Group Blog
 
All blogs
 

จากเรื่องจริงของพิม...

จากเรื่องจริงของพิม...

    พิม (นามสมมติ) ท้องเมื่อตอนเรียนปี ๑ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในตอนนั้นนักศึกษาหญิงที่ท้องถูกบังคับให้ออกจากมหาวิทยาลัยอย่างเงียบ ๆ เกือบทุกคน พิมรู้เพราะเคยได้ยินจากเพื่อนในคณะ แต่พิมหยุดเรียนไม่ได้ เพราะแม่ตั้งความหวังไว้ว่า ถ้าเรียนจบเร็วเมื่อไiก็จะมาช่วยแบ่งเบาที่บ้านได้เร็วขึ้น ที่บ้านพิมก็มีแค่แม่กับพิมเท่านั้น 

              พิมพยายามเล่นกีฬาหนัก ๆ หลายอย่างเพื่อให้แท้ง ทั้งบาสเกตบอล วอลเลย์บอล พยายามวิ่งชนกับเพื่อน ล้มกระแทกพื้น หรือขอให้เพื่อนที่สนิทช่วยบีบท้องให้ก็ไม่สำเร็จ จนตัดสินใจซื้อยาจากเว็บไซต์หนึ่งตามคำแนะนำของเพื่อนที่บอกว่าไม่แพง และยืนยันว่าออกมาแน่นอน พิมใช้ยาตามวิธีในเว็บไซต์ทุกอย่าง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

    สุดท้ายอายุครรภ์ของพิมก็มากเกินกว่าจะยุติได้แล้ว ไม่กี่เดือนต่อมาพิมก็คลอดลูกสาว ๑ คน ตอนที่แม่รู้ว่าพิมท้อง แม่ร้องไห้แต่ก็ไม่ได้ต่อว่าพิม แม่ให้พิมออกจากมหาวิทยาลัยและมาอยู่ดูแลลูก แต่ลูกสาวของพิมสุขภาพไม่แข็งแรง เพราะเป็นโรคธาลัสซีเมียเหมือนพิม เวลาออกไปเล่นกันนอกบ้านก็มักมีจ้ำสีเขียวช้ำเต็มตัวไปหมด ลูกพิมป่วยเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลบ่อยครั้ง จนอายุได้ ๒ ขวบก็เสียชีวิตลง

              สองปีต่อมา พิมพบก็กับแฟนคนใหม่ แฟนของพิมทำงานคนละจังหวัด เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันก็มีไม่บ่อยนัก พิมจึงเลือกวิธีป้องกันด้วยการหลั่งนอกและกินยาคุมฉุกเฉินหลังมีอะไรกัน...แล้วพิมก็พบว่าเธอท้องอีกครั้ง 

    การจากไปของลูกสาวยังเป็นความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจ ทำให้พิมยังไม่พร้อมมีลูกในตอนนี้ จึงเลือกทำแท้ง โดยสั่งซื้อยาจากเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานที่รับทำแท้ง และโอนเงินไปให้ทั้งหมด ๗,๐๐๐ บาท พิมรออยู่ ๒ สัปดาห์ ยาก็ยังมาไม่ถึง พยายามติดต่อกลับเว็บไซต์นั้น แต่ก็ติดต่อไม่ได้เลย

              บทเรียนจากครั้งก่อนบอกพิมว่า อย่าชะล่าใจ ปล่อยเวลาให้ผ่านไป เพราะอายุครรภ์จะมากขึ้น พิมลองวิธีที่น่าจะทำให้แท้งอยู่หลายแบบ ทั้งกระโดดลงจากเตียง และกระโดดจากบันได คราวนี้มีหยดเลือดออกมาบ้าง แต่ก็มีเพียงเท่านั้น พิมรู้ว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 

    ท้องไม่พร้อมมีทางเลือก และทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงแต่ละคนก็อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เราเคารพการตัดสินใจในทุกทางเลือกที่ปลอดภัย ท้องไม่พร้อม โทร. 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม หรือคลิกไปที่ lovecarestation.com บริการให้คำปรึกษาออนไลน์ผ่านแชทรูม ฟรีทุกวัน 


    ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล 




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2558 17:00:00 น.
Counter : 576 Pageviews.  

