Group Blog
 
All Blogs
 

ได้อย่าง เสียหลายอย่าง... เมื่อ Early Retire

สวัสดีค่ะ Q(^0^)V

ใครกำลังคิดอยาก early retire ไปชิลๆ สบายๆ สไตล์ชีวิต slow life บ้างเอ่ย หากเพื่อนคนไหนเตรียมตัวมาดีมีความพร้อมก็จัดไปเลยค่ะ ขืนรอถึงอายุ 60 ก็อดเที่ยวแบ็กแพ็คเก๋ๆ กันพอดี ^0^ แต่นอกจากจะต้องเตรียมเรื่องเงินจำนวนมหาศาลแล้วเนี่ย ยังต้องเตรียมใจเผื่อไว้สักหน่อยนะค่ะว่าการเกษียณก่อน 60 เนี่ยมันไม่ได้มีแต่โลกสวยๆ รอเราอยู่เท่านั้น แต่ก็มีข้อเสียบางอย่างควรรู้เพื่อเตรียมรับมือไว้ก่อนเพื่อให้เกษียณได้ชิลสมใจ มีอะไรบ้างมาดูกัน

1. เงินเดือน
สิ่งแรกที่จะหายไปหลังเกษียณก็คือ "เงินเดือน" ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเราจะขาดรายได้ประจำค่ะ ดังนั้นเราต้องหา วิธีสร้างรายได้ใหม่มาชดเชย ไม่งั้นคงเกษียณไม่สนุกแน่ๆ ซึ่งนอกจากจะต้องหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว บางคนยังต้องหาเงินมาจ่ายหนี้ที่ยังมีอยู่อีกด้วย ถ้าจะให้ดี ก่อน early retire ควรเคลียร์หนี้ให้หมดก่อน เราจะได้ใช้เงินหลังเกษียณไปกับชีวิตตามใจได้เต็มที่ ไม่ต้องเจียดไปให้เจ้าหนี้สักบาทเลยค่ะ ^_^

2. สวัสดิการ
เมื่อ early retire แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องบอกลาตามเงินเดือนไปติดๆ นั่นก็คือสวัสดิการต่างๆ จากบริษัทนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ หรือเงินช่วยเหลือในโอกาสต่างๆ ก็จะหายไปด้วย ทำให้เราต้องควักเองจ่ายเองตามอัธยาศัย แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะว่าเสียไปมากมายหลายสิ่งขนาดนี้ชีวิตจะพินาศไหม... ยังชิลได้ค่ะถ้าเราเตรียมตัวรับมือดีๆ ซึ่งสวัสดิการเหล่านี้เราสามารถทดแทนได้ด้วยประกันประเภทต่างๆ รวมถึงสวัสดิการภาครัฐที่เราสมัครได้โดยสมัครใจ เช่น ประกันสังคม (มาตรา 39) และโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นต้น

3. สังคม
ข้อนี้ไม่เชิงว่าจะเป็นสิ่งที่เราเสียไปเหมือนเงินเดือนและสวัสดิการนะคะ แต่การที่เรา early retire ไปก่อนเพื่อนร่วมงาน ก็เท่ากับว่าเราจะห่างเหินจากสังคมกลุ่มนี้ของเราไปโดยปริยาย ถึงแม้ทุกวันนี้จะมีไลน์หรือเฟซบุคให้เราได้ใกล้ชิดกันแทบจะ 24 ชั่วโมง แต่ยังไงมันก็ไม่เหมือนได้ไปคุยไปแซวกันขำๆ แบบตัวเป็นๆ อยู่ดี รวมถึงเวลาที่อาจไม่ตรงกัน มีรูปแบบชีวิตประจำวันที่ไม่เหมือนกัน อาจทำให้เรามีเรื่องพูดคุยชิทแชทกันน้อยลงด้วย แต่ถ้าจะมองในแง่ดี การที่เรา early retire ก็สามารถเป็นการเปิดประตูให้ตัวเองไปพบเจอสิ่งใหม่ สังคมใหม่ และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เช่นกันนะคะ

