Group Blog
 
All blogs
 
เจแปนไม่รู้เบื่อ ตอนที่ 5 ฉุยฉายในเกียวโต กับรีวิวที่พักย่าน Nippombashi

สวัสดีกลางเดือนพย.ค่ะ พรุ่งนี้หวยออกพอดี 555 หายหน้าไป 1เดือนเต็ม คราวก่อนเลือกรูปไว้ว่าจะอัพบล็อคแต่ยุ่งๆนิดหน่อยเกี่ยวกับสาวน้อยที่บ้านค่ะ วันนี้มาพอมีเวลา ค่อยๆ จับรูปมาใส่ในบล็อควันละนิดวันหน่อย เดี๋ยวก็ครบตอนพอดีเนอะ ฮี่ๆ

คราวก่อนบล็อคที่แล้วไปเที่ยวอาราชิยาม่าแล้ว เช้าวันต่อมาตามแพลนเราจะต้องตื่นเช้าแล้วออกเดินทางไปโอซาก้าค่ะ แต่ทีนี้มาเกียวโตแป๊บๆ ยังเที่ยวไม่ทั่วเลยจะไปต่อเสียแล้ว เราจึงตกลงกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะว่า เช้าวันนี้จะเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม แต่จะฝากกระเป๋าไว้ก่อน เราเลือกจะฝากกระเป๋าใบเล็กค่ะ ส่วนใบใหญ่เราจะส่งไปที่พักข้างหน้า เราจะได้สะดวก ไปเที่ยวไหนต่อไหนกันได้ ที่ๆเราจะไปเช้าวันนี้เราโหวตกันแล้วค่ะว่าจะไปเดินเล่นใส่กิโมโนเก๋ๆ เดินเล่นฉุยฉายในเกียวโตค่ะ อากาศกำลังดีเย็นสบาย ไม่มีแดด ฝนอาจมีประปรายแต่เราก็บ่หยั้นค่ะ ลุย!!!

ฝากโรงแรมของเราให้ส่งกระเป๋าไปให้เรียบร้อยแล้วโดยบางส่วนส่งไปสนามบินเลย และบางส่วนก็ส่งไปโรงแรมข้างหน้าค่ะ เวลาส่งกระเป๋าถ้าไปสนามบินเพื่อนๆจะต้องบอกไฟล์ทที่เราจะกลับกับทางโรงแรมด้วยค่ะ ให้เค้ากรอกให้ หรือจะกรอกเองก็ได้ค่ะ เผื่อเวลาไว้สัก 2 วันล่วงหน้าด้วยนะคะ เดี๋ยวมาเล่าตอนหน้านะว่ามันเกิดไรขึ้น ^^

เดินออกจากโรงแรมมาแล้วก็มุ่งตรงมาที่ด้านหน้าเอกิค่ะ จะมี TERMINAL ฺBUS เค้าจะมีป้ายบอกค่ะ ว่ารถคันไหนไปไหนบ้าง เราสามารถนั่งรถบัสสาย 100,202,206,207 ลงป้าย Kiyomizu - michi วันนี้้คนเยอะพอสมควรคะ เกียวโตพูดเลยเป็นเมืองที่คนชอบมาเที่ยวกันค่ะ ยิ่งเสาร์อาทิตย์เนี่ยรถติดเอาเรื่องทีเดียว เราทั้ง 8 ยืนต่อคิวรถรอสักพักใหญ่ๆ รถก็มา แรกๆ คิดว่าจะไม่ได้ขึ้นซะแล้วคันเนี่ย แต่ในที่สุดเราทั้ง 8 ก็ได้ขึ้นค่ะ

จากเอกิไปวัดคิโยมิสึ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีค่ะขาไปคนเยอะแต่รถยังไม่ติดเท่าไหร่ก็เพราะว่าเช้าอยู่ เราก็รีบที่จะไปเช้าๆด้วยคะ เพราะว่าจะได้ไปแต่งตัวกัน พอถึงที่หมายลงจากรถแล้ว ให้เลี้ยวไปทางซ้ายมือค่ะเดินไปที่หัวมุม แล้วข้ามถนนไป เดินเลี้ยวซ้ายเดินขึ้นเนินไปค่ะ เดินไปเรื่อยๆ เราก็เจอร้านกิโมโนร้านแรกเลย บอกไวก่อนร้านนี้ไม่ใช้ร้านเป้าหมายที่เราต้องการ แต่ด้วยความที่เห็นคนเยอะ เราชะโงกถามที่ร้านนี้ว่าเรามากัน 8 คน จะรับเรามั๊ย ทางร้านก็วุ่นวายพอสมควร สักแป๊บเดียวก็ตอบตกลงพร้อมกับเคลียพื้นที่ให้พวกเราค่ะ


