Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปนตอนที่ 18 ตอน แผนที่วางไว้ล้มไม่เป็นท่า เหตุเพราะ karuizawa outlet เท่านั้น


ต่อๆ กันค่ะเช้าวันที่ 3/5/56 วันนี้เรามีแพลนว่าจะไปเที่ยวในเมืองเซนไดค่ะ เราก็รีบลงไปทานอาหารฟรีของทางโรงแรมเลย อาหารเหมือนเดิมไม่มีอะไรมากเป็นข้าวปั้น ทานกับน้ำซุบ เค้าจัดให้ทานแบบจำกัดนะค่ะคนละชุดเท่านั้น ถ้าเป็นคนทานเก่งก็บอกเลยว่าไม่อิ่มค่ะ แต่พอแก้หิวไปได้ ทานเสร็จแล้วก็ขึ้นมาตรวจตราสัมภาระว่าเก็บเรียบร้อยดีมั๊ย ลืมอะไรมั๊ย เรียกง่ายๆว่าเป็นการสำรวจค่ะ เมื่อสำรวจเรียบร้อยแล้วก็ลงไปเช็คเอ้าท์ค่ะ ระหว่ารอเจ้าหน้าที่อยู่คุณพ่อบ้านก็โพล่งออกมาว่า

คุณพ่อบ้าน : แอนถ้าเราไม่ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แต่เราเปลี่ยนเป็นไปเที่ยว OUTLET กันมั๊ย ป๊าอยากไปOUTLET ไม่อยากไปเดินในเมือง ป๊าว่ามันไม่มีอะไร ได้มั๊ยจ๊ะ? ระหว่างทางที่เรามาเซนได ป๊าเห็นในรถไฟมีรูปเอ๊าท์เลตอันนึงป๊าว่ามันน่าสนใจกว่า
แอน : หน้าเหว่อเล็กน้อย... อ้าวป๊าเรายังไม่ได้ไปเดินเล่นในเมืองเลยนะ ที่นี่สวยด้วยนะค่ะ แล้วหนูก็ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อน ถ้าป๊าจะไปเอ๊าท์เลตเราต้องถามที่สถานีก่อนค่ะ
คุณพ่อบ้าน : จ๊ะ ไปถามนะ ป๊าไม่อยากไปในเมือง ป๊าจะไป Karuizawa
แอน : ถึงกับกลุ้ม ป๊า ... ทำไมไม่บอกก่อนค่ะ วันนี้มันเป็นวันที่ 3 นะ 3ที่เป็น GOLDEN WEEK คนมหาศาลนะค่ะ เราเปลี่ยนแผนแบบนี้เราจะไม่ได้นั่งนะ เราอุตส่าห์จองตั๋วมาแล้ว
คุณพ่อบ้าน : แอนช่วยดูหน่อยไม่ได้เหรอลองถามที่สถานีให้หน่อยนะ(น้านนนน มีเซ้าซี้) ว่ามีผ่านมั๊ย หรือเราต้องนั่งรถเลยไปจากบ้านหม่าม๊าอีก
แอน : (จนปัญญาจนต้องตอบ ) ค่ะ เดี๋ยวเราไปเปลี่ยนตั๋วที่สถานีก็แล้วกันลองดู


เช็คเอ๊าท์เรียบร้อยจากโรงแรม แอนก็เดินหน้าตั้งมุ่งหน้าสถานีรถไฟเลย ถึงรถไฟหอบแฮ่กๆ คนเยอะมาก รอเข้าคิวแล้วไปถามเจ้าหน้าที่เรื่องตั๋ว ได้ความว่า ตั๋วเต็มนะคุณไปได้ แต่ต้องยืนไป ถ้าจะไปก็ให้ตั๋วขบวนรถไฟรอบใหม่มา แต่ตั๋วที่เราจองตอนบ่ายก็เอาคืนเค้าไป เค้าจะได้ให้ที่นั่งคนอื่น





