Group Blog
 
All blogs
 

สัมภาษณ์นายโชติ

ตรงนี้จะเป็นที่รวบรวมบทสัมภาษณ์ของผู้คนในวงการครับ เพราะเห็นว่าบทสัมภาษณ์เป็นรูปแบบที่เขียนและอ่านกันได้ง่ายๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการให้ข้อมูลข่าวสาร

สำหรับการสัมภาษณ์ส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นมักจะเลือกสัมภาษณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีประสบการณ์มากๆ แต่สำหรับ Blog ของกระผมไม่จำเป็นครับ อยากสัมภาษณ์ใครก็ได้ตามแต่ผมจะพอใจครับ ฮ่า ฮ่า

และงานนี้ขอเริ่มด้วยการสัมภาษณ์ตัวเองเลย ใช่ครับฟังไม่ผิด ก็มันBlog ของผมนี่น่า

: สวัสดีครับคุณโชติ
สวัสดีครับคุณโชติ

: ช่วยบอกประวัติตัวเองหน่อยครับ
ประวัติผมยอดเยี่ยมกระเทียมดอง มีทั้งเรื่องน่าสนใจและไม่น่าสนใจ ว่าแต่ว่า อยากรู้จริงๆหรือแกล้งถาม

: แกล้งถามครับ งั้นถามเรื่องอื่นดีกว่า รู้จักกับโฟล์คได้ไงครับ แล้วเริ่มบ้ารถตู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
เออ..ตอนเราเด็กๆเห็นมันวิ่งไปวิ่งมาเต็มบ้านเต็มเมือง โตขึ้นอยู่มหาวิทยาลัยเราอยากได้รถเต่าสักคัน ไปบอกพ่อท่านก็ว่าจะเอามาซ่อมเล่นหรือไง ตอนนั้นยังไม่ค่อยเก่งเรื่องรถหรอก เลยต้องยอมใช้โตโยต้าไป เรียนจบไม่นานเราไปต่อเมืองนอก เพื่อนมันขับกอล์ฟII มาเยี่ยมเรา เรายังไม่มีใบขับขี่หรอก ก็อาศัยมันขับบริการพาซื้อข้าวซื้อของหาที่อยู่ให้ ให้เราลองขับแป๊บนึง เออขับง่ายดี ขับไปลองสอบใบขับขี่ดู ปรากฎว่าสอบผ่านเลย เราก็งงพอๆกับเพื่อนเราเพราะไม่ง่ายหรอกที่คนต่างชาติมาปั๊บสอบผ่าบปุ๊บเพราะที่นู่นมันสอบจริง ไม่ได้มั่วแบบบ้านเรา เป็นเกียร์ธรรมดาพวงมาลัยซ้ายด้วย แค่ไม่หลงซ้าย-ขวาวิ่งผิดเลนก็บุญแล้ว นั่นเลยเป็นสัมผัสกับโฟล์คครั้งแรก ติดใจ มันคนละโลกกับโตโยต้าเลย กระฉับกระเฉงขับมันส์ดี ต่อมาซื้อรถใช้เองก็ซื้อ Jetta (GolfII ในรูปซีดาน) จากนั้นก็เปลี่ยนไปหลายคันทั้งรถเยอรมันและอเมริกันเราใช้หมด แต่เลือกเฉพาะรุ่นที่เมืองไทยไม่มี บางคันขายไปได้ราคาดีกว่าตอนซื้อมา เพราะเราพอจะเป็นช่างบ้าง ซื้อรถมาทำเป็นงานอดิเรก

: แล้วเริ่มบ้ารถตู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
อ๋อใช่..รถตู้นะ..กลับมาเมืองไทยแล้วค่อยบ้า เมืองไทยครอบครัวใหญ่ ไหนจะคุณลูก พี่เลี้ยง คุณปู่ย่าตายาย จะไปไหนรถเก๋งต้องสองคัน ไม่ไหว เลยไปหา T3 มาใช้ คุณพ่อทักนะว่าซื้อมาซ่อมอีกหรือไง เราว่าไม่กลัวเท่าไหร่เพราะเคยใช้โฟล์คมาแล้วล่ะ ตอนนั้นตัวเลือกก็ไม่ค่อยมี เอาโตโยต้าหรือ ยังกะขี่เกวียน เอาลูกเต้าใส่เข้าไปเดี๋ยวหัวคลอนหมด

: แล้วเป็นไง T3
ดีนะ แต่หมดไปหลายเลย แรกๆได้ช่างไม่รู้เรื่อง ทำไม่จบ T3 นี่ปราบเซียนจริงๆ ผมก็เริ่มแก่และยุ่งกับงาน เวลาทำเองไม่มีหรอก ถึงมีเวลาก็ไม่มีปัญญา ไม่หมูนะ ใช้อยู่สักสามปีไปเดินสะดุดเจอ T4 ช่วงสั้นสภาพกิ๊กเลยเป็นดีเซลด้วย ตอนนั้นน้ำมันเริ่มแพงแล้วนะ เลยคว้า T4 คันนั้นมา

