โรงเตี๊ยมจอมยุทธเนียร(ปาตี)
Group Blog
 
All Blogs
 
กลิ่นกาสะลอง



"กลิ่นกาสะลอง" ผลงานลำดับที่สาม ภายใต้นนามปากกา "เนียรปาตี"
นิยายเล่มนี้วางแผงเป็นครั้งแรกในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ราวๆ เดือนเมษายน 2551 แต่สำหรับตัวผู้เขียนเอง นิยายเรื่องนี้มีประวัติที่ยาวนานพอสมควร

หลังจากที่เรียนจบ ก็เริ่มขีดๆ เขียนๆ นิยายเป็นเรื่องเป็นราว แต่ไม่จบดี (ที่จบก็เพราะขี้เกียจเขียน) ตอนนั้นราวๆ ปี 2546 ได้เขียนเรื่องนี้ไว้ในสมุดเลกเชอร์ ชื่อเรื่องก็คือ "กลิ่นกาสะลอง" นี่แหละครับ

ตอนเขียนจินตนาการก็บรรเจิดมากมาย แต่สุดท้ายก็เขียนไม่จบ เพราะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในระบบงานประจำ เรื่องก็เลยค้างเติ่งอยู่ประมาณ 10 บท จากนั้นมันก็ถูกเก็บลืม

ปี 2549 ได้เข้าเป็นหนึ่งในโครงการทมยันตีอวอร์ด โดยเรื่องที่ส่งประกวดคือ "แป้งร่ำสารภี" หลังจากนั้นก็มีงานเขียนเล่มที่สอง "หมอกพรางดาว" จนกระทั่งจะวางพล็อตเขียนเรื่องที่สามนี่แหละ ที่อยากให้มันแตกต่างไปจากสองเรื่องแรก คิดอยู่นานก็แว้บถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เลยค้นหาต้นฉบับใหญ่

ไม่น่าเชื่อ เราในวันนั้นเขียนไปทั้งหมดแค่ 20 กว่าหน้า เฉลี่ยนตอนละ 2 หน้า ก็เลยเอามาพิมพ์ใหม่ เกลาสำนวนไป คิดเหตุการณ์ที่จะต่อจากที่ค้างไว้ต่อไป จนสุดท้ายก็กลายเป็น "กลิ่นกาสะลอง" ที่สมบูรณ์แบบ 47 ตอน...โอ้แม่เจ้า ไม่อยากจะเชื่อว่าเขียนได้ขนาดนี้

กาสะลอง ขาวนวลผ่อง เหน็บเกศา
เจ้าปลดมา ให้พี่เชย รำลึกได้
กลิ่นเจ้าอยู่ แล้วตัวเจ้า อยู่หนใด
ขอตามรัก ทุกชาติไป เจ้าเนื้อนวล


ใครที่ชอบอ่านนิยายย้อนยุค นิยายที่มีข้ามภพชาติ บรรยากาศเชียงใหม่สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผมเองก็ขอฝาก "กลิ่นกาสะลอง" ไว้ให้พิจารณาด้วยนะครับ



Create Date : 03 สิงหาคม 2551
Last Update : 28 มกราคม 2552 9:28:33 น. 52 comments
Counter : 864 Pageviews.

 
ซื้อมาแล้วนะคะ แต่ยังไม่ได้อ่านเลย ไม่รอวันงานฯ แล้วล่ะ ก็มันอาจคลาดเคลื่อนกันได้จริงๆ อย่างที่คุณบอกค่ะ


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.147.49 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:20:30 น.  

 
อยากให้คุณเนียรฯ เซ็นหนังสือกลิ่นกาสะลองให้จังเลย
ส่งไปให้เซ็นได้ป่ะ
อยากเก็บไว้
เป็นนิยายเรื่องแรกที่บ้าได้ขนาดนี้ จะนั่งจะนอน ก็คิดถึงแต่กาสะลอง ฟังเพลงของไม้เมือง ส่วนมากก็จะมีแต่ภาษาเหนือ "กาสะลองกลับบ้าน" ก็คิดถึงแต่กาสะลอง ขึ้นรถไฟ ก็คิดถึงตอนกาสะลองจะหนีไปกรุงเทพฯ
นั่งเล่นที่ท่าน้ำ ก็คิดถึงแต่ เรือหางแมงป่องของหมอทรัพย์
ทำไม ทำไม ถึงได้บ้าขนาดนี้
จะมีใครบ้าเหมือนเราหรือเปล่า เล่าให้ฟังหน่อยสิ
คงอีกนานกว่าเรื่องสะเทือนใจเหล่านี้จะลบเลือนได้ หรืออาจติดอยู่ในความทรงจำของเราไปตลอดก็ได้
ก็เลยคิดว่า ชาติก่อนเป็นใครในเรื่องเนียะ
วันนี้บ้าแค่นี้ก่อน เดี๋ยววันหลังว่างๆ จะเข้ามาเยี่ยมใหม่
คงไม่ว่านะ แล้วก็ อย่าเบื่อกันก่อนหล่ะ


โดย: มิรันตี IP: 202.143.165.44 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:25:01 น.  

 
ลืมบอก
โหลดรูปปกหนังสือมาตั้งเป็น desktop หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยนะ จะบอกให้ เวลาทำงาน จะได้เห็นกาสะลองชัดๆ


โดย: มิรันตี IP: 202.143.165.44 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:33:17 น.  

