 |
- ชีวิตนักเรียนฯ ในสหรัฐ : My Life & Experience in the United States School of Law
- การเรียนกฎหมายสหรัฐ :Course Outlines & Study In U.S. Law School [ JD. / LL.M. / JSD./ SJD. Program ]
- ว่าด้วยหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ : The U.S. Constitutional Law : Rule and Legal Issues
- กระบวนการยุติธรรมสหรัฐ: Law & Order - Criminal Justice System: Criminal Law & Criminal Procedure Issues, 4th, 5th, & 6th Amendment, to the U.S. Constitution
 - กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ : U.S. Intellectual Property Law : Trademark & Unfair Competition Law, Patent and Copy Rights Law
- กฎหมาย อำนาจ ผลประโยชน์ กับ การเมืองของไทย : Law & Problems in Thai Politics v. Fucking Coup
- บางปัญหาหลักกฎหมายมหาชน และหลักนิติรัฐของไทย: Rule of Law (Etatdedroit ) & Constitutional & Legal Issues in Thailand
- นำเที่ยวในสหรัฐและแคนนาดา : Travel Around the United States & Canada [ Victoria, Vancouver, California, Arizona, Florida, Pennsylvania, Ohio, Chicago, Indiana, New York, etc.]
- การท่องเที่ยวในญี่ปุ่น : Travel Around Japan [Tokyo / Kyoto / Nara / Osaka / Hakone / Kamakura / Niko ]
- ท่องเที่ยวในอังกฤษ & ยุโรป : Travel Around England, Scotland and Europe [France, Belgium, Germany ]
- เพื่อสถาบันตำรวจไทย : The Royal Thai Police
- แด่ทวีธาภิเศก เตรียมทหาร นายร้อยตำรวจ และธรรมศาสตร์ : Educational Institute Alumni
- ขายความคิด นานาสาระ เล่าสู่กันฟัง : Idea Retailor & Current Global Problem Story
- ชีวิตหลังการศึกษา สู่โลกแห่งความเป็นจริง
- เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานสอบสวนและสั่งคดีของพนักงานอัยการ
- บางมุมเกี่ยวกับผู้เขียน : About Me and My Life
|
 |
 |
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
|
กระบวนการ "อยุติธรรม" ต่อผู้ต้องสงสัยว่ากระทำผิดฐานก่อการร้าย

ส่วนหนึ่งของภาพที่เผยแพร่ตามอินเตอร์เนต ถึงวิธีการสอบสวน คดีก่อการร้าย
เมื่อวานนี้ (๑๘ มกราคม ๕๑) ท่านศาสตราจารย์ Andrew D. Leipold Edwin M. Adams Professor ที่ปรึกษาของผม และ ผู้อำนวยการ โปรแกรมทางกฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความ (Program in Criminal Law and Criminal Procedure) ได้เปิดโลกทัศน์แก่ครูบาอาจารย์ นักเรียนอเมริกา รวมถึงนักเรียนต่างชาติจำนวน เกี่ยวกับกระบวนการอยุติธรรมของสหรัฐ ที่กระทำต่อผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายและเป็นอริราชศรัตรูต่อประเทศสหรัฐอเมริกา กรณีแอฟกานิสถาน โดยได้เชิญ ท่าน Jeff Colman จากสำนักงานกฎหมาย Jenner & Block มาบรรยายเกี่ยวกับสถานการณ์และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น Guantanamo Bay

สภาพสถานที่คุมขังแห่งนี้ ซึ่งเป็นภาพที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตทั่วไป
ท่าน Jeff Colman ซึ่งเป็น partner ของสำนักงานกฎหมาย Jenner & Block ใน Chicago ได้มาบรรยายในหัวข้อ การเป็นทนายแก้ต่างแก่ผู้ถูกควบคุมใน Guantanamo: ประสบการณ์ใน Guantanamo (Representing Guantanamo Prisoners: My Experiences at Guantanamo Bay) อันเป็นประสบการณ์ตรงของท่านที่ได้ไปแก้ต่างให้แก่ประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ก่อการร้ายและเป็นศรัตรูต่อประเทศสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกจับใน แอฟกานิสถาน แล้วส่งมาควบคุมขังที่ The U.S. Naval Base at Guantanamo Bay, Cuba เป็นเวลายาวนาน ซึ่งบางคนถูกขังนานกว่า ๖ ปี โดยญาติของเขา ไม่มีอาจจะรู้ได้เลยว่า ผู้ถูกจับมีชะตากรรมเป็นเช่นไร แม้ญาติจะเขียนจดหมายมาหาเหยื่อกระบวนการอยุติธรรมเช่นนี้ เป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่จดหมายเหล่านั้น ก็ไม่เคยได้ตกมาถึงมือพวกเขาเลย หรือ จะได้รับสักครั้ง ในรอบปี

ภาพแสดงบริเวณที่ตั้งของสถานที่คุมขังนักโทษ คดีก่อการร้าย
เขาได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของเขาและคณะนักกฎหมายที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายอาสา หรือ Public Defense: Pro bono จากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ไปแก้ต่างให้เหยื่อเหล่านี้มานานกว่า ๒ ปีครึ่ง ซึ่งได้แก้ต่างให้เหยื่อไปทั้งสิ้น ๑๙ ราย ทำให้ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ จำนวน ๑๓ คน ได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ หากดูจำนวนและเวลา จะรู้สึกว่า ไม่เห็นน่าตื่นเต้นอะไร แถมก็ไม่ได้รวดเร็วอะไร ใช้เวลาตั้ง ๑๘ เดือน กว่าพวกเขาจะได้รับการปล่อยตัว หลังจากท่านได้เข้าช่วยเหลือแก้ต่างคดีให้แก่พวกเขา แต่ถ้าหากพูดถึงกรณีที่ไม่มีคนช่วยเหลือแล้ว จะพบว่า ผู้ต้องสงสัยบางคนถูกควบคุมนานกว่า ๖ ปี ในสถานที่คุมขังอันโดดเดี่ยว ห่างจากไกลในทะเลแคริเบี้ยน ตั้งอยู่ในค่ายทหาร ไร้ญาติ ขาดมิตร ขาดการติดต่อกับญาติ แม้ว่าญาติจะพยายามส่งจดหมาย ฯลฯ ให้แก่พวกเขา แต่เขาก็ไม่เคยได้รับจดหมายเหล่านั้นเลย เมื่อได้รับปล่อยตัวมาแล้ว เหยื่อเหล่านี้ ก็ไม่ได้รับค่าตอบแทน ฯลฯ ในความผิดพลาดและโหดร้ายของกระบวนการ(อ)ยุติธรรมของสหรัฐฯเลย นอกจาก "ได้รับอิสรภาพกลับคืนมาแล้ว" (แต่ก็ยังดี ไม่ได้ถูกอุ้ม แล้วหายไปเลย แบบไทย ๆ เรา)
