู้ว่าสกายแลปคืออะไร แอบงง แฟนเพื่อนคุณพ่อบ้านว่าอะไรแอนไม่รู้จักเหรอ ก็แหมอ่ะนะพี่หนูคนกรุงเทพฯ เกิดและโตกรุงเทพฯจะไปรู้อะไรหล่ะ ไม่ได้กระแดะนะแต่เป็นความจริง แต่พอเห็นแล้วก็ทำให้ได้รู้ได้เห็นอะไรเพิ่มมากขึ้น นี่แหละน๊าถือเป็นข้อดีของการท่องเที่ยวอย่างนึง ได้เห็นโลกกว้างขึ้น มีความรู้เพิ่มมากขึ้น บ้านเมืองเค้าเป็นอย่างไร ดีมากกน้อยแค่ไหน ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตอีกรูปแบบนีงค่ะ



คันนี้ค่ะที่เรานั่งกลับกัน

ก่อนจบกันไปเกือบลืม ในบล็อคนี้ขอไม่คอมเม้นท์เกี่ยวกับที่พักหรือรายละเอียดอื่นๆ ต่างๆ ที่รีวิวเป็นเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง มิได้สนับสนุนให้ไปเที่ยวที่นี่ค่ะ ฉะนั้นเรื่องราคาที่พัก อันนี้ตอบได้เลยค่ะว่าไม่ทราบ แอนเป็นแต่เพียงผู้พักเท่านั้นค่ะ ส่วนอื่นๆ ไม่ขอให้รายละเอียดนะค่ะ


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามไปเที่ยวที่ลาวด้วยกัน ทริปต่อไปเป็นที่ไหน ติดตามกันต่อไปค่ะ




 

Create Date : 24 มกราคม 2555    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 20:49:35 น.
Counter : 4926 Pageviews.  

เที่ยวนครพนมทะลุลาวอีกรอบ ตอน รีวิวที่พัก สายน้ำไฮรีสอด (SAINAMHAI RESORT)




สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน เป็นอย่างไรกันบ้าง ไปไหนกันมาบ้าง หลายคนคงกลับไปเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และอีกหลายคนก็คงถือโอกาสหยุดยาวไปเที่ยวกัน ล้วนแล้วแต่ทำให้มีความสุขกันถ้วนหน้านะค่ะ อย่างไรก็ดีปีใหม่นี้ 2555 ขอให้เป็นปีที่มีแต่ความสุข มีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มตลอดทั้งปีสมกับเป็นปี 55 ค่ะ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยความสุข หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า ทุกสิ่งดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิต คิดหวังสิ่งใดสมหวังสมปรารถนาตลอดปีนี้นะค่ะ



ผ่านมาหลายวันเนิ่นนานกว่าจะมาอัพบล็อคต่อ เหมือนเดิมค่ะมีภาระกิจยุ่งๆ ให้ทำตลอด จากเดิมตั้งใจว่าจะอัพเรื่องราวเกี่ยวกับทริปนี้ให้เสร็จก่อนปีใหม่เผื่อใครจะไปเที่ยวปีใหม่ระหว่างหาข้อมูลจะได้มีข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจ คงต้องขอโทษด้วยนะค่ะที่ไม่สามารถอัพได้ทัน ใครที่มีโอกาสว่าจะได้ไปเที่ยวที่นี่หลังปีใหม่ ยังไงก็ลองตามเก็บข้อมูลไว้พิจารณาดูได้นะค่ะ


วันนี้มาอัพเรื่องราวเกี่ยวกับที่พักกันค่ะ ในวันที่เดินทางออกจากถ้ำลอดนั้น เป็นเวลาเย็นพอสมควร เพื่อนร่วมทริปหลายคนหิวแล้ว พี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านรู้ใจพวกเรา กองทัพต้องเดินด้วยท้องจึงบอกคนขับรถให้ไปแวะหาอะไรทานเลยและเข้าที่พัก เนื่องจากวันนี้เราเดินทางกันใช้เวลาอยู่ในรถหลายชั่วโมงแล้ว อยากทานอาหารและพักผ่อนกันเต็มแก่แล้ว พี่คนขับรถจึงพอเราไปยังร้านอาหารและที่พัก




เราไปถึงร้านอาหารมึดพอสมควร ตามต่างจังหวัด แอนว่าไฟฟ้าน้อยค่ะ ภาพของเราจึงมืด ( แอบโทษแสงสีว่าไม่เอื้ออำนวย 555 แต่ไม่โทษฝีมือการถ่ายภาพของตัวเองค่ะ ฮี่ๆ)




เราเดินขึ้นไปด้านบน พบว่ามีเพียงกลุ่มเราเท่านั้นที่เป็นคนไทยมาทานอาหารที่นี่ นอกนั้นเป็นชาวต่างชาติกันหมดเลยค่ะ ชาติไหนหล่ะ ความหมายตรงๆ เลยค่ะ พวกฝรั่งค่ะ โดยพวกเค้านั่งรออาหารก่อนเราหลายโต๊ะทีเดียว พวกเราจึงนั่งลงเปิดเมนูสั่งอาหารกันบ้าง ระหว่างนั่งรอประกอบกับอากาศเย็นทำให้เหล่าบรรดาพ่อบ้านจึงสั่งเบียร์เย็นๆมาจิบให้หายหนาว เค้าว่างั้นค่ะ