 
คุณพิงค์กี้ - ลลองอ่านดูนะครับ เป็นอีกแนวหนึ่งที่ต่างไปจากสองเล่มแรก

คุณมิรันตี - ยินดีต้องรับสูบ้านหลังน้อยๆ แบบเรียบง่ายของเนียรปาตีครับ

ดีใจที่คุณมิรันตีอ่านกาสะลองแล้วชอบ รับประกันความสนุกโดยอ่านถึง 3 รอบ ผู้เขียนเลยได้แต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เสียคนเดียว (เอาเป็นว่า ถ้าใครจะว่าเราบ้า เราก็บ้าด้วยกันสองคนล่ะนะครับ)

ไม่ทราบว่าคุณมิรันตีอยู่ที่ไหน เพราะเห็นว่ามีโอกาสได้นั่งรถไฟ ได้นั่งเล่นที่ท่าน้ำ ส่วนผมเองอยู่เชียงใหม่ เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิดครับ ในหลายๆ ส่วนทั้งฉากและบทสนทนาจึงไม่เป็นปัญหาในตอนเขียนสักเท่าไหร่

ถ้าจะส่งหนังสือมาให้เซ็นก็ยินดีครับ จะให้ที่อยู่ไว้ แต่ถ้ามีโอกาสได้เจอกัน พูดคุยกันแล้วเซ็นให้ต่อหน้า คุณมิรันตีน่าจะปลื้มกว่าไหมครับ


โดย: จอมยุทธเนียร วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:39:47 น.  

 
อยู่ภาคอีสานค่ะ แต่ชอบภาคเหนือ
บ้านอยู่ริมแม่น้ำมูลค่ะชอบไปนั่งเล่น เอาเท้าราน้ำตอนเลิกงาน (มือไม่พายนะ)
ถ้าว่างๆก็จะ นั่งรถไฟเล่นไปอุบลฯบ้าง บางทีก็นั่งไปโคราช ไปเที่ยว

แล้วจะส่งไปที่ไหนค่ะ ส่งไปบ้านวรรณกรรมหรือเปล่า
ว่าจะไปหาแป้งร่ำ สารภี อ่านอยู่เหมือนกัน เห็นคนพูดถึงเยอะ

สารภาพเลยนะว่ากลิ่นกาสะลองตอนแรกไม่ได้ตั้งใจอ่านหรอกค่ะ พอดีจะเข้ากรุงเทพเบื่อๆ เลยแวะหาหนังสืออ่าน
เห็นมันมีภาษาเหนือก็เลยซื้อมา เล่ม 1 ก่อน
กลับจากกรุงเทพวิ่งเข้าร้านหนังสือแทบไม่ทันไปหาเล่ม 2
โชคร้าย เจ้าของร้านบอกว่าหมด
แต่ก็ไม่ละความพยายาม วันหยุดก็เลยลองนั่งรถไฟไปซื้อที่ โคราช ได้มาสมใจ ดีใจที่สุดเลย

คุณเนียรรู้จัก วงไม้เมือง หรือเปล่า รู้สึกว่าไม้เมืองจะเป็นชื่อร้านอาหารอยู่ที่เชียงใหม่ด้วยใช่ป่ะ แล้วเคยไปหรือเปล่า เล่าให้ฟังหน่อยนะ

รบกวนสมาธิในการเขียนหนังสือหรือเปล่าไม่รู้
ขอโทษด้วยก็แล้วกัน ไม่ต้องตอบบ่อยๆ ก็ได้ค่ะ เกรงใจ
ค่ะ แค่ตอบกลับมาก็ปลื้มจะแย่แล้ว


โดย: มิรันตี IP: 202.143.165.44 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:53:22 น.  

 
ไม่ลำบากใจเรื่องตอบหรอครับ แล้วก็ไม่กวนสมาธิตอนเขียนหนังสือด้วย เพราะว่าเวลาที่เปิดอินเตอร์เนตก็คือช่วงที่พักจากการทำงานแล้วครับ

อ่านข้อความข้างบนแล้วก็ค่อนข้างแปลกใจนิดหน่อย (ไม่มาก) เพราะโดยปกติแล้ว หนังสือของ ณ บ้านวรรณกรรมจะแพ็คขายแบบจบเรื่องเลย ในกรณีที่แยกเป็น 2 เล่ม แต่ก็เคยเห็นนะครับที่เขาแยกขายเป็นเล่มๆ เอาเป็นว่าคุณมิรันตีได้อ่านจนจบเรื่อง ผู้เขียนก็ดีใจครับ

เรื่องแป้งร่ำสารภี ก็เป็นเชียงใหม่ครับ แต่ว่าไม่ได้เน้นเท่าไหร่ เป็นงานเขียนเรื่องแรกในชีวิตครับ

ดีใจที่มีคนชอบภาคเหนือ และเชียงใหม่ครับ ศิลปินกลุ่ม "ไม้เมือง" ผมพบบ่อยๆ ครับ แต่ว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่โดยปกติแล้วเขาจะไปร้องเพลง เล่นดนตรีเปิดหมวกอยู่ที่ถนนคนเดินวันอาทิตย์น่ะครับ ไว้ถ้าผมได้ไปอีกจะถ่ายรูปมาฝากนะครับ ส่วนร้านอาหารชื่อไม้เมืองนี่ไม่แน่ใจ ขอถามเพื่อนๆ ดูอีกที

และถ้าคุณมิรันตีชอบ "กลิ่นกาสะลอง" ผมมีข่าวดีบอกไว้ก่อนว่า จะมีเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันมาอีก เป็นเรื่องของ "บัวเกี๋ยง" หลังจากที่ไปอยู่กรุงเทพฯ แล้วกลับมาเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมตัว ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะเขียนออกมาเมื่อไหร่ แต่ก็คงอีกนานพอสมควร ระหว่างนั้น ติดตามเรื่องอื่นๆ ไปพลางๆ ก่อนนะครับ


โดย: จอมยุทธเนียร วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:00:15 น.  

 
ถ้าคุณมิรันตี ไม่สามารถไปที่งานสัปดาห์หนังสือ ส่งมาให้ผมเซ็นแล้วส่งกลับไปก็ได้ครับ รบกวนคุณมิรันตี แจ้ง E-mail ไว้ แล้วผมจะส่ง ชื่อ-ที่อยู่ไปให้ครับ


โดย: จอมยุทธเนียร วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:06:07 น.  

