Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปนตอนที่ 10 เดินเล่น ชม ช้อป และกิน @otaru ตอนที่ 2

สวัสดีปีใหม่ค่ะ นานนนนเลยที่เดียวกว่าจะได้มีโอกาสมาอัพบล็อคเพิ่ม ภาระกิจเยอะเลยเป็นผลให้ไม่ค่อยว่าง วันนี้พอมีเวลาเลยกลับมาอัพทริปญี่ปุ่นให้จบไวๆ ช่วงนี้มีเวลานิดหน่อยแอนจะพยายามเร่งมืออัพบล็อคนะค่ะ ใครที่ตามอยู่ ห้ามพลาดค่ะ 555

เผลอแป๊บเดียว เข้าเดือนสองกันแล้วเนอะ ไวจริงๆ เวลานี่ ใครยุ่งๆ เหมือนแอนเพลินๆ ก็แป๊บเดียวหล่ะน๊า ใครไม่มีอะไรทำก็ว่าเวลาทำไมเดินช้าเนาะ






มาเข้าเรื่องดีกว่าค่ะ เวลาน้อย ฮี่ ๆ หลังจากที่แอนออกจากร้านเครื่องแก้วที่โอตารุแล้ว เดินไปฝั่งตรงข้ามเดินไปเรื่อยๆ ตามทางก็มาเจอมิวเซียมค่ะ ANTIQUE MUSEUM ไหนๆ มาแล้วจะไม่เดินเข้าไปก็กะไรอยู่เนอะ ลองเดินเข้าไปโฉบๆ สักหน่อยก็ยังดีจะได้รู้ว่าเค้ามีอะไร



ด้านหน้าหน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ




เข้ามาด้านในแล้วนะค่ะเดินตรงๆไปคนเยอะทีเดียวค่ะ




ด้านในจะจัดแสดงเครื่องดนตรีสมัยโบราณเก่าๆ แต่คลาสสิคค่ะ




ดนตรีบางอย่างเกิดมายังไม่เคยเห็นเลยค่ะ สังเกตุดูจากปีค.ศ. ยังไม่เกิดค่ะ 555



ตามมุมๆ ก็มีของกระจุกกระจิกประดับตกแต่งไว้ด้วยค่ะ




น่ารักดี ญี่ปุ่นนี่มีแต่ของน่ารักตลอดด


อันนี้เป็นหีบ หรือกล่องดนตรีค่ะ ของทุกชิ้นเค้าห้ามจับต้องนะค่ะ บางชิ้นก็ห้ามถ่ายรูป จะมีป้ายกำกับไว้ค่ะ อันไหนถ่ายได้ก็ถ่ายมาให้ชมกันค่ะ




ลวดลายตามกล่องนี่สวยหรูจริงๆค่ะ ไม้ก็เนื้อดี ปราณีตสวยสุดๆ




ดูอันนี้สิค่ะ น่าจะเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงค่ะ




สวยจังเลย ชอบๆ กระจกสีๆค่ะ




อันนี้เป็นตุ๊กตาโบราณเล่นดนตรีน่ารักอีกเหมือนกันค่ะ




เค้ามีประวัติด้วยค่ะ แอนไม่ได้อ่านอาศัยถ่ายรููปมาอย่างเดียวค่ะ




ความจริงคนในนี้เยอะนะค่ะ แต่แอนพยายามถ่ายอันที่คนเค้าดูกันไปก่อนแล้วค่ะ เรากำลังเดินตามเค้าไปเรื่อยๆค่ะ




ส่วนตรงนี้เป็นเปียโนโบราณค่ะ เจ้าหน้าที่เค้ายังเดินมาไม่ถึง แอนชิงมาถ่ายรูปก่อนเดี๋ยวคนเยอะจะไม่เห็นเปียโนจะกลายเป็นเห็นแต่หัวคนค่ะ




อันนี้เหมือนเจ้าหญิงแมวเลยค่ะ ชุดก็สวย




คนกำลังมุงดูเจ้าหน้าที่ใส่ถุงมือเปิดเปียโนอันนี้ และเล่นเพลงแบบอัตโนมัติให้ฟังเสียงดีจริงๆ ใครมีโอกาสมาที่นี่ลองแวะดูแล้วกันค่ะ



ออกจากมิวเซียม เราก็เดินตามถนนไปเรื่อยๆ ดูนั่น โน่น นี่ อากาศเย็นๆแบบนี้เดินดูของน่ารักๆ เพลินเชียวหล่ะค่ะ อันนี้เป็นเครื่องแก้วที่อยู่ริมถนนนะค่ะ มีร้านเล็กๆ ร้านนึงตั้งโชว์อยู่ด้านหน้าร้านเลย ตอนแอนกำลังถ่ายรูป มีสาวชาวญี่ปุ่นมายืนถ่ายด้วยแถมคุยกับแอนอีกว่าน่ารักดีนะ แล้วเค้าก็ถามว่าแอนมาจากไหนเค้าว่าเค้ามาจากโอซาก้า น่ารักและคุยสนุกดี นับเป็นสาวญี่ปุ่นที่คุยเก่งทีเดียวค่ะ