: T4 เป็นไง ตกลงใช้ไปกี่คัน
ตอนที่ผมเอา T3 มาใช้ คุณพ่อเอาไปขับด้วย เฮ้ยติดใจ แต่แกติงว่ามันเก่าไปหน่อยแถมเกียร์ไม่ออโต้ด้วย เลยไปหา T4 มาอีกคันเป็นช่วงยาวปี 94 เครื่อง 2.5 เกียร์ออโต้ อันนี้ปะป๊าใช้เองเลย ส่วนผมไม่ชอบหรอกเพราะช่วงยาวมันอุ้ยอ้าย ปะป๊าชอบโดยเฉพาะวิ่งทางไกลมันนิ่งดี พอดีคลัชหมดก็เอาเข้าอู่แถวบ้าน พอซ่อมเสร็จช่างดันลืมเติมน้ำมันเฟืองท้าย ก็น้ำมันเฟืองท้ายกับน้ำมันเกียร์ออโต้มันแยกห้องกันอยู่ เวรกรรมวิ่งไปเดี้ยงที่ลพบุรี เฟืองท้ายไหม้ดำเป็นถ่านเลย เออแหนะมันยังไปได้ถึงลพบุรี จนสุดท้ายเอาไปทดสอบความแข็งด้วยการขวางถนนให้แท๊กซี่และปิคอัพกระหน่ำหัวและท้าย เออ แข็งดี แต่ซ่อมเสร็จไม่นานก็ขายไป ปะป๊าไปหาคันใหม่คราวนี้ได้ปี95ช่วงยาวเหมือนกัน ใช้จนปัจจุบัน ติดแก๊ส LPG วิ่งอยู่นี่แหละ

: แล้วดีเซลของตัวเองหละ
อันนี้คันโปรดเลย เพราะช่วงสั้น ผมใช้แทนรถเก๋งเลย ขนาดมันใกล้เคียงรถเบ๊นซ์อีคลาส มีแต่ความสูงที่มากกว่า ตอนแรกเป็นเครื่อง 1.9TD เรี่ยวแรงไม่สมตัว มันน้อยไป ตัวนี้มีจุดอ่อนที่น๊อตพู่เล่หน้าเครื่องมันขาด ทำมาเล็กไป พอน๊อตขาดสายพานไทม์มิ่งก็ไปด้วย ต้องเปิดฝาสูบซ่อมกัน แต่โดยทั่วไปประหยัดน้ำมันดีและไม่จุกจิก จนหลังสุดรับประทานน้ำมันเครื่องมากไป จะต้องเปิดคว้านเสื้อสูบใหม่ คิดๆไปจะโดนค่าซ่อมอีกหลายอัฐ เลยมองๆหาเครื่องมาลงใหม่ พอดีไปเจอหัวตัดเครื่องดีเซล2.4ปี 2000 สภาพดี เลยจัดการซะเลย



: ยังเล่นดีเซลอีกหรือ ทำไมไม่เล่นแก๊ส
หาอยู่เหมือนกันนะเบนซิน แต่ตอนนั้นก็หาไม่ได้ และดีเซลยังมีข้อดีอยู่มาก ไม่ต้องติดถังใหญ่ท้ายรถซึ่งเราต้องการใช้พื้นที่เก็บสัมภาระเวลาเดินทาง เวลาไปต่างจังหวัดยังหาเติมน้ำมันง่ายๆสบายๆ วิ่งทางไกลได้ 11 กิโล/ลิตร ถัง 80 ลิตรของ T4 นี่กรุงเทพ-เชียงใหม่ไม่ต้องเติมน้ำมันเลย แล้วอีกอย่างเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตราคาแก๊สเป็นไง เรามีคันนึงใช้แก๊สแล้ว อีกคันเป็นทางเลือกอื่นบ้างก็ดี

: 2.4D ช่วยวิจารณ์เครื่องตัวนี้หน่อย
น่าสนใจนะผมว่า เป็นดีเซล 5 สูบที่พัฒนาร่วมกับ volvo แต่ของ volvo เอาไปใส่รถเก๋งในรุ่น 740 แล้วรู้สึกจะมีเทอร์โบด้วย (แก้ไข: เครื่องดีเซลเทอร์โบใน 740 รหัส D24T เป็นเครื่อง 6 สูบผลิตโดย vw แต่คนละตัวกับที่ใช้ใน T4) ของโฟล์คที่เอามาใส่ T4 ในบล๊อกนี้เป็นแบบหายใจธรรมดา ปั๊มหัวฉีดแบบกลไก เก่ามากแล้วนะเทคโนโลยีนี้ เครื่องตัวนี้ออกมาครั้งแรกราวๆปี 91 นั่น เทียบกับเครื่องดีเซลของญี่ปุ่นปี 91 นี่ฟ้ากับเหวเลยในเรื่องความเนียน


: ช่วยขยายความหน่อย เนียน ยังไง
อ๋อ งง ละสิ เออผมก็งง ผรั่งใช้คำนี้ว่า "Refined" หมายถึงอากับกริยาที่ดูเป็นผู้ดีไม่หยาบกระด้าง ตัวนี้เดินเบายังรู้ว่าเป็นดีเซลนะ แต่ไม่โจ๋งครึ่มแบบอีซูซุแน่นอน ส่วนในรอบใช้งานตั้งแต่ 1,000 รตน.ขึ้นไปจะประพฤติดีมาก เทียบได้กับ D4D ในเรื่องเสียงและความสั่นสะเทือนนะ แต่เรี่ยวแรงไม่มากนักเพราะยังเป็นเทคโนโลยีเดิมๆอยู่

: เทคโนโลยีเดิมๆ?
ใช่..ก็หัวฉีดกลไก หายใจธรรมดาไม่มีเทอร์โบ ไม่มีกล่องสมองเครื่อง สำหรับเทคโนโลยีขนาดนี้ต้องทึ่งว่าทำได้เนียนขนาดนี้ไง ถึงจะไม่แรงมากมายแต่ข้อดีคือการบำรุงรักษาต่ำด้วย คอยเปลี่ยนของเหลวและสายพาน ตามประสาดีเซลเมื่อยี่สิบปีก่อน ยังไงยังงั้น แต่จะเอาไปอัดแข่งกับใครไม่ได้นะ ผิดวัตถุประสงค์

