Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปนตอนที่ 12 ข้าวมื้อบ่ายชามโตที่แสนอร่อย@HAKODATE กับฟ้าฝนไม่เป็นใจบนยอดเขา


สวัสดีวันอังคารค่ะ หายหน้าหายตาไปหลายวัน พอดียุ่งนิดหน่อยมีเพื่อนที่น่ารักมาจากญี่ปุ่นแอนเลยไม่ว่าง แอบหนีไปเจอเพื่อนมาค่ะ แถมเป็นหยุดต่อเนื่องด้วยเลยชะแวบไปไหว้พระมาค่ะ ตอนนี้กลับเข้าสู่โหมดเดิมเลยมาขึ้นแท่นนั่งประจำการหน้าคอมค่ะ


วันหยุดที่ผ่านมาเป็นวันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์ เพื่อนๆไปเที่ยวไหนกันหรือมีกิจกรรมอะไรกันบ้างค่ะเล่าสู่กันฟังหน่อยน๊า ครอบครัวแอนไม่ได้สนใจวันวาเลนไทน์เท่าไหร่ บ้านแอนเลือกที่จะกลับหาแม่แฟนที่ 8 ริ้วค่ะ รถติดมากกก แม้จะใช้เวลานานกว่าเดิมแต่ก็ไปถึงอย่างปลอดภัยค่ะ ^^


กลับมาเรื่องญี่ปุ่นกันต่อดีกว่าโนะ ความตอนที่แล้วเราเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว พักผ่อนกันสักแป๊บก็ออกจากห้องพักกันอีกค่ะ ด้วยความที่มื้อเช้าทานไปเช้า ถึงตอนนี้ตกบ่ายแล้วสูญเสียพลังงานไปเยอะ ( เยอะตรงไหน อยู่บนรถไฟนอนอย่างเดียว 555) ความจริงอ้างค่ะ หิวๆ แล้วนั้นเอง ประกอบกับตอนที่เดินมาโรงแรม เหลือบไปเห็นตรอกๆ นึงมีร้านอาหารมากมาย คุณพ่อบ้านเห็นแล้วอดใจไว้ไม่ไหวร้องเรียกจะไปทานกันเลยทีเดียว เราจึงต้องสปริงตัวลุกจากที่นอนถ้าไม่ลุกมีหวังหลับแน่นอนค่ะ ว่าแล้วก็ออกกันดีกว่า







ลงมาด้านล่างกันแล้ว มุ่งหน้าไปยังร้านซูชิ แต่สายตามองตรงไปฝั่งตรงข้ามโรงแรมมี "ยามาโตะ คุโระเนะโกะด้วย สุโค่ยยยยค่ะ ไม่ต้องแบกกระเป๋าไกลแว้วววว ใครต้องส่งกระเป๋าดีมากค่ะ ไม่ต้องเดินไกล สะดวกสบายจริงๆ





เดินออกจากโรงแรมมา เราเลี้ยวไปทางซ้าย คือย้อนกลับไปทางที่เราเดินมามุ่งหน้าสู่เอกิค่ะ






เดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงตรงนี้ ให้เดินเข้าตรอกนี้ไปเลยค่ะที่มีชายญี่ปุ่นเดินออกมานี่ล่ะค่ะ มีร้านอาหารเพียบ เลือกได้เลยมีหลายราคา ชอบร้านไหนมีงบเท่าไหร่จัดไปโลดดด^^




เข้าซอยมาแล้ว มีร้านหลายร้านให้เลือกค่ะ แต่ครอบครัวเราเลือกร้านนี้ เป็นข้าวหน้าปลาดิบหน้าต่างๆ เรียกว่า " chirashi-Zushi " ด้วยเหตุที่ว่าดิสเพลย์สวยแจ่ม ขออภัยถ่ายมาแบบเอียงๆ คนเดินเยอะค่ะ เลยต้องรีบถ่าย




ซูม ซูมดูกันใกล้ๆ เอาร้านนี้แหลล่ะ ประกอบกับมีคนในร้านเยอะ อาหารน่าจะสดใหม่ค่ะ





เข้าร้านมาแว้ววเราจะมาลองกันเป็นจริงเหมือนในภาพรึป่าว ลายเซ็นต์คนดังตรึม ใจชื้นขึ้นมาหน่อยเรามาไม่ผิดแล้ว ^^





ลายเซ็นต์เต็มไปหมด ดวงดีแท้ๆ จริงรึป่าวรออีกนิ๊สสสสส




สั่งอาหารไปแล้วนะ รอๆ แป๊บนุง บ่าย 2 แล้วหิวๆ ลุงเร็วๆ หน่อยค่า





มาแล้วชามที่หนึ่ง เหมือนรูปเป๊ะๆ เลย ชามนี้ของคุณพ่อบ้านสนองความอยากจัดไปให้หายหิว




ชามต่อไปเป็นชามนี้ของสาวน้อยค่ะ แอนไม่ชอบไข่ปลาแซลมอล เลยขอบาย





และชามนี้ของแอนกับหนุ่มน้อยเลือกเมนูเดียวกัน ว่าแล้วก็ลงมือทานกันได้เลยยย いただきます~



