Group Blog
 
All Blogs
 

เดินทางไปลาว

"ขณะนี้น้ำท่วมรางรถไฟ รถต้องจอดรอให้น้ำลดก่อน"
เจ้าหน้าที่รถไฟ ขบวน 77 กรุงเทพ หนองคายแจ้งขณะจอดที่ปากช่อง
ผมนั่งหาวในเบาะเอนชั้นสองตู้แอร์ ที่เลือกหน้าสุดให้ยืดขาได้
สำหรับคนอ้วนๆแต่ขายาวอย่างผม ที่ต้องแลกกับการตื่นทุกครั้ง
ที่ถึงสถานี เพราะนอนอยู่หน้าประตู ราคาเกือบๆห้าร้อยบาท
โคราชเป็นที่ราบสูง ทำไมมีน้ำท่วมได้หว่า จอดเสียเวลาไป 3ชม.
ทำให้พลาด จากโปรแกรมที่วางไว้ว่า ถึงหนองคายตีห้า
นั่งรถสกายแลปไป กินไข่กระทะที่ตลาดท่าเสด็จแล้วขึ้นรถโดยสาร
interbus หนองคาย-เวียงจันทน์ ราคาเพียง 50-60 บาท

ถึงหนองคาย 7 โมงเช้าคุณป้าใจดีชวนแชร์รถไปสะพานมิตรภาพเลย
จ่ายค่ารถไป 30บาท แวะ 7-11 ตุนเสบียงอันประกอบด้วย ขนมปัง
และน้ำหวานน้ำผลไม้ แวะเข้าห้องน้ำจ่าย5บาทแปรงฟันล้างหน้า
ก้าวเข้าสู่ ด่านตรวจคนเข้าเมือง มีคนเข้าแถวต่อคิวยาว
ให้แทรกไปขอใบ ตม. มากรอก ตรวจพาสปอร์ตแล้วซื้อตั๋ว 20 บาท
ขึ้นรถรับส่งข้ามสะพานมิตรภาพ ชมวิวแม่น้ำโขง ลงรถแล้ว
แทรกแถวไปขอใบ ตม.ลาว มากรอก แลกเงินที่เคาเตอร์ข้างๆซุ้ม ตม.
ช่วงนี้เงินบาทแข็งได้เรทดีเชียว ตรวจพาสปอร์ตรอบสอง จ่ายค่าเหยียบแดน
80บาท(วันหยุด) เดินออกมาก็ถูกรุมจากรถต่างๆ "เหมาไหม 160 เอง"
"รถตุ๊กแชร์บ่ 40 บาท" โดดขึ้นไปรอบนรถเลย แต่ไม่มีใครมาแชร์
งั้นโดดลง ช็อป dvd ที่ดูตี้ฟีก่อน กลับมาเห็นป้ายรถเมล์ อยู่ใกล้ๆ
เลยไปถาม "ซาวบาทไปตลาดเซ้า" คนขับแจ้งมา งั้นปีนนั่งหน้าเลย


ถึงตลาดเซ้า มีเอเย่นท์รถมากมายมารุมล้อม เหมือนเดิม
สอบถามได้ว่า มีรถตู้ไปวังเวียง คนละสามร้อย บาท
ก็สนใจ นัดเวลาไปบ่ายโมงครึ่ง ระหว่างนี้ เดินเข้าไปใน
ห้างเล็กๆข้างตลาดเช้า เดินวนสองรอบ เป็นห้างติดแอร์
ข้างๆมีตลาดเช้าเน้น โทรศัทพ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
กางแผนที่ เดินไปจุดแรกที่ต้องการคือ วัดสีสะเกด มีงานบุญ
ยกช่อฟ้า มี รัฐมนตรีมาเปิดงานด้วย ข้ามถนนไปหอพระแก้ว