 
ผมได้ส่ง E-mail ไปตามที่คุณมิรันตีให้ไว้แล้วนะครับ และขออนุญาตลบอีเมลของคุณที่โพสไว้ในหน้านี้ เพื่อมิให้ผู้อื่นนำเอาอีเมล์ของคุณมิรันตีไปใช้ในทางอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสมครับ


โดย: จอมยุทธเนียร วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:09:53 น.  

 
อ่านจบแล้วนะคะเรื่องกลิ่นกาสะลอง คุณเขียนช่วงที่ย้อนกลับไปในอดีตได้ดีมากๆ เลยนะคะ เนียนมาก อ่านแล้วได้บรรยากาศยุคสมัยนั้นจริงๆ ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความคิดอ่านของคนสมัยนั้น แล้วยังได้สัมผัสกับภาษาเหนือเพราะๆ ที่ตัวละครพูดกันอีกด้วย ..... เนี่ยนับเป็นข้อได้เปรียบของผู้แต่งที่เป็นคนเหนือนะเจ้า


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.146.224 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:30:52 น.  

 
ขอบคุณพี่พิงค์กี้มากครับ สำหรับคำชม แต่ถ้ามีตรงไหนที่จะติ ก็บอกกล่าวกันได้นะครับ จะได้เก็บไปพัฒนาต่อไป


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.44 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:00:18 น.  

 
คุณเนียรคะ เรื่องนี้ดีอยู่แล้วน่ะนะ มีแต่คำชมเหมือนคนอื่นๆ แหละค่ะ
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องต่อๆ ไป พี่อยากให้คุณเขียนแบบจบภายในเล่มเดียวจังเลย แต่ก็เข้าใจว่า บางทีเนื้อเรื่องมันคงเยอะ แล้วก็อาจอยากให้คนอ่านได้อรรถรสหรือเข้าถึงอารมณ์ตัวละคร แต่ด้วยฝีมือการเขียนของคุณ รู้ได้ว่าคุณทำให้คนรู้สึกแบบนั้นได้ภายในเล่มเดียวจบแน่ๆ เชียวค่ะ
จะว่าไปแบบเล่มเดียวจบก็มีข้อดีนะคะ เดินเรื่องกระชับ น่าติดตามตลอดเวลา , ราคาจะไม่สูงมาก (ทำให้คนซื้อที่ยังไม่เคยอ่านผลงานตัดสินใจซื้อง่ายกว่า) แล้วก็เก็บรักษาง่ายกว่า เพราะ ไม่ต้องกลัวเล่ม 1 โดนพรากจากเล่ม 2 แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนอื่นคิดยังไงเหมือนกัน ลองดูนะคะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้คนเขียนเนอะ


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.151.240 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:43:41 น.  

 
พี่พิงค์กี้ครับ เรื่องรวมเล่ม เป็นพิจารณาของทางสำนักพิมพ์น่ะครับ สำหรับนักเขียนแล้ว ไม่ได้มีตายตัวว่าเรื่องนี้จะสั้น หรือยาว แล้วแต่โครงเรื่องที่วางไว้ครับ ซึ่งต้องเขียนให้ครบถ้วน ฉะนั้นบางเรื่องจึงสั้น บางเรื่องจึงยาวครับ

แบบเล่มเดียว ก็ดีอย่างพี่พิงค์กี้ว่า เพราะจะได้ไม่ต้องกลัวว่าเล่มใดเล่มหนึ่งจะหาย แบบสองเล่ม ก็ดีว่าไม่หนักเกินไปทำให้เมื่อยมือเวลาอ่านในอิริยาบถต่างๆ

แต่สำหรับนักเขียนแล้ว ไม่ว่าเรื่องจะมีความยาวเท่าใด ก็เป็นความยากอยู่ประการหนึ่งว่า จะต้องให้ผู้อ่านติดตามได้จนหน้าสุดท้ายครับ

สุขสันต์วันแห่งความรักนะครับ พี่พิงค์กี้ คุณมิรันตี และทุกๆ คน


โดย: จอมยุทธเนียร IP: 202.28.245.185 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:34:59 น.  

 
สุขสันต์วันแห่งความรักเช่นกันนะคะ ก็ขอให้คุณเนียรได้รับแต่ความรักดีๆ จากครอบครัว คนรอบข้าง แล้วก็แฟนๆ นักอ่านตลอดไปแล้วกันนะจ๊ะ


โดย: พี่พิงค์กี้ IP: 58.9.149.208 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:58:47 น.  

 
ขอให้สมพรปาก และคำอวยพรย้อนกลับไปยังทุกๆ คนด้วยครับ

ส่วนเรื่องแฟนๆ นักอ่าน ยินดีรับเพิ่ม แต่ที่เป็นอยู่แล้ว อย่าเพิ่งทิ้งขว้างกันไปไหนเสียก่อนล่ะครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.205 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:56:25 น.  

 
ไม่ทิ้งกันไปไหนหรอก เอาแบบคุยจนเข็ดเลยดีมั๊ย 555 แต่คุณเนียรต้องชวนคุยบ้างนะ ก็ถ้าคุยอยู่คนเดียว คนจะว่าติ๊งต๊องน่ะนะ


โดย: พี่พิงค์กี้ IP: 58.9.150.180 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:46:12 น.  

 
ปัญหาอยู่ตรงที่ชวนคุยนี่แหละครับ เพราะเป็นคนหาประเด็นสนทนาไม่เก่งเอาเลยจริงๆ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.79 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:44:09 น.  