เห็นไหมคะว่าการ early retire ทำให้เราได้มาซึ่งไลฟ์สไตล์ในแบบของตัวเอง แต่ที่ต้องเสียไปก็มีอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งที่นำมาแชร์ในวันนี้ก็เพื่อให้เพื่อนผู้อ่านได้เห็นถึงข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเตรียมพร้อมเพื่อชีวิตดีๆ หลัง early retire ได้นั่นเอง หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะค่ะ ^_^

-----------------------------------------

Recommended! ตัวช่วยที่เกี่ยวข้องกับบล็อกวันนี้
>>> K-Expert Guidebook: อยากสบายวัยเกษียณ <<< โหลดฟรี

v




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2558    
Last Update : 25 มิถุนายน 2558 11:29:45 น.
Counter : 594 Pageviews.  

ข้อดี-ข้อเสียของชีวิตเกษียณในต่างจังหวัด

 

สวัสดีค่ะ ^_^

เมื่อสัก 2 สัปดาห์ก่อนมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่าพ่อแม่ของเขากำลังมองหาซื้อที่แถวๆ โคราช จะปลูกบ้านไว้ใช้ชีวิต slow life ปลูกผักทำสวนหลังเกษียณ แต่เพื่อนเราก็เป็นห่วงว่าจะไปอยู่กันยังไง ก็เลยนั่งถกกันได้ออกมาเป็นข้อดี-ข้อเสียของการไปเกษียณต่างจังหวัดที่ขอนำมาแชร์กันในวันนี้นั่นเอง เผื่อว่าจะเป็นแนวทางให้เพื่อนผู้อ่านในนี้ได้ไม่มากก็น้อย ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ

ข้อดีของชีวิตเกษียณในต่างจังหวัด

1. อากาศบริสุทธิ์ เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย...
ถือเป็นข้อดีที่ใครหลายๆ คนมองเห็นกันอยู่แล้ว เพราะต่างจังหวัดมีมลพิษน้อย ทำให้อากาศบริสุทธิ์กว่าอากาศในเมือง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ทำให้ไม่เจ็บป่วยง่ายและรู้สึกสดชื่นแจ่มใสไปด้วย นอกจากนี้ ชีวิตเกษียณในต่างจังหวัดยังเป็นชีวิตที่เงียบสงบและเรียบง่าย ไม่เร่งรีบวุ่นวายเหมือนชีวิตในเมือง สามารถใช้เวลาทุกนาทีได้อย่างคุ้มค่า มีเวลาอยู่กับครอบครัวและตัวเองมากขึ้นค่ะ

2. ค่าครองชีพต่ำ
ค่าครองชีพในต่างจังหวัดจะต่ำกว่าค่าครองชีพในเมืองค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ของใช้ หรือการเดินทาง ถ้าลองคำนวณค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนเมืองวัยเกษียณ ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ และอื่นๆ รวมๆ แล้วเดือนหนึ่งอาจต้องใช้เงินถึง 15,500 บาทเลยทีเดียว แต่ถ้าอยู่ต่างจังหวัดอาจใช้เงินเพียงครึ่งเดียวก็อยู่ได้อย่างสบายๆ แล้ว

ข้อเสียของชีวิตเกษียณในต่างจังหวัด

1. ห่างไกลจากคนใกล้ชิด
หากลูกหลานยังต้องทำงานหรือเรียนหนังสืออยู่ในเมือง การใช้ชีวิตเกษียณในต่างจังหวัดอาจทำให้ต้องอยู่ห่างไกลจากลูกหลาน ขาดคนคอยดูแลเอาใจใส่ ครั้นจะหาคนมาดูแลก็หายากกว่าในเมือง นอกจากนี้ ชีวิตเกษียณในต่างจังหวัดยังอยู่ห่างไกลจากเพื่อนฝูงหรือสังคมเดิมๆ หากเพื่อนๆ ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกเหงาได้ค่ะ

