*** พื้นที่ส่วนตัวของ พันตำรวจเอก ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ผู้กำกับการกลุ่มงานกฎหมาย กองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนหยัดในหลักการที่ว่า คนเรานั้นจะมีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดโดยบริบูรณ์ และความเชื่อที่ว่าคนเราเกิดมาเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่มีอำนาจใดจะพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้ ไม่ว่่าด้วยวิธีการใด ๆ และอำนาจผู้ใด ***
*** We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable rights, that among these are life, liberty and the pursuit of happiness. That to secure these rights, governments are instituted among men, deriving their just powers from the consent of the governed. That whenever any form of government becomes destructive to these ends, it is the right of the people to alter or to abolish it, and to institute new government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their safety and happiness. [Adopted in Congress 4 July 1776] ***

เรื่องเล่า การไปประเทศอังกฤษ และสก๊อตแลนด์ กับสภากรุงเทพมหานคร

ผมได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการเพื่อศึกษาการโอนภารกิจการจราจรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปยังกรุงเทพมหานคร มาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2555   โดยสภากรุงเทพมหานครฯ ได้อนุมัติให้คณะกรรมการฯ ไปศึกษาดูงานที่ประเทศอังกฤษด้วย  ผมจึงได้กลับมาเที่ยวประเทศอังกฤษอีกครั้ง หลังจากที่เคยมาเมื่อปี พ.ศ.2550 ในฐานะนักเรียนที่มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ตามที่เคยเล่าให้ฟังไปแล้ว

 

มาคราวนี้ ระยะเวลาห่างกันไปถึง ๕ ปีเลยทีเดียว  คณะทำงานมีกำหนดการมาอังกฤษ ระหว่างวันที่ 5-11 กันยายน 2555   พวกเรามาถึงอังกฤษเวลา 8 โมงเช้า  เมื่อมาถึงก็มีไกด์อาชีพ เป็นคนไทยมาพาเลาไปเที่ยวที่สโตนเฮนจ์ก่อน  จากนั้น จึงไปหมู่บ้าน เบอร์ตันออนเดอะวอเตอร์ ที่มีความงดงามเป็นที่สุด   จากนั้นก็จะไปเมืองสแตรทฟอร์ดบ้านเกิดของเชคสเปียร์  แล้วนอนที่นั่น  ก่อนจะเดินทางไปสก๊อตแลนด์ต่อไป  ระหว่างการเดินทางไปสก๊อตแลนด์ พี่วีระชัยฯ ไกด์ประจำคณะ ก็ได้เล่าเรื่องต่าง ๆ อย่างน่าฟัง  ผมสรุปไว้โดย iPad ประจำตัว ที่ยังใช้งานได้ไม่เต็มร้อย เพื่อความสะดวก บางช่วง ก็พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเพราะเร็วกว่า บางช่วงก็พิมพ์เป็นภาษาไทย   ความสรุปได้ ดังนี้ .-

 


 

รถบัสที่เรานั่งกันไปนั้น แล่นผ่านอุโมงค์ใต้สนามบินฮีทโทรล  ที่มีระยะทางยาวไกลจนไม่อาจกลั้นลมหายใจได้  การที่สนามเพราะสนามบินที่เครื่องบินเจทขึ้นครั้งแรก รอบสนามบินหลัก จะมีสนามบิน Low cost จำนวน 4 แห่ง ปัจจุบัน รัฐบาล UK กำลังขยายสนามบินฮีทโทรลอีก  1  รันเวย์  เป็น 3 รันเวย์  เพื่อลดความหนาแน่น 1700 เที่ยวต่อวัน ซึ่งเป็นสนามบินที่มีเที่ยวบินหนาแน่นที่สุดของโลก  จากฮีทโทรล 18 ไมล์ เข้าลอนดอน รถติดยาวเหยียด เพราะเป็นช่วงเปิดเทอม กรุงลอนดอนรถติดมาก แต่ในอดีตรถไม่ติดเลย และมีระบบขนส่งทุกรูปแบบ ประเทศไทยส่งคณะมาดูงานที่ uk เป็นประจำ  แล้วก็เชิญเจ้าหน้าที่จาก UK ไปดูงานเมืองไทยด้วย  ทำให้ประเทศ UK รถติดด้วย เพราะนำรูปแบบรถติดเมืองไทยมาใช้งาน ตามสไตล์ เรียนรู้แล้วต้องปฏิบัติ 

 

 

ใกล้ ๆ สนามบินจะมีอ่างน้ำ 3 แห่งเพื่อเลี้ยงคนแถบนี้ รถวิ่งไปตาม M25 สาย motor way. ประเทศนี้ มี M 1-94. ความสั้นยาวแตกต่างกันไป เช่น M1 วิ่งถึงสก๊อตแลนด์ กรณีรถเกิดอุบัติเหตุ ถ้าชนท้ายคนผิดคือคนชนเสมอ ถ้าชนที่วงเวียนด้านซ้าย คนถูกชนถูกเสมอ ถ้าไม่มีคนตายหรือบาดเจ็บ ตำรวจจะไม่ยุ่งเกี่ยวเลย

 

 

รถวิ่งออกไปตาม m3 ออกจาก m25 ทุกระยะ 19-27miles will provide service station for all drivers. All drivers must be compelled to take a rest unless driver license will be appropriated.  All trucks will be systematically registered and recorded from starting point: all information will br recorded in the system eg. velocity and driving period.  Over speed 100 mile prohibited driving for 1 year.  13 points will be deducted by each conduct.    Driving under influence subjected to penalty of imprisonment.  All registration plate will be issued by the gov.only the uk gov.    

 

 

The temperature is still warm but next month will turn to fall.  Noticing the bird migration is starting meaning that the winter begins.  Traffic system is similar to Thailand; king Rama v visited UK and considered the car was better and faster than horse.  His Majesty, therefore,  accepted traffic system management and built the road in Thailand.  The first road was called Charern-krung, and imported the first car from UK into Thailand in his reign.  The service stop in UK is composed of many services including hotel for the driver, and passegers. So-Good !

 

 

ระหว่างการเดินทางมีการแนะนำตัวกัน ซึ่งมีทั้งที่เป็นคณะทำงาน และตัวแทนจากหน่วยงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล  ดังนี้

 

Next, the president committee, wisut sumrejvanij, speaks about the mission of transferring the traffic control to metropolitan. The president of Bkk assembly, Suttichai werakulsuntron, asks the members of trip to introduce themselves to make familiar to one another.  Bkk supports all equipment including the fair tickets.  Today we come with the media # 3, NBT to study the traffick control system.   

 

 

วิรัตน์ มีนชัยนันท์, Amornthep สก. ยานาวา, ศิริพงษ์ ลิมปิชัย สก.ดุสิต, ถาวร กาญจนประดิษฐ์ ข้าราชการบำนาญ มท. , ส่งเสริม บุญญะพลานันท์, อรรถพร สุวัฒนเดชา ผอ. สยศ. กทม. , นรวิทย์ เหมะจุทา รอง ผอ.สำนักขนส่งและการจราจร กทม., วิรัตน์ อินทร์ช่วย สนับสนุนให้มีตำรวจของเมืองในการควบคุมจราจร, พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.น.- งาน จร. ผสมผสานกับเรื่องฐานข้อมูลหมายจับ ในระบบโพลิศ , พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ -  ทำอย่างไรคนจึงมีวินัย , พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ว่าที่ ผบก.จร. - ระบบตำรวจไทยยัง. ยังไมได้ขึ้นกับ ท้องถิ่น งานจราจรคงไม่ได้ขึ้นกับท้องถิ่น , พล.ต.ต.สมชาย ผบก.อก.บช. น. , พล.ต.ต.สุธีร์ ผบก. น. 2,  พล.ต.ต.รัษฎากร ยิ่งยง ผบก.น.8 - น่าจะเลิกใช้คนแล้วหันมา ใช้เทคโนโลยี จับกุม เพื่อลดความขัดแย้ง, พ.ต.อ.พจน์ บุญมาภาคย์ รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.เจริญ รอง ผบก.น.2 , พ.ต.อ.พีระพงศ์ วงศ์สมาน รอง ผบก.น.2, พ.ต.อ.นำชัย โชติประยูร รอง ผบก.น.3,  พ.ต.อ.อุทาศิลป์ ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6,  พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.โคกคราม, นายธนรัฐ เทียนประทีป นักประชาสัมพันธ์ กทม., นพขวัญ นาคนวล หรือ จุ๋ม นักข่าว 3 มิติ , จิระ ใจเที่ยง ช่างภาพช่องสาม, เอ NBT, สุระวิทย์ บาส ช่างภาพ NBT, อัญญารัตน์ เอ กทม. , พลอยนภัทร แหวว จนท.วิเทศสัมพันธ์, โจ้ ไกด์, โน๊ส คริโอ้ ทัวร์ และวีระชัย ไกด์ ที่อังกฤษ

 

 

สถานที่แรก :

