Group Blog
 
All blogs
 
เจแปนไม่รู้เบื่อ ตอนที่ 1 ทาคายาม่าในวันที่หิมะโปรยปราย พักHodakaso Yamanoiori

สวัสดีวันเสาร์ค่ะทุกคน เป็นไงกันบ้างเอ๋ย สัปดาห์นี้บ้านเราอากาศร้อนสลับกับฝนตก เพื่อนๆสบายดีกันหรือเปล่าค่ะ ช่วงนี้อากาศแปรปรวนพกร่มไปไหนมาไหนด้วยนะค่ะ จะได้ไม่เดินตากฝนกัน เดี๋ยวไม่สบายค่ะ


วันนี้มาอัพเดทเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นกันต่อค่ะ บอกกันไปแล้วโนะ ตั้งแต่คราวที่แล้วว่าตอนต่อไปจะเป็นการรีวิวทริปญี่ปุ่นที่เดินทางกันในปีนี้ค่ะทริปนี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาเหมือนเป็นสมุดบันทึกหล่ะค่ะ ถือเป็นอีกหนึ่งทริปที่สนุกสนานค่ะ

ทริปแรกของปีนี้ออกเดินทางกับเพื่อนๆ มีทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องค่ะรวมตัวแอนด้วย 8 คนค่ะ เริ่มจากตอนแรกพี่ๆ มีการพูดถึงว่าปีนี้เราไม่ไปเที่ยวไหนกันเหรอ ปีที่แล้วไปฮ่องกงกันปีนี้น่าจะเปลี่ยนแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นกันบ้างดีกว่า แต่ละคนเลยกุลีกุจอดูแผนงานตารางการทำงานของแต่ละคนว่าจะสะดวกตอนไหน แล้วเราก็สมมติวันขึ้นมา แล้วก็ค่อยขยับปรับเปลี่ยนขยับขึ้นลงเล็กน้อยเพื่อความสะดวกของทุกคน ตอนแรกแอนก็สองจิตสองใจค่ะ ใจนึงก็ไม่อยากไปค่ะ เนื่องด้วยเหตุว่าปีนี้สาวน้อยของแอนอยู่ม.6 แล้ว อีกเหตุผลนึงปีที่แล้วแอนไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มนี้เลย เพราะเอาเวลาหนีไปเที่ยวยุโรปกับเพื่อนอีกกลุ่มนึงแทนแล้ว ไปบ่อยๆ ถี่ๆ สงสารคุณพ่อบ้านที่ต้องดูแลเด็กคนเดียวค่ะ อีกอย่างนึงแอนเองก็ต้องส่งเค้าเรียนพิเศษกลัวปลีกตัวไปไม่ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็สลับสับเปลี่ยนกับคุณพ่อบ้านไหว้วานให้ช่วยดูแลลูกให้หน่อยในช่วงแอนไม่อยู่สัก 10 วันนะค่ะ แรกๆ ก็อ้อนไม่สำเร็จ แต่จังหวะพอเหมาะพอเจาะคุณพ่อบ้านไม่ยุ่งมากแอนเลยได้สิทธิ์นั้นมาค่ะ ฮิ้วท์......

เมื่อลงตัวเกี่ยวกับจำนวนคนแล้วก็วันที่เราจะต้องเดินทาง เราก็ทำการจองตั๋วเครื่องบินกันค่ะ แล้วก็ทำโปรแกรมค่ะ ว่าจะไปเที่ยวไหนบ้าง แต่ละที่นอนกี่คืนกี่คน นอนแบบไหนบ้าง แล้วก็ทำการจองที่พัก แอนทำเสร็จเรียบร้อยก็ไปเสนอให้ทุกคนทราบในที่ประชุม เมื่อตกลงเรียบร้อยที่เหลือก็เตรียมออกเดินทางกันคะ