เข้าร้านไปแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่นำถุงผ้าใบใหญ่ๆ ใหญ่แค่ไหนลองนึกเอาค่ะ เค้าเอากระเป๋าใส่รองเท้าเรา เสื้อผ้ากระเป๋าและทุกสิ่งที่เราถือมาจับยัดลงไปในนั้นทั้งหมดค่ะ แล้วก็นำไปเก็บให้เรา ระหว่างนี้เราก็สนุกสนานตามประสาสาวๆค่ะ เลือกชุดกันใหญ่ หยิบเข้าหยิบออก ทาบไปทาบมา บ้างก็ว่าสีนี้ไม่ดี ชุดนี้ไม่งาม แบ่งไปใส่ชุดแบบผู้ชายกันบ้างสำหรับคนที่ผมสั้นจะได้ดูเท่ห์มีหลากหลายกันบ้าง น้องๆ สองคนก็ไม่ปฎิเสธไหนๆ ก็มาแล้วร่วมเล่นกับเราให้สนุกไปเลยค่ะ


เลือกชุดไปสักพักใหญ่ที่ทางร้านเค้าเคลียคนที่มาก่อนเราออกไปชุดนึงก็ถึงคิวเราค่ะ เค้าให้เราถอดชุดที่ใส่มาแล้วใส่ลองจอหน์แบบเนื้อบางค่ะเพราะเกียวโตยามนี้ยังหนาวอยู่แม้จะไม่มากพอใส่ชุดชั้นแรกเรียบร้อยแล้วก็มายืนค่ะ เซนเซจะเป็นคนดูหน่วยก้านของแต่ละคนแล้วก็ส่งให้ช่างหรือลูกศิษย์แต่ละคนแต่งตัวให้เราคะ่ แอนได้เซนเซพอดีเลย เซนเซถามว่าฟังยี่ปุ่นรู้เรื่อง แอนก็ว่าพอไหวค่ะ ว่าแล้วก็หัวเราะ เซนเซว่าเวลาแต่งตัวให้ยืนเฉยๆนะ ห้ามหันซ้ายหันขวา หน้ามองตรงแล้วก็กางแขน ทำตามที่บอก แอนก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ แต่หน้าก็ยังหันซ้ายหันขวา ในที่สุดก็โดนดุค่ะ เพราะอะไรรู้มั๊ยเพื่อนๆถามค่ะว่าเค้าว่าไร พอเราหันไปบอกก็โดนดุซะงั้นแต่เราไม่โกรธหรอกคะ สนุก ลั้นลา 555

พูดถึงเรื่องชุดกิโมโนกันก่อนดีกว่าค่ะ เกิดมาไม่เคยใส่คะ่ มีชุดของแม่อยู่หลายชุดเลยแม่เคยบอกมีสีเขียวแอนเอากลับไปใส่สิ ป๊าดดด!! แล้วแอนจะเอาไปใส่ไปไหนหว่าในเมืองไทย ถ้าใส่ในบ้านไปรษณีย์มาพอดีวิ่งออกไปรับของ เค้าคงว่าอีนี่บ้าแน่นอน 555 แถมก็ใส่ไม่เป็นอีก เลยบอกแม่ว่า ม๊าเอาเก็บไว้ใส่เองเถอะค่ะหนูใส่ไม่เป็น เยอะสิ่ง ใส่เล่นๆ วันนี้สนุกกับเพื่อนๆ เป็นสีสันสนุกกว่า ชุดกิโมโนที่เพื่อนๆ เห็นจะบอกว่า ใครไม่รู้คิดว่าง่ายๆนะ เค้ามีหลายชั้นเลยค่ะ แถมรัดซะแน่นด้วย ทั้งดึงและมัดเราเหมือนแหนมเลยค่ะ เพื่อนที่ไปด้วยหลายคนบ่นอุบ ข้าวก็ยังไม่กิน มาโดนมัดแบบนี้เดินไป 10 ก้าวคงเป็นลมหมดแรงไปตรงนั้น 555 วิธีการก็คือ เวลาโดนมัดโดนดึงให้เราพยายามทำพุงเราให้ป่องที่สุดจะได้ไม่อึดอัดค่ะ ไม่งั้นตายแน่ๆ เดี๋ยวจะหาว่าแอนไม่เตือนนะค่ะ

