Group Blog
 
All blogs
 
เจแปนไม่มีขา part 6 : ขุนเขา สายหมอก กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น @ EDOMURA ตอนที่ 2



จากคราวที่แล้วที่เรากำลังจะหาอะไรทานกัน เนื่องจากในตอนเช้ามีเพียงข้าวปั้นคนละก้อนสองก้อนกับน้ำคนละขวด ตอนนี้เราเริ่มหิวกันแล้วค่ะ แถมมีสาวญี่ปุ่นผู้น่ารักมาชักชวนเข้าร้านไปทานอาหารอร่อยๆ เราทั้งสามไม่ได้ลังเลเลยซักนิดเดียว เดินตามไปโดยพลันค่ะ


รูปนี้คุณลุง กำลังย่างไก่ส่งกินหอมลอยตามลมมา ในมือแอนถือกล้องอยู่เลยถือโอกาสเก็บภาพมาอวดกันซะเลยค่ะ ( ความจริงแล้วคาราอาเกะจะต้องทอดนิ แต่คุณลุงเอาไปปิ้งย่างเนื่องจากมันทอดมาแล้ว คุณลุงแค่เพียงอุ่นมันเท่านั้นค่ะ >.<)



เข้าร้านมาแล้ว คุณป้าคนงามอีกท่านนึง รีบกุลีกุจอจัดหาที่นั่งให้เรา คุณป้าน่ารักมาก โค้งแล้วโค้งอีก ถึงจะได้นั่งค่ะ หลังจากนั้นจึงสั่งอาหารทานกัน เกณฑ์การสั่งอาหารของเรา สั่งแบบรวมๆ แล้วแบ่งกันทานค่ะ



นั่งสักอึดใจเดียวไม่นาน อาหารก็ทยอยมาเสริฟค่ะ ในรูปตามนี้เลยค่ะ ค่าเสียหาย 3900 เยนค่ะ



หลังจากอิ่มแล้วเราก็รีบเลยค่ะ สาวเท้าก้าวออกจากร้านเพื่อเดินทางต่อ ออกมาหน้าร้านปุ๊บเจอเหล่าชาวซามูไรเดินผ่านไปผ่านมาพอดี โจ๊ะเข้าให้อย่างจัง เหล่าซามูไรก็น่ารัก ส่งเสียงถามเรามาว่าจะถ่ายภาพมั๊ย แอนได้ยินถึงกับหูผึ่ง เอาค่ะ ตอบไปอย่างไม่ลังเล



ได้ออกมาเป็นภาพนี้ค่ะ



หลังจากถ่ายรูปกับเหล่าซามูไรทั้งหลายแล้ว เดินต่อไปค่ะ เจอเด็กน้อยในชุดซามูไร เก็บภาพมาอีกใบค่ะ ( เป็นรูปปั้นค่ะ )



ร้านค้าต่างๆ ตามทางเดิน เราไม่ได้แวะเลยค่ะ เนื่องจากเรารีบจะเข้าไปดูการแสดง ฉะนั้นจึงได้แค่ถ่ายภาพมาไว้ดู



ถึงแล้วโรงละครเล็กๆ รู้สึกว่าเราจะมาทันพอดีค่ะที่นี่คือ "โรงละครวัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณ"



จับจองที่นั่งก่อนเปิดการแสดง สามารถนั่งไปได้เลยค่ะ ที่ไหนก็ได้ จะใกล้จะไกลตามแต่สะดวก คนก็ไม่เยอะค่ะ



การแสดงเริ่มแล้วค่ะ มีการชักชวนแขกที่มาชมให้มาร่วมแสดงด้วย แต่ละคนมาจากหลายประเทศ มีเราสามหน่อที่เป็นคนไทยในรอบนี้ มีเกาหลีเป็นชายหนุ่มคนนึง มีหนุ่มสาวคู่รักจากจีนอีกคู่นึง และมีคนญี่ปุ่นอีกนิดหน่อย พิธีกรชักชวนอยู่หลายรอบก็ไม่มีใครออกมาสักที แหม...จะออกไปได้อย่างไร ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยแข็งแรงซะด้วย ฟังได้บ้างไม่ได้บ้างตามมีตามเกิดหน่ะค่ะ ขืนออกไปมีหวังขายหน้าประเทศไทยกันพอดีค่ะ



