Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปนตอนที่ 9เดินเล่น ชม ช้อป และกิน @ Otarusushi

สวัสดีวันอาทิตย์พี่ๆ เพื่อนเป็นไงบ้างเอ่ย สบายดีมั๊ยเอ่ย เผลอแป๊บเดียวนี่ก็วันอาทิตย์แล้ว ไวจังเลยนะค่ะ แถมก็จะหมดเดือน9 กันแล้่วด้วยอีกสักแป๊บก็จะสิ้นปีกันอีกแล้ว ไวแท้น๊อ....เพื่อนๆพี่ๆ วางแผนจะไปเที่ยวไหนปีใหม่กันหรือเปล่า คาดว่าหลายคนคงจะเลือกญี่ปุ่นกันนะค่ะ ยิ่งช่วงนี้เค้าไม่ต้องทำวีซ่ากันแล้วด้วย ถือเป็นโอกาสทองกันเลยทีเดียว ใครจะไปญี่ปุ่นก็ขอให้เที่ยวให้สนุกนะค่ะ


วันนี้มาตามสัญญาค่ะ พยายามเริ่งรีบอัพบล็อคข้อมูลท่องเที่ยวนะค่ะ เผื่อจะมีประโยชน์กับทุกคนๆที่สนใจจะไปเที่่ยวญี่ปุ่นบ้างไม่มากก็น้อยหล่ะคะ่ ฮี่ :)




เช้าวันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2556 วันนี้ตามโปรแกรมแอนที่วางไว้เราจะไปเที่ยวโอตารุกัน แอนวางแผนไว้ว่าจะออกเดินทางแบบสบายๆ ไม่รีบ ตื่นนอนแล้วก็ไป แอนจึงเลือกที่จะนั่งรถไฟเที่ยว 10.14 น.สบายๆดีค่ะ รถไฟเป็น JR RAPID95 ใช้เวลาเพียง 32 นาที จะถึงโอตารุที่หมายเวลา 10.46 น. รถไฟของเรามาแล้วแต่ยังขึ้นไม่ได้เจ้าหน้าทีกำลังทำความสะอาดอยู่ เราต้องรอสัญญาณก่อนถึงจะขึ้นได้ค่ะ





ระหว่างที่เรารอรถไฟขบวนของเรา ทางฝั่งตรงข้ามเป็นอีกขบวนที่แอนอยากลองนั่งฝุดๆ ค่ะเป็นรถไฟ TWILIGHT ตอนแรกคาดว่าจะได้นั่ง แต่มีการเปลี่ยนแผนเลยไม่ได้นั่ง แง เสียดายฝุดๆ แต่ไม่เป็นไรคราวหน้ามาอีกคงได้มีโอกาสสักวันค่ะ





หลังจากที่รอรถไฟไม่นาน เราก็ได้ขึ้นค่ะ ขบวนในวันนี้มีคนค่อนข้างเยอะค่ะ แต่ไม่ถึงกับแน่น นั่งคุยกันไปสักพักก็ถึงโอตารุ ในรูปคือขบวนรถไฟที่แอนนั่งมา และเป็นรูปของลานชาลาที่โอตารุ



ถึงสถานีOTARU แล้วออกจากเครื่องตรวจตั๋วกันเรียบร้อยแล้วให้แวะศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวกันก่อนค่ะ (MIDORI NO MADOGUCHI) เข้าไปทำไม ก็นั่นแหละค่ะ หยิบแผนที่แล้วก็โบรชัวร์มาอ่านดูค่ะ มีหลายเวอร์ชั่นนะคะ ไม่ต้องห่วง ตอนหยิบดูดีๆ แล้วกันอย่าเผลอหยิบมาโดยไม่ได้ดูน๊า แต่ถ้าไม่มีก็เข้าไปขอที่เจ้าหน้าที่ด้านในได้ค่ะ




รับแผนที่เรียบร้อยเราเดินออกมาข้ามถนนค่ะ บังเอิญรถสวยสีสด OTARU SANSAKU BUS แล่นมาพอดี กล้องอยู่ที่มือจับภาพมาได้ 1 ใบค่ะ โชคดีที่ชัดเพื่อนๆ พี่ๆ จะได้เห็นรูปสวยไม่งั้นภาพคงได้เห็นภาพมัวๆ เบลอๆ กัน