ท่านเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะได้เข้าไปในค่ายทหาร (เขตทหาร ห้ามเข้า) จะต้องลงชื่อในเอกสารว่า จะไม่ถ่ายทอดข้อเท็จจริงใด ๆ ที่เกิดขึ้นในสถานที่คุมขังนักโทษคดีก่อการร้าย จำนวน ๒๗ แผ่น หากก่อความเสียหาย เขาก็จะต้องถูกดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาร้ายแรงที่สุด (Felony) แต่สิ่งที่ท่านนำมากล่าว ก็คือ หลักกฎหมาย และวิธีปฎิบัติในการช่วยเหลือผู้ต้องสงสัยเหล่านี้
ผู้ต้องสงสัย ซึ่งถูกกล่าวหาเป็น Al Quida ร่วมกระบวนการก่อร้ายใน Afghanistan เหล่านี้ จะถูกปฎิบัติภายใต้กฎหมาย Proceedings of the Government's Combatant Status Review Tribunals ท่านได้สนทนากับ ผู้ถูกควบคุมเหล่านี้ ข้อมูลจากการสัมภาษณ์นั้น ปรากฎว่า บางคนถูกจับในขณะที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศ Afghanistan หลายคนถูกจับ เพราะมีชื่อพ้อง แต่การสะกดชื่อต่างกันเล็กน้อย ทางทหาร ก็ไม่ยอมตรวจสอบข้อมูล ทั้ง ๆ ที่ผู้ถูกจับได้เสนอหลักฐานว่า "ท่านทหารฉลาด ๆ ทั้งหลายครับ ท่านจับผิดคนแล้ว" แต่ก็ไร้ผล ทำให้เขาต้องถูกจับไว้ในหลายปี ผู้ต้องสงสัยบางคน ไม่เคยเห็นหน้าลูกของเขาเลย เพราะถูกจับตอนเมียถูกตั้งครรภ์ มาเห็นลูกก็แต่ภาพ ตอนลูกโตอายุสองสามขวบแล้ว ฯลฯ

แผ่นที่ที่ตั้งของสถานควบคุมแห่งนี้
ศาลเฉพาะกิจในสถานที่ควบคุมเหล่านี้ ก็ไม่ได้ใส่ใจวิธีการสืบสวนสอบสวนของทหารเหล่านี้ และ เมื่อพวกเขาไม่รับสารภาพ ศาลก็จะสั่งว่า "ลองสืบสวนใหม่ซิท่านทหารที่รัก" "เอาใหม่ พยายามให้มากขึ้น" ญาติผู้ถูกจับ ก็พยายามที่จะส่งคำร้องว่า ทางการทหารควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ก่อนปี ค.ศ. ๒๐๐๗ นั้น The United States Supreme Court ปฎิเสธที่จะพิจารณาคดี ชะตากรรมของพวกเขา จึงมืดมนยิ่งนัก และเมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่ที่ถูกควบคุมด้วยแล้ว ยิ่งไร้ความหวัง ในที่สุด บางคนอาจจะหมดความหวังในชีวิต แล้วรับสารภาพให้มันตาย ๆ ไปให้แล้ว ๆ กันไป
ท่านอาจารย์ผู้บรรยาย ได้กล่าวสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงวัฒนธรรมของชาว Afghanistan ที่ไม่ยอมพูดคุยกับทนายความผู้หญิงโดยตรง ในขณะที่ทนายสาวสอบถามข้อมูล ผู้ต้องสงสัย ก็จะหันหน้าเข้ากำแพง พูดกับกำแพง แทนที่จะหันมาสบตากับทนายสาว ( แต่คงไม่ใช่เพราะว่า เขากลัวจะเกิดอาการปิ๊ง หรอกมั๊งครับ)
สิ่งที่ผมประทับใจที่สุด ก็ตรงที่ท่านอาจารย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เขารู้สึกแปลกใจอย่างมาก ที่นักกฎหมายหลายท่าน เห็นว่า "การทรมาน และใช้วิธีการที่โหดร้ายกับคนพวกนี้ ที่ถูกสันนิษฐานว่า กระทำการเป็นอริราขศรัตรูต่อประเทศสหรัฐฯ นั้นสมควรกระทำได้" ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง ลองคิดถึงอกเขาอกเรา ... หากวันหนึ่ง เราชาวสหรัฐฯ เดินทางไปประเทศอื่น ๆ แล้วถูกจับ ควบคุมตัว โดยปราศจากอำนาจทางกฎหมาย และ ปราศจากกระบวนการทางศาลที่ยุติธรรม (Fair Trial) ในข้อหาว่า กระทำการเป็นศัตรูต่อประเทศของเขา เราจะรู้สึกอย่างไร
ท่านกล่าวว่า "สักวันหนึ่ง เรา (ชาวสหรัฐฯ) จะต้องกล่าวคำว่า ขอโทษ ต่อสิ่งที่เรา(ชาวสหรัฐฯ) กระทำในวันนี้ และเราจะต้องรู้สึกละอายใจอย่างยิ่ง ต่อสิ่งเลวร้ายที่เกิดในแผ่นดินของเรา ซึ่งเราจะต้องช่วยกันแก้ไข"
ข้อมูลเพิ่มเติม
Guantanamo Bay detention camp เป็นสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทางการทหาร ภายใต้ความร่วมมือกับ Joint Task Force Guantanamo ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๒ เป็นต้นมา สำหรับผู้ถูกควบคุมตัวที่ Guantanamo Bay Naval Base นี้ ได้ถูกจับภายใต้ข้อกล่าวหว่า เป็นผู้ร่วมกระบวนการก่อการร้าย (terrorist operatives) รวมถึง ผู้ที่ยังเป็นผู้ถูกต้องสงสัยในข้อหาดังกล่าว ซึ่งจะต้องถูกควบคุมตัวต่อไป จนกว่าการสอบสวนจะกระจ่าง
สถานที่นี้ ประกอบด้วย ๓ ส่วน Camp Delta, Camp Iguana, และ Camp X-Ray ซึ่งเกิดขึ้น ภายหลังจากการเริ่มต้นของสงครามใน Afghanistan และ การก่อการร้าย ซึ่งมีผู้ต้องสงสัย ถูกจับตัวจากประเทศของเขา ส่งมาควบคุมตัวในที่นี่ จำนวน ๗๗๕ คน จาก ๔๒ ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้ ผู้ต้องสงสัย ประมาณ ๔๒๐ ได้ถูกปล่อยตัวแล้ว อย่างไรก็ตามข้อมูลณ วันที่ ๙ กันยายน ค.ศ. ๒๐๐๗ ยังมีผู้ถูกควบคุม ประมาณ ๓๕๕ คน โดย ๑ ใน ๕ ของจำนวนนี้ ได้รับการไต่สวน และปรากฎว่าไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการก่อการร้ายใด ๆ แต่การปล่อยตัวหาใช่จะง่ายดายนัก เพราะทางการสหรัฐฯ จะต้องพิจารณาสถานที่ที่จะให้บุคคลเหล่านี้ไปอยู่ ซึ่งอาจจะต้องรอเป็นเดือน หรือเป็นปี ซึ่งจะมีผู้ถูกส่งฟ้องศาลต่อไปเพียง ๖๐ ถึง ๘๐ คนเท่านั้น โปรดดู Guantanamo Bay detention camp
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้มีความพยายามที่จะอธิบายว่า เชลยศึก กับ พวกที่ไม่ใช่เชลยศึกษ ควรจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ภายใต้กฎหมายว่าด้วยสงคราม (Law of War หรือ International Laws of Armed Conflict) ฉะนั้น การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ จึงไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ หรือ รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ โปรดดู LIEUTENANT COLONEL (S) JOSEPH P, AL-QAEDA & TALIBAN UNLAWFUL COMBATANT DETAINEES, UNLAWFUL BELLIGERENCY, AND THE INTERNATIONAL LAWS OF ARMED CONFLICT, 55 A.F. L. Rev. 1 (2004)