รอบนี้เราเลือกใช้สายการบินหลักของเราบินกลางคืนไปถึงเช้าของออกอีกวันแอนว่าเป็นเวลาที่ดีนะค่ะ ไม่เสียเวลาดีด้วยโดยเราออกเดินทางวันอังคารที่ 9 มีนาคม 2558 ค่ะ เวลาที่ออกเดินทางก็ 0.05 น.ซึ่งก็คือเช้าของวันที่ 10 มีนาค่ะ แต่เนื่องด้วยสมาชิกมีจำนวนหลายคน 8 ชีวิตประหนึ่งเหมือนทัวร์ย่อมๆ วันที่ 9 เราก็นัดหมายให้มาเจอกันที่สนามบินตอน 3 ทุ่มค่ะ

0.05 น. เตรียมเหินฟ้าสู่ Chubu Central Airport (NGO)
7.00 น. โดยประมาณถึงสนามบินที่นาโกย่าค่ะ เตรียมผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย คนเยอะพอสมควรค่ะ




ระหว่างรอแถวก็ควักไวไฟออกมาค่ะ รอบนี้น้องสาวคนสวยเป็นคนจองไวไฟให้ น่ารักมากแบ่งหน้าที่กัน เช่ามา 3 เครื่องค่ะ เผื่อวันไหนไม่ได้ไปด้วยกัน ก็แบ่งๆ กันไป สามารถติดต่อกันได้ใครอยู่ไหน ที่แน่ๆ แอนได้มาเครื่องนึงค่ะ




ผ่านพิธีเรียบร้อย รับกระเป๋าเรียบร้อย รายการต่อไปเข็นกระเป๋าไปส่งค่ะ ของแอนรอบนี้เอามา 2 ใบใหญ่ ใบแรกเราจะส่งไปเกียวโตค่ะ โดยทริปนี้เราจะนอนทาคายาม่า 2 คืน เราจะเอาเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบเล็กไป เพราะสะดวกกับการเดินทางค่ะ ส่วนใบใหญ่อีกใบนึงเป็นของแม่ค่ะถือไปไหนไม่สะดวกส่งไปเลยค่ะสบายดี ใครส่งของไม่ว่าจะยามาโตะไคฉะ ( แมวดำ) หรือของบริษัทอื่นถ้าข้ามภูมิภาค ใช้เวลา 2 วันถึงนะค่ะ สามารถระบุเวลาได้ค่ะ สะดวกกี่โมงจัดไป ของแอนหลัง 18.00 -20.00 น. แม่กลับมาบ้านแล้วจะได้รอรับของได้เลย




ส่งของเรียบร้อยแล้ว ก็ซื้อตั๋วค่ะ เราจะเข้าเมืองกัน โดยเราจะซื้อตั๋วรถไฟมุ่งหน้าสู่นาโกย่า โดย Meitetsu Line ใช้เวลา 28 นาทีโดยประมาณ ราคา 870 เยน/คน (JR Pass ใช้ไม่ได้ค่ะ ) หน้าตาตู้เป็นแบบนี้ค่ะ อ่านไม่ออก กดจิ้มเลยมุมบนขวาเห็นมั๊ยมีภาษาอังกฤษอยู่ จิ้มแพร่ดเลย จิ้มๆ




กดตั๋วมาเรียบร้อยแล้ว ได้ตั๋วออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ ไปค่ะเราเดินไปตามป้ายไปขึ้นรถไฟกัน




อันนี้แผนที่การการเดินรถไฟเข้าเมืองนาโกย่า เผื่อใครงงค่ะ ดูที่นี่




ถึง Meitetsu Nagoya (Nagoya Line/ Toyokawa Line) เดินออกไปหน้าสถานี(Sakura-dori Exit) จะเห็น JR Nagoya อยู่ข้างๆ ด้านซ้าย ใกล้ แมริออทนาโกย่า ให้เดินไปซื้อตั๋วค่ะ เดินเข้าประตูไป แล้วเดินลงไปด้านล่าง เข้าคิวซื้อตั๋ว JR Hida Limited Express “Wide View Hida.” ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 140 นาที ค่าโดยสาร 5,870 เยน ตั๋วมีทุกชั่วโมงค่ะ แต่ถ้าเพื่อนๆต้องการเดินทางไปด้วย Nouhibus จะใช้เวลา 2 ชั่วโมง 40 นาที ราคาคนละ 2980 เยน ราคาสำหรับเที่ยวเดียว ถ้าไปกลับราคา 5140 เยนค่ะ