โอตารุแบ่งเขตการท่องเที่ยว เป็น 4 ส่วนหลัก เป็นเมืองที่เหมาะแก่การเดินวนรอบไปเรื่อยๆ เราสามารถเลือกซื้อตั๋วรถบัสแบบโบราณในรูปด้านบนนะค่ะ ที่สถานีโอตารุได้เลยค่ะ มีทั้งแบบสามารถขึ้นลงได้วันนึงหลายรอบราคาเหมา 750 เยน/1วันค่ะ แต่ถ้าใครต้องการนั่งแบบเป็นเที่ยวๆ ละ 200 เยนค่ะ แต่แอนและครอบครัวไม่อยากนั่งรถ อยากเดินไปเรื่อยๆ ค่ะ ชมนั่นนู้นนี่ไปเพลินๆ เดี๋ยวก็ถึงจุดหมาย เราไม่รีบค่ะ



เดินตรงไปเรื่อยๆ ค่ะ ผ่านถนนช้อปปิ้ง แต่ยังเปิดร้านไม่เยอะค่ะ ดูเหมือนจะเงียบๆ คนน้อยมาก หรืออาจเป็นเพราะฝนตกค่ะ



เดินๆ ต่อไปเจอป้ายกางเกงยี่ห้อนี้สวยคลาสสิคดีค่ะ




เดินไปจนถึงรางรถไฟ THE OLD TEMIYA RAILWAY LINE คนถ่ายรูปกันเยอะหน่อย แอนเลยยืนเก็บภาพบ้างค่ะ




หนาวๆ ฝนก็ตก ขาจะก้าวไม่ออก เห็นรถลากอยากกวักมือเรียกแล้วกระโดดขึ้นจริงๆค่ะ




ใครที่ใช้วิธีเดินเท้าแบบแอนจะเห็นสถานที่ตามภาพเลยนะค่ะ




ผ่านป้ายเชิญชวนให้เข้าไปดูเครื่องแก้ว แบบน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย เราจะยังไม่แวะใดๆ ค่ะ เพราะตั้งแต่เช้ามาทานข้าวปั้นรองท้องกับนมและน้ำเท่านั้น ถึงตอนนี้หิวแล้วค่ะเป้าหมายเลยจะกลายเป็นร้านอาหารกันก่อน ตั้งใจมาหม่ำซูชิกันจริงจังเลยค่ะ




แอนเดินไปเรื่อยๆจากรางรถไฟเดินไปอีก 1 ชั่งบล็อคก็เลี้ยวขวาค่ะ เดินไปจนถึงคลองเล็กๆด้านหน้า




เราก็ข้ามคลองค่ะ แล้วก็ข้ามถนนค่ะ ด้านหัวมุมถนนทางซ้ายมือจะเป็นตึกเขียนว่า ROMANKAN เราไม่เดินไปทางนั้นเราเดินไปทางขวาค่ะ ความตั้งใจแรกตั้งใจจะไปทาน MASASUCHIกันค่ะ แต่แหมเดินผ่านร้านนี้แล้วดูมันหน้ากินจริงๆ คุณพ่อบ้านเลยไม่ไปร้านเป้าหมาย แต่เลือกทานร้านนี้ด้วยให้เหตุผลว่าร้านนั้นคนคงเยอะ หิวรอไม่ไหว เอาร้านนี้เลยก็แล้วกัน ทำแอนผิดแผนตลอด แต่ไม่เป็นไรร้านนี้ไม่มีคนรีวิวแน่ ว่าไงก็ว่าตามกันค่ะมาด้วยกันนี่หน่า



เดินไปนิ๊ดเดียวจะเจอร้านนี้ค่ะ " OTARUSUSHI "