2. สิ่งอำนวยความสะดวกมีน้อย
ต้องยอมรับว่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในต่างจังหวัดยังคงมีน้อยอยู่ สู้ในเมืองไม่ได้ เช่น หากเจ็บป่วยขึ้นมา การเดินทางไปโรงพยาบาลอาจไม่ค่อยสะดวกและใช้เวลานาน รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ อาจยังไม่พร้อม เป็นต้น

3. อาจไม่ประสบความสำเร็จในการทำไร่ทำสวน
หากใครคิดจะเกษียณไปทำไร่ทำสวนเหมือนคุณลุงคุณป้า ลองถามตัวเองดูก่อนว่า "ทำไหวไหม?" เพราะของแบบนี้ไม่ได้ทำกันง่ายๆ นะคะ ต้องใช้ทั้งความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์ ความอดทน อีกทั้งยังต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง ถ้าหากปลูกไว้กินเองอารมณ์ชีวิตออแกนิคก็อาจจะพอได้ แต่ถ้าคิดจะทำเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวเองหลังเกษียณ ลองคิดกันให้หนักๆ นิดนึงนะ เพราะถ้าจะทำแบบนั้นก็ต้องลงทั้งเงินและแรง มีความเสี่ยงค่ะ

และนี่ก็คือข้อดี-ข้อเสียของชีวิตหลังเกษียณที่พอจะลิสต์ออกมาเป็นข้อคิดให้เพื่อนผู้อ่านได้นำไปใช้วางแผนชีวิตในอนาคต เพราะชีวิตเกษียณที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นได้ในวันเดียว แต่เกิดจากการวางแผนและเตรียมพร้อมให้ดีค่ะ ส่วนบล็อกต่อไป เดี๋ยวจะมาแชร์ว่าการ Early Retire หรือเกษียณก่อน 60 เนี่ยมันได้อย่างแต่เสียหลายอย่างเลย มีอะไรบ้างติดตามกันได้ค่ะ หากไม่อยากพลาดก็คลิกปุ่ม "ติดตามบล็อก" กันได้เลยค๊าาาา V(^0^)V

--------------------------------------------------

Recommended! ตัวช่วยที่เกี่ยวข้องกับบล็อกวันนี้
>>> K-Expert Guidebook: อยากสบายวัยเกษียณ <<< โหลดฟรี




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2558    
Last Update : 23 มิถุนายน 2558 11:40:52 น.
Counter : 838 Pageviews.  

3 แหล่งรายได้แบบเสือนอนกินตอนเกษียณ

บล็อกเมื่อวันก่อนนี้พูดถึงพฤติกรรมที่ทำให้เราออมเงินไว้ใช้ตอนเกษียณไม่สำเร็จไปแล้ว วันนี้เรามาดูกันดีไหมว่านอกจากที่เราจะต้องตั้งหน้าตั้งตาออมเงินตั้งแต่วันนี้เพื่อเอาไว้ใช้ตอนแก่แล้วเนี่ย ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราใช้ชีวิตตอนเกษียณได้อย่างสบายๆ ไม่เป็นภาระของลูกหลาน นั่นก็คือการสร้างรายได้แบบ passive income นั่นเอง และวันนี้ K-Expert ก็มี 3 แนวทางมาแชร์ค่ะ ^_^

