Group Blog
 
All blogs
 

Review : ผิวเนียนใสไร้สิวรับซัมเมอร์ด้วย Blooming Bloom Aloe Jelly Scrub





สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการเขียนบล็อกไปสักพักวันนี้จอสกลับมาพร้อมไอเท็มใหม่
แน่นอนว่าตอนนี้บ้านเราเข้าหน้าร้อนแล้ว ซึ่งอากาศก็ร้อนไม่เบาเลย
ด้วยความที่เพิ่งกลับมาจากออสเตรเลียด้วย ผิวปรับสภาพไม่ค่อยทัน
กลายเป็นว่าช่วงนี้จอสจะมีปัญหาผิวมัน สิวเสี้ยนและแต่งหน้าไม่ค่อยติด
แต่ไม่ต้องกลัวค่ะเพราะวันนี้จอสค้นพบตััวช่วยที่จะมาฟื้นคืนชีพให้ผิวแล้ว
ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอะไรก็ตามมาอ่านพร้อมกันเลยจ้า


Blooming Bloom Aloe Jelly Scrub
ตัวนี้เป็นสครับสำหรับผิวหน้าที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากแมงกะพรุน
จอสลองใช้มาได้ไม่นานมากเท่าไหร่ แต่ต้องยอมรับว่าเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกเลย
วันนี้ก็เลยคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่กำลังประสบภัยร้อนด้วยกันอยู่
เลยรีบมาเขียนรีวิวให้ดูเลยจ้า



ลักษณะแพกเกจของเค้าจะมาเป็นสีขาวน่ารัก ปริมาณ 50 มล. ราคา 199 บาท
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับส่วนผสมของเจ้าตัวนี้คร่าวๆกันค่ะ
1. สารสกัดจากแมงกะพรุน - ช่วยเติมความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ
ช่วยเสริมสร้างให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย
2. Aloe Vera Gel - ช่วยปลอบประโลมผิวจากการถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็น
แสงแดดและมลภาวะที่เราต้องเผชิญภายนอก
3. สารสกัดจากแตงกวา - ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นกระชับ ขจัดเซลล์ผิว
ที่หมดอายุอย่างอ่อนโยน
4. Witch Hazel Extract - บำรุงผิวให้แข็งแรง และลดความมันบนใบหน้า
5. Hyaluronic Acid - ช่วยทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้มากกว่าปกติ
และยังช่วยกรองแสงรังสี UV อันเป็นสาเหตุของอนุมูลอิสระได้อีกด้วย
6. Nicotinamide - ช่วยให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นไม่ระคายเคืองผิว
เมื่อใช้ติดต่อกัน 6-8 สัปดาห์ จะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนและลดการเกิดสิว



เนื้อเจลจะเป็นสีใสๆขุ่นๆนิดนึงค่ะ กลิ่นหอมอ่อนๆ



ทีนี้เรามาเริ่มใช้กันเลย ก่อนอื่นแตะเนื้อเจลลงบนผิวหน้าที่เปียกแล้ว
จากนั้นนวดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เน้นบริเวณทีโซน หรือที่มีปัญหาสิวเสี้ยน
จะรู้สึกได้เลยว่าเนื้อเจลจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นขี้ไคล ช่วยขัดเอาเซลล์ผิวที่
เสื่อมสภาพของเราออกมา ก็นวดวนต่อไปเรื่อยๆอีกนิดนึง
จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด



ขณะที่นวดเนื้อเจลจะเปลี่ยนสภาพทำให้ขี้ไคลบนผิวหลุดติดออกมาด้วยค่ะ



ตอนที่ล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะรู้สึกได้เลยว่าผิวสะอาดเกลี้ยงเกลามากๆเลย
ไม่รู้สึกแสบหรือระคายเคืองแต่อย่างใด เนื้อเจลค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวค่ะ



ทีนี้เรามาดูก่อนและหลังสครับผิวกัน
ก่อนสครับผิวจะค่อนข้างมันค่ะ มีสิวเสี้ยนเล็กน้อย อาจจะมองไม่เห็นในกล้อง