พ่อแม่รังแกฉัน (บาป 14 ประการของมารดาบิดา)

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนในปัจจุบันรักลูกมาก ตามใจลูกทุกอย่าง ไม่ว่าลูกจะขออะไรให้หมดทุกสิ่ง ทำผิดก็ไม่ลงโทษ แถมไปโรงเรียนทำผิดคุณครูทำโทษก็โทรต่อว่าคุณครูอีกT_T เมื่อหลายครอบครัวเลี้ยงลูกแบบผิดๆ วันนี้ทีมงาน sanook! campus เลยขอแบ่งปันข้อคิดดีๆ จาก ให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ได้อ่านกัน ^^

 

1. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการรักเขามากเกินไป ผลก็คือเกิดภาวะรักจนหลง ลูกของตนถูกทุกอย่าง ลูกของตนดีกว่าคนอื่นเสมอ อันส่งผลให้ลูกกลายเป็นคนมีอัตตาสูง เชื่อมั่นตนเองในทางที่ผิด ชอบดูถูกคน เป็นตัวปัญหา แต่ไม่ยอมรับว่าตนเป็นคนสร้างปัญหา

2. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการตามใจเขามากเกินไป ผลก็คือพ่อแม่กลายเป็นข้าช่วงใช้ของลูก ส่วนลูกกลายเป็น "ลูกบังเกิดเกล้า" ที่พ่อแม่ต้องยอมให้เขาทุกอย่าง ที่หนักกว่านั้นก็คือ ถ้าพ่อแม่ไม่ยอมตามที่ลูกต้องการลูกบางคนก็ถึงขั้นทุบตีทำร้ายพ่อแม่

3. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่กล้าห้ามปรามสั่งสอนเมื่อลูกทำผิด ทำเลว ทำบาป ผลก็คือ ลูกสูญเสียสามัญสำนึก แยกแยะถูกผิดดีชั่วไม่เป็น มองไม่เห็นเส้นแบ่งทางจริยธรรมว่า ดีเป็นอย่างไร ชั่วเป็นอย่างไร จึงกลายเป็นนักเลงอันธพาล ระรานคนเขาไปทั่ว

4. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการให้เงินลูกเพียงอย่างเดียว ผลก็คือ ลูกไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ไม่เห็นคุณค่าของผู้ที่หา และให้เงิน ยิ่งได้เงินมาก ยิ่งผลาญเงินเก่ง มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ และทั้งๆที่ใช้จ่ายเงินสูง แต่กลับมีคุณภาพชีวิตต่ำ

5. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่ยอมให้ลูกเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเอง เกรงว่าหากให้ลูกทำอะไรด้วยตนเองแล้วเขาจะลำบาก ผลก็คือเมื่อโตขึ้นลูกกลายเป็นลูกแหง่ที่พึ่งตนเองไม่ได้ ทำอะไรด้วยตนเองไม่เป็น ยิ่งเติบโตยิ่งเป็นตัวปัญหาของสถาบันครอบครัว

6. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่ยอมส่งเสริมให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี มัวแต่สนใจลงทุนในการทำธุรกิจเป็นร้อยเป็นพันล้าน แต่ไม่รู้จักลงทุนในการสร้างลูกให้เป็นปัญญาชน ผลก็คือลูกเติบโตแต่ตัว แต่ทว่ามีสติปัญญาที่ต่ำต้อย ขาดทักษะการคิด การใช้เหตุผล การทำงาน การเข้าสังคม เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถร่วมเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมเท่านั้นแต่ยังสร้าง ปัญหาให้สังคมอีกต่างหาก

7. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการทำแต่งานสังคมสงเคราะห์นอกบ้าน โดยลืมไปว่าคนที่ตนต้องสงเคราะห์ก่อนดูแลก่อนต้องให้ความรักก่อนก็คือลูก ผลก็คือแม้จะกลายเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จนอกบ้าน สังคมสรรเสริญ แต่กลับเป็นพ่อแม่ที่ล้มเหลวในบ้าน และลูกกลายเป็นเด็กที่ขาดความรัก ความอบอุ่น ไม่พร้อมจะแบ่งปันความรัก และความอบอุ่นให้ใคร

8. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่รู้จักยกย่องชมเชยลูกเมื่อเขาประสบความสำเร็จในการเรียน ในการทำงาน หรือในการทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ผลก็คือลูกกลายเป็นคนใจคอคับแคบ ยกย่องชมเชยใครไม่เป็น เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีมีความสำเร็จ เขาจึงเป็นนักอิจฉาริษยาตัวฉกาจ ที่จ้องแต่จะหาทางทำลายคุณงามความดีของคนอื่น

9. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่รู้จักสอนเขาให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ผลก็คือ เมื่อโตขึ้น เขาจึงพร้อมผละหนีพ่อแม่ไปอย่างไม่รู้สึกผิด ไม่เห็นความจำเป็นว่า การเป็นลูกที่ดีนั้น จะต้องกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ของตนอย่างไร

10. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่สอนลูกให้รู้จักการบำเพ็ญตนเป็นผู้ให้ ผลก็คือเมื่อโตขึ้นเขาจึงกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ คิดแต่จะกอบโกย คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนมองไม่เห็นหัวคนอื่น แทนที่จะถือหลัก "ยิ่งรวยยิ่งให้ ยิ่งได้ยิ่งแบ่ง"กลับถือหลัก "ยิ่งรวยยิ่งคอร์รัปชั่น ยิ่งแบ่งปันยิ่งสูญเสียเปล่า"

11. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่ยอมให้ลูกรู้จักตัดสินใจด้วยตนเอง ผลก็คือ ลูกกลายเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำอะไร ส่งผลให้ไร้ภาวะผู้นำ ต้องเดินตามคนอื่นโดยดุษฎี

12. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่สอนให้ลูกรู้จักสมบัติของผู้ดี ผลก็คือเขากลายเป็นคนหยาบกระด้างทั้งทางกาย ทางใจ ใจคอโหดหินทมิฬชาติ ขาดความสุภาพอ่อนน้อม ขาดสัมมาคาราวะ ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้จักประมาณตน ครองตน ครองงานไม่เป็น ไม่เห็นคุณค่าของระเบียบประเพณี กฎหมาย จรรยาจารีตของสังคม ไม่เคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนดีของเพื่อนมนุษย์

13. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่แนะนำให้ลูกรู้จักคบเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร (เพื่อนแท้) ผลก็คือรอบกายของเขาจึงมีแต่บาปมิตร (เพื่อนเทียม) คอยประจบสอพลอ คอยหลอกล่อให้ทำความเลวทรามต่ำช้า ติดสุรา ยาเสพติด นำพาชีวิตไปในทางเสียหาย ตกอยู่ใต้วังวนของอบายมุข สนุกสนาน ไม่สนใจหาแก่นสารให้กับชีวิต

14. พ่อแม่บางคนทำร้ายลูกด้วยการไม่รู้จักสร้างสภาพแวดล้อมให้ลูกเป็นคนรักการอ่าน รักการเขียน รักการเรียนรู้ รักการเดินทาง ปล่อยให้เขาศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองไปตามยถากรรม ผลก็คือเขากลายเป็นคนหูตาคับแคบ ขาดความรู้พื้นฐาน ขาดความรู้รอบตัว ขาดความกระตือรือร้น ไม่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ การคิด พูด ทำ ไม่เฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง ขาดความแหลมคม ตามไม่ทันโลก ตกข่าว เป็นคนว่างเปล่าทางความรู้ (รอบตัว) ความคิด จิตใจ และไม่มีรสนิยมอย่างอารยชน

 

ขอขอบคุณข้อคิดดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี

http://campus.sanook.com




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2557 23:10:24 น.
Counter : 417 Pageviews.  