ซึ่งต่อมาก็ได้มีกฎหมาย Military Commissions Act ออกมารับรองโดยฝ่ายบริหาร พยายามจะอ้างความความชอบธรรมและอำนาจตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ และหลักการแบ่งแยกอำนาจ ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีในฐานะผู้นำสูงสุดทางการทหารในการทำสงครามเพื่อปกป้องประโยชน์ของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการวิจารณ์อย่างกว้างขวางในความไม่ชอบธรรมและขัดต่อรัฐธรรมนูญ โปรดดู MELISSA J. EGAN, CURRENT DEVELOPMENT 2006-2007: Refusing to Settle for an Unsettled Law: The Controversy Surrounding the Military Commissions Act and the Ethical Implications of Compliance, 20 Geo. J. Legal Ethics 547 (2007)

ภาพแสดงการขนส่งผู้ต้องขังมายังสถานควบคุม ที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เนต
ปัจจุบัน แนวโน้มของการควบคุมนักโทษ หรือผู้ต้องสงสัยในคดีก่อการร้ายเริ่มดีขึ้น เนื่องจาก The U.S. Supreme Court ซึ่งจากเดิมปฎิเสธที่จะเข้ามาพิจารณา ความชอบด้วยกฎหมายของควบคุมตัว และ การพิจารณาของศาลเฉพาะใน Guantanamo (ซึ่งเรียกว่า the writ of habeas corpus) โดยตั้งแต่กลางปี ๒๐๐๗ ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดได้พิพากษาและวางหลักกฎหมายว่า สิทธิ์ในการยื่นคำร้องขอให้ศาลสูงสุดพิจารณาความชอบในการควบคุมตัว ได้ขยายไปถึง ชาวต่างชาติ ไม่เฉพาะแต่ชาวสหรัฐฯ เท่านั้นที่จะได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ศาลคงเล็งเห็นแล้ว การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยฯ โดยทหาร อย่างไร้ขอบเขตเช่นนี้ ซึ่งบางคน ถูกควบคุมนานกว่า ๖ ปี โดยไม่มีการฟ้องร้อง ไม่มีการชดใช้ค่าเสียหาย นอกจากจะขัดต่อหลักกฎหมาย หลักจริยธรรม และกระทบต่อเสรีภาพอย่างกว้างขางแล้ว ยังทำให้กระบวนการยุติธรรมโดยรวมเสื่อมเสียไปด้วย รวมถึง ยังเป็นบาปมหันต์ สร้างความอับอายให้แก่ประเทศสหรัฐฯ ในสายตาต่อชาวโลกอย่างมาก ศาล ได้ตระหนักสุภาษิตกฎหมายที่ว่า โปรดดู Justice Delayed is Justice Denied. Christopher J. Schatz & Noah A. F. Horst, WILL JUSTICE DELAYED BE JUSTICE DENIED? CRISIS JURISPRUDENCE, THE GUANTANAMO DETAINEES, AND THE IMPERILED ROLE OF HABEAS CORPUS IN CURBING ABUSIVE GOVERNMENT DETENTION, 11 Lewis & Clark L. Rev. 539 (2007).
โดยสรุป ผมว่า การปฎิบัติของสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ ไม่เป็นผลดีต่อสหรัฐฯ ในระยะยาว สร้างความเกลียดชังอย่างร้ายแรงของประชาคมโลก ต่อชาวสหรัฐฯ เอง และยังกระทบต่อหลักกฎหมายทั้งรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ และ กฎหมายระหว่างประเทศด้วย ในอนาคต เราอาจจะได้เห็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกดำเนินตามกฎหมายระหว่างประเทศ ก็ได้
ด้วยเหตุผลเดียวกัน ผมจึงพยายามเน้นมาโดยตลอดว่า "หลักนิติรัฐ" หรือ The Rule of Law เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่เราต้องเคารพ ไม่ใช่ว่า ใครมีอำนาจแล้วจะทำอะไรได้ตามใจชอบ ไม่ใช่มีรถถัง ก็ยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญเล่น แล้วใช้กระบวนการทางกฎหมายฟอกตัว กลั่นแกล้งคนอื่นร่ำไป อารมณ์กับเหตุผล ต้องแบ่งแยก หากเราไม่อยากให้ใครใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรมกลั่นแกล้งเรา เราก็ต้องไม่ยอมให้คนอื่น ถูกกระทำการกลั่นแกล้งเช่นนั้น ด้วยเหตุผลเดียวกัน ไม่ว่าคนนั้น มันจะถูกตราหน้าว่า เลว ชั่วร้าย หรือ โคตรโกงเพียงใด การเคารพหลักกฎหมายต้องมาก่อน และให้ความคุ้มครองต่อคนทุกคนโดยเสมอภาคกันครับ
สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- Erik Saar, Inside the Wire: A Military Intelligence Soldier's Eyewitness Account of Life at Guantanamo (Penguin Press 2005)
- Joseph Margulies, Guantanomo & the Abuse of Presidential Power (Simon & Schuster 2006)
- Mark Denbeaux, et al., No Hearing Hearings: An Analysis of the Proceedings of the Government's Combatant Status Review Tribunals at Guantanamo, Seton Hall University School of Law (2006)
- Rev. James Yee & Aimee Molloy, For God and Country: Faith and Patriotism Under Fire (Public Affairs 2005)
- Riz Ahmed, et al., The Road to Guantanamo (DVD 2006)
- เวปไซต์ http://graypantherssf.igc.org/guantanamo.html
| Create Date : 20 มกราคม 2551 |
| Last Update : 21 มกราคม 2551 3:52:37 น. |
| |
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
|
|
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
|
ไม่ให้ทำแท้ง .... แล้วจะเอาลูกฉันไปเลี้ยงไหม...................
ผมได้ยินคำถามที่ว่า "ถ้าไม่ให้ฉันทำแท้ง แล้วจะเอาลูกฉันไปเลี้ยงไหมละ" ตอนที่ผมยังเรียน ป.โท ทางกฎหมาย ที่คณะนิติฯ มธ. อยู่ ซึ่งจริง ๆ ก็นานมาแล้วเหมือนนะเนี่ย กว่า ๕ ปีมาแล้วละครับ
ตอนนั้น วิชากฎหมายอาญาชั้นสูง สงสัยเป็นเพราะ นักศึกษา ป.โท นิติ จะต้องเรียนชั้น ๔ ของอาคาร ที่มีห้องเรียนรวม (L.T.) บ่อย ๆ มั๊ง ชื่อวิชา อะไร ๆ ก็ตามด้วยชั้นสูงไปหมด ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ ผมว่าระบบการเรียน ป.โท ในเมืองไทย ไม่ค่อยจะได้เนื้อหาเท่าไหร่ เพราะ อาจารย์ก็คัดหัวข้อบางหัวข้อมาสอนกันเท่านั้น แล้วก็ไม่ค่อยได้ Assign หนังสือหนังสือ หรือ บทความ ฯลฯ ให้ไปอ่านมาก่อน เพื่อมา Discuss กัน ซึ่งอย่างหนึ่งก็เป็นเพราะระบบการเรียนการสอนที่เรียนกันช่วงเย็น ๆ สองสามชั่วโมง โดยนักศึกษาส่วนใหญ่ ก็ทำงานเต็มเวลากัน อาจารย์ท่านก็เข้าใจว่า จะให้อ่านหนังสือ ฯลฯ จำนวน ๕๐ หน้า มาก่อนเรียน คงเป็นไปไม่ได้ สรุป เรียนตรี หรือ โท หรือ แม้แต่ ป.เอก ในบางที่ ก็ยังเหมือนกัน กล่าวคือ ใช้รูปแบบการบรรยาย ปิ้งแผ่นใส กันเรื่อยไป ....