หลังสครับแล้วผิวสะอาดเนียนใสมากเลยค่ะ ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป
จากรูปด้านล่างจะเห็นเลยว่าผิวดูขาวขึ้นด้วยนะคะ หลังจากนี้เวลาแต่งหน้าแล้ว
จะรู้สึกว่าเครื่องสำอางติดทนขึ้น ผิวมันน้อยลงและสิวเสี้ยนลดลงด้วยค่ะ



สำหรับเพื่อนๆที่สนใจ ไม่ต้องลังเลเลยค่ะ จอสคิดว่าตัวนี้เหมาะกับหน้าร้อนบ้านเราสุดๆ
เชื่อว่าหลายคนคงจะเจอปัญหาเดียวกัน ลองแล้วจะไม่ผิดหวังเลยค่ะ
ส่วนตัวใช้แค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็โอเคแล้ว ใครผิวมันสามารถใช้บ่อยกว่านี้ได้
ตั้งแต่ใช้มาก็ไม่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองใดๆ เอาเป็นว่าแนะนำเลยค่ะ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่
IG - Aloe_Jelly_office
Facebook - นงนภัส ศีติสาร



ติดตามและพูดคุยกับจอสได้ที่
IG - Babejossy
Facebook - Jossy Berry Make-up Artist





 

Create Date : 28 เมษายน 2560    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2560 20:39:51 น.
Counter : 270 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : Weisse Natural Brightening UV Protection SPF50+ PA++++




สวัสดีค่ะวันนี้จอสมีกันแดดตัวใหม่ที่เพิ่งได้ลองใช้มารีวิว
ให้เพื่อนๆได้ดูกัน บอกเลยว่าตัวนี้สวยหรูดูแพง
และคุณภาพก็ไม่แพ้แพ็คเกจเช่นกันค่ะ จอสลองใช้มาสักพักนึงแล้ว
ชอบมาก เลยอยากจะบอกต่อเพื่อนๆให้ได้รู้จักกันค่ะ
นางมีชื่อว่า Weisse Natural Brightening UV Protection SPF50+ PA++++
ทำไมกันแดดตัวนี้จอสใช้แล้วชอบ ถึงเอามารีวิวให้ทุกคนได้ดู
ถ้าอยากรู้ เราไปดูพร้อมๆกันเลยจ้า


ครีมกันนแดด Weisse Natural Brightening UV Protection SPF50+ PA++++
(อ่านว่า ไวส์-เซ่) เป็นกันแดดที่คิดค้นและพัฒนาโดยนักวิจัยไทย

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับครีมกันแดด Weisse กันก่อนนะคะ
คุณสมบัติของเค้าคือเป็นกันแดดที่มีรูปทรงอนุภาค นาโนแคลเป็นผลึก 6 เหลี่ยม
ทำให้กันแดดได้ดีกว่ากันแดดทั่วไป ช่วยปรับผิวให้สว่างใสทันทีหลังใช้
ด้วยอนุภาคนาโน เบาสบาย ไม่หนักหน้า และช่วยให้รอยฝ้า กระ
จางลงอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสาร NANO White นำเข้าจากสวิส
ช่วยปรับสมดุลให้ผิวไม่มันและไม่แห้ง กันน้ำ กันเหงื่อ
ไม่มีส่วนผสมของซีลีโคน ไม่อุดตันและล้างออกง่ายด้วยโฟมล้างหน้า
และนอกจากนี้เค้ายังได้รับรางวัลเหรียญทองจากประเทศเกาหลีอีกด้วยนะคะ



จอสชอบมากๆเลยที่แพ็คเกจของเค้าสวยดูดีและใช้งานง่าย
ตัวหลอดและฝาเป็นสีทอง ดูหรูหรา เหมาะกับคนสวยอย่างเรามากค่ะ
แถมยังมีหัวปั้ม ทำให้เนื้อครีมมีความสะอาดและสดใหม่อยู่เสมอ
ตัวนี้ปริมาณของเค้าอยู่ที่ 30 มล. หลังเปิดใช้สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี
ราคาหลอดละ 890 บาทค่ะ