รูปรวมนะค่ะ ตอนนี้ขึ้นรถไฟมาละ หน้าตาตั๋วค่ะเป็นแบบนี้ภาพขวาล่างค่ะ เค้าให้มาสองใบ เวลาเสียบบัตรก็เสียบเข้าไปทั้งสองใบเลยค่ะ





วิวระหว่างการเดินทาง สภาพอากาศเย็นดีค่ะประมาณ 10-12 องศาท้องฟ้าครึ้มๆ ไม่มีแดด แต่เราดูพยากรณ์อากาศมาจากเมืองไทยแล้วค่ะ ว่าน่าจะเจอหิมะเดือนมีนา เพราะเรามุ่งหน้าไปทาคายาม่า ก็อย่างที่รู้โนะ เราอยู่ในหุบเขา สาวๆ ก็ตื่นเต้นกันสิค่ะ ^^





ถึงทาคายาม่ากันแล้วค่า ปลุกสาวๆที่หลับใหลให้ตื่นกันก่อนจากนั้นจึงหยิบกระเป๋าใบเล็กที่เราแยกออกมาจากใบใหญ่แล้วไปด้วย เดินออกมาจากเอกิกันแล้ว ปรากฏว่า อึ้งค่ะ หิมะตกค่ะ ตกปรอยๆ รูปบนซ้ายค่ะ ตอนเราเดินออกมาตามทางเดิน ให้มองไปทางซ้ายนะค่ะ จะมี I Information อยู่ที่นี่เราสามารถขอแผนที่ได้ หยิบมาโลดๆ เลย รูปขวาบนเดินผ่านมิตาระชิดังโงะ แวะซื้อกันหน่อยนึงมีพี่ๆ ในกลุ่มอยากทาน จัดไปค่ะ รูปขวาล่าง ซื้อกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปตามทางด้านซ้ายค่ะ เดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงไฟแดง แล้วข้ามถนนทางขวามือของเรา ข้ามแล้วก็เดินไปทางซ้ายคะเข้าสู่ถนน Kokubunji-street





รูปนี้จากอากู๋ค่ะ ดูคร่าวๆ เส้นทางเดิน ไม่งงเนอะ






เดินตรงไปผ่าน4แยก เดินไปเจอถนนเล็กๆ ทางด้านซ้ายมือให้เดินตรงไป โรงแรมอยู่ทางซ้ายมือ เห็นแล้วค่ะ หน้าตาเป็นแบบนี้




อีกรูปของด้านหน้าที่พักเรา เราอาจจะยังไม่สามารถ Check in ได้ ให้เอากระเป๋าไปฝากที่โรงแรมก่อนคืนนี้เรานอนที่ Hodakaso Yamanoiori เดี๋ยวเราจะเอากระเป๋าไปฝากที่โรงแรมกันก่อน เดินไม่ไกลจากสถานีมากค่ะ




อันนี้เป็นป้ายด้านหน้าโรงแรมค่ะ สังเกตุเห็นง่ายๆ แต่ถ้ามาถึงตอนมืดแล้วไม่เตรียมการมาดีๆ มีงงนะค่ะ






เก็บภาพหน่อยที่ระลึกมาถึงโรงแรมเราแล้วค่ะ หิมะโปรยปรายกำลังสวยค่ะ เพื่อนๆหลายคนสังเกตุกันมั๊ย ในช่วงหิมะตกเนี่ย มันไม่ค่อยหนาวเท่าตอนที่กำลังจะตกค่ะ