แต่งตัวกันเสร็จแล้ว ก็ไปทำผมค่ะ ทางร้านมีดอกไม้ให้เลือกประดับ ชอบแบบไหนก็เลือกเอาได้เลยค่ะ คนที่ผมยาวถ้าทำแบบเรียบๆ คิด 500 เยน ถ้าทำแบบสวยหน่อยเค้าจะมีแบบในชาร์ตให้เลือกค่ะ ก็คิดเพิ่มเป็น 1080 เยนค่ะ ทำผมเสร็จเรียบร้อยก็ไปรอข้างนอกค่ะ ระหว่างรอเพื่อนคนที่เหลือเห็นพี่ๆ เลือกผ้าคลุมไหล่เราก็ไปเลือกบ้าง พอไปคิดเงินเท่านั้นแหละ ถึงบางอ้อเลยค่ะ ตอนแรกที่เค้าคุยไว้มันไม่รวมค่าผ้าคลุมและกระเป๋าค่ะ คิดเงินเสร็จเรียบร้อยแอนโดนไป 6,804 เยนค่ะ ที่เพิ่มมาเป็นค่ากระเป๋าและผ้าคุลมไหล่กะทำผมค่ะ เวลาเพื่อนๆจะไปใส่กิโมโนต้องถามแต่ละร้านให้ละเอียดนะค่ะ



แต่งตัวเสร็จแล้วค่ะ ออกมายืนหน้าร้าน เก็บภาพกันสักรูป ทางร้านถ่ายให้คะ ครบคนเชียว เรียบร้อยแล้วก็เดินขึ้นเนินไปค่ะ เดินตรงขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะไปวัดคิโยมิสึกัน เดินช้ากันนิดโหน่ยค่ะ เดินลำบากไม่ถนัดเบย ตอนนี้เริ่มหิวกันหมดแล้วเราจะไปหาอะไรทานกันก่อนค่ะ







เดินไปเรื่อย สังเกตุป้ายร้านอันไหนก็น่าทานไปหมด เห็นร้านนี้มีเมนูอยู่ด้านล่างหน้าทานมากค่ะ เราก็รีบตรงปรี่ขึ้นไปชั้นสองเลยค่ะ ในรูปได้ที่นั่งแล้วค่ะ มาม่าซังมากะยากูซ่าคอยคุ้มครองตามนั้นค่ะ^^





สั่งอาหารเรียบร้อยอาหารมาแล้วเหมือนเดิมแยกโต๊ะกันค่ะ โต๊ะเนื้อ โต๊ะหมู





อันนี้ของแอนค่ะ ถ้าจำไม่ผิด 1500 เยนค่ะจ่ายรวมค่าน้ำด้วย





อันนี้ของอีกโต๊ะนึง มันน่าทานมากค่ะ รีบวิ่งไปเก็บภาพก่อนเดี๋ยวไม่งาม ^^




อันนี้อาหารของโต๊ะเนื้อเค้าค่ะ สั่งมาไม่ยั้ง หิวนี่นา




ขอบอกว่าโต๊ะนี้ทานจุค่ะ มาหลายคนหยิบคนละชิ้นแป๊บเดียวก็หมด




เห็นในรูปแบบนี้ทานไปแป๊บเดียว ได้ยินเสียงสมาชิกบ่นว่าอิ่มแล้ว555 ข้าวญ๊่ปุ่นมันแน่นค่ะ





ทานเสร็จเรียบร้อย รอสาวๆ เข้าห้องน้ำ พี่สาวเราก็ถ่ายรูปเล่นค่ะ




เราจะไปชมวิว ชมวัดกันค่ะ



ค่อยๆเดินขึ้นนะค่ะ วัดคิโยมิสึ หรือคิโยมิสึเดระ เป็นวัดที่ดังที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเกียวโต สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 1341 แต่ศาลาอาคารต่างๆ ที่เห็นในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีการบูรณะขึ้นแล้วครั้งใหญ่เมื่อปีพ.ศ.2174 เมื่อเราเข้ามาถึงบริเวณวัดจุดที่สังเกตุได้ใหญ่ๆ คือซุ้มประตูทางเข้าวัดสีแดง ถัดไปจะเป็นเจดีย์ 3 ชั้นชื่อ "ซันจุโนะโตะ "