ทานอาหารเสร็จแล้ว เริ่มมีพลังที่สำคัญ อร่อยสดและหวาน ใครมาก็แวะได้เลยค่ะแนะนำ คือว่าความจริงก่อนออกเดินทางมาข้อมูลน้อยมากค่ะ คิดอยู่ในหัวเจอร้านไหนหน้าทานก็จัดเลย ไม่มีข้อมูลเรื่องร้านอาหารเลย ดุ่มๆอย่างเดียวเลย




ออกจากร้านกันมาร้านเดินข้ามถนนมานิดนึงต้องเจอสัญลักษณ์นี้ สัญลักษณ์นี้เป็นประติมากรรมตั้งอยู่หน้าสถานี HAKODATE ฮาโกดาเตะเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 บนเกาะฮอกไกโด ว่ากันว่ายอดเขาฮาโกดาเตะสวยงามติดอันดับ1 ใน 3 สำหรับวิวยามค่ำคืนที่สวยสุดยอดในโลกค่ะ ว่าแล้วเราต้องไปค่ะ ตามมาโลดดด ^^





เราจะมุ่งหน้าไปขึ้นกระเช้าไปชมวิวบนยอดเขาค่ะ โดยเราจะนั่งรถรางไปกันค่ะ ภาพนี้จังหวะพอดีรถรางเลี้ยวมาแอนเปิดหน้ากล้องอยู่เลยได้เก็บภาพมาฝาก และภาพนี้ได้ลงในหนังสือท่องเที่ยว ANYWHERE ฉบับที่หนูนา หนึ่งธิดาเป็นนางแบบหน้าปกค่ะ แม้จะเป็นรูปเล็กๆ แต่แอนก็ดีใจค่ะ





เดินข้ามถนนมาเจอรูปหญิงสาวเก็บภาพอีก เผื่อใครจะตามมาจะได้ตามถูกค่ะ คิคิ




ถึงจุดจอดรับผู้โดยสารของรถรางแล้วเราจะขึ้นตรงนี้นะคะ่รถรางมีอยู่ 2 สายค่ะ คือสาย 2 และสาย5 แต่ที่แอนจะขึ้นวันนี้เป็นสาย 5 ค่ะ



ภายในเป็นแบบนี้ค่ะ เป้าหมายเราต้องลงที่ Jujigai หน้าจอทีวีจะขึ้นDY20 ให้ลงสถานีนี้ค่ะ แต่คุณพ่อบ้านบอกอากาศดี ฝนหยุดตกแล้ว ลงสุดสายเลยแล้วกัน แล้วค่อยเดินย้อนมา อยากดูบ้านเมืองเค้า แอนก็เลยต้องเลยตามเลยค่ะ เราจึงไปลงกันที่ D23 Hakodate Dock-mae ค่ะ ราคาค่าโดยสารคนละ 220 เยน




รถรางจอดสุดสายที่นี่แล้ว คนลงกันหมดแล้วค่ะ มีเรากระเหรี่ยงทั้ง4 เท่านั้น 555




ลงมาแล้วข้ามฝั่งค่ะ ไม่รู้เหมือนกันจะไปไหน รู้แต่ว่าต้องเดินย้อนกลับไปค่ะ




เราเดินผ่านที่นี่ เงิบกันเลยทีเดียวค่ะ --"





เดินๆ เดินต่อไป อุตะเรามาถึงนี่กันเลยค่ะ ฮาโกดาเตะมาริน่า 555 มาดูทะเล




มีนกเยอะมากเลยค่ะไม่กลัวคนเลย แถมอากาศดีมากๆ สุโค่ย สูดๆ อากาศให้เต็มปอด




มีเรือเยอะไปหมด แต่ไม่มีคนนะค่ะ




ออกจากท่าต่อเรือ เรายังคงเดินย้อนกลับไปแต่เดินขี้นเนินเขาไป ผ่านที่นี่ค่ะ เงียบสุดๆ 



แวะถ่ายรูปแป๊บนุงแล้วเดินต่อๆ ที่นี่ไม่เปิดนะค่ะ เลยอดชะโงกหน้าไปดูเลย 




เดินไปเรื่อยๆ เห็นแล้วลิบๆค่ะ OLD PUBLIC HALL OF HAKODATA WARD
เป็นอาคารที่เด่นที่สุดเลยค่ะ สร้างด้วยไม้ตามสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียน แล้วเสร็จเมื่อปี 2453 ใช้เวลาสร้างแค่ปีเศษเท่านั้นค่ะ




ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว อากาศดีเดินไม่เหนื่อยค่ะ

















  Old Public Hall Of Hakodate Ward  หรือศาลาประชาคาหลังเก่า ตั้งตระหง่านสวยเด่นกลางขุนเขาเลยค่ะ ที่นี่เป็นสถานที่ต้อนรัีบแขกบ้านแขกเมือง  มีห้องจัดเลี้ยงตกแต่งหรูหรา ด้านในมีบริการเข่าชุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยค่ะ แอนได้เข้าไปชะโงกดูนิดหน่อยค่ะ ด้านในมีคนพอสมควรค่ะ พวกเรายืนประชุมกันสักแป๊บก็ตกลงกันว่าไม่เข้า จะมุ่งหน้าสู่ ROPEWAY ไปดูวิวดีกว่า เลยเป็นอันขอบายที่นี่ไปก่อนค่ะ ใครที่มีโอกาสถึงเร็วแล้วอยากเข้า เค้าเปิดเวลา 9.00-19.00 น. ค่าเข้าชม 300 เยนะคะ่