ปัญหาเลือดไหลซึมจากช่องคลอด เมื่อท้อง !

ตั้งครรภ์

ปัญหาเลือดไหลซึมจากช่องคลอด (M&C แม่และเด็ก)

ถ้าพบว่าเป็นเลือดสีน้ำตาลโดยเฉลี่ยแล้วก็คือเลือดเก่า อาจจะเป็นเลือดที่ออกมาแล้วค้างอยู่ในช่องคลอดแล้วค่อย ๆ ไหลออกมาพร้อมสารคัดหลั่งในช่องคลอด

รบกวนคุณหมอทีค่ะ คือดิฉันตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้วปลายสัปดาห์ก่อน พบว่ามีเลือดไหลซึมออกมาเป็นสีน้ำตาลค่ะ ก็ตกใจพอดูค่ะแต่ก็ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ตามมา แต่ก็อยากทราบค่ะว่าจะมีผลต่อทารกในครรภ์หรือไม่และต้องแก้ปัญหาอย่างไรดีคะ

"การที่คุณแม่มีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์สิ่งที่ต้องระวังคือ โอกาสเสี่ยงที่จะแท้งบุตรค่ะซึ่งในบางครั้งกรณีที่คุณแม่มีอาการปวดท้องร่วมด้วยอาจพบว่าสาเหตุเกิดจากบีบรัดตัวของมดลูก โดยถ้าเลือดที่ออกมาเป็นเลือดสด ๆ คือเป็นเลือดใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นแต่ถ้าพบว่าเป็นเลือดสีน้ำตาล โดยเฉลี่ยแล้วก็คือเลือดเก่า อาจจะเป็นเลือดที่ออกมาแล้วค้างอยู่ในช่องคลอดแล้วค่อย ๆ ไหลออกมาพร้อมสารคัดหลั่งในช่องคลอด ซึ่งถามว่าเป็นเรื่องปกติไหมก็ไม่ค่อยปกติ เพราะในธรรมชาติแล้ว ช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกคุณแม่ไม่ควรจะมีเลือดออกเพราะกรณีที่มีเลือดออกย่อมบ่งบอกว่าอาจจะมีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น

โอกาสเสี่ยงที่จะแท้งบุตรหรือกรณีที่ท้องอ่อน ๆ ประมาณเดือนกว่า ๆ บางครั้งโอกาสที่เด็กจะหลุดหรือจะแท้งก็มี ยิ่งในคุณแม่ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้วแล้วเกิดเดินหกล้มก้นกระแทกขึ้นมา เลือดที่ปริ่มๆอยู่แล้วก็มีโอกาสที่จะออกมากกว่าเดิม ดังนั้น สรุปแล้วภาวะที่มีเลือดออกขณะตั้งครรภ์จึงไม่ใช่ภาวะปกติ

...ส่วนจะอันตรายมากน้อยแค่ไหนก็ต้องดูสีและปริมาณของเลือดที่ออก ซึ่งกรณีของคุณแม่ท่านนี้ที่มีเลือดออกสีน้ำตาลแสดงว่าเป็นเลือดเก่าที่ค้างอยู่ในช่องคลอด แล้วค่อย ๆ ไหลออกมาแต่บอกไม่ได้ว่าค้างนานไหม ก็คิดว่าน่าจะมากกว่าหนึ่งวันผลกระทบก็คงต้องมาดูว่าปัญหาของเลือดที่ออกคืออะไรอาจเป็นได้ทั้งจากการที่มดลูกบีบรัดตัว ทำให้มีภาวะที่ใกล้แท้ง หรือรกไปเกาะอยู่ตรงบริเวณปากมดลูกหรือหลังจากที่เพศสัมพันธ์ เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุทำให้มีเลือดออกได้