1. สร้างรายได้จากการปล่อยเช่า
ถ้ามีบ้านหรือคอนโดอยู่ ก็สามารถปล่อยเช่า เพื่อรับรายได้ในรูปของ “ค่าเช่า” เหมือนเป็นเสือนอนกินมีเงินให้ใช้จ่ายได้ทุกเดือน (ถ้ามีผู้เช่าต่อเนื่องทุกเดือน) แต่การลงทุนรูปแบบนี้ต้องใช้เงินลงทุนไม่น้อย และน้อยคนนักจะมีเงินก้อนใหญ่มาซื้อบ้านหรือคอนโดได้เลย ดังนั้น ถ้าอยากเกษียณแบบมีบ้านหรือคอนโดให้เช่า ก็ต้องเตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ เสียหน่อย โดยเริ่มผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโดเก็บไว้ตั้งแต่ตอนยังทำงานมีรายได้ และที่สำคัญ ต้องเลือกทำเลให้ดี เพราะจะปล่อยเช่าได้ง่ายมั้ย คิดค่าเช่าได้สูงแค่ไหน อยู่ที่ทำเลล้วนๆ ยิ่งเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า ห้างร้านต่างๆ ก็ยิ่งหาผู้เช่าได้ง่ายเรียกว่า ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ

2. รายได้จากเงินปันผล
ถ้าว่าตามกฎการลงทุน ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งไม่ควรลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าศึกษาและเลือกหุ้นดี บริษัทมั่นคง ก็มีโอกาสผลตอบแทนในรูปของ “เงินปันผล” อย่างสม่ำเสมอ หรือไม่แน่ใจว่าจะเลือกหุ้นเองถูกมั้ย ก็ให้มืออาชีพเลือกให้ก็ได้ โดยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่ไม่ว่าจะลงทุนในหุ้นเอง หรือกองทุนรวมหุ้น ต้องมั่นใจว่า รับความเสี่ยงได้สูง ยอมรับราคาหุ้นที่ขึ้นๆ ลงๆ ได้ และไม่ใช่นำเงินออมที่มีทั้งหมดไปใส่ไว้ในหุ้น เพราะถ้าตลาดหุ้นเกิดวิกฤต ราคาร่วงรุนแรง หรือลงทุนผิดพลาด จะได้ยังมีเงินที่เก็บสะสมไว้มาใช้จ่ายต่อไป

3. กินดอกเบี้ยพันธบัตร/หุ้นกู้
สำหรับผู้ที่ไม่กล้าเสี่ยงจะเอาเงินไปลงทุนในอสังหาฯ หรือหุ้น ก็มีทางเลือกที่ไม่ต้องเสี่ยงมากนัก ก็คือ ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เอกชน เพื่อรับผลตอบแทนในรูปของ “ดอกเบี้ย” ตามอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ทุก 3 เดือน หรือ 6 เดือน เมื่อพันธบัตรหรือหุ้นกู้เสี่ยงน้อยกว่าหุ้น ผลตอบแทนที่จะได้รับก็ย่อมน้อยกว่า แต่ก็ยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก เรียกว่า ทั้งความเสี่ยงและผลตอบแทนของพันธบัตรหรือหุ้นกู้ จะอยู่กลางๆ ระหว่างหุ้นและเงินฝาก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เลือกลงทุน

และนี่ก็คือ 3 แนวทางการสร้างรายได้แบบ passive income ไว้ให้มีรายได้ตอนเกษียณโดยไม่ต้องลงแรงทำงานให้เหนื่อยที่นำมาแชร์ให้เพื่อนผู้อ่านกันในวันนี้ ส่วนบล็อกต่อไป เดี๋ยวจะมาแชร์ว่าการเกษียณในกรุงเทพและต่างจังหวัดมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างที่ไม่ควรมองข้าม หากไม่อยากพลาดก็คลิกปุ่ม "ติดตามบล็อก" กันได้เลยค๊าาาา ^0^

----------------------------------------------------------------

Recommended! ตัวช่วยที่เกี่ยวข้องกับบล็อกวันนี้
>>> K-Expert Guidebook: อยากสบายวัยเกษียณ <<< โหลดฟรี




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2558    
Last Update : 18 มิถุนายน 2558 11:02:43 น.
Counter : 1083 Pageviews.  