 
แต่เขียนเก่งเนอะ ไม่งั้นหลายๆ คนคงไม่การันตีความสนุกของนิยายคุณหรอก ใช่มั๊ย ... จริงๆ พี่ก็คุยไม่เก่งหรอก ถ้าคุยไปนานๆ ก็คงนึกไม่ออกเหมือนกัน แต่ยังไงก็จะแวะมาเยี่ยมบล็อคคุณเสมอนะจ๊ะ

แล้วตอนนี้คุณเนียรเป็นยังไงบ้าง เขียนเวิ้งราตรีจบแล้ว ตอนนี้ลงมือเขียนเรื่องใหม่ต่อเลยรึเปล่าคะ ถ้าให้โอกาสตามใจคนอ่านบ้างอยากอ่านแบบว่าตัวเอกแก่นๆ เฮี้ยวๆ ช่างต่อปากต่อคำบ้างจังเลย ไม่รู้จะได้รึเปล่าน๊า รอคิวเล่มต่อๆ ไปก็ได้ ?






โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.137.5 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:25:49 น.  

 
ตอนนี้ก็ลงมือเขียนเรื่องใหม่ได้สัก 3 ตอนแล้วครับ แต่ว่านางเอกไม่แก่นเซี้ยวเลย เป็นประเภทดื้อเงียบมากกว่าครับ ช่วงนี้ต้องแบ่งเวลาในการเขียนนิยายพอสมควร เพราะว่าตั้งใจจะทำวิทยานิพนธ์ให้จบภายในปีนี้ (เพราะยืดเยื้อมาหลายปี) ถ้าเรียนจบแล้วก็จะได้เขียนนิยายได้ปลอดโปร่งโล่งใจ

เรื่องที่เขียนอยู่ตอนนี้คือเรื่อง "เรือนไม้หอม" ครับ และเก็บข้อมูลสำหรับนิยายย้อนยุคฟอร์มใหญ่ของตัวเองในปีหน้า ส่วนจะย้อนไปแค่ไหน เกี่ยวกับอะไรนั้นขออุบไว้ก่อนนะครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.147 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:41:17 น.  

 
เรียน ป.โท คณะอะไรอยู่คะ? ม.เชียงใหม่แน่ๆ เลย? ตอนนี้ทำวิทยานิพนธ์ไปได้เยอะหรือยังคะ สู้ๆ เค้านะ ตอนที่ยังเรียนอยู่เคยรู้สึกเหมือนกันว่าทำไมมันยุ่งยากขั้นตอนเยอะจัง แต่พอตัวเองวางกรอบกับวิธีวิจัยเสร็จก็มีกำลังใจขึ้นมาทันทีว่ามันก็ไม่ยุ่งยากมากเท่าที่เคยคิด เพิ่งมาสำนึกตอนทำเสร็จว่าการทำวิทยานิพนธ์นี่ก็ช่วยให้ได้ทบทวนความรู้ทุกอย่างที่เรียนมาจริงๆ ยังไงก็เอาใจช่วยคนกำลังจะจบนะคะ

เรื่องเรือนไม้หอมนี่เป็นเรื่องราวยุคไหนคะ? ชื่อเหมือนย้อนยุคเลยเนอะ เรื่องนึงนี่ใช้เวลาเขียนนานมั๊ยคะ แต่ที่แน่ๆ เขียนไม่ทันคนอ่านแล้วล่ะ


โดย: พี่พิงค์กี้ IP: 58.9.153.160 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:56:40 น.  

 
เรือนไม้หอม - เรื่องราวเป็นปัจจุบันล้วนๆ ไม่ย้อนยุค ไม่มีอภินิหารใดๆ ครับ

ส่วนเรื่องเรียน ป.โท ตอนนี้เรียนอยู่คณะการสื่อสารมวลชน มช. ครับ ควรจะจบเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็...(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)

อาจจะเขียนงานได้ไม่ทันใจคนอ่าน แต่ถ้าคนอ่านยังรอเล่มต่อไป คนเขียนก็มีแรงฮึดครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.95 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:52:58 น.  

 
คราวที่แล้วแซวเล่นน่ะ เขียนได้ขนาดนี้นับว่าเร็วแล้วค่ะ คนอ่านก็ยังอ่านไม่จบเหมือนกัน ก็หมอกพรางดาวมีแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านเลย


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.229.94 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:25:22 น.  

 
หมอกพราวดาวก็เป็นเรื่อง (อีกแล้ว) เฉพาะตอนต้นเรื่องนะจ๊ะ อิอิ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.25.69 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:51:55 น.  

 
แหม! เขียนอย่างนี้คงต้องเดาเอาแล้ว ก็ยังไม่ได้เริ่มอ่านนี่นา แต่เดาว่าต้องเป็นเรื่องจริงมาอิงเรื่องแต่งใช่มั๊ยล่ะ 555 (เข้าข้างตัวเองว่าถูกแหงๆ)


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.144.63 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:29:30 น.  

 
เป็นเรื่องจริงของใครหลายคนที่รู้จัก ครั้งยังเรียนมหาวิทยาลัยครับ พระเอกในเรื่องเป็นนายแบบ เข้าวงการด้วยการประกวดจากเวทีหนึ่ง ในชีวิตจริง น้องคนนั้นก็ได้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงพักหนึ่ง ตอนนี้ซาๆ ลงไปบ้างแล้วครับ (ขอไม่บอกว่าเป็นดาราคนไหน)


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.193 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:52:22 น.  

 
แหมบอกใบ้แต่ไม่เฉลยเลยนะจ๊ะคุณเนียร แต่ก็ดีแล้ว เดี๋ยวเจ้าตัวเค้าเคืองตายเลย

คุยเรื่องกาสะลองนิดนึงนะคะ มีอยู่จุดนึงที่ไม่รู้จริงๆ เป็นเป็นไปได้มั๊ย ก็การที่หมอทรัพย์แยกไม่ออกระหว่างกาสะลองตัวจริงกับดอกปีบที่ปลอมตัวมา ถ้าเป็นเรื่องจริงคนใกล้ชิดน่าจะแยกออกนะ อ่านแล้วก็น่าสงสารกาสะลองจังเลยที่กว่าหมอทรัพย์จะรู้ก็สายไปแล้ว


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.145.229 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:31:37 น.  