มาดูที่เนื้อครีมกันบ้างนะคะ
เนื้อของเค้าจะเป็นสีเบจอ่อนๆ มีกลิ่นหอมเล็กน้อย แต่จอสไม่ค่อยชอบกลิ่นสักเท่าไหร่
อาจเป็นเพราะมีกลิ่นของกันแดดผสมอยู่ด้วย แต่พอทาไปแล้วกลิ่นจะจางลงไม่กวนใจค่ะ
วิธีสวอทช์ลงบนหลังมือจอสจะทำการแทบๆเนื้อครีมลงไป เนื่องจากว่า
เวลาใช้เค้าแนะนำให้ตบลงไปบนใบหน้าค่ะ เพราะเค้าเป็นอนุภาคนาโน
เวลาตบลงไปแล้วเค้าจะแตกตัวและกระจายซึมลงสู่ผิว
พร้อมปกป้องผิวของเราจากแสงแดดทันที และไม่จำเป็นต้องใช้เยอะด้วยนะคะ
สังเกตุดูว่าจอสบีบออกมานิดเดียวแต่กระจายทั่วทั้งหลังมือเลย

ความรู้สึกหลังจากที่ทาลงไปแล้วรู้สึกว่าซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ
ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งมีออร่ามากขึ้น และในขณะเดียวกันเค้าก็ทำให้ผิวดูสุขภาพดี
เหมือนผิวมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เยิ้มไม่ไหลระหว่างวัน
มีความสบายผิวและรู้สึกว่าเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามากๆ
แน่นอนอยู่แล้วว่าเค้าคิดค้นและพัฒนาโดยนักวิจัยไทย
จึงสามารถตอบโจทย์คนไทยได้ดีขนาดนี้ โดยรวมแล้วชอบมากค่ะ



รูปด้านล่างนี้เป็นรูปก่อนและหลังทากันแดดทันทีค่ะ
ปรับผิวสว่างใส สุขภาพดีโดยไร้สาเหตุเลยอ่ะ






ตั้งแต่ใช้มาคือรู้สึกดีมากๆ ยิ่งใช้ผิวยิ่งสวย
เพราะเค้าเป็นทั้งกันแดดและบำรุงไปในตัว ที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสม
ของซิลิโคน ทำให้ไม่อุดตัน ผิวจอสจะใช้เครื่องสำอางที่มีซิลิโคนไม่ได้เลย
จะแพ้และมีสิวอุดตันขึ้น แต่ตัวนี้ผ่านฉลุย แถมยังล้างออกง่ายอีกด้วย
อยากให้เพื่อนๆได้ลองดู เป็นกันแดดตัวนึงที่คุณภาพสูงแต่ราคาเอื้อมถึง
สรุปนะคะว่าจอสแนะนำค่ะ







สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ตอนนี้เค้าขายทางออนไลน์เท่านั้น สามารถสั่งซื้อได้ทางไลน์
Line ID - @weisseskincare

ติดตามและพูดคุยกับจอสได้ที่
IG - Jossyberryblog




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 13 มีนาคม 2560 15:47:42 น.
Counter : 764 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : เจลว่านหางจระเข้ผสมคอลลาเจน Benberry อีกหนึ่งสิ่งที่ควรมี




สวัสดีค่ะบล็อกวันนี้จอสจะมารีวิวอัพเดทสกินแคร์ตัวใหม่ที่ได้มาลองช่วงนี้
ตัวนี้บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ ต้องมีติดบ้านเอาไว้
เพราะคุณสมบัติที่หลากหลายของเค้าทำให้เป็นสิ่งที่ควรมีค่ะ
สิ่งที่จอสจะมาพูดถึงก็คือเจลว่านหางจระเข้นั่นเอง
ปกติแล้วจอสเป็นคนที่ชอบเที่ยว ชอบออกแดดอยู่เป็นประจำ
ทำให้ต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ ว่านหางจระเข้เป็นอะไรที่ใช้มาเยอะมากๆ
ไม่ว่าจะเป็นของแบรนด์ไทยหรือแบรนด์ต่างประเทศ
และล่าสุดจอสก็ได้มาลองตัวนึง ตัวนี้เค้ามีความเด็ดอยู่ตรงที่ว่าเป็นของคนไทย
และที่สำคัญคือเค้ามีส่วนผสมของคอลลาเจนด้วย เอาเป็นว่าเรามาดูรีวิวกันเลยค่ะ