นางเอกของเรื่องค่ะ โออิรัน เป็นเกอิชาในสมัยเอโดะ



จบจากการแสดงแล้ว เราออกจากโรงละครนี้เพื่อไปอีกโรงค่ะ



ผ่านตรงนี้ ยังไม่ถึงเวลาที่จะเข้าโรงละครต่อไป เราแวะกันที่นี่ก่อนเลยค่ะ ที่นี่คือ "วัดนรก" ที่นี่เป็นดินแดนของคนตาย คนในสมัยเอโดะเชื่อกันว่าใครที่ทำไม่ดี จะต้องตกนรกไปชั่วนิรันดร์ พวกเราคนดี ไม่กลัว แวะเขาไปเลยค่ะ สามสาวมาดมั่นอย่างเราไม่ยอมแพ้ ระหว่างที่กำลังจะเข้ามีชายหนุ่มจากเกาหลีวิ่งกระหืดกระหอบมาร่วมขบวนด้วยค่ะ ฮั่นแน่...สงสัยจะกลัวผีกระมังค่ะ



ความจริงแล้วตรงนี้หากฝนฟ้าไม่ตก เราจะได้ชมการแสดงการต่อสู้กลางแจ้งกันค่ะ เป็นการต่อสู้ระหว่างนินจาและซามูไร " ยากิว บูเกโซ" โดยจะจัดแสดงทุกวัน วันละสองรอบ แต่เค้าจะไม่แสดงในวันที่ฝนตกค่ะ เศร้าไปเลยเราT.T



เดินๆ เลาะไปเรื่อยๆ ไปเจอวิวัฒนาการของการชักใยหุ่นกระบอกกัน เรื่องราวเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตุ๊กตาดารูมะ ที่นี่เราทั้งสองไม่รู้เหนื่อยหรืออย่างไร สงสัยความเย็นของอากาศประกอบกับทานอาหารมาอิ่มๆ พวกเราทั้งสามเริ่มง่วงค่ะ ดูละครไปหลับกันไป >.<



ออกจากโรงโน้นมาโรงนี้ คิดว่าจะหลับต่อ แต่บังเอิญไม่ค่ะ ไม่หลับ เพราะอะไร เราได้เข้ามาสู่ "โรงละครนินจาค่ะ " จากภาพพิธีกรกำลังพูดถึงกฏกติกาในการรับชมค่ะ เค้าไม่ให้ถ่ายรูปนะค่ะในระหว่างแสดง แต่เมื่อถึงเวลาที่เค้าให้ถ่ายรูปเค้าจะบอกค่ะ



เนื้อเรื่องเป็นนินจา มันก็ต้องมีความว่องไวและมืด ฉะนั้นถึงแม้จะถ่ายภาพคงจะไม่เห็นหล่ะค่ะ แต่พอแสดงเสร็จเรียบร้อย เหล่านินจาทั้งหลายออกมาแสดงความขอบคุณที่เข้ามาชม การแสดงนี้เราทั้งสามชอบมากค่ะ แต่ไม่รู้ทำไม มีเพียงแค่ ผู้ชมแค่เราทั้งสามกับอีกหนุ่มเกาหลีเท่านั้น ตอนออกจากโรงเหล่านินจาทั้งหลายยังใจดี ถามเราว่ามาจากประเทศอะไร และอยากถ่ายภาพกับเค้ามั๊ย แน่นอนพวกเราไม่พลาดหรอกค่ะ



อันนี้เป็นการแสดง "ระบำน้ำ "สาวสวยในชุดสมัยเอโดะจะมาแสดงระบำน้ำจากปลายนิ้ว โดยควบคุมสายน้ำด้วยพัดค่ะ เค้ากล่าวว่า การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงที่จะมีอยู่ตามสถานบันเทิงต่างในยุคเอโดะค่ะ นับเป็นโอกาสดีที่เราได้มาชมเพราะการแสดงอันนี้เป็นอีกอันที่เราประทับใจค่ะ



ออกจากโรงละคร เรากะว่าจะลองยิงธนูกันค่ะ แต่อารามเราเที่ยวกันเพลินจนลืมดูเวลาว่า ในช่วงฤดูหนาว ที่นี่จะปิดเร็วกว่าปรกติ เนื่องจากมืดเร็วนั่นเองค่ะ (ปิด 16.00 น.) เป็นอันว่าอีก10 นาที เค้าจะปิดแล้ว ว้า...แย่เลยพวกเราอดเลย แถมยังอดที่จะได้ถ่ายรูปในชุดกิโมโนในสมัยเอโดะด้วย เศร้าT.T



เห็นมั๊ยค่ะ สาวๆ มาแล้ว ตอนแรกก็งงว่ามาตามเราทำไม ถามไถ่ดูก็ได้ความว่ากำลังจะปิดค่ะ ถึงตรงนี้เลยถึงบางอ้อเลยค่ะ เค้ามาส่งเรานั่นเอง



ก่อนกลับออกมา เราหันไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอีกสักภาพสำหรับที่นี่ เราทั้งสามตกลงกันว่า จะมาเที่ยวที่นี่ใหม่ในคราวหน้าที่ไปญีปุ่น เพราะพวกเราชอบที่นี่ค่ะ