...อย่างไรก็ดีในช่วง 3 เดือนแรก คุณแม่จะได้พบสูติแพทย์แล้วส่วนหนึ่ง ดังนั้น ถ้ามีเลือดออกสูติแพทย์ก็จะประเมินดูว่าภาวะเลือดออกของคุณแม่เกิดจากอะไรเพราะบางกรณีอาจไม่ได้เกิดจากการบีบรัดตัวของปากมดลูก ก็คงต้องไล่ดูว่ามีติ่งเนื้อยื่นตรงปากมดลูกหรือเปล่า หรือมีแผลช่องคลอดหรือเปล่า หรือมีติ่งเนื้อในช่องคลอดหรือเปล่า รวมทั้งต้องประเมินว่าทารกในครรภ์สมบูรณ์ไหมเพราะปัญหาอาจเกิดจากการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น ท้องลม คือทารกในครรภ์มีการปฏิสนธิแต่ไม่สมบูรณ์ ร่างกายของแม่ก็จะพยายามขับออกมา ทำให้มีอาการปวดมวนและมีเลือดออกได้ หรืออาจเกิดจากการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกซึ่งลักษณะเหมือนเม็ดสาคู เป็นต้น ซึ่งสูติแพทย์ก็จะแก้ปัญหาให้คุณแม่ตามลักษณะของสาเหตุค่ะ"

ขอขอบคุณข้อมูลจาก




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2557    
Last Update : 14 ตุลาคม 2557 20:20:12 น.
Counter : 313 Pageviews.  

คุณแม่อังกฤษฟื้นโคม่า หลังสามีเปิดเพลงโปรดในงานแต่งให้ฟัง



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Masons

              คุณแม่อังกฤษฟื้นจากโคม่า หลังสามีสุดที่รักเปิดเพลงโปรดในงานแต่งเมื่อ 21 ปีก่อนให้เธอฟัง

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ รายงานว่า คุณแม่ลูกสี่ชาวอังกฤษ ฟื้นจากโคม่าปาฏิหาริย์ หลังสามีสุดที่รักเปิดเพลงสุดโปรดที่เปิดในงานแต่งงานเมื่อ 21 ปีก่อนให้เธอฟัง

คุณแม่รายนี้ คือ นางมาเรีย นีล วัย 48 ปี ได้เกิดหมดสติกะทันหันขณะที่กำลังฉลองวันเกิดครบรอบ 46 ปีของ สตีฟ นีล สามีสุดที่รัก เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเมื่อเธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ก็พบว่าเธอหมดสติจากภาวะเส้นเลือดในสมองอุดตัน นับจากวันนั้น อาการเธอก็อยู่ในขั้นโคม่าและมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ขณะที่แพทย์เองก็บอกให้ครอบครัวของเธอทำใจถึงการจากไปที่อาจเกิดขึ้น

หลังจากที่มาเรียนอนโคม่าอยู่ 7 วัน สตีฟก็ได้ตัดสินใจบันทึกเพลง Unchained Melody และเพลง If You Don't Know Me By Now ลงในโทรศัพท์มือถือแล้วเปิดให้เธอฟัง ซึ่งทั้งสองเพลงนี้เป็นเพลงที่เธอชอบ และเป็นเพลงที่ทั้งคู่ใช้เต้นรำกันในงานแต่งงานเมื่อ 21 ปีก่อน

ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากเล่นเพลงนี้ได้ราว 1 ชั่วโมง มาเรียก็เริ่มมีอาการตอบสนอง เธอขยับมือและพยักหน้าเบา ๆ ก่อนที่อีก 2 วันต่อมา เธอจะลืมตาตื่นขึ้นและมีการตอบสนองมากขึ้น เริ่มขอนำดื่ม และอีก 2 สัปดาห์ต่อมาเธอก็สามารถพูดคุยกับครอบครัวได้อีกครั้ง อย่างไรก็ดี ขณะนี้เธอยังคงต้องเข้ารับการบำบัดเพื่อให้สุขภาพของเธอกลับมาเป็นปกติ นับเป็นเรื่องราวสุดปาฏิหาริย์ที่ทำให้ลูก ๆ ของเธอถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2557 19:12:13 น.
Counter : 531 Pageviews.  