ตอนนั้น มีการถกเถียง เรื่องสิทธิในการทำแท้งของหญิง ตาม ป.อาญาของไทย ว่าควรจะมีขอบเขตแค่ไหน ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญาไทย มีได้เพียง สองกรณีกว้าง ๆ คือ (๑) โดนข่มขืนมาจนตั้งครรภ์ และ (๒) การตั้งครรภ์นั้นจะเป็น อันตรายต่อสุขภาพ และชีวิต ของมารดา หากเป็นกรณีอื่น ๆ เป็นต้นว่า ลูกติดหัดเยอรมัน หรือ หมอตรวจพบว่า ลูกพิการ หรือ ปัญญาอ่อน ฯลฯ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ร้ายแรง แต่ไม่ได้ทำให้สุขภาพของแม่แย่ไปด้วย ก็อย่าหวังจะได้ทำแท้ง โดยเด็ดขาด อันนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา เคยตีความไว้เช่นนั้นครับ
คำถามที่ตามมา คือ ถ้าเรา (ผมหมายถึง ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย ผู้มีอำนาจในการตีความกฎหมาย ฯลน )ไม่ให้ เธอเหล่านั้นทำแท้งแล้ว จะเอาลูกที่พิการ ปัญญาอ่อน ฯลฯ เหล่านั้นของพวกเธอไปเลี้ยงแทนเธอหรือไม่ คำตอบ ก็คือ ไม่มีทางเป็นแน่ ชีวิตเรา ก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว จะดันทะลึ่งไปเอาชีวิตเด็กน้อย ๆ ที่ขี้โรค พิการ ปัญญาอ่อน เหล่านั้นมาเลี้ยงได้ไง ก็หญิงผู้นั้น ดันทะลึ่งจะมีลูก ก็ต้องรับกรรมไป เอ่อ ไม่ใช่ละครับ
ที่จริง การตีความดังกล่าว ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลครับ เพราะ มันมีสองชีวิตที่แข่งขันกัน คือ ชีวิตของเด็กที่กำลังจะเกิดมา และ ชีวิตของมารดา หากการเกิดมาของสิ่งมีชีวิตที่เสมอกัน ไม่ได้ทำอันตราย ต่อผู้ให้กำเนิดแล้ว มารดาย่อมไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายชีวิตที่กำลังจะเกิดมานั้น มารดา ย่อมไม่ควรที่จะได้รับสิทธิ์ในการฆ่าลูกตัวเอง
แต่ปัญหาคือ การทำร้ายมารดานั้น ตีความกว้างแคบแค่ไหน .... ตีความเพียงว่า สุขภาพกาย หรือ จะตีความรวมถึงสุขภาพจิตของมารดา หากลูกที่ต้องเกิดมา ปัญญาอ่อน พิการ ง่อยเปลี้ย เสียขา ฯลฯ มารดา จะทุกข์ทรมานจิตใจเพียงใด เพราะรักมันเป็นทุกข์ ยิ่งเห็นลูกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนั้น ยิ่งจะต้องเป็นทุกข์ทวีคูณ เป็นแน่
เรื่องที่กล่าวมาข้างต้น เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผมจะเขียนเล็กน้อยครับ ในสหรัฐฯ มีการอนุญาตให้ทำแท้ง มานานแล้ว โดยคำนึงถึง ประโยชน์ของชีวิต สองชีวิตที่แข่งขันกัน คือ ชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้น (ซึ่งถือเป็นประโยชน์ของรัฐด้วย) กับ สิทธิของผู้ตั้งครรภ์ (ซึ่งถือเป็นประโยชน์ส่วนตัวของมารดา) ตั้งแต่ปี ๑๙๗๓ อันสืบเนื่องมาจากคดี Roe v. Wade ถ้าตั้งครรภ์ยังไม่ถึงสามเดือนนี่ ย่อมเป็นสิทธิของผู้ตั้งครรภ์ จะพิจารณาได้โดยอิสระจะทำแท้งหรือไม่ ไม่ต้องขอแม่ ขอพ่อ ไม่ต้องขอผัว ฯลฯ เป็นสิทธิหญิงโดยเด็ดขาดที่จะพิจารณา แต่ถ้าเกินสามเดือนแล้ว ผลประโยชน์ของรัฐ หรือ จะว่าไปคือ สิทธิของเด็กที่จะเกิดมาย่อมมีน้ำหนักเหนือกว่า สิทธิของมารดาแล้ว มารดาจะทำแท้งได้ ต่อเมื่อเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ฯลฯ เท่านั้น และถ้าเกิน ๖ เดือนไปแล้ว อย่าหวังเลยที่จะได้ทำแท้ง
หลังจากมีการอนุญาต ทำให้ทำแท้งไปแล้ว ๒๐ ปี ปรากฎว่า สถิติอาชญากรรมของประเทศอเมริกา ลดลงไปมาก โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ลดลงกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกายลดลงกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์เลย และเริ่มลดลงตั้งแต่ ปี ๑๙๙๐ เป็นต้นมา ซึ่งนักวิจัยทางกฎหมายและอาชญาวิทยา ได้สรุปว่า มีผลมาจาก ความเจริญก้าวหน้า จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ตั้งแต่ปี ๑๙๘๒ เป็นต้นมา
ปัจจัยที่สอง คือ การลงโทษที่รุนแรง ตั้งแต่ปี ๑๙๘๐ ถึงปี ๒๐๐๐ อย่างต่อเนื่องของศาลยุติธรรม ที่ทำให้จำนวนนักโทษเพิ่มขึ้นจาก ๕๐๐,๐๐๐ คน เป็น ๒ ล้านคน ซึ่งทำให้ อาชญากร หรือ ผู้ที่จะกระทำผิดซ้ำ ลดลงจากสังคมเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่า อาชญากรที่กระทำผิด เมื่อได้รับการปล่อยตัวมา หรือ ได้รับประกันทัณฑ์บท ก็มักจะทำผิดซ้ำ ๆ เสมอ ๆ เกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ทีเดียว (ซึ่งอาจจะมาจากการที่สังคม ไม่ให้โอกาสเขาทำงาน ฯลฯ ในที่สุด ก็บีบบังคับให้เขากลับไปกระทำผิดอีก แต่ส่วนหนึ่ง มาจากการกระทำผิดเป็นนิสัยเช่นกัน)
ที่สำคัญที่สุด นักวิจัยได้ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ยืนยันว่า สืบเนื่องมาจากการอนุญาตให้ทำแท้งโดยชอบกฎหมายและเสรีนี่แหละ ที่เป็นสาระสำคัญ ของการลดลงของอาชญากรรมนั้นด้วย นอกจาก ปัจจัยหลัก ๆ อื่น ๆ ที่คนส่วนใหญ่จะเชื่อว่า ทำให้อาชญากรรมลดลง เป็นต้นว่า การเพิ่มจำนวนผู้บังคับใช้กฎหมาย การลงโทษที่มั่นคงแน่นอน การลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด
เรื่องการอนุญาตให้ทำแท้งโดยชอบด้วยกฎหมาย และเสรีนี้ จึงเป็นเรื่องที่นอกเหนือความคาดหมายของนักวิชาการในทุกสาขา ดังนั้น แน่นอนที่สุด จึงเกิดข้อโต้แย้งอย่างมากมายด้วย นักวิชาการที่สำคัญ คือ John Donohue & Steve Levitt ได้พยายามอธิบายว่า สาเหตุที่สำคัญ ก็คือ การทำแท้ง ทำให้เด็กที่จะอาจจะเกิดมาแล้วกระทำนั้น ลดลงอย่างมาก เพราะเด็กพวกนี้จะเกิดจากหญิงที่ไร้การศึกษา หรือ เริ่มมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร โดยไม่ได้รับการศึกษา และมีฐานะยากจน ฯลฯ หลังจากมีคำพิพากษานั้นแล้ว ก็ทำให้ เด็กหญิงที่ตั้งครรภ์โดยไม่มีความสามารถจะเลี้ยงดู จึงพากันไปทำแท้งหมด
