Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปนตอนที่ 14 ลอดอุโมค์เซคังแวะจ่อมAOMORI กินYOSHINOYA แล้วเดินชิวๆ ชมเมือง


จ๊ะเอ๋ สวัสดียามดึกค่ะ ห่างหายจากการเล่าเรื่องญี่ปุ่นไปสัปดาห์นึงพอดิบพอดี มีใครติดตามกันหรือเปล่าเอย วันนี้พอมีเวลาดึกแล้วแต่ยังไม่นอน แอนเลยถือโอกาสนี้แวะมาอัพบล็อคสักตอน อยู่เป็นเพื่อนคุณผู้ชายที่บ้านทำงานตอนดึกๆ นี่แหละ ตั้งใจหลายวันแล้วว่าถ้าว่างจะรีบมาอัพบล็อคให้เสร็จๆ กลางวันไม่ว่างเลย ธุระเยอะจริงๆค่ะ ตั้งใจด้วยว่าจะเย็บชุดตุ๊กตาแอนตัดผ้าไว้หลายวันแล้วแต่ยังไม่ว่างเย็บเลย ครั้นพอตอนนี้จะเย็บมันก็ดึกซะแล้ว เดี๋ยวเสียงดังของจักรจะรบกวนข้างบ้านข้างเคียง งั้นสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือมาอัพบล็อคเขียนเรื่องราวต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านแทนแล้วกัน ^^


    
มาเข้าเรื่องละน๊า ทิ้งท้ายในคราวที่แล้วว่าเรากำลังขึ้นรถไฟเพื่อมุ่งหน้าไปยัง AOMORI ( AOMORI กับ SHIN AOMORI คนละอันกันน๊า อย่าสับสนหรือทึกทักว่ามันคือสถานีเดียวกัน เพราะความจริงแล้วมันคนละอันกันน๊า )เส้นทางที่เรามาเราผ่านอุโมงค์ใต้ทะเลมาค่ะ มีชื่อว่า "อุโมงค์เซคัง" เป็นอุโมงค์ที่เจาะลงไปในพื้นดินใต้ทะเล โดยจุดที่ลึกที่สุดจะลึกลงไปประมาณ 240 เมตร จะเรียกว่าอะไรดี ซุปเปอร์เจ๋งกันดีมั๊ยค่ะ ญี่ปุ่นนี้สุดยอดจริงๆเลยเนอะว่ามะ


ที่นี่มาดูกันนิดส์นึงน๊า อาโอโมริมีอะไรน่าสนใจเหรอทำไมถึงมา อาโอโมริเป็นที่จัดงานเทศกาล ねぶた ( เนบูตะ) ซึ่งเป็นเทศกาลหุ่นโคมไฟที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศกันเลย โดยส่วนใหญ่งานจะจัดขึ้นในเดือน สิงหาคม ของทุกปี เป็นเทศกาลที่ย่ิงใหญ่อลังการมาก โดยแต่ละหน่วยงานในเมืองจะส่งโคมไฟของตัวเองมาประกวด และโคมไฟยักษ์จะถูกนำมาลากไปตามใจกลางถนนในเมืองโดยใช้คนจำนวนมากลากไปรอบๆเมืองเหมือนการแห่บ้านเราเลย ภายในงานก็จะมีตีกลอง ร่ายรำไป ดูเป็นสีสันบรรยากาศน่าสนุกครึกครื้นกันเลยทีเดียว มีโอกาสแอนจะหาเวลามาเที่ยวงานนี้บ้างค่ะ