เห็นดิสเพลย์หน้าร้านเป็นแบบนี้ค่ะ แอนไม่รีรอ เข้าไปเลยคุณป้าถามมากี่คน แล้วก็พาเราไปนั่งโต๊ะค่ะ แต่แอนไม่ชอบ ชอบนั่งเค้าน์เตอร์ชอบดู เลยขอนั่งเค๊าน์เตอร์แทน ตอนเข้าไปมีประมาณ 2 โต๊ะค่ะ เวลาตอนนั้นยังไม่เที่ยง 11โมงกว่าๆ ค่ะ



สภาพด้านในของร้าน




ใครจะมาทานร้านนี้ ห้องน้ำอยู่ตรงผ้าม่านสีเขียวน๊า



นั่งลงเรียบร้อย สั่งอาหารเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน เครื่องเคียงมาก่อนเลย รสชาดก็เค็มๆ หวานๆ ใช้ได้ค่ะ



อาเฮียเตรียมของให้เราค่ะ



ตั้งหน้าตั้งตาปั้นๆ ให้เรากิน ส่วนเราก็นั่งดูเพลินๆ ค่ะ



มาแล้วค่ะ จานแรกมีอยู่สี่อย่าง เป็นซูชิหอยเชลล์ ไข่กุ้ง ปลามากูโร่ ปลาแซลมอลค่ะ วางปุ๊บคว้ากันคนละหนุบคนละหนับ ขอบอกอร่อยหวานสุดๆ ตั้งแต่กินมายังไม่เคยเจออร่อยเท่านี้เลย ...ด้วยความสัตย์จริงไม่ได้โม้นะค่ะ ใครไม่เชื่อ ลองเลยค่ะ



จานต่อไปเป็น ซูชิหน้ากั้ง และกุ้งหวาน เป็นเมนูสุดยอดที่อยากแนะนำ กุ้งไม่คาว หวานกรอบอร่อย จริงๆค่ะ ไม่ได้ค่าโฆษณานะค่ะ



อย่างต่อไปเป็นยิ่งกว่าสุดยอดนำเสนอ ซูชิหน้าไข่หอยเม่นหวานนุ่มละมุน คุณพ่อบ้านทานคำแรกติดใจสั่งมาอีกเพียบค่ะ ส่วนนั้นเป็นโอโทโร่ราคาแพงกระชากใจแต่อร่อยเรียกว่าเป็นร้านอร่อยสุดยอดในทริปจริงๆค่ะ



เนื่องด้วยซูชิอร่อยและสดมากๆ สนนราคาจะแพง ครั้นจะกินอีกก็จะไม่ไหว เลยสั่งแบบเป็นเรื่องเป็นราวมากินเป็นข้าวหน้าปูทาระบะกับไข่หอยเม่นค่ะ เรื่องรสชาดคงไม่ต้องบอกอะไรนอกจากคำว่า " อร่อยจริงๆ ค่ะ "พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างเลย




ส่วนชามนี้เป็นข้าวหน้าไข่กุ้งกับปลาแซลมอลค่ะ




ทานเสร็จเรียบร้อยเรียกป้าให้คิดเงินค่ะรวมเบ็ดเสร็จไม่ผิดเพี้ยน 31,880 เยนค่ะ เราไม่ได้ตาฝาดรายการอาหารก็ครบ(มีมากกว่าในรูปนะค่ะ เพราะสั่งซ้ำ) แอนแอบตกใจ แต่คุณพ่อบ้านก็ปลอบใจพร้อมกับบอกว่านี่ไงหล่ะสุดยอดซูชิสดอร่อยระดับโลก มันถึงแพงไง ไม่เป็นไรนะ เรามาแล้วก็ต้องทานชิมให้ได้รู้แล้วไปประหยัดมื้ออื่นแทน 555 ตกลงเป็นอันตามนั้นค่ะ ใครอยากชิมของอร่อยและไม่ผิดหวังต้องบอกเลยว่าแนะนำ ร้านนี้ แต่ถ้างบจำกัดก็เลือกร้านอื่นเลยค่ะ