ยืนคุยกันไป ถ่ายรูปด้วยกัน แต่คาดว่ารูปของเธอน่าจะสวยกว่าแอนเพราะดูจากกล้องที่เธอถือมา แบบว่ามืออาชีพจริงๆ




พวกสัตว์เหล่านี้น่ารักมากๆเลยทีเดียว สนนราคาก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่ร้อยกว่าเยนขึ้นไปเลยค่ะ แอนอดใจไม่ไหวคว้ากลับมาบ้านด้วยค่ะ




เสร็จจากร้านเครื่องแก้วร้านนี้ ฝั่งตรงข้ามมีร้านแก้วที่มีชื่อเสียงค่ะ จังหวะที่มาร้านนี้ลดราคาพอดี แอนได้เดินเข้าไปดูด้วย แบบสวย น่าใช้แต่ราคาแพงค่ะ ในความคิดแอนอาจแพงสำหรับแอน แต่ชาวญี่ปุ่นแล้วเมื่อเทียบกับฝีืมือ+กับมันสมอง เค้ายอมจ่ายกันค่ะ เพราะร้านนี้ขายดีทีเดียว




ออกจากร้านแก้ว เราก็เดินไปเรื่อยๆ อีก ผ่านร้านขายของทะเล สีสันซ้า ส้มมว๊ากกก




แอนเดินเข้าไปใกล้ ส่งยิ้มให้เฮีย แล้วขอเค้าถ่ายรูป เค้าตอบรับโดยดี เลยได้ภาพนี้มาค่ะ




ปูแต่ละตัวมีราคาให้เสร็จ เป็นปูทาระบะค่ะ




ออกจากร้านเฮียคนนี้ ฝั่งตรงข้ามก็มีอีกหลายร้าน ร้านนี้ก็ดูดีค่ะ แต่เป้าหมายของเรายังไม่ใช่ร้านนี้ ฉะนั้นเดินๆ ผ่านไปก่อน




ไม่ไกลจากร้านปู ก็เจอร้านขายนมค่ะ นี่ไงมีที่นั่งรูปวัวตัวเบ้อเริ่ม สาวน้อยของแอนแอ๊คท่านั่งๆ นอนๆ มาเชยชมที่บ้านค่ะ มันน่ารักดี




เดินไปอีกเจอทาโกะยากิค่ะ มองแต่ทาโกะยากิดูแล้วคงงงเนอะแอนถ่ายมาทำไมไม่เห็นแปลก แต่ความจริงมันเป็นทาโกะยากิแบบจัมโบ้ค่ะดูจากรูปล่างนะค่ะ ทานลูกเดียวน่าจะอิ่มไปเลย สนนราคาลูกละ 400-420 เยนค่ะ ส่วนรสชาดไส้ มีหลายอย่างให้เลือกค่ะ อ่านจากป้ายจะเป็นเทริยากิ 420 เยน /ออริจินอล 400 เยน /ต้นหอมมายองเนส 420 เยน/ ชีสMIXซอส 420 เยน เป็นต้นค่ะ




ถัดจากร้านทาโกะยากิ เราก็ยังเดินไปเรื่อยๆ อากาศก็เหมือนจะเย็นลงเรื่อย เพราะเริ่มจะเย็นแล้ว ดีหน่อยที่ฝนไม่ตกแล้วด้วย จึงทำให้เราสามารถเดินมาถึงที่นี่



ที่ตรงนี้จะเป็นซอยๆ ค่ะ ถ้าเดินเข้ามาจะเห็นรูปปั้นอันนี้อยู่ตรงกลางเลยนะค่ะ




ใครหิวไม่ชอบกินซูชิ สามารถฝากท้องไว้กับร้านพวกนี้ได้ค่ะ สนนราคาไม่แพงค่ะ เห็นคนญี่ปุ่นหลายคนนั่งซดราเมงกันดังซวบๆ ค่ะ แสดงว่า อร่อย 555



หลังจากเห็นเค้านั่งทานอาหารร้อนๆ น่าอร่อย มันเหมือนมีแรงกระตุ้นให้พวกเราทั้ง 4 คนหิว แอนเลยตกลงกับคุณพ่อบ้านว่า เราทานข้าวที่นี่กันเลยแล้วกันเนอะ เพราะซูชิิอร่อย ตอนเช้าที่เดินผ่านมามีร้านนึงเป็นไคเต็งซูชิ น่าทานดี เราไปทานกันเลยแล้วกัน ทานเสร็จจะได้เดินย่อยกันสักพักแล้วก็ต้องกลับไปซับโปโร




