Group Blog
 
All blogs
 

เราเข้าใจแล้วล่ะ ขอโทษด้วยนะ นายโรคจิต

เรา... เพิ่งเข้าใจนี่เอง
ว่าทุกสิ่งที่ผ่านมา... เรามันคิดไปเองทั้งหมดจริงๆด้วย

เพิ่งจะเข้าใจ เพิ่งจะกระจ่าง...
ตอนที่เห็นhi5นาย

เข้าใจแล้วล่ะ ยินดีด้วยนะ ที่ในที่สุด นายก็มีคนดีๆที่เค้าสามารถดูแลนายได้ซักที

ดีใจด้วย ในฐานะเพื่อนสนิท

ไม่ยักรู้ว่าเราเป็นคนร้องไห้ง่ายขนาดนี้...

ไม่เคยรู้ จนกระทั่ง... เราได้รู้ความจริง
อืม....

ไม่เอาแล้วล่ะ ต่อจากนี้ สัญญาว่าจะไม่รบกวนนายแล้ว
ไม่อยากทำให้นายลำบากใจไปมากกว่านี้

.....ไม่อยาก เสียเพื่อนดีๆ อย่างนายไป......

ต่อจากนี้ เราจะพยายามห้ามใจ บอกกับตัวเองว่า ที่ผ่านมา มันเป็นแค่ความเพ้อฝันของเราคนเดียว
มันไม่ใช่... ความจริง

ในฐานะเพื่อน เราจะเป็นกำลังใจให้อ้นเสมอนะ
อยากให้นายประสบความสำเร็จในชีวิต ในทุกๆอย่าง
เราเชื่อเสมอ... ว่าอ้นต้องทำได้

เพราะนายคือที่สุดของทุกๆอย่าง...

(ถึงจะโรคจิตไปนิดก็เถอะ) ^^


ถึงนายจะไม่มีโอกาสได้อ่านข้อความพวกนี้ก็ไม่เป็นไร
เพราะไหนๆเราก็อาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
เราคง... ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองดูความสำเร็จของนายอยู่ห่างๆ
ยินดีเสมอนะคะ เพื่อนรัก




 

Create Date : 12 มีนาคม 2552    
Last Update : 12 มีนาคม 2552 20:08:27 น.
Counter : 109 Pageviews.  

สำหรับนาย... นายโรคจิต

“ อยู่ไหนล่ะ ”
“ ก็แถวๆนี้ อ้นอยู่ไหน ”
“กำลังลงสะพาน”
“….. สะพานไหน”
“ตรงเนี้ย ถึงละ ตุ้มคงจำเราไม่ได้มั้ง เราเปลี่ยนไปเยอะมาก”
“จำได้สิ อ้นนั่นแหละที่จะจำเราไม่ได้ เราก็เปลี่ยนเยอะเหมือนกัน ว่าแต่อยู่ไหนเนี่ย ยังไม่เห็นเลย”
“ ….. ”
“ อ๋อ … เราเห็นละ ”
“ เดี๋ยวสิ ตุ้มอยู่ไหน กระโดดหน่อย มองไม่เห็น ”


ภาพเด็กผู้ชายตัวสูง ผิวคล้ำ ใบหน้าคมเข้ม ใส่เสื้อยืดสีขาว สกรีนตัวหนังสือเต็มไปหมด ถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีน้ำเงินกำลังเดินลงมาจากสะพาน ทำให้เราต้องแอบหลบไปหัวเราะอยู่หลังต้นไม้

“…ทำไมเราจะจำนายไม่ได้ นายโรคจิต…”

3ปีกว่าแล้ว ที่เราไม่ได้เจอกันเลย นับตั้งแต่แยกย้ายกันไปเรียนชั้นม.ปลายที่โรงเรียนต่างกัน

ความรู้สึกของเราตอนนี้คือ… กลัว … นายจะคิดยังไงนะ ถ้าเห็นเราในสภาพ “หมูน้อย” แบบนี้
ส่วนสูงไม่ได้เพิ่มซักนิด แถมยังฉุขึ้นอีกหลายโลต่างหาก

อ้นถือโทรศัพท์ด้วยมือซ้าย แต่ถือของด้วยมือขวา กำลังสอดส่ายสายตาหา “คนที่อยู่ในโทรศัพท์”
แล้ว… ก็มองมาทางเรา “อ๋อ เอ่อ…”

ทำไมต้องทำหน้าอึ้งอย่างนั้นด้วยฟระ!!!

ตีหน้าเรียบเฉย แต่สายตานาย ไม่ใช่เลย มันแสดงถึงความอึ้ง!!
ชั้นอ้วนขึ้นขนาดนั้นเรยรึไง ฮึ!! >_<

“หวัดดี”
“หวัดดี”
“เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ กินอะไร ทำไมโตเร็วจัง”
“โตขึ้นเร๊อะ ตัวเล็กลงล่ะไม่ว่า”

…….


รู้สึกได้ถึงความเหินห่าง เมื่อก่อนมันไม่ใช่แบบนี้
เมื่อก่อน …. เราสนิทกัน มากกว่านี้

สมัยยังเรียนอยู่ชั้นประถม ชื่อของเรากับนายมักอยู่ใกล้ๆกันเวลาไปสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ แต่ก็ธรรมดาอ่ะ นายย่อมเก่งกว่าเราอยู่แล้ว 555 ไม่มีสักครั้งที่เราจะแข่งชนะนายได้ อย่างดีที่สุดก็… ฟลุ๊คได้คะแนนเท่ากัน

เราไม่เคยเห็นหน้าหรอกนะ เด็กผู้ชายที่ชื่อธีรสิทธิ์อ่ะ แต่รู้ว่าเก่งมาก


จนกระทั่ง ตอนไปรับเหรียญสสวท. ถึงได้รู้ว่า “อ้อ.. คนนี้นี่เอง”

จากนั้นเราก็สนิทกันมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนไปค่าย IJSO จนได้ฉายาของนายมาว่า “นายโรคจิต”

ก็นายมันโรคจิตจริงๆนี่นา

ตอนนั้นน่ะ เราเคยขอรูปของค่าย astro ค่าย3 จากนาย โดยให้เหตุผลว่า “แอบชอบใครบางคน”
เราไม่เคยรู้เลยว่า สิ่งที่นายคอยถามเรามาตลอดว่า “ใคร” คือคนนั้นที่เราแอบชอบ มันมีความหมายอะไรสำหรับนายรึเปล่า ตอนนั้น เรายอมรับว่า เราแอบชอบคนๆนึงจริงๆ ชอบมากๆ เพียงแต่ เค้าอยู่ไกลเกินไป
เค้าอยู่สูงเกินไป … เกินกว่าคนอย่างเราจะเอื้อมถึง

จนถึงวันที่เราตัดสินใจบอกนาย

“เราชอบพี่เอ”
“………..”