ตอนนี้เรามาถึงอาโอโมริกันแล้วน๊า เวลาโดยประมาณก็ 13.16 น. แต่เรามาถึงแล้วก็เข้าห้องน้ำ แวะถ่ายรูปกันเลยทำให้ออกมาจากเอกิกันช้ากว่าคนอื่นเค้า คนอื่นเค้ารีบก็ปล่อยให้เค้าไปกันก่อนเลย555 เรา 4 คนไม่รีบเลยต้วมเตี้ยมคลานกันออกมา ทีนี้พอออกจากสถานี้แล้ว โรงแรมที่เราจองไว้เป็นโรงแรมที่อยู่หน้าสถานีรถไฟเลยค่ะ เรียกว่าเอาสะดวกใกล้เอกิไว้ก่อนไม่อยากลากกระเป๋าไกลๆ เมื่อย เหนื่อย หนัก กลัวกระเป๋าพัง ขี้เกียจส่งซ่อมอ่ะคะ่ เหตุผลแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เราเลือกจองโรงแรมใกล้สถานีJR กันแล้วเนอะๆ



เรามาถึงโรงแรมได้ประมาณบ่ายสองค่ะ ทางโรงแรมยังไม่ให้เราเข้าห้องพัก เราจึงฝากกระเป๋าไว้ก่อนแล้วเราจะกลับมาเอากระเป๋าขึ้นห้องอีกทีค่ะ ฉะนั้นตอนนี้ว่างเราก็เหมือนเคยค่ะ ออกไปเดินสำรวจกันดีกว่าว่าที่นี่มีอะไรบ้าง



ออกจากโรงแรมที่เราจองไว้ เราเลี้ยวซ้ายค่ะเดินไปถึงหัวมุมแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีค่ะ เดินไปไม่ไกล อุ๊บเจอร้าน " Yoshinoya " หนุ่มน้อยร้องหิวทันที ยืนประชุมหน้าร้านกันแป๊บนึงว่าจะกินร้านไหนดี จะเอาร้านนี้เหรอ เดินไปอีกหน่อยจะมีร้านขายข้าวแกงกระหรี่นะ แต่หนุ่มน้อยตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด เฮียอยากกินร้านนี้ พ่อแม่อย่างเราก็ต้องตามใจกันค่ะ ร้านนี้ก็ได้นับเป็นครัั้งแรกของทริปนี้ที่เรากินร้านนี้ค่ะ




ถึงร้านไม่รีรอมีคนอยู่แค่ 2 โต๊ะ รีบสั่งโดยไวได้มาหน้าตาแบบนี้ 1 จานค่ะเป็นของสาวน้อย




ตามมาติดๆ ของหนุ่มน้อยเป็นชามที่2 เมนูข้าวหน้าแกงกระหรี่เนื้อที่เค้าถวิลหา ส่วนแอนขอบาย




ส่วนชามนี้กิวด้งของคุณพ่อบ้าน




ตบท้ายด้วยชามนี้เป็นของแอนเมนูไก่ แอนไม่ทานเนื้อเลยเลือกชามนี้ค่ะ ชามเล็กอีกเหมือนกันนะค่ะ ทานมื้อบ่ายๆ แบบนี้ ที่นี่มืดไว แอบงงในใจแล้วจะกินอีกทีกี่โมงหว่า




และออฟชั่นเสริมอย่างสุดท้ายของคุณพ่อบ้าน "ไข่ออนเซ็น "




นั่งไปสักพักสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เรียบร้อยในพริบตา เดินไปคิดเงินที่เค้าน์เตอร์ สนนราคาออกมาดังนี้เจ้าค่ะ อิ่ม ถูก อร่อย ตามนี้ค่ะสำหรับ 1 ในร้านยอดนิยมสาขามากมายทั่วญี่ปุ่น ไปที่ไหนก็มี



ทานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ออกเดินกันค่ะ ออกจากร้านมาเหมือนเดิม เดินเลี้ยวซ้ายไปตามทาง มองฝั่งนี้บ้าง ฝั่งโน้นบ้าง ถนนที่เราเดินอยู่นี้เป็นถนน SHINMACHI เป็นแหล่งกินและช้อปปิ้งค่ะ เป็นที่ที่ครึกครื้นที่สุดค่ะ เพราะตลอดทางที่เราเดินผ่านมาจะมีเสียงเพลงเสียงดนตรีลอยมากระทบโสตประสาทเรา สร้างความเพลิดเพลินให้ดีจริงๆค่ะ เราเดินมาจนถึงหัวมุม ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้างอันนี้คะ่ ที่นี่ตอนเรามาถึงเค้ากำลังเซลล์ของไม่แพงเลยค่ะ แอนได้หลายสิ่งจากที่นี่ด้วยล่ะ อ่อแล้วใครที่อยากได้ร้าน100 เยน มีที่ถนนเส้นนี้หล่ะค่ะ อยู่ใกล้ๆ ห้าง ASH นี่แหละ เดินเข้าไปด้านในเลย ร้านใหญ่พอประมาณ ของเยอะ มีขนมด้วยแต่แอนไม่ได้ซื้อนะซื้อมาก็แต่น้ำค่ะ



เราเดินไปเรื่อยๆ สักระยะนึงก็เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆ เหมือนกันค่ะ บ้านเมืองค่อนข้างสงบเงียบ คนน้อยค่ะ




เดินไปเรื่อยๆ เราก็พบป้ายอันนี้คะ่ เค้าเขียนว่า " ASPAM " 0.2 KM ค่ะ ว่าแล้วเราก็เดินตรงไปเรื่อยๆ อีกนิดเดียวเอง อะจะสู้ๆ แต่หนาวๆ ต้องยอมสู้ มาถึงแล้ว ต้องทน





เดินไปเรื่อยๆ จะเจอถนนเส้นนึงตรงหน้า มองไปทางซ้าย ว้าววว สวย เย็น ถ่ายรูป ถ่ายรูป แชะมาได้ 1 ใบรีบเดินให้ไว หนาวและมีละอองฝนด้วย อึ๋ยๆๆ อย่าตกน๊าเดียวเค้าไม่สบาย>.<




ถึงแล้วประตูทางเข้า เค้ามีงานนี่หน่าเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 27/4 - 6/5 โอ้ววว!!! เค้ามีจัดอุโมงค์ดอกไม้ไฟด้วย ที่ชั้น G จะเป็นร้านค้าขายของพื้นเมือง ของที่ระลึกของอาโอโมริค่ะ เดินดูรอบๆ ไม่ได้เก็บภาพมาคนเยอะ ถ่ายไม่สะดวกเลย ขึ้นไปชั้นบนดีกว่าค่ะ



ชั้นบนรู้สึกจะเหมือนเป็นที่จัดนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่นค่ะมีหลายอย่างเลย อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์จากไม้ที่ทำจากต้นแอ๊ปเปิ้ล ฯลฯ



อีกด้านนึงมีเวทีเล็กๆ และเก้าอี้สำหรับผู้ชมด้วย ตอนแอนมาเค้ายังไม่เริ่มงานกันค่ะ เลยถือโอกาสถ่ายรูปมาซะเลย ด้านบนนี้มีที่นั่งชมวิวด้วยนะค่ะ เป็นวิวทะเลค่ะ สวย สงบ คนญี่ปุ่นหลายคนก็ขึ้นมานั่งคุยกัน บางคนนั่งขีดๆ เขียนๆ อะไรไม่รู้ด้วยล่ะค่ะ แอนเดินวนๆ แป๊บๆ ก็ชวนกันออกไปด้านนอกค่ะ



หลังจากที่เราลงลิฟท์มา ด้านหลังมีประตูออกไปด้านนอกค่ะ เราสามารถใช้ประตูนี้เดินออกมาได้นะค่ะ แต่ประตูบานใหญ่ ค่อนข้างหนัก ออกแรงผลักกันสักหน่อยนะ เอ๊า...อึ๊บ...