เรานั่งรออาหารนานมากกกกค่ะเนื่องจากมีแม่ครัวคนเดียวที่นี้เป็นร้านอาหารที่อร่อยและดีที่สุดพี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านเธอว่างั้น ฉะนั้นต้องทำใจร่มๆ รอทานอาหารอร่อยๆอย่างใจเย็นๆ พวกเรารออย่างใจจดใจจ่อว่าจะได้ทานหรือยังพออาหารมาปุ๊บไม่ทันได้ถ่ายรงถ่ายรูปกันเลยค่ะ แต่ละคนคว้ากันคนละหนุบละหนับแป๊บเดียวเกลี้ยง ส่วนแอนมีหวังคว้ากล้องมามัวแต่ถ่ายรูปคงไม่ได้ทานเป็นแน่แท้ค่ะ ฉะนั้น ส่วนตรงนี้จึงไม่ได้มีรูปมาฝากกันนะค่ะ ขออภัยอย่างแรง




หลังจากทานอาหารกันอิ่มสบายท้องเรียบร้อย พี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านจัดแจงไปที่เคาน์เตอร์พูดคุยกันสักพักก็กลับมาที่โต๊ะอาหารแจกกุญแจห้องพักหล่ะค่ะ ทั้งหมดที่เราพักกันในคราวนี้ 5 ห้องค่ะ เรารับกุญแจมาจึงรีบเดินฝ่าความมืดเข้าห้องพักไปอาบน้ำกันค่ะเนื่องด้วยอากาศที่หนาวเย็น ทำให้เราต้องทำเวลา ภาพนี้เป็นภาพในห้องที่เราพักค่ะ เป็นที่นั่งในห้องเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเป็นวัสดุจากธรรมชาติทั้งหมดค่ะ




รูปนี้เป็นส่วนของโต๊ะเครื่องแป้ง ข้างๆตู้ใส่เสื้อผ้าค่ะ มีน้ำบริการให้ตามมาตรฐาน 2 ขวดค่ะ




ด้านหน้าของตู้เสื้อผ้าเป็นแบบนี้ค่ะ ความจริงมีบานประตูนะค่ะ แต่แอนถ่ายแบบเปิดประตูตู้แล้วมาให้ดูค่ะ ดูแบบนี้แล้วหลายคนที่อาจไม่ชอบอาจว่านอนไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราพักกันแบบนี้ในต่างจังหวัดของประเทศลาวถึอว่าดีแล้วค่ะ แล้วอีกอย่าง บรรยากาศโดยรอบของที่พักคือธรรมชาติที่บริสุทธิ์ อากาศสดชื่นบริสุทธิ์สุดยอดเลยค่ะ




ห้องพักของเค้ามีบริการทั้งแอร์และพัดลมค่ะ ประมาณ 2 in 1 ค่ะ เลือกเปิดตามใจชอบค่ะ




ในส่วนของห้องน้ำ ไม่ได้หรูหรา วัสดุธรรมดา แต่ความสะอาดใช้ได้ไม่ต้องกังวลค่ะ




มีครบพร้อมค่ะ เครื่องทำน้ำอุ่น ชักโครก กระจกแต่งตัวส่องหน้าตาในห้องน้ำ ใช้ได้นะค่ะ




มาถึงในส่วนของที่หลับที่นอนกันบ้าง มีมุงตรงกลาง โยงมาจากด้านบน สามารถกางได้จริง เนื่องจากอยู่ต่างจังหวัดอาจมียุงบ้างตัวอะไรต่างๆบ้างที่สามารถบินได้ หากเราเปิดประตูเข้าๆออกๆ กันอยู่เนืองๆ สามารถดึงมุงออกมาใช้งานได้เลยค่ะ




นี่ค่ะ ตัวอย่างที่เด็กๆ ของแอนแอบซนอยากกางมุง เค้าว่าแปลกไม่เคยเห็น เด็กน๊อเด็ก แปลกจากบ้านก็เลยอยากเห็นทำให้แอนต้องดึงลงมาให้เค้าค่ะ แต่จะว่าไปก็ดีค่ะ เพราะกลัวยุงกันเด็กๆค่ะ กันไว้ก่อนจะได้ไม่เดือดร้อนค่ะ




หน้าตาบ้านพักที่เราได้มีโอกาสเก็บรูปมาในยามเช้าค่ะ ระหว่างเดินออกไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ก็ดูสวยท่ามกลางธรรมชาตินะค่ะ เรือนหลังนึงมีห้องเดียวนะค่ะ แยกอิสระกันคนละเรือน แต่มีข้อดีอย่างนึงค่ะ เรือนแต่ละจุดจะมีสองหลังอยู่ติดกันค่ะ และมีบันไดขึ้นคนละทาง ใครที่มาเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างน้อยก็ได้อยู่ใกล้กัน หากมีเด็กมาด้วยจะได้อุ่นใจได้อยู่ใกล้กับพ่อแม่ค่ะ




นี่ค่ะรูปที่พักที่มีสองหลังอยู่ใกล้กัน




ใกล้ๆ ชัดๆกับอีกภาพ ได้โอกาสยามเช้าถ่ายรูปได้ชัดเจนกว่าตอนค่ำของเมื่อวานดังนั้นจัดให้เลยค่ะ




จากที่พักของแอนเดินลงกระไดมาเป็นแบบนี้ค่ะ นั่งพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวาย แสงสีเสียงในเมืองกรุงมาสัมผัสโอโซนธรรมชาติเยี่ยงนี้ ได้ยินเสียงวัว เสียงนก เสียงไก่ เงียบสงบมาก หาหนังสือมาอ่อนได้ผ่อนคลายจริงๆค่ะ