พวกเรามาแวะก้อนหินประหลาด Stonehenge ก้อนหินเหล่านี้ ถูกลากมาจาก 40 กม. เมื่อ 3,500 ปี ก่อน คศ.  จนเสร็จประมาณ 1,700 ปี ก่อน คศ.  ซึ่งไม่รู้ว่าเขาเอามาได้อย่างไร จึงกลายเป็นสถานที่สำคัญเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก 1/7 ของโลก ราคาค่าเข้า 7.80 ปอนด์ หรือเกือบ 400 บาท  stonehenge ถูกทิ้งร้าง เริ่มเป็นที่สนใจอีกครั้งในยุค enlightenment  ใน คศ. 18 เริ่มศึกษา เห็นแสงและเงาแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา Stonehenge เริ่มเสียหายในยุค 60 เริ่มมี hippy มาชุมนุม และสกัดไปเป็นที่ระลึก นักธรณีวิทยา พบว่าเป็น sand stone ทฤษฎีจานผีวิทยา บอกว่ามนุษย์ต่างดาวใช้พลังแม่เหล็กและเลเซ่อร์ตัดแต่งหิน ใน คศ.20 มาสังเกตบริเวณนี้  เพื่อค้นคว้า แต่ไม่ได้คำตอบอะไร ทฤษฎีแม่เหล็ก ทำให้ต้นข้าวและยอดปราสาท ซอลลิสเบอรรรี่ ก็หันและเอนมาทาง Stonehenge มีเรื่ิองลี้ลับ เกี่ยวกับคนสูญหายไป โดยเฉพาะในช่วงเวลา the longest & shortest day ตั้งแต่โบราณมาเลย ณ ที่นี่ผมจ่ายค่าของที่ระลึกไป 9 ปอนด์

 

 

 พี่ไกด์ เล่าอย่างน่าสนใจว่า ...,

เกษตรกร ต้องมี license และ ต้องผ่านการอบรมจากกระทรวงเกษตร ห้ามทำอย่างอื่น ที่ดินที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่เกษตรห้ามใช้ทำอย่างอื่น การเลี้ยงแกะ ทุ่งกว้าง เอาสีฝุ่นทาสีขาหน้า เมื่อผสมพันธ์ุตัวเมียก็จะมีสีติด เลี้ยงหมูกลางทุ่ง 2-3 ปี ย้ายที่แล้วปลูกพืช. เมืองที่สร้างโดยโรมันจะลงท้ายด้วยเตอร์ เมืองที่สร้างโดยไวกิ้ง จะลงท้ายด้วยตั้น. ส่วนคนอังกฤษเองมีหลายสำเนียงมาก แต่ละภาคคุยกันไม่รู้เรื่อง สำเนียงแบบ ox-bridge จะถือว่าเพราะ พูดแบบไม่เผยอริมฝีปาก ทำให้มีการพูดแบบเผยอริมฝีปาก เลียนแบบ ยิ่งไปกันใหญ่ ฟังกันไม่รู้เรื่อง เพราะมีการกลืนพยัญชนะบางตัว ภาษาพวกนี้เรียกว่า ฮ๊อกนี่ เป็นภาษาชนชั้นต่ำ เช่น เดวิด เบกแฮ่ม  ยิ่งฟังไม่รู้เรื่องเข้าไปใหญ่ ทำให้คนอังกฤษกันเอง ก็พูดและฟังกันไม่เข้าใจ

 

รถวิ่งไปเรื่อย ๆ จนถึงหมู่บ้าน bourton on the water. เบอร์ตัน ออน เดอะ วอร์เตอร์ ที่เมืองนี้ มีริมธารไหลผ่าน บ้านสมัยใหม่ใช้อิฐ บ้านเก่าใช้ปูน ไม่มีการทาสีบ้าน หากจะทาต้องขออนุญาตก่อน สภาพเมืองทั่วไป เป็นเมืองเล็กๆ มีลำธารไหลผ่าน น้ำใสมาก ฝูงเป็ดแหวกว่ายสายน้ำไหลริน สนุกสนานมาก ร้านอาหารตั้งอยู่ริมน้ำทั้งสองข้าง มีสะพานเชื่อมเป็นระยะ เด็ก ๆ ก็ลงเล่นน้ำ มีความสุขมาก ที่นี่ผมจ่ายเงินไป 12 ปอนด์ เป็นของที่ระลึก หลังกินอาหารกลางวัน ที่แย่มาก คือ ไก่ต้มกับผักต้ม และ ไอศกรีม จากร้าน Vernes  เมืองนี้ ทำให้ผมถึงเมือง โจวจวง ที่ประเทศจีนอย่างมากเลยที่เดียวครับ  สวยงามมาก ๆ ไม่แพ้กัน

 

 

ไกด์  เล่าต่อไปว่า ...., ช่วงปลายเดือนมีนาคม สัตว์ทุกชนิดคลอดลูก หมาจิ้งจอกจะหาลูกแกะเป็นอาหาร จึงมีประเพณีล่าหมาจิ้งจอก ที่ต้องใช้หมาล่าสุนัขจิ้งจอก คนขี่ม้าตามล่าสุนัขจิ้งจอก จึงเกิดเกมส์กีฬา fox hunter chase หมาจะไล่สุนัขจิ้งจอกจนหมดแรง หมาจะรุมกัด เกิดสำนวนหมาหมู่  ปัจจุบันกีฬานี้ผิดกฏหมายแล้ว โดยชมรมคนรักสัตว์

 

 

 

ตลอดทางมีแต่แกะ รวม 65 ล้านตัวทั่ว uk.  มีทุ่งข้าวบาเล่ย์ ไว้ทำเบียร์และข้าวสาลี  ไว้ทำขนมปัง มุ่งไปทาง Stratford upon Avon เมืองแห่งบ้านเกิดเช็คสเปียร์   ร้านเหล้าที่พักซ่อมดุมม้า มีคนฝากจดหมายให้กัน พร้อมให้ทิปด้วย จึงเกิดอาชีพ ไปรษณีย์ คำว่า Post แปลว่า เสา เพราะเมื่อก่อนส่งจดหมายจากร้านเหล้า ฝากกันไปกันมา และพัฒนาเป็นระบบเขียนจดหมายใส่ไว้ที่เสา เหนือใต้ เกิดปัญหาล่าช้า เพราะคนขับรถม้าอยากได้เงิน จึงเก็บไว้จนเกินเวลา เกิดการร้องเรียน จนเกิดระบบรับจ้างส่งไปรษณีย์  สำหรับระบบ โรงเรียน ที่นี้  เนื่องจากไม่มีทะเบียนบ้าน  ดังนั้น เด็กจะเรียนได้ในระยะ 1.5 ไมล์เท่านั้น โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการรับส่งเด็กของผู้ปกครองอย่างเข้างวด

 

ก่อนไปถึงเมือง Stratford บ้านเกิดของ เชคสเปียร์นั้น  ไกด์เล่าถึงความสำคัญของเมืองนี้ และบุคคลสำคัญ ได้แก่ แคททาลีน ฮาวาร์ด แม่ของจอหน ฮาวาร์ด ผู้ก่อตั้ง Harvard เธอก็มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมือง Stratford ด้วยเช่นกัน 

 

เมื่อง Stratford เป็น world heritage  สำหรับประวัติของ เช็คสเปียร์ นั้น เขาไม่ได้จบปริญญา มีอาชีพทำถุงมือ ตระกูล เช็คสเปียร์ ไม่มีผู้สืบสกุล การจีบสาวของเขา ต้องจีบต่อหน้าพ่อแม่ สาวก็ต้องเย็บปักถักร้อยไปด้วย  เขาจีบแอนด์ ฮัทเวย์ ที่มีอายุ 25 ปี และท้อง แต่เขามีอายุ 17 ปี จึงต้องขอ special license แต่งงาน ต่อมาเดินทางเข้าลอนดอน เป็นภารโรง ของโรงละคร เขาจึงแต่งบทละคร ให้นักแสดงลองดู เป็นที่ชอบ ท้ายที่สุดเขาบทประวัติศาสตร์มาแต่ง เปิดโรงละคร ชื่อว่า เดอะ โกร๊ฟ เขาเดินทางทั่วยุโรป แต่งละคร. และแสดงไปทั่ว เขาประพันธ์ 36 เรื่อง ถูกแปลถึง 44 ภาษา ละคร 5 อรรถรส romantic - history

 

 

คณะเรามาถึง Stratford ประมาณ16.30น. อากาศเย็นและรถติดก่อนถึงวงเวียน (round about) ก่อนข้ามสะพาน Avon แม่น้ำสายยาวสายหนึ่งของประเทศนี้ สะพานนี้ sir huge cromton สร้างเมื่อ 300 ปีก่อน ยังใช้ได้อยู่ แต่เล็กสำหรับรถยนต์ สวนกัน ข้ามมาก็เจออนุสาวรีย์เช็คสเปียร์ มีโรงละครเล่นบทประพันธ์เขา 3 แห่ง

 

 

ที่น่าสนใจคือ ภายในเมืองมีการขุดอ่างน้ำ เพื่อประโยชน์ของประชาชน เมืองสวยมาก บ้านเก่าแก่กว่า 500 ปี ปัจจุบัน บ้านถูกจัดไว้เป็นการอนุรักษ์ ห้ามเปลี่ยนแปลงใด ๆ

 

 

 

