Group Blog
 
All blogs
 
ไปเยี่ยมคุณแม่แดนปลาดิบ ตอน 9 เที่ยวชมสุดยอดปราสาท MATSUMOTO CASTLE @ NAGANO




แม่บอกเมื่อคืนว่าจะพาไปเที่ยวที่ มัตสึโมโต้โจในวันพรุ่งนี้ให้รีบตื่นแต่งตัว  จะได้ออกไปเที่ยวแล้วหลายวันมานี้ได้แต่อยู่เฝ้าบ้าน ไม่ค่อยได้ไปไหน ดูแต่ทีวี ต้องรอให้เป็นวันหยุดก่อนแม่ถึงจะพาไปเที่ยวค่ะ
แอนและแม่ตื่นมาแต่เช้า ลงมาอาบน้ำ ล้างน้ำ แปรงฟัน แล้วแม่ก็พาเจ้า นานาจัง ไปเดินเล่นเพื่อทำธุระของมัน แม่ต้องเอาพลั่วไปอันนึงด้วยเผื่อว่านานาจังถ่าย จะได้เอาพลั่วตักดินไปกลบคนญ๊ปุ่นดีจังเป็นคนที่มีระเบียบวินัยดีมาก แม้จะพาหมาตัวเองออกไปเที่ยว หรือเดินเล่นต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ผิดกับเมืองไทยที่บางบ้านปล่อยหมาของตัวเองออกมาจากบ้านเผื่อให้ไปทำธุระเอง พอถึงเวลาก็เรียกกลับบ้าน แบบไม่ตามไปดูว่าหมาของตัวเองไปทำความเดือนร้อนให้กับบ้านอื่นๆ บ้างหรือเปล่า อยากให้คนไทยมีจิตสำนึกกันตรงนี้บ้าง....เฮ้อ..



หลังจากที่แอนและแม่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็เตรียมอาหารมื้อเช้าให้เด็กๆ และคุณพ่อบ้านทั้งสองคน  ระหว่างทำกับข้าวแอนก็เรียกคุณพ่อบ้านให้ตื่นอาบน้ำ พออาบน้ำเสร็จแล้วก็ให้เรียกเด็กๆ ตื่นด้วยจะได้ไม่เสียเวลา   เสร็จเรียบร้อยก็รีบกินอาหารเพื่อที่จะเตรียมตัวออกเดินทางกัน มีสิ่งนึงที่ลืมไม่ได้เลยคือเสื้อหนาวค่ะ แม้เดือนนี้จะเข้าสู่เดือน เมษายนแล้ว แต่ที่บ้านแม่แอนว่า มันหนาวมากค่ะ เวลาตากผ้า จะมีลมแรงมาก ด้วยความที่เราอยู่บ้าน ทำงานบ้านมือผ่านน้ำเย็นน้ำร้อนน้ำอุ่นไม่อยากเชื่อระยะเวลาเพียงไม่กี่วันมือของแอนจะแห้ง แตก ทาครีมแล้วยังเอาไม่อยู่เลย หนาวสุดๆที่เคยเจอมาแม้ว่าแม่จะบอกว่าที่เกาหลีจะหนาวแห้งๆ กว่าญี่ปุ่น  แต่ถึงวันนี้ แอนว่าญี่ปุ่นและต้องเป็นที่บ้านแม่ด้วยนะ  หนาวจนจะแข็งแว้ววว

 

บ่นกันเรื่องความหนาวเสร็จเรียบร้อยเราเอาเสื้อกันหนาวติดมือแล้วออกจากบ้านกันค่ะ คนขับรถวันนี้เป็นโอโต้ซังคะะ





ขับไปได้นิ๊ดเดียว โอโต้ซัง แวะเติมน้ำมันก่อน แม่ว่าวันนี้เราจะไปไกลเลยต้องแวะเติมน้ำมันกันก่อนค่ะ  และนี่คื่อราคาน้ำมันวันนี้ค่ะ วันที่ 01/04/06






ระหว่างนั่งรถกัน แม่ถามว่าจะไปดูอาซะม่ะ มั๊ย แอนก็ถามแม่ว่า คืออะไร แม่บอกว่ามันคือภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่และอยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก คนส่วนใหญ่มาที่นากาโน่จะไปกัน ที่นี่จะมีนักธรณีวิทยาคอยเช็คว่าภูเขาไฟจะระเบิดออกมาอีกเมื่อไหร่ ได้ฟังดังนั้นก็บอกแม่ว่าไม่ไป น่ากลัว เดี๋ยวมันระเบิด!!!!!!!!! เด็กก็ร้องบอกว่าไม่ไป ไม่ไป แม่ก้อหัวเราะ ไม่ไป ก้อไม่ไป ดีแม่กับโต้ซังจะได้ไม่เหนื่อย แต่เด็กร้องบอกว่าไม่ไปแต่จะต้องพาไปที่อื่นแทน แม่ถามว่าอะไร เด็กๆ บอกอยากไปกินยากินิกุ กัน แม่ก็บอกว่าห่วงแต่กินอย่างเดียว ครอบครัวนี้ !!!555