เดินมาบริเวณอ่าว ลมแรงมากค่ะ ผมงี้ปลิวปิดหน้าบังตาเชียว แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเราได้แอนพยายามงัดกล้องออกมาถ่ายภาพนี้เลยเชียวนา แอนว่าสวยดีค่ะ ตอนถ่ายคิดนะลมแรงถ่ายมาภาพจะสั่นไหวมั๊ยเนี่ยฝีมือเรายิ่งเก่งๆ อยู่ ผลที่ได้ไม่ไหว เย้ๆ




ดูวิวทะเลไปแล้วหันหลังกลับมาถ่ายบ้างได้ภาพนี้มาค่ะ ตึกASPAM อีกมุมนึง แอบสงสัยว่าเจ้าสามเหลี่ยมที่เห็นในรูปด้านซ้ายคืออะไร ลองเดินไปดูดีกว่าค่ะ



เข้ามาแล้วค่ะ มาดูสิด้านในเป็นอะไร ผลปรากฎว่าไม่มีอะไรเลย --" มีแค่บันไดสีแดงให้เดินขึ้นไปดูด้านบนค่ะ




ว่าแล้วก็ออกมาถ่ายรูปด้านนอกอีกดีกว่าค่ะ ท้องฟ้าตอนนี้บ่าย3 เป็นแบบนี้ค่ะแดดไม่มี เหมือนตอนเย็นเลย แต่แอนว่าแอนชอบนะไม่ร้อนดี




ไม่มีใครเดินมาเลย ดูซิว่างเปล่า อืมแต่ก็ดีไปอีกแบบบนะค่ะ สงสัยเค้าจะหนาวเลยอยู่กันแต่ในบ้านเนอะ^^



ถ่ายรูปกันอีกสักแป๊บ แรงลมกับความหนาวพร้อมละอองฝน ( หรืออะไรไม่รู้ละอองจากทะเลหรือเปล่า งง ) ทำเอาเราพาลจะเดินต่อไม่ไหว เราเลยเบนเข็มมุ่งหน้ากลับไปยังโรงแรมเราดีกว่า วีธีก็ง่ายๆ เดินเลียบๆ เลาะไปทางสะพานแขวนนั่นแหละ จะได้ถือโอกาสถ่ายรูปไปด้วย
รูปนี้เป็นอะไรไม่รู้ คุณพ่อบ้านว่าแปลกดี แอนถ่ายซิ แอนก็ถ่ายตามคำสั่งหล่ะค่ะ 555 แต่ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นประติมากรรม ( ไม่รู้เรียกว่าอะไรดี ) ที่ได้รับรางวัลด้วยค่ะ




เราเดินมาเรื่อยๆตามทางที่แอนบอกไว้ ใกล้สะพานแขวนเข้าไปทุกที สะพานแห่งนี้เรียกว่า AOMORI BAR BRIDGE ตั้งอยู่ด้านเหนือสุดของตัวเมืองติดกับทะเล ด้านล่างเป็นท่าเรือ AOMORI PORT ตรงนี้เป็นจุดที่ชมวิวที่สวยทีเดียวค่ะ




ใต้สะพานเราจะเห็นเรือเฟอรี่สีเหลืองขาวจอดอยู่ เรือลำนี้มีชื่อว่า HAKKODA MARU เคยเป็นเรื่อที่ให้บริการข้ามทะเลระหว่างหมู่เกาะฮอนชูกับฮอกไกโด หรือว่าง่ายก็คือ ข้ามจากอาโอโมริไปฮาโกดาเตะค่ะ แต่ตอนนี้เค้าไม่ได้ใช้แล้วเพราะตั้งแต่มีการเปิดใช้อุโมค์เซคังSEIKAN ทำให้รถไฟสามารถวิ่งไปได้ถึงฮอกไกโด ทางการญี่ปุ่นเลยนำเรือมาจอดแช่น้ำไว้และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เรือแห่งแรกในญี่ปุ่นค่ะ