 
ตอนที่สลับตัวกัน หมอทรัพย์รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่แล้วครับ ว่ากาสะลองเปลี่ยนไป เพราะการพะเน้าพะนอเอาใจเกินเหตุ หรือการพูดถึงเรื่องที่กาสะลองกับหมอทรัพย์ไม่เคยพูดมาก่อน ความรู้สึกนั้นหมอทรัพย์สัมผัสได้ จึงเลี่ยงๆ ออกมา ทำทีว่าจะไปหัดดนตรีครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.25.69 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:41:08 น.  

 
แล้วเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องแต่ปางก่อนรึเปล่าคะ ก็กว่าจะได้คู่กันหลายชาติจังเลย


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.209.15 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:10:09 น.  

 
ถูกต้องแล้วครับ ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องแต่ปางก่อนครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 58.147.45.46 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:28:05 น.  

 
เดาเก่งจริงๆ เลยเรา


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.151.42 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:30:22 น.  

 
ขออภัยที่หายไปนาน เพราะมัวแต่หลบฝุ่นควันอากาศพิษ เลยมะได้มาคุยกับพี่พิงค์กี้เลย...ใกล้งานสัปดาห์หนังสือเข้ามาอีกแล้ว ตื่นเต้นจัง อยากเห็นเล่มใหม่ของตัวเองเร็วๆ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.70 วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:11:16:58 น.  

 
พี่ก็เห็นข่าวเรื่องหมอกควันพิษที่เชียงใหม่ ยังไงคุณเนียรก็ต้องระวังสุขภาพนะคะ ที่กทม.เมื่อ 2 - 3 วันก่อนอากาศครึ้มหน่อยเพราะมีฝนตก แต่ตอนนี้ร้อนตับแลบเหมือนเดิมแล้ว

ส่วนหนังสือใหม่ของคุณออกทันงานสัปดาห์หนังสือมั๊ยคะ ? พี่ก็ช่วยลุ้นไปด้วยนะเนี่ย





โดย: พี่พิงค์กี้ IP: 58.9.153.7 วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:12:44:48 น.  

 
หนังสือใหม่ กำลังลุ้นอยู่เหมือนกันครับ ถ้าแน่นอนแล้วจะได้โพสให้ทดลองอ่านในบล็อกนี้สัก 3-5 ตอน

เรื่องอากาศพิษตอนนี้แย่จริงๆ ครับ เพราะนอกจากอากาศจะร้อนแล้วยังมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด แหงนหน้ามองฟ้าจะเห็นได้ชัดเลยว่าฟ้ามันไม่ใส เคลียร์แบบเมื่อก่อน ยอดดอยสุเทพนี่ถูกกลืนหายไปเลยครับ นึกอยากให้ฝนตกห่าใหญ่ๆ สักทีเหมือนกันเผื่อจะช่วยได้บ้าง

ถ้าอากาศเชียงใหม่ยังเป็นเหมือนในเรื่องกลิ่นกาสะลองก็ท่าจะดีเนาะ

ทักทายและทำใจให้เย็นวันแดดจัดครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.12 วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:15:25:12 น.  

 
บรรยายได้เห็นภาพเลยนะคะ เสียดายทัศนียภาพสวยๆ ของเชียงใหม่จริงๆ ที่ต้องมาเจอกับฝุ่นละออง ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขให้หายขาดได้รึเปล่า แล้วบริเวณที่คุณเนียรพักอยู่ต้องเจอกับฝุ่นพวกนี้เต็มๆ รึเปล่าคะ สงสัยต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้แล้วล่ะ ไม่รู้จะช่วยได้มั๊ยเนอะ

ส่วนหนังสือใหม่ของคุณ ก็หวังว่าจะออกทันงานนะจ๊ะ จะได้เห็นคนเขียนไปยืนเชียร์ผลงานตัวเองที่งานน่ะ


โดย: พี่พิงค์กี้ IP: 58.9.229.95 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:12:55:13 น.  

 
เชียงใหม่ตอนนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็คงจะหนีไปไม่พ้นสภาพที่เป็นอยู่ครับ บ้านผมเองอยู่อำเภอเมือง แต่ก็เป็นช่วงรอยต่อกับอีกอเภอหนึ่ง จึงอยู่ครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างเมืองกับหมู่บ้าน โชคดีที่ตนเองเป็นคนรักต้นไม้ ในบ้านเลยเย็นกว่าอากาศข้างนอก แต่บางทีก็เห็นต้นไม้เฉาแดดไปได้อย่างน่ากลัวเหมือนกันว่าร้อนได้ถึงเพียงนี้

หนังสือเล่มใหม่คงลุ้นต่อไปกันอีกไม่นาน อีกหนึ่งภาระแสนกังวลของผมเองก็เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องวิทยานิพนธ์นี่แหละครับ...สู้ๆ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.77 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:15:00:02 น.  

 
เดี๋ยวต้องคอยดูว่าเรือนไม้หอมกับวิทยานิพนธ์อันไหนจะเสร็จก่อนกัน แต่ก็ลุ้นให้เป็นอันหลังดีกว่า จะได้จบไวๆ เนอะ


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.209.251 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:11:58:48 น.  

 
น่ากลัวจะเป็นเรือนไม้หอมครับ เพราะไม่ยาวมาก และเขียนตอนที่พักสมองจากวิทยานิพนธ์ครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.21 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:21:10:38 น.  

 
ชอบอ่านเรื่องที่ไม่ยาวมากอยู่แล้ว เอาแบบสนุกๆ แต่ได้เปลี่ยนเรื่องบ่อยๆ ไงคะ

ตอนนี้กำลังอ่านเรื่องเชลยศักดิ์อยู่ เป็นนิยายเก่ามาก ไม่รู้ว่าคุณเนียรเคยอ่านรึยัง แต่ยาวมากเลยเกือบ 900 หน้าแน่ะ ฟอนต์เล็กด้วย และสำนวนภาษาเค้าก็ต่างจากปัจจุบัน อ่านตั้งนานเพิ่งได้ครึ่งเล่มเอง แต่เดี๋ยวจบก็จะต่อเรื่องของพี่ใหญ่กับไข่มดเลยนะ


โดย: พี่พิงค์กี้ IP: 61.90.70.135 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:12:21:00 น.  