รูปนี้ ถ่ายจากด้านหลังของรถค่ะ

 






วิวภาพถ่ายของตึกระหว่างค่ะเห็นสวยดีเลยถ่ายมาให้ดู

 






ถึงแล้วค่ะ มัตสึโมโต้ โจ ดูสวยดี (แต่แอนว่าปราสาทของญี่ปุ่นดูเหมือนๆ กันหมดค่ะ)





นายแบบของเรากับมัตสึโมโต้ โจหรือ ปราสาทอีกาดำ  ทำไมถึงเรียกปราสาทอีกาดำ ก็เนื่องจากผนังปราสาทมีสีดำ และปีกด้านต่างๆของปราสาทแผ่กางออกเหมือนปีกนก เป็นตัวอย่างหนึ่งของปราสาทที่สร้างบนพื้นที่ราบ ไม่ใช่บนเนินเขาหรือกลางแม่น้ำ

 






ที่มัตสึโมโต้ โจ จะมีสะพานสีแดงเป็นสัญลักษณ์ค่ะเป็นปราสาทที่ใหญ่พอประมาณค่ะ






บริเวณภายนอก รอบๆ ปราสาทค่ะ ช่วงที่แอนไปนี่ก็ไม่ค่อยมีคนค่ะ

 




บริเวณภายในปราสาทค่ะ

 





 




 



ภายในก็จะมีข้าวของเครื่องใช้  เรื่องราวประวัติของปราสาทค่ะ

ประวัติความเป็นมาของปราสาทย้อนหลังไปได้ถึงยุคสงคราม ในช่วงเวลานั้น กองทัพโองาซาวาระได้สร้างป้อปราสาทขึ้นในบริเวณนี้ มีชื่อเรียกว่า ปราสาทฟุกะชิ ต่อมาป้อมปราสาทได้ถูกกองทัพทาเคดะยึดครองไปได้ และตกเป็นของโทคุงาวะ อิเอยาสุ ในเวลาต่อมา

ต่อมาเมื่อโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ได้มีคำสั่งให้อิเอยาสุย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในภูมิภาคคันโต ก็ได้มอบปราสาทให้อิชิงะวะ โนะริมะสะ เป็นผู้ดูแลต่อ โนริมะสะและยะสุนะงะ

ผู้เป็นบุตรชาย ได้สร้างหอปราสาทและส่วนอื่นๆ ได้แก่ หอปราสาท 3 หลัง หอดอนจอน หอเล็กทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อาคารที่พัก ประตูกลอง ประตูดำ คูปราสาท ปีกอาคารสามชั้น และชั้นย่อยๆในปราสาท ซึ่งทั้งหมดยังคงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน เชื่อกันว่าพื้นที่ปราสาทส่วนใหญ่แล้วสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อประมาณปี 1593-1594

ในปี พ.ศ. 2415 (ค.ศ. 1872) ซึ่งเป็นช่วงยุคปฏิวัติเมจิ หอปราสาทถูกนำออกประมูลขายและกำลังจะถูกรื้อถอน แต่อิจิคาวะ เรียวโซ ได้ร่วมกับชาวเมืองมัตสึโมโตะช่วยกันรักษาปราสาทไว้ ประตูดำชั้นสองและกำแพงข้างประตูถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) และต่อมาประตูกลองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999)

ปัจจุบันปราสาทมัตสึโมโตะได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น





อีกมุมนึงค่ะ




ตัวปราสาทแบบเต็มๆ




คูน้ำรอบๆ ปราสาท


 





ตรงนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ค่ะ  ขออภัยที่รูปน้อยไปหน่อย เพราะความจริงๆ แล้วแอนถ่ายรูปมาเยอะมากนะค่ะ แต่เป็นรูปคนกับสถานที่ เลยมีรูปสถานที่อย่างเดียวน้อยค่ะ 

 

คราวหน้ามาติดตามต่อนะค่ะว่าแอนจะไปเที่ยวไหนต่อ สวัสดีค่ะ

 






Create Date : 20 มิถุนายน 2550
Last Update : 30 สิงหาคม 2556 19:07:15 น. 2 comments
Counter : 1126 Pageviews.

 
รูปสวยดีแต่ท่าทางจะแดดแรงเปรี้ยงๆเลย


โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:12:40:56 น.  

 
แวะมาเที่ยวด้วยคนคะ


โดย: mintny_n วันที่: 30 มิถุนายน 2550 เวลา:22:31:31 น.  

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.