เราไม่เห็นความผิดปกติอะไรทั้งนั้น นายยิ้ม หัวเราะ ไม่ได้ว่าอะไร สำหรับเราแล้ว อ้นเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงทีเดียว
หลายครั้งที่เราใกล้ชิดกัน ชิดกันมาก จนเราไม่ทันสังเกตเห็นบางอย่างที่มันเปลี่ยนไป คงไม่ใช่เราที่คิดไปเองหรอกนะ

จนถึงวันนึง สมัยม.3

นายมาถามเราว่า “ตุ้มๆ ได้ข่าวว่าอ้นแอบชอบคนๆนึง เป็นเด็กนารี ตุ้มรู้รึเปล่า”
“ห๊ะ ไม่รู้อ่ะ จริงหรอ”
“อืมมม จริงๆ เราได้ยินมาว่าอย่างนั้น”

เราเลยกลับไปถามอ้น ร้อนใจมาก ตอนนั้น เราเข้าใจว่ามันคือความรู้สึกที่เพื่อนคนนึงแอบน้อยใจ หรือเราจะสำคัญตัวเองผิดไปว่าเป็นเพื่อนสนิท

ไม่เอาน่า เรื่องแบบนี้เราต้องรู้สิ ทำไมคนอื่นถึงรู้ทั้งๆที่เราไม่รู้ล่ะ

“มีแฟนหรอ”
“ห๊ะ ไม่มี”
“ไม่จิงอ่ะ เค้าลือกันว่าอ้นมีแฟนเป็นเด็กนารี”
“…. แฟนน่ะไม่มี มีแต่คนที่แอบชอบ”

แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว ทำให้เราฮึดอยากรู้ให้ได้ว่า ใครคือคนๆนั้น
เป็นคนที่ทำให้เด็กบ๊องอย่างนายโรคจิตหวั่นไหวได้ คงไม่ธรรมดา

เราถามอ้นทุกวัน อยากรู้ อยากให้อ้นบอกว่าคนๆนั้นคือใคร

“ทำไมล่ะ ไม่ไว้ใจเราหรอ เราเป็นเพื่อนนายนะ เรื่องแบบนี้น่าจะบอกได้สิ เราไม่บอกใครหรอก ทีเรายังบอกอ้นเลยว่าเราชอบใคร”
“บอกไม่ได้ บอกไม่ได้จริงๆ สักวันตุ้มก็จะรู้เอง”

ตอนประกาศผลสอบมหิดล เรากับอ้นสอบติด อ้นตั้งใจว่าจะไปเรียนมหิดลแน่นอน ส่วนเรายังลังเลอยูหลายอย่าง ทั้งคิดถึงบ้าน กลัวเรียนไม่ไหว แล้วก็… คิดถึงใครบางคนที่เชียงใหม่ด้วย
เราตัดสินใจอยู่นาน แต่ก็ยังมีอะไรทำให้เราตัดสินใจได้เด็ดขาดสักที

จนกระทั่ง … 1สัปดาห์ก่อนวันวาเลนไทน์

นายวิ่งมาถามเราอีกว่า “ตุ้มๆๆ ตุ้มรู้รึยังว่าอ้นชอบใคร”
“ยัง อ้นไม่บอกเค้า”
“ก็เพื่อนเค้ามาบอกเค้าว่า อ้นมาถามเพื่อนเค้าว่าเค้าชอบอะไร เหมือน จะซื้อของขวัญให้น่ะ”

เชื่อมั้ย เราแทบไม่เชื่อหูตัวเอง คนที่อ้นชอบคือนายหรอ… คนที่เราเค้นถามมาตั้งนานที่แท้ก็คือเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆนี่เอง

“อ่อ… เหอะๆๆในที่สุดก็รู้สักที”
“อะไร”
“ก็คนนั้นของอ้นไง”
“ใคร.. ไปรู้มาจากไหน”
“ก็นายไง ทำไมจะไม่รู้ แค่นี้ปิดเราไม่ได้หรอกน่า”
“…. แน่ใจได้ยังไง…..”
“เออ เค้ามีหลักฐานละกัน”

ถึงวันวาเลนไทน์ นายวิ่งมาหาเราอีกตามเคย
“ตุ้มๆ มีคนฝากของขวัญมาให้ตุ้มแน่ะ”
“…ห๊ะ ใคร..”
“ไม่รู้สิ เค้าก็ได้กล่องนึง ไม่ร็ว่าใครเอามาให้เหมือนกัน”
“แล้วใครเป็นคนเอาของขวัญมาให้นายล่ะ”
“เพื่อนที่พิริน่ะ”
“ถ้าอ้นให้นาย แล้วใครหว่า เอามาให้เค้า”
“ไม่รู้อ่ะ แต่เค้าว่ากันว่ามีแค่คนเดียวที่รู้ว่าใครเอาของขวัญมาให้ตุ้มกับเค้า”
“ใครอ่ะ”
“ชื่อเนอ่ะ อยู่พิริ”

เราไม่รู้จักคนชื่อเน เลยไม่รู้ว่าตกลงของขวัญนี่มันของใครกันแน่
บอกตามตรงแวบแรกเราเข้าใจว่าเค้าเอามาให้ผิดคนด้วยซ้ำ อ่าๆๆ คนฝากอาจพูดไม่ชัดเจน คนรับฝากเรยเข้าใจว่าเป็น “ตุ้ม” แทนที่จะเป็น “อุ้ม” หรือ อะไรก็ตามแต่

เรากลับมาเปิดของขวัญที่บ้าน เป็นพลาสติกที่ใส่น้ำสีชมพูกับน้ำเงินรูปกระดูก2อันวางสลับกันอยู่
น่ารักดีแฮะ เจ้าของนิคงเป็นคนน่ารักน่าดูอ่ะ

แต่สักพัก.. ก็มีหลายเสียงเข้ามาบอกเราว่า อ้นไม่ได้ให้ของขวัญนาย แต่คนที่ให้นายคือเน
ส่วนของขวัญของเรานั้น… อ้นเป็นคนให้เอง

เราตกใจนะ บอกไม่ถูก ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
เป็นไปไม่ได้หรอก อ้นไม่ได้ชอบเราแน่นอน อ้นก็รู้นิว่าเราชอบใคร

