ผมกับเทคโนโลยีที่ผ่านเข้ามา Part2

หลังจากช่วงที่การใช้เพจเจอร์กำลังเป็นที่นิยม สิ่งที่ตามมาอีกอย่างนึงในชีวิตผมก็คือ Internet สมัยนั้นผมจะติด Chat มากเรียกว่าบ้ากันไปเลยก็ได้ เว็บแรกที่ใช้คุยก็คือเว็บ hunsa.com เค้าจะมีห้องสนทนาให้พูดคุยกัน วันไหนที่ผมว่างผมก็จะเข้าไปคุยกับคนนู้นคนนี้จนรู้จักคนเยอะแยะไปหมด ตอนนั้นผมใช้บริการที่ร้าน ราคาค่าบริการที่ร้านแพงมาก 30 บาท/ชม. ซึ่งถือว่าแพงมากในยุคแรกๆ



ต่อมาไม่นานโปรแกรมแชทอย่าง Pirch98 ก็เข้ามามีบทบาทแทนกระดานแชทที่ผมเล่นอยู่ประจำ โปรแกรมนี้นี่เองที่ทำให้ผมรู้ว่า โลกออนไลน์มันน่ากลัวยังไง 

ผมจำได้ว่าผมคุยกับผู้หญิงคนนึง เราอยู่กันคนละอำเภอซึ่งห่างกันพาสมควร เราคุยกันมานานมากเราเลยแลกเบอร์เพจกัน จากนั้นก็ทักทายกันไปมาเรื่อยๆทั้งแชทบ้างเพจบ้าง  มีวันนึงเค้าก็เพจมาบอกผมว่าเค้ากำลังมาหา (ซึ่งเราเป็นคนเชื่อคนง่าย) แล้วบอกเราว่าให้มารับที่ขนส่งด้วยรอเราอยู่ (น้ำเสียงจริงจัง) ไอ้เราก็ด้วยความที่ตกใจแบบมาได้ไงเป็นผู้หญิงเดินทางมาคนเดียว มายังไง ฝนก็ตก เราก็รีบขับมอ'ไซต์ออกไปหาเค้าที่ขนส่ง ฝนตกหนักมากตัวเปียกไปหมด 

พอไปถึงก็ไม่เจอ ผมก็เพจไปถามว่าอยู่ตรงไหนมากับใคร แต่เค้าก็ไม่ตอบกลับมาผมก็นั่งรออยู่ได้สักชั่วโมง เพจหาเค้าทุก 10 นาทีแต่ก็ยังไม่มีวี่แววจะตอบกลับมา จนข้อความสุดท้ายผมก็เพจไปถามเค้าว่า สนุกมากเหรอแกล้งกันแบบนี้ อย่ามาเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแล้วผมก็ไม่ได้ติดต่อกับเค้าอีก ยอมรับว่าโกรธมากที่ถูกแกล้งแบบนี้

เลยทำให้เราได้รู้ว่าคนบนโลกออนไลน์ยังไงก็ไว้ใจไม่ได้


หลังจากนั้นพักใหญ่ๆ ยุคของโทรศัพท์มือถือก็เริ่มเข้ามามีบทบาทกับผมมากขึ้น ตอนนั้นเราเป็นแค่เด็กนักเรียนมีเพจใช้ก็ถือว่าหรูหราแล้ว แต่ว่าเราเห็นรุ่นพี่ในโรงเรียนเริ่มใช้มือถือกัน เราก็อยากมีบ้างแต่ทำยังไงเราถึงจะมีได้ละ แรกๆร้านที่ผมไปเล่นอินเตอร์เนตเค้าขยายธุรกิจเพิ่มด้วยการเอามือถือเข้ามาขายด้วย ไอ้เราก็อยากได้อยู่แล้วเราเลยและเวียนไปที่ร้านบ่อยขึ้น ไปถามราคา ไปขอจับขอดูถามรุ่นนี้รุ่นนั้นเอาโบชัวร์มานั่งอ่านนั่งดูทั้งวัน คืออารมณ์มันอยากได้มากแต่ไม่มีปัญญา แต่ขอแค่ได้จับได้ดูมันก็ฟินแล้ว อยากได้ถึงขนาดซื้อหนังสือที่เกียวกับมือถือมาอ่านทุกเล่มทุกฉบับ รู้หมดรุ่นนี้ชื่ออะไร คุณสมบัติยังไง ถึงขนาดที่ว่าถ้าไปแข่งแฟนพันธ์แท้มือถือผมตอบได้หมด (อันนี้ไม่โม้)

ต่อมาไม่นานผมก็ได้มือถือมาใช้ แต่การได้มาของมันเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ผมมาก ตอนนั้นผมคบกับรุ่นน้องที่โรงเรียนอยู่ น้องเค้าเป็นคนบ้านมีฐานะพอสมควร วันนึงเค้าก็ชวนผมเข้าไปเที่ยวที่ตัวจังหวัด (บ้านผมอยู่ต่างอำเภอ)ซึ่งเราก็จะเข้าไปเดินเล่นกันเป็นประจำอยู่แล้ว อยู่ๆน้องก็ถามผมว่ามือถือรุ่นนี้ดีรึเปล่า (นางคงรู้ว่าเราชอบเรื่องนี้มากเลยปรึกษา) เราก็บอกไปตามความรู้ของเรา ซึ่งคิดในใจว่าสงสัยเค้าจะซื้อไว้ติดต่อกับแม่ 