 
เชลยศักดิ์ยังไม่เคยได้อ่านครับ นอกจากพอทราบเรื่องคร่าวๆ เท่านั้นเอง แต่ก็คิดว่าจะหามาอ่านอยู่นะครับ เพราะนิยายเก่าๆ นี่เวลาเขาเอามาพิมพ์ใหม่ต้องรีบซื้อครับ เดี๋ยวจะหาซื้อไม่ได้อีก

ตอนนี้เห็นว่าจะเป็นละครครับ คุณแอน ทองประสม ประกบกับ โฬม พัชฏะ นามปาน ทางช่อง 3 โดยคุณไก่ วรายุทธ

ในเรื่องสำนวนภาษา (ที่ยังไม่ได้อ่าน) ที่แตกต่างจากปัจจุบัน เข้าใจว่าเป็นเพราะความคิด สิ่งแวดล้อม และส่วนประกอบอื่นหลายๆ อย่างครับ ที่ทำให้งานเขียนแต่ละยุคสมัยมีสำนวนภาษาและความคิดอ่านของตัวละครแตกต่างกัน อย่างน้อยการอ่านงานเก่าๆ ก็ทำให้เข้าใจสภาพสังคม และความคิดของผู้คนในยุคสมัยนั้นได้ครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.116 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:13:02:27 น.  

 
ไม่ค่อยได้มีโอกาสอ่านนิยายเก่าๆ บ่อยเท่าไหร่ แต่พอได้อ่านเล่มดีๆ ที่สำนักพิมพ์เค้าคัดมาตีพิมพ์ใหม่แล้วก็ชอบ นิยายเก่าๆ เค้าก็มีเสน่ห์ในแบบของยุคสมัยเค้าจริงๆ เคยอ่านเรื่องวนิดารึเปล่าคะ เล่มนี้สนุกมากๆ ถ้ายังไม่ได้อ่านต้องอย่าพลาดนะคะ

เรื่องเชลยศักดิ์น่ะพออ่านแล้วพี่ว่านางเอกน่าจะเป็นเชอร์รี่เข็มอัปสรมากกว่านะ แอนเค้าดูหน้าฝรั่งไปนี๊ด (แอบชอบเชอร์รี่มากกว่าด้วยน่ะ) แต่โฬมก็พอได้นะ


โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.145.162 วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:13:30:04 น.  

 
ไม่มีคอมเมนต์เรื่องรักนักแสดงครับ เพราะว่ายังไม่เคยอ่านเลย แต่รู้ว่าเวอร์ชั่นเก่า จะเป็นคุณแหม่ม จินตรา สุขพัฒน์ กับคุณลิขิต เอกมงคล

สำหรับเรื่องวนิดา ก็ยังไม่เคยอ่านเหมือนกันครับ แต่ทั้งสองเรื่องก็อยู่ในลิสต์ที่ต้องอ่านเรียบร้อยแล้วครับ

โดยส่วนตัวจะเป็นที่เวลาอ่านนิยาย จะตะบี้ตะบันแบบว่ากำลังอินแนวไหน ก็จะเอามันแต่อย่างนั้น อย่างเช่นตอนที่อ่านแนวอิงประวัติศาสตร์ ก็อ่านติดต่อกันเลย สี่แผ่นดิน ร่มฉัตร รัตนโกสินทร์ สองฝั่งคลอง บูรพา ราตรีประดับดาว อะไรทำนองนนี้น่ะครับ

วนิดา นี่อ่านแล้วผมคงต้องอ่านเล่มอื่นๆ ในยุคเดียวกัน ด้วยเช่นว่า ปริศนา รัตนาวดี อะไรทำนองนี้น่ะครับ

แต่ว่า...ตอนนี้ต้องเก็บทุกเล่มเข้าหีบล็อกกุญแจไว้ก่อน เพราะหายใจเข้าก็...วิทยานิพนธ์ หายใจออกก็...เรือนไม้หอม

เฮ้อ........ว่าแล้วก็ของถอนหายใจเฮือกใหญ่สักทีหนึ่ง


โดย: จอมยุทธเนียร วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:19:20:19 น.  

 
คุณเนียรอ่านแนวอิงประวัติศาสตร์เยอะจังเลยค่ะ พี่ยังไม่ได้อ่านเลย เคยแต่ดูจากละคร

สำหรับเรื่องวนิดาถ้าอ่านจากนิยายจะสนุกกว่าที่เคยดูจากละครที่หมิวกับศรัณยูเล่นอีกค่ะ แต่อย่างว่าส่วนใหญ่เวลาอ่านจากนิยายมันก็สนุกกว่าเป็นละครอยู่แล้วแหละ เพราะได้ใช้จินตนาการและได้รับรู้ความรู้สึกตัวละครมากกว่า บางครั้งนิยายสนุกโดยเอาไปยำเป็นบทละครแล้วเละเลย อย่างเรื่องแหวนดอกไม้ของดวงตะวัน ต้องชวนอ่านอีกแล้ว ก็มันสนุกน่ะ แต่ตอนนี้รอดูว่านิยายคุณเนียรจะได้สร้างเป็นละครรึเปล่าน๊า




โดย: พิงค์กี้ IP: 58.9.150.59 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:18:13:24 น.  