เข้าไปเลยค่าทางเดินเป็นหินก้อนๆ ถึงตรงนี้เราดีใจที่เอาเสื้อผ้าแบ่งใส่กระเป๋ามาค่ะ ใครมาใบใหญ่จะต้องแบกค่ะ ลากมิไหวนา





ถอดรองเท้าเรียบร้อยเก็บเข้าช่อง เค้าจะมีชื่อผู้จองด้วย ป้ายชื่อแอนหราอยู่เลย จากนั้นเราก็แวะเค้าท์เตอร์แป๊บนึงค่ะ เราต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เค้าก่อน ว่าเรามาถึงแล้ว ตอนนี้เค้ายังไม่ให้เราเอากระเป๋าเข้าห้องนะค่ะ แม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่ ก็เหมือนเคย ฝากไว้ก่อน เดี๋ยวเราเข้าห้องน้ำแล้วก็ไปเดินเล่นกันสิ รออะไรโนะ ระหว่างสาวๆ รอเข้าห้องน้ำกัน ว่าแล้วก็เรี่ยไรสาวๆมาจ่ายค่าห้องไปด้วยคะเค้าให้ชำระก่อนเข้าพักค่ะ




ในรูป บนเค้าเตอร์มีขายซองใส่ทิชชู เป็นรูปชุดกิโมโน น่ารักค่ะ ผ้าก็เป็นผ้าทอสำหรับชุดกิโมโน น่ารักค่ะ พี่สาวของเราชอบ จัดไปกันด้วย ^^




ด้านนอกหิมะกำลังตกเรื่อยๆค่ะ เดี๋ยวเราคงต้องออกไปซื้อร่มกันหน่อยมีบางคนไม่ได้เอาร่มมา บอกกันตั้งแต่แรกก่อนมาแล้วให้พกร่ม แต่หลายๆ คนบอกว่ากลัวอะไรร่มญี่ปุ่นสวย ฝนฟ้าตกก็ซื้อเอากลับบ้านเลย 555 ตามใจเรย ส่วนแอนเอาร่มมาค่ะแต่ลืมถุงมือมาจากเมืองไทย เจ้าร่มใสๆ นี่ถือตอนหิมะตก มองเห็นทางดีค่ะ ที่โรงแรมนี้ความจริงก็มีร่มให้ยืมนะค่ะ แต่ด้วยจำนวนผู้มาเข้าพัก คาดว่าไม่น่าพอค่ะ




ถัดจากเค้าท์เตอร์ไปด้านหลัง มีที่นั่งสุมไฟตอนกลางคืนด้วยเดี๋ยวคืนนี้เราจะมานั่งคุยกันวางแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ว่าจะทำอะไรกันบ้างค่ะ




ส่วนอันนี้เป็นห้องน้ำค่ะ มืดๆ หน่อย แสงหน่อยไม่พอ หรือกล้องไม่ดีไม่แน่ใจ ไม่ก็ฝีมือแอนห่วย 555




ออกจากที่พักเราก็เดินไปทางขวา ย้อนกลับไปถนนที่เราเข้ามาค่ะ ถึงปากซอยก็เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปแล้วมองทางซ้ายจะเห็นแบบนี้ตามรูป เราจะไปเดินเล่นหาอะไรทานกัน




เดินผ่านร้านกระเป๋าหนัง HAND MADE แวะๆๆๆๆ แต่คนขายไม่อยู่ หนาว ขี้เกียจล่ะมั้งไม่มาเปิดร้านล่ะ ได้แต่ยืนมอง มุงดูกันใหญ่ ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านขายโอมิยาเกะ มีตลอดเป็นช่วงๆ ค่ะ ต้องทำการตกลงกันว่าขาไปเดินข้างนี้เดี๋ยวขากลับค่อยเดินข้างโน้น