ไปถึงร้านก็ถามราคาถามสเปคเครื่องนู่นนี่นั่น ก็ตกลงซื้อจ่ายเงินเรียบร้อย ผมกำลังจะเดินออกจากร้าน แต่น้องเค้ายังคงสนใจของที่อยู่ในตู้โชว์อยู่พร้อมถามพนักงานว่ารุ่นนี้ดีไหม สเปคเป็นยังไง ตอนนั้นผมคงคิดว่าน้องเค้าคงซื้อไปให้ที่บ้านอีกเครื่องเค้าก็หันมาถามผมนะว่ารุ่นนี้ดีเปล่า ผมก็ตอบไปว่าดีนะ เล็กๆน่าจะพกง่าย แล้วเค้าก็ถามผมว่าชอบรึเปล่า ผมก็พยักหน้า 

แล้วพอจะถามต่อว่าถามทำไมยังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากนางก็หันไปหาพนักงาน บอกเอาเครื่องนี้อีกเครื่อง ได้มาแล้วก็ยื่นให้ผมบอกว่าไว้ใช้คุยกัน ตอนนั้นคือยืนงงเป็นไก่ตาแตก พอได้สติก็บอกว่าไม่เอาๆ ถึงแม้เราจะอยากได้ขนาดไหนแต่เราก็ไม่ได้อยากได้ขนาดที่ว่าต้องให้แฟนซื้อให้ แต่เค้าบอกผมแค่ว่าไม่ได้ให้แต่ให้ยืม เผื่อมีอะไรจะได้โทรหาได้ 

ผมเลยได้เจ้า Alcatel one touch 300 สีเขียว มาใช้ ปัจจุบันเครื่องนี้ผมยังเก็บไว้อยู่เพื่อจะคืนน้องคนนี้ เพราะอะไร...



หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี ผมก็จบ ม.6 ต้องมาเรียนต่อที่กรุงเทพทำให้ผมกับครอบครัวต้องห่างกัน ที่้บ้านผมตอนนั้นไม่มีใครมีมือถือเลยก็ปรึกษากับแฟนว่าจะฝากมือถือไว้ที่พ่อกับแม่เผื่อผมมีอะไรจะได้โทรกลับมาหาได้ แล้วก็ให้เบอร์บ้านน้าที่ผมมาอาศัยด้วยกับน้องไว้ใช้ติดต่อกันแต่ด้วยความที่เราห่างกันความความใกล้ชิดก็ลดลง ผมเริ่มโทรหาน้องน้อยลง น้อยลง น้อยลง รับโทรศัพท์จากเค้าน้อยลง น้อยลง น้อยลง 

จนในที่สุดเราก็ไม่ได้คุยกันต่อ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมยังเก็บมือถือเครื่องแรกของผมไว้จนถึงตอนนี้ 

แล้วก็มาถึงยุคของเกมส์ออนไลน์ เกมยอดฮิตสมัยนั้นก็ต้องเป็น "Raganrok Online" เกมส์นี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมใช้เงินไปกับมันเยอะมากไม่ว่าจะเป็นค่าชั่วโมงเกมส์ที่ต้องเติม มีตั้งแต่บัตรชั่วโมงไปถึงบัตรเดือน แล้วยังต้องเสียค่าบริการร้านเนตอีก ทำให้เสียเงินไปกับมันมากพอดูแต่สมัยก่อนอินเตอร์เนตไม่ได้เป็น Hispeed แบบในสมัยนี้นะ ยังเป็นโมเด็ม 56k ที่เวลาต่อเนตจะมีเสียง อี้แอ่ อี้แอ่ 

จำได้ว่าร้านที่ไปเล่นจะมีคอมอยู่ประมาณ 20 เครื่อง แล้วทุกเครื่อง"ต้อง" เล่นเกมส์เท่านั้น เพราะว่าถ้ามีใครเข้าเว็บเบาร์เซอร์มันจะทำการดึงเนตให้ดาวน์ลง หรือภาษาเกมจะเรียกว่า "แลค" ตัวละครในเกมส์ก็จะเดินกระตุกๆ หรือตีๆมอสเตอร์อยู่ถ้าแลคขึ้นมาพอขยับอีกทีโดนมอนส์ตีตายไปซะแล้ว 
แล้วเกมส์นี้เค้าจะมีการอัพเดท Patch ทุกๆสัปดาห์ แล้วคิดดูว่าเนตมีความเร็วอยู่แค่นี้ บวกกับเครื่องคอมอีก 20 เครื่อง ดังนั้นเจ้าของร้านต้องปิดร้าน 1 วันเพื่อทำการโหลดแพทช์ลงในคอมทุกตัว

จำได้มีเหตุการณ์นึง วันนั้นไปเล่นเกมส์นี้ที่ร้านต่างอำเภอ ด้วยความที่เราเคยชินกับการที่ต้องรีสตาร์ทเครื่องคอมเพื่อป้องกันการโดนดักแฮคข้อมูล แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเครื่องนั้นดันเป็นเครื่องแม่ที่ใช้ในการต่อสัญญานเนต พอกดรีสตาร์ทปุ๊บ จำได้ว่าทุกอย่างเงียบลง แล้วทุกคนก็มองมาที่คอมที่เราเล่น แล้วก็เริ่มมีเสียงโวยวายว่ารีสตาร์ททำไม โวยวายจนเราขอโทษแล้วรีบออกจากร้านเลย เพราะทุกคนพร้อมเข้ามาตีเราเหมือนเราเป็นปอริ่งตัวนึงเลย 555 โหดชะมัด



ยังมีเทคโนโลยีที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมอีกเยอะแยะมากมาย ถ้ามีเวลาว่างๆจะมาเล่าให้ฟัง ใน Part3 นะครับ




 

Create Date : 17 มกราคม 2557    
Last Update : 17 มกราคม 2557 13:11:26 น.
Counter : 183 Pageviews.  


JORO
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]













Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add JORO's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.