เดินไปอีกนิดมีรั้วเล็กๆและประตูเดินลงไปสู่แม่น้ำไฮได้ค่ะ




ถ่ายรูปไปมารอสมาชิกกันครบของครอบครัวแล้วจึงอพยพไปหาอะไรทานยามเช้ากันค่ะ เช่นเคยที่เดิมที่เรานั่งทานอาหารกันเมื่อคืน รูปนี้เป็นร้านอาหาร ไม่สิห้องอาหาร ไม่รู้หล่ะจะเรียกอะไรก็แล้วแต่เป็นส่วนที่เราต้องขึ้นไปทานอาหารกันค่ะ ภาพจากตอนกลางคืนอย่างที่บอกไม่ชัดเจน ฉะนั้นเช้านี้เอาใหม่ค่ะ




ขึ้นมาแล้วค่ะด้านบนเป็นแบบนี้ บนนี้ไม่มีห้องน้ำนะค่ะ ส่วนของห้องน้ำต้องลงไปด้านล่างมีแยกต่างหาก ถือว่าโอเคดีค่ะ แต่ถ้ามืดๆ คงจะกลัวนิดหน่อยนะถ้าใครกลัวความมืดอ่ะค่ะ




มีทีวีให้ดู รับรู้ข่าวสารนะค่ะ



target="_blank">
ABF ตามมาตรฐานสากล ฝรั่งมาเยอะอันนี้ขาดไม่ได้เชียวหล่ะค่ะ




ชอบอะไรหยิบได้ตามสบายเลยค่ะ ข้าวต้มก็มีค่ะ




หน้าตาข้าวต้มเครื่องของแอนค่ะ




ส่วนจานนี้ของเด็กระหว่างเค้าเดินไปเอาขนมปังค่ะ




ทานข้าวเสร็จแล้วก็ยังคงเก็บภาพมาฝากกันอีกค่ะ อยากจะบอกว่าอากาศดีมากจริงๆค่ะ




ชมวิวสวยๆ กันไปเพลินๆนะค่ะ เห็นมั๊ยค่ะธรรมชาติจริงๆ มีวัวออกมากินหญ้าด้วยค่ะ




เค้าเรียกที่นี่ว่าสายน้ำไฮรีสอด เพราะมีแม่น้ำไฮไหลผ่านค่ะ




มีเรือจอดเรียงอยู่ไม่มาก บ้านแต่ละหลังอยู่ห่างจากกันไม่แออัดเหมือนเมืองกรุงค่ะ




ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก่อนกลับ คิดค่าเสียหายกันก่อน มองๆ แล้วมึน หลายแสนจนเป็นล้าน ปวดเศียรเวียนเกล้ากันจริงๆ




อันไหนห้องพักหล่ะนี่ อาจมะออก ดูไปดูมา พบว่าห้องพักคืนละ 400 บาทเองค่ะ




รูปร่างหน้าตา ธนบัตรเป็นแบบนี้ จำไม่ได้ว่าคราวที่แล้วที่ไปเวียงจันทน์ ถ่ายไว้หรือเปล่า คราวนี้ก็ถ่ายอีกที




ด้านหน้าไปแล้วขอด้านหลังบ้างค่ะ




อันนี้นามบัตรเจ้าของรีสอร์ท ที่เจ้าของฝ่ายหญิงเป้นคนไทยพบรักกับชาวลาวพากันมาเปิดที่พักให้เราได้พักกัน ใครสนใจอยากไปเที่ยวไปพัก โทรไปได้เลย แอนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย บอกกันตรงนี้ก่อน หลายคนหลายแบบต่างความคิด บ้างก็ชอบเที่ยวแบบนี้ บ้างก็ชอบเที่ยวแต่ความศิวิไลซ์ แต่แอนเที่ยวได้หมดค่ะ




รถของเราเตรียมติดเครื่องรอแล้ว กระเป๋าพร้อมแล้วอยู่บนรถ ยังรอแค่สมาชิกทำธุระส่วนตัวเข้าห้องน้ำห้องท่าเตรียมพร้อมเพื่อที่จะออกเดินทางต่อไปค่ะ




ก่อนจากไป เจ้าของที่พักทั้งสองชายหญิงมาส่งพวกเราขอให้เที่ยวให้สนุก มีโอกาสก็แวะมาพักอีกเค้าทั้งคู่ว่างั้นค่ะ



พวกเราจากไปพร้อมกับความทรงจำที่ดีว่าที่นี่อาหารแม้จะไม่ได้อร่อยมากขนาดเน้นย้ำว่าพลาดไม่ได้แต่รสชาดก็ใช้ได้ แถมสะอาดและไม่แพงค่ะ พักผ่อนที่นี่พร้อมกับบรรยากาศสดชื่น หากมีโอกาสคราวหน้าคงได้แวะมาเยือนกันอีกสักครั้งค่ะ


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม




 

Create Date : 14 มกราคม 2555    
Last Update : 16 ธันวาคม 2557 8:54:01 น.
Counter : 1825 Pageviews.  

เที่ยวนครพนมทะลุลาวอีกรอบ ตอน ม่วนชื่นถ้ำลอดกองลอ @ ท่าแขก แขวงคำม่วน



จากเมื่อวานนั่งอัพบล็อคไปมา อาการเหนื่อยเมื่อยล้ามาเยือน ทำๆอยู่ดีๆ ออกอาการง่วงนอน นั่งสัปงกอยู่หน้าคอม หัวโขกแป้นพิมพ์สองสามครั้งไม่ไหวเกินจะต้านทาน เลยต้องจบแบบดื้อๆ รีบไปนอนกันซะก่อน