เดินมุ่งหน้าไปร้าน ขอบใจเด้อ ร้านดัง หวังไปกินบุฟเฟต์ลาว
แต่อด เพราะมีบุฟเฟต์เฉพาะวันธรรมดา ง้านกินเสต็กแทนละกัน
มื้อนี้ 55,000 กีบ แพงชะมัดเลย โบกสกายแลปไปตลาดเช้า 40 บาท
กลับไปเที่ยงเจอคนเรียกอีกแล้วคนใจง่ายอย่างเราก็เดินตามแต่เอเยนต์คนเดิม
รีบรี่มา บอกลูกค้าผม รอเรียกคนจนเต็มรถก็เดินทางไปกันแดวู11ที่นั่ง
ผู้โดยสารลาวเค้าคิดแค่ 55,000กีบ เราเป็นนักท่องเที่ยวก็แพงกว่า




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2553    
Last Update : 3 ธันวาคม 2553 8:46:15 น.
Counter : 363 Pageviews.  

วังเวียงที่ รอคอย

180 km. ทางไหล่เขาบ้าง ถนนแย่ๆบ้าง ฝนพรำๆ 3 ชม.ครึ่งก็ถึง
วังเวียงที่ ปราถนา ด้วยเป้ที่หนักอึ้ง ฝนพรำ ทางที่มาครั้งแรก มึนๆงงๆ
ถามห้องพักที่แรก เปิดราคา 400 บาท ไม่ไหวๆๆๆ
จากรีวิวที่อ่าน ต้อง other side resort กระท่อมริมน้ำหลังเขา
บรรยากาศสุดโรแมนติก แต่...ไปทางไหนเนี่ย
มีหนุ่มลาวขี่มอเตอร์ไซค์มาทัก 80,000 กีบ มีแอร์น้ำอุ่น
น่าสนวุ้ย เดินตามไปดู เป็นบังกะโล ยกพื้น สงบ
ติดแม่น้ำซองด้วยแต่หันหลังให้ ไม่เห็น วิวเลย ชื่อ วิไลวง รีสอร์ท
ยืนยัน อยากได้ วิวแม่น้ำ เขาลดให้อีก นอนคนเดียว 70,000 กีบ
เลยตกลง หมดแรงแหล่ว เข้าอาบน้ำ นอน เอ้ย เดินสำรวจ
เดินหาทัวร์ท้องถิ่นมี 5-6 ที่ ราคาเหมือนกันหมด กลับ โรงแรม
มากินข้าวผัดหมู(เบคอน)กับลิปตันไอซ์ทีมีแรงอีกครั้ง


ไปเดินรอบสอง แวะร้านเน็ต ชม.ละ 50 บาท เล่นแค่5นาทีก็ได้
เจอพี่ๆคนไทยกรุ๊บใหญ่จองทัวร์ วันเดย์ทริปสอบถามราคาแล้วปกติ
จริงๆเคยอ่านว่าไปหลายคนเหมากรุ๊บหรือต่อรองได้
ราคาเท่ากันผมจองให้มารับที่โรงแรมสะดวกกว่า ขอบคุณพี่ๆที่มีน้ำใจครับ
ผ่านร้านนวด มีนวดลาวด้วย ชั่วโมงละ 30,000 กีบ(120บาท)
ก็แวะเข้าไป ก็นั่งรถไฟต่อรถตู้ เดิบแบกเป้มา หมดแรงแล้ว
เข้าไปเป็นห้องโถงใหญ่มีแอร์กั้นด้วย ผ่านม่าน มีเสียงคุย
ลอดออกมา ใครจีบหมอนวดก็รู้กันหมด อิอิอิ หน้ามึนเข้าไป
ไม่ได้เลือกหมอ ก็มีสาววัยยี่สิบกว่าๆสูงอวบ ส่งกางเกงให้เปลี่ยน
นอนนวดไปสักพัก ติดใจวุ้ย นวดไทยทีไรโดนหักข้อ งอกระดูก
ระบมกลับมาทุกที นวดลาวเหมือนคนนวดไม่เป็น
ขยำๆบีบๆ ผ่อนคลาย สบายจัง ต่ออีกชั่วโมงเลย
ออกจากร้านห้าทุ่มตัวเบา หลับสบาย