ยิ่งนานวันเข้าความคิดต่างๆก็ไหลพรูกันเข้ามามากมาย
ความรู้สึกที่เรามีให้กับอ้นล่ะ มันเป็นยังไง
ทำไมเค้าไม่เคยบอกเราเลยล่ะ
ทำไมเค้าไม่เคยแสดงท่าทีอะไรให้เรารู้
ทำไมเค้าไม่ถามเราสักคำ

เป็นไปได้หรอ นายโรคจิตคนนั้นน่ะนะ

เราเลยตัดสินใจว่า ถ้าอ้นบอกเราถึงความรู้สึก เราจะไปเรียนมหิดล
แต่ถ้าอ้นไม่บอกเรา เราก็จะขอใช้ชีวิตตามทางของเราเอง คือ… แอบรักพี่ชายซึ่งไม่มีทางรักเราต่อไป

แล้วสุดท้าย… อ้นก็ไม่บอก อ้นไม่พูดอะไร
ไม่ยอมรับด้วยซ้ำว่าของขวัญชิ้นนั้น อ้นเป็นคนซื้อให้เรา

ทำไมเป็นแบบนี้นะ เค้าคงไม่ได้ชอบเราหรอก ต่อไปทางเดินของเราก็ต้องแยกกันไปแล้ว เราอย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องขึ้นมาเลยนะ เพราะถ้าเค้าไม่ได้คิดอะไร แล้วเราดันคิดเอาเอง เค้งคงไม่อยากเป็นเพื่อนกับเราอีก มิตรภาพของเราควรหยุดอยู่ที่คำว่า”เพื่อนสนิท” ดีที่สุด

หลังจากแยกย้ายกันไป ต่างคนก็ต่างใช้ชีวิตของตัวเอง โทรศัพท์หากันแค่ปีละไม่กี่ครั้ง อ้นนานๆก็โทรหาเราที ส่วนเราไม่กล้าโทรไปบ่อย เพราะโทรไปเค้าก็คงไม่ว่า ไม่ยอมรับโทรศัพท์เราหรอก

เราเรียนต่อที่โรงเรียนเดิม เป็นนักเรียนโอลิมปิกค่ายเล็กๆ มีชื่อเสียงอยู่แค่พื้นที่เล็กๆ
ส่วนอ้น เป็นนักเรียนโอลิมปิกตัวแทนประเทศ ได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย

เราคิดถูกแล้วล่ะ เส้นทางของเรามันแยกกันมาตั้งนานแล้ว บรรจบกันคงไม่ได้ ตอนนี้อ้นเหนือกว่าเรามาก เค้าควรไปเจอคนที่ดีกว่า คนที่มีความสามารถมากกว่าเรา อยู่ใกล้ๆแล้วดูแลเค้าได้อย่างจริงจัง
เพราะเราเอง ก็ยังไม่ไว้ใจความรู้สึกของเราเหมือนกัน

แล้วก็จริงอย่างที่คิด อ้นโทรมาเล่าให้เราฟังว่า มีคนมาแอบชอบ(ผู้ชาย) แถมยังงอนไม่เลือกอีก เราก็เลยแซวไปว่า อั้นแน่ ชอบผู้ชายด้วยกันก็ไม่บอก แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือความเงียบ
อ้นไม่ปฏิเสธ

หรือว่าอ้นจะชอบผู้ชายจริงๆหว่า…

นึกแล้วก็กลุ้ม แถมมีข่าวตามมาอีกสารพัดว่า อ้นมีแฟนแล้ว เป็นเด็กผู้หญิงอยู่มหิดล!!

เราจะทำไงได้ล่ะ นอกจากยินดีด้วยอย่างเงียบๆ(ถึงทุกครั้งที่โทรไปถาม อ้นจะปฏิเสธก็เหอะ)
เป็นเรื่องที่เราเองคงไปรั้งเค้าไว้ไม่ได้ มันเป็นความผิดของเราเอง
ที่เราคิดไปเองทั้งหมด เค้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราด้วยซ้ำ
ถึงจะมีความรู้สึกดีๆให้กันบ้าง แต่ตอนนี้ก็คงหมดแล้ว

……. ก็เราห่างกันขนาดนี้นี่นา ……..

3ปีที่ผ่านมา เลยไม่ได้เจอกันเลย แม้จะนัดหมายกันอย่างดีเป็นครั้งคราว แต่อ้นก็มีข้ออ้างที่จะไม่เจอเราได้อยู่ดี
หรือเค้าจะไม่อยากเจอเราจริงๆ….
คิดแล้วก็เศร้า

แต่บางครั้ง ก็แอบนึกดีใจ ว่าอย่างน้อย เค้าก็ยังโทรมาติดต่อกับเราบ้าง แม้จะนานๆที
โดยเฉพาะ ตอนที่รู้ว่าสอบติดทุนวิทย์ฯ ได้วิศวะคอมพ์

ถ้าเราไม่ได้คิดไปเอง อ้นคงโทรบอกเราคนแรกใช่มั้ย
ในฐานะเพื่อน คงรู้สึกอะไรไปไม่ได้มากกว่าคำว่า “ดีใจด้วยนะ”

ก็เราดีใจด้วยจริงๆนิ ไม่มีอะไรเหมาะกับอ้นไปมากกว่านี้แล้วล่ะ
“เห็นมั้ย เราเชื่อว่าอ้นทำได้”

แต่ลึกๆใครจะรู้ว่า “เพื่อน”ที่รู้จักกันมานานแสนนาน อยู่ดีๆก็ต้องมาห่างกันมากกว่าเดิม
ห่าง…. กันมากขึ้น

ตั้งครึ่งโลกแน่ะ

ตอนนี้ไม่ใช่แค่ระยะทางที่มันห่างกัน แต่เราสองคนก็ต่างกันมากขึ้น
นายเป็นเด็กนักเรียนทุนไปเรียนนอก
ช้านมันก็แค่หมอต๊อกต๋อยที่ยังมองไม่เห็นอนาคต

ดูยังไงก็คงไปด้วยกันไม่ได้

นึกแล้วก็ใจหาย ใช่แล้วล่ะ อ้นควรเจอคนที่ดีกว่าเรา

“อ๊ะๆๆๆ ไปแล้วๆๆๆ 151 โถ่ ไม่ทันแล้วเนี่ย”
เสียงคุ้นๆดังขึ้นทำให้เราหลุดออกจากความคิดเก่าๆ
“ก็ใครมาสายเองล่ะ ช่วยไม่ได้ นัดเค้าไว้7โมงครึ่ง ตัวเองมาดั๊นถึง8โมง”
“ก็รถมันติดนี่นา กว่าจะเขยิบได้”
เราเองแอบขำที่ได้แกล้งคน เมื่อก่อนจะมีอะไรสนุกเท่ากับได้แกล้ง “นายโรคจิต” คนนี้
แต่ว่า สีหน้าของคนถูกแซวกลับไม่เหมือนสนุกซักนิด แต่ตีหน้าขรึม แถมเก๊กดุใส่เราอีก
นี่นายโตขึ้น หรือเราคิดไปเองนะ
“ร้อนอ่าๆๆๆ หิวข้าวด้วย เค้าไม่ได้กินข้าวเช้านะ”
“ดีแล้ว จะได้หยุด secondary growthสักที”
“หนอยยย หลอกด่าช้านเร๊าะ”
“ไหนๆก็แดดแรงขนาดนี้แล้ว สังเคราะห์ด้วยแสงไปก่อนละกัน ฮาๆๆ”