: แรงสู้เบนซินไม่ได้?
แน่นอน ตามสเปคมีแค่ 78 แรงม้านะ เบนซินตัวห้าสูบมี 115 แรง ธรรมชาติของดีเซลมีตัวเลขแรงม้าไม่มากเพราะรอบหมดเร็ว สี่พันกว่ารอบก็ขีดแดงแล้ว 78 แรงม้านี่อยู่ที่ 3700 รอบเอง ใช้งานจริงเวลาเดินทางไกลผมวิ่ง100-110 รอบเครื่องแถวๆ 3000 นะ

: ต้องทำใจมั้งดีเซลไปแบบเรื่อยๆ
เหมารวมหมดไม่ได้นะ ดีเซลสมัยใหม่วิ่งกระฉูดเหมือนกัน อย่างตัวเลือกใน T4 ยังมีอีก เช่น 2.5TDI ตัวนี้ไม่ให้ใครกินง่ายๆเหมือนกัน แต่มันปั๊มไฟฟ้า คันเร่งไฟฟ้า มีเซ็นเซอร์ มีกล่องสมอง มีความเสียวเพิ่มขึ้นในค่าบำรุงรักษานะ ตอนนี้เริ่มมีหัวตัดตัวนี้เข้ามาเหมือนกัน

: เดี๋ยวคนแห่เปลี่ยนเครื่องกันหมดมั้งครับ
ไม่หรอกครับ เปลี่ยนเครื่องไม่ใช่ทางออกของทุกคน บางคนชอบเบนซิน ไม่แคร์ค่าน้ำมัน หรือจะลงทุนติดแก๊สก็ไม่เป็นเงินมากเท่าไหร่ เปลี่ยนเครื่องนับเป็นการลงทุนสูงและมีความเสี่ยงด้วย บางทีไม่จบง่ายๆเพราะเครื่องมามีตำหนิ ถึงจะลองติดเครื่องที่ร้านพอให้อุ่นใจได้ระดับหนึ่งแต่พอมาใส่รถเราอาจมีปัญหาโผล่ออกมาก็ได้ บางตัวหาอะไหล่ในเมืองไทยไม่ได้อีก

: รถในฝัน?
ที่มีอยู่นี่ใกล้เคียงรถในฝันแล้วครับ แต่แน่นอนคนเราต้องตั้งความหวังสร้างความฝัน ชีวิตถึงมีรสชาติ รถในฝันผมคือ T5 ช่วงสั้น เครื่องดีเซล เกียร์ธรรมดา 6 เกียร์ ไม่ฝันไกลมาก แต่เท่านี้ก็ไม่มีในเมืองไทยแล้วแหละครับ


: ติดใจช่วงสั้นจริงๆนะครับ
ครับถึงแม้ช่วงยาวจะยาวกว่าเพียง 30-40 ซม.แต่มันคือความแตกต่างระหว่าง"รถที่ใช้แทนรถเก๋งได้" กับ "รถที่ควรมีคนขับให้" ครับ อันนี้อาจเป็นเพราะผมมีทั้งช่วงสั้นและช่วงยาวเลยเกิดความรู้สึกนี้ แต่ช่วงสั้นมีวงเลี้ยวและระยะเข้าจอดเหมือนๆรถเก๋ง ขณะที่ช่วงยาวไม่ใช่ แต่ช่วงยาวก็มีข้อดีเพราะมัน"ยาว" ทำให้จัดพื้นที่ใช้สอยได้มากกว่า

: ต้องดีเซล เกียร์ธรรมดา 6 เกียร์ด้วยหรือ?
ชอบดีเซลครับเสียงมันเพราะหูดีอธิบายไม่ถูกนะ ที่สำคัญประหยัดน้ำมันกว่า และให้ความรู้สึกเป็นรถใช้งานดีครับ ส่วนเกียร์ธรรมดาเพราะมันติดซะแล้ว ถึงแม้ว่าอีกหน่อยจะไม่มีเกียร์ธรรมดาให้ใช้แน่นอนเพราะเกียร์ออโต้ได้รับการพัฒนามาไกลมาก อย่าง DSG ล่าสุดของโฟล์คนี่สมรรถนะดีกว่าเกียร์ธรรมดาแล้ว แต่ยังไม่มาลงใน T5 ดังนั้นตอนนี้ขอแต่งกับเกียร์ธรรมดาไปก่อน

: เมืองไทยทำไมไม่มีใครนำเข้ามา?
ผมเชื่อในอุปสงค์อุปทาน มีคนซื้อก็ต้องมีคนขาย แต่ผมไม่ใช่คนซื้อ ผมมันคนฝัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่ความจริงนะพวกเศรษฐีที่ใช้ T5 เครื่องดีเซลก็น่าจะใช้เกียร์ธรรมดาเหมือนกันเพราะส่วนมากไม่ได้ขับเอง เอาเกียร์ออโต้ไปทำไม เอาไว้จ่ายค่าซ่อมเล่นหรือครับ อ้อ..พนักงานขับรถเดี๋ยวนี้มีเหมือนกันที่ขับเกียร์ธรรมดาไม่เป็นซะแล้ว เวรกรรม แล้วก็มีประเภทที่ต้องใช้เกียร์ออโต้เพราะมือไม่ว่าง ต้องเอามือไว้ถือโทรศัพท์ เฮ่อ..