Benberry Double Moist Lift Aloe Vera 95% Soothing & Moisture Gel
เจลบำรุงผิวผสมสารสกัดจากว่านหางจระเข้และคอลลาเจน 95%
ตัวนี้มาในแพ็คเกจน่ารักน่าชังมากค่ะ ขนาด 70 กรัม ราคา 189 บาท

ประโยชน์ของเจลว่านหางจระเข้คือมีฤทธิ์ในการสมานแผล ลดการอักเสบและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของคอลลาเจนอีก 5% ที่ช่วยให้ผิวเต่งตึงกระชับเหมือนผิวเด็ก
ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง และยังลดรอยดำรอยแดงจากสิวได้อีกด้วยค่ะ
ซึ่งเจ้าตัวเจลว่านหางจระเข้นี้ก็สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากๆ ไม่ว่าจะเป็น
Moisturizing หรือ Mask หน้าเพื่อผิวชุ่มชื้น เป็นเมคอัพเบส ใช้ทาก่อนแต่งหน้า
เป็น After Shave Cream สำหรับคุณผู้ชาย สามารถใช้บำรุงเส้นผมได้ด้วย
ใช้มาส์กบริเวรรอบดวงตาได้ เนื่องจากมีความอ่อนโยนต่อผิว
และมาสามารถเป็น Body Care หรือใช้ปลอบประโลมผิวหลังออกแดดได้อีกด้วยค่ะ



เนื้อของเจลว่างหางจระเข้จะเป็นเนื้อเจลใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบไม่กวนใจ
ถึงแม้เค้าจะมีความเข้มข้นสูงแต่พอทาลงบนผิวแล้วจะกลายเป็นเหมือนน้ำ
และซึมเข้าผิวได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ รู้สึกเย็นสบายผิวมาก

โดยจุดเด่นของเจลว่านหางจระเข้ของ Benberry มีความพิเศษตรงที่
ผลิตมาจากว่านหางจระเข้สด 100% มีส่วนผสมของคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึก
ไม่มีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างเช่น Alcohol, Paraben,
Menthol, Camphor, และไม่ใส่สี คนที่มีผิวบอบบางสามารถใช้ได้ หายห่วงค่ะ






ทาลงบนแขนแล้วลองทาลงบนใบหน้าให้ดูกันบ้างค่ะ
ความรู้สึกหลังทาคือจะเย็นๆสดชื่น เหมือนปลุกผิวให้ตื่น
ถ้าวันไหนที่จอสพักผ่อนน้อย รู้สึกผิวไม่ฟู จอสจะลงตัวนี้ก่อนแต่งหน้าค่ะ
เค้าจะทำหน้าที่เป็นเหมือนไพรเมอร์เตรียมผิวในตัว ทำให้ผิวดูสดชื่น
เต่งตึง มีชวิตชีวาและทำให้เครื่องสำอางติดทนอีกด้วย มันเวิร์คจริงๆ อยากให้ลองดูกันค่ะ



นอกจากนี้จอสยังชอบใช้ชโลมทั่วผิวกายหลังออกแดดอีกด้วย
เพราะเจลว่านหางจระเข้จะช่วยลดการอักเสบและปลอบประโลมผิวจากการโดนแดดเผา
บางครั้งก็จะใช้แทนครีมบำรุงผิวกายไปเลยค่ะ นางให้ความชุ่มชื้นได้ดี
โดยที่ไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามากๆ
ที่ชอบอีกอย่างนึงคือ กระปุกไม่ใหญ่มาก พกพาสะดวก
เพราะจอสเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเดินทางอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องมีติดกระเป๋าไปด้วยค่ะ



สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook - Benberryhouse
IG - ilove_benberry
Line - Benbrrys

ใครที่ได้ลองแล้วก็มาแชร์ให้ฟังบ้างนะคะว่าใช้แล้วชอบหรือไม่ มันดียังไง
สำหรับเจลว่านหางจระเข้ผสมคอลลาเจน Benberry ได้รับรางวัล
HWB Award 2017 ยอดขายอันดับ 1 ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื่นสำหรับผิว
จึงเป็นอีกหนึ่งการรการันตีความน่าเชื่อถือค่ะ