วันนี้ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ เลยได้ทีแวะมาอัพต่อจากเมื่อวานกันค่ะ เราทั้งหมด รวมคนขับนั่งรถนานพอสมควร จากเช้าจรดบ่าย แอนจึงสอบถามจากพี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านว่า พี่ๆ พี่ค่ะ นี่เราจะไปไหนกันหรือ พี่สาวคนดีตอบว่าจะพาเราไปเที่ยวถ้ำลอดกันค่ะ ถ้ำลอดนี่อยู่ไหนกันหรือค่ะ ไมมันไกลเหลือเกืน นั่งตั้งนานแล้วจนเมื่อยตรูดเมื่อยก้นแล้วก็ยังไม่เห็นถึงสักที พีสาวก็ตอบว่าอีกไม่นานจ๊ะเดี๋ยวก็ถึง ที่นี่สวยมากนะ ตั้งอยู่ในท่าแขก เวลาใครมา พี่จะพามาเที่ยวที่นี่ เป็นธรรมชาติที่สวยงาม ทุกคนที่มากลับไปประทับใจกันทั้งนั้น




เราก็นั่งอีกสักพัก นานพอดูเหมือนกัน ที่แอนว่านานอาจจะเพราะว่าถนนหนทางเค้ายังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อีกทั้งประกอบกับประชาชนที่อยู่ที่นี่นึกจะขับรถกันก็ตามใจฉัน เลยทำให้นานสักหน่อยค่ะ









มาดูข้อมูลถ้ำกันก่อนค่ะ
ถ้ำลอดกองลอ อยู่ที่เมืองหินบูน แขวงคำม่วนค่ะ ตำนานเล่าว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านยังไม้รู้ว่าในโพรงถ้ำแห่งนี้สามารถทะลุถึงอีกเมืองหนึ่งได้ จนกระทั่งมีเป็ดน้อยตัวหนึ่ง ว่ายลอยตามแม่น้ำมายังเมืองหินบูนแห่งนี้ จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านพากันล่องแพสำรวจเส้นทาง ทุกคนถึงกับร้องอ๋อ…ก็มันทะลุผ่านถึงกันได้เนี่ยเอง พี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านยังบอกอีกว่าวันนี้เราเดินทางไปไม่ทะลุอีกฝั่งนึงเนื่องจากใช้เวลานานพอสมควร เส้นทางภายในถ้ำยาวประมาณ 7 กิโลเมตร




แขวงคำม่วนเป็นแขวงที่อยู่ตอนกลางของประเทศ ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ประมาณ 320 กิโลเมตร เป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศ มีเขตแดนติดต่อกับประเทศไทยและเวียดนาม ที่นี่ประกอบด้วยหลายชนชาติ ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันเพราะมีชายแดนติดกับแขวงบริคำไชย,แขวงสะหวันนะเขต,ประเทศไทยและ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามค่ะ





ถึงแล้วค่ะ หลังจากจอดรถแล้ว เราต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไปค่ะ ตลอดการเดินทางสภาพจะเป็นป่าแบบนี้ เดินสักประมาณ 1 กิโลเห็นจะได้ วันที่เราไปกันมีคนไปเที่ยวด้วยค่ะไม่เยอะมากเท่าไหร่





เดินกันไปเกือบสุดได้ยินเสียงน้ำและเสียงคนมากมาย ใกล้ๆกันมีป้ายเช่นนี้อยู่ค่ะ ตรงนี้ใครอยากเข้าห้องน้ำเค้ามีบริการค่ะ ที่นี่มีเจ้าหน้าที่จัดคิวให้เราด้วยค่ะ เรือหางยาวลำนึงนั่งได้ 3 คนเท่านั้นจำกัดจำนวนค่ะ เพื่อความปลอดภัย





ซื้อตั๋วเรือกันเรียบร้อยแล้ว เราแบ่งเป็นเรือสามลำค่ะ ลำแอนมีสามสาวพี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้าน ภรรยาเพื่อนคุณพ่อบ้านและแอน อีกสองลำเป็นลำของแต่ละครอบครัวให้คุณพ่อบ้านทำหน้าที่ดูแลลูกๆ กันไปค่ะ





เดินผ่านน้ำใสๆ ได้ยินเสียงน้ำตกเล็กๆ ฟังแล้วสบายใจ เงียบ สงบและสดชื่นจริงๆค่ะ





ถ่ายไปอีกด้านนึงเจอแสงแดดสะท้อนออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ





ชอบรูปนี้มาก ภูมิใจนำเสนอค่ะ สวยมั๊ยค่ะ





เดินเข้าไปบริเวณปากถ้ำเข้าไปทุกที ถ้าเป็นแอนมาเองคงไม่รู้ คงได้แต่ยืนถ่ายรูปชมวิวอยู่แค่ด้านนอกเป็นแน่แท้ค่ะ





ปีนขึ้นเขาน้อยๆ ผ่านซอกหินนิดๆ หน่อยๆ





หน้าถ้ำแล้ว










เค้าทำบันไดปูนเดินมาตามทางสบายๆค่ะ แค่มืดนิดหน่อย จากตรงนี้มีเรือจอดเรียงรายกันมากมาย ที่นี่ปลอดภัยเจ้าหน้าเค้าให้เราทุกคนใส่เสื้อชูชีพ ทำให้แอนรู้สึกดี คนไหว้น้ำไม่เป็นอย่างแอน บอกตามตรงค่ะกลัว แต่ใส่เสื้อแล้วรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเลยค่ะ





นั่งไปเป็นระยะไกลพอสมควร ภายในถ้ำมืดสนิท จะมีก็เพียงแสงไฟที่เจ้าหน้าที่หมอบให้จากไฟฉายเรือลำนึงให้ไฟฉาย 1 กระบอก พร้อมกับไฟที่ติดไว้บนศรีษะอีกชุดนึงต่อลำค่ะ ถึงแล้่วก็ลุกเดินตามๆกันไปมีเจ้าหน้าที่เค้านำหน้าค่ะ