ระหว่างทีเราเดินมาสะพานแขวนมีอาคารอันนึงสีสรรสวยสดใสสะดุดตาค่ะ เดินเข้าไปดูจึงได้รู้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อว่า WARASSE NEBUTA MUSEAM เปิดเมื่อ ค.ศ. 2011 ภายในเป็นการจัดแสดงเรื่องราวของเทศกาลเนบูตะ และหุ่นโคมไฟที่ชนะเลิศในปีที่ผ่านมาค่ะ อาคารแห่งนี้เปิดเวลา 9.00-19.00 น. ( ปิด 18.00 น. เดือน กันยายน-เมษายนค่ะ)



ตอนนี้เราเข้ามาด้านในกันแล้ว มีหุ่นโคมไฟให้ชมจริงๆด้วย



ที่ถ่ายรูปมานี้อยู่ชั้นล่าง



ด้านบนจะเป็นที่จำหน่ายบัตรเข้าชม สนนราคา ค่าเข้าชม 600 เยนค่ะ



รูปโคมไฟที่เห็นเหล่านี้อยู่ที่ด้านบนบริเวณชั้นสองจะเป็นรูปเทพเจ้าบ้าง บุคคลในตำนานบ้างค่ะ ดูสวยแปลกตาดีนะค่ะ บางรูปก็ดูน่าเกรงขาม




อันนี้รูปจำลองขบวนแห่




บางอันแสดงเป็นเรื่องราว ชิ้นส่วนเล็กๆ เห็นแล้วทึ่งจริงๆค่ะ



ส่วนอันนี้ก็ประดับอยู่ใกล้จุดจำหน่ายตั๋วเข้าชม




ส่วนรูปนี้จะเป็นบุุคคลในตำนานเสียดายแอนถ่ายมาแต่รูปไม่ได้ถ่ายป้ายที่เค้าเขียนแปะไว้มาด้วยไม่งั้นจะได้รู้ว่าเป็นใครกันค่ะ รูปนี้เป็นรูปที่แอนส่งให้หนังสือ ANYWHERE และได้ลงในเล่มฉบับที่หนูนาเป็นหน้าปกด้วยอีกเหมือนกัน ปลื้มจริงๆ ฝีมือเราก็มีบ้างนะเออไม่ใช้ถ่ายมามั่วๆ อย่างเดียว ฝึกไปเรื่อยๆ ก็คงจะดีขึ้นเองล่ะน่า( หลอกตัวเอง 555 )



เดินดูด้านในกันพอหอมปากหอมคอพร้อมกับถ่ายรูป ก็ออกมาถ่ายรูปด้านนอกอีกด้าน แอนไม่ได้เข้าไปชมประวัติด้านในค่ะ ด้วยเหตุที่ว่าไม่มีใครในบ้านอยากเข้ากันเลย งั้นไม่เข้าก็ได้ คนละ 600 เยน คูณ 4 คนก็ 744 บาทกันแล้วเราต้องใช้เงินประหยัดหน่อย เลือกเข้าในที่ที่ต้องการเข้าจริงๆค่ะ ไม่เงินบอกเลย เปลือง!!!




เดินออกจากพิพิธภัณฑ์กันแล้วเราเลือกเดินไปทางซ้ายค่ะ จะเป็นอาคาร A-FACTORY



อาคาร A -FACTORY เป็นอาคารที่พึ่งเปิดได้ไม่นานค่ะ ปี 2010 นี่เอง เป็นแหล่งรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์อาหารของอาโอโมริ เรามาถึงอาโอโมริแล้วไม่เข้าก็กระไรอยู่เลยต้องเข้าไปดูหน่อย