วันนี้จอสก็ต้องขอตัวลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่ค่า





 

Create Date : 27 มกราคม 2560    
Last Update : 30 มกราคม 2560 15:22:30 น.
Counter : 517 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : O'leste Facial Cleanser ทำความสะอาดผิวล้ำลึกอย่างอ่อนโยน




สวัสดีค่ะบล็อกวันนี้จะขอมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตัวใหม่
ซึ่งตัวนี้ค่อนข้างที่จะมีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใครเพราะว่าเค้าเป็นคลีนเซอร์ที่
เสมือนเป็นมาส์กหน้าในตัว ซึ่งได้ทั้งทำความสะอาดและบำรุงผิวไปด้วย
ตัวนี้จอสได้ลองใช้มาประมาณสัปดาห์นึงแล้ว รู้สึกว่ามันเวิร์ค
เหมาะกับคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย และคนที่มีปัญหาสิวอุดตันจากการ
ล้างหน้าไม่สะอาด เอาเป็นว่าวันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่ามันเป็นยังไงนะคะ


O'leste Facial Cleanser
เป็นคลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของทัวร์มาลีน ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและไขมัน
ที่อุดตันในผิว อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ทำให้ผิวสะอาดหมดจด
นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของคอลลาเจน ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น
ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังการล้างหน้าค่ะ ปริมาณ 50 มล. ราคา 900 บาท

ส่วนผสม
Aqua, Tourmaline Extract, Collagen, Chrysanthellum Indicum Extract, 
Honey Extract, Decyl Glucoside, Camellia Sinensis Leaf Extract,Sodium 
Lauroyl Glutamate, Citric Acid ,Sorbitol, Niacinamide, Sodium PCA,
Hydroxyethyl Cellulose, Hyaluronic Acid, Methylparaben, Methylisothiazolinone



สำหรับแพกเกจจะออกแนวเรียบหรูมาในโทนสีขาวม่วง
ข้อดีของคลีนเซอร์ตัวนี้คือจะมาเป็นหัวปั้ม ทำให้ใช้งานง่าย สะดวก
ขนาดกระทัดรัด หยิบจับและพกพาได้สะดวกดี









เนื้อครีมของเค้าจะเป็นสีเทาอมม่วง มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบไม่ระคายเคืองจมูก
เวลาบีบออกมาบนฝ่ามือแล้วจะรู้สึกเย็นๆ และมีความเข้มข้นสูง
วิธีใช้ตัวนี้คือสำหรับคนที่ไม่ได้แต่งหน้าก็สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดก่อน 1 รอบ
หลังจากนั้นก็ใช้คลีนเซอร์ 3-4 ปั้มแล้วนวดให้ทั่วไปหน้าที่หมดๆได้เลย
ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาทีจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นอันเสร็จค่ะ
ส่วนใครที่เป็นสายแน่น แต่งหน้าจัดๆ แนะนำให้ทำความสะอาดด้วยเมคอัพรีมูฟเว่อร์ก่อน
แล้วจึงใช้ตัวนี้ตามลงไป สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็นเลยค่ะ



ความรู้สึกหลังใช้ต้องบอกว่าเกินคาดค่ะ
เพราะว่าคลีนเซอร์ตัวนี้ตอนที่ทาลงไปจะไม่มีฟองใดๆ เลยรู้สึกไม่ค่อยชิน
แต่เราสามารถนวดวนๆบนใบหน้าที่เปียกได้เลย ทิ้งไว้ 2-3 นาที
แล้วล้างออกจะรู้สึกได้เลยว่าผิวสะอาดเกลี้ยงเกลา
เหมือนเค้าช่วยดูดซับความสกปรกและสิ่งตกค้างต่างๆบนใบหน้าของเราออกไป
เหลือไว้แต่ผิวที่สะอาดสดชื่น รู้สึกว่าผิวนุ่มและไม่แห้งตึงด้วยค่ะ



ซูมให้ดูผิวคลีนๆกันแบบใกล้ๆค่ะ รู้สึกสะอาดดีมาก



สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.olesteskincare.com
หรือ Facebook - www.facebook.com/olesteskincare

นอกจากนี้ O'leste เค้ายังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกด้วยนะคะ ยังไงก็ขอฝากไว้ด้วย
วันนี้จอสต้องขอตัวลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่ค่ะ xoxo





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2559 9:35:55 น.
Counter : 673 Pageviews.  