ยังคงมุ่งดูไปเรื่อยๆ มีหลักฐานเห็นมั๊ย




เดินไปไม่ถึงไหนก็เจอร้านคาเฟ่ค่ะ หน้าตาน่ารัก แวะๆๆๆ 555
ป๊าดดด เปิดเข้ามาเจอแคนดี้ตัวโตของเจ้าของร้านนั่งอยู่ กุลีกุจอสั่งเครื่องดื่มแล้วขอเค้าถ่ายรูปซะเลยค่ะ





รูปซ้ายบนเครื่องดื่มแก้หนาวหรือแก้ง่วงอันนี้ไม่แน่ใจ เป็นแบบร้อนของค่ะ อะไรก็ไม่ทราบได้เพราะไม่ได้เป็นคนสั่ง อันถัดมารูปใหญ่ขวายอดนิยมสั่งกันเยอะ แทบทุกคนเป็นน้ำนมปั่นสตอเบอรี่ค่ะ หอมๆ แต่ไม่ได้อร่อยติดใจมากมาย อาจด้วยเหตุแอนไม่ค่อยชอบเอานมไปปั่นกับผลไม้ แต่ไม่รู้จะเลือกอะไรก็เอาตามๆ กันแล้วกัน ส่วนรูปซ้ายล่างมีตุ๊กตาประกอบเป็นกาแฟใส่มาร์ชเมโล่ค่ะ ตุ๊กตาไม่มีมาเสริฟด้วยนะค่ะตัวนี้ของแอนพามาเที่ยวด้วยค่ะ ลืมบอกไป ไปเที่ยวคราวนี้เป็นแก๊งค์ตุ๊กตาค่ะ ^^ สนุกเลอ





ทานเครื่องดื่มนั่งเล่นแล้วก็ออกเดินทางต่อ ออกจากร้านก็เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆค่ะ หิมะก็ยังคงตกอยู่ไม่ขาดสายแถมหนักขึ้นซะด้วย ในรูปเป็นฝั่งตรงข้ามคือร้านขายเนื้อชื่อดังค่ะ MARUAKI ( 丸明 岐阜県高山市天満町6-8)




เดินไปเรื่อยจนถึงไฟแดงก็ยังเดินตรงไป ข้ามสะพานไปเรื่อยๆ คะ เดี๋ยวจะไปแวะร้านซื้อถุงอุ่นๆ มาแปะตัวกัน อากาศหนาวมากเลย แอนใส่เสื้อแขนยาวตัวเดียวเอง คิดว่าเสื้อกันหนาวด้านนอกจะเอาอยู่ที่ไหนได้ ผ้าวูลยังไม่อยู่ ตอนที่เดินคาดว่าอุณหภูมิคงจะประมาณ 2-3 องศาคะ ต่ำกว่านาโกย่าเยอะเลย ใครเลยจะคิดว่าหิมะสุดท้ายของปีนี้เราจะได้เจอที่ทาคายาม่า ฮิ้วท์ๆๆๆๆ





เดินข้ามสะพานมาแระ เดินตรงเรื่อย จะเห็นป้าขายดังโงะค่ะ ก็เดินผ่านตรงขึ้นไป





เจอร้านโอมิยาเกะขายของจิ๋วๆ อยู่ทางซ้ายมือ แวะกันหมดค่ะ จับๆ ดูๆ มันช่างเหมาะกับการซื้อไปเล่นกับตุ๊กตาของเรายิ่งนัก ราคาไม่น้อยนิดตามของนะค่ะ แต่สวยเนี๊ยบค่ะ


เดินสำรวจเมืองไปมา คาดว่าร้านเค้าจะปิดเร็ว อาจเป็นเพราะความหนาว 4-5 โมงร้านจะปิดกันแว้วว อย่าพึ่งนะ ยังไม่ทานข้าวเลย ว่าแล้วก็รีบหาร้านกันให้ควั่กมื้อแรกในทาคายาม่าวันนี้เราจะเอาใจคนทานเนื้อกัน ได้ข่าวว่าเนื้อฮิดะเป็นที่ยอดฮิต พี่สาวกับน้องสาวอยากทานค่ะ ต้องหาๆๆ ไม่งั้นคืนนี้จะนอนหิวไปแล้วจะต้องพึ่ง FAMILY MART เสียเที่ยว พูดเลย !!!