ตื่นตี5 มาแวะเคาเตอร์โรงแรม จองวันเดย์ทริปไปล่องห่วงยาง
พายคายัค โดย โรงแรมมีหนังสือให้เลือกทริปให้ชม 10,000 กีบ
เช้านี้อยากไปเที่ยว ถ้ำจัง เป็นถ้ำอยู่ในบริเวณวังเวียงรีสอร์ท สอบว่าว่าเดินไป
1Km เปิด 8โมง ผมเดินไปถึง7โมง ยามไม่ให้เข้า ง้านต่อรองขอไปถ่ายรูปสะพาน
คนไทยคนลาวก็ครือกัน เลยปล่อย เข้าไปข้ามสะพานสีแสด(แอบฟรี) เดินเที่ยวรอบๆ
แล้วเดินกลับออกมา เจอร้านค้าชาวบ้าน สั่ง เฝอมากิน เป็นเฝอเส้นเนื้อสด ใส่ลูกชิ้นฝาน
และปลาหมึก มาพร้อมกับผักเคียงจากยักษ์(แอบขอคืนไม่กินผัก)กับเป็บซี่ขวด
13,000 กีบจ่ายไป15,000 เขาไม่มีทอนพยายามแลกใกล้เคียงแล้ว เห็นเด็กๆช่วยงาน
ก็เอ็นดูเลย บอกว่าไว้มาเอาวันหลังก็ได้ เดินกลับโรงแรมรอรถสองแถวมารับ9โมง

รถสองแถวบรรทุกเรือคายัค แวะมารับผมเป็นรายแรก ต่อด้วย สองสาวหมวย
ชาวคุนหมิงที่ทำงานในเวียงจันทน์(ผมพูดภาษาจีนได้นิดหน่อย)และสาวออสเตรีย2คน
ออกไปนอกเมืองสัก10Km ก็จอดให้สาวหมวยลงพายคายัค ทริปครึ่งวัน ตาละห้อยเลย
เหลือ3คนกับ1ไกด์ลาว ชื่อน้อย อธิบายวิธีพาย คายัคเป็นภาษาอังกฤษ สองสาวออสเตรีย
พายเป็น ส่วนผมเคยพายแต่เรือแจว(ฮ่า) เลยจับคู่กับไกด์ จ้ำข้ามคลองมาเที่ยวถ้ำช้างก่อน
เดินกัน4คน เจออีกกรุ๊บนึง มาเที่ยวถ้ำช้างเหมือนกัน ไกด์น้อยของผมเลยอธิบาย รวมๆกันไป
เดินต่อไปที่ถ้ำน้ำ พักกันในศาลารอคิวเข้าถ้ำ อีกกรุ๊ปเลยมาแจมรวมกันเป็น14-15คน
ตอนนี้ละไม่เหงาแล้ว ชวนคุยทีละคนสองคน เจอสาวเกาหลีมาเที่ยวคนเดียว หนุ่มฟินแลนด์
คู่ฮันนีมูนจากญี่ปุ่น ฝรั่งอเมริกาที่พยายามชวนคุยไม่หยุด ไกด์น้อยให้เก็บของทุกอย่าง
รวมทั้งน้ำดื่ม1.5ลิตร (แนะนำให้วางไว้ หายช่างมัน ลงน้ำแล้วหนักมากๆ) ใส่ในถุงกันน้ำ
ใส่เสื้อชูชีพ เอาโคมคาดหัว แบตเตอรี่ห้อยคอ และแบกถุงกันน้ำอีก 3 Kg ว่ายน้ำไม่สนุกเลยครับ
อีกทัวร์นึง มีกระเป๋ากันน้ำสำหรับกล้องดิจิตอลด้วยดีจัง ถอดเสื้อ นั่งบนห่วงยางอันใหญ่
(ขนาดฝรั่งยังลอย เราก็ต้องลอยสิ) วันนี้โชคดีที่ระดับน้ำพอเหมาะถึงเกาะเชือกลอดปากถ้ำได้




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2553    
Last Update : 3 ธันวาคม 2553 8:51:09 น.
Counter : 289 Pageviews.  