เหอะๆๆๆ ค่อยยังชั่วหน่อย ถึงนายจะเปลี่ยนไปยังไง อย่างน้อย ก็ยังมีเค้าเดิมอยู่ล่ะว้า

เลยรอรถเมล์ประมาณ 15นาที ตอนนั้นก็ประมาณ 8โมงกว่าๆ
แดดแรงมากกกกกกกกกกกก เราก็ไปยืนอยู่หลังอ้น (อาศัยความเป็นคนตัวเล็กเอาเปรียบเพื่อน เอิ้กๆๆๆ)
อ้นก็มองมา ประมาณว่า “ไรฟะ ขี้โกง”

ไม่รู้แหละ ก็นายมาสายเองนี่นา ช่วยมะได้ เอิ้กๆๆๆๆ

ที่เรามาโคจรพบกันวันนี้ได้หลังจากไม่ได้เห็นหน้ากันมา3ปีก็เพราะวันก่อน อ้นโทรมาบอกว่าจะลงกรุงเทพไปเข้าค่าย 3วันแล้วจะว่างวันจันทร์ ส่วนเราตอนแรกเข้าใจว่าวันจันทร์ติดเรียนทั้ง2ช่วง เลยปฏิเสธไป
อีกแล้ว

แต่พอมาดูตารางอีกที อ้าว เริ่มเรียนคอร์สVocabตอนวันอังคารนี่หว่า ก็เลยโทรกลับไปบอกว่าจันทร์เช้าเราว่างนะ ถ้าจะเลี้ยงหนมก็ได้เสมอ แต่อ้นบอกว่าต้องไปฉีดวัคซีน(เยื่อหุ้มสมองไรก็ม่ายรุ้)ที่ศิริราช เราเลยแซวๆไปว่า “ไปส่งก็ได้นะ”
ฮ่าๆ เลยเป็นเหตุให้เรามายืนวุ่นวายอยู่แถวๆนี้ไง

แทบไม่ได้คุยกัน เป็นเพราะอะไรนะ เราห่างกัน หรือเพราะอ้นง่วงนอน หรืออากาศร้อน ฯลฯ
หลายสาเหตุมากมายพรั่งพรูไหลเข้ามา เฮ้อ งานเข้าแล้วเรา
“อ๊ะ! มาแล้วๆๆๆๆ”
พอรถมา เราก็ขึ้นไปนั่ง
อ้นให้เรานั่งเบาะใน ส่วนอ้นนั่งติดทางเดิน
“เท่าไหร่”
“ไม่ต้อง จ่ายให้”
“….. เก็บตังค์ไว้ เดี๋ยวต้องเลี้ยงหนมเราอีก”
“เออน่า…”

ระหว่างทางก็คุยกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรมากมาย อ้นบางครั้งก็ทำหน้าเหมือนง่วง แต่บางครั้ง… ก็เหมือนจะเบื่อเราซะมากกว่า แง๊ๆๆ จะทำยังไงดี

พยายามชวนคุยแล้วนะเท่าที่จะทำได้ แต่หูเรามันไม่ค่อยดี เอิ้กกกกกกกกก เสียงรถเมล์ก็ดัง เลยฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้แต่ถามวนไปวนมา อ้นคงรำคาญน่าดู

ถึงศิริราชประมาณ 9โมง เราเลยคิดว่าสบายมาก มีเวลาถมเถไป

พอเข้าไปในโรงพยาบาล คนเยอะมาก
“ต้องไปตรงไหนล่ะเนี่ย”
“เอ่อ ไม่รู้อ่ะ แหง่ะ”

รู้สึกเซ็งตัวเอง เป็นลูกหมอ โตมากับโรงพยาบาลแท้ๆ แต่ช่วยอะไรเพื่อนไม่ได้เล้ยยยย


“งั้นเราไปถามประชาสัมพันธ์ก่อนนะ”
“อือ”
“ฝากของหน่อย”

เหอะๆ กระเป๋าเดินทาง (ซึ่งตอนนี้ออกลูกมาเป็นเป้อีก1ใบ)วางตรงหน้า แล้วเจ้าของก็เดินฉับๆไป
เราเลยวางกระเป๋าไว้บนเก้าอี้ แล้วก็ยืนรอ

มองนู่นมองนี่ไปเรื่อย สักพักอ้นก็มา
“ป่ะ ไปกัน 433”
“ห๊ะ ชั้น4เนี่ยนะ”
“อือ”

เหอะๆๆ หมูน้อยน่ารักอย่างเรา สู้ตายยย!!!
วิ่งขึ้นบันไดไปชั้น4

แปลกแฮะ ทำไมอ้นเดินช้ากว่าเราหว่า
เหอะๆๆ เราลืมซะสนิทเลยว่าอ้นแบกกระเป๋า2ใบมาด้วย หอบแฮ่กๆ
โอ นั่นเต๊อะ ทำไมเป็นแบบนี้น้อออ
จะช่วยก็ไม่ให้ช่วย

“ให้เราแบกเป้ให้ก็ยังดี จะได้ลดภาระลงไง”
“ไม่ต้อง เป้น่ะไม่หนักหรอก แต่ไอ้ที่ถือนี่สิ น้ำหนักมันไม่กระจายไง”

พอถึง433 อ้นก็ไปจัดการธุระ
ตอนกำลังเดินไป เราก็ตะโกนดังลั่นเลย “อ้น!!”
“(หันหน้ามา)”
“อย่าลืมนะ ยาระงับประสาทอีกเข็มด้วยน้า 555”
แล้วเราก็นั่งรอ + เฝ้าของ อยู่หน้าห้อง
เดี๋ยวก็วิ่งเข้าวิ่งออก เอานู่นเอานี่

อ้นดึงแฟ้มออกมาจากกระเป๋า หาเอกสารอย่างรีบๆ แล้วทิ้งแฟ้มเอาไว้ตรงนั้น
เราเห็นมีเอกสารหลายอย่าง เลยกะจะเก็บให้
(อันที่จริงคืออยากดูแหละ)