หลังจากเดินอยู่นาน จนประมาณ ๕ โมงครึ่ง ร้านรวงต่าง ๆ ปิดสนิทแล้ว พวกเราก็ไปกินข้าว ร้านอาหาร Thai Kingdom แล้วเข้าพักโรงแรม ห้อง 101 no wi-fi service.  นอนหลับสบายมาก กรนเสียงดังลั่นเพราะเจทแล็ค

 

 

 

วันที่ 6 กันยายน 55 ตื่น 6 โมงเช้า เพราะปลุกโดยระบบ 6-7-8 ออกมาเดินเล่นสักพักใหญ่ แล้วก็ไปกินข้าว จนกระทั่งเวลา 8 นาฬิกา จึงออกเดินทาง ไกด์เล่าว่า .., ที่ UK  หงส์เป็นสัตว์อนุรักษ์ โดยกำหนดเป็นสัตว์ของควีน ไข่หงส์ จึงถูกขโมยขาย ราคาไข่หงส์ 350 ปอนด์ หงส์ทุกตัวมี tag เพื่อการดูแล โดยบริษัทที่ได้รับมอบหมายจากควีน

 

 

ตามเส้นทาง จะมีการปลูกต้น Rape seed มีคุณค่ามาก ทำยาและเครื่องสำอางค์ รถพวกเรากำลังจะเล่นผ่านพ้นแคว้น Warwickshire คำว่า Warwick นั้น อ่านว่าวอริค  ปัจจุบัน UK มี 44 แคว้น แต่ละแคว้นมี 1 city นอกจากนั้นเป็น town ในcity จะมี cathedral  ซึ่งจะมีเจ้าคณะภาคหรือ bishop. 44. คน มี 2 arc bishop สูงสุดที่ canterbury  ในสายโปแตสแตนท์ ที่สมัยเฮนรี่ที่ 8 ประกาศแยกตัว จากนิกายโรมันแคทิลิก โป๊บที่ยุโรป ใน town มี church . Henry ที่ 8 อยากแยกตัวเพราะต้องการแต่งงานใหม่ เพื่อให้มีทายาทสืบบัลลังก์ แต่โป๊บไม่ยินยอม เพราะมเหสีเป็นหลาน ถ้าหย่าขาดก็หมดตำแหน่ง Henry ที่ 8. จึงประกาศนิกายใหม่เรียกว่า Protestant

 

 

รถยนต์มุ่งหน้าไป m. 40. มุ่งไปเมืองเบอร์มิ่งแฮม. เข้าสู่แคว้น. Stratford shire มีเบอร์มิ่งแฮม เป็นศูนย์กลาง มี grand union canal from London to Birmingham และมีการจุดคลองจาก ลอนดอนเชื่อมเมืองหลักต่าง ๆ แทนรถม้า ที่นี่คืออุตสาหกรรมรถยนต์ เข้าถนนเลข 42 เป็นถนนวงแหวน มี speedy camera ตลอดเวลา ไหล่ทางหรือ hard shoulder ปกติห้ามรถวิ่ง เว้นแต่รถติดหรือทางแยก บริเวณทางแยกจะมีทางระยะทางบอก เป็นขีด 3-2-1 ขีดเพื่อบอกระยะ 300-200-100 หลาก่อนถึงทางแยก ให้คนขับระมัดระวัง.

 

 

ที่เมืองนี้มี สนามกอล์ฟ     เพื่อใช้แข่ง European tour และรายการสำคัญต่าง ๆ ตามถนนจะมีเส้นสีขาวเล็ก ๆ เพื่อเตือนว่าจะจับความเร็วตลอดระยะทางจนเป็นป้ายติดบอกระยะทางแล้วก็มีกล้องจับความเร็ว  ที่นี่ หลักการสำคัญ คือ เตือนให้รู้ว่าจะมีกล้องแล้วนะ เหมือนเตือนให้คนขับลดความเร็ว หรือตื่นตัว รัฐบาลไม่ต้องการค่าปรับอะไรหรอก .. มันเป็นระบบรักษาความปลอดภัยเท่านั้นเอง

 

พี่ไกด์ ได้พูดถึงระบบ ขุนนางและระบบศาล โทนี่ แบร์ ได้สร้างระบบศาลฎีกา ขึ้นแทน house of lord แต่พอสาย conservative ขึ้นมาก็ยุบ จัดตั้งเป็น supreme judicial council แล้วเสนอ house of lord เหมือนเดิม เพราะที่ โทนี่ แบร์ พยายามลดอำนาจเหล่าขุนนางในอดีตนี้เอง  ทำให้ โทนี่ แบร์. ไม่ได้ตำแหน่งทางการเมืองในสภาขุนนางเหมือน มากาแร็ต แทชเช่อร์ ที่ราชินีแต่งตั้งเป็นบารอน  

 

 

รถกำลังผ่าน แคว้น น๊อตติ้งแฮม ติ่งๆ ของแคว้นนี้ ตามถนนมอร์เตอร์เวย์ ตัดใหม่ ที่ทางการอังกฤษทดลองใช้ โปรแกรมวันนี้ 2 ชม. ไปแมนเชสเตอร์ --  5 ชม. ไปเอดินเบิร์ก  ซึ่งพี่ไกด์บอกว่า จะต้องออกเสียงว่า เอดิน บะระ เท่านั้น  รถยนต์วิ่งได้ตามระยะทาง ก็จะต้องแวะ service ตามกฎหมาย  มีการนัดเวลา แต่ว่าเมื่อนัด 10 นาที ก็จะกลายเป็น 20-30 นาที ตามสไตล์แบบไทย ๆ

 

 

แอสตันวิลล่า เป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอล ในเบอร์มิ่งแฮม ขณะนี้ ไปตามถนน m 6 ขึ้นตะวันตกเฉียงเหนือ เมือง Trafford เป็นที่เลี้ยงหมาพันธ์ดุ เช่น พิทบลู  เมืองใกล้ ก็เป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผา เมืองสโตร๊ก  

 

 

เกาะบริทานิต้า หรือ บริทาเนีย ใน คศ. 42 คราดิอุส. จักรพรรดิโรมันขยายอำนาจทั่วไปยกเว้น. สก๊อตลนด์ แล้วถูกพวกสตาร์ตันชาวพื้นเมือง ตีบุกรุกเสมอ   จึงสร้างฮาเดรียน wall.  ยาวจากตะวันตกสู่ตะวันออกของเกาะ เมื่อโรมันล่มสลาย เกิดยุคมืดสู้รบกัน คศ. ที่ 7 ไวกิ้งบุกรุกเข้ามายึดเกาะอังกฤษ ทั้งหมดเรียกวา แองโกลแซกซอน คิงส์อัลเฟรด เริ่มขับไล่ไวกิ้งได้หมด รวมกันทำสนธิสัญญา เพื่อป้องกันตนเอง จนสมัยเอ็ดก้าร์ 985 เริ่มรวมรัฐเป็น อิงแลนด์ England.

 

 

King Edward ปกครองอังกฤษ แต่ส่งหลายชายวิลเลียม ไปปกครองที่ นอร์มังดี -- เมื่อ Edward ตาย กษัตริย์ไวกิ้ง บุกเข้ามาใน คศ. 1066 ฮาโรว กู๊ด วิลสัน รบชนะ จึงประกาศยกฐานะตนเองจากอัศวินเป็นกษัตริย์ ในขณะวิลเลี่ยม บุกเข้ามาตามสัญญาของปู่ จะยกบัลลังก์ให้ วิลเลี่ยม ท้ายที่สุด วิลเลี่ยม ชนะมายึดอังกฤษได้ กลายเป็น วิลเลี่ยมที่ 1 เดอะ ครองเคร่อร์. จนยุคของ เฮนรี่  - สตรีเฟ่น -  เฮนรี่ที่ 2 -- ริชาร์ด ในยุคนี้เกิดสงคามครูเสดตามคำสั่งของโป๊บให้ปกป้องยูลาซาเล็ม ในนาม god army. ได้สมนาม ริชาร์ด ใจสิงห์

 

 

คิงส์ จอห์น ได้รับมอบหมายจากริชาร์ด ใจสิงห์ ให้ดูแลแทนประเทศแทน ริชาร์ด แต่ว่า คิงส์ จอห์น เลวร้ายมาก ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทำให้เกิดตำนาน  โรบิน ฮู๊ด ปล้นเงินของกษัตริย์ ไปแจกคนจน จอห์น จึงประกาศเป็นพวก outlaw.  เมื่อคิงส์ริชาร์ด เดินทางกลับมาจากทำสงคราม จึงถูกจับพร้อมเรียกเงินประกัน 4000 เหรียญทองคำ   แน่นอนที่สุด   คิงส์ จอห์น ผู้เลวร้ายลง เห็นว่า ถ้ามอบให้ไป ตนเองก็ไม่ได้อะไร เสียทอง และเสียบัลลังก์  จึงปฏิเสธ พร้อมกับมีการลอบสังหารริชาร์ด  ในเวลาเดียวกัน กองทัพอัศวิน 12 คน+อาร์ชบิช้อบ แคนเทอร์เบอรี่ ได้รวมตัวกันต่อต้าน คิงส์ จอห์น  ในปี  ค.ศ.1215 จึงได้ร่างกฎหมายเรียกว่า baron article กลายเป็น Magna Carta ในที่สุด  เพราะเหตุที่ คิงส์ จอห์น ผู้เลวร้าย เสียอำนาจไป จึงตรอมใจตายใน 1 ปี ต่อมา คิงส์ เฮนรี่ที่ ๓ เห็นว่าดีจึงประกาศให้กระจายไปทั่วประเทศ ข้อ 38 สันนิษฐานว่าทุกคนบริสุทธิ์ เหมือนเป็นกติกาสากลมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