ในที่สุดเราก็มาถึง karuizawa ลำดับขั้นตอนการมาก็เริ่มด้วยเราขึ้นรถไฟตอน 9.16 น. ขบวน YAMABIKO 130 จุดหมายเป็น omiya-saitama เราถึงเลา 10.58 น. ตามที่คุณพ่อบ้านต้องการตามแผนการเปลี่ยนแพลนแบบสายฟ้าแล๊บ เรายืนมาตลอดทางเลยค่ะเราก็ทำตามแผนเดิมค่ะแต่เวลาที่นั่งจาก omiya -saitama คือ 11.10 น.นั่ง ขบวน asama 517 ไปลง karuizawa ถึงเวลา 12.00 น. แทนแล้วก็ตามคาดรถไฟแน่นเป็นปลากระป๋องเลย คนกลับไปเยี่ยมญาติ ไปเที่ยว เค้าจองตั๋วกันหมดเหมือนเราในตอนแรก ด้วยความที่คนเยอะมาก ตอนรอขึ้นรถไฟ แอนแยกกับคุณพ่อบ้านโดยเด็กๆ วิ่งตามแอนมาขึ้นโบกี้หน้า ส่วนคุณพ่อบ้านวิ่งไปขึ้นโบกี้หลัง ด้วยความพะวงหน้าพะวงหลังแอนแอบเป็นห่วงคุณพ่อบ้านฉุนที่ไม่ขึ้นมากับแอนและเด็กโบกี้เดียว กลับไปขึ้นโบกี้หลัง แอนต้องกำชับหนุ่มน้อยที่ยืนริมประตูที่สุดว่าถ้ารถไฟจอดแล้วให้วิ่งย้อนกลับไปโบกี้หลังและหาคุณพ่อบ้าน และกำชับให้พาคุณพ่อบ้านลงป้ายคารุยซาว่าเท่านั้น ใจงี้หายแว๊บเลยค่ะ เพราะคุณพ่อบ้านไม่รู้เรื่องว่าจะลงตรงไหนชื่อสถานีก็ไม่รู้ รู้แต่ตัวเองอยากจะไปเอ๊าท์เลต ไวไฟก็ไม่มี เบอร์โทรบ้านแม่ก็ไม่มี สุดท้ายพอถึงสถานี Karuizawa แอนกับสาวน้อยลงมายืนรอ สักพักก็เห็นหนุ่มน้อยพาคุณพ่อบ้านลงมาด้วยความโล่งใจ นึกว่าหายซะแล้วคะ




รูปนี้เราถึงคารุยซาว่ากันแล้วคะ่ แดดงี้เปรี้ยงเลย ไม่หนาวเหมือนเซนได พอจะอบอุ่นขึ้น



เราถึงสถานีก็เดินเข้าไปในสถานีรถไฟ ไปจัดการหาตู้ฝากกระเป๋ากันก่อน กระเป๋าไม่ใหญ่มากหรอกค่ะ ไซส์ ประมาณ 24 นิ้ว แต่เดินลากไปลากมามันเกะกะ เราเลยต้องหาตู้ฝากกันก่อน




ให้เดินไปตามนี้ค่ะ เห็นแบบนี้ใช่เลย แต่! ไม่มีตู้ที่จะใส่กระเป๋าเราเข้าไปได้ มีแต่ตู้ล็อคเกอร์เล็กๆ เท่านั้นเอาไงดีละ แอนต้องลากกระเป๋าเดินไปถามเจ้าหน้าที่ เราก็ว่า ฝากกับเค้าได้ ราคา 400 เยน ตอนแอนฝากก็มีคนเดินตามแอนมาถามเจ้าหน้าที่ เป็นผลให้เค้ายิ้มปรี่ ฝากตามแอนด้วยคะ่




ฝากเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เก็บตั๋วใบนี้ให้ดี เวลามารับกระเป๋าต้องใช้ค่ะ ไม่ต้องกลัวกระเป๋าจะหาย เจ้าหน้าที่เก็บกระเป๋าให้เราเป็นอย่างดีค่ะ เค้ามีห้องรับฝากเลย