ผ่านหินงอกหินย้อย หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายฉับๆ















เดินไปเรื่อยๆ มีไฟสีประกอบเป็นจุดๆ ดูสวยดีค่ะ แอนเองไม่เคยไปเที่ยวถ้ำ เห็นแล้วก็ตื่นตาตื่นใจดี















เก็บภาพเป็นระยะๆ กันไป





ตรงจุดนี้ดูสวยดีค่ะ










ตรงนี้เป็นบ่อน้ำที่มีน้ำซึมออกมาจากพื้นดิน เป็นน้ำที่มาจากแม่น้ำหินบูน แต่ถูกกั้นด้วยทรายจึงทำให้บ่อน้ำแห่งนี้ไม่แห้งและมีน้ำซึมออกมาอยู่ตลอด





เดินกันไปจนสุดเส้นทางที่เราซื้อตั่ว เจ้าหน้าให้นั่งเรือกลับ ระหว่างรอลำอื่นๆ เก็บภาพน้ำในถ้ำมาให้ดู ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่แต่ก็พอมองเห็นเนอะ นั่งสักแป๊บ เจ้าหน้าที่เค้าก็ปล่อยให้ลงเดิน ลุยทรายเนื้อละเอียดนุ่มเท้า แล้วก็ไปต่อเรืออีกครั้งนึง เหมือนกันว่าเส้นทางในถ้ำช่วงที่เราเดินตรงนั้นท้องเรือคงจะชนกับโขดหิน เจ้าหน้าที่เค้าก็เลยให้เราลงเดินอ่ะค่ะ





พอขึ้นเรื่อต่อ นักออกมาสักพักประมาณกี่นาทีนี่จำไม่ได้เลยค่ะ แถมไม่ได้จับเวลาเพราะมองไม่เห็น แต่ในความรู้สึกไม่นานมาก นั่งสักพักก็เห็นปากถ้ำค่ะ





สภาพเรื่อที่เราต้องนั่งกัน แอนเก็บภาพมาฝากในตอนขากลับหลังจากลงเรือรอสมาชิกร่วมเดินทางทั้งหมดเข้าฝั่งให้ครบค่ะ





สมาชิกก็เริ่มกลับออกจากถ้ำกัน





ใกล้ปากถ้ำเข้าไปเรื่อยอีกแล้ว มองไปอีกฟากเห็นคนเต็มเลยเค้ากำลังทำอะไรกันนะ!!!





หน้าปากถ้ำพอดิบพอดีเลย





ดูกันชัดๆ เค้ากำลังทำอะไร อ๋อ..เค้ากำลังข้นของเหมือนย้ายบ้านจากหมู่บ้านทางนี้ลงเรือไปยังอีกหมู่บ้านนึง พี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านว่าเป็นหมู่บ้านลับแล จริงป่าวน๊อพี่หลอกแอนป่าวนี่





ผ่านโขดหินเล็กใหญ่จากตรงนี้เดินไม่ไกลเพื่อข้ามไปยังสะพานไม้ที่เราเดินมา














น้ำใสดีเนอะ




ถึงสะพานไม้กันแล้ว เรากลับออกมาเย็นแล้วหล่ะค่ะ คนเลยเหลือน้อยเพราะทยอยกลับกันแล้ว




ตั๋วเรือและราคาที่เราซื้อค่ะ ไม่ได้ถ่ายตอนขาไป เก็บไว้ถ่ายตอนขากลับแล้วกันค่ะ




เดินกลับข้ามสะพานมาแล้ว มีป้ายบอกราคาค่าเรือต่อคน และค่าบริการใช้ห้องน้ำ




ออกเดินทางกันอีกครั้ง เพื่อมุ่งไปยังที่พักและทานอาหารเย็น จบกันไว้ตรงนี้ก่อนแล้วค่อยมาต่อกันคราวหน้านะค่ะ แอนจะพยายามอัพบล็อคให้จบภายใจปีนี้สำหรับทริปลาว เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะไปเที่ยวในละแวกนั้นนะค่ะ




ช่วงนี้ลมหนาวพัดมาแล้วประกอบเข้าสู่วันคริสต์มาสแล้วด้วย ถือโอกาสนี้อวยพรให้ทุกคนชาวบล็อคมีความสุข สุขภาพแข็งกันด้วย ดูแลรักษาสุขภาพกันหน่อย ใครจะไปเที่ยวปีใหม่ขอให้เดินทางปลอดภัยและเที่ยวให้สนุกนะค่ะ









 

Create Date : 25 ธันวาคม 2554    
Last Update : 16 ธันวาคม 2557 8:54:40 น.
Counter : 2866 Pageviews.  

เที่ยวนครพนมทะลุลาวอีกรอบ ตอน ออกเดินทาง





สวัสดีประจำวันศุกร์เกือบสิ้นเดือนกันค่ะ

หลายวันแล้ว ว่าจะ จะ จะ อยู่นั่น จะอัพบล็อคตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แต่หาเวลาว่างไม่ค่อยได้เลยค่ะ วิ่งๆ เหนื่อยๆ เข้าโรงพยาบาลอยู่นั่น วันนี้วันศุกร์ตอนดึกได้มีเวลาพักผ่อนหายใจกันบ้าง ฉะนั้น มาต่อกันจากคราวที่แล้วกันค่ะ

หลังจากที่่เราเช็คเอ๊าท์จากโรงแรมแล้ว เราออกเดินทางกันค่ะ โดยมีเพื่อนคุณพ่อบ้านแวะมารับที่โรงแรม แล้วออกไปหาอะไรทานกัน วันนี้สมาชิกผู้ร่วมเดินทางของเรามีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อวานค่ะ คือมีพี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้าน มาพร้อมกับคนขับรถจากทีทำงานค่ะ พี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านนั้นเป็นคนที่นี่ค่ะ อาศัยและทำงานที่นครพนม พวกเรามีโอกาสได้รู้จักเรียกว่าสบายไปเลยค่ะ มีไกด์นำทางและคนขับรถพาเที่ยว ทริปนี้เริ่ดจริงๆค่ะ สบ๊าย สบาย