3 พฤติกรรมสุด FAIL ของการออมไว้เกษียณ

 

ช่วงนี้ท่าทาง Trend การออมไว้เกษียณคงกำลังฮอตแน่ๆ เพราะเวลาไปร้านหนังสือก็มักจะเจอหนังสือออมเงินเพื่อเกษียณออกใหม่อยู่เรื่อย แต่การออมเงินเอาไว้ใช้ในช่วงเกษียณก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ เพราะต้องออมเยอะ ออมนาน แถมต้องตั้งใจออมมากๆ อีกด้วย ทำให้หลายคนออมไม่สำเร็จ ซึ่งหลักๆ ก็จะเกิดมาจาก 3 พฤติกรรมดังนี้ค่ะ

1. ลงทุนเสี่ยงต่ำเกินไป
บางคนแค่ได้ยินคำว่า "ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม" ก็ส่ายหน้าเป็นพัดลมกันล่ะเพราะไม่กล้าเสี่ยง ทำให้มักจะเอาเงินไปกองไว้ในเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนน้อยนิด ซึ่งจะทำให้เรามีเงินไม่พอใช้ในช่วงเกษียณได้ เช่น ถ้าเก็บเงินไว้ในเงินฝากทุกเดือน เดือนละ 5,000 บาท โดยได้ดอกเบี้ย 3% ต่อปี เป็นเวลา 25 ปี พอครบ 25 ปี จะได้เงินออกมารวมแล้วประมาณ 2.2 ล้านบาท ดูๆ แล้ว เงินก้อนนี้ไม่น่าจะพอใช้ในยามเกษียณได้อย่างสบายๆ แน่ๆ ค่ะ งั้นเรามาลองเปลี่ยนวิธีออมกันใหม่ ลองมาลงทุนในกองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี ด้วยเงินก้อนเดิมและเวลาเท่าเดิม พอครบ 25 ปี เราจะได้เงินต้นพร้อมผลตอบแทนรวมแล้วประมาณ 6.6 ล้านบาทเลยทีเดียว เห็นมั้ยคะว่า เพียงแค่เปลี่ยนวิธีเก็บออมเงินเล็กน้อย ผลลัพธ์เงินก้อนไว้ใช้ยามเกษียณออกมาต่างกันมากทีเดียว สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับการลงทุนที่มีความเสี่ยง ต้องบอกเลยว่า ระยะเวลาลงทุนที่ยาวนานและการลงทุนเป็นประจำสม่ำเสมอสามารถช่วยให้ความเสี่ยงจากการลงทุนลดลงได้ค่ะ

2. เริ่มออมช้าเกินไป
พอพูดถึงคำว่า “ออมเพื่อเกษียณ” มีหลายคนเข้าใจผิดว่า รอให้อายุเยอะซัก 40-50 ก่อนแล้วค่อยเริ่มออม เพราะยังมีเวลาออมมากกว่า 10 ปี แต่จริงๆ แล้ว ยิ่งออมเร็ว ก็จะยิ่งมีเงินใช้ในวัยเกษียณที่สุขสบายยิ่งขึ้นค่ะ ลองเปรียบเทียบ 2 คนนี้ดูนะคะ

คนแรกลงทุนในกองทุนหุ้นเดือนละ 5,000 บาท ตั้งแต่อายุ 30 ปี ลงทุนไปเรื่อยๆ จนอายุ 55 ปี จะได้เงินใช้ในช่วงเกษียณ 6.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 1.5 ล้านบาท และผลตอบแทน 5.1 ล้านบาท

ส่วนคนที่ 2 ลงทุนในกองทุนหุ้นเหมือนกัน เดือนละ 5,000 บาทเท่ากัน แต่เริ่มลงทุนเมื่ออายุ 40 ปี และลงทุนไปจนถึงอายุ 55 ปี จะได้เงินจากการลงทุนกลับมาแค่ประมาณ 2 ล้านบาทเท่านั้น แบ่งเป็นเงินต้น 0.9 ล้านบาท และผลตอบแทน 1.1 ล้านบาท