ต่อมา กษัตริย์ เอ็ดเวิร์ด ยึดประเทศเวลล์ แต่งตั้งลูกชายเขาเองเป็น prince of เวล เป็นมงกุฏราชกุมารของอังกฤษ เอ็ดเวิร์ด บุกสก๊อตดลนด์ชนะ ผู้หญิงสก๊อตแลนด์ ก่อนจะแต่งงานต้องมานอนกับทหารอังกฤษก่อนเป็นเวลา ๑ เดือน เพื่อกลืนชาติสก๊อตแลนด์ฯ  แต่นายวิลเลี่ยม วอเรน ไม่ยอมแต่งงานที่โบสถ์ เพราะไม่อยากส่งเมียไปที่ค่ายทหาร ทหารอังกฤษจับเมียเขาไปข่มขืน เขาจึงฆ่าทหารทั้งหมด เขาประกาศตนเองไม่ขึ้นกับใครอีก จนเอิร์ดเวิร์ด ส่งกิงทัพมาปราบ เกิดเป็นสงคราม Brave Heart ที่เราคุ้นเคยในภาพยนต์

 

 

วิลเลี่ยม ได้รับยกย่อง จากชาวบ้านมาก เอดเวิร์ดที่ 2 ลูกชายกษัตริย์ แต่งงานกับ อิสระเบลล่า ของกษัตริย์ France เดินทางขึ้นสก็อตแลนด์  อิสระเบลล่า ชอบวอลเลนมาก จึงนัดเจอริมป่า ทำให้เกิด one night stand เพราะ อิสระเบลล่า ได้มีความสัมพันธ์กับวิลเลี่ยม วอร์เลน  ในคืนนั้น ในวันรุ่งขึ้น จึงขาอ่อนแรง ถูกเอ็ดเวิร์ดที่ 1 จับในที่สุด   เขาได้ถูกมัดและเดินเท้า ถูกทำร้ายระหว่างทางกว่า 2 เดือน  จากสก๊อตแลนด์มาถึงอังกฤษ  แล้วถูกขังพร้อมทรมาน แต่ไม่ตาย  จนเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ล้มป่วย จึงสั่งประหาร วอเลน ที่ถูกทรมานหลายเดือนแต่ไม่ยอมตาย เขาถูกประหารในจุดที่เน่าเหม็นที่สุด คือ ในตลาดขายเนื้อสด  โดยตัดหัว ตัดแขนขา 4 ท่อน เอาไปทิ้งที่สก๊อต 4 ภาคในสก๊อตแลนด์ เพื่อข่มทุกคนในสก๊อตแลนด์

 

 

ในวันประหาร อิสรเบลล่าร์ ไปถามเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ว่าทำไม ต้องประหาร เขาตอบว่า เขากำลังป่วยและตาย ถ้าเขาตายก่อน ก็จะแพ้วอเรน  เธอจึงกระซิบข้างหูเรื่องท้องของหล่อนว่าเอดเวิร์ดที่ ๑ อย่างไรก็แพ้ เพราะลูกในท้องของเธอ คือ ทายาทของวอเรน  ไม่ใช่ลูกของ เอ็ดเวิร์ดที่ 2  เพราะ เอ็ดเวิร์ดที่ 2 เป็นแต๋ว ไม่สนใจอะไรในตัวเธอเลย  เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ก็ทำให้เอ็ดเวิร์ดที่ 1 ขาดใจตายทันที

 

ลูกชาย คือ เอดเวิร์ดที่ ๓ เติบใหญ่ได้ครองบัลลังก์ เขามีรูปร่างสูงสง่างามมาก  เขากลายเป็นมาตราวัดด้วย นิ้ว หลา ฟุต เขาตัดด้ามกระบี่ให้สั้นเหลือ 6 นิ้ว ไม้โปรแทรคเตอร์ เหลือ 6 นิ้วเตอร์ ก็คือด้ามกระบี่ เป็นเครื่องมือในการค้นหาดวงดาว จึงได้ชื่อว่า ไม้โปรแทรคอเตอร์ ที่ใช้ในการค้นหาดวงดวงนั่นเอง

 

ไกด์ ได้เล่าเรื่องการศึกษาในอังกฤษ  ..,  เอดเวิร์ดที่ 1 ตรงกับสมัยรามคำแหงของไทย ได้สร้างมหาวิทยาลัย Oxford ครั้งแรก.  -  คนเรียนต้องบวชเป็นพระ เป็น freshmen คนบวชปีสอง เป็น supervisor เรียก โซเฟ่อร์มอร์ ปีสามเป็น junior การสอบสมัยก่อนเป็นการสอบปากเปล่า ผ่านกับตก   มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งรวมคนเก่ง แต่ถ้าเรียนไม่เก่ง ก็จะเข้าสู่ระบบ รร.นายร้อยทหาร เช่น รร.นายร้อยแซนเฮิร์ด กษัตริย์ของไทย เช่น  ร.6  ซึ่งแท้จริงเป็นอัจฉริยภาพทางศิลปะ สำเร็จจากออกฟอร์ด และยังได้เคยเป็น นักเรียนนายร้อย และรับราชการที่อังกฤษ แล้วนำรูปแบบหมวก เครื่องแบบไปใช้ในไทย

 

 

คำว่า bachelor degree แปลว่า หนุ่มโสด เพราะคนเรียนต้องเป็นพระ จึงเป็นโสด ถ้าเรียนต่อก็จะเรียนดาราศาสตร์ ฯ เรียกว่า เฟลโล่ fellow สามารถตั้งสำนักได้ สอนได้ กลุ่มนี้ ถ้าสอนได้ จะเรียกว่า Master  หรือเป็นอาจารย์นั่นเอง

 

รถยนต์ของพวกเรา กำลังแล่นไปตาม M 6 รอบสนาม Old Trafford ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาจาก กลุ่มคนงานรถไฟ ปัจจุบัน เป็น เธียร์เตอร์ ออฟ ดรีม ใหญ่สุดในอังกฤษ จุคนดูกว่า 72,000 คน  ที่เรียกว่าสนามแห่งความฝัน เพราะเขาต้องการครอบถ้วยให้ได้ 5 ใบ แต่เป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะสมาพันธ์ฟุตบอล ประกาศไม่ยกถ้วยให้ใครแล้ว เนื่องจากไม่มีตังค์ทำถ้วยใหม่อีก  สำหรับเมือง Old Trafford นี้ ในอดีตเมืองนี้ เป็นเมืองลูกของลิเวอร์พูล เก็บสินค้า

 

 

พวกเราได้เข้าไปชมสนาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนุกสนานกันมาก แต่เสียเวลาประมาณ 1.30 น. ทำให้คนขับรถบอกว่า ต้องซื้อนาฬิกาให้คนไทย เพราะไม่รู้จักเวร่ำเวลา คนขับรถยังแนะนำให้คนไทยที่ไม่ตรงเวลาเหล่านั้นว่า น่าจะบอกหลงทาง จะได้เป็นข้อแก้ตัวที่ดีในการมาไม่ตรงต่อเวลา !!

 

 




 

Create Date : 17 กันยายน 2555   
Last Update : 17 กันยายน 2555 10:18:46 น.  

ไปเที่ยวฝรั่งเศสกับผม : Opera House & Eiffel Tower



หอคอย Eiffel ในยามค่ำคืน



เมื่อกลางปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ผมไปอยู่อังกฤษแล้วได้ไปเที่ยวในฝรั่งเศสมาด้วย การเดินทางจากอังกฤษ ถึงฝรั่งเศสนั้นสะดวกสบายมาก ๆ โดยเฉพาะใครที่อยู่ใกล้ ๆ ลอนดอน สามารถนั่ง EUROSTAR จากลอนดอนไปลงที่สถานที่ Gare du Nord ซึ่งตั้งในใจกลางของปารีสเลยทีเดียว ในความเห็นผมนั้น รถไฟ EUROSTAR สะดวกสบาย และถ้าจองล่วงหน้า ก็สามารถหาได้ในราคาไม่แพง ซึ่งดีกว่า สายการบินราคาถูก ต้นทุนต่ำ ที่คุยนักหนาว่าราคาถูก แต่หากคิดว่า จะต้องเดินทางออกจากบ้านก่อนเครื่องบินจะออก ไม่น้อยกว่า ๕ โมง ต้องไปนั่งรอนอนรอที่สนามบินแล้วละก็ การใช้บริการสายการบินราคาต่ำนั้น ดูจะไม่คุ้มค่ากับกับความเหนื่อยและไม่สะดวกสบายนั้นเอาเสียเลย



บรรยากาศริมแม่น้ำเซนท์ ใกล้ ๆ คอหอ Eiffel




ตอนไปฝรั่งเศส ผมเจาะเที่ยวแต่ในปารีส ซึ่งถ้ามองจากแผนที่ของเมืองปารีสแล้ว จะพบว่า เราสามารถเดินเที่ยวได้ เช่น ลงเดินในกลุ่ม District ที่ 1 - 2 -3 -4 ก็มีที่ให้เที่ยวเยอะ เช่น Louvre Museum , the Jardin des Tuileries, Place Vendôme, Les Halles และ Palais Royal