ออกเดินทางมายามเช้า พี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้าน พาแวะไปหาอะไรทานเพิ่มเติม กลัวว่าทุกคนจะหิว เลยแวะมาที่นี่ค่ะ


แถวนี้ แอนไม่แน่ใจว่าเรียกว่าสถานที่ใด น่าจะเรียกว่าเป็นริมฝั่งโขงเขื่อนหน้าเมืองนครพนม ถ้าผิดช่วยแย้งด้วยนะค่ะ เนื่องจากทริปนานเกิน ทำให้ลืมค่ะ >.<



ถึงแล้วค่ะ ร้านนี้เอง ร้านที่เรามาทานเป็นเจ้าอร่อยในนครพนมค่ะ พี่สาวเพื่อนคุณพ่อบ้านเค้าว่างั้น



ร้านจะอยู่ใกล้ที่นี่ค่ะ ริมฝั่งแม่น้ำ เช้าวันที่ไปอากาศดีทีเดียวค่ะ ระหว่างรออาหารแอนแวะมาเดินเล่นเก็บรูปค่ะ



ริมฝั่งแม่น้ำยามเช้า สวยดีค่ะ ในรูปถ่ายโดยหันไปทางด้านซ้าย




ส่วนอันนี้หันไปทางด้านขวาค่ะ






ผ่านร้านขายกาละแม เดี๋ยวค่อยมาซื้อ กลับไปทานอาหารกันก่อนค่ะ



หน้าตาอาหารเป็นอย่างนี้ อร่อยมั๊ย ใช้ได้ค่ะ เค้ามีไข่กะทะด้วย แอนไม่ได้ทานเลยไม่ได้ถ่าย อีกอย่างมัวแต่เดินหนีไปถ่ายรูปด้วยค่ะ กลับมาเค้าทานกันเกือบหมดแล้วด้วย



หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยออกเดินทางกันเลยค่ะ ในรูปแวะผ่านด่านกันหน่อยค่ะ คนเพียบเลย เอกสารหนังสือเดินทางของพวกเราไม่ยุ่งยากวุ่นวายค่ะพี่คนขับรถลงไปจัดการให้เจ้านายค่่ะทำให้เราไม่เหนื่อยหอบวิ่งไปวิ่งมาค่ะ ดังนั้นระหว่างรอเราจึงเลือกทำอย่างอื่นได้ ไม่ว่าจะวิ่งไปห้องน้ำก็ได้ ถ่ายรูปเล่นก็ได้ อย่างแอนเลือกทำอันหลังค่ะ




ภายนี้ถ่ายจากระยะไกล ลาวอยู่ฝั่งกระนู้น




ผ่านด่านเข้ามาปท.ลาวมาแล้วค่ะ จะเริ่มเห็นป้ายโฆษณาแล้วน๊าเป็นร้านดาวค่ะ




ขับๆ ได้สักระยะ พักอีกแล้วค่ะ ผ่านชุมชนมีของขายเยอะแยะ พวกเราสั่งให้คนขับรถจอด แวะซื้อกันอีกแล้วค่ะ ใครใคร่ซื้อซื้อ เราไม่ซื้อแต่เรากินด้วยค่ะ ผลจากการแวะ ได้ปิ้งไก่กันมาหลายไม้ กับไข่ปิ้งและพุทราค่ะ




ระหว่างทางไม่มีอะไรทำ ควักธนบัตรของลาวมาดูแก้เซ็ง หน้าตาธนบัตรของลาว ใบนี้ดูใหม่ดีนะค่ะ





วันที่เราออกเดินทาง 1 มกรา อากาศดีจริงๆค่ะ เย็นสบาย ไม่ร้อนไม่หนาว ดูสีท้องฟ้าสิค่ะ ยืนยันค่ะยืนยัน





ขับได้สักระยะแวะอีกแล้วค่ะ แวะปั้มซื้อหนมกัน หน้าตาปั้มก็เหมือนบ้านเราหล่ะค่ะ แต่ออกจะเงียบกว่าแอนว่างั้นนะ





แอนขี้เกียจลงคุณพ่อบ้านนั่งใกล้ประตู เลยวิ่งไปซื้อเสบียงมาตุนไว้ เพราะยังต้องนั่งอีกไกล แวะซื้อน้ำมาทานกันหน่อยเผื่อหิวน้ำกัน น้ำที่ลาวแพงมากกกค่ะ ในรูปน้ำดื่มตรา "หัวเสีย" คุณพ่อบ้านว่างั้น เพราะอะไรรู้มั๊ย มาค่ะ จะเฉลยให้ฟัง เพราะมันแพงค่ะ ดื่มแล้วเลยหัวเสีย 555




นั่งไปยังไม่ทันไร แวะอีกแล้วค่ะ ขับๆ ไปก็แวะกันอีก ที่ร้านดาวเฮือง
ด้านหน้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรมแรมริเวียร่าค่ะ




สภาพบ้านเมืองเค้า แอบให้คิดว่าบ้านเราดีกว่าตั้งเยอะ








แวะพักกันอีกแล้วค่ะ จุดชมวิวของเค้า คนแวะกันเยอะมากเลยค่ะ ตรงไหนของลาวนี่ แอนไม่รู้จริงๆค่ะ




สวยมัียล่าาาา









ถ่ายแบบพาโนราม่า ดูบ้าง




ศาลานั่งพักระหว่างทางขึ้นเขาค่ะ





ทดสอบวิทยายุทธ์ กัน อ่านออกมั๊ยเอ่ย




ยังคงชอบวิวที่นี่ เอารูปมาให้ดูเพิ่มอีกค่ะ














รีวิว ยังไม่จบ วันนี้ง่วงแล้วพรุ่งนี้มาต่อกันใหม่นะค่ะ




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2554    
Last Update : 16 ธันวาคม 2557 8:55:15 น.
Counter : 1013 Pageviews.  