ฝากกระเป๋าเรียบร้อยแล้วเราก็เดินลงสะพานไปได้เลย




ผ่านลานจอดรถไปสักหน่อย กว้างๆเหมือนกันค่ะ คนมากันเยอะมาก




ทางเข้าจากทางด้านลานจอดรถจะเป็นแบบนี้ค่ะ






ต้นไม้ยังโกร๋นอยู่เลย วันนี้แดดดี อากาศอุ่นขึ้นมาเยอะกว่าเมื่อวานมาก




อีกรูปจะได้รู้ว่าเริ่มร้อน เหงื่อเริ่มซึม




เริ่มเจอร้านค้าแล้ว มีมากมายหลายร้าน แอนไม่มีเป้าหมาย




เดินเข้าร้านนี้ออกร้านโน้น ออกมามือเปล่าค่ะแอนว่าราคาจากการเดินดูหลายๆ ร้านราคายังสูงอยู่ แถมแบรนด์ก็ไม่ค่อยถูกใจแอนค่ะ





ร้านค้าเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านข้างจะเป็นวิวแบบนี้ถ้าเดินไปเรื่อยๆ จะเห็นตามนี้ค่ะ






คุณพ่อบ้านสะดุดป้ายนี้เข้าให้จังเบ้อเริ่มที่ร้าน POLO ค่ะ




คนเดินตามอย่างแอนก็ต้องเดินตามต้อยๆ คอยดูแลเพราะคุณพ่อบ้านชิงเสียทรัพย์จากร้านนี้ ด้วยเหตุเสื้อผ้าบางชนิดผลิตเฉพาะญี่ปุ่น มีลวดลายสวยแปลกตาจากที่เคยซื้อที่ฮ่องกงค่ะ




ได้ของจากร้านโปโล เค้าก็เดินนำเลยค่ะ หมายจะหารองเท้าตีกอล์ฟที่ตั้งใจ




PUMA ก็มีทั่วไป ไม่เห็นจะต้องมาถึงคารุยซาว่าเลย เดี๋ยวออกจากบ้านแม่เราก็ต้องไปนอนโตเกียวอีกตั้งหลายคืน ถ้าไม่มียังมีที่โอซาก้าอีก





ของมาจากเมกา ราคาสูงค่ะจากการคำนวนส่วนลดแล้วคูณRATE แอนว่าแพงอยู่ดีค่ะ




เดินๆ เด็กๆก็เริ่มบ่นหิวค่ะ เพราะข้าวเช้าจากโตโยโกะอินน์ย่อยแล้วนั่นเอง หนุ่มน้อยหิว เราเลยต้องแวะหาอะไรทานกันแบบด่วนๆ เพราะอีกไม่นานเราก็ต้องออกจากที่นี่แล้ว เรานัดแม่ให้มารับตอนบ่าย 14.32 น. ร้านนี้เป็นเบอร์เกอร์ เราได้แต่ชะโงกคนเยอะมาก




ร้านราเมงรถเข็น คนพอฟัดพอเหวี่ยง ไม่เยอะมากรอคิวพอไหว เราต้องทำเวลา หนุ่มน้อยว่าก็ได้ กินก็ได้ครับ




แล้วจะนั่งตรงไหนเนี่ย มองตรงไปเห็นทางซ้ายมั๊ย นั่งตรงนั้นแหละค่ะ




จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว รอคิวรับอาหาร




รายการที่สั่งไปตามรูปเลยค่ะ คนละชามจะได้อิ่มถึงเย็น




อันนี้ของจริงไม่ใช่รูปแระเหมือนกันมั๊ยเอ่ย




ทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว มองเวลา เราสามารถแวะอีกได้ไม่เกิน 2 ร้าน แล้วเราต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวตกรถไฟ แล้วแม่จะคอยนานค่ะ ในรูปนี้คุณพ่อบ้านว่าอาคารนี้สวยดี ถ่ายรูปเก็บไว้หน่อยสิ ได้เลยตามนั้นค่ะจัดไป 1 ใบ




ด้วยความรีบร้อนทำให้เราช้อปปิ้งได้ไม่นานส่วนแอนก็มีภาพเอ๊าท์เลตเพียงเล็กน้อย ดังนั้นแอนจึงสัญญากับคุณพ่อบ้านว่าขากลับออกจากบ้านแม่แล้วจะพาเค้าแวะอีกรอบ เพราะตอนออกจากร้าน Gap คุณพ่อบ้านว่าอยากสอยกางเกงเพิ่ม แต่ยืนรอคิวจ่ายเงินไม่ไหวเลยต้องขอบายไปก่อน ได้มาแต่ตัวที่ลองไปเท่านั้น แล้วเราก็วิ่งออกจากเอ๊าท์เลตรับกระเป๋าแล้วมาเข้าคิวขึ้นรถไฟขบวนนี้asama 569 ไปลง SAKU-DAIRA ค่ะ เป็นสถานีที่อยู่ถัดมาอีกป้ายเดียวเท่านั้น ถึงที่หมายเวลา 14.32 น.