ลักษณะพื้นที่และการแบ่งเขตของปารีส
จะมีลักษณะเหมือนนับเลขตามเข็มนาฬิกา จากซ้ายไปขวาครับ



เนื่องจากผมมีงบประมาณจำกัด เลยมีโอกาสไปเที่ยวต่างจังหวัดของฝรั่งเศสเพียงแห่งเดียว คือเมือง Rouen ที่เป็นจังหวัดที่ John of Arc ถูกเผาทั้งเป็นที่นี่ โดยชาวฝรั่งเศสจับเธอส่งให้อังกฤษ ในราคาค่าหัว ๑๐,๐๐๐ ปอนด์ ใน ค.ศ. ที่ ๑๓ ลองคิดดูว่า หัวของเธอมีราคามากมายขนาดไหน




ลักษณะตึกแบบฝรั่งเศส ด้านหน้า Opera House



การเที่ยวในปารีส หากซื้อตั๋วเป็นรายสัปดาห์ จะมีราคาถูกและเที่ยวได้มากกว่า การซื้อตัวเป็นรายเที่ยว ซึ่งทางบริษัทรถไฟ จะกำหนดโซนให้ใช้บริการได้ โดยไม่จำกัดเที่ยว และสามารถใช้ควบรวมบริการรถเมล์ได้ด้วย สถานที่เที่ยวส่วนใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้ามากนัก เมื่อลงจากสถานี ก็สามารถเดินต่อไปได้ การต่อเส้นทางรถไฟฟ้า ที่มีประมาณ ๑๕ สาย นั้นดูจะไม่ยุ่งยากนัก เนื่องจากทุกสถานีจะมีผู้ให้บริการ สามารถพูดภาษาอังกฤษแบบสำเนียงฝรั่งเศสได้ดีพอสมควร และยังมีแผนที่แจกจ่ายให้ฟรีด้วยครับ




โรงละครโอเปร่า ใจกลางปารีส



หากพูดถึงปารีสแล้ว เมืองนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ในยุโรป มีประชากรอยู่ในเฉพาะโซน ๑ หรือ Central Paris ถึง ๒.๒ ล้านคน และมีประชากรในเขตอื่น ๆ รวมกันกว่า ๙.๙ ล้านคน ภูมิทัศน์ของปารีส นั้นมีลักษณะเหมือนเมืองใหญ่ ๆ ทั่วไป คือ มีแม่น้ำ Seine ไหลผ่าน เดียวกับเมืองลอนดอน หรือกรุงเทพ นอกจากนี้ Paris ยังมีชื่อเสียง นอกจากประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแล้ว นักรบที่ยิ่งใหญ่ อย่างนโปเลียน กษัตริย์และราชวงศ์ที่ไม่รู้จักสุขทุกข์ของอาณาประชาราษฎร์ ฯลฯ แล้ว ยังเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดและเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก




การตกแต่งภายในโรงละคร โอเปร่า
ผมว่ามันจะงามกว่าห้องกระจกอันเลื่องชื่อในพระราชวังแวร์ซาย ด้วยซ้ำ



ในปารีส มีสถานที่หลายแห่งที่จะต้องไปเยี่ยมชม สถานที่ อันหนึ่ง ก็คือ The Eiffel Tower หรือ หอคอย EIFFEL ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซนท์ ที่กลางวันดูมันเหมือนจะไม่มีเสน่ห์อะไรนักหนา ขนาดในหนังสือ ดาวินชี่ โค๊ด เรียกมันว่า อวัยวะเพศชาย ที่ตั้งโด่ใจกลาง เมืองปารีส ซึ่งมีความแตกต่างกัน ในระหว่างเวลากลางวันกับกลางคืนอย่างมากมาย




ประตูชัยที่ นโปเลียน สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์การมีชัยเหนือชาติยุโรปอื่น ๆ
ในบริเวณนี้ มีห้างสรรพสินค้าที่หรูหราใหญ่โต ตั้งบนถนน ฌอง ซะ ลิ เซ่ มากมาย



หากไปถึงปารีสแล้ว สถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องไม่พลาด หรือไม่ควรพลาด ตามแผนที่ข้างบน ก็มีดังต่อไปนี้ครับ


Paris เขต ๑ เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยว ซึ่งมีสถานที่สำคัญ ๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ Louvre Museum ที่มีของเก่าแก่ เช่น ภาพเขียน โมนาลิซ่า ของแท้ ดั้งเดิม รูปปั้นวีนัส ของแท้ ๆ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สร้างขึ้นมาประมาณ ค.ศ. ที่ ๑๕ เลยทีเดยว นอกจากนี้ ยังมีสวนสาธารณะ The Jardin des Tuileries, Place Vendôme, สถานที่ราชการ เช่น Les Halles and Palais Royal เป็นต้น



หอคอย Eiffel ถ่ายเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น.



ปารีส เขตที่ ๒ เป็นเขตธุรกิจ ที่ตั้งของ Bourse (Paris Stock Exchange) และ Bibliothèque Nationale

ปารีส เขตที่ ๓ เป็นที่ตั้งของ Archives Nationales, Musée Carnavalet, Conservatoire des Arts et Métiers, the northern, quieter part of the Marais




หอคอ Eiffel ถ่ายไว้ ณ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น.



ปารีส เขตที่ ๔ ซึ่งเป็นแหล่งที่ต้องไม่พลาดในการไปเยี่ยมชม มีสถานที่สำคัญ ๆ คือ Notre-Dame Cathedral ที่สร้างมาตั้งแต่ประมาณ ค.ศ. ที่ ๑๑ ที่ทำการของกรุงปารีส ( Hôtel de Ville หรือ Paris town hall), Beaubourg, le Marais

ปารีส เขตที่ ๕ เป็นเขตท่องเที่ยวอีกแห่งที่ถ้ามีเวลาควรจะต้องไปชมครับ ซึ่งสามารถเดินไปได้ หากเที่ยว Notre-Damn Cathedral เสร็จแล้ว ได้แก่ Jardin des Plantes, Quartier Latin, Universités, La Sorbonne, Le Panthéon, Le Musée de l'AP-HP




ถ่ายไว้ ณ เวลาประมาณ ๒๐.๓๐ น.


ปารีส เขตที่ ๖ มีสวน Jardin du Luxembourg, Saint-Germain des Prés หากมีเวลาพอ ก็ควรจะไปครับ

ปารีส เขตที่ ๗ เป็นสถานที่ที่ไม่มีใครจะพลาดได้ หากมาถึงปารีสแล้ว ได้แก่หอคอย Eiffel ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก พิพิธภัณฑ์ ร่วมสมัยที่ชื่อว่า Musée d'Orsay



ถ่ายไว้ ณ เวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น.



ปารีส เขตที ๘ คือ บริเวณถนน ฌอง ซะ ลิ เซ่ส์ ( Champs-Elysées) แห่งจับจ่ายใช้สอยสำคัญของปารีส มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ เรียงรายสองข้างถนน เรียกได้ว่า ทำให้ล้มละลายได้เลย บริเวณนี้ ยังเป็นที่ตั้งของ ประตูชัย และ อนุสาวรีย์ผู้นำของฝรั่งเศส




ถ่ายไว้ ณ เวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น.




ปารีส เขตที่ ๙ มีโรงละครโอเปร่า ( Opéra Garnier) และ ห้าง ลาฟาเย็ท ที่จะพบคนไทยไปเดินซื้อของและมีแผนกขายของให้คนไทยด้วย โดยใน ปารีส เขตที่ ๑๐ มี Canal Saint-Martin, สถานีรถไฟ Gare du Nord, Gare de l'Est




ถ่ายไว้ ณ เวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น.



ปารีส เขตที่ ๑๑ เป็นเขตร้านอาหารและร้านเหล้า และ อนุสรณ์สถานที่ เป็นลานประหารชีวิตผู้เหยียดหมื่นในยุค หลุยส์ที่ ๑๖ และ มารี อัง ตัว เนต, Bastille, Nation, New Jewish Quarter เป็นต้น




ถ่ายไว้ ณ เวลาประมาณ เที่ยงคืน







หมายเหตุ ในช่วงที่ผมไปเที่ยว เป็นช่วงหน้าร้อน ประมาณ ก.ค. ทำให้ มีแสงสว่างยันราว ๆ สามทุ่ม ผมไปนั่งรถดู หอคอยแห่งนี้ ตั้งแต่ ประมาณ ๕ โมงเย็น กว่าจะได้เห็นแสงไฟ และ แสงกระพริบของไฟ ต้องรอหลายชั่วโมงเลยทีเดียว






โปรดดูข้อมูลเบื้องต้นในการท่องเที่ยวฝร่งเศสเพิ่มเติม ที่ http://wikitravel.org/en/Paris




 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 7:55:49 น.  