เที่ยวนครพนมทะลุลาวอีกรอบ ...รีวิวที่พัก @ ณ ธาตุพนม เพลส



สวัสดีประจำเดือนธันวาคมค่า


หายหน้าหายตาไปร่วมครึ่งค่อนเดือนทีเดียว วันนี้มาอัพบล็อคแล้วค่ะ มีทริปจากการเที่ยวปีใหม่ที่ผ่านมา มาฝาก รีบเอามาลงก่อนที่จะข้ามปีค่ะ ฮี่ฮี่ ไม่อยากกลายเป็นทริปข้ามปี แต่เรียกว่าเป็นทริปนานโข จากเดิมที่แรกๆ จะเอามาลงหลังจากที่ไปเที่ยวกลับมาก็กลายเป็นผลัดมาเรื่อยๆ จวบจนไปเที่ยวที่อื่นไหนต่อไหนก็ยังไม่อัพบล็อคทริปนี้ นี่ก็เล่นเอาจะชนปีถัดไปยังไม่เอาลงเลย แต่วันนี้จับเอามาปัดฝุ่นแล้วค่ะ เผื่อจะเป็นประโยชน์แด่เพื่อนๆ พี่ๆ ที่จะเดินทางไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้


ทริปนี้เราเดินทางโดยนั่งเครื่องบินไปลงที่นครพนมค่ะ เหตุผลที่ไปเที่ยวที่นี่ อีกแล้วค่ะ คุณพ่อบ้านเค้ามีเพื่อนเป็นคนที่นี่ค่ะ เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนเตรียมฯ คบกันเรื่อยมาจนเข้ามหา'ลัยเดียวกันคณะยอดนิยมในตอนนี้ เรียกว่าซี้ย่ำปึกเลยค่ะ เค้าสองคนคุยกันตามประสาคนหนุ่มว่าปีใหม่จะไปเที่ยวไหนกันดี คุณพ่อบ้านของเราไม่มีที่ไป คุณเพื่อนเค้าก็เลยชวนไปเที่ยวบ้านเค้าแล้วจะพาไปเที่ยว คุณพ่อบ้านก็ตกปากรับคำโดยไม่มีถามคุณแม่บ้านเลยค่ะ เพื่อนกันก็คอเดียวกันอยากไปด้วยกันอย่างนี้แหละค่ะ เราแม่บ้านมีหน้าที่จัดเตรียมและแพคกระเป๋าตามคำสั่งเท่านั้น เค้าให้ไปไหนก็ไปตามเค้า เรียกว่าเที่ยวอย่างไม่มีสมองอ่ะค่ะ


สองเพื่อนเกลอตกลงนัดแนะกันว่าถ้าครอบครัวเราคุณลูกสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ตามไปโดยคุณเพื่อนจะล่วงหน้าไปก่อนเพราะเค้ามีบ้านอยู่ที่โน่น ส่วนเราให้ตามไปอย่างเร็วเราก็เลยต้องรีบจัดการเหาะไปเลยค่ะ



ในภาพพวกเราทั้งสี่เกาะนกบินไปเลยในตอนเย็นของวันที่31




และเนื่องจากรถติดตอนไปสนามบินดอนเมือง เราไม่มีเวลาทานที่นั่น เราแวะอาหารแบบด่วนๆ ที่สนามบินไว้ทานบนเครื่องบินกันก่อน ยามหิวไม่ว่าอะไรที่เราซื้อมาอร่อยเสมอ แต่แอบแพง งุงิ งุงิ




ลำข้างบนนึกว่าเป็นลำที่เราจะขึ้น แต่ป่าวค่ะ ผิด ต้องลำนี้ต่างหาก




ขึ้นไปเตรียมนั่งประจำตำแหน่ง




ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงกว่าๆ เอ ทำไมนานจังน๊า




บ่นไปบ่นมาสักพักเครื่องก็ร่อนลง




ออกเดินทางมาตั้งแต่ สี่โมงกว่าๆ ถึงนครพนมก็หกโมงกว่าๆ ค่ะ




ความมืดเริ่มมาเยือน เราทั้งสี่จึงรีบสาวเท้าออกไปเพราะเพื่อนคุณพ่อบ้านมารอตั้งนานแล้ว หลังจากนั้นเดินทางโดยรถตู้เข้าเมืองไปทานข้าวบ้านเพื่อนคุณพ่อบ้านค่ะ อารามหิวทานเพลินไม่ได้ถ่ายรูปกันเลยค่ะ แต่ก็ไม่มีอะไรมากเพราะเป็นอาหารแบบบ้านๆ




จากนั้นก็พาไปนมัสการพระธาตุค่ะ เพื่อความสิริมงคลไปกันตอนมืดๆ นี่แล คนเพียบเชียวค่ะ ถามเพื่อนคุณพ่อบ้านว่าทำไมมากันตอนค่ำเยอะ พี่เค้าว่า คนจะมานั่งสวดมนต์ข้ามปีกันที่นี่เพื่อนความเป็นสิริมงคลไงหล่ะ




ทางพระธาตุเปิดไฟยามค่ำคืน สีตัดกันกับท้องฟ้า แอนว่าสวยดีค่ะ เสร็จจากไว้พระเรียบร้อยแล้วก็ปล่อยโคมต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนั้น