จ่ายเงินเรียบร้อยเดินออกจากร้านมาแบบมึนๆ เขย่าหัวสลัดความงกทิ้งไปเพราะมัวแต่เสียดายเดี๋ยวจะไม่สนุกเราพึ่งมาถึง ยังไม่ได้ดูได้ชมอะไรเลย เราอิ่มท้องแล้วคราวนี้ต้องเดินย่อยกันค่ะ แอนเดินตรงข้ามถนนมาอีกฝั่ง แวะดูนั่นโน่นนี่ ตามร้านต่างๆ ถึงตอนนี้ฝนไม่ตกแล้ว ดีใจฝุดๆค่ะ ฝนนี้เป็นอุปสรรคสำหรับเราจริงๆ




ออกจากร้านอาหารแล้วเราเดินกลับมาที่หัวมุมถนนเมื่อกี้ก่อนเข้าไปทานข้าว ไปดูร้านนี้กันค่่ะ



ตอนนี้เราอยู่ในร้านRomankan แล้วนะ เป็นร้านขายพวกเครื่องแก้วค่ะ แต่ละชิ้นสวยๆ น่ารัก สีสันใสจริงๆค่ะ ใครที่ชอบแต่งบ้านคงได้่มีควักกระเป๋ากันบ้างหล่ะค่ะ




มองไปทุกอย่างก็อยากได้ทุกอย่าง แต่ต้องห้ามใจ ซื้อแค่นิดหน่อยพอติดไม้ติดมือไปฝากเพื่อนๆและพี่ๆ ที่นับถือกันนิดหน่อยพอ










จากร้านเครื่องแก้วเราก็ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ อากาศดีแม้จะหนาวแต่เราชอบ อุณหภูมิตอนนี้ 7.8 องศา มีหลักฐานยืนยันค่ะ ฮี่ๆ




โอตารุเป็นเมืองเล็กๆ เดิินไปเดินมาก็ถึงร้านขนมอันเลื่องชื่อ LE TAO ไม่ได้ชิมถือว่ามาไม่ถึง แต่ตอนนี้เรายังอิ่มอยู่เลย งั้นดูไปก่อนแล้วกันยังไม่ซื้อ เข้าไปถามพนักงานเรื่องขนม เค้าว่าเราจะกลับหรือยังขนมจะสามารถอยู่ได้ไม่นานถ้าไม่กลับเลยไม่แนะนำให้ซื้อนะ ขนาดใส่น้ำแข็งแห้งให้แล้ว งั้นเราไปเดินเล่นก็ค่อยกลับมาซื้อแล้วกัน ระหว่างนี้ชิมที่เค้าใช้ชิมไปก่อนแล้วเล็งไว้ว่าจะมาเอาอันไหนที่หลัง




รูปลักษณ์หน้าตาขนม พร้อมราคา ดูเสร็จก็ออกจากร้านขนมก็เดินตรงอย่างเดียว




เดินมาจนถึง STEAM CLOCK ใครที่นั่งรถมาให้มาลงที่บริเวณ MARCHEN SQUARE นะค่ะ




มาทันเวลาพอดีค่ะ ยืนดูยืนถ่ายรูปพอหอมปากหอมคอแล้ว ไปดูร้านนี้กันดีกว่าค่ะ



เห็นป้ายหน้าร้านน่าสนใจเพราะเป็นตัวโตโตโร่ ฉะนั้นไม่พลาดค่ะ


ออกจากร้านโตโตโร่เราก็ไปร้านอื่นอีก ในละแวกนั้นค่ะ แต่ละร้านก็จะขายของคล้ายๆกัน เป็นพวกเครื่องแก้ว ก็แหมเค้าขึ้นฃื่อเรืองแก้วก็มีแต่แก้วหน่ะสิ




OTARU MUSIC BOX MUSEUM ร้านนี้ใหญ่หน่อยค่ะ มีของเยอะเลย



อันนี้เป็นกล่องดนตรีรูปแก้วกาแฟเค้าเขียนแบบนั้นนะ  ราคาตามป้ายเลย เอา 0.31 คูณเข้าไปได้เป็นราคาไทยออกมาค่ะ  



อันนนี้ก็น่ารักแต่ราคาก็แพงขึ้นมาอีก แอบถอนหายใจ เฮ้อๆ .. 