ยังค่ะ ระหว่างเดินกลับออกมา ยังไม่วาย แวะอีกค่ะ แวะชะโงกดูว่ามีอะไร
มันก็คือ "ร้านซ่อมอาวุธ" ที่นี่มีชุดเกราะ ดาบ โคมไฟ และเครื่องใช้อื่นๆ ในหมู่บ้านซ่อมได้ที่ร้านนี้ และที่นี่ก็มีของหาดูได้ยากด้วยค่ะ



เรานั่งรถคันเดิมที่เมื่อเช้ามาส่งเรากลับมาลงที่เอกิเหมือนเดิม เหลือบมองดูเวลายังอีกนานเกือบชั่วโมงกว่าที่รถไฟของเราจะมา เราจึงแวะสำรวจที่นี่กันสักหน่อย เดินดูละแวกนี้ เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวออนเซ็น มีบริการแช่เท้าคลายความเมื่อยล้าด้วย แอนไม่รอช้าเดินเข้าไปถามลุงเจ้าหน้าที่ ได้ความว่า FREE ค่ะ เดินกลับมาบอกลูกทัวร์ทั้งสองของเราว่าฟรี เท่านั้นแหละ ถอดรองเท้ากันเลย



บรรยากาศยามเย็น นี่เย็นนะค่ะ ยังไม่ 6 โมงเย็นเลย มืดซะแล้ว เพื่อความปลอดภัยเค้าเลยปิดเร็วนะเนี่ย



แช่เท้ากันสบายใจแล้ว เริ่มหิวนิดหน่อย แวะหาซื้ออะไรรองท้องกันหน่อยค่ะ ที่เอกิมีร้านสะดวกซื้อ หากไม่สะใจ ก็มีร้านขายของเล็กๆ ให้เดินดูซื้อหากันที่ฝั่งตรงข้ามเอกิค่ะ



หมายเหตุ
การมาเที่ยวที่นี่ เพื่อนๆ ไม่ต้องตกใจ เวลาเข้าโรงละคร จะมีเจ้าหน้าที่มาเดินแจกเศษกระดาษเล็กๆ ไว้ให้ เอามาทำไมให้เขียนอะไร คำตอบคือไม่ใช่ค่ะ เค้าเอาไว้ให้เราห่อพวกเหรียญเยนไว้ในกระดาษ เมื่อจบการแสดงแล้วโยนขึ้นไปบนเวที เพื่อเป็นกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ ให้ผู้แสดงค่ะ เราจะให้เท่าไหร่ก็ได้เค้าไม่ได้บังคับค่ะ


สุดท้ายเป็นข้อมูลเผื่อใครที่ต้องการเดินทางไปเที่ยว EDO WONDERLAND NIKKO EDOMURA


การเดินทาง : นั่งรถไฟจากโตเกียว 2 ชั่วโมงค่ะ

หากมาจากชินจูกุ : โดยรถไฟ Jr จากชินจูกุ อิเคบุกุโร่ หรือโอมิยะ ให้นั่งรถไฟสายตรง คินุกาวะ หรือ สปาเซีย- คินุกาวา มาที่สถานีคินุกาวาออนเซน ต่อรถะมล์ 15 นาที หรือ แท๊กซี่ 10 นาที

หากมาจากอาซะกุซะ : นั่งรถไฟสายคินุกาวา จากสถานีโทบุ อาซากุซะ ลงที่คินุกาว่าออนเซ็น และต่อรถเมล์ 15 นาทีหรือแท๊กซี่ 10 นาที

ค่าบัตร 1 วัน : ผู้ใหญ่ อายุ 13 ปีขึ้นไป คนละ 4500 เยน
เด็ก คนละ 2300 เยน
บัตรครึ่งวัน : ผู้ใหญ่ อายุ 13 ปีขึ้นไป คนละ 3900 เยน
เด็ก คนละ 2000 เยน
เปิด : 20 มีนาคม ถึง 30 พฤศจิกายน เปิดเวลา 9.00-17.00 น.
01 ธันวาคม ถึง 19 มีนาคม เปิดเวลา 9.00- 16.00 น.
วันหยุด : ปิดทุกวันพุธ และตามรายละเอียดวันหยุดเทศกาล

มีรถบัสรับส่งฟรี จาก EDO WONDERLAND NiKKO - JR nikko station
โดยจะมีรถบัสรับส่ง 5 รอบต่อหนึ่งวันค่ะ
คำแนะนำ : หากต้องการไปเที่ยว ควรค้างคืนที่นี่ค่ะ เพราะจะได้แวะไปเที่ยวที่อื่นด้วยเลยค่ะ




Create Date : 21 กรกฎาคม 2554
Last Update : 7 มกราคม 2558 23:32:42 น. 1 comments
Counter : 1030 Pageviews.

 
wow ได้ถ่ายภาพกับเหล่าซามูไรด้วย

เท่ห์ไปเลยค่ะ


โดย: nLatte วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:8:30:04 น.  

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.