: เบาะวีไอพี?
ส่วนตัวไม่ชอบนะครับเพราะผมเป็นคนขับเอง คันที่เป็นช่วงสั้นที่ผมใช้พาครอบครัวเดินทางไกลประจำจะใช้เบาะมาตรฐานโรงงานซึ่งปรับเอนนอนไม่ได้แต่แข็งแรงมากๆ ส่วนคันที่เป็นช่วงยาวก็จัดแบบวีไอพีเพราะส่วนใหญ่ใช้ในเมืองและมีคนขับรถขับให้ ซึ่งเบาะวีไอพีเป็นเบาะที่ทำในประเทศ ถ้าทำแข็งแรงก็มีน้ำหนักมาก แต่อย่างไรก็ไม่ได้ผ่านการชนทดสอบ จุดอ่อนที่ผมมองจะมีสองจุดใหญ่ๆคือตรงบานพับที่ปรับเบาะเอนนอนได้ กับการยึดเบาะกับพื้นรถ ซึ่งอาจไม่แข็งแรงพอในกรณีเกิดการชนที่รุนแรง อันนี้รถใครรถมันตรวจสอบกันเอาเองครับ

: มีอะไรแนะนำเรื่องความปลอดภัยอีก
เข็มขัดนิรภัยครับ อย่าลืมว่าควรรัดทุกที่นั่ง ไม่ใช่เฉพาะคนนั่งข้างหน้า เวลาเกิดอุบัติเหตุทุกคนอยู่ในอันตรายพอๆกันถ้าไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ผมและลูกๆจะใช้เข็มขัดนิรภัยทุกคน แต่ถ้ามีผู้โดยสารอื่นในรถเราที่ไม่ได้คาดเข็มขัด เค้าคือตัวอันตรายครับเพราะเวลาเกิดอุบัติเหตุเค้าอาจปลิวมากระแทกเราได้ง่ายๆ อย่างพิธีกรรายการข่าวที่มีชื่อเสียงท่านนึงต้องนั่งรถเข็นทุกวันนี้ก็เพราะประสบอุบัติเหตุแต่ผู้โดยสารท่านอื่นไม่ได้ใช้เข็มขัดนิรภัยมากระแทกแกที่ด้านหลังครับ ที่เราเตือนให้คนอื่นคาดเข็มขัดนี่ไม่ได้ห่วงคนอื่นเลยครับ ห่วงแต่ตัวเอง

: คนเค้าคงคิดว่ากลัวตายจังนะครับ
ถ้าถึงเวลาจริงไม่กลัวหรอกครับ แต่ต้องถามตัวเองว่าเราทำดีที่สุดหรือยัง แค่คาดเข็มขัดหรือเตือนให้คนอื่นคาดเข็มขัด ในรถผมมีเข็มขัดให้ใช้ฟรีๆทุกที่นั่งไม่มีการเก็บตังค์ แล้วทำไมจึงไม่ใช้ครับ เวลาผมโดยสารรถคนอื่นก็คาดเข็มขัดตลอด เพราะไม่อยากเป็นตัวการทำให้เค้าเดือดร้อนครับ

: ช่วยวิจารณ์โฟล์คหน่อย
สุดยอดเรื่อง research and development อับดับหนึ่งของยุโรปในเรื่องนี้
สุดห่วยในเรื่อง marketing และ customer service

: เปรียบเทียบฟันธงตัวเลือกอื่นในตลาดรถตู้หน่อย
ทำไม่ได้ครับ ไม่สามารถ ปัจจุบันผมไม่มีความเป็นกลางแล้วครับ สมองไม่รับรู้รถยี่ห้ออื่น ขออภัย

: ถ้าไม่ใช้โฟล์คตู้จะใช้อะไร
ฮั่นแน่..หลอกถามจนได้ โตโยต้าD4Dก็ไม่เลวนะ เรี่ยวแรงดีไม่หนวกหู แต่ช่วงล่างสู้ไม่ได้ และการจัดภายในยังไม่ถูกใจเพราะไม่วอคทรูเหมือนโฟล์ค ว่าแล้วน่าเสียดายนะที่ T4 รุ่นหลังๆและ T5 ที่นำเข้ามาตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีวอคทรูเหมือนกันเพราะไปใส่ 3 ที่นั่งในแถวคนขับ เป็นเครื่องยืนยันว่ามันเหมาะกับคนขับรถมากกว่าเจ้าของหรือหัวหน้าครอบครัวจะขับเอง

อีกตัวก็เบ๊นซ์วีโต้ รุ่นใหม่นี่เปลี่ยนไปขับล้อหลังแล้ว คงรู้ว่าทำขับล้อหน้าสู้โฟล์คไม่ได้แน่ๆ ผมเคยขับรุ่นนั้นช่วงล่างสู้โฟล์คไม่ได้จริงๆ วีโต้ตัวปัจจุบันขับดีขึ้นแต่ยังคับแคบอยู่ ถึงแม้จะนำเข้ามาเป็นช่วงยาว จะได้เปรียบก็ตรงศูนย์บริการมังครับ

ข้ามไปค่ายญี่ปุ่นเลยเป็น โตโยต้า Alphard ซึ่งได้ตลาดเจ้าของรถขับเองไป เพราะตัวไม่ยาวนัก ภายในก็หรูดี วอคทรูด้วย แถมมีรุ่นไฮบริดจ์ประหยัดน้ำมันดีครับ แต่เป็นเกรย์มาร์เก็ตทั้งนั้น

ค่ายเกาหลีก็มี Canival กับ Stavic อยู่ในข่ายเจ้าของขับเองได้ครับ

: วอคทรูมีประโยชน์อะไรกันขนาดนั้น ช่วยขยายความหน่อย
วอคทรูก็คือเดินจากที่นั่งคนขับมายังห้องโดยสารข้างหลังได้ โดยที่ไม่ต้องปีนป่ายโลดโผน เป็นคุณลักษณ์สำคัญของรถครอบครัว อย่างเวลาเอาเด็กนั่งข้างหลังแล้วไม่เรียบร้อยหรือต้องการความช่วยเหลือ ผู้ใหญ่ที่นั่งข้างหน้าสามารถเดินมาดูแลได้ หรือเวลาจอดรถในที่แคบๆจะเปิดประตูหน้าได้ยาก เราสามารถเดินมาออกประตูข้างได้สบายๆ