มีรูปอ้นสมัยยังเด็ก เอิ้กๆๆๆๆ มีใบประวัติ
พอเก็บเอกสาร กำลังจะปิดแฟ้ม ก็เห็นรูปเด็กผู้หญิงคนนึง แนบไว้ที่ปกแฟ้ม

ขอโทษริงๆนะอ้น เราไม่ได้ตั้งใจแอบดู แต่… ก็อยากรู้นี่นา

ภาพเด็กผู้หญิงม.ปลาย ไว้ผมยาว ใส่แว่นตา กำลังยิ้มน่ารัก

รู้มั้ย เราใจไม่ดีเลย ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

ใครกันนะ
ทำไมอ้นถึงมีรูปมาใส่ไว้ในแฟ้มได้
แฟนอ้นหรอ
อ้นพกรูปผู้หญิงคนนี้ติดตัวไว้ตลอดเลยหรอ
เป็นคนสำคัญของนายงั้นหรอ

หลายคำถามพากันกรูเข้ามาในสมอง ไม่อยากจะคิดเลย
เรานั่งคิดแล้วคิดอีก

หมายความว่า อ้นมีแฟนแล้วจริงๆใช่มั้ย
แล้วทำไมต้องโกหกเราล่ะ
งั้น… ตอนนี้เราก็เป็นแค่เพื่อนกัน ทุกอย่างเราคิดไปเองทั้งหมดเลยงั้นหรอ

เรานั่งนิ่งอยู่กับคำถามมากมายอยู่นาน จัดเอกสารทุกอย่างใส่แฟ้มไว้ แล้วเก็บใส่เป้ รูดซิบให้

พอซักพัก(ใหญ่ๆ) อ้นก็ออกมาบอกว่า
“ป่ะ หมอให้ไปหาอะไรกินก่อน แล้วจะโทรตามอีกที”
“แล้วจะไปไหนอ่ะ”
“seven”
“- - ”

ก็ดี กำลังหิว อิๆๆๆ
“เอ่อนี่ เมื่อกี้เค้าเห็นรูปหวานใจอ้นด้วยแหละ”
“ไหน”
“ก็คนที่อ้นเอารูปใส่แฟ้มไว้ไง”
“อ่อ ไม่ช่ายย นั่นเพื่อนเฉยๆ มันบังคับให้เรารูปมาไว้ จะได้ติดลงfriendship”
“จิงอ่ะ”
“อือ…”

สาธุ… ขอให้จริงอย่างอ้นว่า

เข้าไปเซเว่นก็ไม่รู้จะกินไร เลยซื้อกาแฟมาแก้วนึง(ผสมโอวัลตินด้วยแหละ)
ส่วนอ้นซื้อ น้ำสิงห์2ขวด กับนมบีทาเก้น 450ml ขวดนึง

กลับมานั่งรอหน้าห้อง433
อ้นกินนมหมดในเวลาไม่นานนัก เรานิ อึ้ง! +_+
ทำไปด้ายยยย

แถมยังส่งสายตามาถามประมาณว่า “งงอะไร” เหอะ ๆ ก็ช้านไม่เคยเห็นคนกินดุขนาดนี้นี่นา
นั่งรอสักพัก อ้นก็จัดการกับน้ำสิงห์ขวดแรก ในขณะที่ยังคงดูดกาแฟต่อไป (รู้ละ ทำไมชั้นไม่โตกะเค้าสักที เอิ้กๆ)

“จะไปซื้อโบโลน่า ไปป่าว”
“ไปๆๆๆๆ”

ตกลงเลยได้โบโลน่าหมูใส่พริก(ของโปรดเรา) มากินอีกถุงนึง
ไม่ได้ๆๆ ห้ามตะกละนะเฟ้ยไอ่ตุ้ม ไม่งั้นเสียภาพพจ์หมด
อึ๋ยยยยย แต่กลิ่นหอมมากเลยนะ

“เอาป่าว”
“ใส่พริกป่ะ”
“อือ”
“ไม่เอาอ่ะ อ้นกินเถอะ”
“…… ไม่กินเผ็ดหรอ”
“กิน กินได้หมดแหละ” เหอะๆๆ รู้จักหมูน้อยอย่างช้านน้อยไป
“อ่าว แล้วทำไมไม่กิน”
“ก็กินไปก่อน เดี๋ยวเราก็กินเอง”
“เอาน้ำมั้ย”
“เราซื้อมาแล้วล่ะ” ก็ซื้อมาตอนรอเธอที่อนุสาวรีย์ชัยฯไงยะ
“อะไรเนี่ย โน่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่เอา”
“ง่าส์ๆๆ”

ไมรู้ว่ารู้สึกไปเองเปล่า เหมือนคนบ่นแอบน้อยใจ 555
“กินก็ได้ๆๆๆ อิๆๆ”
แล้วเราก็หยิบมากินชิ้นนึง
“เหลือชิ้นสุดท้ายแล้วบอกนะ จะกิน”
แล้วเราก็เลยได้กินชิ้นสุดท้ายจนได้ เอิ้กๆๆ

รู้ป่ะ เราเชื่อนะว่าอ้นกินเผ็ดได้ แต่ไอ่เหงื่อที่ไหลมาอย่างกับฝนตกนี่สิ ตกใจเป็นบ้าเลย
“มีทิชชู่มั้ย”
“บรึ๋ยๆๆๆ ไม่มีอ่ะ ขนาดนี้แล้วไม่ต้องทิชชู่มั้ง เราว่าผ้าเช็ดตัวคงดีกว่า”
เฮ้ย… เหงื่ออกขนาดนี้ มิน่าล่ะกินน้ำเป็นขวดๆ
“เดี๋ยวเราไปซื้อเซเว่นมาให้ แป๊บนึงนะ”

แล้วเราก็วิ่งลงไปซื้อที่เซเว่น (เค้าอุตส่าห์เลือกลายคิตตี้น่าร้ากกกน่ารักนะเออ) ^^
แล้วก็วิ่งกลับขึ้นมา น่านนนน ฝนยังไม่หยุดตกนะน่ะ 555

กินจนเสร็จ แล้วก็วิ่งกลับเข้าไปที่ห้องตรวจ เฮ้อ… เอาไปทิ้งให้ก็ด๊ะ ^^
จัดการเก็บของ แล้วก็ทิ้งขยะให้เรียบร้อย เราก็กลับมานั่งรอ ดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย

ไม่ทันไร ก็เกือบ11โมงซะแล้ว
“เสร็จยัง”
“อือ… เดี๋ยวไปตรวจเลือดก็เสร็จละ”
“โย่วว ได้กินไอติมซักที อิๆๆ”
“พอดีคุยกับหมอนานไปหน่อย”
“ไม่เป็นไรหรอก”