โดยในช่วงทศวรรต ๑๙๗๐ พบว่า มีอัตราการทำแท้งสูงถึง ๑.๖ ล้านราย ต่อปีเดียวครับ ทำให้อัตราประชากร ที่มีอายุ ๑๘ ปี นับจากปี ๑๙๗๓ เป็นต้นมา ลดลงเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ รัฐอื่น ๆ ที่มีการอนุญาตให้ทำแท้งก่อนคดี Roe v. Wade ก็มีสถิติคดีอาชญากรรมลดลงเช่นเดียวกัน และ การลดลงของอาชญากรรมนี้ ไม่ใช่ลดลงในรัฐใด รัฐหนึ่ง แต่เป็นการลดลงทั้งประเทศ หลังจากที่อนุญาตให้ทำแท้งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ที่ผมเขียนไปนั้น ไม่ได้ต้องการจะสรุปว่า ควรมีกฎหมายทำแท้ง หรือ ส่งเสริมการทำแท้งโดยเสรีนะครับ แต่ต้องการชี้ให้เห็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในสหรัฐฯ และมีการหยิบยกขึ้นมาศึกษาอย่างเป็นระบบ ในลักษณะ Empirical Study
โดยปกติ การศึกษากฎหมายทั่วไป หรือ การร่างกฎหมายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นไทย หรือ ประเทศใด ๆ ในโลก ผู้ร่างกฎหมาย จะใช้การเดา หรือ สมมุติฐานส่วนตัวว่า ถ้ามีกฎหมายนี้แล้วจะดีอย่างดีอย่างนี้ ไม่ได้มีการรวบรวมข้อมูลนำมาวิเคราะห์ปัญหาและหนทางแก้ไข หรือ มีการประเมินผลหลังจากมีการประกาศใช้กฎหมายกันไปสักระยะหนึ่งแล้ว
แต่ในกรณีกฎหมายทำแท้งข้างต้นนี้ หลังจากมีการประกาศใช้ไปแล้ว นักวิชาการก็ได้มีการหยิบยกกฎหมายฯ ดังกล่าวมาศึกษาอย่างจริงจัง ซึ่งเริ่มต้นจากการตั้งสมมุติฐานว่า การอนุญาตให้ทำแท้งโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอาชญากรรม จากนั้น ก็จะพิสูจน์ด้วยการนำตัวเลขที่เก็บได้ เช่น อัตราการทำแท้ง จำนวนอาชญากรรม ฯลฯ มาวิเคราะห์ในเชิงสถิติ และมีค่าวัดความเบี่ยงเบนมาตรฐาน อันนำไปสู่ผลสรุป ที่จะพิสูจน์สมมุติฐานข้างต้น
การใช้วิธีการ Empirical Study นี้ ในทางสังคมวิทยาและกฎหมาย ในบางครั้งจะกระทำได้ลำบาก เพราะปัจจัยทางสังคม มันไม่คงที่ แน่นอน และมีสิ่งที่เกี่ยวพันกระทบกันอย่างอธิบายไม่ค่อยจะได้ ดังนั้น ในบางกรณี แม้จะมีการรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีการใช้สถิติ มาวิเคราะห์ และพิสูจน์ว่า สมมุติฐานนั้นถูกต้องหรือไม่ บางเรื่องในทางกฎหมายและสังคม ก็อธิบายด้วยตัวเลขลำบาก แต่นักกฎหมายและนักเศรษฐศาสตร์กฎหมาย ก็พยายามอธิบายปรากฎการณ์ทางสังคมอย่างเป็นวิทยาศาสตร์เช่นกัน
หมายเหตุ:
ท่านเห็นว่า ควรมีการทำแท้งโดยเสรี และชอบด้วยกฎหมายในสังคมไทยหรือไม่ครับ
ถ้าท่านตอบว่า "ไม่" ท่านคิดว่า เราจะแก้ไขปัญหากับเด็กที่เกิดมาโดยไม่ตั้งใจอย่างไร
รัฐควรจะตั้งสถาบัน ฯลฯ ที่เข้ามารับเลี้ยง ดูแล ให้การศึกษาเด็กเหล่านี้หรือไม่
รัฐควรมีการแทรกแซงรัฐกรณี พ่อแม่ ตีลูก โดยไร้คุณธรรม ตามอำเภอใจอย่างไร ฯลฯ
โปรดดูรายละเอียด
1. Thomas S. Ulen, "The Importance and Promise of Empirical Studies of Law," in Peter Nobel & Marina Gets, eds., New Frontiers In Law and Economics (2006).
2. John J. Donohue III & Steven D. Levitt, "The Impact of Legalized Abortion on Crime," 116 O.J. Econ. 379 (2001)
3. Donohue & Levitt, "Futher Evidence that Legalized Abortion Lowered Crime: A Reply to Joyce", 39 J. Human Resources 29 (2004).
4.Steven D. Levitt, Understanding Why Crime Fell in the 1990s: Four Factors That Explain the Decline, and Six That Do Not, 18 J. ECON. 163 (2004)
5. Institute for Policy Research (IPRNews), Northwestern University, Chicago Urban's Lessson, Fall 2006, Vol.28 Number 1.
| Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550 |
| Last Update : 20 มกราคม 2551 13:05:32 น. |
| |
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
|
|
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
|
ดารา Playboy กับ กฎหมาย
เดือนก่อน ปัญหาที่ดูจะง่าย ๆ กลับกลายเป็นเรื่องวุ่นวายที่สุดในวงการกฎหมายของสหรัฐฯ เลยทีเดียว จู่ ๆ Anna Nicole Smith (คลิ๊กเพื่อดูภาพเจ๋ง ๆ) ดาราที่ถ่ายแบบให้นิตยสาร Playboy ก็ตายซะงั้น

ชีวิตของ Anna Nicole นี่น่าสงสารมาก แม้เธอจะมีนมโต และมีหน้าตาสะสวยมาก ๆ คล้ายกับ Marilyn Monroe จนได้รับการยอมรับการติดต่อจากนิตยสาร Playboy ไปถ่ายแบบตั้งแต่เยาว์วัย ( เอ่อ ว่าจริง เขาก็ถ่ายตอนยังเอ๊าะ ๆ ทั้งนั้น ใครเขาถ่ายตอนแก่กัน) ชีวิตเธอเติบโตจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น
หลังจากถ่ายแบบแล้วก็ร่ำรวยมาก ได้แต่งงานกับเศรษฐีเฒ่า วัยขึ้นเลข ๙ เจ้าของบริษัทน้ำมัน ในเท็กซัส แต่งงานได้ไม่นาน สามีของเธอก็ตาย แต่ผู้จัดการมรดกบอกว่า เธอไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ในกองมรดกของสามีเธอ งานนี้ เธอก็ฟ้องร้อง คดีวุ่นวาย ยันไปถึง ศาลสูงสุด ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เลย คดีมรดกก็ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

Nicole และ Howard Stern ทนายประจำตัว
ANNA NICOLE วัย ๓๙ ขวบ มีชื่อจริงว่า Vicky Lynn Hogan เธอเรียนไม่จบแม้กระทั่ง High school แต่งงานสองครั้ง ครั้งแรก กับนาย Billy Smith แต่อย่ากันไป พร้อมกับมีลูกชาย คือ Daniel วัย ๒๐ ขวบ ในปัจจุบัน ต่อมาเธอได้แต่งงานกับ J. Howard Marshal เศรษฐีพันล้าน แต่เธอถูกตัดจากกองมรดก ซึ่งเธอก็ฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดู ฯลฯ จนศาลสั่งให้เธอมีสิทธิได้รับเงินมูลค่า $88 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ชีวิตเธอเศร้าครับ ก่อนหน้านี้ Daniel บุตรชายวัย ๒๐ ขวบ ซึ่งถ้าเดินด้วยกัน จะเหมือนคู่รักกันมากกว่าแม่กับลูก ก็เพิ่งตายไป หลังจากเธอคลอดลูกสาว นามว่า Dannielynn ได้เพียง ๒๐ วัน แถมวันที่ Daniel ตายนี่ ลูกชายเธอ ก็อยู่ในห้องพักที่มี Howard K. Stern ซึ่งเป็นทนายความประจำตัว และ กิ๊กของเธอ อยู่ในห้องพักนั้นเพียงลำพังกับผู้ตาย ซึ่งกิ๊กของเธอ ก็มาให้สัมภาษณ์ว่า Daniel เสพยาเกินขนาด (แล้วทำไม ไม่ห้ามฟะ) หัวอกคนเป็นแม่คงเศร้านัก ผมว่า

