*** พื้นที่ส่วนตัวของ พันตำรวจเอก ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ผู้กำกับการกลุ่มงานกฎหมาย กองกฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนหยัดในหลักการที่ว่า คนเรานั้นจะมีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดโดยบริบูรณ์ และความเชื่อที่ว่าคนเราเกิดมาเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่มีอำนาจใดจะพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้ ไม่ว่่าด้วยวิธีการใด ๆ และอำนาจผู้ใด ***
*** We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable rights, that among these are life, liberty and the pursuit of happiness. That to secure these rights, governments are instituted among men, deriving their just powers from the consent of the governed. That whenever any form of government becomes destructive to these ends, it is the right of the people to alter or to abolish it, and to institute new government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their safety and happiness. [Adopted in Congress 4 July 1776] ***

การปรับโครงสร้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนที่ ๒)

ช่วงนี้ อุทิศให้แก่ องค์กรตำรวจไทยครับ ..... จะเขียนอะไรเท่าที่รู้ เท่าที่เห็นไปเรื่อย ๆ ครับ เผื่อว่า คนที่มีอำนาจในการปรับปรุง เขาจะเอาไปคิดต่อ เอาไปทำต่อครับ




รูปแบบที่ผมมอง คือ องค์กรของตำรวจญี่ปุ่น ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เช่น สายการบังคับบัญชาสั้น ส่งเสริมกำลังใจคนทำงาน ใช้ระบบการสอบเลื่อนตำแหน่งและระบบคุณธรรมในการบริหารงาน มีวิธีการบริหารที่ดี และตำรวจได้รับการปลูกฝังให้รักและใกล้ชิดประชาชนครับ ลองมาดูกันครับ

ระบบตำรวจญี่ปุ่นเป็นระบบผสมผสาน แบบ Federal Government ของสหรัฐอเมริกา กับ รูปแบบการปกครองในแบบรัฐสภา ที่มีตำรวจท้องถิ่น ผสมผสานกับตำรวจแห่งชาติ (National Police Agency) ตำรวจส่วนกลาง หรือ National Police Agency จะมีหน้าที่กำหนดนโยบายให้กับตำรวจท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งจะแบ่งเป็นจังหวัด ๆ ที่เรียกว่า Prefecture อีก 47 แห่ง ตำรวจท้องถิ่น จะขึ้นอยู่กับนายกเทศมนตรี ของแต่ละจังหวัด แต่จะมีตัวแทนจาก National Police Agency ไปเป็นระดับหัวหน้าตำรวจจังหวัด (Prefecture) โดยตำรวจท้องถิ่น ที่มีความสามารถ ก็จะต้องได้รับการโยกย้ายเข้าไปเรียนรู้งานในระดับสูงขึ้นใน National Police Agency ที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ก่อนจะกลับมาเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจในจังหวัดต่าง ๆ

การยึดโยงและการคานอำนาจระหว่าง National Police Agency และ Local Police Entities อีกรูปแบบหนึ่งนั้น National Police Agency จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี แต่นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจบังคับบัญชาใด ๆ โดยตรง เพราะจะมี National Public Safety Commission ที่มี Minister of State เป็นประธานคณะกรรมการ และมีกรรมการอีก 5 ท่าน ที่มาจากการแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรี โดยได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองสภา ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะต้องไม่เคยเป็นตำรวจหรือข้าราชการอัยการในระยะเวลา 5 ปีก่อนได้รับการแต่งตั้ง และเพื่อเป็นการประกันความเป็นกลางทางการเมือง คณะกรรมการดังกล่าวจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดได้เพียงแค่ไม่เกิน 2 คน

ที่สำคัญเลย คณะกรรมการนี้จะกำกับดูแลการดำเนินนโยบายของ National Police Agency โดยจะต้องประชุมอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันไปจนครบวาระ 5 ปี ซึ่งขยันขันแข็งมาก ๆ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะต้องรายงานผลการปฏิบัติงาน และความก้าวหน้าในการปฎิบัติงานตามนโยบายและแผนงานให้ต่อคณะกรรมการทราบทุกสัปดาห์