บนนี้อากาศดีค่ะ มีกรุ๊ปผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวด้วยค่ะ




เราถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอก็ออกเดินต่อไปค่ะ ตามทางมีป้ายบอกนะค่ะไม่ต้องกังวล ถึงไม่มีก็ไม่ยากอะไรแค่เดินตรงๆไป ผ่าน MOTOMACHI PARK ค่ะ



ระหว่างเดินผ่าน ป้ายนี้ทำให้เรารู้ว่ากำลังเดินผ่านย่านนี้ค่ะ เป็นย่านที่เป็นที่อยู่ของชาวต่างชาติ ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ความมืดเริ่มปกคลุม หมอกเริ่มหนาขึ้น เป้าหมายของเรายังคงเป็นกระเช้าชมวิวค่ะ




ผ่านถนนเส้นงาม มีรถผ่านมาเหมือนกันค่ะ แต่แอนหยุดให้รถไปก่อนแล้วจึงถ่ายรูป สวยดีค่ะ จากเนินถ่ายลงไปยังเบื้องล่าง




เราเดินมาถึงโบสถ์รัสเซีย นิการออโธดอกซ์ RUSSIAN ORTHODOX CHURCH ฝนเริ่มกระหน่ำลงมา เราทั้ง 4 รีบวิ่งไปให้ถึงสถานี ROPEWAY




ุถึงสถานีแล้วค่ะ ในนี้มีคนเยอะพอสมควรค่ะ ลืมบอกไปที่เอกิมีส่วนลดสำหรับผู้ต้องการขึ้นกระเช้าด้วยนะค่ะ ให้ไปขอได้ค่ะฟรี ค่าโดยสาร เดินทางไปและกลับราคา 1160 เยนค่ะ เที่ยวเดียว 640 เยนค่ะ เวลาเปิดให้บริการ 10.00-22.00 น.(ช่วงฤดูร้อน)



ชำระเงินเรียบร้อย แล้วค่ะ แต่ก่อนจะขึ้นมาเจ้าหน้าที่แจ้งว่าทางฟ้าปิดหมอกลงจัด ขึ้นมาด้านบนอาจไม่เห็นวิวนะ แต่พวกเราและคนอื่นๆ ก็ยังดั้นด้นกันขึ้นมาค่ะ




ในรูปนี้เจ้าหน้าที่เตือนแล้วไม่ฟัง ผลที่ได้ถ่ายรูปมามองไม่เห็นเลย คนก็เยอะ เสียเงินไปเปล่าๆ ใครเจออย่างแอน อย่าได้ขึ้นมาเลยนะค่ะ ลงก็แรงมาก หนาวก็หนาว เห้อ(ถอนหายใจแรง)




ขึ้นไปแป๊บเดียวเราก็ต้องรีบลงมาค่ะ เพราะเมื่อไหร่ที่มีความหนาวผสมกับแรงลม พูดเลยค่ะ ไม่ไหวมองอะไรก็ไม่เห็น ความชื้นก็เยอะถ่ายรูปมาก็มัว หน้าเลนส์มัวมากๆค่ะ เดินกลับลงมาขึ้นลงไปแบบหงอยๆ เซ็งๆ เลยคะ่ แง คอยดูเถอะมีโอกาสเราจะมาทวงคืน!!!


ขากลับลงมาเมื่อเดินมาจนถึงถนนให้เดินไปทางขวามือ ที่หัวมุมข้ามถนนไปจะเจอจุดจอดรับส่งรถราง ให้รอตรงนี้ค่ะ ค่าโดยสารไปยังหน้าสถานีราคา 200 เยนคะ่



กลับถึงโรงแรมแล้ว 17.55 น. มีข้าวฟรีรออยุ่ พร้อมใจกันเซ็งมาร่วมวงทานข้าวฟรีดีกว่า โควต้าคนละ 1 จานเท่านั้นค่ะ รสชาดพอใช้ค่ะไม่ถึงกับแย่ แต่ก็ไม่ถึงกับอร่อยมากค่ะ แต่บอกไว้ก่อนแอนไม่ชอบทานแกงกระหรี่ค่ะ อาจเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คนนะค่ะ แต่ข้อดีประหยัดได้อีก 1 มื้อเชียวนะเออ

จบการเดินทางสำหรับวันนี้ขึ้นห้องอาบน้ำนอนภาวนาให้พรุ่งนี้อากาศดีฝนไม่ตกด้วยเถอะ และถ้าไม่มีอะไร คงได้มานั่งเขียนตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้คะ 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะคืนนี้นอนหลับฝันดีนะค่ะ Good Night ค่ะ








Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2557 13:50:18 น. 0 comments
Counter : 4379 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.