เดินวกกลับมา ตกลงกันว่าจะทานร้านนี้เพราะมีหมูใส่ในราเมง ส่วนใครใคร่จะทานเนื้อฮิดะก็สามารถจัดได้ ร้านนี้มีครบค่ะ





ภาพชัดๆ ร้านนี้อยู่ตรงหัวมุมถนนนะค่ะ ก่อนข้ามสะพาน ภาพนี้ไม่ใช่ของแอนค่ะ หยิบยืมมาให้ดูหน้าร้านชัดๆ แอนไม่สะดวกถ่ายค่ะ มือนึงถือร่ม อีกมือเอาซุกกระเป๋าเสื้อบอกแล้วว่าลืมถุงมือ ไม่น่าเลยจริงๆ หนาว แห้ง เหี่ยวเลยค่ะ 555




เข้ามาในร้านแล้วเนื่องจากเรามาจำนวนเยอะ อดนั่งด้านนอก เค้าจัดให้เราไปนั่งในคอก เหมือนเป็นห้องไพรเวทไงงั้น ถ่ายรูปก็ไม่ถนัดเลย เสียใจ งิ งิ




เมนูของเรา อยากทานไรก็ดูๆ จำๆ เอา พร้อมแล้วก็กดกริ่งเรียกป้ามารับออร์เดอร์ค่ะ




ทั้งหมดมี 2 หน้า




สั่งเรียบร้อย ซูชิเนื้อฮิดะมาก่อนใคร แอนไม่ทาน แต่ขอรูปก่อน 1 ใบนะคร๊า ^^




อันนี้ก็เนื้อค่ะ ย่างมาแล้ว มีไข่ด้วย แต่เดี๋ยวก่อน ไข่ไม่มีในรายการ อันนี้เราสั่งเพิ่มค่ะ เพราะอยากทาน ดูดีน่ารับทานโนะ





ราเมงสำหรับผู้ทานหมูมาแล้วเหมือนเดิมค่ะ ไข่สั่งเพิ่มเอาไม่มีให้มา กลิ่นหอมหวลชวนชิมค่ะ คนทานเนื้อเค้าไม่สนค่ะ เค้าว่ามาทั้งทีต้องทานเนื้อ เอากะเค้าสิ เราทานแต่หมูเลยได้แต่ทำตาปริบๆ

ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตกลงกันว่าไปเดินเล่นต่อ ไปหาของหวานกิน เลยตัดสินใจเดินเข้าไปชุมชนเมืองเก่า San-machi วิธีไปก็จากร้านที่เราทานราเมงตรงหัวมุมถนนก็เดินข้ามถนนแล้วก็เดินข้ามสะพานKajibashi ไปอีก เดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงไฟแดงหน้า ให้เปลี่ยนไปอยู่อีกฝั่งทางด้านขวา แล้วเดินเข้าซอยที่มองดูโบราณๆ ไปเลยคะ่ จะเห็นเรือนไม้เก่าๆ มีถนนขนานกัน 3 เส้น คือ Ichino-machi / Nino-machi/San-machi เป็นบ้านในยุคเอโดะ มีร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหาร มีขนมดังโงะขายด้วย




เข้าซอยมาแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ




เดินดูเป็นลาดเลาสำหรับวันพรุ่งนี้ก่อน ยังพอมีร้านเปิดบ้างไม่มากค่ะ เค้าทยอยปิดกันแล้ว คนก็ไม่มีหิมะตกมาเรื่อยๆไม่มีเบาทำให้ร้านค้าเงียบมากค่ะ