 
ไม่ได้อ่านแนวอิงประวัติศาสตร์เยอะหรอกครับ เพียงแต่ว่ายกตัวอย่างเท่านั้นเอง อย่างที่บบอกแหละครับ ว่าพออยู่โหมดไหนก็จะหาเรื่องเด่นๆ ของโหมดนั้นมาอ่าน

สำหรับความสนุกของนิยายและละครต้องแล้วแต่คนครับ เพราะว่าคนที่ดูละครส่วนหนึ่งก็ไม่เคยอ่านนิยาย คนที่อ่านนิยายก็ไม่ชอบดูละคร สาเหตุหนึ่งก็มาจากความผิดหวังในละครที่อาจจะเพี้ยนไปจากนิยายและจินตนาการของผู้อ่านครับ

แต่ตัวผู้เองก็เข้าใจในส่วนนี้ครับ เพราะภาษาหนังสือ กับภาษาโทรทัศน์เป็นคนละเรื่องกัน (พอดีเรียนจบมาทางการผลิตรายการโทรทัศน์ แต่มาเอาดีทางเขียนหนังสือ) ด้วยความแตกต่างนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง และข้อจำกัดในการผลิตละครก็มีพอสมควรครับ มันก็เลยทำให้บางทีเรารูสึกว่า ต้นฉบับที่เป็นนิยายสนุกกว่า

สำหรับนิยายของผมเอง มีผู้สนใจเอาไปดูแล้วทั้ง 4 เรื่องครับ แต่ยังไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา ก็หวังว่าน่าจะมีโอกาสสักครั้งน่ะครับ ส่วนตัวแล้ว คิดว่าเป็นผลพลอยได้มากกว่า ขอเขียนนิยายให้ถูกใจผู้อ่านก็พอใจแล้วครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.108 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:18:34:55 น.  

 
จริงๆ พี่ก็ชอบดูละครนะ แต่ถ้าเป็นละครที่เคยอ่านนิยายต้นฉบับมาก่อน มันมักไม่ตรงกับที่เราเคยนึกภาพไว้ บางทีตัวแสดงไม่ใช่หรือบางทีเนื้อเรื่องถูกดัดแปลงไปเยอะ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ดูจากละครอย่างเดียว มันก็ไม่มีการเปรียบเทียบว่าอันไหนดีกว่ากัน อย่างเรื่องแม่ค้าขนมหวานถ้าดูแต่ละครมันก็สนุกดี (ไม่เคยอ่าน) แต่ได้ข่าวว่าถูกดัดแปลงไปเยอะเหมือนกัน

แล้วนิยายคุณเนียรไม่ทราบว่าเป็นช่องไหนที่สนใจเอาไปดูคะ อย่างนี้ก็ถือว่ามีโอกาสแล้วนะ ก็เชียร์ด้วยคนนะคะ


โดย: พิงค์กี้ IP: 61.90.69.45 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:13:13:40 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ส่วนจะเป็นอย่างไรกันต่อนั้นก็คงต้องดูกันไปยาวๆ น่ะครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.13 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:19:13:35 น.  

 
แวะเข้ามาเน้อเนียร บ่ฮู้ว่ามีบล็อกตวย ...จาเข้ามาประจำแหละ .. อิอิ


โดย: เมฆชรา วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:15:30:03 น.  

 
ยินดีต้อนธับเพื่อนหนอน แวะมาอู้มาจาตวยกันได้เน่อ ยินดีจ๊าดนัก


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.134 วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:12:24:36 น.  

 
สวัดดีค่ะ คุณเนียร
ตอนนี้กำลังอ่านเรื่อง กลิ่นกาสะลองอยู่ขึ้นเล่ม 2แล้วนะตอนแรกลังเลนะนี่ว่าจะซื้อดีอะเปล่าเพราะว่าไม่เคยอ่านผลงานของคุณเลยแต่อ่านหนังสือของ ณ.บ้าน มาหลายเรื่องแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นของ ลัษณวดี ทมยันตี แล้วก็ วรรณวธรรณ์ นะค่ะ ตัดสินใจอยู่หลายใบสั่งทีเดี่ยวละ แต่ก็เอานะลองดู ถ้าไม่ดีก็อ่านเรื่องเดียวพอคิดว่างั้นนะ แต่พออ่านแล้วไม่ผิดหวังนะค่ะนี่บอกจากใจจริง ชอบการดำเนินเรื่องของอดีต กับปัจจุบันที่ไม่ขัดเขินกันค่อยๆๆ เผยอดีตมาทีละน้อย สำนวนการเขียนเนียนดีค่ะไม่หนักไม่เบาจนเกินไป ตัวละครก็พอเหมาะดีให้บทกันมีสีสันทุกตัวละครชอบตัวละครละอ่อนน้อยบัวเกี๋ยง ช่างพูดช่างเจรจาดีค่ะเหมือนเป็นกามเทพตัวน้อยเลยค่ะ ถ้าอ่านจบเล่ม 2 แล้วจะแวะทักทายนะค่ะ


โดย: คุณฉัตร IP: 125.24.10.164 วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:31:31 น.  