สถิติ ชี้ ชายไทยเจ้าชู้อันดับ 1 โลก หญิงคว้าที่ 2

สถิติ ชี้ ชายไทยเจ้าชู้อันดับ 1 โลก หญิงคว้าที่ 2


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

สถิติ ชี้ ชายไทยเจ้าชู้อันดับ 1 โลก หญิงคว้าที่ 2 โดยปัจจัยที่ทำให้การครองเรือนไทยมีปัญหา เป็นเพราะ ชายไทยเข้าใจว่า เจ้าโลกใหญ่และยาวจะทำให้หญิงมีความสุข

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2557 มีรายงานว่า หลังจากที่ในโลกออนไลน์ มีการเผยแพร่เกี่ยวกับขนาดอวัยวะเพศของคนในแต่ละชาติทั่วโลก ซึ่ง ดร. วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยา และที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทราวิโรฒ (มศว) ได้ออกมากล่าวว่า ขนาดของอวัยวะเพศไม่มีความสำคัญต่อชีวิตคู่ทั้งหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องของความสมดุลของขนาดชายและหญิง แต่ผู้ชายไทยมักจะคิดว่า ขนาดของอวัยวะเพศที่ใหญ่และยาว จะทำให้ผู้หญิงมีความสุขมากกว่าขนาดที่เล็กและสั้น จนทำให้เกิดปมด้อยเรื่องความสุขทางเพศ

            นอกจากนี้ จากการสำรวจเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าผู้ชายไทยเจ้าชู้เป็นอันดับ 1 ของโลก ผู้หญิงเจ้าชู้เป็นอันดับ 2 ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่า ชีวิตการครองเรือนในประเทศไทยมีปัญหา โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ชายไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิง คิดว่าอวัยวะเพศที่ใหญ่และยาว จะทำให้ผู้หญิงมีความสุขได้ ทั้งที่จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น

            ด้าน นพ.กวิรัช ตันติวงษ์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาเผยว่า ขนาดมาตรฐานของคนไทยที่ 4 นิ้วนั้น ไม่ถือว่าเล็กจนเกินไป รูปร่างคนไทยไม่เหมือนคนแอฟริกา ชายไทยเฉลี่ยสูงประมาณ 165-170 เซนติเมตร ขนาดเท่านี้ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว และขนาดก็ไม่มีความสำคัญกับการมีเพศสัมพันธ์

ส่วน นพ.ดนัยพันธ์ อัครสกุล หัวหน้างานศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เชื้อชาติและพันธุกรรมมีผลต่อขนาดอวัยวะเพศเพราะโดยทั่วไป ชาวยุโรปมีขนาดอวัยวะเพศที่ใหญ่กว่าคนเอเชีย เพราะมีรูปร่างที่ใหญ่กว่า อีกทั้งความสูงยังสอดคล้องกับขนาดของอวัยวะเพศอีกด้วย และเท่าที่ทราบ ยังไม่เคยมีการวัดขนาดอวัยวะเพศเพื่อหาค่าเฉลี่ยโดยตรง เนื่องจากโดยหลักการแล้ว จะนำผู้ชายในแต่ละภูมิภาคมาวัดเรียงลำดับขนาดกันนั้นทำได้ยาก


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2557 19:16:17 น.
Counter : 455 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

jureeporn
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




src='http://roomsite.freeserverhost.com/blogproject/toolbar.js'>
FC Barcelona


Google
จำนวนผู้ชมบล็อกทั้งหมด คน




















[Add jureeporn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.