: วิจาร์ณคนใช้โฟล์คหน่อย
หาเรื่องให้ผมแล้วไหมล่ะ

: ชาตินี้จะกลับไปใช้รถเก๋งไหม?
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฝรั่งว่า never say never เพียงแต่ตอนนี้ไม่เห็นเหตุผลที่จะไปใช้รถเก๋ง ใส่เข้าไปสี่คนก็อึดอัดแล้ว ผมชินกับรถตู้จนคิดอย่างนั้นจริงๆ แต่ว่ารถเก๋งคันเล็กๆมันขับสนุกดีนะ เอาไว้ลูกๆโต เหลือสองคนตายายผมก็คงกลับไปใช้รถเก๋งอีก

: ความประทับใจ
ผมว่าโฟล์คตู้มีเสน่ห์นะ ไม่ใช่สำหรับทุกคน แต่สำหรับคนที่มีวาสนาจะได้ใช้มัน โห เว่อร์ไปไหมเนี่ย ไปเจอเจ้าของโฟล์คตู้ที่ไหน มักจะพูดภาษาเดียวกันนะ ไม่ค่อยมียี่ห้ออื่นเหมือนนี้ แบบว่าทางภาษาวิทยาศาสตร์อาจจะบรรยายว่ามันเป็นความเข้ากันได้ทางธรรมชาติระหว่างรถกับคน มันแปลกดี ผมไม่ชี้ชวนให้คนแห่กันมาใช้โฟล์คเพราะผมไม่เชื่อว่ามันเป็นรถที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ที่จะต้องขายให้ได้มากๆ ผมไม่ได้ต้องการให้ผู้เคยใช้ต้องใช้มันตลอดไป ผมไม่ได้ว่าคนที่มีวาสนาได้ใช้โฟล์คจะต้องเป็นคนดีมีบุญมากกว่าผู้อื่น เพียงแต่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้..มีบางสิ่งบางอย่างที่เกิดมาคู่กัน

: โห อึ้ง ทึ่ง เลี่ยน มากเลยพี่
เออ..หวะ..เห็นด้วย




 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 22 สิงหาคม 2551 14:49:30 น.
Counter : 1347 Pageviews.  

สัมภาษณ์คุณวีระฯ

ผมมีความยินดีมากที่จะแจ้งว่าผมได้เกลี้ยกล่อมเหยื่อรายใหม่ในการให้เกียรติให้สัมภาษณ์ได้สำเร็จ ท่านผู้นี้คือคุณวีระฯ ผู้ซึ่งคบหากับ T4 มาก่อนผมเสียอีก อย่ารอช้า เรามาสัมภาษณ์กันเลยดีกว่าครับ

สวัสดีครับพี่วีระ ที่ผมทราบมา และที่ห้ามปฏิเสธคือ พี่ใช้ T4 VR6 ช่วงสั้น ปี 97 อยากให้เล่านิดนึงว่า รู้จักกับโฟล์คตู้ได้อย่างไร แล้วยังไงถึงมาลงเอยกับคันนี้ครับ

ไอ้โฟล์คตู้น่ะ รู้จักกันมาตั้งนานแล้วครับ สมัยอยู่ มศ.3 เคยขับหัวแตงโมสีแดงจาก AUA ผ่านศาลาแดง สีลม ไปถึงบางรัก ตั้งแต่ยังขับรถไม่เป็น โดยมีเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของรถนั่งกำกับอยู่ข้างๆ และกองเชียร์เต็มรถ ได้ความรู้ข้อที่ 1 มาว่า ให้มองแต่ข้างหน้า-อย่าไปชนเขา ไม่ต้องห่วงข้างหลัง(จากกระจกมองหลัง)ว่าเขาจะมาชนเราหรือเปล่า (กระจกมองหลังมันหลอกจริงๆนะ เห็นภาพใกล้มาก เสียวทุกที)
ก่อนหน้าที่จะได้ VR6 ผมใช้ Volvo GL (244) ปี 1983 หน้าโหนก และก็ถึงเวลาที่สมควรจะมีรถใหญ่ขึ้น เพราะลูกๆโตขึ้นทุกวัน นั่งตักแม่ ตักป้า ไม่ไหวแล้ว ( ที่บ้านมีสมาชิก 7-8 คน ) เลยต้องมานั่งเลือก spec. ว่าควรเปลี่ยนเป็นรถอะไร ซึ่งแนวคิดของผม อาจจะพิสดารนิดหน่อยครับ
1 ไม่ซื้อรถใหม่ เพราะรู้สึกว่าราคารถใหม่ในเมืองไทย มันเว่อร์เกินเหตุ ออกไปในทางขายรถเป็นแฟชั่นมากไปหน่อย
2 ไม่ซื้อเงินผ่อน กัดฟันเก็บเงินให้ได้ตามเป้าก่อนดีกว่า เสียดายดอกเบี้ยครับ
3 มีอย่างน้อย แปด ที่นั่ง เพื่อรองรับสมาชิกทุกคนในบ้าน
4 ต้องมีประตูหลังด้านขวา เพราะที่จอดรถในบ้านบังคับให้ต้องขึ้นรถจากด้านขวา
5 จร.เกรงใจ หรือไม่มาจุกจิกกวนใจทุกสี่แยก
6 ขโมยไม่ชอบ ไม่กล้า ไม่เอา และประเทศเพื่อนบ้านไม่มีใครสั่ง
7 สีรถถูกโฉลก ผมใช้รถได้ 3 สี คือ ดำ ขาว ฟ้า
8 เลขทะเบียนดูดี มีบุคลิก ไม่ต้องตอง ไม่ต้องเรียง ไม่ต้องคู่ แต่มีบุคลิก ลองนึกภาพ รถทุกคันในบ้าน เลขทะเบียนเดียวกับเลขที่บ้าน