ไปเที่ยวฝรั่งเศส : ปารีส กันครับ




หากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ย้อนกลับไปดูเรื่องเก่า ๆ ใน กลุ่ม blog นี้ ผมจะได้เขียนเล่าเรื่องตอนไปยุโรป และอังกฤษ มาหลายตอน แต่ไม่ค่อยมีภาพประกอบ วันนี้ ผมถือเอาโอกาสเอาภาพตอนไป พักอยู่ในชานเมืองปารีส ที่ La Defense (ลา เดอ ฟ๊อง) แล้วได้ไปเที่ยวที่ ปราสาทเก่า ชื่อว่า Chateau de Vincent และภาพบางส่วนของปารีส ใกล้ ๆ หลุมฝังศพของ นโปเลียน ที่ ๓ มาให้ดูกันครับ



บริเวณนี้ ก็คือ La Defense เช่นกัน















คราวหน้า จะเอาภาพ หอ ไอเฟ่ล ที่ถ่ายนะ เวลาและสถานที่แตกต่างกันมาแสดงให้ดูครับ ผมว่า ตอนกลางวัน มันเฉย ๆ มาก ๆ ตอนกลางคืน มันดูตระการตามาก ๆ แล้วติดตามชมนะครับ




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 7:56:00 น.  

ไปเที่ยวสก๊อตแลนด์ (Scotland) : Edinburgh กันครับ




ผมได้ไปเที่ยว เอดินเบอระ (Edinburgh) ของ Scotland ซึ่งรวมอยู่ใน United Kingdom ระหว่างวันที่ ๑๑ ถึง ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายก่อนจะจากมาจากอังกฤษ กลับมาอเมริกา





พอไปถึง Edinburgh ปั๊บ ฝนตกเลย เศร้าใจทันทีครับ เพราะนึกว่าจะไม่ได้เห็นฟ้าใสเลย แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังโชคดี ที่วันที่ ๑๒ สิงหาคม นั้น มีฟ้าใสอยู่สองชั่วโมงเห็นจะได้ ระหว่าง ๑๑ โมงครึ่ง ถึง เกือบ ๆ บ่ายสองโมง เลยเก็บภาพมาได้บางส่วนครับ





ในความเห็นผมนะครับ ถ้าจะมาเที่ยว Edinburgh น่าจะต้องมีเวลาสัก ๓ วันเป็นอย่างน้อยนะครับ จึงจะมีโอกาสเที่ยว ได้ทั่วจริง ๆ เพราะประสาท Edinburgh ที่สร้างมาเป็นพันปีแล้วยังอยู่ในสภาพดีมาก ๆ นี่ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงแล้ว กว่าจะเดินดู และอ่านรายละเอียดต่าง ๆ ได้หมดครับ





ช่วงผมไปเที่ยวนี้ เป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ที่คับคั่งที่สุดของ Edinburgh เลยครับ ไปถึง ก็คิดว่า ไปหาโรงแรมพักที่นั่น เมื่อไปถึง ได้ยินว่า ค่าโรงแรม ไม่เกิน ๓๐ ปอนด์ พอไปถึงจริง ๆ ก็ตรงดิ่งไปที่ Tourist Information ที่บริการจองโรงแรมและหาที่พักให้ด้วย ปรากฎว่า โรงแรมราคาระดับนั้น เต็มหมดแล้ว เหลือแต่ ราคา เฉียดร้อยปอนด์ขึ้นไปทั้งนั้น





ผมเลยตัดสินใจ เดี๋ยวลองไปถามข้อมูลจากร้านอาหารไทย ที่มีอยู่เรียงรายใน เมือง Edinburgh ดูว่า พอจะมีวัดไทย ให้พักหรือไม่ ผมเดินไปตามถนน Nicolson ผ่านมหาวิทยาลัย Edinburgh ที่เก่าแก่ที่สุดของ Scotland เห็นร้าน Ayuthaya เป็นร้านอาหารไทย เลยเข้าไปขอข้อมูลครับ จึงได้ความว่า มีวัดพุทธประทีป ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก นั่งรถเมล์แค่ ๒๐ นาที ก็ไปถึงแล้ว พี่ชวน (แต่ไม่ได้หลีกภัยนะครับ) จึงติดต่อหลวงพี่ให้ เพื่อขอให้ผมไปพักด้วย





ผมไปพักที่วัดนี่ สองคืนเลยครับ อาหารการกินสมบูรณ์มาก ๆ เพราะพี่น้องคนไทยใน Scotland ต่างหลั่งไหลไปทำบุญกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งในช่วงวันแม่ของเรานี่แหละครับ แน่นอนครับ ผมเลยถือโอกาสทำบุญ (เสมือนจ่ายค่าที่พักที่ดีและถูกกว่าโรงแรมอย่างมากมาย) เพราะวัดก็ต้องใช้จ่ายค่าน้ำค่าไฟเหมือนกัน เราก็ได้ทำบุญ ซึ่งวัดก็เอาไปใช้จ่ายได้ ซึ่งผมว่า เป็นนโยบาย(ส่วนตัว) ที่ Win-Win ครับ





สำหรับ คำแนะนำเบื้องต้นในการมาเที่ยว Edinburgh ก็มีดังนี้ครับ .-


๑) ช่วงเวลาควรจะไปเที่ยว Edinburgh คือ ช่วงหน้าร้อน ระหว่าง ก.ค. ถึง ก.ย.

๒) ช่วงเวลาเทศกาลต่าง ๆ Military Tatoo คือ ระหว่างต้นเดือน ส.ค. ถึงเริ่มต้นเดือน ก.ย. ของทุกปี

๓) การมาเที่ยวช่วงเทศกาลดังกล่าว ควรจะต้องจองโรงแรมไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ ปี เพราะ เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูงมาก โรงแรมในเขตเมือง Edinburgh จะแน่นหมดเลย ยกเว้น จะสู้ราคา เกือบสองร้อยปอนด์ต่อคืนได้

๔) สภาพภูมิประเทศของ Edinburgh ที่สำคัญ ๆ แบ่งเป็น ๒ ส่วนกว้าง ๆ โดยมี ถนน Princess Street แบ่งกึ่งกลางระหว่าง New Town ที่ตั้งอยู่ทางฟากเหนือของถนน กับ Old Town ในทางด้านใต้ จะเป็นแหล่งช๊อปปิ้งสมัยใหม่ และในเขต Old Town จะมี สถานที่เก่า ๆ โบราณ หลายสิบแห่ง รวมถึง Edinburgh Castle ที่มีอายุประมาณพันปี แต่ยังอยู่ในสภาพดีมาก, University of Edingurgh ที่เก่าแก่ที่สุดในสก๊อตแลนด์ และเก่าแก่เป็นอันดับสามในสหราชอาณาจักร , Hollyrood Palace, ขึ้น ชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกที่ Calton Hill เดินเล่นจิ๊ปไวน์ ฯลฯ ที่ฝั่ง New Town

๕) การเดินทางไป Edinburgh หรือ Athens แห่งตอนเหนือ ในอังกฤษ ใช้รถไฟจะสะดวกมาก มาลงที่สถานี Waverly Railway Station ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง Edinburgh เลยละครับ




รายละเอียดอื่น ๆ โปรดดูที่ http://wikitravel.org/en/Edinburgh





ลองดูภาพสถานที่ต่าง ๆ ที่ผมไปมา โดยนั่งรถทัวร์ของเมือง ราคาสิบกว่าปอนด์ ที่จริง ถ่ายภาพมาเยอะครับ แต่ bloggang อัพเดท ภาพค่อนข้างยาก เลยเอามาให้ชมเพียงแค่นี้แหละครับ มีความสุขถ้วนหน้า วันประชาธิปไตย เริ่มคลานครับ













 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 7:56:12 น.  

เรื่องเล่าจากอังกฤษ : เช็คในอังกฤษเหมือนกระดาษเช็ดตูด

เมื่อกลางปีที่แล้ว ผมไปอังกฤษมา แล้วใช้ชีวิตที่นั่นอยู่ประมาณเกือบ ๒ เดือน ได้คุยและสนทนากับผู้ประกอบการ อาจารย์ และ เพื่อน ๆ ชาวอังกฤษ หลายคน เกี่ยวกับกฎหมายที่น่าสนใจของอังกฤษ โดยเฉพาะ กฎหมายที่เกี่ยวกับละเมิดของอังกฤษ ที่ฟังแล้วตลก และขำไม่ออก เอามาก ๆ

เรื่องแรกที่ได้ยิน ก็คือ ความรับผิดชอบเจ้าของบ้าน กรณีที่ มีผู้ร้าย ปีนขึ้นบนหลังคาเจ้าบ้าน หวังจะกอบโกยทรัพย์สิน ของเจ้าบ้านไปให้เรียบ แต่บังเอิญ หลังคาที่เจ้าตัวร้ายยืนอยู่นั้น มันบอบบาง และ เจ้าบ้านก็ไม่ได้คิดว่าจะไปนั่งเล่นบนหลังคา เลยไม่ได้ซ่อมแซมให้ดี เจ้าหัวขโมย เลยตกลงมา แข้งขาหัก เจ็บตัวครับ ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป เลยขอไปฟ้องคดีที่ศาลอังกฤษ ให้เจ้าของบ้าน ที่ตนจะไปขโมยนั้น จ่ายค่าพยาบาล ค่าทำขวัญฯ อะไรให้ตน ในความผิดฐานละเมิด ซึ่งศาลอังกฤษ พิพากษาให้เจ้าของบ้านจ่ายค่าพยาบาลให้แก่เจ้าหัวขโมยนั้น