ก็แวะถ่ายรูปกันเป็นระยะค่ะ สนุกค่ะ อากาศดีมาก ฟินเว่อร์ ^^




วัดคิโยมิสึ ชาวไทยส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อว่า "วัดน้ำใส" ตามภาษาญ๊่ปุ่น คิโยมิสึ แปลว่า "น้ำบริสุทธิ์ "





เห็นมั๊ยวันนี้คนมากันเยอะน๊าป้ายขอพรเพียบเลย แต่ในรูปไม่มีคนแอนรอจังหวะคนน้อยค่อยถ่ายภาพค่า




ส่วนอันนี้เป็นหลักฐานว่าเยอะจริงๆค่ะ





เข้าไปด้านในไปชมศาลาหลังใหญ่ Hon-do กันเสียเงินค่าเข้านะค่ะผู้ใหญ่ 300 เยนค่ะ เด็ก 200 เยน Hon-do ตั้งอยู่บนไหล่เขาโดยมีระเบียบไม้ยื่นออกไปเหนือหุบเหวเบื้องล่าง วิวตรงนี้มองไปสวยมากค่ะ







ถ่ายรูปกันหนำใจก็ลงไปด้านล่างกันค่ะ




ถึงตรงนี้ใครไม่เคยมาก็ไปยืนต่อแถวดื่มน้ำจากแม่น้ำ 3 สาย เป็นน้ำจากธรรมชาติที่ไหลมาจากยอดเขาค่ะ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าถ้าได้ดื่มน้ำจากแม่น้ำ 3 สายนี้ จะทำให้ประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษา ความรัก และ มีสุขภาพดีด้วยแบบนี้แล้วแอนน่าจะรองน้ำกลับไปทานที่บ้านเนอะจะได้สุขภาพดีเลิศเลย 555แอนไม่เข้าคิวค่ะเพราะเคยมาแล้วรออยู่ฝั่งตรงข้ามคอยถ่ายรูปให้ดีกว่าค่ะ





เรือนทำจากไม้ทั้งหมดสวย เก่าแก่ แต่มีเสน่ห์ค่ะ




น้องๆ กับพี่สาวเข้าคิว คิวยาวพอประมาณ รอไหวค่ะ





ถึงคิวแล้วก็ถ่ายรูปตามระเบียบ





เสร็จแล้วก็เดินตรงไปตามทางไปยังด้านล่าง





มีโชว์แห่มังกรด้วยค่ะ




เค้าเริ่มเดิมมาตามเราแล้ว จังหวะดีกระมังค่ะ เพราะไม่เคยเห็น แบบนี้




หัวอยู่นี่ค่ะ




ขบวนไปแล้วเราก็เดินตามๆ กันไป เจอนักบวช พี่สาวใจบุญช่วยทำบุญด้วยค่ะ






ทิ้งระยะพอประมาณ แต่ขบวนมังกรมาหยุดอยู่ข้างหน้า คนก็เลยออกัน เคลื่อนตัวไหด้ช้ามากค่ะ




เดินไปเรื่อยๆ มองทางซ้ายเจอโตโตโร่ พลาดได้ไง แว๊ปเข้าไปกันหน่อยค่ะ มาแล้ว




ด้านข้างทางเข้า




มาถึงด้านในหน้าร้านถ่ายรูปได้ แต่ด้านในไม่ได้ถ่าย ที่นี่มีของเยอะใช้ได้เลยน้องสาวสาวกโตโตโร่ก็ไม่พลาดสอยติดไม้ติดมือมาเช่นเคย





กลับออกมาอีกครั้ง ค่อยๆ เดินเล่นกินหนมไปเรื่อยๆ ก็ตกลงกันว่าจะกลับไปที่ร้านเปลี่ยนเสื้อผ้าเอาชุดกิโมโนคืนเค้าเพราะดูเวลาแล้วสมควรจะต้องไปแล้วค่ะ




หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อยคืนของครบก็เดินไปขึ้นรถบัสกลับไปยังสถานีเกียวโตค่ะ รถติดพอสมควร อากาศก็เหมือนเดิมค่ะขมุกขะมัวทั้งวัน




เดินไปเอากระเป๋ากันเรียบร้อยก็กลับมาขึ้นรถไฟไปโอซาก้ากันค่ะ ราคาโดยสารไปโอซาก้า 560 เยนค่ะ จากเกียวโตนั่งไปไม่นานสัก 15 นาทีก็มาถึงสถานี Shin Osaka เราก็นั่งOsaka City Subway Midosuji Lineใช้เวลา 14 นาที ก็ไปถึง Numbaค่ะจากนั้นก็นั่ง Osaka City Subway Sennichimae Line ใช้เวลา 1นาทีเราก็ไปลงที่ Nippombashi ค่าโดยสาร 280 เยนค่ะ


จุดหมายของเราต่อไปคือไปที่พักค่ะ ถึงตอนนี้เราไม่ได้นอนโรงแรมกันแล้วนะค่ะ เราเลือกใช้บริการของ AIR BNB ค่ะ ด้วยเหตุผลเรามากันหลายคน โรงแรมที่เราจองล่วงหน้า มันมีไม่เพียงพอกับจำนวนสมาชิกค่ะ 8 คนค่ะ อยู่ได้แค่โรงแรมละ 4-5 คนเท่านั้น แถมเดินไกลกันอีกเราจึงเลือกลองใช้บริการกับ AIR BNB ค่ะ เหมือนเดิมคนเลือกคือแอน แต่ก่อนจะเลือกก็ตกลงกับเพื่อนร่วมทีมค่ะ ว่าโอเคมั๊ย ทุกคนก็โอเคค่ะ อยากนอนด้วยกัน มีห้องตรงกลางมานั่งคุยเล่น ใครง่วงก็เข้าไปนอนก่อนได้เลย



ถึงสถานีนิปปอมบาชิแล้ว ที่นี่ตามลายแทงที่เราติดต่อให้เราขึ้นไปออฟฟิศเพื่อไปรับกุญแจแล้วค่อยไปที่ห้องพักค่ะ เค้าให้ออกทางออกที่ 5 หรือ 10 ก็ได้ เราก็จัดการไปตามแผนที่ที่เค้าให้ค่ะ รับกุญแจเรียบร้อยก็เดินไปหาที่พักกัน กว่าจะหาที่พักได้เราเอาซะเหงื่อแตก ต้องเปิดแผนทีกันระวิง ประกอบกับเริ่มมืดแล้วด้วยค่ะ กว่าจะหาเจอเล่นเอาเหนื่อยเลย เพื่อนๆที่ใช้บริการ AIR BNB ก็อย่ามาถึงมืดจนเกินไปนะค่ะ เกรงว่าจะหาที่พักลำบากค่ะ




ถึงที่พักแล้วค่ะเปิดประตูเข้ามาด้านในเป็นแบบนี้ มีตู้เก็บรองเท้า ส่วนร่มของเราค่ะ ซื้อมาตั้งแต่ทาคายาม่าหอบมาจนถึงโอซาก้า











มีตู้เย็นห้องครัว ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว เตาแก๊ส จานชาม กาน้ำร้อนพร้อมค่ะ





โต๊ะทานข้าวค่ะ





อันนี้ส่วนของโซฟานั่งเล่น กับ โซฟาเบดปรับเป็นเตียงนอนได้ค่ะ





ห้องนอนนี้ นอนกัน 4 คน



ห้องนี้นอนอีก 2 คนเป็นแบบเสื่อทาทามิ เลือกกันได้ตามใจชอบ อยากนอนแบบไหนก็จัดไปค่ะ




อันนี้อ่างล้างหน้าอยู่ติดกับเครื่องซักผ้าค่ะ มีผงซักผ้าพร้อม แต่ ไม่แขวนมีน้อย มีแต่ซักนะค่ะปั่นแห้งเลยไม่มี ได้แค่ปั่นหมาด ถ้านอนหลายคืนก็แห้งอยู่ค่ะ ดูสภาพอากาศด้วยถ้าคิดจะซักผ้า