มี candidate ตัวไหนบ้างครับ

พอกำหนด spec. เสร็จ ก็ลองเอายี่ห้อต่างๆ มากางดู ตอนนั้นมี Mitsu L300 , MB Vito , Citroen Evasion , Chrysler Voyager , Volk Caravelle , Volk Sharan , Seat Alhambra , Honda Odyssey , KIA Carnival , แถมด้วย Renault Espace ประมาณนี้แหละ

มานั่งตัดทิ้งทีละตัว ตามข้อหาต่างๆ เช่น เอาฝรั่ง ไม่เอาเอเชีย ( ตามสเปคข้อ 5 ) , เอายุโรป ไม่เอาอเมริกา (อันนี้สเปคส่วนตัว) , ตัดเรโนลต์ทิ้ง เพราะไม่มีอะไหล่แล้ว , ตัดซีตรองทิ้ง เพราะนึกถึงสมัยรัชกาลที่ 5 , ตัด ชาราน กับ เซียททิ้ง เพราะข้างในน่าจะอึดอัดกว่า คาราเวล , ตัด MB ทิ้ง เพราะเดี๋ยวภาพเราจะกลายเป็นเสี่ย (หรือคนขับรถหว่า..) ซึ่งเราไม่ใช่ , เลยเหลือตัวเลือกแค่ GL หรือ VR6 , สุดท้ายก็ลงตัวที่ VR6 ตามสเปคข้อ 4 ( ราคาตอนนั้น GL 2 คัน เท่ากับ VR6 คันเดียว )



ก่อนจะซื้อคันนี้ หาข้อมูลอย่างไรครับ

ผมเล็งหา VR6 อยู่ประมาณ 2 ปี กว่าจะได้คันนี้มา ก็ใช้วิธีการต่างๆนั่นแหละครับ เปิดหนังสือ จดรายละเอียดแต่ละคันมาเปรียบเทียบกัน , คำนวณค่าเสื่อม-ตามวิธีที่เดาเอาเอง-เปรียบเทียบกับราคาหน้าร้าน , ตามไปดูรถถึงที่ แล้วพบทีหลังว่ามันขี้โกง ไปดู 2 หน คือหมุนเลขไมล์กลับ ตั้ง 40,000 กม. แถวรามอินทรา เจอคันที่ สีก็ใช่ ทะเบียนก็ใช่ จอดอยู่หน้าบ้านเขา ก็เอานามบัตรไปเสียบไว้ ว่า ถ้าจะขายคันนี้ โทรบอกผมด้วยนะครับ วิธีนี้ไม่เวอร์คนะ เพราะเขาขายไปแล้ว แต่ไม่โทรบอกเราสักคำ เจอบนถนนก็จดเลขทะเบียน สี และสภาพรถเอาไว้ทุกคัน เผื่อจะเจอกันอีกในเต็นท์รถ จะได้จำกันได้ โอย...สารพัดจะทำ

สุดท้ายไปได้ที่เต็นท์แถวรัชดา ราคา 1.27 เทิร์นไปด้วยวอลโวที่ใช้อยู่ ได้ 7 หมื่นบาท เหลือ 1.2 ถ้วน จริงๆแล้วไม่อยากเทิร์นหรอก เพราะวอลโวยังดีอยู่ สวยด้วย แต่ที่บ้านจอดรถได้คันเดียว ไม่อยากจอดนอกบ้าน เลยต้องจำใจ ตอนนั้น VR6 อายุได้ 5 ปีเต็ม มกรา 2002 ตอนนี้ผมก็ใช้มาอีก 4 ปีแล้ว กะว่าจะใช้มันซัก 20 ปี

ชอบอะไรบ้างเกี่ยวกับ T4 คันนี้

ก็เชื่ออยู่อย่างนึงว่า เยอรมัน น่าจะเก่งด้านเครื่องยนต์กลไก มากกว่าหลายๆชาติ ที่ผลิตรถยนต์มาขาย สมรรถนะมาตรฐานของระบบเครื่องยนต์น่าจะเป็นจุดเด่นที่ผมยอมรับ ซึ่งเป็นมาตรฐานของเยอรมันด้วยนะ คงจะอยู่ในระดับเกรดเอ ของโลก ในแง่แข็งแรงทนทานปลอดภัยละมั้ง ที่เจอมากับตัวเองก็คือ ยางหน้าขวา ระเบิดบนถนนสายเอเซีย แถวชัยนาท ที่ความเร็วประมาณ 80 ไมล์ ( คูณ 1.6 เป็น กม.ต่อ ชม.) รถไม่มีอาการส่ายหรือเสียหลักให้รู้สึกเลยครับ ได้ยินแต่เสียง ปับ..ปับ..ปับ.. ดังมาก จนเพื่อนที่มาด้วยบอกว่า เสียงเหมือนเป็นที่ เฟือง หรือ เพลา หรือ สายพานราวลิ้น ตอนนั้นรถยังไม่จอด แต่ไม่มีใครเดาเรื่องยางเลย เพราะรถไม่มีอาการส่ายให้รู้สึกสักนิด ไอ้เราก็นึกในใจว่า “รถข้าไม่มีเพลาโว้ย...มันขับล้อหน้า สายพานราวลิ้นก็เป็นโซ่โว้ย มีอายุตลอดชีพ ไม่ต้องซ่อมบำรุง อย่าให้น้ำมันเครื่องขาดก็แล้วกัน” พอจอดรถลงมาดู (จอดชิดขวา เพราะเข้าซ้ายไม่ทัน) ก็เจอสภาพยางหน้าขวา แหลกยับเยิน สาเหตุจาก รั่วรูที่ปะไว้ ย้ำอีกทีครับ ยางแหลกยับเยิน แต่ รถไม่ส่ายเลย ปลอดภัยขนาดนี้ก็สมควรจะชอบมันอยู่บ้างละนะ