ข้อความนี้ เป็นเรื่องเล่า ที่ผมไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าใครเรียนกฎหมายที่อังกฤษ แล้วผ่านเข้ามา จะช่วยอธิบายก็ดีนะครับ ผมขี้เกียจค้น 5555 แต่ผมขอเปรียบเทียบกับ กฎหมายละเมิดของอเมริกา กรณีนี้ เจ้าหัวขโมย นอกจากจะผิดฐานบุกรุกทางอาญา ที่เจ้าบ้าน สามารถป้องกันตน ขนาดยิงทิ้งได้ หากเจ้าหัวขโมย มีพฤติการณ์ที่เจ้าบ้าน มีเหตุน่าสงสัยว่าตัวเองจะได้รับอันตรายแก่ชีวิต ยิงทิ้งได้ทันที

ในทางแพ่ง เจ้าหัวขโมยนี้ จะมาอ้างเจ้าบ้านละเมิดไม่รักษาหลังคาให้ดีไม่ได้ เพราะเขาเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ และเป็นบริเวณที่ไม่มีใครเขาไปนั่งหรือเดินเล่นกัน เจ้าหัวขโมยนั่นแหละที่จะต้องมาเสียเงินค่าซ่อมหลังคา ฯลฯ ให้เจ้าบ้าน ซึ่งต่างจากกรณีอื่น ๆ ที่เจ้าบ้านต้องรับผิดฐานละเมิด หากไม่กวาดหิมะบนทางเดินหน้าบ้านของตนให้ดี คนมาลื่นหกล้มหัวแตก ฯลฯ ก็รับผิดชดใช้ค่าเสียหายไป หรือ กรณีที่เจ้าบ้าน มีพื้นที่ และบริเวณ ที่มีสระน้ำ นี่ยิ่งซวยหนัก เพราะมีหน้าที่ต้องป้องกันมิให้ เด็กที่อื่นมาเล่นในบ่อน้ำของตน เพราะเด็กกับบ่อน้ำ มันเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ เด็กชอบน้ำ และตายเพราะน้ำเยอะ ศาลอเมริกัน เลยว่า ถ้าเอ็งมีที่ดิน และมีบ่อน้ำละก็ ต้องป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่เด็กอื่น ๆ ให้ดี แม้เด็กมันจะบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ตาม เจ้าตัวอ้างไม่ต้องรับผิดไม่ได้เด็ดขาด

อีกเรื่องในอังกฤษ ก็คือ กฎหมายว่าด้วยเช็คครับ ในเมืองไทยนี่ หากคุณเขียนเช็คโดยรู้ว่า ตัวเองไม่มีเงินจะจ่าย เพื่อชำระหนี้นั้น แน่ ๆ แล้วละก็ ติดคุกครับ ทั้งนี้ ก็เพื่อ ให้เช็คได้รับความคุ้มครอง ตามเจตนารมณ์ของการมีตราสารและตั๋วเงิน ที่สามารถโอนเปลี่ยนมือกันได้ง่าย เกิดผลดีในทางเศรษฐกิจโดยรวม แต่ในอังกฤษนั้น เช็คถูกกำหนดให้เป็นคดีแพ่งเท่านั้น ไม่มีโทษทางอาญาใด ๆ จะมาใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาไปบังคับให้ลูกหนี้ จ่ายเงินโดยมาใช้ทรัพยากรในกระบวนการยุติธรรมไม่ได้

ฟังเผิน ๆ ข้ออ้างที่ว่า เจ้าหนี้จะมาใช้ทรัพยากรในกระบวนการยุติธรรม บังคับลูกหนี้ ชำระหนี้ให้ตนนั้นได้อย่างไร นั้นดูแล้วฟังขึ้นดี แต่ว่าหากเปรียบเทียบกับ ข้อเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ดูจะไม่คุ้มกันเลย และ กลายเป็นเหตุผลที่ไร้สาระมาก ๆ โดยเฉพาะ ข้ออ้างที่ว่า จะมาใช้ อัยการ กว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นทนายแผ่นดินไปว่าความเช็ค ได้อย่างไร ผมว่า ถ้าเป็นอัยการแล้ว ไม่อยากทำงาน คนอื่นก็อยากทำงานเยอะนะครับ 5555 เงินเดือนของท่าน ก็มาจาก เงินภาษี ฯลฯ ก็มาจากพ่อค้า ฯลฯ ที่ใช้เช็คเหล่านี้แหละครับ ทำงานให้เขาหน่อย ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งนะครับ

ปัจจุบัน เช็คในอังกฤษ มีสภาพเหมือนกระดาษเช็ดก้น ไม่มีร้านค้าใด หรือ ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ จะยินดีรับเช็คในการชำระหนี้ค่าสินค้ากันเลย ทุกห้างที่ผมไป เห็นข้อความอย่างเดียวกัน คือ ไม่รับเช็คนะจ๊ะ ตอนนั้น ผมคิดว่า โอ้ มันเกิดอะไรวะ เช็คในอังกฤษนี่ จึงได้ไปพูดคุยกับกับหลาย ๆ คนที่ประกอบธุรกิจอยู่ เขาว่า โอ้ .... จะเสี่ยงรับเช็คได้ไง เช็คจ่ายเงิน ชำระหนี้ สิบยี่สิบ หรือ ร้อยสองร้อยปอนด์ เด้งขึ้นมา ต้องไปฟ้องแพ่ง ซึ่งต้องจ่ายค่าทนายความฟ้องร้อง หลายร้อย หรือเป็นพันปอนด์ ... เช็คก็เลยเป็นกระดาษเช็ดตูดไป ในอังกฤษ คนส่วนใหญ่ ก็ต้องถือเงินสด หรือ มีบัตรเครดิต ซึ่งเสี่ยงต่ออันตรายในการถูกปล้น หรือ ก่อหนี้ เกินตัวเกินรายได้ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในอังกฤษเช่นกัน

กฎหมายเช็คในอังกฤษ จึงต่างจากอเมริกาอย่างสิ้นเชิงครับ ทุกรัฐในอเมริกา มีกฎหมายห้ามจ่ายเช็คโดยไม่มีตังค์ในบัญชีเพียงพอจะชำระหนี้ การจ่ายเช็คลงวันที่ล่วงหน้า ได้รับการสันนิษฐานว่า ตั้งใจจะไม่จ่ายเงินเขา โดยปกติ จะต้องห้ามกระทำ และในอเมริกาเอง ธนาคารก็ไม่สนใจ แม้ว่าคุณจะได้รับเช็คลงวันที่ล่วงหน้า ยาวนานไปสักเดือนสองเดือน แต่เมื่อไปยื่นกับธนาคาร ทางธนาคาร ก็จะเรียกเก็บเงินตามเช็คทันที และถ้าเช็คเรากลายเป็น เป็นเช็คเด้ง (Bad Check) ละก็ ผู้เขียนเช็ค ต้องจ่ายค่าปรับ ในการ Return check นั้น ประมาณ ๔๐ เหรียญก่อน แล้วตามด้วยคดีอาญา คือ อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะรับเช็คไว้ก่อน แล้วจะไปตรวจดูว่าเช็คนั้น เป็นเช็คดี หรือ เช็คเสีย หากเช็คดี ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นเช็คเลว ก็ซวยกันไป

เรื่องเช็คนี้ ยังมีเรื่องกลโกง แบบตกเบ็ดให้เห็นเยอะ มีคนโลภและตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพในอเมริกาเยอะเหมือนกัน ประมาณว่า มีคนเขียนจดหมาย ส่งเช็คมาให้เรา บอกว่า เขามีเช็คเงินสดอยู่เท่านี้ สมมุติว่า ๑๐,๐๐๐ เหรียญ แต่เขามีเหตุจำเป็น ไม่อาจจะนำเช็คเข้าธนาคารได้เอง จึงขอให้เราช่วย เอาเช็คไปแลกเงินสดมาให้เขาที โดยเขาจะจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ โดยให้เราโอนเงินให้เขาเพียง ๕,๐๐๐ เหรียญ ตามเลขธนาคารที่แจ้งมาให้ ที่เหลือตกเป็นของเรา เป็นรางวัล โอ้ ฟังอย่างนี้แล้วตาโตเลย สำหรับคนธรรมดาสามัญที่มีจิตใจอ่อนไหวหน่อย จึงได้ตกลงเอาเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคาร ตามกฎของธนาคาร จะต้องสันนิษฐานว่าเป็นเช็คดี ก็จะจ่ายเงินให้ก่อน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ คนที่ได้รับเงินก็จะโอนเงินให้ผู้ส่งเช็คให้เป็นเงิน ๕,๐๐๐ เหรียญ อีกสองสามวันต่อมา ธนาคารก็จะแจ้งว่า ... ขอโทษนะครับ เช็คคุณ มันเป็นเช็คเลว เอาเงินมาคืนเสียดี ๆ พร้อมกับค่าปรับอีกจำนวนหนึ่ง .... ผู้สั่งจ่ายฯ ก็ต้องถูกดำเนินคดีไป แต่คนที่หลงกลนี่ เสียตังค์ไปฟรี ๆ เลย เพราะขื่อและเลขบัญชีนั้น จะสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่าให้ตำรวจและอัยการอเมริกา ดำเนินการสืบสวนหาตัวให้ก็ได้ อันนี้ เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอเมริกา ที่มิจฉาชีพ ใช้ความฉลาดในทางผิด ตกเบ็ดจากคนโลภ ที่ไม่ได้พิจารณาว่า ธุรกิจแบบนี้ จะมีจริงได้อย่างไร