ความอึ๋ม ของ Nicole
หลังจากที่ คลอดลูกสาวไม่นาน ก็เกิดข้อโต้แย้งว่า ลูกสาวของเธอนี่ ใครเป็นพ่อกันแน่ .... เมื่อต้นปี ๒๐๐๗ นี่เอง ที่ศาลแคลิฟอร์เนีย ก็มีการฟ้องร้องขอพิสูจน์ DNA เพื่อยืนยันว่า ใครเป็นพ่อ ซึ่งเธอก็ปฏิเสธ มาโดยตลอด และยืนยันว่า กิ๊กของเธอ คือ พ่อของเด็ก
อย่างคาดไม่ถึง เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๐๐๗ เธอก็เสียชีวิตที่ โรงแรม Hard Rock Hotel ในเมือง Seminole รัฐฟอริด้าร์ โดยในขณะที่เธอตาย ไม่มีใครอยู่ด้วย และ เมื่อพยาบาลประจำตัวมาพบ ก็พยายามปั๊มหัวใจเธอ อยู่ ๑ ชั่วโมง ก่อนจะแจ้งตำรวจ หรือ เรียกรถพยาบาลมา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก ๆ
ปัญหาทางกฎหมายที่ตามมา มากมาย คือ ใครเป็นพ่อเด็กจะทำไงต่อไป ทางทนายของชายที่อ้างตัวเป็นพ่อของเด็ก ที่รัฐแคลิฟอร์เนียร์ ก็ร้องขอให้ศาลสั่งข้าม เขตอำนาจศาลมายัง ฟอริด้าร์ ให้รักษาร่างของ Nicole Smith ไว้ เพื่อเก็บ DNA เปรียบเทียบกับลูกสาว เพื่อเป็นหลักประกันว่า เด็กไม่ได้ถูกสับตัว ก่อนจะมาตรวจ DNA เปรียบเทียบกับลูกความเธอ และหลังการตายของ Nicole ได้มีดาราใหญ่ของฮอลิวู๊ด ออกมาแสดงตัวเป็นพ่อของเด็กอีก เขาพูดว่า คนที่จะเป็นพ่อของเด็กในท้อง Nicole อาจจะมีมากกว่าที่อ้างได้อีกมากมาย เพราะ Nicole มั่วมาก ๆ ... เอ่อ .... ไม่เป็นที่สงสัย .... ก็คงเป็นเงินทั้งนั้น
ทาง Howard K. Stern ซึ่งเป็นทั้งทนายส่วนตัว และกิ๊ก ของเธอ ที่ Nicole เองก็ยืนยันว่า เขาเป็นพ่อเด็ก รู้สึกว่า งานนี้ Howard Stern จะได้เปรียบกว่าเพื่อน ๆ ... หัวเด็ดตีนขาด ก็ไม่ยอมให้ตรวจ DNA โดยอ้างว่า Nicole มีเจตนารมย์เช่นนั้น นอกจากนี้ Howard Stern ยังร้องขอต่อศาลฟอริด้า ขอให้มอบศพ แก่เขาเพื่อจัดการทำศพต่อไป .... จะเก็บศพไว้ทำไม (ใครจะจ่าย แพงนะ ... )
เรื่องไม่หยุดแค่นั้น ทั้งฝ่ายคนที่อ้างตัวเป็นพ่อ แม่ของ Nicole และ Howard Stern ก็มาต่อสู้ขอรับศพไปฝังเอง แต่ละที่ ห่างกันใช้ได้ แม่บอกว่า Nicole ต้องการถูกฝังที่ Texas แต่ Howard Stern บอกว่า ไม่ใช่หรอก เธอต้องการถูกฝังที่ ใกล้ ๆ กับหลุมศพลูกชาย ที่เกาะ บาฮามาส ฯลฯ
ผมจำได้ เรื่องนี้ ศาลไต่สวนออกทาง Court House T.V. รายการโทรทัศน์ ช่องหนึ่งทาง Cable มีประเด็นปัญหามากมาย เช่น ศพ คือ ทรัพย์ หรือไม่ .... ใครควรจะได้ศพไป ศาลท่านก็ติดต่อไปศาลแคลิฟอร์เนีย เรื่องเกี่ยวกับ DNA testing แต่ท้ายที่สุด ศาลก็สั่งให้ คนที่เป็นผู้พิทักษ์ หรือ ผู้ดูแล ด.ญ. Dannielynn มีสิทธิในการจัดการศพ ซึ่งก็คือ ก๊กของเธอนั่นเอง
ทั้งหลายทั้งแหล่ ผมว่าเรื่องเงินเรื่องเดียวแหละครับ ถ้าใครมีโอกาสดู Court House T.V. จะได้เห็น ดาราชายหญิงจำนวนมาก เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาคดี แม่ของ Nicole ร้องไห้ น้ำตากลายเป็นสายเลือด แต่การแสดงของเธอ สะดุดลง เมื่อฝ่าย Howard Stern นำเทปบันทึกออกอากาศของ Nicole ที่ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า เธอไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับแม่ของเธออีกต่อไป เพราะแม่ของเธอ จะมองเห็นค่าของเธอ เมื่อตอนอยากได้ตังค์เท่านั้น
ฝ่าย Howard Stern จากคนที่พูดเก่ง ก่อนหน้าที่เคยไปสัมภาษณ์ในรายการต่าง ๆ กลายเป็นคนพูดติดขัด ตีหน้าเศร้า (เล่าความเท็จ) ฯลฯ จนดูกลายเป็นคนละคน
จะว่าไป ผมสงสาร ลูกสาวของเธอมากกว่าครับ ถ้าโตขึ้นมา ไม่รู้ว่า ใครเป็นพ่อกันแน่ มารู้เบื้องหลังชิวิตครอบครัวของเธอที่ ชีวิตของเธอ ถูกแย่งกัน ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นเพราะสมบัติที่ดาราโป๊อย่างแม่เธอได้สร้างไว้ ....เท่านั้น ไม่รู้เธอจะรู้สึกอย่างไร
ที่แปลกมาก ๆ อีกเรื่อง คือ รายงานผลการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการถึงสาเหตุการตายของ Nicole ปัจจุบัน ยังไม่ออกมาเสียที แพทย์ระบุว่า ไม่อยากทำให้ การสืบสวนของตำรวจ ต้องเสียไป หรือ กระทบ เพราะความเห็นของตน ... เป็นซะงั้น ... แปลกดี
สำหรับต่อไปนี้ คือ รายงานข่าว ที่ NY Times ยังคงติดตามรายงานอย่างต่อเนื่องครับ
A Florida appeals court upheld a judge s ruling that would allow Anna Nicole Smith to be buried in the Bahamas. Ms. Smith s estranged mother, Virgie Arthur, who had wanted to bury her daughter in her native Texas, said she would not appeal the ruling. Ms. Smith s boyfriend, Howard K. Stern, had argued that she had wanted to be buried in the Bahamas next to her 20-year-old son, who died last year apparently of drug-related causes.
March 1, 2007 News MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: DECISIONS AND VERDICTS, ARTHUR, VIRGIE Guardian Chooses Bahamas Burial for Model By TERRY AGUAYO Judge Larry Seidlin granted custody of the body to a guardian of Anna Nicole Smith s infant daughter.
February 23, 2007 U.S. News Former Model Asked For California Burial, Mother Testifies Anna Nicole Smith s estranged mother testified on Wednesday that her daughter last told her that she wanted to be buried in California near her idol Marilyn Monroe.