ไม่ชอบอะไรบ้างครับ

ทีแรก ก่อนซื้อ ผมมีจุดตำหนิอยู่ 3 เรื่อง คือ ยางอะไหล่อยู่นอกตัวรถ ( เกีย คานิวาล อยู่ตำแหน่งเดียวกัน แต่ต้องยกจากในรถ) อย่างนี้มันก็หายง่ายนี่หว่า เมืองไทยน่ะ แค่ยางอะไหล่ขโมยจนตรอกมันก็เอานะเฟ้ย... หรือเยอรมันไม่มีนักขโมยยางฟะ.. เรื่องที่ 2 คือ ก้านเหล็กค้ำฝากระโปรงหน้า ออกจะเห่ยไปหน่อยเหมือนรถราคาถูกทั่วไป ต้องปลดจากล็อคโยกมาเสียบรู ลืมดีไซน์ตรงนี้หรืออย่างไร (เคยใช้วอลโว มันเป็นบานพับสปริง 2 ข้างเลย ไม่ต้อง ปลดเสียบ ปลดเสียบ ) อีกเรื่องคือ คันเกียร์ ออกจะสั้นไปนิด จนเอื้อมไม่ถึงเวลาพิงเบาะ ต้องเอนตัวไปหามัน อาจจะเพราะติดนิสัย เล่นกับเกียร์ ในรถคันเดิม มีการเปิด-ปิด ปุ่ม over drive และลดมา เป็นเกียร์ 3 – 2 บ่อยครั้ง ผมติดนิสัย ชอบใช้ engine brake แม้จะขับเกียร์ออโต้ก็ตาม เอ...หรือฝรั่งมันจะมือยาว จนนั่งพิงเบาะก็เอื้อมถึงเกียร์หว่า? แต่พอใช้มาได้สักปี ก็ปรับตัวเข้าหากันครับ มันเปลี่ยนไม่ได้นี่หว่า ตัวเราเองที่ต้องเปลี่ยน

อยากจะทำอะไร(เกี่ยวกับรถคันนี้) ที่ยังไม่ได้ทำครับ

ผมอยากเอาสิ่งที่ถูกดัดแปลง หรือ ถูกตัดทิ้งไป คืนมา เช่น ระบบแอร์ที่มีทั้งร้อนและเย็น ตอนนี้ถูกตัดระบบลมร้อนไปแล้ว ช่องรับอากาศภายนอกที่ถูกอุดไป เอาไว้ใช้ตอนวิ่งทางไกล ปิดแอร์ ปิดกระจก ระบบ Catalytic ตอนนี้ยังมีอยู่ ก็ตั้งใจจะคงไว้ คือเปลี่ยนเมื่อมันเสีย จะไม่ดัดแปลงเป็นท่อตรง ตามความตั้งใจเดิมที่มีว่า หากมีกำลัง(ทรัพย์)พอที่จะขับรถดีๆสักคัน ก็ควรที่จะดูแลคนรอบข้างด้วย รถเขามีเครื่องกรองไอเสีย ไม่ให้สร้างมลพิษเพิ่มขึ้น แล้วจะไปตัดมันออกทำไมกัน? ผมตั้งใจจะทำให้มันสมบูรณ์ครบถ้วนตามมาตรฐานเดิม เอาไว้ให้ผู้สนใจมาดูว่า อ๋อ ... ของ original มันเป็นอย่างนี้เอง...

อ๋อ..ใช่.. รถของพี่เป็นระบบแอร์จากโรงงานที่นำเข้ามาทั้งคัน แล้วการใช้งานเป็นอย่างไรครับ ดีไหม

ใช่ครับ เป็นระบบแอร์ที่ถูกเรียกว่า Climatronic ติดตั้งจากเยอรมัน ก็นับว่าผมโชคดีที่ได้คันนี้มา ( จาก grey market dealer) เป็นระบบที่ ให้ตั้งอุณหภูมิที่ต้องการจากหน้าจอ แล้วมันก็จะส่งลมร้อนลมเย็นมาผสมกันให้ได้ตามองศาที่เราตั้ง โดยที่คอมเพรสเซอร์ทำงานอยู่ตลอด ( ช่างฯเขาว่านะ) แอร์ระบบนี้ พอมาอยู่ในมือคนไทยสักพัก ก็จะโดนดัดแปลงเป็น ระบบเทอร์โมสตัท ซึ่งจะตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์เป็นระยะ นัยว่าเพื่อไม่ให้เปลืองแรงเครื่องและเปลืองน้ำมัน แต่ผมชอบระบบเดิมของมัน ผมเคารพความคิดคนออกแบบ ว่ามันคงถูกออกแบบมาเหมาะกันดีแล้ว และผมก็ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกอะไรสักเท่าไหร่ จนจะไปหาญกล้าเปลี่ยนฟังค์ชั่นที่เขาออกแบบไว้แล้ว คนที่กล้าเปลี่ยนระบบ ก็คงได้แอร์เย็นๆมาใช้งานเหมือนกันอยู่แล้วครับ แต่สำหรับผม ความเป็น original มันหายไป...ก็เท่านั้น
แต่อย่างว่าแหละครับ เหมือนดีแต่พูด เพราะตอนนี้รถผมก็โดนตัดระบบลมร้อนออกไปนานแล้ว เพราะตอนนั้นมันซ่อมหลายเรื่อง เงินไม่พอ เลยต้องตัดสินใจแบบนั้น แต่ช่างฯก็บอกว่า เมื่อมีตังค์ จะเอาระบบนี้กลับมา ก็ไม่ยากครับ อืมม์...ไม่ยาก...แต่ต้องเทเงินลงไป