มุมนี่บ้างจะได้เห็นโนะ




ห้องอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัวพร้อม 8 ผืนค่ะ


เก็บของเรียบร้อย เริ่มหิวโซ เดินออกไปหาอะไรทานกันดีกว่า จากที่พักเราเดินไปนัมบะสัก 10 นาทีได้ค่ะไม่ไกล ระหว่างทางมีร้านอิซากายะหลายร้าน ทาโกะยากิก็หลายร้านเช่นกัน ในละแวกนี้ของกินมากมาย เดินทางสะดวกดี ยี่ปุ่นปลอดภัยด้วยไม่ต้องกังวลค่ะ ขอเพียงรู้เส้นทางก็พอ




เดินมาเรื่อยๆ ริมถนนก็มาเจอ BIG CAMERA เราเลี้ยวเข้าถนนนี้เลยเดินตรงไป แสงสีระยิบระยับ มีร้านอาหารเพียบแอนเดินคุยกับคนยี่ปุ่นไปเรื่อยๆ เค้าแนะนำและพามาทานร้านนี้ค่ะ เค้าว่าไม่แพง และอร่อย เราลองเชื่อเค้าดูก็พบว่าไม่ผิดหวัง อร่อยและไม่แพงจริงๆค่ะ เป็นร้านซูชิจานเวียนถูกใจกันถ้วนหน้าค่ะ ทานเสร็จเรียบร้อยเดินเล่น BIG CAMERA กันต่อช้อปปิ้งของเล่นถูกใจอีกแล้วค่ะ


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ทิ้งท้ายกับความคิดเห็นของที่พักจาก AIRBNB ค่ะ

1.จากรถไฟเดินทางไปที่พักไม่ไกลค่ะ แต่แผนที่ทำงง รูปภาพที่ทางเจ้าของที่พักทำมาไม่ค่อยดี เราเดินหากันนาน

2.ค่าที่พักไม่แพงค่ะ 8 คน 4 คืนราคาเฉลี่ยคุ้มค่าค่ะ
3.ความสะอาดห้อง เรียบร้อยสะอาดดี แต่ฮีทเตอร์ที่ห้องนั่งเล่นส่วนกลางไม่ทำงาน น้องสาวเราสองคนนอนหนาวไป ดีที่มีผ้าห่มแต่ไม่หนามากเท่าไหร่ค่ะ ต้องอาศัยอีทเตอร์จากห้องนอนทั้งสองห้องเปิดแรงๆเอาค่ะ
4. ที่เป่าผมไม่มี ต้องโทรไปแจ้งผู้ให้เช่า เช้าวันจันทร์ถึงได้เอามาให้ได้ เพราะติดวันหยุดค่ะ
5.การคืนกุญแจภายหลังไม่ค่อยสะดวก ถ้าหากเป็นเวลาที่เร่งด่วนเราต้องรีบไปกันแต่เช้าทางออฟฟิศเค้ายังไม่เปิด เราต้องส่งข้อความและอีเมลล์ให้ว่าเราหย่อนกุญแจไว้ที่ตู้จดหมายแล้วให้เค้ามาเก็บไป ลุ้นจะโดนค่าปรับกันไปค่ะ

สรุปทิ้งท้าย ควรเลือกห้องที่มีการคืนกุญแจแบบใส่รหัสดีกว่าสะดวกสบาย เราเช็คเอ๊าท์ออก ก่อน 10 โมงก็ทำได้ง่ายดายค่ะ และหากต้องการนอน AIR BNB เราควรเลือกนอนวันแรกจะดีกว่า ส่วนวันที่ใกล้จะเดินทางกลับเปลี่ยนเป็นนอนโรงแรม แอนว่าสบายกว่าส่งกระเป๋าก็สะดวกค่ะ




Create Date : 25 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2558 13:12:17 น. 1 comments
Counter : 1081 Pageviews.

 
พี่แอน
พุทราตามมาเที่ยวเกียวโตด้วยคนค่า
คิดถึงๆวัดน้ำใส ใส่ชุดแบบนี้พี่ดูกลมกลืนเป็นสาวยี่ปุ่นน่ารักมากๆค่า

แอบสนใจair bnb เหมือนกันนะคะ เห็นเพื่อนๆไปนอนแนวๆคอนโด ราคาไม่แพงด้วยค่า


โดย: prizella วันที่: 19 มีนาคม 2559 เวลา:16:32:46 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.