Review : Vitistra เวชสำอางบำรุงผิว ขาวใสและลดรอยดำแดงจากสิว




สวัสดีค่ะ วันนี้จอสจะมารีวิวสกินแคร์ตัวใหม่ที่ได้มาลองใช้ในช่วงนี้
ต้องบอกก่อนว่าเป็นสกินแคร์เวชสำอางของคนไทยที่คุณภาพดีมากๆ
ผลิตจากแลปมาตรฐานและผ่านการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาจากสถาบันวัยจัย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และได้รับสนับสนุนทุน
จากสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) นอกจากนี้ยังมีการตีพิมพ์ระดับนานาชาติ
จึงค่อนข้างน่าเชื่อถือค่ะ จอสใช้ติดต่อกันมาจนใกล้หมดแล้ว 
และค่อนข้างเห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ วันนี้เลยเอามารีวิวให้เพื่อนๆได้ดูกันค่ะ


สกินแคร์ที่ว่านี้มีชื่อว่า Vitistra ค่ะ เป็นเวชสำอางนาโนที่สกัดจากเมล็ดองุ่น
เป็นนวัตกรรมที่ลดอนุภาคของสารออกฤทธิ์ให้น้อยกว่า 100 นาโนเมตร
เพื่อให้ซึมลึกเข้าสู่ชั้นเซลล์ผิวหนัง ทั้งยังมีทีมนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์
เครื่องสำอางที่มีประสบการณ์ตรง และควบคุมการผลิตโดยโรงงานที่มีมาตรฐานสูง
ผ่านการทดสอบการระคายเคืองแล้ว จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวค่ะ

โดยหลักๆแล้วเค้าจะช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอยแห่งไว รอยดำ รอยแดงจากสิว
รวมถึงรอยฝ้ากระและจุดด่างดำ และช่วยให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใสอีกด้วยค่ะ

Vitistra GSE Revitalizing Nano Day Cream และ Vitistra GSE Revitalizing Nano Night Cream
ปริมาณหลอดละ 10 กรัม ราคาอยู่ที่หลอดละ 490 บาทค่ะ
แพเกจจะเป็นโทนสีขาว ดูดีน่าใช้ ฝาสีเงินเป็น Day Cream สีทองเป็น Night Cream
ส่วนตัวคิดว่าหลอดเล็กไปนิดนึง ถ้าทำหลอดใหญ่กว่านี้จะดีมาก
เนื่องจากจอสเป็นคนที่ใช้ครีมค่อนข้างเยอะ ทำให้ใช้ได้ไม่ถึงเดือนค่ะ
ส่วนราคาถ้าเทียบกับปริมาณแล้วโอเคเลย ถือว่าไม่ได้แพงมาก สามารถจับต้องได้









เรามาดูกันทีละตัวดีกว่าค่ะ เริมจาก Day Cream 
Vitistra GSE Revitalizing Nano Day Cream
เนื้อครีมเป็นสีขาวมีความเข้มข้นสูง กลิ่นจะไม่มีน้ำหอมผสมมาเลยค่ะ
จะเป็นกลิ่นเพียวๆของเนื้อครีมเลย ซึ่งอันนี้จอสไม่แน่ใจว่าเขาใส่น้ำหอมเพื่อดับกลิ่นรึป่าวนะ
แต่จะรู้สึกได้ว่าเนื้อครีมค่อนข้างอ่อนโยน เวลาเกลี่ยลงบนผิวแล้วไม่รู้สึกแสบ
สำหรับตัว Day Cream เนื้อค่อนข้างซึมไวค่ะ พอทาลงบนผิวแล้วก็จะแมทท์หายไปเลย
สังเกตุจากรูปก่อนและหลังทา จะเห็นเลยว่าไม่หลงเหลือความมันไว้บนหน้า
สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ทาในตอนเช้าระหว่างวันไม่ทำให้หน้ามันด้วยค่ะ