ถ้าได้เป็นผู้บริหารของบริษัทโฟล์ค จะทำอะไรเป็นอย่างแรกครับ

โอ้โห... เป็นผู้บริหารโฟล์คเลยหรือ ( คิดสักหน่อย ) ...คงลาออกเป็นอย่างแรกเลยมั้ง.. ล้อเล่น ล้อเล่น

ถ้าเป็นบริษัทโฟล์คเมืองนอก ก็คงทำอย่างที่เขาทำกันนี่แหละ ออกแบบ concept car มาเป็นระยะ , พัฒนาให้ใช้เชื้อเพลิงอื่นที่ไม่ใช่น้ำมัน เช่น ไฟฟ้า แสงอาทิตย์ ไฮโดรเจน นิวเคลียร์ , รักษาจุดยืนและบุคลิกของสินค้าไว้อย่างสวยสดงดงามและมีศิลปะ แม้ว่าต่อไปจะมีการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วกว่ารถยนต์เกิดขึ้นก็ตาม แต่ผมว่า การขับรถยนต์ด้วยตนเอง ไปในทางที่เราอยากไป หยุดแวะในที่ที่เราอยากหยุด ยังคงมีเสน่ห์อยู่ตลอดไปนะ



แต่ถ้าเป็นผู้บริหารโฟล์คเมืองเรา คงต้องย้อนกลับไปประโยคแรกนั่นแหละ... ไม่อยากเปรียบเทียบหรอก เพราะเราอาจจะรู้ไม่ครบ แต่เอาสักหน่อยก็แล้วกัน ผมว่า marketing concept ของ ธนบุรีฯ คมกว่านะ...... ( ข้อความที่เหลือ ถูกเซ็นเซอร์ เนื่องจากล่อแหลมต่อการถูกฟ้องร้อง )

รถคันต่อไปคืออะไรครับ

ถ้ามีตังค์นะ...ถ้ามีตังค์ คงเป็น New Mini Cooper S มือ 3 มือ 4 สักคัน อายุประมาณ 10 ปี ราคาประมาณ ห้าแสน เอาไว้เพ่นพ่านตามสถานบันเทิงต่างๆ รถเล็กๆ จอดง่ายดี พอเหมาะสำหรับ 2 คนนั่ง เวลาอยากจะเปรี้ยวก็คงไม่แพ้ใคร ( แหม...มีรถดีดี ใครจะไม่อยากขับเร็ว )

ข้อเสนอแนะ หรือความเห็นทิ้งท้ายหน่อยครับ

อันนึงที่ผมเจอ ก็เลยอยากเล่าให้ฟัง เผื่อใครที่กำลังจะหา T4 T5 มาใช้ละก้อ ตรวจเช็คเรื่องการจดทะเบียนให้ดีหน่อย เพราะพวก grey market ของรถรุ่นนี้มีเยอะ สั่งมาทีละน้อยๆ 5 คัน 10 คัน แล้วขายได้หมดด้วยแฮะ ( สงสัยเป็นเพราะคนเบื่อ authorize dealer ) อาจมีบางเจ้า นำรถเข้ามาแบบพิสดาร และอาศัยว่าผู้ซื้อมักเป็นคนมีระดับ เลยไม่ค่อยเกิดปัญหา แต่จริงๆมันเหมือนจะมีปัญหาแฝงอยู่ สมุดเล่มทะเบียนรถผมมันเป็นอย่างนี้ครับ เลขเครื่อง-ตรง , เลขตัวถัง-ตรง , ซีซี-ตรง , แต่ระบุ ว่า เป็นรถ 5 สูบ และข้อความ 4 เพลา 8 ล้อ ยาง 12 เส้น ซึ่งถ้าถอดสเปคออกมา มันจะกลายเป็นรถบรรทุกคันเบ้อเริ่มเลย ( รถ 10 ล้อ จะถูกระบุในทะเบียนว่า 6 ล้อ ยาง 10 เส้น – 6 ล้อ คือ ตำแหน่งของล้อเมื่อมองจากด้านข้าง ยาง 10 เส้นคือจำนวนล้อที่แตะพื้นถนน )

เคยถามไปยังเวปบอร์ดหนึ่ง ผู้ตอบบอกว่า เจ้าหน้าที่อาจลงรายการผิดได้ ให้เอาสมุดไปแก้ ไม่เสียภาษีเพิ่ม เพราะรถแบบนี้ (รย.2) เสียภาษีตามน้ำหนัก แต่ผมยังไม่ได้เอาไปแก้เลย ไม่แน่ใจว่าจะเจออะไรมากกว่านี้หรือเปล่า ก็เล่าให้ฟังไว้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน

ขอบพระคุณพี่วีระมากครับสำหรับการให้สัมภาษณ์ หวังว่าคงจะได้รับความกรุณาให้รบกวนอีกนะครับ
ขอบคุณ คุณโชติที่ให้เกียรติมาสัมภาษณ์นะครับ ทีแรกก็เหมือนไม่รู้จะตอบอะไรเหมือนกัน ทำไปทำมา คุยเสียยาวเลย ขอบคุณครับ




 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2549 12:12:28 น.
Counter : 924 Pageviews.  


John Luc
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add John Luc's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.