เห็นมั้ยคะว่า เริ่มลงทุนต่างกัน 10 ปี ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนต่างกันถึงเกือบ 5 เท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งมีผลให้เงินก้อนที่มีไว้ใช้ในช่วงเกษียณต่างกันมาก เห็นแบบนี้แล้ว คงไม่ลังเลจะออมเพื่อเกษียณกันแล้วนะคะ

3. เผลอใจนำเงินเกษียณไปใช้
พอออมเงินเพื่อใช้เกษียณมาได้พักนึงแล้ว มักจะมีเหตุให้เราต้องนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้ เช่น ใช้เป็นเงินดาวน์บ้านหลังใหม่ หรือเป็นค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน เหตุการณ์เหล่านี้เราอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เรามีวิธีรับมือได้ นั่นคือการวางแผนเผื่อเหตุฉุกเฉินล่วงหน้า โดยการออมแยกบัญชีออกจากการออมเพื่อเกษียณ ซึ่งเหตุการณ์ที่เราต้องใช้เงินก้อนใหญ่ส่วนใหญ่จะไม่ใช่เหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ดาวน์บ้านหรือรถคันใหม่ ซึ่งเราสามารถวางแผนออมล่วงหน้าได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องเหตุการณ์ฉุกเฉิรด้านสุขภาพ เราก็สามารถทำประกันชนิดต่างๆ ให้มีความคุ้มครองเพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เหล่านั้นมากระทบต่อเงินออมของเรา ทั้งในส่วนของการออมเพื่อเกษียณและเพื่อเป้าหมายอื่นๆ ค่ะ

เท่านี้ก็รู้กันแล้วนะคะว่า พฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำให้เรา Fail ไม่สามารถออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณได้ ดังนั้น แนะนำให้เริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้ โดยเลือกใช้เครื่องมือหรือตัวช่วยในการลงทุนที่เหมาะกับตัวเรา และมีวินัยในการออม จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการออมเพื่อเกษียณได้ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนเพื่อเกษียณนะคะ ส่วนใครมีคำถามเรื่องการออมเพื่อเกษียณ ปรึกษากับ K-Expert ได้ฟรีทางอีเมล k-expert@kasikornbank.com เลยนะคะ

-----------------------------------------

Recommended ตัวช่วยที่เกี่ยวข้องกับบล็อกวันนี้
>>> K-Expert Tool: เครื่องมือคำนวณเงินออมเพื่อเกษียณ <<<






 

Create Date : 16 มิถุนายน 2558    
Last Update : 16 มิถุนายน 2558 18:52:28 น.
Counter : 570 Pageviews.  

3 คำถามสุดฮิตของคนคิดซื้อบ้าน

ดีค่ะ ^0^ เชื่อว่าใครๆ ก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเองใช่ไหมล่ะ ดูได้จากเพื่อนรอบตัวหลายคนเลยที่บอกว่าอยากมีบ้านและวางแผนจะซื้อบ้านเร็วๆ นี้ นัดเจอกันทีไรก็มักจะมีคำถามมาถามอยู่เสมอ วันนี้ K-Expert เลยได้รวบรวมมาเป็น 3 คำถาม    สุดฮิตที่คาใจคนคิดซื้อบ้าน และจะมาไขข้อข้องใจ ตอบปัญหาที่ใครหลายคนอยากรู้เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนกู้ซื้อบ้านกันค่ะ