ต่อไป Vitistra GSE Revitalizing Nano Night Cream
ตัวนี้เนื้อจะออกสีเหลืองนิดๆค่ะ แต่กลิ่นก็จะคล้ายๆ Day Cream
มีความเข้มข้นสูงเหมือนกันแต่จะค่อนข้างชุ่มชื้นผิวมากกว่า และเนื้อครีมเกลี่ยง่ายกว่า
เวลาทาลงบนผิวแล้วจะรู้สึกว่าผิวดูมีน้ำมีนวล และช่วยบำรุงในตอนกลางคืนได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ
โดยส่วนตัวแล้วจอสจะชอบตัว Night Cream มากกว่าเพราะทาแล้วรู้สึกว่าผิว
ได้รับการบำรุงได้ดีกว่า รู้สึกชุ่มชื้นและผิวจะดูโกลว์นิดๆ แต่ไม่ถึงกับหน้ามันค่ะ
เนื้อครีมซึมเข้าผิวได้ดีมาก ตื่นมาตอนเช้าจะรู้สึกว่าผิวแน่นๆฟูๆ ดูเรียบเนียนและไม่แห้งกร้าน






เนื่องจากว่าเค้าเป็นเนื้อครีม จอสจึงใช้ควบคู่กับ Essence ของ SK-II ที่ใช้เป็นประจำ
ก็จะช่วยให้เนื้อครีมซึมลงผิวได้ดีขึ้น เพราะมีการเตรียมผิวก่อนลงครีม
ถึงตอนนี้จอสใช้มาได้ประมาณ 3 สัปดาห์ เกือบจะหมดหลอดแล้วค่ะ
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือรอยสิวบริเวณคางลดลง ผิวโดยรวมแล้วดูเรียบเนียนและเปล่งปลั่ง
เรื่องของฝ้ากระจอสไม่ค่อยได้โฟกัสเท่าไหร่ คิดว่าน่าจะช่วยได้นิดหน่อยค่ะ
เนื่องจากว่าจอสมีรอยกระที่เป็นมานาน ก็เลยไม่ได้ซีเรียสสักเท่าไหร่
ช่วงไหนที่รู้สึกว่าอยากให้รอยสิวจางไวสามารถแต้มเฉพาะจุดเพิ่มลงไปได้ค่ะ
ส่วนเรื่องของริ้วรอยจอสยังมีไม่เยอะ เลยคิดว่าใช้ครีมบำรุงเพื่อป้องกันริ้วรอย
ไม่ให้เกิดขึ้นก่อนวัยอันควรก็ดีเหมือนกันค่ะ

โดยรวมแล้วค่อนข้างพึงพอใจมากถึงมากที่สุด เพราะเนื้อครีมมีความอ่อนโยน
ตั้งแต่เริ่มใช้มาไม่มีอาการแพ้ แสบหน้าหรือมีสิวขึ้นแต่อย่างใดค่ะ
เอาเป็นว่าใครที่มีผิวบอบบางแต่อยากได้ครีมบำรุงที่ช่วยในเรื่องของผิวขาวใส 
ลดรอยดำแดงจากสิวและรอยฝ้ากระ โดยไม่เสี่ยงอันตรายจากครีมที่ไม่ได้มาตรฐาน
จอสอยากให้ลอง Vitistra ดูค่ะ เค้าเป็นเวชสำอางที่น่าเชื่อถืออีกตัวนึงเลย
คิดว่าถ้าใช้เซ็ตนี้หมดแล้วก็อยากจะซื้อมาใช้ซ้ำ เพราะจอสอยากให้ได้ผลลัพธ์เต็มที่ 
เนื่องจากว่ารอยสิวตอนนี้ก็ยังไม่หาย 100% ถ้าใช้เวลาอีกนิดคิดว่าคงเห็นผลดีกว่านี้ค่ะ

ทั้งนี้ผลของการใช้ครีมบำรุงผิวอาจแตกต่างกันออกไปในรายบุคคลด้วยนะคะ



สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Fanpage @vitistraofficial  ค่ะ

ติดตามและพูดคุยกับจอสได้ทาง
IG - Jossyberryblog

วันนี้จอสต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่นะคะ xoxo





 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2559 12:49:18 น.
Counter : 4386 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Jossy Berry
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]




Friends' blogs
[Add Jossy Berry's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.