ในส่วนของตำรวจท้องถิ่น หรือ Prefectural Police Organizations นั้น ตำรวจท้องถิ่น จะขึ้นอยู่กับนายกเทศมนตรี (Prefectural Governor) ที่มาจากการเลือกตั้ง และมีคณะกรรมการตำรวจระดับท้องถิ่น ที่เรียกว่า Prefectural Public Safety Commission ซึ่งปกติจะมีสมาชิกตั้งแต่ 3 ถึง 5 คนเป็นผู้กำกับนโยบายของตำรวจท้องถิ่น แต่การดำเนินการของท้องถิ่นไม่ได้ตัดขาดจาก National Police Agency เนื่องจาก National Police Agency จะมีสำนักงานภาค (Regional Police Bureaus) กระจายอยู่ 7 แห่งทั่วประเทศ คลอบคลุมการบริหารงานของตำรวจท้องถิ่น ที่ตั้งอยู่ตามเกาะต่าง ๆ ของญี่ปุ่นซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้ตรวจราชการ และให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของตำรวจท้องถิ่น พร้อมกับมี Regional Police School เพื่ออบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจรุ่นใหม่ที่จะปฏิบัติงานให้แก่ Regional Police School

การคัดเลือกบุคลากร การฝึกอบรม และการเลื่อนตำแหน่ง

การคัดเลือกบุคคลที่มาเป็นตำรวจนั้น คุณสมบัติเบื้องต้นจะสูงกว่าที่กำหนดไว้ในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากในสหรัฐฯ จะรับสมัครผู้มีคุณวุฒิในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนในญี่ปุ่นและประเทศไทย จะรับสมัครจากผู้สำเร็จการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือสำเร็จปริญญาตรีขึ้นไป โดยในญี่ปุ่น จะมีโรงเรียนตำรวจประจำภูมิภาค คลอบคลุมทั้ง จังหวัด จำนวน 47 แห่ง รวมถึงโรงเรียนตำรวจในกรุงโตเกียวด้วย และ มีวิทยาลัยการตำรวจ (National Police Academy) และ National Research Institute of Police Science ที่กรุงโตเกียว เป็นของ National Police Agency แต่ละโรงเรียนซึ่งรวมถึงโรงเรียนตำรวจ ณ มหานครโตเกียว จะคัดเลือกบุคลากร เพื่อฝึกอบรมทั้งภาควิชาการ และภาคทดลองการปฏิบัติงาน แล้วส่งไปประจำตามสถานีตำรวจต่าง ๆ ในจังหวัดของตนเอง

ส่วนที่ National Police Agency จะเป็นการอบรมในระดับสูงขึ้น ในเบื้องต้น ผู้ที่จะเข้ารับการอบรมในสถานฝึกอบรมแห่งนี้จะได้จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ สอบผ่านและจะเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ซึ่งจะเข้ามาอบรมในวิชาการสาขาต่าง ๆ เช่น Community Safety, Criminal Investigation, Traffic and Security Training รวมทั้งมีศูนย์การวิจัยในด้านต่างๆ เป็นต้นว่า Police Policy Research Center, Police Info-Communications Research Center และ Training Center for Financial Crime Investigation

เป็นที่ยอมรับว่า การสอบเข้าปฎิบัติของในหน่วยงานของ National Police Agency นั้น มีความยากลำบากมาก โดยปกติจะเป็นผู้ที่สำเร็จระดับการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียว และมหาวิทยาลัยชั้นนำในญี่ปุ่น ฉะนั้น บุคคลเหล่านี้ จึงถือเป็นตำรวจชั้นพิเศษ ที่จะมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าตำรวจที่ผ่านการคัดเลือกจากระดับจังหวัดทั่วไปอย่างมาก เป็นต้นว่า จะอบรมสั้นกว่า และมีสิทธิ์ได้รับการประเมินเพื่อเลื่อนตำแหน่งเร็วกว่า โดยปกติบุคคลเหล่านี้จะเข้ารับการอบรมภาควิชาการ ประมาณ 6 เดือน กับการฝึกปฎิบัติงานตามหน่วยงานต่าง ๆ รวมเป็นเวลา 15 เดือน แล้วจึงเข้ารับการปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของ National Police Agency เมื่อปฎิบัติงานเพียง 2 ปี เนื่องจากได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถสูง จึงมีสิทธิพิเศษในการเลื่อนขั้นและตำแหน่งได้รวดเร็วกว่าตำรวจในระดับจังหวัดต่าง ๆ ที่จะต้องปฎิบัติงานอย่างน้อย 3 ปี ขึ้นไป เป็นต้น

หน่วยงานตำรวจของญี่ปุ่น จะเน้นการวิจัยและการพัฒนาอย่างมาก โดย National Research Institute of Police Science จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานพัฒนาทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ (Forensic science) ที่จะช่วยสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนคดีต่าง ๆ รวมถึงการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการกระทำผิดของเด็ก และ การวิจัยเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางบก รวมถึง การวิจัยทางอาชญาวิทยาและพฤติกรรมทางสังคมศาสตร์ (Criminology and Behavioral Sciences) และวิศวกรรมจราจร (Traffic)

ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมจากโรงเรียนตำรวจ จะต้องบรรจุในตำแหน่งพลตำรวจเหมือนกันหมด แต่ผู้ที่มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีจะมีระยะเวลาการฝึกอบรม ทั้งในห้องเรียน (6 เดือน) และการฝึกปฎิบัติงานตามสถานีตำรวจ ก่อนจะปฏิบัติงานจริง รวมทั้งหมด เป็นเวลา 15 เดือน ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นตำรวจ และจะมีสิทธิ์ในการระดับการประเมินผลเพื่อดำรงตำแหน่งที่สั้นกว่า ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ที่จะต้องเข้ารับการอบรมในทำนองเดียวกัน แต่เป็นระยะเวลายาวนานกว่า (10 เดือน) และการฝึกปฎิบัติงานตามสถานีตำรวจ รวมเป็นเวลา 21 เดือน

การเลื่อนตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ จะกระทำได้เมื่อผู้นั้นสอบภาควิชาการผ่าน ประกอบกับผ่านการประเมินผลทางบุคลิกภาพ จริยธรรม และความประพฤติ โดยการประเมินผลภาคปฎิบัติจะมีการประเมินผลอย่างจริงจังโดยผู้บังคับบัญชา ซึ่งโดยลักษณะทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นนั้น ทุกคนต้องแข่งขันกันอย่างมาก การประเมินผลจึงเป็นลักษณะที่ตรงไปตรงมา ไม่มีปรากฎว่ามีระบบเส้นสาย

สายการบังคับบัญชาและตำแหน่งของตำรวจ

สายการบังคับของตำรวจญี่ปุ่นจะมีลักษณะคล้ายตำรวจสหรัฐฯ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากการที่สหรัฐฯ เข้าจัดระเบียบประเทศญี่ปุ่นภายหลังจากสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย National Police Agency จะมี keisatsucho Chokan หรือ Commissioner General (ผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) กับรองผู้อำนวยการฯ ทำหน้าที่ทางการบริหาร แต่ไม่ถือเป็นยศและตำแหน่งของตำรวจ

ส่วนยศและตำแหน่งของตำรวจ จะมีลักษณะดังนี้

๑. Keishisokan หรือ Superintendent General (ตำแหน่งนี้ เช่น อธิบดีตำรวจประจำกรุงโตเกียว)

๒. Keishikan หรือ Superintendent Supervisor (ตำแหน่งนี้ เช่น อธิบดีตำรวจจังหวัด)

๓. Keishicho หรือ Chief Superintendent (ตำแหน่งนี้ เช่น หัวหน้าตำรวจจังหวัด หรือ ผู้อำนวยการสำนักฯ)

๔. Keishisei หรือ Senior Superintendent (ตำแหน่งนี้ รองหัวหน้าตำรวจจังหวัด หรือ หัวหน้าสถานีตำรวจขนาดใหญ่ )

๕. Keishi หรือ Superintendent (หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือ ผู้อำนวยการต่าง ๆ)

๖. Keibu หรือ Police Inspector (สารวัตร หรือ หัวหน้าแผนกต่าง ๆ )

๗. Keibuho หรือ Assistant Police Inspector (ผู้ช่วยสารวัตร หรือ รองหัวหน้าแผนก)

๘. Jusabucho หรือ Police Sergeant (จ่าตำรวจ)

๙. Junsacho หรือ Senior Police Officer (พลตำรวจอาวุโส)

๑๐. Junsa หรือ Police Officer (พลตำรวจ ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาใหม่ ๆ)

หากจะเปรียบเทียบกับตำแหน่งของตำรวจไทยแล้ว ซึ่งไล่เรียงลำดับจากสูงสุดมายังต่ำสุด คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจ รองผู้บัญชาการตำรวจ ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ ผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ สารวัตร รองสารวัตร และตำแหน่งในระดับชั้นประทวนอีก ซึ่งทำให้ตำรวจไทยมีสายการบังคับบัญชายาว ไม่สามารถบริหารและสั่งการได้รวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้

ที่สำคัญ การสั่งงานของผู้บังคับบัญชาบางท่านที่เจริญเติบโตด้วยการถือกระเป๋าและเปิดประตูรถของผู้บังคับบัญชา จึงเป็นการสั่งการที่ไร้ประโยชน์ มิหนำซ้ำยังเป็นการสร้างภาระและเสียเวลาโดยใช่เหตุ เป็นต้นว่า เรื่องที่จำเป็นเร่งต้องพิจารณามีความเห็นเสนอ ผู้บังคับบัญชาประเภทนี้ จะเขียนข้อความเพียงว่า “จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา” แล้วนำเสนอยังผู้บังคับบัญชาลำดับสูงขึ้นไป เป็นทอด ๆ โดยไม่มีความเห็น แต่กลับดองเรื่องต่าง ๆ ไว้ในสำนักงานของตนเป็นเวลาหลายวัน หรือเป็นสัปดาห์ ซึ่งแท้จริงแล้ว

การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลระเบียบไม่เกี่ยวกับคดี เรื่องการปฎิบัติราชการ ที่วางระเบียบไว้เนิ่นนานแล้วว่า จะต้องมีความเห็นเสนอ มิใช่กระทำการในลักษณะดังกล่าว แต่แปลกที่ไม่เคยมีการสั่งการลงโทษทางวินัย กันสักครั้งเดียวฯ



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 7:38:40 น. 9 comments
Counter : Pageviews.  

 
มาอ่านค่ะ ... ระบบตำรวจไทยไม่ได้แย่หรอกค่ะ แต่ "คน" ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ "คนที่มีอำนาจ" น่ะสิคะ ... เหอๆๆๆ


โดย: Clear Ice วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:10:51 น.  

 
อำนาจไม่เข้าใครออกใคร


โดย: PutterZ (ToppuT ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:15:49 น.  

 
เอาใจช่วยตำรวจไทยอีกคนครับ คนดียังมีอีกเยอะ สู้ๆ ครับ


โดย: ลิเบอร์ลัท (Austin Dash ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:36:41 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ ไม่ได้มาเยี่ยมซะนานเลย ทำงาน(กับเที่ยว) ซะเปื่อยเลยค่ะ สบายดีนะคะ


โดย: chirala (chirala ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:6:20:23 น.  

 
อ่านเนื้อหาแล้วมาอ่านตอนท้าย ทำให้นึกไปถึงเรื่องที่อ่านในห้องไกลบ้านไม่กี่วันก่อน ที่อดีตนักเรียนกพ.จบด็อกเตอร์แต่กลับมาไม่ได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเพราะต้องถือกระเป๋าทำงานจัดการผลประโยชน์ บลาๆๆ


ปัญหาใหญ่ขององค์กรราชการไทยเป็นที่วัฒนธรรมองค์กรในทุกที่ทุกเวลาจริงๆครับ

ปล.คุณตำรวจสบายดีนะครับ


โดย: นายเบียร์ วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:5:49:20 น.  

 
sexy & romantic glitter graphics myspace code sexy images
แวะมาราตรีสวัส ไปนอนแล้วจ้า


โดย: Dflatt วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:23:37:31 น.  

 
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียดเกี่ยวกับสถาบันตำรวจของญี่ปุ่นนะคะ กำลังหาข้อมูลอย่างยากลำบากเพราะเจอแต่ภาษาอังกฤษ ด้วยวัยวุฒิของดิฉันยังไม่เดียงพอในการศึกษาภาษาที่ไม่ใช่ภาษาต้นกำเนิดได้อย่างดีเยี่ยมพอ ดังนั้นขอขอบพระคุณมากค่ะ แล้วก็ถ้ามีรายละเอียดเกี่ยวกับองค์กรตำรวจของญี่ปุ่นอีก (NPA) ก็ต้องขอความกรุณาเพิ่มรายละเอียดดวยนะคะ จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ


โดย: mikenekoholmes IP: 119.42.64.21 วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:16:58:41 น.  

 
ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน ให้เขียนสาระดี ๆ อย่างนี้ไปอีกนาน ๆ ครับ สักวันหนึ่งสำนักงานตำรวจคงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยคำแนะนำของท่านครับ


โดย: พ.ต.ท.ภัทรวุฒิ อัครภัทร IP: 222.123.19.188 วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:17:40:08 น.  

 
เห็นด้วยอย่างแรง


โดย: สารวัตรเขียว IP: 118.172.210.143 วันที่: 3 มกราคม 2553 เวลา:20:29:12 น.  
POL_US
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




คลิ๊ก เพื่อ Update blog พ.ต.อ.ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ได้ที่นี่
http://www.jurisprudence.bloggang.com






รู้จักผู้เขียน : About Me.

" Anti-Fucking Coup Forever "










University of Illinois

22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members







***คำขวัญ : พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า

ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ

ชาติหวังกำลังฝีมือ

เจ้าคือความหวังทั้งมวล



*** ความสุข จะเป็นจริงได้ เมื่อมีการแบ่งปัน :

Happiness is only real when shared!














ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!






Online Users
   


Locations of visitors to this page
New Comments
[Add POL_US's blog to your web]