ว่าแล้วก็เดินไปร้าน ซูชิที่เป็นเป้าหมายค่ะ ชื่อร้านSUSHIZANMAI ค่ะ




ถึงร้านเป้าหมาย เราเลือกนั่งที่เค้าท์เตอร์อีกแล้ว ไม่รู้เป็นอะไรชอบดูเค้าทำค่ะ ที่ร้านนี้ไม่มีภาษาอังกฤษนะค่ะ แต่สะดวกสำหรับผู้ที่อ่านไม่ออกอยากได้อะไรชี้ที่รูปเลยค่ะ



หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเราก็เดินกลับมาที่ถนนเดิม คราวหน้าเป้าหมายของเราเป็นคลองโอตารุค่ะ



ถึงแล้วค่ะ มีคนถ่ายรูปกันเยอะเลย ได้เจอคนไทยมาที่นี่ด้วย 1กรุ๊ปสี่คนเหมือนเราได้ ได้ยืนคุยกันสักพักเค้าว่าเค้านอนที่นี่ ส่วนแอนต้องกลับไปนอนซับโปโร เสียดายจริงๆ พอได้มาที่นี่แล้วรู้สึกว่าที่สวย สลบ อร่อย555 น่านอนที่นี่จริงๆ แต่ไม่เป็นไรคุณพ่อบ้านว่าชอบฮอกไกโด มาคราวหน้าต้องมานอนโอตารุ และจะอยู่ที่ฮอกไกโดนานกว่านี้ ^^












เราชื่นชมคลองกันพอสมควรก็เดินต่อไป แต่คราวนี้เราเดินอ้อมไปด้านหลังคลองค่ะ ผ่านร้านอาหารอีกแล้ว ร้านนี้ก็น่าทานแปะโป้งไว้ก่อนคราวหน้าเจอกัน ฮี่ๆ



เดินไปเรื่อยๆ เรามาถึงโบสถ์ค่ะ สวยเชียว ถนนเส้นนี้ค่อนข้างเงียบด้วยค่ะ




เริ่มเย็นลง เย็นลง ร้านรวงต่างๆ เริ่มเปิดไฟ สวยจังเลย ^^



เราเดินไปเรื่อยๆ ไปจนถึงริมทะเลค่ะ เงียบมาก แต่มีรถจอดอยู่เยอะ คุณพ่อบ้านว่าสวย เลยเดินลัดเลาะรั้วเข้ามาเก็บภาพค่ะ



เราเริ่มเดินกลับกันแล้ว กะเวลาพอสมควรเมื่อไปถึงเอกินั่งสักพัก รถไฟรอบของเราจะมาค่ะ รูปนี้ผ่านคลองโอตารุอีกด้านนึง เย็นแล้วเปิดไฟแล้ว เห็นมีเรือพายให้นักท่องเที่ยวนั่งด้วย



อากาศยามนี้เย็นๆ โพล้เพล้ ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน ตัดกับแสงไฟ สวยจริงๆค่ะ



จากตรงนี้มองไปลิบๆ เดินไปตรงๆ เราก็จะไปถึงเอกิค่ะ อากาศเย็นเดินเรื่อยๆไม่เหนื่อย แต่ถ้าเดินตอนหน้าร้อน สงสัยมีหวังเหงื่อแตกผลั่กแน่ๆT.T



เดินไปเรื่อยๆ เส้นทางตอนเช้าที่เรามา










เราเดินมาครึ่งทางแล้ว ขอลองถ่ายย้อนไปทางที่เราเดินมาบ้าง สวยจัง



ค่ำลงเรื่อยๆ เรารักษาเวลากันดีค่ะ มาถึงสถานีก่อนล่วงหน้าประมาณ สัก 15 นาทีเห็นจะได้




มืดแล้วจบทริปสำหรับโอตารุแล้ว ขอบอกว่าชอบที่นี่มาก อาหารอร่อย อากาศดี เป็นเมืองน่ารัก คราวหน้ามาจะมานอนที่นี่หล่ะ เพื่อนๆคนไหนยังไม่เคยมาญีปุ่น เชิญชวนให้มาแวะเที่ยวที่นี่ด้วยนะ อ้อ ขอบอกนิดหน่อยควรมากับคนรักนะ รู้สึกมันน่ารักโรแมนติคดีค่ะ




รถไฟมาแล้วตอนนี้เราอยู่บนรถไฟแล้ว รอบของเราเป็น 19.04 น. วันนี้อิ่มใจมีความสุขขอกลับไปนอนพักเอาแรง พรุ่งนี้ยังคงต้องเดินทางต่อ นี่พึ่งจะวันที่สี่ของการเดินทางเอง ยังเหลือตั้งอีกสิบกว่าวันยังไงติดตามต่อนะค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน มาติดตาม และทักทาย สวัสดีปีใหม่มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่จน รวยๆ กันถ้วนหน้านะค่ะ ฝันดีค่ะ ^^






















Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2557 23:37:53 น. 0 comments
Counter : 644 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.