ลอดถ้ำล่องน้ำซอง

"ใจจะขาด เพราะขาดเธอคนดี ขาดไอรักอบอุ่น ที่เคยได้มี
ฉันเพียงต้องการ เธอกลับมาหา โปรดเถอะหนากลับมา มารักกัน?"
เสียงก้องกังวาลสะท้อนไปในถ้ำ บวกด้วย ลีลาเอื้อนครวณคราง
มาจากน้อย วงแคลช นี่เอง โอ้โห ผมได้ใช้บริการไกด์ในตำนาน
ที่เคยอ่านจากรีวิวเพื่อนๆรึนี่ ท้าวน้อยยังคงทำหน้าที่อย่างดี นำทาง
และอธิบาย มีลูกล่อลูกชน เรียกเสียงฮาจากฝรั่งได้เสมอ
ส่วนไกด์อีกบริษัทนึงได้เพียงคุมเชิงท้ายแถว
หลังจากลงจากห่วงยาง ก็เดินเท้าเข้าไปในถ้ำสลับหยุดพัก
ถ่ายรูปกัน ทัวร์อีกกรุ๊ปมีกระเป๋ากันน้ำสำหรับกล้องดิจิตอลให้ด้วย
ส่วนผมใช้ sony TX5 รุ่นกันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทก แต่ไม่กันร่อนครับ
ออกจากถ้ำมี สีเคลือบหน้ากล้อง ร่อนหายทั้งแถบเลย จากการจุ่มน้ำ
บางช่วงต้องคลานคืบเข้าไป ทำเข่าถลอกกันเป็นแถว จนสุดปลายถ้ำ
ออกมาเล่นน้ำใสๆหน้าถ้ำแล้ว กินมื้อเที่ยง ที่ศาลาเดิม ข้าวผัดผัก(รสซอสพริก)
บาบีคิวไก่สองไม้ ข้าวจี่(ขนมปังฝรั่งเศสแข็งเป้ก)กับผลไม้ ดีนะที่ผม
ขนขนมและน้ำชา มาด้วย แบ่งกันกิน


สาวเกาหลี ยิ้มให้ แล้วมานั่งกินข้าวข้างๆ ร่วมวงสนทนา
กับฝรั่งหน้ามึนคนเดิม บทสนทนาพื้นๆเรื่องไปเที่ยวไหนต่อกับ Kpop
ที่เขาภูมิใจ พอถึงเวลาต้องแยกจากกัน เพราะมากันคนละทัวร์
ผมกับน้อยก็โดดลง คายัค พายนำสองสาวออสเตรีย ล่องตามน้ำซอง
เอ๊ะ ทัวร์กลุ่มหลัง ก็พายตามมาติดๆ ไกด์น้อยแซวผมเรื่องสาวเกา
ให้ผมย้ายไปพายกับเค้าไหม พร้อมโดดน้ำตูม โชว์ลีลาว่ายน้ำ
ไกด์อีกทัวร์นึงที่มากับสาวเกาก็เหมือนรู้ โดดน้ำลงตาม
โห....น้ำใสแบบนี้โดดมั่งดิ ตูม............นอนหงายลอยตัว
ตามกระแสน้ำไปเรื่อยๆสบายชะมัด แล้วก็กลับเรือตัวเอง
.........ก็มันเขินนิ ม่ายรุจักฉัน ม่ายรุจักเธอ...........



พายมาสัก 4 Km ก็ถึงบาร์กลางน้ำ มีหลายที่มากๆ
มีหอให้ปีนขึ้นไปแล้วโหนเชือกโดดลงน้ำกันตูมตามๆ น่าจะฟรี
ในสถานที่แบบนี้ ผมหงอยไปเลย ผมไม่ชอบคนเมาและเมาเอง
นั่งซึมๆฝนพรำๆ คายัคอีกบริษัท นึงก็มาขึ้นที่บาร์เดียวกัน
สาวเกาคนเดิมก็มานั่งข้างๆ ผมชี้ชวนให้เธอไปโดดหอกับเขาบ้าง
เธอเองก็ทราบเหมือนกันว่า การโดดหอแบบนี้ตายกันบ่อย ฮ่าๆ
เลยแลกกันถ่ายรูป นั่งซัก ชั่วโมง ทัวร์สาวเกาก็เรียกกลับไปคายัค
ส่วนผม สองสาวออสเตรีย ยังเมามันกับการดริงค์และสูบยา
ล้อมรอบด้วย หนุ่มๆมาชวนคุยมากมาย เฮ่อนั่งซึมอีกและ
เพลงก็ดัง ฝรั่งก็เมาแล้วเต้น ไกด์ก็ตั้งวงก๊งเบียร์ แต่เราเซ็ง
ชั่วโมงผ่านไป สองสาวก็ยังไม่มีท่าทีจะกลับ จนไกด์น้อยสงสารผม
ต้องบังคับให้สองสาว พายเรือกลับไปพร้อมกัน แต่โดนทิ้งกระจาย
สองสาวเมา แต่ ผม อยากกลับแล้ว จ้ำต่ออีก 4km ก็วิ่งกลับที่พัก