ส่วนเจ้านี้เป็นชิงช้าค่ะ ด้านฐานมีตัวหมุนๆ  แอนซื้อมา 2 อันกะให้ตัวเองกับพี่สาวเป็นของขวัญวันเกิดค่ะ   




มีเยอะแยะให้เลือก  ส่วนเพลงก็เลือกได้ตามชอบค่ะ






อันนี้เป็นม้าหมุน น่ารักจังเลย ...




ส่วนพวกนี้เล็กลงมาหน่อย ราคาก็ย่อมลงมาด้วยค่ะ








เดินดูด้านล่างทั่วแล้วขึ้นไปด้านบนบ้างดีกว่าค่ะ รูปนี้ถ่ายจากข้างบนลงมาด้านล่าง




ร้านนี้เค้ามีหลายชั้น 3-4 ชั้นได้หล่ะค่ะ เดินขึ้นไปเรื่อย เจออะไรก็ถ่ายมาให้ดูค่ะ








ไม่ได้มีแต่กล่องดนตรี แต่มีพวกกรอบรูป โคมไฟด้วยค่ะ




อันนี้ก็ชอบแต่ไม่อยากแบก อิอิ




ขนาดดอกไม้ก็ยังทำเลยค่ะเป็นแก้วนะเนี่ย



ใครชอบอะไรชอบอันไหนลองไปเดินๆ ดูนะค่ะ เผื่อมีอะไรถูกใจ แต่ถ้าไม่ซื้อก็ถือว่าเป็นอาหารสายตา เปิดประสบการณ์ดูอะไรใหม่ๆ แล้วกันค่ะ
ตอนนี้เย็นแล้วแลดูเหมือนฝนกำลัีงจะมา แอนต้องรีบไปเก็บผ้า แล้วยังไงมาต่อกันคราวหน้านะค่ะ ใครมีคำถามส่งมาหลังไมค์เหมือนเดิมนะค่ะ ส่วนเมลล์คงไม่ให้แล้วค่ะ เพราะมีคนส่งมาขายของพวกยาลดความอ้วน ของประทินโฉมความงามอะไรอย่างนี้มากมาย ไม่ก็พวกทำงานออนไลน์อยู่กับบ้าน ฉะนั้นตัดความรำคาญไม่ต้องให้สบายใจกว่านะค่ะ


จบแล้วสำหรับรูปของร้านกล่องดนตรี แต่เรื่องราวของโอตารุยังไม่จบ ยังมีอีก แต่จะเป็นอะไรไปติดตามกันได้ค่ะคราวหน้า สำหรับวันนี้มีความสุขมากๆในวันหยุดนะค่ะ



Create Date : 29 กันยายน 2556
Last Update : 29 กันยายน 2556 15:54:07 น. 3 comments
Counter : 1072 Pageviews.

 
เจิมค่าคุณแอน


โดย: prizella วันที่: 29 กันยายน 2556 เวลา:20:09:57 น.  

 
ดีใจที่ได้ตามมาเที่ยวโอตารุกับคุณแอนนะคะ
ที่นี่ซัปโปโรเป็น 1 ในเป้าหมายที่พุทราว่าจะไปน๊า แพลนตั้งแต่ jul แต่พอพี่ยุ่นประกาศยกเลิก visa สำหรับนักท่องเที่ยวไทย โอโฮ flight มันเต็มจนพุทราต้องรอ รอ รอ ไปเลยค่า
Le tao อีกหนึ่งที่ต้องไปทานให้ได้ค่า
แล้วจะมาตามเที่ยว Hokkaido ต่อนะคะ มีโอกาสตามรอยเมื่อไหร่ จะมาขอข้อมูลเรื่องร้านอาหารแน่ๆเลย 555


โดย: prizella วันที่: 29 กันยายน 2556 เวลา:20:13:46 น.  

 
ตามน้องแอนมาเที่ยวด้วยคนค่ะ เฮ้อ เห็นแล้วอยากเที่ยวญี่ปุ่นจังค่ะ


โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 29 กันยายน 2556 เวลา:23:26:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.