ไปส่งอ้นตรวจเลือด เหอะๆๆ
จนเรียบร้อยทุกอย่าง ก็ไปรอรถเมล์กัน

“อ๊า!! อย่าเพิ่งไปนะ รถสาย157”
“อ๊าๆๆ เร็วๆๆ วิ่งตามกันเถอะ”

เรานิวิ่งตัวปลิวเลย แต่สงสารคนต้องขนของ 555 สุดท้าย ก็ไม่ทันอยู่ดี เอิ้กกกกก
เลยยืนรอรถสักพัก แต่อ้นเริ่มบ่นว่าปวดแขนแล้วล่ะ

รอประมาณ15นาที รถก็มา

ตามเคยอ้นจ่ายตังค์ให้เราค่ารถเมล์อีก คราวนี้คนเยอะมาก ที่นั่งคู่เลยเต็มหมด เราเลยไปนั่งท้ายสุด
เหอะๆๆ สบายมั่กๆ ที่นั่งกว๊างงงกว้าง (ถ้าไม่เกรงใจคนนั่งข้างๆคงนอนไปแล้วล่ะ เหอะๆๆ)

นั่งไปๆก็เริ่มง่วงนอน คุยกันบ้าง แต่ก็กลัวอ้นรำคาญ เลยไม่กล้าพูดอะไรมาก
สุดท้าย เราอุตส่าห์ข่มตาไม่หลับนะ แต่นายสิ หลับปุ๋ยเลย - -*
เลยนั่งมองคนนอน เอิ้กๆๆๆ
พอใกล้ถึงนั่นแหละ นายถึงเริ่มตื่น ก็ใกล้ๆเที่ยงละ
(เริ่มรู้ชะตากรรมว่าไปเรียนไม่ทันชัวร์)

พอลงรถเมล์ได้ อ้นก็ทำท่าปวดไหล่แบบสุดๆ
“นี่ ให้เราช่วยก็ได้นะ จริงๆ”
“ไม่เป็นไรหรอก ช่วยคิดก็แล้วกันว่าจะกินอะไรดี”
“”เอ้า ก็แล้วแต่คนเลี้ยงสิคะ 555 เค้าได้ทุกอย่าง”
“แถวนี้มีห้างมั้ย”
“มีcentury แต่ไกลพอสมควรเลย”
“…. ป่ะ ไปก็ได้”

โถ…. ร็สึกผิดจิงๆที่เอามนุษย์ต่างดาว เอ้ย อนาคตของชาติคนนี้มาแบกของแล้วเดินไกล๊… ไกล
แง๊ๆๆๆ เราขอโต้ดดดด

“นี่ ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ กินแถวๆนี้ก็ได้”
“เอาน่า ที่ห้างมันมีที่รับฝากของ”
“อืม ไหวแน่นะ จะถึงแล้ว สู้เค้านะคะ ^^”
“……”

แขนซ้ายนายน่ะ เราลืมไปเลยว่าเจ็บมามากแล้ว เพราะต้องเจาะเลือด ฉีดยา ไหนจะปวดวัคซีน ไหนจะต้องมาแบกของอีก
เป็นความผิดของเราแท้ๆเลย เราขอโทษนะอ้น
พอไปถึงห้าง เข้าไปที่ท็อป ปรากฏว่า เค้าไม่รับฝากของ
“….”
“เอ่อ ทำไงดี”
“ช่างเถอะ เดี๋ยวเข้าไปที่ร้านก็ได้วางแล้ว”

แล้วก็เดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกินอะไรดี
เฮ้อ…

“ตอนเดินลงต้องตัดสินใจได้แล้วนะว่าจะกินอะไร”
“ก็เค้าก็กินได้หมดแหละ แล้วแต่อ้น จะกินอะไรก็เดินเข้าไปเล้ยย”
เดินแล้วเดินอีก ก็ยังหาอะไรกินไม่ได้ เหอะๆๆๆ

นึกถึงตอนม.3จัง

ตอนนั้นนัดเจอกันที่สยามพารากอน ตั้งใจว่าจะเลี้ยงสเวนเซ่นเรา แต่พอไปจริงๆคนเยอะมากกกกก
สุดท้าย ก็เลยเข้าไปกินแมคโดนัลแทน เหอะๆๆๆ

“กินฮาจิบังป่ะ”
“อือๆๆ”
สุดท้าย ก็เลยได้กินฮาจิบัง

ฮ่าๆๆ เราก็สั่งบะหมี่มา อ้นก็สั่ง แล้วก็เกี๊ยวซ่าอีกจาน
เชื่อมะ เป็นครั้งแรกเลยแหละที่เรากินหมด
เรากินเกี๊ยวซ่าไป2ชิ้น ส่วนที่เหลืออ้นกิน
“ นิๆๆ เลี้ยงเกี๊ยวซ่าก็พอนะ เดี๋ยวบะหมี่เราจ่ายเอง”
“…. ถือกระเป๋าให้หน่อย มันหนัก”
“อ๋อ ได้ๆๆ”

แค่นั้นแหละ คนเราก็หยิบบิลไปเฉยเลย แล้วเดินฉับๆไปจ่ายตังค์ ทำเอาเราเพิ่งรู้ว่า “โดนหลอกซะแล้ว”
แง่งๆๆๆ

ฮึ เราเลยเดินทำหน้างอมารอหน้าร้าน หนอยย หลอกช้านได้นะยะ
“เลขสวยเลย” แล้วอ้นก็แบมือให้ดูเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
“199บาทพอดี”
“อิ่มง่าส์”
“อะไรกัน เรายังไม่ถึงครึ่งท้องเลย บอกแล้วมี4กระเพาะ”
“กินไอติมไหวป่ะ”
“สบายมาก”
“เหอะๆๆ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”
เราเหลือบดูนาฬิกาขอมือ เกือบบ่ายโมงแล้ว ช่างเต๊อะ ไปสายวันนึง ไม่เป็นไรเท่าไหร่มั้ง

แล้วก็เลยเดินเข้าไปในสเวนเซ่น สั่งไอติม
เรากินไอติมมะม่วงที่เป็นpromotion 49บาทอ่ะ
ส่วนอ้นสั่งไรมะรู้ อันใหญ่ๆ เหอะๆ เชื่อเล้ยยย ว่านายนี่กินจุสุดๆ
“ไอติมเราเลี้ยงนะ”
“อะไรเล่า ก็ตกลงแล้วว่าเราจะเลี้ยง”
“ไม่รู้แหละ ”
นี่นายไม่รู้จริงๆหรอว่าทำไม