1) รายได้เท่าไหร่จะขอกู้ซื้อบ้านได้

ต้องบอกก่อนเลยว่า รายได้ขั้นต่ำต่อเดือนควรอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทค่ะ หากมีรายได้มากหน่อยก็มีโอกาสขอกู้ซื้อบ้านได้วงเงินที่สูงขึ้น เพราะรายได้จะเป็นตัวที่บอกเราว่าจะกู้ซื้อบ้านได้ไหม ถ้าได้จะกู้ได้เท่าไหร่ สำหรับใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนตรงนี้ไม่น่าเป็นห่วงค่ะ น่าจะขอกู้ได้ไม่ยากเพราะมีหลักฐานที่แสดงว่าเรามีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน แต่สำหรับใครที่ทำอาชีพอิสระ ไม่ได้มีรายได้ประจำแล้วล่ะก็ แนะนำให้เริ่มเดินบัญชีกับธนาคารเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปค่ะ โดยนำเงินฝากเข้าธนาคารทุกครั้งที่มีรายรับเข้ามา เพื่อให้ธนาคารเห็นว่าเรามีรายได้สม่ำเสมอนั่นเองค่ะ

2) มีหนี้อย่างอื่นอยู่แล้วจะขอกู้ซื้อบ้านได้ไหม

ขอบอกว่า ถ้าภาระผ่อนหนี้ในแต่ละเดือนไม่เกิน 40% ของรายได้ ก็ถือว่ายังมีโอกาสขอกู้ซื้อบ้านได้อยู่ค่ะ ลองสำรวจตัวเองดูว่าตอนนี้มีภาระผ่อนหนี้ในแต่ละเดือนอยู่เท่าไหร่ มีวิธีเช็คง่ายๆ ค่ะ สมมติว่าเงินเดือน 20,000 บาท ต้องมีภาระผ่อนไม่เกิน 40% ของรายได้ คือภาระผ่อนโดยรวมต้องไม่เกิน 8,000 บาทค่ะ ลองคำนวณดูนะคะว่าถ้าจะผ่อนบ้านเพิ่มจะทำให้ภาระผ่อนโดยรวมสูงเกินเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดเอาไว้ไหม โดยคิดง่ายๆ ว่า ถ้าจะขอกู้ซื้อบ้าน 1 ล้าน ระยะเวลาผ่อน 30 ปี ยอดผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 7,200 บาทค่ะ ถ้าคำนวณแล้วไม่เกินเกณฑ์ก็มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่ามีโอกาสขอกู้ซื้อบ้านได้อยู่ค่ะ

3) ต้องเตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายในการกู้ซื้อบ้าน นอกจากจะต้องมีเงินดาวน์สัก 20% ของราคาบ้านแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราต้องเตรียมอีก 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่
1.ค่าใช้จ่ายของธนาคาร เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ (ขึ้นอยู่กับธนาคารกำหนด) ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ และค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย (ขึ้นอยู่กับมูลค่าบ้าน)
2.ค่าใช้จ่ายของกรมที่ดิน เช่น ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ และค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมินค่ะ

ใครอยากมีบ้านเป็นของตัวเองก็ต้องเตรียมตัวเก็บเงินไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ พอถึงเวลาขอกู้ซื้อบ้านจริงจะได้ผ่านฉลุยค่ะ และเมื่อกู้ซื้อบ้านผ่านแล้ว ถ้าอยากผ่อนบ้านให้หมดไวๆ K-Expert แนะนำว่าเมื่อได้โบนัสหรือมีเงินก้อนเข้ามาให้เอามาโปะบ้านหรือจ่ายหนี้มากกว่ายอดผ่อนบ้านในแต่ละเดือนค่ะ เพราะจะช่วยให้ยอดเงินต้นลดลง ช่วยประหยัดดอกเบี้ยจ่าย และทำให้เราผ่อนบ้านหมดไวขึ้นนั่นเองค่ะ ^0^

----------------------------------------------------------------------------

Recommended! เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับบทความวันนี้ค่ะ
>>> K-Expert Tool: เครื่องมือคำนวณสินเชื่อบ้าน <<<




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2558    
Last Update : 11 มิถุนายน 2558 17:28:23 น.
Counter : 490 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  

K-Expert
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




ข้อมูลดี ฟรี มีประโยชน์ เพื่อชีวิตดีๆ ที่มีได้ทุกคน
Friends' blogs
[Add K-Expert's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.