 
ยินดีต้อนรับคุณฉัตรครับ
คงไม่มีอะไรพูดมากไปกว่าขอบคุณจริงๆ ครับ ที่ตัดสินใจหยิบขึ้นมาอ่าน แม้เพื่อจะเป็นการทดลองนักเขียนหน้าใหม่ก็ตาม ตัวละอ่อนบัวเกี๋ยงเป็นที่รักของผู้ที่ได้อ่านหลายคนครับ
เนื้อเรื่อง ภาษา และอื่นๆ อาจจะยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ผู้เขียนก็ยินดีน้อมรับทุกคำติชมและหมั่นฝึกฝนฝีมืออยู่เสมอครับ
แวะมาทักทายกันได้บ่อยๆ นะครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.25.69 วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:04:23 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณเนียร
อ่านกลิ่นกาสะลองจบแล้วจะมาบอกเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่านจบนะ ความรู้สึกก่อนอ่านคงไม่ต้องเพราะบอกไปแล้วนี่น่า โดยรวมส่วนใหญ่แล้วชอบนะค่ะ สำนวนการเขียนดีค่ะ ถึงจะใช้คำเมืองบ้างแต่ไม่ใช่คำยากมากพอที่จะเดาออกค่ะว่าแปลว่าอะไร มีบางตอนที่บีบคั้นความรู้สึกจริงๆ อย่างตอนที่พ่อกาสะลอง เรียกว่าบังเอิญไปเจอบนรถไฟเป็นอะไรที่โชคร้ายไม่เข้าข้างขวางทางรักกันซะจริงๆๆเลย เหมือนกับว่าในภพชาตินี้กาสะลองเธอก็มีกรรมเกิดมาต้องชดใช้ในชาตินี้ซะจริงๆๆๆแถมตอนที่ต้องอยู่กับศพอีก เป็นอะไรที่กรรมมากเลยต้องกินหนู(แต่ยังไม่ได้กินเพราะกินไม่ได้) ก็คือภพชาตินี้กาสะลองต้องมีกรรมหนักจริงๆๆๆนะนี่น่าสงสารมากเลย แต่โดยภาพรวมทั้งเรื่องที่เป็นภพปัจจุบันโดยส่วนตัวอ่านมาทั้งหมดรู้สึกว่าเรื่องมันจบกำลังดีที่ภพของพิมพ์พิศากับทินกฤต ค่ะเพาะมันก็สื่อเนื้อเรื่องมาจนเรียกว่าสมบูรณ์แล้วจริงๆ (ในความรู้สึกของตัวเองนะค่ะ) พิมพ์พิศาน่าสงสารที่สุดในเรื่องนะค่ะคิดว่าอย่างนั้น ที่คิดอย่างนี่เพราะว่า 1.ความรักที่คิดว่าจะสมหวังก็กลับต้องมาจากกันไป โดยที่เธอยังต้องมีชีวิตอยู่กับความรู้สึกว่าเธอทำผิดมาแต่ชาติก่อน มันเป็นอะไรที่ทรมานยิ่งว่าคนที่ตายไปแล้วซะอีก 2. ทินกฤตพอรู้เรื่องในอดีตชาติแล้วว่าคนที่รออยู่คือใคร ก็มาตายไปเฉยๆๆอย่างนั้น ก็เลยทำให้รู้สึกว่าเรื่องมันสมบูรณ์แล้ว เพราะมันสื่อถึงว่า พิมพ์พิศาไม่สมหวังในชาติภพปัจจุบัน เพราะสืบเนื่องจากกรรมแต่ชาติก่อน
เรื่องราวรุ่นลูกๆๆ ที่แตกออกมาก็เลยมีอรรถรสอ่อนลงไปนะค่ะ นี่ก็เป็นความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่านเรื่องนี้นะค่ะ
ชอบเรื่องนี่มากนะค่ะขอบอก แล้วจะติกตามเรื่อง เวิ้งราตี ต่อไปนะค่ะ


โดย: คุณฉัตร IP: 125.24.72.248 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:58:20 น.  

 
ขอบคุณคุณฉัตรครับ สำหรับคำแนะนำติชมทุกอย่างเลย รุ่นลูกๆ จะถือว่าเป็นของแถมก็ได้ครับ เพราะตอนเขียนก็เกรงอยู่ว่า ถ้าไม่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งจะมีคนอ่านอีกหลายคนค้อนคนเขียนเอาหรือเปล่า ก็เลยเติมต่อให้ครบสมบูรณ์ครับ แต่ด้วยเงื่อนไขเรื่องเวลาที่กำหนดมาตั้งแต่ต้น ทำให้ภาคลูกหลานเป็นการเขียนถึงอนาคตครับ ซึ่งผู้อ่านต้องจินตนาการฉากเอาเอง แต่ผู้อ่านอีกส่วนใหญ๋ก็เหมือนคุณฉัตรครับ คือชอบแบบที่พิมพ์พิศาเข้าใจทินกฤตแล้ว ต่างคนต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน และจบกันไปด้วยดี...ตอนเขียนช่วงนี้ ผมชอบฉากที่พิมพ์พิศาขขอให้ทินกฤตกอดเธอสักครั้งหนึ่งครับ เพราะมันเหมือนเป็นคำขอสุดท้ายจากคนที่เรารักจริงๆ...กับตอนที่กาสะลองถูกขังก่อนตาย ช่วงอ่านตรวจทานต้นฉบับ กินอะไรไม่ลงทีเดียวครับ
ฝาก เวิ้งราตรี และเรื่องอื่นๆ ด้วยนะครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 202.28.245.114 วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:14:49 น.  

 
เสียดายมากที่เพิ่งจะมาเจอ
อ่านให้ห้องสมุด แล้วหาเล่มสองไม่เจอ
อยากอ่านมากจนไปตามหาทุกร้านหนังสือ แต่ตามไปจนถึง tbt ก็ยังไม่มี
เลยอยากทราบว่ายังมีพิมพ์จำหน่ายมั้ยคะ ถ้าไม่มีจะได้พยายามยืมคนอื่น


โดย: มเนยา IP: 125.24.9.180 วันที่: 9 มิถุนายน 2555 เวลา:14:46:39 น.  

 
คุณมเนยาครับ

ผมใาตอบช้าไปหลายเดือน เพราะไม่ค่อยได้เข้ามา ตอนนี้ต้องถามที่สำนักพิมพ์ครับ เพราะยังไม่มีพิมพ์ซ้ำ ตามแผงหนังสือ หมดแล้วอาจจะหมดเลยครับ


โดย: เนียรปาตี IP: 110.49.226.13 วันที่: 13 มกราคม 2556 เวลา:11:24:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จอมยุทธเนียร
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับสู่โรงเตี๊ยมของ "จอมยุทธเนียร" ไม่...ไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกับหนังจีนกำลังภายใน แต่เป็นพื้นที่สำหรับสนทนาเรื่องสัพเพเหระและ 'นวนิยาย' ของเจ้าของโรงเตี๊ยม ภายใต้นามปากกา 'เนียรปาตี' ยินดีต้อนรับครับ
Friends' blogs
[Add จอมยุทธเนียร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.