“ก็อ้นสัญญาว่าจะเลี้ยงเราใช่มั้ยล่ะ ถ้าวันนี้อ้นเลี้ยงเราจนครบแล้ว ก็เท่ากับว่าอ้นกับเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ดีไม่ดีอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้ จริงมั้ย ไม่เอาหรอก ขนาดอยู่มหิดลกว่าจะได้เจอกันยังนานขนาดนี้ นี่คงไม่ต้องรอให้จบก่อนหรอแล้วถึงจะได้เจอกันเนี่ย”
“”อ๋า ก็เราก็กลับบ้านทุกปีอยู่แล้วล่ะ เพียงแต่ ปิดเทอมี่นี่กับปิดเทอมที่นู่นมันไม่ตรงกนเฉยๆ เหอะๆๆ”

นี่นายไม่รู้เลยรึไงนะ เราใจหายแทบแย่ แค่คิดว่า วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน ก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นายไม่รู้หรอกว่าเราคิดมากขนาดไหน

ใช่สิ นายไม่เคยรู้เลย

สำหรับเรา การต้องจากกันไปเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากมาก เพราะคราวนี้มันไม่เหมือนก่อน
นายอยู่มหิดล เรายังโทรหาได้…
แต่ถ้านายอยู่อเมริกา เราจะติดต่อนายได้ยังไงล่ะ

ไม่เอานะเป็นแบบนี้เราไม่เอาจริงๆด้วย แค่คิด น้ำตาก็ไหลแล้ว

ไม่เอานะ นี่เป็นแค่ความอาลัยเพื่อนที่ต้องจากกันไปเหมือนวันปัจฉิมแน่ๆ ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น
แค่เรา คิดถึงเพื่อนที่ต้องจากกันไปไกล… ก็แค่นั้น T_T

มีอะไรหลายอย่างที่เราอยากคุยกับอ้นให้เคลียร์ แต่เราตัดสินใจไม่พูดจะดีกว่า
เพราะเรากลัว… กลัวความรู้สึกหลายๆอย่าง กลัวว่า ถ้าทุกอย่างที่ผ่านมา เกิดจากความเข้าใจผิดของเราเพียงคนเดียว
กลัวว่า.. อ้นจะไม่ได้คิดเกินเลยอะไรกับเรามากกว่าคำว่า ”เพื่อน”
กลัวว่า… เราจะเปลี่ยนไป กลัวอ้นจะเปลี่ยนไป กลัวการห่างเหิน
โดยเฉพาะ… ในตอนนี้ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่….

ถ้าเป็นอย่างนี้ เราขอเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆเหล่านี้ไว้ ถ้ามันต้องเป็นครั้งสุดท้าย เราก็ขอให้มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดอีกครั้งของชีวิต ก็พอนะ

พอเริ่มกินเสร็จ เราก็รีบคว้าบิลเลย เหอะๆๆ
“เราจ่ายนะ”
“อะไรเนี่ย”
“เอาน่า”

แล้วก็เดินไปจ่ายเงินที่เคาต์เตอร์
พอเดินออกมานอกร้าน อ้นก็ฝากกระเป๋าให้เราช่วยดูให้หน่อย เพราะจะไปเข้าห้องน้ำ
เราเลยนั่งเฝ้ากระเป๋าให้
แต่ไปห้องน้ำนานนนนนนนนนนนมาก จนเราเริ่มใจไม่ดี
ตกส้วมป่าววะ หมอนี่ยิ่งไม่ค่อยระวังอยู่
เหอะๆๆๆ แต่ในที่สุดก็โผล่ออกมาตอนเรากำลังนั่งจิ้มตู้เกมอยู่
เราส่งกระเป๋าให้อ้น แล้วมือเราก็ดันไปโดนมืออ้น….
เรารู้ ว่านายน่ะไม่คิดอะไรหรอก
แต่เราคิดนี่หว่า!!
เหอะๆๆๆ คนไรหว่า มือเย็นชะมัดเลย
แล้วก็เดินกลับที่สถานีรถไฟฟ้า
ต้องเดินลงบันได้ฝั่งตรงข้ามอีก เราเห็นอ้นบ่นปวดแขนแล้วปวดแขนอีก ก็เลยทนไม่ไหว
“นี่ เค้าถือให้ก็ได้นะ แค่แป๊บเดียว”
“ไหวแน่ร๊อออ”
“อือ เอามาสิ”
เราเลยแย่งกระเป๋ามาถือ ยอมรับนะว่าหนัก แต่ก็ต้องทน เพราะเราน่ะถือแป๊บเดียว แต่นายน่ะต้องถือกระเตงตามเรามาตั้งนานแล้วนะ

เดินไปก็คิดไป ใกล้หมดแล้วหรอ เวลาที่เรารอคอยมานานแสนนาน

เฮ้อ ยิ่งนึกยิ่งใจหาย จากวันนี้ไป เรากับนาย จะได้เจอกันอีกมั้ย
ถ้าเจอกันอีก นายจะยังจำเราได้รึเปล่า
เราจะยังเป็น”เพื่อนสนิท”ของนายอยู่มั้ย หรือจะกลายเป็นแค่”คนรู้จัก” เท่านั้น…

“เราเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องไปขึ้นรถฝั่งนู้น”
“อ่าว งั้นเราไปส่งก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเดินขึ้นสะพานลอยไป”
“อืมม…”

เรามองนาฬิกา บ่าย2แล้ว …
แล้วอ้นก็เดินมาส่งเราที่รถเมล์เขียว สาย14

“……งั้นเราไปก่อนนะ”
“อืม…”

เรากยื่นกระเป๋าให้อ้น เป็นอีกครั้ง ที่มือของเราสัมผัสกันเบาๆ (หรือเราคิดไปเองหว่า)

“นั่งดีๆนะรถคันเนี้ย”
“อืม… ยังไงก็ติดต่อมาบ้างนะ”
“อืม…”
“เราไปละ บ๊ายบาย…”
“บ๊ายบาย”

เราเดินขึ้นรถเมล์ไป พยายามไม่หันมามอง
แต่ก็รู้ว่าเด็กผู้ชายคนนั้นคงหันหลังแล้วเดินขึ้นบันได
เพราะตอนที่เรามองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นคนที่คุ้นเคย…
ภาพเด็กผู้ชายเสื้อสีขาว ถือกระเป๋าเดินทางและเป้สะพายหลังกำลังเดินไปฝั่งตรงข้าม