มาดูประวัติพระธาตุพนมกันหน่อยค่ะ

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม


ตามตำนานอุรังคธาตุ กล่าวว่า ท้าวพญาทั้งห้าผู้เป็นใหญ่ ได้แก่พญาสุวรรณภิงคาร เจ้าเมืองหนองหานหลวง พญาคำแดง เจ้าเมืองหนองหานน้อย พญาจุลณีพรหมทัต เจ้าเมืองจุลนีพรหมทัต พญาอินทรปัตถ์ เจ้าเมืองอินทปัตถนคร และพญานันทเสน เจ้านครศรีโคตรบูรณ์อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุ ได้สร้างอูบมูงขึ้นเพื่อประดิษฐานพระอุรังคธาตุ ตามพุทธพยากรณ์ โดยก่อสร้างด้วยดินดิบ (อิฐดิบ) ฐานพระธาตุพนมได้ขุดลงไปจนเป็นอูบมุง (อุโมง) เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กระดูกส่วนหน้าอก เมื่อก่อด้วยดินดิบเสร็จแล้ว จึงได้ก่อไฟเผาพระธาตุเป็นเวลากว่าหลายวัน อิฐจึงได้แห้งสนิทจรดกัน ในพระธาตุพนม บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ซึ่งประมาณ พ.ศ. 8 พระอุตรเถระและพระโสณเถระ สมรทูตของพระเจ้าอโศกมหาราช ได้อัญเชิญมา และพระมหากัสสปะเถระได้นำมาประดิษฐานไว้บนภูกำพร้า ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ พระธาตุพนมได้รับการบูรณะและอุปถัมภ์โดยกษัตริย์แห่งล้านช้าง

ข้อมูลอ้างอิงจาก:
http://th.wikipedia.org
อนึ่งพระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิด สำหรับผู้ที่เกิดปีวอก และประจำวันเกิดปีเสาร์ด้วยค่ะ ซึ่งเราโชคดีที่ได้ไปนมัสการเพราะคนนึงในครอบครัวเกิดปีวอกด้วยค่ะ



จากนั้นก็เดินทางเข้าห้องพัก สนนราคาห้องพักไม่แพงเลย เพื่อนคุณพ่อบ้านเค้าเป็นคนท้องที่แถมรู้จักกันกับเจ้าของที่พักจึงได้ห้องพักในราคาที่ไม่แพงค่ะ

ที่ตั้ง : หมู่ 10 ถนนชยางกูล, ธาตุพนม, นครพนม
โทรศัพท์ : 042-532148-9 มือถือ 08-1504-7899




ของตกแต่งเก๋ๆ ที่โรงแรมค่ะ




เราถึงที่พักกันแล้ว ถ่ายมาแบบมึดๆ นั่นแหละ




ถึงห้องเราแล้วค่ะ วางกระเป๋าแล้วจัดการถ่ายรูปค่ะ รูปนี้สาวน้อยเป็นคนถ่าย มืออาจสั่นไหวเล็กน้อย ขออภัยค่ะ




สะอาดสะอ้าน โรงแรมใหม่ ใช้ได้ทีเดียวค่ะ ไม่ได้สวยหรู แต่แบบนี้แอนว่าโอเคมากแล้วค่ะ




วันที่เราไปอากาศเย็นดีค่ะ ไม่ต้องเปิดแอร์ เปิดหน้าต่างปิดมุ้งลวดเป็นอันใช้ได้ ยุงก็ไม่มีมากวนใจ




ที่วางกระเป๋าและกระจก




ห้องน้ำก็สะอาดใหม่เอี่ยมเยี่ยมไปเลยค่ะ




มาดูตอนเช้ากัน ถ่ายรูปสวนน้อยๆ แต่น่ารัก อากาศเย็นๆ สบายจัง




อีกด้านของที่พัก แต่คนละด้านกับที่แอนพักค่ะ




บริเวณด้านหน้าของที่พักค่ะ คาดว่าเป็นธุรกิจแบบครอบครัวเพราะมีแค่ 20 ห้อง คุณป้า เข็นเคาน์เตอร์ติดล้อ นำพวกขนมปัง ไข่ลวก ชา กาแฟ โอวัลตินออกมาให้บริการค่ะ




มองเห็นมั๊ยเอ่ย อยู่ทางด้านขวาอ่ะค่ะ




อีกด้านที่เราพัก และนั่นรถตู้ของเพื่อนคุณพ่อบ้านค่ะ ซึ่งต่อไปเราจะเดินทางด้วยรถคันนี้ตลอดที่อยู่ที่นี่และตลอดทางที่ไปเที่ยวค่ะ


รีบร้อนจนลืมไป ยังไม่ได้คอมเม้นท์เกี่ยวกับโรงแรมแห่งนี้
ความสะอาด : ให้ 4 คะแนนค่ะ เพราะเพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นาน ข้าวของเครื่องใช้ยังใหม่ ห้องน้ำห้องท่าก็ไม่มีคราบด้วยค่ะ
ความสะดวก : ให้ 4 .5 คะแนนเช่นกัน อยู่ติดถนนเลยค่ะ
ความประหยัด : ให้ 3 ดาว ราคาไม่แพงค่ะ



จบเรื่องที่พักสำหรับ ณ ธาตุพนมเพลสไป เดี๋ยวเราจะออกไปหาไรทานกันอีก ก่อนที่จะเดินทางข้ามฝั่งกันค่ะ







 

Create Date : 15 ธันวาคม 2554    
Last Update : 16 ธันวาคม 2557 8:56:00 น.
Counter : 14515 Pageviews.  

1  2  3  

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.