ด้านในเป็นร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ของพื้นเมืองของอาโอโมริจริงๆ มีอาหารหลายอย่าง ของแห้ง มีวัสดุภาชนะต่างๆ ที่ทำจากต้นแอ๊ปเปิ้ลมาขายด้วย อย่างอันนี้ก็เป็นที่เปิดขวดค่ะ แอนเพียงแต่ถ่ายรูปมาเฉยๆ ไม่ได้ซื้อนะ มันแพงค่ะ แถมที่บ้านมีแล้วเลยไม่เกี่ยวมันมาใส่กระเป๋าด้วยดูๆ จับๆ ก็พอค่ะ



เดินมาตั้งไกล เริ่มหิวน้ำเลยซื้อน้ำแอ๊ปเปิ้ลสดๆ มาทาน เห็นว่าเป็นของดีขึ้นชื่อมีสองแบบค่ะ รสชาดก็ออกเปรี้ยวๆ หอมแอ๊ปเปิ้ล โดยรวมรสชาดไม่ได้อร่อยติดใจแต่ใครอยากลองเหมือนแอนได้เลย สนนราคาขวดละ 300 เยนค่ะ


หลังจาก กิน เดินเล่น แล้วถึงเวลาที่เราอยากจะพักเอากระเป๋าไปเก็บในห้องแล้วสิค่ะ แถมเด็กๆเองก็บ่นว่าเริ่มเมื่อยแล้วอยากเข้าห้องไปพัก ถึงตอนนี้เราก็เดินกลับโรงแรมค่ะใกล้นิดเดียวเอง


คราวหน้าติดตามรีวิวที่พักของอาโอโมริกันน๊า เผื่อใครมาแล้วอยากพักก็จัดไปเลยค่ะ อ่อเกือบลืม วันหยุดสุดสัปดาห์นี้มีใครวางแผนจะไปงานไทยเที่ยวไทยกันหรือเปล่าค่ะ  แว่วๆ มาว่าเค้ามีจัดงานที่ศุนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์วันศุกร์เสาร์อาทิตย์นี้  แอนเองคงไม่ได้ไปใครไปก็แวะมาส่งเสียงบอกข่าวสารหรือโปรโมชั่นดีๆให้หน่อยนะค่ะ เผื่อแอนจะเปลี่ยนใจไปเที่ยวงานบ้าง สำหรับวันนี้ ฝันดีกันถ้วนหน้าทุกคนน๊า



Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2557 2:00:41 น. 5 comments
Counter : 850 Pageviews.

 
แอนไปญี่ปุ่นกี่รอบแล้วคะ นุ่นยังไม่เคยไปสักครั้งเลย เก็บตังค์ๆๆ อยากไป


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:55:05 น.  

 
พี่แอนพุทรามาเที่ยวอาโอโมริด้วยคนค่า ไม่รู้ปีนี้จะได้ตามรอยทริปซัปโปโรของพี่แอนเปล่านะคะ อยากไปๆ
พุทรา up blog งาน okinawa night แล้วค่ะ ทำมา 3 วัน มีเวลาแวะมารูปกันนะคะ


โดย: prizella วันที่: 1 มีนาคม 2557 เวลา:23:20:02 น.  

 
ตามไปเที่ยวอาโอโมริด้วยคนค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 2 มีนาคม 2557 เวลา:22:35:08 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยอีกคนนะคะ เกาะปีกเครื่องบินตามไป


โดย: VioLentBlackMay วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:11:19:27 น.  

 
คุณนุ่น ....เก็บเงินเลย เวลา พร้อม จังหวะพร้อมถ้าแอนได้ไปช่วงที่คุณนุ่นจะเกี่ยวคุณนุ่นไปด้วยเลยน๊า อาสาพาเที่ยวเองเลย อิอิ

น้องพุทรา....พี่พึ่งจะอัพบล็อคเสร็จเหมือนกัน 3 วันเลยกว่าจะเสร็จเหมือนกัน 555

คุณชื่น ...ตามมาเลยค่ะ ^^


คุณViolentblackmay เกาะปีกไปหนาวน๊า คิคิ


โดย: ann_269 วันที่: 8 มีนาคม 2557 เวลา:16:19:45 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.