บรรยากาศย้อนยุคไปแบบโบราณ สาวๆ ทุกคนล้วนชอบคะ มันมีเสน่ห์เหลือล้นประกอบหิมะที่ตกลงมาทำให้ระดับความฟินเพิ่มยิ่งขึ้นค่ะ




แสงฟ้าจากร้านค้าเริ่มส่องสว่างไสว ความมืดเริ่มมาเยือน




เริ่มมีคนบ่นให้กลับเถอะ หนาว บรึ๋ยๆๆๆ หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ค่ะถุงมือก็เอาไม่อยู่ ปลายเท้าก็เริ่มชา




เราเดินไปจนถึงมุมถนน ก็เดินกลับเพราะคิดว่าจะกลับไปร้านขายขนมกันค่ะร้านอื่นๆ เค้าก็ปิดกันหมดแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีกว่า กลับไปพักเอาแรงกัน เราพึ่งมาถึงออมๆ แรงกันไว้บ้าง





น้องสาวรีบเดินกลับไปร้านขนมที่เล็งไว้ตอนแรกอย่างว่อง กลัวร้านขายขนมไดฟุคุปิด ในที่สุดก็มาทัน ป้ายังไม่ปิดค่ะ




อันนี้มีนะค่ะ แต่ได้ทานไปคนละคำ เพราะเหลือแค่ 2 อันค่ะ


เราเข้าไปแป๊บเดียว เหมาเค้าหมดร้าน มัวแต่สั่งไปชิมไปอยู่นั่น ขอโทษป้าเค้าไม่รู้กี่รอบ ป้าก็ใจดียิ้มแล้วก็บอกว่าไม่เป็นไร พี่ๆก็ได้ไดฟุคุกลับไปที่พักแบ่งๆกันชิม ถ้าอร่อยพรุ่งนี้ให้รีบมาซื้อใหม่




ซื้อขนมและไอติมแล้ว เดินกลับที่พักได้ แต่ก่อนถึงโรงแรมแวะร้านมินิมาร์ทกันก่อน ซื้อน้ำซื้อนมซื้อหนมตุนไว้ทานคืนนี้




เดินข้ามสะพานกลับมาแล้วแต่คนละฝั่งกับที่เราเดินขามา ให้เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นซุปเปอร์มีผักผลไม้ราคาไม่แพงอยู่ ได้ส้มกับสตอเบอรี่มานั่งทานรอบกองไฟคืนนี้ด้วย






เดินกลับที่พักเรียบร้อยเอากระเป๋าขึ้นไปชั้นสาม ที่นี่ไม่มีลิฟท์นะค่ะ ย้ำไม่มี อย่าได้เอากระเป๋าใบใหญ่มานะ ไม่งั้นจะแบกไม่ไหว ศรีแอนเตือนคุณแล้วนะค่ะ เปิดประตูเข้าห้องมา ขวามือเป็นห้องน้ำ เบื้องหน้าเป็นอย่างภาพที่ปรากฎค่ะ




เดินเข้าไป แอนนอนด้านใน มีเก้าอี้ 2 ตัวให้นั่งพักผ่อน ทางด้านขวามีห้องน้ำเล็กๆ อีกแต่เป็นห้องน้ำแบบใช้ทำธุระเบาๆ เท่านั้น





ส่วนอันนี้เป็นห้องน้ำในห้องเรา ที่อยู่ด้านหน้าติดประตูค่ะ




ใครไม่ต้องการออนเซ็น อาบที่นี่ได้เลยค่ะ




ห้องไม่ใหญ่แต่ก็ไม่อึดอัดค่ะ อาจเพราะเรามีข้าวของไม่มากกระเป๋าใบเล็ก ห้องเป็นแบบเสื่อทาทามิ นั่งจุ้มปุ๊ก จัดกระเป๋าได้สะดวกสะบายค่ะ ในห้องมีฮีทเตอร์ด้วยค่ะ