อาบน้ำเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว หยิบหนังสือที่พกติดตัวมาเพียงสองเล่ม
เล่มแรกคือ เที่ยวไม่ง้อทัวร์ตีตั๋วตะลุย ลาว เป็นสำนักพิมพ์ลำดับสอง
ที่ผมใช้บริการ มีข้อมูล แผนที่ ราคาและ วิธีเดินทางให้พร้อม ส่วนที่1ในใจ
คือใครๆก็ไปเที่ยว.......... ข้อมูลและแผนที่เยอะมากๆ ผมเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว
ได้อย่างสบายใจเลยเมื่อมีเล่มนี้ เตือนเพื่อนๆระวัง ไกด์บุ๊คบางเล่มที่เอาแต่
จ้างไกด์ท้องถิ่นพาเที่ยวแล้วเล่าความเก่งของตัวเอง ไม่มีประโยชน์ต่อแบ๊กแพ็กเกอร์ครับ
คว้าแผนที่ในหนังสือ เพื่อไปร้านอาหารราคาย่อมเยาที่เขาแนะนำ และ
หนังสือเล่มที่สอง "สองเงาในเกาหลี" เรื่องของเมรัยและด่าง เอ้ย ก้องกับพิณ
แรงบรรดาลใจของกวนมึนโฮ แหมๆๆเข้ากับบรรยากาศและอารมณ์เหงาๆ
ผมจะมีโอกาสได้รู้จัก คนต่างแดนแล้วเที่ยวด้วยกันอีกไหม ขอบคุณ
สองสาวไทยที่ยอมเที่ยวยูนิเวอร์แซล โอซาก้ากับคนหน้าแปลกที่ย้อนเวลา
ไปเป็นเด็กเที่ยวสวนสนุกคนเดียวอีกครั้ง ว่าแล้วก็เดินออกมาหามื้อเย็น

ในรูปเป็นร้านที่ไกด์น้อยทำงานครับ




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2553    
Last Update : 3 ธันวาคม 2553 10:43:35 น.
Counter : 316 Pageviews.  