กลับมาเรื่องเช็คในเมืองไทยครับ ... ได้ยินว่า เมื่อสองสามปีก่อน ประเทศไทย จะเลิกกฎหมายการบังคับกฎหมายทางอาญา กับ กม. ว่าด้วยเช็ค ผมก็ไม่รู้ ไอ้คนคิดนี่ มันคิดของมันยังไง ขนาดมีกฎหมายอาญากำกับ คนยังไม่เชื่อถือเช็ค ไม่ค่อยมีคนเต็มใจจะรับเช็คอยู่แล้ว ทำให้ เงินกระดาษ ไม่หมุนเวียนในตลาด ตามเจตนารมณ์ ของการมีตราสาร และตั๋วเงิน ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมมากมายอยู่แล้ว แล้วดันจะมาทะลึ่งยกเลิกส่วนบังคับทางอาญา กับ กม. ว่าด้วยเช็คอีก .... ดีนะครับ ที่กฎหมายนี้ไม่ผ่านการพิจารณา ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องจริง ๆ ไม่เช่นนั้น คงจะได้เห็นความวุ่นวายเป็นแน่ ฝากถึง ผู้อำนาจ จะเสนอร่างกฎหมายใด ๆ ก่อนจะปล่อยไก่อะไรออกไป ก็ลองไปแหกตาดูกฎหมายที่อื่น ๆ และดูผลกระทบของประเทศอื่น ๆ ที่ยกเลิกโทษทางอาญา หรือ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของประเทศอื่นก่อนว่า มันมีกระทบในทางไม่พึงประสงค์อย่างไรบ้าง ... แก้ไขไปแล้ว เกิดความเสียหายไปแล้ว จะบอกว่า ข้าพเจ้าไม่รู้ ข้าพเจ้าสุจริต ฯลฯ มันง่ายไปครับ




ผมผ่านไปเจอบทความในกฤษฎีกา เกี่ยวกับเรื่องนี้ และเห็นว่ามีประโยชน์ จึงได้สำเนาบางส่วนมาให้อ่าน ซึ่งท่านที่สนใจ อาจจะหาอ่านเพิ่มเติมได้ในเวปไซต์ของกฤษฎีกาต่อไปครับ







การยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔

นิติพร ตันวิไลย*


ความเป็นมาของการมีกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คในประเทศไทย



“เช็ค” เป็นตราสารแทนการชำระหนี้ด้วยเงินสด เมื่อสภาพของสังคมและระบบธุรกิจการค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตประกอบกับความรีบเร่งในการประกอบธุรกิจด้านต่างๆ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประชาชนนิยมใช้เช็คกันมากขึ้น เพราะไม่ต้องจ่ายเงินด้วยธนบัตรเป็นจำนวนมาก ทั้งยังอำนวยความสะดวกปลอดภัยในการติดต่อธุรกิจค้าขาย เช็คจึงเป็นเครื่องมือทางการเงินในแวดวงการค้าเพื่อรองรับความเจริญในระบบธุรกิจ ความสำคัญของเช็คอยู่ที่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ได้รับเช็คว่าจะได้รับเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในเช็คอย่างแน่นอน

แต่การออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชีเพียงพอที่จะจ่ายตามที่ระบุไว้ในเช็คเมื่อถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจำนวนเพิ่มมากขึ้น ความน่าเชื่อถือและความนิยมใช้เช็คย่อมลดน้อยลงไปด้วยเพราะผู้รับเช็คเกิดความไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินตามเช็ค เนื่องจากการฟ้องคดีตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ยังต้องมีขั้นตอนการบังคับคดีเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่ง ใช้ระยะเวลานานกว่าเจ้าหนี้จะได้รับเงินตามเช็ค และการฟ้องคดีอาญาฐานฉ้อโกงมิได้ครอบคลุมถึงการกระทำความผิดฐานออกเช็คโดยไม่มีเงินจ่ายในทุกกรณี การออกเช็คที่มีการหลอกลวงและได้ทรัพย์สินไปจากการหลอกลวง เช่น การออกเช็คที่ไม่มีบัญชีหรือการออกเช็คที่บัญชีใช้เช็คถูกปิดแล้วเท่านั้นจึงจะมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา สภาพปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบที่สำคัญต่อการประกอบการค้าและเศรษฐกิจในภาพรวม รัฐบาลจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ เพื่อสนับสนุนให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและคุ้มครองผู้ใช้เช็คให้เกิดความมั่นใจด้วยการมีหลักประกันให้กับผู้รับเช็คว่าผู้ที่สั่งจ่ายเช็คแล้วไม่มี เงินจ่ายตามจำนวนที่ระบุไว้ในเช็คจะมีความผิดและถูกลงโทษปรับไม่เกินสองเท่าของจำนวนเงินที่ระบุในเช็ค แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ เพราะการปล่อยให้เช็คขาดความน่าเชื่อถือย่อมกระทบกระเทือนเศรษฐกิจของประเทศได้

...,

กล่าวโดยสรุป กฎหมายต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้เช็คได้กำหนดให้ผู้สั่งจ่ายที่ไม่มีเงินในบัญชีพอจ่ายตามเช็คให้สันนิษฐานว่าเป็นการออกเช็คโดยทุจริตและมีความรับผิดทางอาญาโดยกำหนดหน้าที่ให้ผู้สั่งจ่ายต้องแจ้งกับธนาคารอื่นที่ตนได้เปิดบัญชีใช้เช็คไว้ได้ทราบถึงการออกเช็ค ที่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และห้ามมิให้ผู้นั้นสั่งจ่ายเช็คอีกต่อไป หากผู้สั่งจ่ายไม่นำเงินตามจำนวนในเช็คมาชำระภายในเวลาที่กำหนด นอกจากจะถูกลงโทษทางอาญาคือจำคุกและปรับแล้ว ยังถูกห้ามใช้เช็คเป็นระยะเวลาสิบปีนับจากวันห้ามใช้เช็ค ส่วนการรับเช็คไว้โดยทราบดีว่าเป็นเช็คที่ไม่มีเงินจ่ายผู้รับเช็คมีความผิดเช่นเดียวกับผู้สั่งจ่าย แตกต่างจากกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คที่กำหนดให้ผู้ออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าที่ไม่มีเงินจ่ายมีความรับผิดทางอาญาด้วยแม้จะเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการใช้เช็คลงวันที่ล่วงหน้าในประเทศไทยทำให้ระบบการค้ารายย่อยเกิดสภาพคล่อง แต่การรับมอบเช็คลงวันที่ล่วงหน้าไว้นั้น กฎหมายต่างประเทศถือว่าเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าผู้สั่งจ่ายไม่มีเงินในบัญชีพอจ่ายตามเช็คก็เป็นเรื่องที่มีเหตุผลเช่นเดียวกันจึงสมควรนำแนวทางกฎหมายต่างประเทศมาปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหาในปัจจุบันแทนการยกเลิกกฎหมายทั้งฉบับเนื่องจากกฎหมายดังกล่าวยังมีประโยชน์ในการบังคับใช้กรณีการออกเช็คที่มีเจตนาไม่จ่ายเงินตามเช็ค ไม่เช่นนั้นจะทำให้การกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้เช็คบางกรณีหลุดพ้นไปจากองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา ประการสำคัญคือ ในขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับฝากเงินเพื่อนำมาเป็นมาตรการรองรับการใช้เช็คแทนการลงโทษทางอาญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงเป็นการตรากฎหมายย้อนหลังเพื่อเป็นคุณแก่ฝ่ายจำเลยในขณะเดียวกันอาจทำให้ประชาชนที่ใช้เช็คหรือโจทก์ในคดีเช็ค (ในกรณีคดีแพ่งขาดอายุความ) ต้องได้รับความเสียหาย บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนเพื่อเป็นการส่งเสริมธุรกิจการค้าอันเป็นปัจจัยสำคัญที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศ

[Credit: http://www.krisdika.go.th/activityDetail.jsp?
.actType=I&actCode=84&head=4&item=n5]




 

Create Date : 31 มกราคม 2551   
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 7:56:25 น.  

1  2  3  4  5  
BlogGang Popular Award#10


 
POL_US
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




คลิ๊ก เพื่อ Update blog พ.ต.อ.ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ได้ที่นี่
http://www.jurisprudence.bloggang.com






รู้จักผู้เขียน : About Me.

" Anti-Fucking Coup Forever "










University of Illinois

22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members







***คำขวัญ : พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า

ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ

ชาติหวังกำลังฝีมือ

เจ้าคือความหวังทั้งมวล



*** ความสุข จะเป็นจริงได้ เมื่อมีการแบ่งปัน :

Happiness is only real when shared!














ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!






Online Users
   


Locations of visitors to this page
New Comments
[Add POL_US's blog to your web]