February 22, 2007 News From Anna to Britney to Zawahri By BOB HERBERT The nation may be at war, and Al Qaeda may be gearing up for a rematch. But that s no fun, not when Britney Spears is shaving off her hair and Jennifer Aniston is reported to have a new nose.
February 22, 2007 Opinion Op-Ed MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: SOCIAL CONDITIONS AND TRENDS, UNITED STATES INTERNATIONAL RELATIONS, CELEBRITIES, NEWS AND NEWS MEDIA, UNITED STATES ARMAMENT AND DEFENSE, SPEARS, BRITNEY, AL QAEDA, IRAQ Parties Face Off Over Burial Site for Anna Nicole Smith By ABBY GOODNOUGH Broward County s medical examiner warned that the body of Ms. Smith was decomposing much faster than expected despite its recent embalming.
February 21, 2007 U.S. News Illegitimate Complaints By STEPHANIE COONTZ The Anna Nicole Smith story hardly represents a more depraved morality than the dignified silence that surrounded deviations from the family values and marriage customs of the past.
February 18, 2007 Opinion Op-Ed MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: CHILD CUSTODY AND SUPPORT, MARRIAGES, FAMILIES AND FAMILY LIFE Years-Old Will Adds to Chaos After Death Of a Celebrity By TERRY AGUAYO Anna Nicole Smith s will did not include her 5-month-old daughter, whose custody has been the subject of an intense legal battle.
February 17, 2007 U.S. News MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: WILLS AND ESTATES National Briefing | South: Florida: Another DNA Test In Anna Nicole Smith Case A judge ordered that another DNA sample be taken from Anna Nicole Smith s body on the second day of an emergency hearing in the fight over her remains and custody of her infant daughter.
February 16, 2007 News MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: DNA (DEOXYRIBONUCLEIC ACID), SEIDLIN, LARRY Death Propels Biography From the Backlist to the Front Burner By JULIE BOSMAN For the publisher of Great Big Beautiful Doll, by Eric and D Eva Redding, even Wal-Mart is calling.
February 15, 2007 Arts News MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: BOOKS AND LITERATURE, WAL-MART STORES INC, BARRICADE BOOKS National Briefing | West: California: Order On Celebrity's Body Is Lifted Los Angeles Judge Robert Schnider lifts order that kept Anna Nicole Smith's body from being buried, saying that DNA required for legal battle over her baby daughter was obtained during autopsy
February 15, 2007 News MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: DNA (DEOXYRIBONUCLEIC ACID), SCHNIDER, ROBERT A MEDIA; A One-Two Punch at the Old Guard of Gossip By MARIA ASPAN The arrest of Lisa Nowak and the death of Anna Nicole Smith strained even the tabloid press last week.
February 12, 2007 Business News MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: GOSSIP, NEWS AND NEWS MEDIA, NOWAK, LISA MARIE CELEBRITY; Why Did We Watch? The Answer Isn't Pretty By CARYN JAMES Anna Nicole Smith and the public had a queasy symbiosis.
February 10, 2007 Arts News MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: DEATHS (OBITUARIES), MONROE, MARILYN, PLAYBOY ENTERPRISES INC, E! ENTERTAINMENT TELEVISION Autopsy Gives No Fast Clues To the Death Of a Celebrity By JAMES BARRON; JESSICA SEUBERT and LISA MUñOZ CONTRIBUTED REPORTING. Officials said on Friday they have found no evidence so far of foul play or illegal drug use in the death of Anna Nicole Smith.
February 10, 2007 U.S. News Anna Nicole Smith Is Found Dead at a Florida Hotel By ABBY GOODNOUGH and MARGALIT FOX; ABBY GOODNOUGH REPORTED FROM MIAMI, and MARGALIT FOX FROM NEW YORK. TERRY AGUAYO CONTRIBUTED REPORTING FROM HOLLYWOOD, FLA., and LISA MUñOZ FROM LOS ANGELES. Anna Nicole Smith, a former Playboy centerfold, actress and television personality, was famous, above all, for being famous.
February 9, 2007 U.S. News MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: BIOGRAPHICAL INFORMATION, DEATHS (OBITUARIES) E. P. Marshall, 67, Son of Wealthy Texan E. Pierce Marshall battled the former Playboy Playmate Anna Nicole Smith in the courts over his father' s vast fortune.
June 25, 2006 Obituary MORE ON ANNA NICOLE SMITH AND: MARSHALL, E PIERCE, TEXAS
| Create Date : 15 มีนาคม 2550 |
| Last Update : 15 มีนาคม 2550 8:00:36 น. |
| |
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
|
|
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
|
ไสยศาสตร์ ในกระบวนการยุติธรรมสหรัฐฯ

ท่านนี้ คือ Sylvia Browne ผู้อ้างตนว่ามีพลังวิเศษ
พูดถึงกระบวนการยุติธรรมในสหรัฐฯ แล้ว ก็ไม่น่าเชื่อว่า ในประเทศที่มีวิทยาการก้าวไกลอย่างสหรัฐฯ จะอาศัย ผู้ที่อ้างตนว่ามีพลังวิเศษ สามารถติดต่อกับวิญญาณได้ มาช่วยในการคลี่คลายคดีสำคัญ ๆ
อย่างนาง Sylvia Browne นี่ เธอก็อ้างว่าได้ช่วยเหลือคดีสำคัญ ๆ ของ FBI และหน่วยบังคับใช้กฎหมายไปหลายร้อยคดี จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ FBI รายหนึ่งบอกว่า เธอคือผู้วิเศษ ที่ทำนายได้แม่นยำที่สุดในชีวิตการเป็นนักสืบของเขา
สิ่งที่ผิดพลาดร้ายแรงที่สุดของ Sylvia Browne ก็คือ คำทำนายในคดี ที่ ด.ช. Shawn Hornbeck ถูกลักพาตัวไป ที่ผมได้เขียนไว้ในแล้ว blog (คลิ๊ก) ก่อนหน้านี้

ด้านซ้ายคือ Shawn ที่ถูกทำนายว่าตายแหงแก๋
หลังจาก Shawn ถูกลักพาตัวไป ๑ อาทิตย์ พ่อแม่ ก็ไปออกรายการโทรทัศน์ ที่มี Sylvia Browne ผู้อ้างตนว่าติดต่อกับวิญญาณได้ มาร่วมรายการ Sylvia Browne ฟันธงว่า Shawn ตายแล้ว ผู้ที่ลักพาไป คือ ชายที่มีลักษณะเป็น Spanish ศพอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ ไม่เกิน ๒๕ ไมล์
การทำนายนำมาซึ่งความเศร้าโศกของพ่อแม่มาก จนกระทั่งพ่อแม่ของ Shawn ทนไม่ไหว อยากรู้รายละเอียดมากขึ้น จึงติดต่อขอคุยโทรศัพท์กับเจ้าแม่มดท่านนี้ พ่อแม่ของ Shawn กล่าวว่า พวกเขาจะต้องเสียค่าใช้ ประมาณ ๗๐๐ เหรียญ ต่อ ๓๐ นาที โอ้ แพงมากครับ ซึ่งแน่นอน พวกเขาก็ไม่ได้พูดคุยกัน (มันแพงเกินไปมั๊ง)
หลังจากนั้น ๓ ปีเศษ Shawn ก็ถูกค้นพบ และปลอดภัยดี ไม่ตายอย่างที่ทำนาย และ ผู้ที่ลักพาตัว ก็ไม่ได้มีลักษณะแบบที่ Slyvia พูดไว้สักนิดเดียว
งานนี้ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจของเธอ ออกมาแก้ตัวอย่างไม่ลดละ ในรายการสัมภาษณ์ของ สำนักข่าว CNN หลายคนก็ออกมาตำหนิเธอว่า เป็นนักฉวยโอกาสตัวยง ที่อาศัยความสูญเสียของคนอื่น ในการแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว แน่นอนครับ เธอก็ออกมาปฎิเสธว่า เธอไม่เคยเรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย แถม ช่วยเหลืองานตำรวจ ฟรี มาเป็นร้อย ๆ คดี .... สงสัยเหมือนกัน ว่าไม่เรียก แล้วเอาอะไรกิน ... แล้วข่าวที่ยืนยันว่า ๗๐๐ เหรียญ ต่อ ครึ่งชั่วโมง มันจะออกมาได้ไง ซึ่งก็มีคนเคยจ่ายไปแล้วหลายคน ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่าจ่ายจริง แต่เธอก็ปฎิเสธ หัวชนฝา ว่าไม่เค้ย ไม่เคย ซะงั้น
ลองอ่านข่าวภาคภาษาอังกฤษแล้วกันครับ ผมสำเนาเอามาให้อ่านข้างล่างนี่แหละครับ
She told them boy was dead : Crystal ball fails psychic in Mo. kidnap [ BY CHRISTINA BOYLE DAILY NEWS WRITER ]. Sylvia Browne Montel Williams' psychic pal Sylvia Browne told the family of missing Shawn Hornbeck he was dead shortly after the Missouri boy vanished - and later allegedly offered to help locate his body for $700 per half hour.