ไปก็หอบมาก็หอบ แฮ่กๆ กันเลยทีเดียว ดีที่อากาศอุ่นขึ้นแต่ไม่ถึงกับร้อนค่ะ ไม่งั้นคนญี่ปุ่นจะงงที่ได้เห็นเม็ดเหงื่อจากสาวหมวยคนนี้




ยืนรอสักแป๊บรถไฟก็มาแล้วหล่ะค่ะ




ออกจากสถานีคารุยซาว่า แป๊บเดียวน่าจะ 5 นาทีได้ไม่เกิน 10 นาทีเราก็ถึงซากุแล้ว ออกจากลานชาลามาก็เห็นแม่มายืนรอเรา ด้วยความดีใจไม่เจอแม่นานเราก็โผเข้ากอดกัน แม่ดีใจก็พาเรามาขึ้นรถ เราก็ได้เห็นว่าแม่เปลี่ยนรถใหม่ คันนี้นั่งได้ 5 คนสบายเบย ฮี่




ถึงซากุไดระกันเรียบร้อย แถวนี้เค้าทำนาปลูกข้าว เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่กันค่ะ นั่งชมวิวไปสักแป๊บแม่ว่าเราไปแวะซุปเปอร์กันดีกว่า เด็กๆ อยากทานอะไรอาม่าจะพาไปซื้อ ทุกคนแย่งกันตอบจะทานนั่น ทานนี้ แม่เราทำกับข้าวเก่ง รสมือแม่อร่อยเสมอ





ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไหร่ค่ะ มาทีไรแม่จะพามาซื้อที่นี่




ของกินเยอะแยะละลานตา ใครชอบอะไรหยิบได้หมด แต่มีข้อแม้ว่ากรุณารับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองหยิบมาด้วย นั่นคือกฎของบ้านเรา ไม่ต้องซื้อเผื่อ ไม่งั้นไม่มีใครกิน ต้องโยนทิ้ง เสียดายเงิน




ซื้อของไปเพียบเยอะมาก ด้วยเหตุคืนนี้เราจะมีจัดเลี้ยงวันเกิดกันสองคน คือแอนและพ่อค่ะ ถึงเวลาคิดเงินเหลือบมองตระกร้าพูนเชียวเต็ม 2 ใบ จะกินหมดมั๊ยเนี่ยไม่หมดล่ะโดนแน่







ปิดท้ายด้วยรูปเค็กวันเกิดของพ่อค่ะ มันใกล้วันเกิดพ่อมากกว่า รสชาดดีอร่อย เบา นุ่มฟูเชียวคะ่ แต่ใหญ่มาก 6 คนกินไม่หมดสารภาพ โดนแม่บ่นหูชาไปเลยค่า 555 ไปละฝันดีราตรีสวัสดิ์


Create Date : 17 เมษายน 2558
Last Update : 18 เมษายน 2558 0:04:44 น. 2 comments
Counter : 7957 Pageviews.

 
ดีจังเลยค่ะคุณแอนมีครอบครัวอยู่ที่โน่น เที่ยวได้สนุก และสบายใจเลยค่ะ ของที่เอาท์เลทน่าช๊อปมากค่ะ แม่โมคงหลงอยู่ที่นั่นได้นาน ๆ เลยล่ะคะ แหะ ๆ ๆ ๆ


โดย: mariabamboo วันที่: 18 เมษายน 2558 เวลา:9:16:39 น.  

 
มาเที่ยวด้วยคนค่าพี่แอน
คุณพ่อบ้านสนุกกับการshop เพลินนะคะ
อิจฉาจังที่คุณแม่มีบ้านอยู่โน่นด้วย
จะได้ไปบ่อยๆเนาะ
Cakeน่าทานมากค่า อ่านแล้วก็อยากเข้าไปช่วยหม่ำด้วยนะคะ555


โดย: prizella วันที่: 18 เมษายน 2558 เวลา:15:35:11 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.