มีทีวี มีโทรศัพท์ แต่แอนใช้ไม่ได้ ว่าแล้วก็ปล่อยให้พี่สาวอาบน้ำไปก่อน ส่วนแอนวิ่งออกไปด้านนอกโทรศัพท์หาแม่ หากต้องการใช้โทรศัพท์ที่เป็นการ์ดหรือหยอดเหรียญในละแวกนี้ไม่มีตู้โทรศัพท์นะค่ะ จะต้องวิ่งมาโทรที่สถานีค่ะ ไม่ไกลมาก แต่ความหนาวทำให้ขาก้าวไม่ออก ขาแข็งๆ เลยเดินช้าค่ะ

กว่าจะกลับเข้ามาถึงที่พักเพราะมัวแต่นั่งรอเวลาจะโทรหาแม่กลับมาบ้านที่สถานี ก็ล่วงเลยมาถึง 3 ทุ่ม ขากลับแอนเดินแกว่งโอเด้งที่ซื้อมา 1 ชามกะมานั่งซดแก้หนาวในที่พักค่ะ อาบน้ำเสร็จความเหนื่อย+ กับความตื่นเต้นที่ได้มากับเพื่อนๆ ทำให้เมื่อคืนบนเครื่องบินนอนไม่สนิท นั่งได้แป๊บเดียวก็ต้องคลานไปมุดที่นอนอุ่นๆ หลับสลบไป ตื่นมาก็เช้าเลยค่ะ


ก่อนจากไปหลายคนคงสงสัยเนอะ ราคาห้องพักละไม่บอกเหรอ ทุกทีก็บอกวันนี้จะไม่บอกก็ไม่ใช่ละ มาค่ะจะมาแจ้งให้ฟัง

ชื่อที่พัก : Hodakaso Yamanoiori เป็นเรียวกังค่ะ
ลักษณะห้องนอน : นอนห้องแบบญี่ปุ่นห้องสุพีเรียพร้อมเสื่อทาทามิ มีห้องน้ำและสุขาในตัว
จำนวนห้องที่นอน : 3 ห้องค่ะ นอนแต่ละห้องดังนี้ 3/3/2 งงมั๊ยค่ะ
ราคาห้องพัก
คืนที่ 1 ราคาห้องพัก 17,820+17,820+11,880 = 47,520 เยน
คืนที่ 2 ราคาแพงขึ้นเพราะมีอาหารเช้า 19,950+19,950+13,300=53,200 เยน
รวมยอด 2 คืน : 47,520+53,200 = 100,720 หาร 2 คืน = 50,360 เยน หาร 8 คน ตกคนละ 6,295 /คน /คืน

หมายเหตุ : ราคาแพงมั๊ย ไม่รู้ค่ะแต่มีอาหารวันนึงค่ะพี่และน้องๆ ในกรุ๊ปโอเคกับราคานี้ และต้องการพักแบบไม่ใช่โรงแรมเน้นซึมซับบรรยากาศ แม้ห้องพักจะเก่าไปหน่อยเพราะเป็นแบบโบราณสร้างมานานแล้ว แต่ก็สะอาดดีค่ะ มี่ออนเซ็นแยกชายหญิงแต่ขนาดเล็กเข้าไปได้ไม่เกิน 6 คนน่าจะเต็มแล้ว และปิดเวลา 23.00 น.

การบริการ : บริการดี ต้อนรับดีค่ะ

*** แอนจองล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนครึ่งค่ะ

จบหนึ่งวันอันแสนสนุก เดินไปคุยไป กินไปโม้กันไปเพลินดีค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม แล้วมาตามกันต่อนะค่ะ












Create Date : 12 กันยายน 2558
Last Update : 16 กันยายน 2558 23:32:39 น. 1 comments
Counter : 2217 Pageviews.

 
moment หิมะตกไม่เคยมีกะเขาเลยค่ะ ญี่ปุ่นทริปหน้าก็คงไม่เจอ


โดย: mariabamboo วันที่: 13 กันยายน 2558 เวลา:13:46:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.