The popular TV clairvoyant appeared on the "Montel Williams Show" in February 2003, four months after Shawn disappeared, and told Pam and Craig Akers she believed their son was "no longer with us."
She also advised that his body could be found in a wooded area 20 miles from their Richwoods, Mo., home, near two large jagged boulders.
Shawn, now 15, was found alive and well last Friday, living just miles away with a man now charged with snatching the boy when he was 11.
Browne's "vision" of his death caused search teams to redirect their efforts and drew dozens of calls from the public who believed they lived near the woods matching Browne's descriptions.
The family also claims the psychic then tried to cash in, which Browne vigorously denies.
"She called Pam and Craig about one month after the show and pretty much offered her services to continue their discussion for a fee," said Wayne Evans, a spokesman for the Shawn Hornbeck Foundation.
"Pam was that desperate that if she had had $700 in her bank account she would have put it on the table. We are talking about a mother who would have sold her soul to have her boy back."
"Everybody was angry," he added. "Sylvia Browne's name was never brought up again until Shawn was found. He's home now, and that's all that matters."
Browne, a regular guest on the "Montel" show, apologized for her misfire, exposed first by StopSylviaBrowne.com, a blog dedicated to tracking the psychic's every blunder.
"I'm terribly sorry that this happened," she told the Daily News. "But I think my body of work stands by itself. I've broken case after case."
"I think it's just cruel to jump on this one case in which I was wrong," she added defensively. "I've said thousands of times I'm not God."
She also denied ever offering her services to Shawn's family for cash.
"There's never been a case that I've ever charged for a missing child," Browne said. "I would never do that. Never, never."
A spokeswoman for Williams said the talk show host was taping more shows and unavailable for comment. Browne was his only guest on yesterday's show.
Michael Devlin, the 300-pound pizza parlor manager charged with kidnapping Shawn four years ago and a second boy just last week, is to be arraigned today in Missouri courtroom.
He is also under investigation for the disappearance of another boy, Charles Arlin Henderson, 16 years ago.
With News Wire Services
Originally published on January 18, 2007
Source: http://www.nydailynews.com/front/story/489771p-412369c.html
| Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550 |
| Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2550 7:48:53 น. |
| |
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
|
|
|
| POL_US |
 |
|
|
Location :
UIUC: ILLINOIS Thailand
[Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
|
คลิ๊ก เพื่อ Update http://www.siriphon.com หรือ http://www.jurisprudence.bloggang.com
ประวัติผู้เขียน
และ
ตัวอย่างการเขียน Resume
กองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค้นหากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวนได้ที่นี่
University of Illinois 22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members
ผู้เขียนสำเร็จการศึกษาจาก ทวีธาภิเศก และ เตรียมทหาร ป.ตรี ทางรัฐประศาสนศาสตร์ จากนายร้อยตำรวจ จากนั้น ได้ศึกษากฎหมายและรัฐศาสตร์ ที่ ธรรมศาสตร์ และ เนติบัณฑิต ทั้งในระดับ ป.ตรี และ โท ก่อนได้รับทุนรัฐบาลศึกษาต่อ ป.โท (LL.M) - เอก (JSD) ทางกฎหมาย ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๓ ถึง ปี ๒๐๐๘ ปัจจุบัน กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รองผู้กำกับการฝ่ายตรวจสอบสำนวนอุทธรณ์และฎีกาคดี สำนักงานกฎหมายและคดี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว
ตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบก่อนมาศึกษาต่อ ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน, นิติกร - ที่ปรึกษาและคณะกรรมการทางวิชาการและกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายคณะ
นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่พิจารณาคดีที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง เกี่ยวเนื่อง คดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร ฯลฯ ที่พนักงานอัยการในเขตกรุงเทพมหานคร สั่งไม่ฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา ๑๔๕ เพื่อเสนอความเห็นชอบหรือเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้อัยการสูงสุดชี้ขาดต่อไป
ก่อนหน้านี้ เคยทำหน้าที่เป็นฝ่ายวิจัยและพัฒนากำลังพล ของกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและสอบสวน ในระหว่างทำหน้าที่สารวัตรงานนโยบายและแผน และ สารวัตรงานธุรการและกำลังพล ของกองคดี ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ถึง ๒๕๔๔
ปัจจุบัน ผู้เขียนได้กลับเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนิติกร ประจำส่วนตรวจสอบสำนวนคดีอุทธรณ์และฎีกา สำนักงานกฎหมายและสอบสวน แล้ว ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และให้คำหารือ เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของตำรวจ ได้แก่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายอาญา กฎหมายรัฐธรรมนูญ และ กฎหมายปกครอง รวมทั้งระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการฯ ยุติธรรมและตำรวจ ของวุฒิสภา ตั้งปี ปี พ.ศ.๒๕๕๒ เป็นต้นมา
สำหรับเนื่อหาใน Blog นี้ เป็นความพยายามที่จะตอบแทนภาษีของประชาชน ที่ได้ส่งเสียให้ผู้เขียนมาเรียนต่อในต่างประเทศ จนจบระดับสูงสุดทางกฎหมาย จึงประสงค์จะถ่ายทอด ความรู้ และประสบการณ์ ที่ผู้เขียนได้พบเห็น เรียนรู้ ระหว่างการมาอยู่ในสหรัฐฯ รวมถึง การสะท้อนความเห็นที่มีต่อระบบกฎหมายกับหลักนิติรัฐ อีกทั้ง ยังกล่าวถึงประเด็นปัญหาทางการเมืองที่เกี่ยวพันกับหลักกฎหมายมหาชนที่น่าห่วงใยในประเทศไทย ซึ่งหวังว่า จะเป็นประโยชน์ในทางวิชาการ หรือ ให้ข้อคิดเห็น สำหรับบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ได้มีความยั้งคิดบ้าง ไม่มากก็น้อย
อนึ่ง เนื่องจากผู้เขียนไม่ได้เป็นผู้รอบรู้ในทุกเรื่อง หากมีเนื้อหาใดผิดพลาด คลาดเคลื่อน หรือมีทัศนคติที่แตกต่างกันไป แล้วผู้อ่านได้กรุณาแนะนำไว้ ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งในการปรับปรุงเนื้อหาต่อไป
![POL_US: [POOR] ENGLISH VERSION](http://www.geocities.com/phon_31/iurelief.jpg) POL_US: [POOR] ENGLISH VERSION
ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!
Forum แลกเปลี่ยนแนวคิดในการสมัครเรียนต่อปริญญาโทในสหรัฐฯ : http://www.gomasterdegree.com
Online Users
|
|
 |
|