ถ้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอนายจริงๆ เราก็จะขอเก็บภาพความทรงจำนี่ไว้…
และจะไม่มีวันลืมเลยว่า … ครั้งนึงในชีวิต เราได้เคยมีช่วงเวลาที่ดีที่สุด กับคนๆนึง
คนที่แปลก ไม่เหมือนใคร
คนที่ทำให้เรารู้สึกสับสนกับความในใจ…

คนที่เราไม่กล้าบอก”รัก” เพราะนายมีค่ามากกว่าที่จะยอมเสียความเป็น”เพื่อนไป”

คนที่แม้จะโตยังไง ในใจเรา นายก็ยังคงเป็น”นายโรคจิต”
เป็นเด็กชาย ที่สอนให้เรารู้จักกับคำว่า ”ผูกพัน” เกินกว่าจะเปลี่ยนแปลงได้
คนที่ทำให้เราซึ่งกำลังมองนายเดินจากไปนั้น มีน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจ…

รถเมล์เขียวสาย14ค่อยๆเคลื่อนตัวออก แล้วมุ่งหน้าออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไป
เพลงเพราะๆที่คุ้นหูก็ดังแว่วเข้ามา

“เพราะเธอ ยังวนเวียนอยู่ในหัวใจ
เพราะเธอ ฉันไม่อาจรักใครได้เลย
ภาพเธอไม่เคยลบเลือนแม้มันจะผ่าน ไปนานเท่าไหร่
รับรู้เพียงอย่างเดียวว่าฉันห้ามใจไม่ได้เลย…”

น้ำตาหยดโตๆที่กลั้นเอาไว้มาตั้งแต่นายโบกมือลาเราไป มันไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองโดยไม่ยอมหยุด
แม้เราจะไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกเรากับนาย แต่ในฐานะเพื่อน เราบอกได้เพียงว่า…

----------------------------- โชคดีนะ นายโรคจิต -------------------------------


ความทรงจำสีจาง - ปาล์มมี่




 

Create Date : 11 มีนาคม 2552    
Last Update : 13 มีนาคม 2552 19:22:07 น.
Counter : 101 Pageviews.  

O๐*~ อีก1อาทิตย์กว่าๆจะปัจฉิม ~*๐O

ไม่อยากเชื่อเลย... วันเวลาผ่านไป..ไวเหมือนโกหก
เหมือนเมื่อวาน.. เราเพิ่งก้าวเข้ามาสู้รั้วฟ้าน้ำเงินแห่งนี้...

ภาพเด็กตัวเล็กๆวิ่งเล่นไปมาบนอาคารน้ำเพชร ยังคงเป็นภาพที่ติดตรึงใจเรามาเสมอ... เป็นน้องเล็กของบ้านก็ดีนะ มีพี่ๆตั้ง5ชั้นคอยดูแล..

ตื่นเต้นที่สุด กับโรงเรียนใหม่

อะไรจะกว้างขนาดนี้!!! เดินนิหลงทางได้เลยยย
555+

กับกิจกรรมมากมายที่ให้ได้พบเห็นอยู่เสมอ... อ่อ เป็นลูกนางแก้วดีอย่างนี้นี่เอง

ไม่อยากเชื่อ เด็กตัวเล็กๆในวันนั้น ตอนนี้ จะกลายมาเป็นพี่ใหญ่ที่สุดของโรงเรียน...

พี่ที่เหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์กว่าๆ จะกลายเป็นเพียง "ศิษย์เก่า" ของโรงเรียนนารีรัตน์แห่งนี้

คิดแล้วก็ใจหายเหมือนกันนะ....

ได้รับforwoard mailจากเพื่อน... ลองอ่านดูนะคะ ซึ้งดีอ่ะ



ต่อจากนี้...ไม่มีแล้ว...ผมทรงนักเรียน
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...ไหว้พระหน้าประตู
ต่อจากนี้...ไม่มีแล้ว...กระโปรงสีน้ำเงิน..เครื่องแบบที่ภูมิใจ
ต่อจากนี้...ไม่มีแล้ว...เก้าอี้ตัวที่เรานั่งประจำ
ต่อจากนี้...ไม่มีแล้ว...ห้องเรียนที่แสนจะอบอุ่น
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เดินเปลี่ยนคาบไป20นาที
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...ห้องน้ำที่ให้เราเถลไกล
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...คำพูดที่ว่า'นักเรียนทำความเคารพ'
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เสียงหมดคาบ'ตึ๊งตึ่งตึงตึ่ง ตึ่งตึงตึ๊งตึ่ง'
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อนที่นั่งลอกการบ้านเป็นเพื่อนเรา
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยพูดคุยกับเรา เวลาเหงา
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่กล่าวคำว่า'โชคดี'ก่อนกลับบ้าน
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่ช่วยแก้ตัวเวลามีปัญหา
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่ไปกินข้าวด้วยกันตอนกลางวัน
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยแย่งกับข้าวเรากิน
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่นั่งเฮฮากันตอนว่าง จนขึ้นเรียนสาย
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่นั่งกินข้าวโต๊ะประจำ
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยห่วงใยดูแลเราเสมอ
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยให้เมล์เพื่อนมาอีกที
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่คอยตลก..เฮฮา..หัวเราะ..ไปกับเรา
ต่อจากนี้...ไม่เจอแล้ว...เพื่อน..ที่ให้อภัยเราได้ทุกเรื่อง
แต่ ต่อจากนี้...จะมี...เพื่อน..ที่ต้องจากกัน..ไปตามความฝันของตนเอง
ต่อจากนี้...จะมี...เพื่อน..ที่ต้องห่างไกล.กันนับสิบนับร้อยกิโล
ต่อจากนี้...จะมี...เพื่อน..ที่มีชีวิต..อนาคต..ตามที่ทุกคนเลือก
ต่อจากนี้...อนาคตข้างหน้า...เพื่อน..จะเรียนจบตามที่ใจหวัง
ต่อจากนี้...อนาคตข้างหน้า...เพื่อน..จะทำงาน หาเงิน แบ่งเบาภาระพ่อแม่
ต่อจากนี้...อนาคตข้างหน้า...เพื่อน..จะมีคู่ชีวิต ครอบครัวที่สมบูรณ์
ต่อจากนี้...เพื่อน...จะคิดถึงกัน..ติดต่อกัน..ไม่ว่าจะนานแค่ไหน
ต่อจากนี้...เพื่อน...จะอยู่ในใจ..ความทรงจำ..พวกเรา..เสมอ


------------------ รักเพื่อนๆทุกคนนะ--------------------




สัญญา - บอยด์ โกสิยพงษ์




 

Create Date : 31 มกราคม 2552    
Last Update : 31 มกราคม 2552 22:22:13 น.
Counter : 103 Pageviews.  


jupiterpx500
Location :
แพร่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add jupiterpx500's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.