สองเงา ในวังเวียง

ในใจหวังว่าอาจจะเจอสาวเกาในตลาด เพียงเดินพ้นเขต
โรงแรม ก็เจอสาวเกาหิ้วเบยลาวกับแซนวิชสวนมา บังเอิญอยู่โรงแรมเดียวกัน
ผมอยู่บังกะโลซ้ายสุด เขาอยู่ขวาสุด ร่ำลากันสองครั้งแล้ว พบกันอีกครั้ง
เลยชวนกันไปดินเนอร์ ให้เธอเป็นฝ่ายเลือกร้าน และ ทิ้งแซนวิชที่หิ้วไปเป็นมื้อเช้า
ผมย้อนไปนอนพึ่งพุงที่ห้อง รอสาวเกาอาบน้ำเกือบๆชั่วโมง ก็มาเคาะห้อง
จึงเดินไปกินข้าวด้วยกัน เธอบอกว่า ชอบ พาพาย่าสลัด เคยกินที่เมืองไทยชอบมาก
แล้วก็สั่งมากิน ผมก็แย้ง กินเผ็ดได้รึ "คนเกาหลีกินเผ็ดได้" พนักงานก็ถามใส่ปลาแดกบ่
ไม่เสี่ยงละกัน พอเมนูนี้กลับมา เธอก็บ่นว่าเผ็ดจนกินไม่ได้ ผมก็ไม่ชอบเผ็ด
ดีนะที่เมนูน้ำมะม่วงปั่น อร่อย สปาเกตตี้ก็ใช้ได้ แต่ราคาแพงไปหน่อย
เธอบ่นสงสารช้าง ทำไมต้องเอาตะขอสับกันเห็นๆ ตอนเธอไปนั่งช้างที่เชียงใหม่
เดินไปส่งเธอกลับโรงแรมตอนทุ่มกว่าๆ ร่ำลา(รอบสาม)ขอตัวไปนวดรอบสอง
เนื่องจากการลุยเที่ยววันนี้ สร้างความล้าและแสบผิวไปหมด สาวเกาเกิดสนใจ
เลยย้อนกลับไปร้านเดิม พนักงานเห็นเป็นคนต่างชาติก็ส่งเมนูใหม่(แพง)
เลยโดนเราบ่นซะ เข้าห้องเป็นฉากผ้าม่าน มีสองเตียง เปลี่ยนกางกาง
สาวเกานวดลาว 30,000 กีบ ส่วนผมรอหมอเดิม เสนอมาว่านวดน้ำมันไหม
......มันเป็นไงหว่า เคยแต่นวดประคบ..ก็แค่น่าจะนวดลาวแต่เพิ่มน้ำมันให้ลื่น
ตอบตกลง เธอก็ส่งผ้าขนหนูให้ แล้ว ขอกางเกงคืน...หน้าซีดเลย อายดิๆๆ
สาวเกาก็นวดอยู่ในม่านเดียวกัน เลยต้องขอแยกมาอยู่คนละม่านและเห็นหน้ากัน
ก็เสต็บเดิม ขยำๆพอคลายกล้ามเนื้อเน้นขา ขยับผ้าเราเป็นระยะๆ อายดิๆๆ
จบคอร์สจ่ายไป 55,000 กีบ ไม่หนุกและ นอนลุ้นจนไม่ผ่อนคลายอย่างวันแรก
ก็ไปส่งสาวเกา นัดหมายว่าก่อนกลับจะแวะไปร่ำลารอบสี่

ในรูปเป็นด้านหน้่าโรงแรมครับ


เช้าวันใหม่ ตื่นตีห้าอีกแล้ว กำลังล้นเหลือ ออกมาเดินเล่นริมน้ำ
เดินชมตลาดที่ไม่มีนักท่องเที่ยว มีแต่นักเรียนมาโรงเรียนกันแต่เช้า
อาบน้ำเก็บของลงเป้ แวะไปปลุกสาวเกาสาวเกางัวเงียๆ ออกมานั่งเฉลียง
ผมกล่าวคำลา และ โชว์รอยผื่นที่ไหล่และแข้ง ใช่ครับ ผมแพ้น้ำมันนวด
ผิวอักเสบแดงเป็นบริเวณใหญ่พอสมควร สาวเกาก็บ่นๆ(ฟังบ่ออก)แล้วผลุบเข้าห้อง
เอ....ลาเสร็จแล้วใช่ไหมเนี่ย...หรือไปเอายาแก้แพ้ให้หว่า..หน้ามึนนั่งรอหน้าห้อง
สาวเกาก็เปลี่ยนชุด ออกมาว่ามีเวลาไหมจะกินข้าวเช้าด้วย เลยชวนไปทางถ้ำจัง
ชี้เส้นทางให้เธอดู จอดที่ร้านเฝอร้านเดิม เที่ยวนี้สั่งชามเดียว ไม่เอาผักเคียง(เยอะมาก)
ไม่เอาปลาหมึก แถมกินน้ำเปล่าในร้านประหยัดตังด้วย จ่ายไป 10,000 กีบกินกันสองคน
เอ๊ะ...แม่ค้าเอาเงินมาคืนแจ้งว่า เมื่อวานที่ผมกินแล้วไม่เอาตังทอน วันนี้เขามีแล้ว
เขายินดีที่จะทอนเงินผม 2,000กีบ(8บาท) ในชนบทอย่างนี้ ผมเพียงต้องการ
ให้ชาวบ้านได้มีรายได้ เพื่อให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น คนลาวก็มีน้ำใจกับผมครับ


กลับโรงแรมแลกอีเมล์กัน ส่ง"เธอ"ที่หน้าโรงแรม ไม่อยากลาแล้ว
ลาเธอหลายหนแล้ว ไม่คิดว่าบังเอิญได้เจอ ได้คุย และหัวใจพองโตเมื่อยู่ใกล้สาวๆ
จ่ายเงินบาทเช็คเอาท์ แล้วนอนดูทีวีไทยที่ล็อบบี้ 9โมงเช้ารถตู้ฮุนไดมารับ ค่าตั๋ว 70,000 กีบ
ก็มารับ ถ้ารถตู้แบบบ้านเรา 80.000กีบ แต่ผมว่าแบบฮุนไดนี่ นั่งสบายกว่า ผมโดดนั่งเบาะหน้า
แฮะๆกลัวเมารถ แวะรับฝรั่ง ตามเกสเฮาส์ สองสามที่ แวะสำนักงานขนส่งเก่าและใหม่
ก็เดินทางอีก 180km ถึงตอนเที่ยงครึ่ง ระหว่างทางแวะร้านค้าให้เข้าห้องน้ำ 1,000 กีบ
แล้วค่อยแวะปั้มน้ำมัน ที่น่าจะเข้าห้องน้ำฟรี อิอิอิ แบ่งๆกันไป 11 โมงเห็นนักเรียน
ทยอยออกจากโรงเรียน บ้างเดิน ขี่จักรยาน มอเตอร์ไซค์ กลับไปกินข้าวบ้าน
น่าจะทำโรงอาหารเนอะ หรือไม่ก็ห่อข้าวกลับมากินเอง ไปกลับแพงกว่าค่าข้าวอีก
แวะส่งฝรั่งชุดแรกที่ สนามบิน ฝรั่งที่เหลือเริ่มแตกตื่น จนผมต้องเป็นล่ามแปล
ทีละคนว่าลงไหนบ้าง จริงๆก็ฟังไม่ออก ใช้จับบางคำเช่น น้ำพุ ตลาดเช้า ก็พอเดาได้


รถมาส่งที่สี่แยกใกล้ๆท่ารถ (ไม่กล้าเข้าไปกลัวคำรวจจับ) รีบไปจองตั๋วไปอุดรรอบบ่ายสอง
"สี่โมงนะ"น่าจะแปลว่ารถลาวหรือไทยเบี้ยวไม่ยอมวิ่ง ต้องเปลี่ยนแผนอีกแล้ว ทางหารถไปสะพาน
หาป้ายรถเมล์ เบอร์ 14(ไม่มีคำว่าสะพานเลย)ต้องถามย้ำหลายๆคนให้มั่นใจ มีพี่คนไทยบอก
รถสายขอนแก่นก็เบี้ยวเหมือนกัน หวังว่าป่านนี้พี่เค้าคงถึงเชียงใหม่แล้ว จ่าย20บาท
แวะซื้อกาแฟดาวเรือง(ในห้างถูกกว่า)มีไอโฟน4 ขายเพียบ ไม่กล้าซื้อ รอ iped ฮ่องกงทริปหน้า
แลกเงินไทยคืน ผ่าน ตม.ลาว จ่ายค่ารถข้ามสะพาน 20บาท ถึงฝั่งไทยผ่านตม.ไทย สบายๆ
หารถสกายแลปแชร์ไป บขส(30บาท) พาอ้อมไปส่งคนจนทั่ว แล้วมาขนส่งเป็นที่สุดท้าย
ต่อรถบัสไปเที่ยวอุดรธานี ตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟใหญ่มากๆของกินก็ราคาถูก
แล้วนั่งรถไฟชั้นสองตู้นอนพัดลม แต่ดันมีแอร์(งง)กลับ กรุงเก่า ดีเลย์ชั่วโมงเดียวครับ




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2553    
Last Update : 3 ธันวาคม 2553 10:48:49 น.
Counter : 249 Pageviews.  


เจอร์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เจอร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.